-
Bentley Bangkok x V-ZUG จับมือส่งมอบประสบการณ์ ‘Atelier Experience’ ในโลกแห่งนวัตกรรม การออกแบบ และงานฝีมือชั้นสูง
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จับมือ V-ZUG (THAILAND) วี-ซูก (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 2 แบรนด์ระดับอัลตราลักชูรี ส่งมอบประสบการณ์ความหรูหราในโลกแห่งนวัตกรรม การออกแบบ และงานฝีมือชั้นสูงให้แก่แขกผู้มีเกียรติในงาน Bentley Bangkok x V-ZUG Atelier Experience ณ V-ZUG Studio สตูดิโอแฟล็กชิปแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ภายในงานฯ แขกผู้เกียรติได้สัมผัสกับยนตรกรรมโฉมใหม่ รุ่น New Continental GT แกรนด์ทัวเรอร์สมรรถนะสูง เจ้าของขุมพลัง High Performance Hybrid ระบบส่งกำลังแบบไฮบริดรุ่นใหม่ที่ผสานเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตรอันทรงพลัง มอบพละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร ในเฉดสีเทา Gravity Grey สไตล์สปอร์ต ตอบโจทย์ประสบการณ์การขับขี่ในแบบซูเปอร์คาร์ พร้อมด้วยรุ่น Flying Spur ยนตรกรรมแบบซีดานสมรรถนะสูง และ รุ่น Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่ทั้ง 2 รุ่นจะมอบประสบการณ์ในการขับขี่แบบฉบับแกรนด์ทัวริ่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยภายในห้องโดยสารของรถยนต์เบนท์ลีย์มาพร้อมกับความโดดเด่นด้านนวัตกรรมอย่าง Bentley Rotating Display เทคโนโลยีหน้าจอแบบ 3 ด้านที่จะเผยให้เห็นหน้าจอแบบดิจิทัลสุดไฮ-เทค หน้าจอหน้าปัดเข็มนาฬิกา เข็มทิศ เข็มวัดอุณหภูมิแบบคลาสสิค และหน้าแผงวีเนียร์อันเรียบหรู พร้อมด้วยนวัตกรรมความสะดวกสบายในการขับขี่อย่าง Front Seat Comfort Specification และ Front Wellness Seating ที่จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายและลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่กับบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดเช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ V-ZUG ที่งานฝีมืออันประณีตจะเป็นมากกว่าคำว่า ‘Swiss Made’ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญแบบสวิสเข้ากับความสง่างามของการออกแบบอันร่วมสมัยที่ต้องมาควบคู่ไปกับความใส่ใจในทุกรายละเอียดและความสามารถในการเข้ากับทุกพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัวพร้อมมาตรฐานด้านความยั่งยืน
แขกภายในงานฯ ได้สัมผัสโลกแห่งนวัตกรรม การออกแบบ และงานฝีมือชั้นสูงของทั้ง 2 แบรนด์ที่มีแนวทางความเป็นเลิศและความยั่งยืนร่วมกันผ่านการนำเสนอโชว์เคสยนตรกรรมระดับอัลตราลักชูรีและเครื่องใช้ภายในบ้านระดับไฮเอนด์กับการสาธิตการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแบบต่างๆ พร้อมเวิร์กช็อป ‘Live Cooking’ โดย Chef David Hartwig เชฟ Michelin-star และ V-ZUG Ambassador Chef ที่ได้นำวัตถุดิบชั้นเยี่ยมโดย CTI Food Supply อย่างเนื้อ TEYS Black Angus: Premium Augus Beef from Australia และเนื้อปลาแซลมอน Atlantic Salmon มารังสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษ พร้อมเปิดโอกาสให้กับแขกผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์รังสรรค์เมนูในแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมพูดคุยเชิงลึกแบบกันเอง และลิ้มรสไวน์ระดับพรีเมียมจาก Penfolds ผู้นำเข้าไวน์ชั้นนำจากประเทศออสเตรเลียกับเมนูที่รังสรรค์ขึ้นพิเศษ ซึ่งแขกภายในงานฯ จะได้สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งรสชาติและการดื่มไวน์อันเป็นศิลปะชั้นสูง
Bentley และ V-ZUG ได้นำเสนอการเดินทางที่จะได้ดื่มด่ำไปกับศิลปะแห่งการใช้ชีวิตระดับอัลตราลักชูรียุคใหม่ที่ยั่งยืน สะท้อนค่านิยมแห่งความเป็นเลิศด้านการออกแบบ งานฝีมืออันประณีต และนวัตกรรมที่มาพร้อมกับแนวคิดด้านความยั่งยืนเพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตระดับไฮเอนด์ให้แก่ผู้มองหามาตรฐานใหม่และความสมบูรณ์แบบของไลฟ์ไตล์แบบเหนือระดับในยุคปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อเสนอพิเศษและทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดพิธีถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
วันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙ นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำคณะผู้บริหารและพนักงาน เข้าร่วมพิธีลงนาม
แสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
กรมหลวงราช สาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
ณ ตึก TOYOTA ALIVE บางนา
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เอ็มจี Takeover กรุงเทพฯ เป็น “สีม่วง” เปิดตัว NEW MG URBAN สร้างสีสันใหม่ให้กับวงการยานยนต์
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย พลิกโมเดลการตลาดครั้งสำคัญในการเปิดตัวยนตรกรรมแฮทช์แบ็คไฟฟ้ารุ่นใหม่ NEW MG URBAN ผ่านกลยุทธ์การสื่อสารที่ฉีกกรอบเดิมสู่การสร้างประสบการณ์ใหม่ภายใต้แนวคิด “NEW MG URBAN City Takeover” ที่เปลี่ยนแลนด์มาร์กสำคัญทั่วกรุงเทพมหานครให้เป็น “สีม่วง” เพื่อถ่ายทอดความโดดเด่นของ NEW MG URBAN ที่สามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์คนเมือง
การดำเนินงานในครั้งนี้ เอ็มจี ได้นำรูปแบบการสื่อสารจากช่องทางออนไลน์สู่ออฟไลน์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ โดยเริ่มต้นจากการสร้างกระแสการรับรู้ในโลกออนไลน์ผ่านตัวตนของ “น้องม่วง” จนเกิดเป็นกระแสไวรัลและได้รับการพูดถึงในวงกว้างบนสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนจะยกระดับสู่โลกออฟไลน์ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่สื่อและแลนด์มาร์กสำคัญทั่วกรุงเทพมหานคร (Urban Takeover) เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำอัตลักษณ์ของ NEW MG URBAN ในเชิงกายภาพ
การสร้างการจดจำอัตลักษณ์ เอ็มจี ได้นำสีไฮไลท์ของรุ่นมาพลิกโฉมพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ ให้กลายเป็น “Media Canvas” ขนาดใหญ่ ครอบคลุมย่านศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ (CBD) ได้แก่ สยาม–ราชประสงค์ อโศก–สุขุมวิท สีลม–สาทร และพระราม 9–รัชดาภิเษก รวมถึงจุดหมายสำคัญของเมือง อาทิ สยามพารากอน สยามสแควร์ อาคารอินเตอร์เชนจ์ โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค และใบหยกทาวเวอร์ เป็นต้น ส่งผลให้ภาพ “สีม่วง” ของ NEW MG URBAN ปรากฏอยู่ในทุกจังหวะการใช้ชีวิตของคนเมืองตลอดทั้งวันอย่างแท้จริง
นายชุมพล คงสกุล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด และกลยุทธ์การสื่อสาร บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “NEW MG URBAN คือโมเดลสำคัญของเอ็มจี ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างทั้งในเรื่องดีไซน์ เทคโนโลยีที่โดดเด่นในระดับโลก (Global Innovation) มาประยุกต์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนไทย (Thai Passion) พร้อมมอบความคุ้มค่าที่อยากให้ทุกคนเข้าถึงได้ (Value Choice) เราจึงมุ่งเน้นการสร้างความรู้สึกสนุกและการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ (Brand Engagement) ผ่านการสื่อสารที่ร่วมสมัยและการเปิดพื้นที่ให้เกิดบทสนทนาในสังคม ทั้งในช่องทางดิจิทัลและบริบทของชีวิตประจำวัน เพื่อให้แบรนด์ เอ็มจี มีความใกล้ชิดกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่มากยิ่งขึ้น ซึ่งการสร้างปรากฏการณ์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังได้ปรับรูปแบบการสื่อสารให้เท่าทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์กลยุทธ์ที่แตกต่างและทรงพลังในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบัน”
ทั้งนี้ NEW MG URBAN พร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าชาวไทยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเปิดให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ผ่านการทดลองขับที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ทั้ง 126 แห่งทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/MGcarsThailand
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG ThailandHashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER #NEWMGURBAN
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM จัด TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 3 ณ จังหวัดภูเก็ต สานต่อประสบการณ์ออฟโรด พร้อมเชื่อมโยงคอมมูนิตี้ TANKER จากทั่วประเทศ
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าไปอีกขั้นด้วยการจัดกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 3 ณ จังหวัดภูเก็ต เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเรียนรู้เชิงลึกและเปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์รวมทั้งผู้ที่สนใจ GWM TANK 300 และ GWM TANK 500 ได้เรียนรู้เทคโนโลยีออฟโรดและทดสอบสมรรถนะของรถในสถานการณ์จริง พร้อมทั้งสร้างความแข็งแกร่งให้กับคอมมูนิตี้กลุ่ม ‘TANKER’ ในภาคใต้ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก GWM อนุภาษ ภูเก็ต พาร์ทเนอร์สโตร์ในพื้นที่ในการร่วมสร้างความประทับใจและดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด
พิสูจน์แล้วจาก TANKER ปลดล็อกทักษะ ค้นพบสมรรถนะเหนือความคาดหมาย พร้อมเชื่อมพลังคอมมูนิตี้
ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของการจัดกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY ทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทฯ กับลูกค้า ตลอดจนเสริมสร้างทักษะและความมั่นใจในการขับขี่ให้แก่ผู้ใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่เพียงแต่ได้เปิดมุมมองใหม่ต่อสมรรถนะของ GWM TANK 300 และ GWM TANK 500 ที่สามารถตอบโจทย์การขับขี่ในสภาพเส้นทางที่หลากหลาย แต่ยังได้เจาะลึกและทดลองใช้งานเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะในสถานการณ์จริง ซึ่งช่วยปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของตัวรถที่อาจไม่เคยสัมผัสในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงและสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ใช้งาน GWM TANK หรือสมาชิก TANKER ให้ได้มาร่วมพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างมิตรภาพผ่านความชื่นชอบในการเดินทางและการผจญภัยร่วมกัน
เรียนรู้ศักยภาพเทคโนโลยีออฟโรดผ่านประสบการณ์จริง
สำหรับกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 3 ในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ เจาะลึกการใช้งานระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะของ GWM TANK อย่างใกล้ชิดจากทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพก่อนลงสนามทดสอบจริง ณ เหมืองเจ้าฟ้า จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจำลองสถานการณ์ออฟโรดรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าใจการทำงานของระบบและเทคโนโลยีผ่านการใช้งานจริงตลอดจนสามารถเลือกใช้ฟีเจอร์ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยสถานีจำลองไฮไลต์ประกอบด้วย
- Dirt Road (เส้นทางลูกรัง): เสริมสร้างทักษะการควบคุมและทรงตัวของรถบนพื้นผิวกรวด ลูกรัง และเส้นทางธรรมชาติ พร้อมทดลองเลือกใช้โหมดการขับขี่อัจฉริยะให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะแตกต่างกัน
- TANK Turn (ฟังก์ชันกลับรถในที่แคบ): พิสูจน์ความคล่องตัวของเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ด้วยการทดลองใช้งานฟังก์ชัน TANK Turn ที่ช่วยลดรัศมีวงเลี้ยวในพื้นที่จำกัด ช่วยให้การหักเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรดที่แคบหรือมีอุปสรรคเป็นไปได้อย่างง่ายดาย
- Alternating Pits (สถานีหลุมสลับ): มุ่งเน้นการฝึกทักษะการขับผ่านเส้นทางหลุมสลับ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพพื้นผิวถนนได้อย่างชัดเจน
- Incline & Decline Slope (ทางลาดชัน): เรียนรู้เทคนิคการควบคุมรถบนทางลาดชันสูง ทั้งในจังหวะขับขึ้นและลงเขาอย่างถูกวิธี พร้อมทดลองใช้งานระบบช่วยควบคุมความเร็วสำหรับการขับขี่ออฟโรดอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 3 คือ Adventure Track เส้นทางขับขี่ออนโรดและออฟโรดจริงที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นำองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและทักษะจากสนามฝึกจำลอง มาประยุกต์ใช้ในการขับขี่จริงบนเส้นทางธรรมชาติ พร้อมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางร่วมกับสมาชิกคอมมูนิตี้จากหลากหลายพื้นที่
สร้างความเชื่อมั่นผ่านประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง
GWM TANK ได้รับความไว้วางใจและเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดเมืองไทย โดยปัจจุบันมีผู้ใช้ GWM TANK รวมแล้วกว่า 10,000 ครอบครัว ถือเป็นภาพสะท้อนสำคัญของความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์และผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ GWM ตระหนักดีว่าในยุคปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสบการณ์และการบอกต่อจากผู้ใช้งานจริง ดังนั้นกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY จึงไม่เพียงสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และศักยภาพของรถได้ลึกยิ่งขึ้นแต่ยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้สมาชิก TANKER ได้แลกเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้เทคโนโลยีร่วมกัน และร่วมกันส่งต่อความมั่นใจจากการใช้งานจริงออกไปในวงกว้าง ซึ่งเสียงจากผู้ใช้งานจริงเหล่านี้คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้แบรนด์ GWM เติบโตอย่างยั่งยืน
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “ TANK OFF-ROAD ACADEMY สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของ GWM ที่ให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ที่ครอบคลุมมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ เรามุ่งมั่นพัฒนาทั้งนวัตกรรม คุณภาพการบริการและการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ใช้งานเพื่อให้ลูกค้าได้รับความมั่นใจสูงสุดในทุกมิติของการใช้งาน ภายใต้วิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ยานยนต์ที่เติบโตเคียงข้างลูกค้าและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในตลาดประเทศไทย โดยการเติบโตของคอมมูนิตี้ TANKER ในประเทศไทย ถือเป็นภาพสะท้อนสำคัญของความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ที่ GWM มุ่งมั่นส่งมอบมาอย่างต่อเนื่อง เราขอขอบคุณสมาชิก TANKER ทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ และที่ให้การสนับสนุน GWM มาโดยตลอด เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริงมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้ดียิ่งขึ้นพร้อมทั้งช่วยผลักดันให้ GWM เดินหน้าสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง และเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงในระยะยาว GWM จะเดินหน้าจัดกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY อย่างต่อเนื่องในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะการขับขี่ออฟโรดและสร้างประสบการณ์ร่วมกับคอมมูนิตี้ TANKER โดยกิจกรรมครั้งต่อไปมีกำหนดจัดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเราหวังว่าจะได้พบกับลูกค้าและสมาชิก TANKER อีกครั้งเร็ว ๆ นี้”
GWM ยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ครอบคลุมมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ผ่านกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ ความมั่นใจและความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานเพื่อร่วมสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งและส่งต่อประสบการณ์การเดินทางที่สนุก ปลอดภัย และตอบโจทย์การใช้งานในทุกสถานการณ์ให้แก่ลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศ โดยสามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม และความเคลื่อนไหวของ GWM TANK รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของ GWM ได้ผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของ GWM Thailand และเว็บไซต์ www.gwm.co.th เพื่อไม่พลาดกิจกรรมพิเศษ สิทธิประโยชน์ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ GWM เตรียมมอบให้แก่ลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 อวดโฉมมรดกนวัตกรรมยานยนต์
สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48” ภายใต้แนวคิด “มรดกนวัตกรรม-Legacy of Innovation” ชมรถโบราณหลากยุค หลายสมัย ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “งานประกวดรถโบราณ เป็นงานระดับประเทศที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 48 โดยแนวคิดของงานปีนี้คือ “มรดกนวัตกรรม-Legacy of Innovation” เนื่องจากเหล่าบรรดายานยนต์โบราณ คือผู้ส่งมอบนวัตกรรม ซึ่งเป็นรากฐานของเทคโนโลยีล้ำสมัยให้แก่ยานยนต์ยุคปัจจุบัน เช่น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบกลไก กลายเป็นระบบ AWD อัจฉริยะที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบช่วงล่างพื้นฐาน กลายเป็นระบบกันสะเทือนไฟฟ้าที่ตอบสนองตามสภาพถนนแบบเรียลไทม์ ขุมพลังดั้งเดิม กลายเป็นระบบไฮบริด พลัก-อิน ไฮบริด และไฟฟ้า ฯลฯ นวัตกรรมจากอดีตจึงเป็นมรดกของยานยนต์โบราณที่ทรงคุณค่ายิ่ง”
กัลยา กมลรัตน์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ กล่าวว่า “ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ได้ร่วมกับสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยจัดงานประกวดรถโบราณอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดยงานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมคุณภาพที่สะท้อนความหลากหลายของไลฟ์สไตล์ และเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกเจเนอเรชันได้ร่วมสัมผัสคุณค่า และเสน่ห์ของยานยนต์คลาสสิค ผู้เข้าชมจะได้พบกับรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 100 คัน บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 4,000 ตารางเมตร บริเวณชั้น G”
การประกวดรถโบราณแบ่งเป็น 7 ประเภท ตามมาตรฐานของสมาพันธ์รถโบราณสากล (FIVA) ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ (ก่อนปี 1904) รถรุ่นผ่านศึก (ปี 1905-1918) รถโบราณ (ปี 1919-1930) รถรุ่นก่อนสงคราม (ปี 1931-1945) รถรุ่นหลังสงคราม (ปี 1946-1960) รถคลาสสิค (ปี 1961-1970) และรถคลาสสิคร่วมสมัย (ปี 1971-ปัจจุบัน ย้อนหลัง 30 ปี)
สำหรับรถเด่นในงานปีนี้ ได้แก่ รถโบราณอายุเฉียด 100 ปี Rolls-Royce 20hp Saloon ปี 1929 / รถบนโปสเตอร์งานประกวด Austin 7 Saloon ปี 1933 / รถนำเข้ามาจากต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายเพื่อการอนุรักษ์ Porsche 911 Carrera Super Sport 3.2 Targa ปี 1986 และ Porsche 911 Carrera Super Sport 3.2 Cabriolet ปี 1989
นอกจากนั้น ยังมีการประกวดอีกหลายประเภท อาทิ รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถแจกวาร์ รถมีนี รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน และรถเฟียต พร้อมรถที่นำมาแสดงเป็นพิเศษ
ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ก็มีมากมาย เช่น เสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับรถโบราณ หัวข้อ “ไทยเปิดนำเข้ารถโบราณปีแรก ผลลัพธ์เป็นอย่างไร?” พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษตลอดงาน ไม่ว่าจะเป็นการออกตามล่ารถไฮไลท์ผ่านกิจกรรม Lucky Rally Scan สะสมภารกิจลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ หมุนวงล้อแห่งความโชคดีเพื่อลุ้นรับโมเดลรถโบราณสุดน่ารัก รวมถึงเก็บภาพความประทับใจที่ Photo Booth ในบรรยากาศวินเทจสุดคลาสสิค ที่จะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึง และเรียนรู้เรื่องราวของรถยนต์ระดับตำนานที่สนุกมากยิ่งขึ้น คอนเสิร์ทเพลงฮิทในอดีต จำหน่ายสินค้าวินเทจ หนังสือ นิตยสาร แสตมป์รถโบราณ รถโบราณจำลอง ฯลฯ
ผู้สนใจสามารถส่งรถเข้าประกวดได้ที่ imc.co.th/vintagecarclub/vcct ภายในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 หรือสอบถามรายละเอียดที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub และเชิญชมงานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
เอ็มจี เปิดตัว NEW MG URBAN มาพร้อมเทคโนโลยี Auto Parking รุ่นแรกในเซกเมนต์ ราคา เริ่มต้น 529,900 บาท
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัว NEW MG URBAN รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็ครุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ภายใต้นิยาม “LIFE EASY” สะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตเมืองยุคใหม่ ให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย ผ่าน 4 หัวใจหลัก ได้แก่ PARK EASY – จอดง่าย DRIVE EASY – ขับง่าย LIVE EASY – ใช้ชีวิตง่าย และ GO FAR EASY – ไปได้ไกลกว่า NEW MG URBAN ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ด้วยการผสานดีไซน์ที่โดดเด่น เทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของทุกคนอย่างลงตัว พร้อมประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 529,900 บาท
NEW MG URBAN หรือ “น้องม่วง” รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของ เอ็มจี ที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันอัจฉริยะ ยกระดับประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ชูคอนเซ็ปต์ “LIFE EASY” ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่
- PARK EASY จอดง่าย ใช้ชีวิตง่ายกว่าเดิม
เติมเต็มการใช้ชีวิตของคนเมืองให้คล่องตัวในทุกวัน ด้วยเทคโนโลยีช่วยจอดอัจฉริยะที่ช่วยลดความกังวลในการขับขี่และการหาที่จอดในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็น การเข้าจอดในอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ที่มีสภาพการจราจรหนาแน่น พร้อมระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Smart Parking Assist ระบบสั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล Remote Auto Parking ที่สามารถควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก รวมถึงระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ พร้อมมุมมองหลายเลน (Multi-Lane View) ช่วยให้มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบคันได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกการจอดเป็นเรื่องง่ายและมั่นใจยิ่งขึ้น
2. DRIVE EASY ขับง่าย คล่องตัวทุกเส้นทางในเมือง
ดีไซน์ตอบโจทย์การเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเมือง ด้วยสัดส่วนตัวรถที่ออกแบบอย่างลงตัว มอบความคล่องตัวสูงในการขับขี่ พร้อมวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 เมตร ช่วยให้การกลับรถ เข้าซอย หรือเปลี่ยนทิศทางในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างง่ายดาย เสริมด้วยระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS ระดับ L2 ให้ความเหนือระดับในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็ค และระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Auto Lane Change with Alert ช่วยดูแลผู้ขับขี่ในทุกสถานการณ์ พร้อมอุปกรณ์ตรวจจับรอบคัน ทั้งเซ็นเซอร์ 12 ตำแหน่ง เรดาร์ 3 จุด และกล้อง 6 ตัว ช่วยประเมินสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ เพื่อมอบความมั่นใจและความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง โดยผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP และ ANCAP สะท้อนถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยในระดับสากล
3. LIVE EASY ใช้ชีวิตได้เต็มที่ในทุกวัน
ยกระดับห้องโดยสารให้เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการเดินทาง ด้วยการออกแบบที่กว้างขวาง โปร่งสบาย และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางไปทำงาน การพักผ่อนในวันหยุด หรือการใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญ พร้อมหน้าจอ Infotainment ขนาด 15.6 นิ้ว ทำงานร่วมกับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 มอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็วและลื่นไหล รองรับการเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมระบบ i-SMART PRO และ AI Voice Command ช่วยให้การสั่งงานภายในรถเป็นธรรมชาติ สะดวก และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว
4. GO FAR EASY ไปได้ไกลกว่า ใช้ชีวิตได้มากกว่า
มอบอิสระให้ไปได้ไกลกว่าที่เคย ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 53.9 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง สามารถขับขี่ได้ไกลที่สุดในคลาสถึง 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับทั้งการใช้งานในเมืองตลอดสัปดาห์และการออกทริปในวันหยุด พร้อมฟังก์ชัน V2L สามารถจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.3 กิโลวัตต์ (kW) เปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่สำหรับทุกกิจกรรม ไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแคมป์ การทำงานนอกสถานที่ หรือการใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อให้ทุกจุดหมายเป็นไปได้ง่ายกว่าที่เคย พร้อมมอบความมั่นใจในการใช้งานระยะยาวด้วย EV LIFETIME WARRANTY การรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานการผลิตของ เอ็มจี
ความโดดเด่นทั้งหมดนี้สะท้อนถึงปรัชญา “IN THAILAND FOR THAILAND” ที่ เอ็มจี ยึดถือมาโดยตลอด โดย NEW MG URBAN ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นโกลบอลโมเดลที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) ด้วยฝีมือคนไทยและซัพพลายเชนในประเทศ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมการใช้งานของคนไทยอย่างแท้จริง และยังเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของภูมิภาคภายใต้แนวคิด “Made in Thailand, For the World”
มร. ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว NEW MG URBAN คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป โดย เอ็มจี ตั้งใจนำเทคโนโลยีระดับพรีเมียมอย่างระบบ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ระดับ L2 และ Smart Auto Parking Solution มาใส่ไว้ในรถที่คนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อเปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ ว่าความสะดวกสบายระดับสูงต้องจ่ายในราคาหลักล้านเท่านั้น นอกจากตัวรถที่สมบูรณ์แบบ เอ็มจี ยังพร้อมส่งมอบประสบการณ์ LIFE EASY ผ่านบริการ MG SMILE มาตรฐานการบริการรูปแบบใหม่ที่เน้นความสะดวกและอุ่นใจในทุกช่วงเวลาของการใช้งาน เพราะเราเชื่อว่ารถยนต์ควรเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มชีวิตให้ง่ายและสนุกมากขึ้น NEW MG URBAN จึงเป็นตัวแทนของคนยุคใหม่ที่เลือกใช้ชีวิตอย่างฉลาด ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี ความคุ้มค่า และไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นอย่างลงตัว”
NEW MG URBAN ราคาสุทธิ (บาท) ราคาพิเศษ (บาท) · NEW MG URBAN รุ่น STANDARD · NEW MG URBAN รุ่น MAX
· NEW MG URBAN รุ่น ULTRA
579,900 529,900 649,900 599,900
749,900 709,900
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
GWM ตอกย้ำผู้นำด้านบริการหลังการขายของแบรนด์รถยนต์จีนในไทย
ด้วยมาตรฐาน ความโปร่งใส และความอุ่นใจที่ผู้ใช้จริงพิสูจน์แล้วGWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขายในประเทศไทยด้วยมาตรฐานการดูแลที่โดดเด่นรอบด้าน ทั้งความสะดวกในการเข้าถึงการบริการ ความโปร่งใสของข้อมูลและค่าใช้จ่าย ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิค กระบวนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและการสื่อสารที่ชัดเจน การันตีด้วยผลการสำรวจโดย บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด ปี 2569 ที่ยกให้ GWM เป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความพึงพอใจด้านบริการหลังการขายสูงเป็นอันดับ 1 ในไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน (2568 และ 2569)*
มากกว่าการขายรถคือการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
GWM ยังคงเดินหน้าลงทุนและพัฒนาศักยภาพด้านการบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พร้อมดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลาของการใช้งาน เน้นการสร้าง ‘ความเชื่อมั่นที่จับต้องได้จริง’ ด้วยบริการที่โปร่งใส ชัดเจน พร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก และทีมงานที่พร้อมสนับสนุนอย่างมืออาชีพ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM และรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในยุคยานยนต์พลังงานใหม่
“GWM Exclusive Service”: ปัจจัยสำคัญสู่ความพึงพอใจและไว้วางใจจากลูกค้า GWM
- ความสะดวกในการเข้าถึงการบริการ: หนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอนการบริการ คือ ความสะดวกในการเข้าถึงบริการ โดยมี GWM แอปพลิเคชันเป็นหัวใจหลักของการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าที่เข้าถึงได้ง่าย รวมไปถึงมีศูนย์บริการมาตรฐานและเครือข่าย GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ จำนวน 71 แห่งทั่วประเทศ ที่ทำให้ GWM พร้อมดูแลลูกค้าอย่างครอบคลุมในทุกมิติของการใช้งานรถยนต์ ตั้งแต่การเข้ารับบริการตามระยะ การดูแลหลังการขาย ไปจนถึงการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของ GWM รวมไปถึง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง คลอบคลุมถึงบริการยกรถฉุกเฉิน บริการเติมน้ำมันฉุกเฉิน รวมไปถึงบริการรับกุญแจสำรอง ณ ที่พักของลูกค้า ภายในระยะทาง 20 กิโลเมตร ซึ่งลูกค้าสามารถขอความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน GWM หรือโทรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า GWM ที่หมายเลข 02-668-8888 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง; GWM Mobile Service ที่ให้บริการบำรุงรักษาตามระยะทางถึงที่ทั่วประเทศ เพียงทำการนัดหมายล่วงหน้า
- ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคและกระบวนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ: GWM ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจได้ว่าช่างเทคนิค ที่ปรึกษาการบริการและเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ทุกคน จะมีความรู้ความสามารถในการให้บริการลูกค้า และซ่อมบำรุงรถยนต์ทุกประเภทพลังงานของ GWM ได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล ยิ่งไปกว่านั้น GWM ยังมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานใหม่ของงานบริการ ด้วยเป้าหมายในการส่งมอบบริการหลังการขายที่รวดเร็ว ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการรับประกันความพร้อมส่งอะไหล่ภายใน 7 วัน พร้อมการชดเชยด้วย GWM Point หากไม่สามารถส่งอะไหล่ได้ภายใน 7 วัน นอกจากนั้นยังมีศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสีที่ครอบคลุม โดยทุกขั้นตอนผ่านการดูแลโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการรับประกันคุณภาพงานซ่อม เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกครั้งของการเข้ารับบริการ
- การบริหารจัดการปัญหาและการวิเคราะห์เชิงลึกแบบบูรณาการ: GWM ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยไม่เพียงมุ่งเน้นการซ่อมให้แล้วเสร็จ แต่ยังให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึก (Root Cause Analysis) เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำในระยะยาว โดยทีมงานในประเทศไทยทำงานอย่างใกล้ชิดเป็นหนึ่งเดียวกับทีม Quality Management (QM), Research & Development (R&D) และสำนักงานใหญ่ (HQ) เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา กำหนดแนวทางการซ่อม และพัฒนาวิธีการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวช่วยให้ GWM สามารถยกระดับคุณภาพการซ่อมบำรุงให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และได้มาตรฐานเดียวกันในระดับสากล สะท้อนถึงความแตกต่างด้านกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ และเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้อย่างแท้จริง
- ความโปร่งใส และการให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ: GWM มุ่งเน้นการกำหนดราคาค่าบริการที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกรายมั่นใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการทุกครั้ง โดยผู้ใช้งานจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่ก่อนเข้ารับบริการจนถึงหลังการบริการเสร็จสิ้น ซึ่งช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและไม่รู้สึกว่ามีการซ่อนเร้นค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
- ความพร้อมด้านอะไหล่และการสนับสนุนที่เหนือกว่า: GWM เสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการอะไหล่ด้วยการมีฐานการผลิตภายในประเทศ ซึ่งช่วยให้สามารถจัดหาและกระจายอะไหล่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนที่แตกต่างจากแนวทางการจัดหาอะไหล่ทั่วไปในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังคงยืนยันมาตรฐานการให้บริการด้วยการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน ซึ่งช่วยรองรับการใช้งานของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ลดระยะเวลารอคอย และตอกย้ำความได้เปรียบเชิงโครงสร้างของ GWM เมื่อเทียบกับภาพรวมทั้งอุตสาหกรรม
- การรับประกันที่ครอบคลุมและโดดเด่นของ GWM: สะท้อนความตั้งใจในการดูแลผู้บริโภคในไทยอย่างจริงจังในระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานรถยนต์ GWM ได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจในทุกเส้นทาง ครอบคลุมทั้งการรับประกันคุณภาพรถใหม่สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน; การรับประกันแบตเตอรี่เพื่อความมั่นใจในยุคพลังงานใหม่ อาทิ การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด ORA 5 HEV นาน 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง และการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ORA 5 EV นาน 8 ปี หรือ 180,000 แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ; รวมไปถึงการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับ TANK 300 DIESEL และ TANK 500 DIESEL สูงสุดถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ gwm.co.th
- การสื่อสารที่มีความชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย: GWM เน้นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการต่าง ๆ ผ่าน GWM Smart Service ซึ่งเป็นระบบจัดการอัจฉริยะที่เชื่อมต่อแพลตฟอร์มการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเข้ารับบริการที่ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนหรือยืนยันนัดหมายได้ตามความสะดวก ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการเวลาได้ดีขึ้นและเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนการใช้บริการ รวมถึงระยะเวลาในการซ่อม ค่าบริการ และสถานะการดำเนินการ และการให้รายละเอียดต่าง ๆ ให้ลูกค้าเข้าใจอย่างถูกต้องและครบถ้วน
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ท่ามกลางการแข่งขันที่แบรนด์ต่างมุ่งยกระดับบริการหลังการขายในหลากหลายมิติ GWM ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการผสานจุดแข็งทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการรับประกันระดับสูง เครือข่ายบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ระบบบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ และความพร้อมด้านอะไหล่จากฐานการผลิตในประเทศที่ช่วยให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ GWM สามารถส่งมอบประสบการณ์การให้บริการที่ครบวงจร ชัดเจน และเชื่อถือได้ในทุกมิติ ซึ่งเป็นหนึ่งในความแตกต่างสำคัญที่ทำให้เราโดดเด่นกว่าใครในอุตสาหกรรม พิสูจน์ได้จากผลการสำรวจด้านความพึงพอใจที่จัดทำโดย Differential ซึ่งสะท้อนว่า GWM สามารถทำผลงานโดดเด่นเหนือกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความพึงพอใจด้านบริการหลังการขายสูงเป็นอันดับ 1 ในไทยต่อเนื่อง ทั้งนี้ GWM ยังคงให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด พร้อมนำทุกความคิดเห็นไปวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่อุ่นใจและดียิ่งขึ้นในทุกมิติ และสะท้อนความมุ่งมั่นของ GWM ในการเติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS” พัฒนาจากสนามแข่งสู่รถที่ดียิ่งกว่า พร้อมขับเคลื่อนด้วยพลังงานหลากหลาย มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค
มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นายกราชยานยนต์สมาคม แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ประกาศจัดงาน Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 โดยในปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 40 ปีของโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต ในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาทั้งเทคโนโลยี ยานยนต์ และบุคลากร ผ่านสนามแข่งสู่การใช้งานจริง
ที่สำคัญ…”โตโยต้าพร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานที่หลากหลาย” โดยรถแข่งของโตโยต้าสามารถรองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือก น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และไบโอดีเซล B20 ภายใต้วัตถุประสงค์ที่จะสนับสนุนแนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนและพึ่งพาการใช้แหล่งพลังงานในประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายานยนต์ของโตโยต้า สามารถรองรับได้ทุกพลังงาน ควบคู่ไปกับการมีสมรรถนะและประสิทธิภาพอย่างดีเยี่ยม
สำหรับโตโยต้า กีฬามอเตอร์สปอร์ตคือรากฐานในการสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า เราได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตร ผ่านการแข่งขันอีกหลายรายการทั่วโลก ผ่านการท้าทายขีดจำกัดในสนามต่างๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น
TOYOTA GAZOO RACING THAILAND 2026
ภายใต้แนวคิด “MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS”
- พัฒนาจากสนามแข่ง สู่รถที่ดียิ่งกว่า กับการแข่งขัน One Make Race ทั้ง 4 รุ่น
พบความสนุกสนานเร้าใจ กับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ One Make Race ทั้ง 4 รุ่น
- YARIS One Make Race Hatchback ECO Car ยอดนิยม Toyota YARIS เครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i สำหรับนักแข่งระดับ Entry
- Hilux REVO One Make Race เร้าใจกับสมรรถนะของรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง เครื่องยนต์ดีเซล
คอมมอนเรล GD Super Power 2,400 ซีซี
- Corolla ALTIS GR Sport One Make Race สนุกสุดเหวี่ยงกับพลังของเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i 1,800 ซีซี และโครงสร้าง TNGA
- Yaris ATIV Lady One Make Race ด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i กับรถ ECO Sedan ที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุด
- ไฮไลท์กิจกรรมในปีนี้
- พิเศษสุด ในปีนี้ ! การแข่งขันในรุ่นพิเศษ สำหรับ Yaris ATIV HEV GR SPORT Challenge Cup เป็นครั้งแรก ! ที่ได้ทั้งนักข่าว Influencer น้องที่ผ่านการคัดเลือกจาก TGR Academy และนักแข่ง Lady ในปีนี้ ได้แก่
- นักข่าว – ทางเพจชื่อดัง CokeyP-โค้ก, Carnest-เจแปน และ แบงค์ Streetmetal
- Influencer – ท็อป ทศพล สุดเทห์ , เส้นด้าย Influencer ชื่อดัง ทางออนไลน์ และ ลีซอ นักฟุตบอลชื่อดังระดับประเทศ สายสปอร์ตที่ท้าทายกับกีฬาความเร็ว เป็นครั้งแรก
- น้องจาก โครงการ TGR Academy –น้องบิว ผู้มี Passion และอยากทำในสิ่งที่รัก
- นักแข่ง Lady OMR – มิย่า ทองเจือ และ ชาช่า รามณรงค์ นักแข่งหน้าใหม่ ที่ปีนี้ ซึ่งจะลงขับ ทั้ง 2 คลาส (ATIV Lady และ Yaris ATIV HEV GR SPORT Challenge Cup)
- Product Showcase การจัดแสดงรถในรุ่นต่างๆ
รถยนต์ไฟฟ้า BEV เพื่อนำเสนอสมรรถนะบนสนามแข่ง สำหรับรถรุ่น bZ4X และ รถกระบะไฟฟ้าTravo-e
4×4 Adventure สนามทดสอบ 4×4 experience ที่จะสร้างประสบการณ์มิติใหม่ไปกับรถโตโยต้า ในตระกูลขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้ทุกคนได้ร่วมขับบนภูเขาจำลองสูงถึง 5 เมตร
GR Performance ตอกย้ำสมรรถนะระดับสูงของรถยนต์ตระกูล GR ในรุ่น GR Yaris, GR Corolla, GR 86 พิเศษ! สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ GR Yaris และ GR Corolla รถพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าได้ทันที
ติดต่อสอบถาม ได้ที่ GR Garage ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ โตโยต้าธนบุรี, โตโยต้ากรุงไทย, โตโยต้าเค.มอเตอร์ส, โตโยต้าริช (เชียงใหม่), โตโยต้าขอนแก่น (ขอนแก่น) และโตโยต้าเพริล์ (ภูเก็ต)
- กิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับลูกค้า GR ได้แก่ GR Track Experience จ.บุรีรัมย์ ,GR Experience ในงานที่จังหวัดภูเก็ตและเชียงใหม่ , GR Exhibition Race, GR 86 Drift Course
- Toyota Star Team (ต่อเนื่องจากปี 2025) น้องมิย่า (ในรุ่น Ativ One Make Race) น้องป๊ายปาย (ในรุ่น Yaris One Make Race) และคุณปังปอนด์ (ในรุ่น Altis GR-S One Make Race) พร้อมสร้างความสนุกและความตื่นเต้น เหมือนเช่นเคย
- Toyota Gazoo Racing Academy สำหรับผู้ที่ผ่านคอร์สอบรม และต้องการก้าวสู่การเป็นนักแข่ง จะได้รับสิทธิพิเศษปีนี้ ฟรีค่าสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน Toyota One Make Race สำหรับผู้เข้าแข่งขันหน้าใหม่
- สัมผัสความสนุกสนาน เร้าใจของ “Toyota Gazoo Racing Thailand 2026” ทั้ง 4 จังหวัด 5 สนาม ทั่วประเทศ
- สนามที่ 1 วันที่ 1-5 กรกฎาคม ชลบุรี
- สนามที่ 2 วันที่ 29-30 สิงหาคม ภูเก็ต
- สนามที่ 3 และ 4 วันที่ 24-27 กันยายน บุรีรัมย์
- สนามที่ 5 (สนามสุดท้าย) วันที่ 21-22 พฤศจิกายน เชียงใหม่
- สร้างความภาคภูมิใจจากความร่วมมือของวิศวกรไทย พัฒนารถสู่การใช้งานจริงกับทางเลือกพลังงานอันหลากหลาย
โตโยต้าเดินหน้าพัฒนายานยนต์ภายใต้สภาพการแข่งขันจริง ร่วมกับวิศวกรไทย จากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด (TMA) ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างเป็นรูปธรรม โดยรถแข่งของโตโยต้าสามารถรองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือก น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และไบโอดีเซล B20 ซึ่งสนับสนุนแนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนและพึ่งพาการใช้แหล่งพลังงานในประเทศ
การนำเชื้อเพลิงทางเลือกมาใช้ในการแข่งขัน ไม่เพียงสะท้อนถึงสมรรถนะและความทนทานของรถยนต์โตโยต้าเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่สามารถต่อยอดจาก “สนามแข่งสู่การใช้งานจริง” ภายใต้วิสัยทัศน์ Carbon Neutral Mobility เพื่อมุ่งสู่สังคมแห่งการเดินทางที่ยั่งยืนในอนาคต
โตโยต้าเชื่อมั่นว่า “มอเตอร์สปอร์ต” ไม่ได้เป็นเพียงสนามแห่งความเร็ว แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี พลังงานทางเลือก และนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อสู่การใช้งานของลูกค้าทั่วไปอย่างแท้จริง
- การพัฒนารถยนต์ HEV ผ่านการส่งรถ เข้าร่วมการแข่งขัน
- Yaris ATIV HEV GR SPORT Challenge Cup เป็นครั้งแรก! ในรูปแบบ Circuit – One Make Race ที่จังหวัดภูเก็ต
- Yaris ATIV HEV ในรูปแบบ มาราธอน รายการ RAAT Thailand Endurance Championship
- Yaris Cross HEV รูปแบบทางฝุ่น รายการ RAAT Thailand Rally Championship
- พัฒนา Hilux Travo เข้าร่วมการแข่งขัน AXCR (Asian Cross Country Rally)
- ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก Carbon Neutral Mobility อย่างต่อเนื่อง โดยส่งรถ Yaris Carbon Neutral Fuel และ Yaris ATIV Carbon Neutral Fuel ลงแข่งขันในรายการ OMR (One Make Race)
พร้อมกันนี้ ยังได้จัดแสดงสมรรถนะของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ผ่านรุ่น bZ4X และ Travo-e เพื่อสะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีแห่งอนาคต
5.มุ่งมั่นยกระดับศักยภาพทีมแข่งและพัฒนารถแข่ง
ปัจจุบันเรายังคงมุ่งยกระดับศักยภาพนักแข่งมืออาชีพผ่านการสนับสนุน “ทีมโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง
ไทยแลนด์ รวมทั้งสิ้น 7 รุ่น ครอบคลุมการแข่งขันในประเภทต่าง ๆ ทั้งสนามเซอร์กิตและแรลลี่ ได้แก่
- การแข่งขันประเภทเซอร์กิต (Circuit)
- Yaris ATIV HEV ครั้งแรกในประเทศไทยที่เข้าร่วมการแข่งขัน RAAT Thailand Endurance Championship
- GR Supra ในรายการ Thailand Super Series (TSS)
- Hilux Champ ในรายการ Thailand Super Series (TSS)
- Yaris ATIV ในรายการ Thailand Super Series (TSS)
- การแข่งขันประเภทแรลลี่ (Rally)
- Hilux Travo ครั้งแรก ในรายการ Asia Cross Country Rally (AXCR)
- Yaris Cross HEV ในรายการ RAAT Thailand Rally Championship
- การแข่งขัน e-Motorsports ชิงแชมป์ประเทศไทย “TOYOTA GAZOO RACING THAILAND ESPORT GT CHAMPIONSHIP 2026” ก้าวสู่เวทีระดับเอเชีย
ส่งเสริมเยาวชนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมกับมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น
กลับมาอีกครั้ง กับการเฟ้นหาสุดยอดนักแข่งเกมส์แข่งรถชื่อดัง Gran Turismo 7 บนเครื่อง Play Station ในรายกาย TOYOTA GAZOO RACING THAILAND ESPORT GT CHAMPIONSHIP 2026 และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมประลองฝีมือในระดับเอเชีย สามารถติดตามและสมัครเข้าร่วมได้ที่ https://www.facebook.com/ToyotaGazooRacingThailand
สานต่อบทบาทมอเตอร์สปอร์ต ผนึกกำลังพันธมิตร
สู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชม แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม ของแต่ละภูมิภาคเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะพัฒนาและต่อยอดบทบาทนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มอเตอร์สปอร์ตเป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
Toyota Gazoo Racing Thailand ขอขอบคุณการกีฬาแห่งประเทศไทย ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ Yokohama , Modellista โดย TCD Asia / LENSO / ARTO / Singha Corporation รวมถึงพันธมิตรใหม่ในปีนี้ ได้แก่ Somboon / Compact / Lamina / และขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนง ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดความสำเร็จและการเติบโตของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ZEEKR PRIMUS เปิดบ้านต้อนรับ ZEEKR CLUB THAILAND ตอกย้ำมาตรฐานบริการสุดพรีเมียม
ZEEKR PRIMUS เปิดบ้านต้อนรับสมาชิก ZEEKR CLUB THAILAND ในงาน X–PERIENCE DAY สัมผัสโชว์รูม–ศูนย์บริการ มาตรฐานระดับพรีเมียม ตอกย้ำความเชื่อมั่นลูกค้า ZEEKR
เมื่อเร็วๆ นี้ ZEEKR PRIMUS ในเครือ PRIMUS GROUP จัดงาน X–PERIENCE DAY เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ แฟลกชิปแห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ ต้อนรับสมาชิก ZEEKR CLUB THAILAND ร่วมสัมผัสประสบการณ์การบริการแบบครบวงจร เพื่อตอกย้ำเชื่อมั่นด้านมาตรฐานการดูแลลูกค้าระดับพรีเมี่ยม และสร้างการรับรู้แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ภายในงาน คณะผู้บริหาร ZEEKR PRIMUS นำโดย นายศราวิช ไชยมังกร รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ PRIMUS GROUP ได้นำเยี่ยมชมพื้นที่ภายในโชว์รูมและศูนย์บริการ พร้อมโชว์เทคโนโลยีการซ่อมบำรุงและดูแลรถยนต์ ZEEKR แบบครบวงจร ด้วยมาตรฐานระดับสูง โดยมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะที่พร้อมให้บริการในทุกด้าน
การจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ZEEKR PRIMUS ในการสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าอย่างแท้จริง เพราะนอกจากรถยนต์ที่มีคุณภาพแล้ว การมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการที่มีศักยภาพ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ ZEEKR ที่เหนือระดับในระยะยาว
นายศราวิชฯ กล่าวว่า “เรามุ่งสร้างความเชื่อมั่นด้านบริการในทุกมิติให้แก่ลูกค้า โดยการออกแบบและพัฒนาให้ ZEEKR HOUSE PRIMUS ราชพฤกษ์ เป็น FLAGSHIP SHOWROOM แห่งสำคัญ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก เพื่อมอบการบริการและดูแลลูกค้ารถยนต์ ZEEKR แบบครบวงจร ทั้งการจำหน่าย อะไหล่แท้ และการบริการหลังการขาย พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่เหนือระดับ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถ ZEEKR ในอนาคต
การเปิดบ้านในครั้งนี้ ทำให้สมาชิก ZEEKR CLUB THAILAND ได้สัมผัสขั้นตอนการทำงานในส่วนต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งช่วยตอกย้ำความมั่นใจได้อย่างดี เพราะเราเชื่อว่า ประสบการณ์ด้านบริการหลังการขาย คือ หัวใจสำคัญของการครอบครองรถยนต์ในระยะยาว”
สำหรับ ZEEKR HOUSE PRIMUS สาขาราชพฤกษ์ นับเป็นหนึ่งในโชว์รูมและศูนย์บริการ ZEEKR ที่ทันสมัยและมีมาตรฐานระดับสูงตาม CI ของบริษัทแม่ ภายใต้การบริหารงานของ PRIMUS GROUP กลุ่มบริษัทที่มีประสบการณ์ในธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม ซึ่งมุ่งมั่งในการยกระดับมาตราฐานการบริการที่เหนือระดับ เพื่อส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้าในทุกช่วงของการใช้งาน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ZEEKR PRIMUS เปิดบ้านต้อนรับ ZEEKR CLUB THAILAND ตอกย้ำมาตรฐานบริการสุดพรีเมียม
ZEEKR PRIMUS เปิดบ้านต้อนรับสมาชิก ZEEKR CLUB THAILAND ในงาน X–PERIENCE DAY สัมผัสโชว์รูม–ศูนย์บริการ มาตรฐานระดับพรีเมียม ตอกย้ำความเชื่อมั่นลูกค้า ZEEKR
เมื่อเร็วๆ นี้ ZEEKR PRIMUS ในเครือ PRIMUS GROUP จัดงาน X–PERIENCE DAY เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ แฟลกชิปแห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ ต้อนรับสมาชิก ZEEKR CLUB THAILAND ร่วมสัมผัสประสบการณ์การบริการแบบครบวงจร เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานการดูแลลูกค้าระดับพรีเมียม และสร้างการรับรู้แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ภายในงาน คณะผู้บริหาร ZEEKR PRIMUS นำโดย นายศราวิช ไชยมังกร รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ PRIMUS GROUP ได้นำเยี่ยมชมพื้นที่ภายในโชว์รูมและศูนย์บริการ พร้อมโชว์เทคโนโลยีการซ่อมบำรุงและดูแลรถยนต์ ZEEKR แบบครบวงจร ด้วยมาตรฐานระดับสูง โดยมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ที่พร้อมให้บริการในทุกด้าน
การจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ZEEKR PRIMUS ในการสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าอย่างแท้จริง เพราะนอกจากรถยนต์ที่มีคุณภาพแล้ว การมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการที่มีศักยภาพ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ ZEEKR ที่เหนือระดับในระยะยาว
นายศราวิชฯ กล่าวว่า “เรามุ่งสร้างความเชื่อมั่นด้านบริการในทุกมิติให้แก่ลูกค้า โดยการออกแบบและพัฒนาให้ ZEEKR HOUSE PRIMUS ราชพฤกษ์ เป็น FLAGSHIP SHOWROOM แห่งสำคัญ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก เพื่อมอบการบริการและดูแลลูกค้ารถยนต์ ZEEKR แบบครบวงจร ทั้งการจำหน่าย อะไหล่แท้ และการบริการหลังการขาย พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่เหนือระดับ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถ ZEEKR ในอนาคต
การเปิดบ้านในครั้งนี้ ทำให้สมาชิก ZEEKR CLUB THAILAND ได้สัมผัสขั้นตอนการทำงานในส่วนต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งช่วยตอกย้ำความมั่นใจได้อย่างดี เพราะเราเชื่อว่า ประสบการณ์ด้านบริการหลังการขาย คือ หัวใจสำคัญของการครอบครองรถยนต์ในระยะยาว”
สำหรับ ZEEKR HOUSE PRIMUS สาขาราชพฤกษ์ นับเป็นหนึ่งในโชว์รูมและศูนย์บริการ ZEEKR ที่ทันสมัยและมีมาตรฐานระดับสูงตาม CI ของบริษัทแม่ ภายใต้การบริหารงานของ PRIMUS GROUP กลุ่มบริษัทที่มีประสบการณ์ในธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ระดับพรีเมียม ซึ่งมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการบริการที่เหนือระดับ เพื่อส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้าในทุกช่วงของการใช้งาน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine



















































































































































































































































