• บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับพันธมิตรภาคีเครือข่าย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศโดยจัดส่งคาราวานรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่ บรรทุกสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

    1 Min Read

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับพันธมิตรภาคีเครือข่าย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศโดยจัดส่งคาราวานรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่ บรรทุกสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย จำกัด บริษัท โตโยต้า ออโต้ เวิคส จำกัด กลุ่มบริษัท เจเทคโตะ (JTEKT) ประเทศไทย ชมรมความร่วมมือโตโยต้า และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า เร่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ร่องมรสุมและปริมาณน้ำสะสม ในพื้นที่จังหวัดสงขลา  จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดสตูล โดยได้ร่วมกันจัดส่งชุดยังชีพจำนวน 1,500 ชุด และข้าวรัชมงคลจำนวน 1,500 กิโลกรัม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

    นอกจากนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดสิงห์บุรี จึงได้สนับสนุนชุดอุปกรณ์ฟื้นฟูจำนวน 1,200 ชุด และข้าวรัชมงคลจำนวน 1,200 กิโลกรัม เพื่อมอบให้แก่ผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ รวมถึงชุมชนใกล้เคียงกับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า โดยได้รับเกียรติจากตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมรับมอบเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

    โตโยต้า ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนไทยในทุกสถานการณ์ เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างกำลังใจให้ผู้ประสบภัยสามารถฟื้นฟูชีวิตให้กลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว ภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ที่มุ่งมั่นสนับสนุนสังคมไทยอย่างต่อเนื่องในทุกวิกฤติ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยโฉม The new CLA ครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 พร้อมมอบข้อเสนอแห่งปี “THE 333 OFFER”

    2 Min Read

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยโฉม The new CLA ครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 พร้อมมอบข้อเสนอแห่งปี “THE 333 OFFER”

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดบูธต้อนรับลูกค้าทุกคนที่มาร่วมงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 (Thailand International Motor Expo 2025) นำทัพด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง “The new CLA” ที่มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2569 ต่อเนื่องด้วยโมเดลระดับตำนาน “G 450 d Edition STRONGER THAN THE 1980s” และเอสยูวีรุ่นพิเศษ “GLA 200 Night Edition” รวมถึงรถยนต์อีกหลากหลายรุ่นพร้อมข้อเสนอแห่งปี “THE 333 OFFER” และของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกหลายรายการ พบกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธหมายเลข A02 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี

    มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นับตั้งแต่ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ สร้างรถยนต์คันแรกของโลกเมื่อปี 2429 และในทุกยุคสมัยที่ผ่านมาของแบรนด์ หัวใจสำคัญในการพัฒนารถยนต์ของเราคือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอยู่เสมอ หรือที่เราเรียกว่า “DEFINING CLASS” ซึ่งในวันนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เผยโฉม The new CLA ที่สื่อสารผ่านคอนเซปต์ “CLASS OF ITS OWN.” เพื่อสะท้อนถึงการเป็นยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นโมเดลที่เข้ามากำหนดมาตรฐานให้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ยุคใหม่ ซึ่งหลังจากการเปิดตัวแบบ World Premiere เมื่อต้นปีที่ผ่านมา The new CLA ได้รับการยอมรับจากสื่อมวลชนชั้นนำและกลุ่มลูกค้าทั่วโลก และในประเทศไทย เรามีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2569 โดยในวันนี้ทาง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนเข้ามาสัมผัส The new CLA ที่งาน Motor Expo 2025 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “CLA Community” ที่พร้อมมอบประสบการณ์ผ่านกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกคน ตลอดปี 2569”

    ภายในบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลูกค้าทุกคนจะได้พบกับยนตรกรรมใหม่ล่าสุดอีก 3 รุ่น ที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เริ่มด้วย The new CLA รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่มาพร้อมแพลตฟอร์ม MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) และแบตเตอรี่ 800V ขนาด 85 kWh ซึ่งมอบระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดถึง 792 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมประกาศราคาจำหน่าย ในช่วงต้นปี 2569 ตามด้วย G 450 d Edition STRONGER THAN THE 1980s โมเดลพิเศษที่พัฒนาขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจมาจาก W460 ในยุค 80 นำเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 3 คัน จาก 460 คันทั่วโลก วางจำหน่ายในราคา 14,180,000 บาท ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งโมเดลเอสยูวียอดนิยมที่มาพร้อมรุ่นพิเศษกับ GLA 200 Night Edition ที่เสริมลุคความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง AMG Line และ Night Package รอบคัน และสีตัวถังแบบ MANUFAKTUR alpine grey solid วางจำหน่ายในราคา 2,580,000 บาท

    ในช่วงของงาน Motor Expo 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้แนะนำแคมเปญ “THE 333 OFFER” ที่ต้องการให้ทุกคนจดจำตัวเลข “3” ซึ่งมาจากการกลับตัวอักษร “E” ของโมเดล E-Class หนึ่งในโมเดลที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบัน E-Class มีสัดส่วนทางการตลาดสูงถึง 50% ของกลุ่มรถยนต์ในเซกเมนต์เดียวกัน โดยแคมเปญดังกล่าวครอบคลุมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 3 รุ่น ได้แก่ E 350 e AMG Dynamic, GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic และ C 350 e AMG Dynamic ซึ่งจะมอบความคุ้มค่าแบบ 3-3-3 ประกอบไปด้วย ค่างวดเริ่มต้นเพียง 33,000 ต่อเดือน* โปรแกรมครอบคลุมการบำรุงรักษา MBSP Easy Care ฟรี 3 ปี* และส่วนลดพิเศษ 3% On-top ของราคาแนะนำรถยนต์ เพื่อใช้สำหรับเงินชำระครั้งแรก** นอกจากนี้ยังมีส่วนลดพิเศษของแต่ละรุ่น โดยมีรายละเอียดดังนี้

    • A 200 AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 330,000 บาท
    • C 220 d AMG Line ส่วนลดสูงสุด 250,000 บาท
    • C 350 e AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท
    • E 350 e Exclusive ส่วนลดสูงสุด 75,000 บาท
    • E 220 d AMG Line ส่วนลดสูงสุด 160,000 บาท
    • E 350 e AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 290,000 บาท
    • GLA 200 AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 260,000 บาท
    • GLC 220 d 4MATIC Avantgarde ส่วนลดสูงสุด 180,000 บาท
    • GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 490,000 บาท
    • GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท

    และสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงาน*** จะได้รับกล้อง Mercedes-Benz Drive Recorder 360° มูลค่า 16,500 บาท* และของสมนาคุณสุดพิเศษ Tumbler Limited Edition ที่ออกแบบโดยศิลปินรุ่นใหม่ทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ “Jeff Aphisit” “Bomfha” และ “MR.HALFMAN”

     สามารถรับข้อเสนอพิเศษเดียวกันกับงาน Motor Expo 2025 ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด เฉพาะรุ่นรถที่ร่วมรายการ

    **ส่วนลด 3% On-top สำหรับลูกค้าเก่าหรือลูกค้าปัจจุบัน บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เข้าเงื่อนไขเท่านั้น • ลูกค้า/ผู้เช่าควรพิจารณาขอสินเชื่อในอัตราเท่าที่จำเป็น และสามารถชำระคืนไหว • อัตราดอกเบี้ยตลอดสัญญาอยู่ระหว่าง 3.58-6.55% ต่อปี
    ***เฉพาะรุ่นรถที่ร่วมรายการ  สำหรับลูกค้าที่จองรถตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม – 10 ธันวาคม 2568 และรับมอบรถภายในวันที่ 29 ธันาวาคม 2568 เท่านั้น


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาสด้าพร้อมก้าวสู่ยุคใหม่กับรถไฟฟ้า THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e เปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package*

    1 Min Read

    มาสด้าพร้อมก้าวสู่ยุคใหม่กับรถไฟฟ้า THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e เปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package*

    มาสด้าประกาศเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความพร้อมปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์และก้าวสู่ยุคใหม่กับอนาคตที่สดใส นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e พร้อมแนวคิด “Electrified Perfection in Oneness” จุดประกายความสมบูรณ์แบบให้เป็นหนึ่งเดียว มั่นใจตอบโจทย์ทุกความต้องการและไขข้อกังวลของลูกค้าให้หมดสิ้นไป นี่คือผลิตภัณฑ์ที่มาสด้าพัฒนาด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ เพื่อให้ได้รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในตลาด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ดีไซน์สง่างามดุจงานศิลปะที่มาสด้าบรรจงสรรสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน พัฒนาร่วมกันโดยทีมวิศวกรของมาสด้าประเทศญี่ปุ่นและยุโรป จนได้มาซึ่งสมรรถนะการขับขี่และเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ เอกลักษณ์อันโดดเด่นของรถยนต์มาสด้า

    มร. โทรุ นากาจิม่า Managing Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ในการบริหารงานเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ได้เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดบูธมาสด้าในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป พร้อมแสดงความมั่นใจต่อการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าครั้งนี้ว่า ประเทศไทย คือตลาดหลักที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการแนะนำรถไฟฟ้า หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในประเทศจีนและยุโรป ทั้งสองตลาดได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง ซึ่งมาสด้าจะเริ่มแนะนำรถยนต์ไฟฟ้าลงสู่ตลาดในประเทศไทย และมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยเช่นกัน

    The All-Electric Mazda6e ได้กำหนดนิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู แบบ NeoFastback สะท้อนแนวคิด New Era of Design and Utility โดยถ่ายทอดเส้นสายอันทรงพลังสไตล์ Fastback ที่เปี่ยมด้วยความสวยงามและความลื่นไหลในการออกแบบตามแนวคิด Kodo-Soul of Motion ที่สำคัญยังคงเอกลักษณ์สมรรถนะในการขับขี่ของรถยนต์มาสด้าไว้ในทุกองค์ประกอบอย่างสมบูรณ์แบบ การแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่รุ่นแรกนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของมาสด้าในการเดินหน้าสู่ยุคการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทย เพื่อนำเสนอทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลายให้กับลูกค้า ควบคู่กับการรักษาคุณค่าและจิตวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์มาสด้าไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ปรัชญาการขับขี่แบบ จินบะ-อิตไต มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ (Joy of Driving) และส่งมอบประสบการณ์ความประทับใจให้กับลูกค้าทั่วโลก

    “ด้วยความมุ่งมั่นและคำมั่นสัญญาของมาสด้าที่จะส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” โดยยึดหลัก “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน และนำมาซึ่ง “ความสุขในการใช้ชีวิต” ให้กับลูกค้าทุกคน เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมรถยนต์ มาสด้าจึงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ Multi-Solution เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั่วโลก ด้วยทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย ทั้ง HEV, PHEV, BEV รวมถึงรถยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดการปล่อยก๊าซ CO₂ เพื่อสนับสนุนการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน” มร. โทรุ นากาจิม่า กล่าวเพิ่มเติม

    นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The All-Electric Mazda6e เป็นมากกว่าเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า เพราะรถไฟฟ้าคันนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอของมาสด้าในทุกมิติ คงไว้ด้วยเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะความสนุกสนานในการขับขี่สไตล์มาสด้า พัฒนาโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ ตามแนวคิด จินบะ-อิตไต มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ให้ความสมดุลและมั่นคงในการขับขี่ ผสานความงดงามตามศิลปะแบบญี่ปุ่น Kodo-Soul of Motion ความสง่างามของการออกแบบรถไฟฟ้ายุคใหม่ โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric เอกลักษณ์เฉพาะมาสด้า พร้อมฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ สปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติตามความเร็วรถ รถรุ่นนี้ยังมอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ตอบสนองฉับไว ราบรื่น และเป็นธรรมชาติ ด้วยระบบช่วงล่างอันลือชื่อ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม.** พร้อม DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที*** ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางท่องเที่ยวในระยะทางไกล”

    อุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ทุกการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นพลังขับเคลื่อนครั้งสำคัญผลักดันให้ผู้ผลิตต่างเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งมาสด้ากำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความหลากหลายของรูปแบบพลังงาน สอดรับต่อความต้องการที่แตกต่างในแต่ละภูมิภาค แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ดีเอ็นเอแบรนด์มาสด้าในทุกยนตรกรรม โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ รถยนต์มาสด้าทุกคัน ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานรูปแบบใดก็ตามจะยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน และสะท้อนจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ไว้อย่างครบถัวน

    “ในปัจจุบัน ลูกค้าชาวไทยให้การยอมรับและตื่นตัวอย่างมากเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม มาสด้าให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด จึงได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสบายใจในการเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของมาสด้า อาทิ โชว์รูมและศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ การบริการหลังการขายที่สะดวกรวดเร็ว ศูนย์กระจายอะไหล่และการสำรองอะไหล่ครบครัน สมรรถนะการขับขี่และระบบช่วงล่าง รูปลักษณ์การออกแบบอันสง่างาม และระยะทางในการขับขี่  ทั้งหมดนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า มาสด้าจะสามารถส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด และพร้อมด้วยสมรรถนะในการขับขี่ (Driving Dynamic) ให้กับลูกค้าชาวไทยและทั่วโลก และนี่คือผลิตภัณฑ์ที่มาสด้าพัฒนาด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ” นายธีร์ กล่าวเสริม

    สำหรับในประเทศไทย วันนี้มาสด้าได้เปิดตัวรถไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจ ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* มูลค่าสูงสุด 70,000 บาท* (จำนวนจำกัด) ก่อนใคร ผ่าน https://www.mazda.co.th/th/mazda6e-pre-register โดยจะได้รับส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท* แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี* และร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” เพื่อแทนคำขอบคุณที่ให้ความสนใจและยินดีเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า

    ลูกค้าที่สนใจสามารถจองรับ Mazda6e Premiere Package* ได้แล้ววันนี้ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ณ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. 68 – 10 ธ.ค. 68 หรือจองผ่านช่องทางออนไลน์ เรียนเชิญสัมผัสประสบการณ์การขายรูปแบบใหม่ผ่าน Mazda Virtual Showroom บน Mazda Official Website ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมกับ The All-Electric Mazda6 ลูกค้าสามารถเลือกจำลองภาพเพื่อดูรถแบบ 360 องศา ทั้งภายนอกและภายในได้ตามต้องการ

    ภายในงานฯ นอกจากการแนะนำรถไฟฟ้ารุ่นแรกแล้ว มาสด้ายังได้นำรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ MAZDA YEAR-END Party รับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* นานสูงสุด 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) 7 ปี* ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า และพิเศษสุดสำหรับลูกค้า Mazda Family และครอบครัว มาสด้ายังมอบบัตรเติมน้ำมันมูลค่าอีก 50,000 บาท*

    หมายเหตุ:

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th
    **อ้างอิงจากผลการทดสอบมาตรฐาน NEDC
    ***อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่และอุณหภูมิแวดล้อม


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • ฮอนด้า เสริมความแข็งแกร่งไลน์อัป e:HEV เปิดตัวรถใหม่หลายเซกเมนต์ นำโดยกลุ่ม SUV ทั้ง CR-V e:HEV ใหม่ และ HuNT Series อัปลุค City e:HEV ในดีไซน์พิเศษ THE BLACK OUTSHINE และเซอร์ไพรส์! การกลับมาของ STEP WGN e:HEV เปิดจองสิทธิ์และจัดแสดงในงาน พร้อมโปรสุดคุ้มส่งท้ายปี ทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    3 Min Read

    ฮอนด้า เสริมความแข็งแกร่งไลน์อัป e:HEV เปิดตัวรถใหม่หลายเซกเมนต์ นำโดยกลุ่ม SUV ทั้ง CR-V e:HEV ใหม่ และ HuNT Series อัปลุค City e:HEV ในดีไซน์พิเศษ THE BLACK OUTSHINE และเซอร์ไพรส์! การกลับมาของ STEP WGN e:HEV เปิดจองสิทธิ์และจัดแสดงในงาน พร้อมโปรสุดคุ้มส่งท้ายปี ทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดเต็มส่งท้ายปี เปิดตัวรถใหม่หลากรุ่น พร้อมยกขบวนรถยนต์ฮอนด้าครบทุกเซกเมนต์และขุมพลัง ให้ลูกค้าได้สัมผัสในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) เปลี่ยนพื้นที่จัดแสดงให้เป็นพื้นที่แห่งการสัมผัสประสบการณ์ที่มีคุณค่า ถ่ายทอดผ่านโซนจัดแสดงต่าง ๆ ที่หลากหลาย ทั้ง Trail Zone สำหรับไลฟ์สไตล์สายลุย Sport Lifestyle Zone อัปลุคสปอร์ตเท่ผ่านดีไซน์ และ Urban Modern Zone สะท้อนลุคพรีเมียม ให้ผู้เข้าชมได้เลือกสัมผัสรถที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ สมรรถนะ รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะทำให้ทุกการเดินทางมีความหมายมากยิ่งขึ้น โดยไฮไลต์ของบูทฮอนด้าภายในงาน ได้แก่

    • ไลน์อัปฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่พร้อมตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น นำโดยไฮไลต์การเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Honda CR-V e:HEV ใหม่ ที่ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย พร้อมทั้งเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานใหม่และอัปเกรดฟีเจอร์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมในหลากรุ่น เพิ่มความคุ้มค่า ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของไฮบริด SUV ขนาดใหญ่ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท
    • เปิดตัวไลน์อัป HuNT Series ชุดแต่ง HuNT แพ็กเกจรอบคันที่นำเสนอในรถ SUV ยอดนิยมของฮอนด้า 2 รุ่น ได้แก่ Honda HR-V e:HEV และ Honda CR-V e:HEV ในโฉมอัปลุคพิเศษรุ่น ‘e:HEV HuNT’สะท้อนตัวตนของเหล่า HuNTSTER ผ่านสไตล์เท่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์สายลุยที่พร้อมออกค้นหาประสบการณ์ในแบบของตัวเองในทุกการเดินทาง
    • เพิ่มทางเลือกให้ไลน์อัป City Series ซิตี้คาร์ยอดนิยม ด้วย Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE รุ่นแต่งพิเศษที่อัปลุคสปอร์ต สะท้อนความเท่และความแอกทีฟอีกขั้น
    • เซอร์ไพรส์พิเศษ! กับการกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่หลายคนรอคอย รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมเผยสเปกและราคาประมาณการ รุ่น e:HEV SPADA 1,7XX,XXX บาท จัดแสดงให้สัมผัสคันจริงเฉพาะในงาน Motor Expo 2025 และเปิดรับจองสิทธิ์ล่วงหน้าทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    โดยทุกรุ่นมาพร้อมขบวนความคุ้มค่าแบบพลัสพลัส จัดใหญ่ส่งท้ายปี กับแคมเปญพิเศษ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX จัดเต็มข้อเสนอที่หลากหลาย** สำหรับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี หรือ Double Smile Plus ผ่อนเบา ดาวน์สบาย รวมถึงรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ** มูลค่า 50,000 – 85,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่วันที่
    1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

    นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการเป็นเจ้าของ ที่ไม่ใช่เพียงการขับขี่ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบายในทุกผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่า และประสบการณ์อันน่าดึงดูดใจตลอดการเป็นเจ้าของ นำโดยไลน์อัป e:HEV ที่ครบครันยิ่งขึ้นด้วยการเปิดตัวรถใหม่หลากรุ่น ก้าวสำคัญนี้คือการปลุกพลังความมีชีวิตชีวาและปลดล็อกอีกขั้นของความตื่นเต้น เพื่อเปลี่ยนทุกโมเมนต์ให้เป็นประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายสำหรับลูกค้าทุกคน”

    ไฮไลต์ไลน์อัปขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV– The EXCITING Hybrid

    New Honda CR-V e:HEV

    Honda CR-V e:HEV ใหม่ ที่มาพร้อมการปรับไลน์อัปเป็นฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับ SUV ไฮบริดสำหรับครอบครัวที่ครบและคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท พร้อมเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ e:HEV HuNT กับดีไซน์อัปลุคสะท้อนไวบ์ที่แตกต่าง และ e:HEV RS ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการลูกค้าอย่างลงตัว มีให้เลือกรวมทั้งหมด 5 รุ่นย่อย โดยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้แก่

    • ใหม่! รุ่น e:HEV E ราคา 1,399,000 บาท
    • รุ่น e:HEV ES ราคา 1,549,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น e:HEV HuNT ราคา 1,599,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น e:HEV RS ราคา 1,659,000 บาท
    • รุ่น e:HEV RS 4WD ราคา 1,729,000 บาท

    จัดเต็มความคุ้มค่าด้วยฟีเจอร์ใหม่! พร้อมทั้งอัปเกรดฟังก์ชันการใช้งานเพิ่มเติมในหลากหลายรุ่น* อาทิ

    • ใหม่! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) ในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่! แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว ในทุกรุ่นย่อย
    • สวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ในทุกรุ่นย่อย ได้แก่ ใหม่! โหมดการขับขี่แบบ Individual โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดการขับขี่แบบปกติ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด
    • ใหม่! เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ ตั้งแต่รุ่น e:HEV ES
    • เพิ่ม! ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ตั้งแต่รุ่น e:HEV ES
    • เพิ่ม! ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
    • เพิ่ม! เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
    • เพิ่ม! ขนาดมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT เป็นขนาด2 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย

    ดีไซน์ปรับลุคทั้งภายนอกและภายใน สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนเฉพาะรุ่นอย่างมีสไตล์ พร้อมทางเลือกสีใหม่! สีเทาเออร์เบิน (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS และ e:HEV RS 4WD)

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda CR-V e:HEV ใหม่ เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (รับรถภายใน 31 มกราคม 2569 สำหรับรุ่น e:HEV HuNT) มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ย 0.99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี**
    • ดอกเบี้ย 1.99%** พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท**

    HuNT Series

    ครั้งแรกกับการอัปดีไซน์รถเอสยูวีรุ่นยอดนิยมของฮอนด้า ทั้ง Honda CR-V e:HEV และ Honda HR-V e:HEV
    สู่ลุคพิเศษในรุ่น e:HEV HuNT ที่สะท้อนตัวตนของเหล่า HuNTSTER ให้รังสรรค์เรื่องราวในสไตล์ของตัวเอง
    สู่ประสบการณ์สุดยูนีค โดดเด่นด้วยดีไซน์เท่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ในทุกการเดินทาง

    ‣ Honda CR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT                  ราคา 1,599,000 บาท

    มาพร้อมไฮไลต์ใหม่! ชุดแต่ง HuNT แพ็กเกจรอบคัน ได้แก่

    • ชุดเสริมหลังคาคู่
    • คิ้วตกแต่งกระจังหน้าสี Glossy Copper
    • กรอบไฟตัดหมอกสี Glossy Copper
    • แผงใต้กันชนหน้า
    • บันไดข้าง
    • คิ้วตกแต่งซุ้มล้อหน้า-หลัง
    • สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
      • สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) ราคา 1,599,000 บาท
      • สีดำคริสตัล (มุก)           ราคา 1,609,000 บาท

    จัดเต็มฟีเจอร์และฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ ที่พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ

    • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI)
    • ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM)
    • แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว
    • สวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ โหมดการขับขี่แบบ Individual โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดการขับขี่แบบปกติ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด
    • เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ
    • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง
    • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง
    • ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key
    • เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด
    • ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
    • หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda CR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 –
    31 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ย 0.99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี**
    • ดอกเบี้ย 1.99%** พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 203,000 บาท**

    ‣ Honda HR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT                  ราคาเริ่มต้น 1,087,000 บาท

    มาพร้อมไฮไลต์

    • กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ พร้อมใหม่! ตกแต่งด้วยคิ้วกระจังหน้าด้านบนสี STARRY SILVER
    • ใหม่! กันชนหน้าสีดำตกแต่งด้วยสี PREMIUM AMBER
    • ใหม่! กันชนหลังสีดำตกแต่งด้วยสี SHARK GREY
    • ใหม่! ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ตกแต่งด้วยสี PREMIUM AMBER
    • ใหม่! กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวส่วนบนตกแต่งด้วยสี STARRY SILVER
    • ใหม่! ภายในห้องโดยสารสีดำและตกแต่งสีกากี มาพร้อมเบาะหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีส้ม
    • สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
      • สีดำคริสตัล (มุก) ราคา 1,087,000 บาท
      • สีขาวแพลทินัม (มุก) ราคา 1,091,000 บาท

    ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ

    • ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close)
    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
    • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมจอแสดงไฟเบรก
    • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
    • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
    • ช่องปรับอากาศ และช่องเชื่อมต่อ USB Type-C สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold
    • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda HR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 –
    11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 152,000 บาท**
    • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี**

    Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE

    ซิตี้คาร์ไฮบริดซีดานที่อัปลุคความสปอร์ตและคาแรกเตอร์ให้โดดเด่นอีกขั้น เพิ่มทางเลือกตอบโจทย์สายมีสไตล์ ผสานเสน่ห์ความลุ่มลึก น่าค้นหา ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ที่เปี่ยมพลัง สะท้อนตัวตนอันชัดเจนของผู้ขับขี่ สู่นิยามใหม่ที่แตกต่างเหนือใคร โดย Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE ราคาเริ่มต้น 735,000 บาท มาพร้อมไฮไลต์

    • ใหม่! กระจังหน้าด้านบนสีดำเงา
    • ใหม่! กระจังหน้าทรงรังผึ้งสไตล์สปอร์ต
    • ใหม่! กระจกมองข้างสีดำ
    • ใหม่! มือจับประตูสีดำ
    • ใหม่! โลโก้ H-mark สีดำ (หน้าและหลัง)
    • ใหม่! โลโก้ City สีดำ
    • ใหม่! ล้ออัลลอยสีดำแบบสปอร์ต ขนาด 16 นิ้ว
    • สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
      • สีดำคริสตัล (มุก)           ราคา 735,000 บาท
      • สีขาวแพลทินัม (มุก) ราคา 739,000 บาท

    ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย มั่นใจทุกการเดินทาง ด้วยหลากหลายฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ อาทิ

    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย
    • ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลังแบบ Type-C 2 ตำแหน่ง
    • ช่องปรับอากาศตอนหลัง
    • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทั้ง 6 ฟังก์ชัน พร้อมไฮไลต์ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
    • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold
    • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท**
    • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท** และ Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับฟรีประกันภัย 2 ปี พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท** และ Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

     

    New Honda STEP WGN e:HEV

    การกลับมาอย่างเป็นทางการของ Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำ ‘Japanese Quality’ มาตรฐานการผลิตคุณภาพสูง พร้อมความมั่นใจด้านบริการหลังการขาย ด้วยความพร้อมของอะไหล่และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ จากเครือข่ายโชว์รูมฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 222 แห่งทั่วประเทศ

    เผยสเปกและราคาประมาณการ**** รุ่น e:HEV SPADA 1,7XX,XXX บาท พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อเป็นเจ้าของ และจัดแสดงให้สัมผัสคันจริงภายในงาน Motor Expo 2025 ที่เดียวเท่านั้น

    จองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใคร! รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท** และฟรีกล้องติดรถยนต์
    หน้า-หลัง
    อุปกรณ์ตกแต่งแท้ของฮอนด้า มูลค่า 5,940 บาท** (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อจองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 พร้อมจองตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 และรับรถภายใน 31 มีนาคม 2569 พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.39%** สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

    Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV SPADA โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังทรงกล่องภายใต้แนวคิด Life Expander BOX พร้อมห้องโดยสารโปร่งโล่ง กว้างขวาง มอบความสะดวกสบายทุกที่นั่ง พร้อมเบาะที่ปรับพับได้หลากหลาย เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว ยกระดับคุณค่าในฐานะพาร์ตเนอร์ที่สร้างโมเมนต์น่าจดจำในทุกการเดินทาง ให้ทุกเจเนอเรชัน STEP ใกล้กันยิ่งขึ้น… ‘WHAT BRINGS US TOGETHER’

    ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ผสานเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่
    ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง
    มอบความสมูทในทุกการขับขี่ มั่นใจทุกการออกตัวโดยไม่ต้องรอรอบ
    ด้วยแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 2,000 รอบต่อนาที ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 18.5 กม./ลิตร*** ครบครันด้วยฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบายและการขับขี่ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ

    • เบาะโดยสารหนังสังเคราะห์แบบ Prime Smooth และเบาะผ้าเทคโนโลยี FABTECH อเนกประสงค์
      ปรับได้หลากหลายรูปแบบ

      • เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman
      • เบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ
    • ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า ซ้าย-ขวา
    • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
    • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri- Zone พร้อมระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
    • ระบบเกียร์ไฟฟ้า
    • ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM พร้อมรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
    • มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว
    • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ได้แก่
    • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
    • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
    • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

    สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่! สีดำทไวไลต์มิสต์ (มุก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) มาพร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ

    นอกจากนี้ ฮอนด้ายังจัดเต็มยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ หลากหลายรุ่น เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสัมผัสได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ทั้งไลน์อัปเทอร์โบ และไลน์อัปพลังงานไฟฟ้า 100%

    ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า A08 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกันทั้งภายในงานฯ และ
    โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
    โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า
    24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand

     

    หมายเหตุ

    *อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

    **เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ 

    ***ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ / ผ่านการรับรองมาตรฐานมลพิษระดับ Euro 6 (มอก. 3017-2563) อัตราประหยัดน้ำมันขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานจริงและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล

    ****ราคาประมาณการยังไม่รวมราคาสีพิเศษ (มุก)


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ชวนคุณพบกับ Volvo XC60 โฉมใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของป่าสนในแถบสแกนดิเนเวีย ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    1 Min Read

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ชวนคุณพบกับ Volvo XC60 โฉมใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของป่าสนในแถบสแกนดิเนเวีย ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย นำโดย คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ (ในภาพ) ประกาศเปิดตัว Volvo XC60 โฉมใหม่ ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 – ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป สานต่อความมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่ และการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนอย่างแท้จริง โดย Volvo XC60 โฉมใหม่นี้ได้รับการพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นผ่านดีไซน์ภายนอก และภายในที่ได้รับการปรับโฉมใหม่, ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้น และเพื่อถ่ายทอดปรัชญาแห่งความสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ผู้คน และธรรมชาติ นอกจากนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยยังได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงรถในปีนี้ให้เป็น ป่าสนจากแรงบันดาลใจจากธรรมชาติในป่าแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่งานจัดแสดงรถได้ถูกนำเสนอด้วยพื้นที่สีเขียวที่ประดับด้วยต้นสน และพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด เพื่อสื่อถึงแนวคิดความยั่งยืน และถ่ายทอดปรัชญาแห่งการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียน ผู้สนใจสามารถสัมผัส Volvo XC60 โฉมใหม่ และความงามของธรรมชาติในแบบสแกนดิเนเวียน ได้ที่บูธวอลโว่ คาร์ หมายเลข A18 ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 1-3

    Volvo XC60 โฉมใหม่ ความงามแห่งการออกแบบ และความลงตัวในการใช้งาน

    Volvo XC60 โฉมใหม่ มาพร้อมกระจังหน้าแนวเฉียงซ้าย และขวา พาดบนตะแกรงตะข่ายพร้อมประดับตราสัญลักษณ์วอลโว่บริเวณกึ่งกลางทำให้ตัวรถแบบ 5 ที่นั่งคันนี้ ดูสะดุดตา, ทันสมัยและมีความพรีเมียมยิ่งกว่าเดิม บริเวณท้ายรถก็ได้รับการปรับโฉมให้กรอบไฟท้ายมีมิติยิ่งขึ้น ด้วยการปรับโทนสีรอบกรอบไฟให้มีความเข้มขึ้นจึงให้มุมมองไฟท้ายที่เป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้ดูลอยตัว เห็นได้เด่นชัดยิ่งกว่าที่เคย Volvo XC60 โฉมใหม่ ยังเปิดตัวพร้อมสีเขียว Forest Lake ซึ่งเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรก

    อัพเกรดการใช้งานด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้น

    ตัวรถมาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ เจนเนอเรชั่นใหม่ จึงให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นกว่าเคยผ่านหน้าจอทัชสกรีนที่ใหญ่ขึ้นขนาด 11.2 นิ้ว จากเดิมขนาด 9 นิ้ว ตั้งอยู่ตำแหน่งกลางคอนโซลหน้าของรถ พร้อมช่วยเสริมประสบการณ์ในการโดยสารด้วยฟีเจอร์ และการแสดงผลบนหน้าจอที่เน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานแอปต่าง ๆ และการอัปเดตแบบ over-the-air รวมถึงรองรับการใช้งานแอปจาก Google built-in ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้นกว่าเท่าตัว และให้การประมวลผลกราฟิกที่เร็วขึ้นถึง 10 เท่า ด้วยพลังการทำงานของชิป Snapdragon Cockpit รุ่นใหม่ล่าสุด

    ความสบายของห้องโดยสารที่มาพร้อมความสุนทรีย์ด้วยระบบเสียงที่ดีที่สุด

    สัมผัสความผ่อนคลายในห้องโดยสารที่เงียบขึ้น พร้อมเบาะที่นั่งที่ได้รับการยอมรับว่านั่งได้สบายตามแบบฉบับของวอลโว่ แล้วดื่มด่ำไปกับการฟังเพลงจากลำโพงที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นลวดลายตาข่าย จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Bowers & Wilkins จำนวน 15 ตัว ที่ให้คุณภาพเสียงระดับ HIFI และพลังขับรวมขนาด 1,410 วัตต์ นอกจากนี้ Volvo XC60 โฉมใหม่ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีฟอกอากาศที่ล้ำสมัยเพื่อดูแลคุณภาพอากาศในรถให้สะอาดอยู่เสมอ

    พลังขับเคลื่อน T8 AWD

    และด้วยคุณสมบัติเด่นของรถปลั๊กอินไฮบริด Volvo XC60 โฉมใหม่ นี้จึงรองรับการขับเคลื่อนทั้งการใช้น้ำมันและพลังไฟฟ้า เครื่องยนต์ T8 มาพร้อมพลังการขับเคลื่อนแบบมอเตอร์คู่ผ่านเครื่องยนต์สี่สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 317 แรงม้า และแรงบิดจากเครื่องยนต์  400 นิวตันเมตร/รอบต่อนาที และเมื่อทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 145 แรงม้า และแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 309 นิวตันเมตร จึงให้กำลังขับรวมสูงสุดถึง 462 แรงม้า และแรงบิด 709 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ภายใน 4.8 วินาที* ระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้ามาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 18.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง จึงให้ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสูงสุดถึง 89 กิโลเมตร*

     

    Volvo XC60 Ultra T8 Plug-in Hybrid Bright โฉมใหม่ เปิดให้จอง และพร้อมส่งมอบแล้ววันนี้ ที่ราคา 3,590,000 บาท

     

    คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ, วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเชีย กล่าวว่า Volvo XC60 เปิดตัวครั้งแรกในปีพ.ศ. 2560    และเป็นรถรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอีกหนึ่งรุ่นของวอลโว่ พิสูจน์ด้วยยอดขายที่มากกว่า 1.5 ล้านคันทั่วโลก และเนื่องจากความเอนกประสงค์ของรถที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับครอบครัวในหลากหลายโอกาส ดีไซน์เรียบหรูในแบบสแกนดิเนเวียนที่มีความร่วมสมัย ความสะดวกสบายของห้องโดยสารที่ได้รับการปรับปรุง อีกทั้งซอฟต์แวร์ของตัวรถที่สามารถอัพเดทเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องผ่านระบบ over-the-air   Volvo XC60 โฉมใหม่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ และโดยสารที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการเปิดตัวรถรุ่นดังกล่าวในวันนี้ยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ วอลโว่ คาร์ ในการนำเสนอพลังการขับขี่แบบไฟฟ้าที่ยังคงมีน้ำมันเป็นแผนสำรอง อันเป็นคุณสมบัติเด่นของรถปลั๊กอินไฮบริด เพื่อรองรับความต้องการ และความพร้อมในการใช้รถไฟฟ้าที่แตกต่างกันออกไปของลูกค้าของเรา”

    สัมผัสธรรมชาติด้วยแรงบันดาลใจจากสแกนดิเนเวีย ที่บูธ วอลโว่ คาร์

    ครั้งแรกในประเทศไทยกับการเนรมิตพื้นที่จัดแสดงรถวอลโว่ ขนาด 731 ตารางเมตร ให้เป็นป่าสนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติของป่าในแถบสแกนดิเนเวียที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสมดุลระหว่างธรรมชาติและนวัตกรรม ที่สามารถอยู่รวมกันอยู่ได้อย่างลงตัว ด้วยฝีมือการออกแบบของนักแสดง และนักออกแบบภูมิทัศน์คนเก่ง – คุณดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ – ที่ได้ออกแบบบูธวอลโว่    ที่งานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้ ให้สะท้อนความสวยงาม สงบ ร่มรื่น ในแบบป่าแถบสแกนดิเนเวีย ผ่านต้นสนที่มีความสูงกว่า 7 เมตร โขดหินประดับมอสและเฟริน และดอกไม้ป่านานาพันธุ์ ที่จัดแต่งเพื่อสื่อถึงความเรียบง่าย อบอุ่น และเชื่อมต่อกับธรรมชาติ  อันเป็นปรัชญาในการออกแบบรถวอลโว่ แบรนด์สัญชาติสวีเดน ที่ความเรียบง่าย และความยั่งยืน สะท้อนถึงคุณค่าและเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

    คุณดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ, นักออกแบบภูมิทัศน์ ผู้ออกแบบบูธ วอลโว่ คาร์ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 กล่าวว่า “ชีวิตของผมส่วนใหญ่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพราะสำหรับผมแล้ว ธรรมชาติคือครูที่สอนให้เราเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของความสมดุล และในทุก ๆ การเดินทางนั้นมันไม่ใช่แค่เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แต่มันคือโอกาสให้เราได้กลับไปรับฟัง เชื่อมต่อกับธรรมชาติที่อยู่รอบตัว ได้ค้นหาแรงบันดาลใจและไอเดียใหม่ ๆ จากความสงบของธรรมชาติ  ผมยังจำการเดินทางไปสวีเดนเมื่อหลายปีก่อนได้ดี ตอนนั้นผมได้ไปเที่ยวป่าสนที่กว้างใหญ่มาก ๆ แห่งหนึ่ง ในความเงียบและสงบนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าสถานที่ที่เงียบที่สุดก็สามารถเล่าเรื่องราวอันทรงพลังได้ ซึ่งประสบการณ์จากในวันนั้นก็เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบป่าสนสแกนดิเนเวียในบูธวอลโว่ที่ทุกคนเห็นกัน ผมอยากพาธรรมชาติเข้ามาอยู่ในพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ เพื่อให้เราทุก ๆ คน ได้มีโอกาสนึกถึงความหมายของการใช้ชีวิต หรือ For Life”

    ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของธรรมชาติ ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสถึงความปลอดภัย, เทคโนโลยีที่ออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นสำคัญ, ดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียน และแนวคิดด้านความยั่งยืน ที่ผสานอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนที่ บูธวอลโว่ หมายเลข A18

    มอบความลงตัวให้ทุกการเดินทาง บนความสมดุลของชีวิตกับรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ Volvo ES90

    นอกจากนี้ บูธวอลโว่ คาร์ ในปีนี้ ยังจัดแสดงรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุด Volvo ES90 ที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่แรกในเอเชีย โดย Volvo ES90 สะท้อนพลังการขับขี่ด้วยสไตล์การออกแบบตัวรถที่ผสานความสง่างามของซีดาน ความเอนกประสงค์ของรถ fastback สมรรถนะการขับขี่และความสะดวกสบายในห้องโดยสารของรถ SUV เข้าไว้ด้วยกันเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในทุก ๆ วันให้ปลอดภัยและรื่นรมย์ในทุกเส้นทาง ตัวรถผลิตขึ้นบนแพลตฟอร์ม SPA2 พร้อมชิปประมวลผลคอร์คอมพิ้วติ้ง NVIDIA DRIVE AGX Orin แบบคู่ ที่เสริมประสิทธิภาพให้แก่ระบบช่วยเหลือในการขับขี่ และฟีเจอร์ความปลอดภัยในรถ Volvo ES90 ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 800 วัตต์ ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 755 กิโลเมตร*ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ดีไซนการออกแบบในแบบสแกนดิเนเวียน ความเรียบหรูของห้องโดยสาร และเทคโนโลยีภายในรถที่ออกแบบโดยมีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ทำให้ Volvo ES90 คือรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของความทันสมัย ความสวยงาม ความปลอดภัย และช่วยสร้างความยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อม

    สิทธิประโยชน์**สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    ภายในงาน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้เตรียมสิทธิประโยชน์รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 700,000 บาท** สำหรับรถไฟฟ้าบางรุ่น และสิทธิประโยชน์รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 600,000 บาท**สำหรับรถปลั๊กอินไฮบริดบางรุ่น โดยในงานมีรถไฟฟ้าที่นำมาจัดแสดงได้แก่ รุ่น Volvo EX90, ES90, EC40, EX40 และ EX30 นอกจากนี้ยังมี รถปลั๊กอินไฮบริดสำหรับผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้าที่มาพร้อมแผนสำรองในรุ่น new Volvo XC90 และ XC60 ทั้งโฉมเดิม และโฉมใหม่  มาจัดแสดงผู้สนใจสามารถชมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ พร้อมสอบถามสิทธิประโยชน์**ในงานที่มีให้เลือกมากมาย อาทิ

    • ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นเวลาสูงสุด 3 ปี
    • ฟรี บริการหลังการขาย รวมถึง บริการรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 ปี, บริการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
    • ฟรี เครื่องชาร์จไฟแบตเตอรี่แรงดันสูงแบบติดผนัง พร้อมรับประกันอายุการใช้งาน 1 ปี และฟรีบริการตรวจสภาพระบบไฟฟ้าและติดตั้ง

    ร่วมสัมผัส นวัตกรรมจาก วอลโว่ คาร์ ที่ผสานความปลอดภัย ความยั่งยืน และดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียน ได้ที่บูธ วอลโว่ คาร์ หมายเลข A18 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568

    หมายเหตุ:

    *อ้างอิงผลการทดสอบที่ได้รับจากห้องปฏิบัติการภายใต้สภาวะที่มีการควบคุมเพื่อใช้ยื่นขอ ECO Sticker ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ผลจากการใช้งานจริงอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อุณหภูมิแวดล้อม ลักษณะการขับขี่ จำนวนผู้โดยสารในรถ เป็นต้น
    **รายละเอียดเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับข้อเสนอ เข้าไปที่  https://www.volvocars.com/th-th/l/offers/

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่

    Websitewww.volvocars.com/th
    Facebookhttps://www.facebook.com/volvocarsth
    Youtubehttps://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
    LINEhttps://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

    เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446

    สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เปิดโอกาสให้ทดสอบสมรรถนะรถจักรยานยนต์พร้อมสัมผัสเทคโนโลยี ‘Honda E-Clutch’ และ ‘Honda DCT‘ ในงาน Motor Expo 2025 วันที่ 28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2568

    1 Min Read

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เปิดโอกาสให้ทดสอบสมรรถนะรถจักรยานยนต์พร้อมสัมผัสเทคโนโลยี ‘Honda E-Clutch’ และ ‘Honda DCT‘ ในงาน Motor Expo 2025 วันที่ 28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2568

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เชิญชวนลูกค้ามาสัมผัสเทคโนโลยีจากฮอนด้า Honda E-Clutch และ Honda DCT ในกิจกรรม Honda BigBike Test Ride ที่ยกทัพรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ทุกรุ่น มาให้ลูกค้าได้ทดลองขี่กันอย่างเร้าใจ รวมถึงรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่ รวมถึงรุ่นไฮไลต์ในคลาส 750series ไม่ว่าจะเป็น New Honda X-ADV และ New Honda FORZA750 สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เปิดให้ร่วมทดสอบ ฟรี! ตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) ณ ลาน Aktiv Square อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี

    กิจกรรม Honda BigBike Test Ride เปิดให้ทดลองขี่และสัมผัสรถจริงของฮอนด้าบิ๊กไบค์ทุกรุ่น ทั้ง ระบบ Honda E-Clutch และ Honda DCT รวมถึงรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์รุ่นใหม่ทุกรุ่น และรุ่นไฮไลต์อย่าง New Honda X-ADV และ New Honda FORZA750 ที่พร้อมเผยสมรรถนะอันโดดเด่นให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ที่ลาน Aktiv Square อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี โดยมีรอบทดลองขี่ดังนี้

    • วันเสาร์ – อาทิตย์ เริ่มเวลา 11:00 น. ถึง 18:00 น. (14 รอบต่อวัน)
    • วันจันทร์ – ศุกร์ เริ่มเวลา 12:00 น. ถึง 18:00 น. (12 รอบต่อวัน)

    ผู้เข้าร่วมต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน และ ใบขับขี่มาเพื่อลงทะเบียนที่หน้างาน สวมชุดเสื้อคลุมแขนยาว รองเท้าผ้าใบหรือหุ้มข้อ และกางเกงขายาวเพื่อทดลองขับขี่อย่างปลอดภัย อีกทั้งยังมีบริการรถรับ-ส่งด้วย Honda EV สะดวกสบายทั้งไป และกลับ สามารถเข้าทดลองขับขี่ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้เข้าร่วมทดลองขี่จะยังได้รับกระเป๋า Special Gift จาก Honda พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษก่อนใครในงานนี้ ได้แก่

    • ฟรี! Gift Voucher สูงสุดกว่า 50,000 บาท*
    • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 สูงสุด 2 ปี*
    • ฟรี! HSP สูงสุด 3 ปี* พร้อมทะเบียน และ พ.ร.บ.*

    สามารถลงทะเบียนและติดตามรายละเอียดการเข้าร่วม ผ่านการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My Honda Moto ​

    หรือลงทะเบียนที่ : https://bit.ly/47YeTMA
    จุดรับส่ง Honda EV : https://maps.app.goo.gl/9iQV5FDKP9otA3Qz7
    สถานที่ลาน Aktive Square : https://https://maps.app.goo.gl/gMXKj9wnFVhZbCtm8

    สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH/

    #HondaBigBikeRideAndRush #HondaTestRide #HondaEClutch #HondaDCT #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • “ชี้ชะตา!  “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง” จัดใหญ่ที่ไทย สนามปิดท้ายฤดูกาล 2025 จัดเต็มความเดือด 4 รุ่น 2 เรซ 5-7 ธ.ค.นี้

    1 Min Read

    “ชี้ชะตา!  “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง” จัดใหญ่ที่ไทย สนามปิดท้ายฤดูกาล 2025 จัดเต็มความเดือด 4 รุ่น 2 เรซ 5-7 ธ.ค.นี้

    ประเทศไทยเตรียมเปิดบ้าน ในฐานะเจ้าภาพศึกสองล้อรายการที่ใหญ่ที่สุดของทวีป รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2025 สนามที่ 6 ชิงดำตำแหน่งแชมป์ประจำฤดูกาลใน 4 รุ่น ขณะ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ควง “ตี” อนุภาพ ซามูล นำทัพนักบิดไทยลงชิงชัย ระหว่างวันที่ 5-7 ธันวาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ด้านบอสใหญ่-ตนัยศิริ พร้อมต้อนรับดาวบิดดังเอเชีย-ทั่วโลก และถือเป็นงานใหญ่ทิ้งทวนก่อนรองรับศึกโมโตจีพีในฤดูกาล 2026 ต้นปีหน้า พร้อมนำทัพคนดังร่วมสร้างสีสัน นำโดย โอม-ภวัต, เจแปน ภาณุพรรณ, นาย เดอะ คอมเมเดี้ยน และ โดโรธี เพ็ทโซลด์ ฯลฯ

    การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2025 เตรียมเปิดฉากสนามสุดท้าย ซึ่งถือเป็นศึกตัดสินแชมป์ประจำปีอย่างเป็นทางการ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในระหว่างวันที่ 5-7 ธันวาคม 2568 พร้อมพิธีฉลองแชมป์สุดยิ่งใหญ่ โดยมีนักบิดจากทั่วโลก อาทิ ออสเตรเลีย, เยอรมนี, สเปน, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, ไทย, เวียดนาม, จีน, สิงคโปร์ ฯลฯ สถานการณ์คะแนนสะสมที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดตลอดฤดูกาล ส่งผลให้การตัดสินแชมป์ในสนามนี้ สนุกเร้าใจในทุกรุ่น ทุกรอบ และทุกโค้ง เพื่อครองบัลลังก์เจ้าความเร็วแห่งทวีป

    ไฮไลต์ของสนามสุดท้ายคือการลุ้นแชมป์ของทัพนักบิดไทยให้คว้าชัยชนะในบ้านเกิด รวมถึงการคว้าแชมป์เอเชียในฤดูกาลนี้ด้วย โดยเฉพาะรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดขวัญใจชาวไทย เป็นจ่าฝูงในตารางคะแนนสะสม และกำลังไล่ล่าตำแหน่งแชมป์ประจำฤดูกาลในบ้านเกิด โดยมีทั้งสิ้น 152 คะแนน  ขณะที่ ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพี ชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม มี 148 คะแนน ตามด้วย เคโตะ อาเบะ นักบิดดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก เอสดีจี-ฮาร์ค โปร ฮอนด้า ฟิลิปปินส์ มี 141 คะแนน

    อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในสนามนี้จะไร้ชื่อของ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ดีกรีอดีตแชมป์เอเชีย ในคลาส เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี และ ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เนื่องจากทีมแข่งต้นสังกัด เอวัน เอนเนอร์จี บีเอ็มดับเบิลยู เรซซิ่ง ทีม ได้ประกาศถอนตัวอย่างเป็นทางการจากการแข่งขันสนามที่ 6 แล้ว ด้วยเหตุผลด้านการบริหารทีม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาล 2026

    ส่วนในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) โมฮัมเหม็ด อะเดนันดา พูตร้า นักบิดอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม เป็นผู้นำในตารางคะแนนมี 152 แต้ม  อันดับ 2 คาสม่า ดาเนียล คาสมายูดิน ชาวมาเลเซีย จากฮง หลง ยามาฮ่า เรซซิ่ง มี 144 คะแนน อันดับ 3 “ตี” อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ มี 131 คะแนน

    รุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี (AP250) ฟาดิลลาห์ อาร์บี อะดิทาม่า ดาวรุ่งชาวอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม ทำผลงานยอดเยี่ยม ครองจ่าฝูงมี 177 คะแนน ตามด้วย อิซาม อิกมัล นักบิดมาเลเซีย มี 135 คะแนน และ มูร็อบบิล วิโตนี่ นักบิดอินโดนีเซีย จาก ยามาฮ่า แอลเอฟเอ็น เอชพี 969 อินโดนีเซีย เรซซิ่งทีม 122 คะแนน ส่วน “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ดาวรุ่งชาวไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม คะแนนเป็นอันดับ 4 มี 118 คะแนน

    ขณะเดียวกันสถานการณ์การแข่งขันรุ่นนี้ระอุขึ้น จากการมาของ ฮัมเบอร์โต ไมเออร์ นักบิดชาวบราซิล ดีกรีเวิลด์ซูเปอร์สปอร์ต ได้ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันสนามนี้ ด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ด ให้กับทีม ที.วาย. แอนทาเรส เรซซิ่ง ทีม ใน รุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี (AP250) ถือเป็นการยกระดับความเข้มข้น ขึ้นไปอีกขั้น และสร้างความท้าทายให้กับนักบิดแถวหน้าของเอเชียอย่างแน่นอน

    รุ่น อันเดอร์โบน 150 ซีซี จ่าฝูงเป็นนักบิดอินโดนีเซีย 2 คนได้แก่  ฮุสนี ไซนุล ฟูอัดซี จากซีเอียร์ แอลเอฟเอ็น เอชพี 969 เอ็มซีอาร์ อาร์บีที 34 มีคะแนนสูงถึง 202 คะแนน ตามด้วยนักบิดร่วมชาติ ฟาห์มี บาซาม จาก ยามาฮ่า แอลเอฟเอ็น เอชพี 969 อินโดนีเซีย เรซซิ่ง ทีม มี 140 คะแนน และ อาฟิฟ อัมรัน นักบิดมาเลเซีย จาก พิทส์ไบค์ ซูเปอร์ฟาสต์ เจอาร์ที ราปีโด เรซซิ่ง ทีม 125 คะแนน

    ด้านนายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวถึงความพร้อมว่า สนามช้างฯ พร้อมเต็มที่ 100% ที่จะต้อนรับดาวบิดดังจากทั่วโลก ซึ่งสนามสุดท้ายนี้ ไม่เพียงแต่เป็นศึกตัดสินแชมป์เอเชียเท่านั้น แต่ยังถือเป็น งานใหญ่ระดับนานาชาติครั้งสำคัญทิ้งทวนก่อนที่เราจะเข้าสู่ฤดูกาล 2026 เพื่อรองรับศึกโมโตจีพี ในช่วงต้นปีหน้า ที่จะมาเปิดฤดูกาลในประเทศไทย

    “ปีนี้เป็นปีที่นักบิดไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ ‘ชิพ’ นครินทร์ ที่นำจ่าฝูงในรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี และ ‘ตี’ อนุภาพ ที่มีลุ้นโพเดียมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี การลุ้นแชมป์ที่บ้านเรานั้นมีความหมายอย่างยิ่งต่อวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ขอเชิญชวนแฟน ๆ มาเป็นส่วนหนึ่งของสุดสัปดาห์สำคัญ ที่จะตัดสินตำแหน่งแชมป์ทั้ง 4 รุ่น พร้อมทั้งเชียร์นักแข่งไทยของเราคว้าชัยบนบ้านเกิด”

    นอกจากนี้ยังมีทัพคนดังร่วมสร้างสีสันนำโดย โอม-ภวัต จิต์สว่างดี พระเอกขวัญใจวัยรุ่นที่ฐานแฟนคลับหลายล้านคนทั่วโลก, เจแปน-ภาณุพรรณ จันทนะวงษ์ นักแสดงและยูทูบเบอร์หนุ่มอารมณ์ดีหรือที่รู้จักกันในชื่อเจแปนหกฉาก , นาย เดอะ คอมเมเดี้ยน และ โดโรธี เพ็ทโซลด์ นางแบบและอินฟลูเอ็นเซอร์ ฯลฯ

    ทั้งนี้ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2025 สนามที่ 6 จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม ก่อนจะควอลิฟาย เพื่อจัดอันดับสตาร์ตในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม ตามด้วยการแข่งขัน เรซที่ 1 ตั้งแต่เวลา 12.35 น. เป็นต้นไป ส่วนวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม จะเป็นการดวลในเรซที่ 2 ตัดสินแชมป์เอเชีย ตั้งแต่เวลา 12.35 น. เป็นต้นไป

    ส่วนกิจกรรมพิตวอล์ค วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม จัดเต็มอื่มจุใจ 1 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่เวลา 11.00-12.00 น. เปิดโอกาสให้แฟนความเร็วได้ร่วมกระทบไหล่นักบิดดาวดังจากทั่วโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมพริตตี้แสนสวยประจำทีมแข่งต่างๆ รับของที่ระลึก ร่วมสนุกรับของพรีเมียมจากนักแข่งที่ชื่นชอบ อาทิ สติ๊กเกอร์, โปสเตอร์, พวงกุญแจ, พัด, ร่ม, ถุงผ้า, เสื้อ, หมวก ฯลฯ บัตรชมการแข่งขันทุกประเภทร่วมกิจกรรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

    แฟนชาวไทยซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ allticket หรือซื้อบัตรหน้างาน สามารถซื้อบัตรได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้างาน 2 จุด ที่ทางขึ้น Grand Stand ฝั่งทิศตะวันตก (Paddock B) และบริเวณโดมแก้ว

    บัตร VIP 1,000 บาท/1 วัน และ 1,500 บาท/2 วัน บัตร GRANDSTAND 200 บาท/1 วันและ 300 บาท/2 วัน  มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ บัตรชมการแข่งขันโมโตจีพี 2026 ในกิจกรรม “Chang Int’s Friend Pass” ไม่ว่าจะเป็นบัตร VIP โค้ง 12 และบัตร Paddock Pass + Official Guide Tour (Paddock Raffle) และบัตร PIT Lane Walk

    รับชมถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV HD 36 หรือรับชมทางออนไลน์ได้ที่เพจ และยูทูป PPTV Sports หรือเพจ Asia Road Racing Championship และ Chang Circuit Buriram


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ แบงค็อก ต้อนรับเฟสทีฟซีซั่น ส่งท้ายงาน Year-End Extraordinary Showcase กับทัพโมเดลใหม่ พร้อมกิจกรรมทดลองขับ เติมเต็มโมเมนต์สุขในช่วงเวลาพิเศษ

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก ต้อนรับเฟสทีฟซีซั่น ส่งท้ายงาน Year-End Extraordinary Showcase กับทัพโมเดลใหม่ พร้อมกิจกรรมทดลองขับ เติมเต็มโมเมนต์สุขในช่วงเวลาพิเศษ

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ต้อนรับฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองในเทศกาลแห่งความสุขด้วยงาน Year-End Extraordinary Showcase โชว์เคสสุดท้ายของปีที่มาพร้อมกับการเผยโฉมของทัพยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดแบบครบทุกเซกต์เมนต์ในรุ่น Continental GT, Flying Spur, และ Bentayga Hybrid พร้อมกิจกรรมทดลองขับยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมอย่าง Bentayga Hybrid ที่จะมาเติมเต็มโมเมนต์สุขในช่วงเวลาพิเศษนี้ โดยผู้ที่ทดลองขับทุกท่านจะได้รับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเบนท์ลีย์ แบงค็อก สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จัดราคาข้อเสนอพิเศษในรุ่น Bentayga Hybrid พร้อมส่งมอบ 3 คันสุดท้าย ราคาเริ่มต้นที่ 13.XX ล้านบาท* พร้อมมอบ Final Extraordinary Offers ดีลมูลค่าสูงส่งท้ายปีสำหรับการสั่งจองรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่น Bentayga Hybrid ที่ออกรถภายในปีนี้ ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ก่อนการปรับราคาขึ้นตามโครงสร้างภาษีใหม่ในปี 2569 โดยงานฯ จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ณ โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ อาคาร ซีทีไอ ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ ผู้สนใจร่วมงานฯ สามารถติดต่อสำรองเวลาเข้าร่วมงานได้ที่เบนท์ลีย์ แบงค็อก โทร. 080-925-9999

    ภายในงานฯ ผู้เข้าร่วมงานจะได้มีโอกาสทดลองขับ Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ระดับ Ultra Luxury เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 แบบไฮบริด (PHEV) ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพและสมรรถนะในการขับขี่ที่โดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์ โดยผู้สนใจทดลองขับยังได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมจากเทคโนโลยีความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารที่ผสานเข้ากับสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ได้อย่างลงตัว พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ Urban Lifestyle ได้อย่างอิสระด้วยพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้ากว่า 40 กิโลเมตร (EV Mode) อีกทั้ง ผู้ร่วมงานยังจะได้ยลโฉมยนตรกรรมในรุ่นย่อย Azure ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่เน้นการตกแต่งภายนอกและภายในห้องโดยสารที่หรูหราและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีความสะดวกสบายภายในห้องโดสารอย่าง Five Seat Comfort Specification และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อันล้ำสมัย โดยนอกเหนือจากยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังจัดแสดงยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตอย่าง New Continental GT และ รุ่น New Flying Spur สุดยอดแกรนด์ ทัวเรอร์สมรรถนะสูงโฉมใหม่ ทรงสมรรถนะที่สุดด้วยขุมพลังเครื่องยนต์แบบ High Performance V8 Hybrid ขนาด 4.0 ลิตร วิวัฒนาการล่าสุดที่จะทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลังเพื่อส่งมอบพละกำลังกว่า 680 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 930 นิวตันเมตร ซึ่งสุดยอดยนตรกรรมทั้ง 3 รุ่นนี้ได้นิยามความเป็น Everyday Supercar ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ที่เน้นสมรรถนะ พร้อมนำเสนอการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างพละกำลังอันมหาศาล เสถียรภาพและความคล่องตัว การออกแบบที่ประณีต และงานฝีมืออันงดงามได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำค่านิยมที่สะท้อนภาพลักษณ์ความหรูหราอันเต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับทุกไลฟ์สไตล์

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด พร้อมส่งมอบรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga Hybrid ทันทีกับสต็อกเฉดสีและออปชันที่ครบครันและครอบคลุมทุกความต้องการกับราคาที่ดีที่สุด 3 คันสุดท้าย เริ่มต้นที่ 13.XX ล้านบาท* พร้อมมอบ ‘Final Extraordinary Offers’ ข้อเสนอทางการเงินมูลค่าสูงสำหรับผู้สั่งจอง Bentayga Hybrid และออกรถภายในปีนี้ก่อนการปรับราคาขึ้นเพื่อตอบรับโครงสร้างภาษีใหม่ ปี 2569 และเหนือกว่าด้วยเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานและบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต สูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะเมื่อเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น

    สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาร่วมงานได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • PTG ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก เดินหน้าลดฝุ่น PM2.5 ในโครงการ “ร่วมทาง ร่วมใจ ลดฝุ่น PM2.5” เพื่อยกระดับมาตรการลดการปล่อยมลพิษจากภาคการขนส่ง

    1 Min Read

    PTG ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก เดินหน้าลดฝุ่น PM2.5 ในโครงการ “ร่วมทาง ร่วมใจ ลดฝุ่น PM2.5” เพื่อยกระดับมาตรการลดการปล่อยมลพิษจากภาคการขนส่ง

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “ร่วมทาง ร่วมใจ ลดฝุ่น PM2.5” เพื่อยกระดับการควบคุมมลพิษจากยานพาหนะ โดยคณะผู้บริหารได้ตรวจแถวบูรณาการการปฏิบัติงานตรวจควันดำ เยี่ยมชมศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 พร้อมชมการสาธิตกระบวนการตรวจวัดควันดำและการพ่นป้าย “ห้ามใช้” รวมถึงจุดบูรณาการของหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กองบังคับการตำรวจจราจร กรมควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานคร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ ออโต้แบคส์ ประเทศไทย (Autobacs Thailand) ณ อาคารศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการขนส่งทางถนน เมื่อเร็ว ๆ นี้

    ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม ภายใต้การกำกับของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบขนส่งทางถนนบูรณาการความร่วมมือ เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติ ทั้งด้านการบำรุงรักษารถเพื่อลดควันดำ การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า รวมถึงการส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดงาน โดยมี รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุก เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    ในส่วนของภาคเอกชน ออโต้แบคส์ ประเทศไทย (Autobacs Thailand) ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร มาตรฐานจากญี่ปุ่น ในกลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ได้ร่วมสนับสนุนแคมเปญดูแลรถยนต์เพื่อลดควันดำและฝุ่น PM2.5 โดยมอบสิทธิประโยชน์ให้ประชาชน ดังนี้

    • บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ
    • ฟรี อบโอโซนฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสาร (มูลค่า 400 บาท)
    • ฟรี กรองแอร์ Flomax (มูลค่า 350 บาท) เมื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง PT Maxnitron ณ ศูนย์บริการรถยนต์ ออโต้แบคส์ ทุกสาขา
    • บริการล้างแอร์ป้องกันฝุ่น 5 ราคาพิเศษ 1,390 บาท (จากปกติ 1,990 บาท)
    • โปรโมชั่นพิเศษ ณ ศูนย์บริการรถยนต์ ออโต้แบคส์ ทุกสาขา

    นายชัยทัศน์ วันชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามออโต้แบคส์ จำกัด (ขวา) สนับสนุนสินค้าน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ PT Maxnitron ให้แก่ ดร.ธนภัทร แสงจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กลาง)

    นอกจากนี้ PTG ยังได้สนับสนุนสินค้าน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ PT Maxnitron ให้แก่ศูนย์อาชีวะอาสา (Fix it Center) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้กับประชาชนฟรี รวมมูลค่า 117,600 บาท อีกด้วย ซึ่งบริการต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้ยานพาหนะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยมลพิษ และสนับสนุนคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น

    ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการลดปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเน้นการบำรุงรักษารถอย่างถูกต้อง ซึ่งการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองตามระยะสามารถช่วยลดควันดำได้มากกว่า 50% ทั้งนี้ PTG พร้อมเดินหน้าร่วมกับภาครัฐและภาคีทุกภาคส่วนในการสนับสนุนมาตรการลดมลพิษทางอากาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งของประเทศอย่างยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 10 จังหวัดภาคใต้ จัดบริการตรวจเช็ก–ซ่อมรถจักรยานยนต์ ฟรี วันนี้-31 ธันวาคมนี้ ครอบคลุมเครือข่าย Wing Center, Honda BigWing และ CUB House

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 10 จังหวัดภาคใต้ จัดบริการตรวจเช็ก–ซ่อมรถจักรยานยนต์ ฟรี วันนี้-31 ธันวาคมนี้ ครอบคลุมเครือข่าย Wing Center, Honda BigWing และ CUB House

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ภายใต้โครงการ “ไทยฮอนด้าร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม” โดยจัดให้บริการตรวจเช็กและซ่อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ เครือข่ายร้านผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ ครอบคลุมทั้ง Honda Wing Center, ศูนย์บริการ Honda BigWing และ ร้าน CUB House ใน 10 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน และช่วยให้ผู้ใช้รถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

    การช่วยเหลือครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ใน 10 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี, กระบี่, นครศรีธรรมราช, ตรัง, พัทลุง, สตูล, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส โดยประชาชนสามารถนำรถที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเข้ารับบริการฟรี ประกอบด้วย

    • ตรวจเช็กสภาพรถ 10 รายการ ได้แก่ เครื่องยนต์, ระบบส่งกำลัง, ระบบระบายความร้อน, ระบบเชื้อเพลิง, คลัตช์, ระบบรองรับน้ำหนัก, ระบบเบรก, ระบบไฟฟ้า, ขาตั้งข้าง/ขาตั้งกลาง และล้อ–ยาง (ตามมาตรฐานไทยฮอนด้า)
    • เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
    • เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเฟืองท้าย

    สำหรับรถฮอนด้าบิ๊กไบค์ ให้บริการตรวจเช็ก–ซ่อมฟรี ได้ที่ศูนย์บริการ Honda BigWing ร้านที่เข้าร่วม ได้แก่
    • บริษัท บ้านดอนปิยะบิ๊กไบค์ จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    • บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด จังหวัดสงขลา

    สำหรับรถจักรยานยนต์ CUB House ให้บริการตรวจเช็ก–ซ่อมฟรี รองรับผู้ใช้รถที่ได้รับผลกระทบในกลุ่มคัสตอม–ลิฟสไตล์ ได้ที่ร้านผู้จำหน่าย CUB House ได้แก่
    • บริษัท บ้านดอนปิยะกลการ จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    • บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด จังหวัดสงขลา

    เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ณ เครือข่ายผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมในแต่ละพื้นที่

    ไทยฮอนด้า ยังคงมุ่งมั่นยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องชาวใต้ในทุกสถานการณ์ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจาก Wing Center, Honda BigWing และ CUB House พร้อมให้การดูแลอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจอีกครั้ง ไทยฮอนด้าขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้อย่างปลอดภัยโดยเร็ว

    ติดตามรายละเอียดการให้บริการได้ที่
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
    IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #ไทยฮอนด้า #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย #ไทยฮอนด้าร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม  #ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaBigBike #CUBHouse #CUBHousebyHonda #HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda  #ช่วยน้ำท่วม #น้ำท่วมภาคใต้


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment