• โตโยต้าติดอันดับ Top 10 ใน YouGov Best Brand Rankings 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระดับสากล พร้อมเดินหน้าสร้างความไว้วางใจและคุณค่าให้แก่สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

    1 Min Read

    โตโยต้าติดอันดับ Top 10 ใน YouGov Best Brand Rankings 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระดับสากล พร้อมเดินหน้าสร้างความไว้วางใจและคุณค่าให้แก่สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รับมอบรางวัลเนื่องในโอกาสที่ แบรนด์โตโยต้าได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Top 10 ของ YouGov Best Brand Rankings 2026 ซึ่งจัดทำโดย YouGov บริษัทวิจัยข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคระดับสากลจากสหราชอาณาจักร โดยมี คุณสิริวิทย์ ปรีชาศุทธิ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวางแผนองค์กร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้แทนบริษัทในการรับมอบรางวัลจาก YouGov เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

    YouGov Best Brand Rankings เป็นการจัดอันดับที่สะท้อนภาพลักษณ์และความแข็งแกร่งของแบรนด์ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก YouGov Brand Index ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นและมุมมองของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และประเมินจากปัจจัยสำคัญ อาทิ คุณภาพ ความคุ้มค่า ความพึงพอใจ การแนะนำต่อ และชื่อเสียงของแบรนด์

    การที่โตโยต้าได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Top 10 ของปี 2026 และเป็นแบรนด์รถยนต์เพียงแบรนด์เดียวที่ปรากฏอยู่ใน Top 10 ของการจัดอันดับระดับโลกในปีนี้ นับเป็นอีกหนึ่งการยอมรับถึงความแข็งแกร่งของ   แบรนด์โตโยต้า และความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ในระดับสากล

    สำหรับประเทศไทย โตโยต้าให้ความสำคัญกับการสร้างและรักษาความไว้วางใจของลูกค้าและสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์สู่การเป็น Mobility Company และการนำเสนอโซลูชันการเดินทางที่หลากหลายภายใต้แนวทาง Multi-Pathway

    ขณะเดียวกัน โตโยต้ายังคงมุ่งสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมไทยในหลากหลายมิติ ทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิต การส่งเสริมการศึกษา การพัฒนาชุมชน ความปลอดภัยบนท้องถนน และการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยความร่วมมือกับลูกค้า ผู้แทนจำหน่าย คู่ค้า ชุมชน ภาครัฐ และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืน

    การได้รับการยอมรับในระดับสากลครั้งนี้ จึงเป็นทั้งความภาคภูมิใจและแรงผลักดันให้โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เดินหน้ามีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ ผ่านการสร้างความไว้วางใจ ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า และสร้างคุณค่าให้แก่สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • TOYOTA GAZOO Racing Thailand ดวลเดือด TSS 2026 Day & Night Race คว้าโพเดียม 2 คลาสใน TSS SuperCar GT4 ที่สนามเซปังฯ มาเลย์

    1 Min Read

    TOYOTA GAZOO Racing Thailand ดวลเดือด TSS 2026 Day & Night Race  คว้าโพเดียม 2 คลาสใน TSS SuperCar GT4 ที่สนามเซปังฯ มาเลย์

    TOYOTA GAZOO Racing Thailand ทีมแข่งรถยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จต่อเนื่อง 40 ปี ของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เดินหน้าเก็บคะแนนสะสมสำคัญบนเวทีความเร็วนานาชาติ สร้างผลงานคว้าอันดับ 3 ในคลาส GT4 AM และ GT4 Pro-Am ในศึก “TSS The Super Series by B-Quik 2026”  อีเว้นท์ 3  ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2569ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ท่ามกลางการแข่งขันสุดเข้มข้นทั้ง Night Race และ Day Race

                TOYOTA GAZOO Racing Thailand จัดไลน์อัพรถแข่งลงล่าแชมป์เก็บคะแนนสะสม ท่ามกลางความท้าทายของสนามเซปังฯ ด้วยการดวลความเร็วทั้งรูปแบบ Night Race และ Day Race ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของอีเว้นท์ 3 ฤดูกาล 2026  โดยทีมลงแข่งขันในรุ่น TSS SuperCar GT4 รวม 2 คัน โดยจบการแข่งขันผลปรากฏว่า

                รถ TOYOTA GR Supra GT4  หมายเลข 19 ขับโดย อาร์โต้-สุทธิพงศ์ สมิตชาติ และ จั้ม-กรัณฑ์ ศุภพงษ์ สู้เต็มที่ใส่ไม่พักปิดจบในคลาส GT4 Am ด้วยผลงานอันดับ 3 ทั้งสองเรซ

     

    รถ TOYOTA GR Supra GT4 หมายเลข 11 ขับโดย เอ็กซ์-อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ และ ต้นกล้า-กฤษฎิ์ วสุรัตน์ แท็กทีมกันสุดเข้ม ปิดจบคลาส GT4 Pro-Am ด้วยผลงานในอันดับ 4 และ 3

    หลังจบการแข่งขัน คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่ง TOYOTA GAZOO Racing Thailand กล่าวว่า “สนามเซปังฯ เป็นอีกหนึ่งสนามที่มีความท้าทายสูง ทั้งสภาพสนาม สภาพอากาศ รวมถึงการแข่งขัน Night Race ที่ต้องอาศัยความพร้อมของนักแข่ง ทีมช่าง และกลยุทธ์ตลอดทั้งเรซ ภาพรวมผลงานของทีมในสุดสัปดาห์นี้ถือว่าน่าพอใจ ทุกคนทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่และช่วยกันเก็บคะแนนสะสมที่สำคัญให้กับทีม ผมขอขอบคุณแฟนมอเตอร์สปอร์ตทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้ TOYOTA GAZOO Racing Thailand อย่างต่อเนื่องครับ”

    แฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้กับ “TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ในการลุ้นความสำเร็จตลอดฤดูกาล 2026 พร้อมติดตามข่าวสาร ผลการแข่งขัน และภาพบรรยากาศการแข่งขันเพิ่มเติมได้ทาง Facebook และ Instagram : TOYOTAGAZOORacingTeamThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • BENZ BKK ยกทัพ Mercedes-Benz บุก BIG MOTOR SALE 2026 จัดเต็มพื้นที่ 896 ตร.ม. กว่า 26 คัน ชู FLEX TO FIT YOU พร้อม Mercedes-Benz Certified และประสบการณ์ระดับโลกสำหรับ BKK Family

    2 Min Read

    BENZ BKK ยกทัพ Mercedes-Benz บุก BIG MOTOR SALE 2026 จัดเต็มพื้นที่ 896 ตร.ม. กว่า 26 คัน ชู FLEX TO FIT YOU พร้อม Mercedes-Benz Certified และประสบการณ์ระดับโลกสำหรับ BKK Family

    BENZ BKK ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเครือข่าย 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ได้แก่ บางนา วิภาวดี และกาญจนาภิเษก ยกทัพยนตรกรรม Mercedes-Benz ทั้งรถใหม่และ Mercedes-Benz Certified เข้าร่วมงาน BIG MOTOR SALE 2026 บนพื้นที่บูธ A01 ขนาดใหญ่ถึง 896 ตารางเมตร พร้อมจัดแสดงรถยนต์กว่า 26 คัน ครอบคลุมหลากหลายเซกเมนต์ ระหว่างวันที่ 21–30 สิงหาคม 2569 ณ BITEC บางนา

    การเข้าร่วมงานครั้งนี้ต่อยอดความร่วมมือระหว่าง BENZ BKK และ BIG MOTOR SALE ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017 หรือเกือบ 10 ปี โดยในปี 2025 BENZ BKK สามารถสร้างยอดจอง Mercedes-Benz ภายในงานรวม 178 คัน แบ่งเป็น Mercedes-Benz รถใหม่ 108 คัน และ Mercedes-Benz Certified 70 คัน

    คุณอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยานยนต์ กลุ่มเบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ BENZ BKK ร่วมเป็นพันธมิตรกับ BIG MOTOR SALE เราได้รับการตอบรับจากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาเราสามารถสร้างยอดจอง Mercedes-Benz ได้รวม 178 คัน สำหรับปีนี้ เราจึงกลับมาด้วยความพร้อมที่มากยิ่งขึ้น ทั้งพื้นที่ 896 ตารางเมตร จัดแสดงรถยนต์กว่า 26 คัน และความพร้อมของ BENZ BKK ทั้ง 3 โชว์รูม เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัส เปรียบเทียบ และเลือก Mercedes-Benz ที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างครบถ้วนภายในพื้นที่เดียว”

    BENZ BKK พร้อมให้บริการลูกค้า Mercedes-Benz แบบครบวงจรผ่านเครือข่ายทั้ง 3 โชว์รูม ครอบคลุม ซื้อ • ขาย • ซ่อม • แลกเปลี่ยน พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่การเลือกรถไปจนถึงบริการหลังการขาย

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญสำหรับ Mercedes-Benz รถใหม่ ภายในงาน คือแนวคิด “FLEX TO FIT YOU | ยืดหยุ่นได้ในแบบคุณ” ซึ่งออกแบบประสบการณ์การเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ตั้งแต่การวางแผนค่าใช้จ่ายไปจนถึงทางเลือกเมื่อสิ้นสุดสัญญา

    รถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการมีค่างวดเริ่มต้นประมาณ 27,000 บาทต่อเดือน* และระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 60 เดือน* พร้อมทางเลือกเมื่อสิ้นสุดสัญญาในรูปแบบ 3R ได้แก่ Return, Retain และ Refinance ตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถกลับมาพิจารณาความต้องการและวางแผนการเป็นเจ้าของรถให้เหมาะกับชีวิตในอนาคตได้อีกครั้ง ข้อมูลอย่างเป็นทางการของ Mercedes-Benz ระบุว่า FLEX ครอบคลุม Mobility Solutions และผลิตภัณฑ์ภายใต้ StarChoice โดยข้อเสนอแตกต่างกันตามรุ่น เงินชำระส่วนแรก และเงื่อนไขสินเชื่อ

    คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “FLEX ไม่ได้หมายถึงเพียงค่างวดที่ยืดหยุ่น แต่คือการออกแบบการเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz ให้ยืดตามชีวิตของลูกค้า ลูกค้าไม่จำเป็นต้องตัดสินใจทุกอย่างตั้งแต่วันแรก แต่ยังสามารถเลือกอีกครั้งในอนาคตตามชีวิตและความต้องการในวันนั้น นี่คือความหมายของ FLEX TO FIT YOU – Your Mercedes-Benz. Your Way.”

    อีกหนึ่งไฮไลต์ด้านผลิตภัณฑ์ภายในบูธคือ The new CLA 250+ Electric รถยนต์ไฟฟ้า 100% เจเนอเรชันใหม่ของ Mercedes-Benz พร้อมด้วยรถยนต์หลากหลายรุ่น ครอบคลุมทั้ง Sedan, SUV, Performance และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

    สำหรับลูกค้าที่มองหาอีกหนึ่งทางเลือก BENZ BKK นำ Mercedes-Benz Certified รถผู้บริหารไมล์น้อย รถ Demo และรถยนต์ที่ผ่านมาตรฐาน Mercedes-Benz Certified มาจัดแสดงภายในงาน 14 คัน พร้อมสต็อกให้ลูกค้าเลือกอีกกว่า 100 คัน ครอบคลุมหลากหลายรุ่นและเซกเมนต์  Mercedes-Benz Certified ผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพกว่า 200 รายการ* พร้อม Warranty ตามเงื่อนไขที่กำหนด ช่วยเปิดทางเลือกให้ลูกค้าที่มีงบประมาณใกล้เคียงกัน สามารถพิจารณารถในเซกเมนต์ที่ใหญ่ขึ้นหรือเลือกรถที่มีออปชันมากขึ้นได้

    พิเศษในเดือนสิงหาคม BENZ BKK นำเสนอแคมเปญ “Qingdao Exclusive Journey” สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถ Mercedes-Benz Certified ภายในเดือนสิงหาคม 2569 ตามเงื่อนไขที่กำหนด รับทริป กรุงเทพฯ – ชิงเต่า ประเทศจีน จำนวน 2 ที่นั่ง* พร้อมดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.89%* Warranty ตามเงื่อนไขของรถที่ร่วมรายการ และระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 84 เดือน*

    นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์และบริการ BENZ BKK ยังเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าภายใต้นโยบาย“The Unlimited Experience | ประสบการณ์ไร้ขีดจำกัด” โดยเตรียมมอบอีกหนึ่งประสบการณ์ระดับโลกให้กับสมาชิก BKK Family จาก BENZ BKK ทั้ง 3 โชว์รูม กับโอกาสร่วมสัมผัสการแข่งขัน Formula 1 Singapore Grand Prix 2026 ระหว่างวันที่ 10–12 ตุลาคม 2569 ณ ประเทศสิงคโปร์ สำหรับผู้โชคดีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกิจกรรม

    แนวคิดดังกล่าวสะท้อนทิศทางการดูแลลูกค้าของ BENZ BKK ที่มองความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ไกลกว่าวันส่งมอบรถ โดยเชื่อมโยงการเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz เข้ากับประสบการณ์และกิจกรรมสำหรับ BKK Family อย่างต่อเนื่อง

     

     

    สัมผัส Mercedes-Benz รถใหม่ และ Mercedes-Benz Certified พร้อมพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญจาก BENZ BKK 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง — บางนา • วิภาวดี • กาญจนาภิเษก ได้ที่  Booth A01 | BITEC บางนา  ระหว่างวันที่ 21–30 สิงหาคม 2569  จันทร์–ศุกร์ เวลา 12.00–21.00 น.  เสาร์–อาทิตย์ เวลา 11.00–21.00 น. หรือรับ แคมเปญและข้อเสนอเดียวกันภายในช่วงงาน ได้ที่ BENZ BKK ทั้ง 3 โชว์รูมใกล้คุณ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

    • BENZ BKK GROUP Hotline: 1449
    • BENZ BKK Bangna โทร. 02-745-2222
    • BENZ BKK Vipawadee โทร. 02-930-1888
    • BENZ BKK Kanchanapisek โทร. 02-764-4999
    • Mercedes-Benz Certified โทร. 0888-111-888

    *เงื่อนไข รายละเอียดผลิตภัณฑ์ โปรแกรมทางการเงิน ของสมนาคุณ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ และผู้ให้บริการทางการเงินกำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • BIG MOTOR SALE 2026 เปิดเวทีปีที่ 13 ผนึก 30 แบรนด์ยานยนต์ชั้นนำ ยกโชว์รูมมาไว้ที่เดียว ขับเคลื่อนตลาดกลางปี พร้อมข้อเสนอและความบันเทิงเต็ม 10 วัน

    1 Min Read

    BIG MOTOR SALE 2026 เปิดเวทีปีที่ 13 ผนึก 30 แบรนด์ยานยนต์ชั้นนำ ยกโชว์รูมมาไว้ที่เดียว ขับเคลื่อนตลาดกลางปี พร้อมข้อเสนอและความบันเทิงเต็ม 10 วัน

    บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด เปิดฉากงาน BIG MOTOR SALE 2026 มหกรรมแสดงและจำหน่ายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ครั้งที่ 13 อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “ “เปิดทางเลือกใหม่ให้ผู้ซื้อ และผู้จำหน่าย” ตอกย้ำความร่วมมือขับเคลื่อนตลาดยานยนต์ช่วงกลางปี ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภคไว้ในพื้นที่เดียว ผนึกกำลังแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำ นำเสนอผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และข้อเสนอส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อ ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

    คุณจรวย ขันมณี ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “BIG MOTOR SALE เดินทางเข้าสู่ปีที่ 13 ด้วยความตั้งใจที่จะรักษาบทบาทของการเป็นเวทีสำคัญของตลาดยานยนต์ช่วงกลางปี โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภคได้พบกันโดยตรง ภายใต้แนวคิด “เราจะยกโชว์รูมมาขายที่นี่” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานในการรวบรวมรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และข้อเสนอจากหลากหลายแบรนด์มาไว้ในสถานที่เดียว ผู้บริโภคจึงสามารเลือกชม เปรียบเทียบ และตัดสินใจซื้อได้อย่างสะดวก ขณะเดียวกันผู้จำหน่ายก็มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหารถใหม่ในช่วงเวลาสำคัญของตลาด

    การก้าวเข้าสู่ปีที่ 13 ในปีนี้ ยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ BIG MOTOR SALE ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการยานยนต์อย่างต่อเนื่อง โดยมีแบรนด์ชั้นนำเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ครอบคลุมความต้องการของตลาดที่หลากหลาย ทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป รถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด และมอเตอร์ไซค์ พร้อมข้อเสนอส่งเสริมการขายและกิจกรรมตลอดการจัดงาน เรามองว่างานนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการจัดแสดงยานยนต์ แต่เป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยสร้างบรรยากาศการซื้อขาย และมีส่วนสนับสนุนการหมุนเวียนทุกสภาวะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยช่วงครึ่งปีหลัง”

    สำหรับ BIG MOTOR SALE 2026 มีผู้ประกอบการยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วม ได้แก่ AVATR, BMW, BYD, CHERY, DEEPAL, DENZA, FORD, GAC, GEELY, GWM, HONDA, iCAUR, LEPAS, MAXUS, BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NEVO, NISSAN, OMODA JAECOO, RIDDARA, TESLA, TOYOTA, VOLVO, XPENG, ZEEKR, THAI HONDA YAMAHA และ I-MOTOR นำยานยนต์หลากหลายรูปแบบ รวมถึงเทคโนโลยีและข้อเสนอพิเศษมานำเสนอแก่ผู้บริโภคภายในงานอย่างครบถ้วน

    คุณจุฑามาศ ขันมณี ประธานร่วมอำนวยการจัดงาน BIG MOTOR SALE 2026 กล่าวว่า “นอกจากเรื่องการซื้อขายยานยนต์แล้ว เราต้องการให้ BIG MOTOR SALE เป็นงานที่ทุกคนสามารถใช้เวลาร่วมกัน
    ปีนี้ยังคงความคึกคักครบทุกเพศ ทุกวัยเช่นเดิม อยากให้รอติดตาม รวมถึงให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Pet Family ที่สามารถพาน้องหมา น้องแมว และสัตว์เลี้ยงแสนรักในรถเข็นเข้าชมงานได้ ทำให้ทุกคนในครอบครัวสามารถมาเลือกชมยานยนต์และร่วมกิจกรรมภายในงานได้อย่างสะดวกและสบายใจ ตอกย้ำความตั้งใจของผู้จัดงานในการสร้าง BIG MOTOR SALE ให้เป็นมากกว่างานแสดงรถยนต์ แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยง “รถ – คน – ไลฟ์สไตล์ – การซื้อขาย” เข้าด้วยกัน และมีส่วนช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดยานยนต์ไทยในช่วงครึ่งปีหลัง”

     

    เชิญชมมินิคอนเสิร์ตจากวงดนตรีร่วมสมัย และศิลปินชื่อดัง ที่ผลัดเปลี่ยนมาสร้างความบันเทิงให้ผู้เข้าชมงาน ได้เพลิดเพลินฟรี ณ เวทีกลาง หน้าฮอลล์ 103 เวลา 18.00 – 19.00 น. ตลอด 10 วัน ดังนี้

    • วงสุนทราภรณ์ : วันจันทร์ – ศุกร์ เริ่ม 21 และ จันทร์ที่ 24 – ศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569
    • บอย พีชเมกเกอร์ : วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2569
    • โอ๊ต ปราโมทย์ : วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2569
    • ไอซ์ ศรัณยู : วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569
    • ไมยราพ : วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569

    BIG MOTOR SALE 2026 เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ วันธรรมดา เวลา 12.00 – 21.00 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์
    เวลา 11.00 – 21.00 น. พร้อมเปิดพื้นที่ต้อนรับผู้เข้าชมทุกกลุ่ม พิเศษ… เข้าชมงานฟรีสำหรับ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ นักเรียนและนักศึกษาในเครื่องแบบ  เด็กๆ ความสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร ส่วนน้องหมา น้องแมว ในรถเข็น
    สามารถเข้าชมงานได้ร่วม ติดตามรายละเอียดการจัดงานและข่าวสารของ BIG MOTOR SALE 2026 ได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยามาฮ่าจัดเต็มโปรโมชัน BIG MOTOR SALE 2026 มอบสิทธิพิเศษสูงสุดกว่า 100,000 บาท พร้อมขนทัพรถจักรยานยนต์ครบทุกเซ็กเมนต์ร่วมงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “YAMAHA UNIQUE ME” แตกต่างอย่างมีสไตล์ในแบบที่เป็นคุณ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถสแตนดาร์ดไบค์ บิ๊กไบค์ และไลฟ์สไตล์คอลเลกชันแบบจัดเต็ม

    1 Min Read

    ยามาฮ่าจัดเต็มโปรโมชัน BIG MOTOR SALE 2026 มอบสิทธิพิเศษสูงสุดกว่า 100,000 บาท พร้อมขนทัพรถจักรยานยนต์ครบทุกเซ็กเมนต์ร่วมงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “YAMAHA UNIQUE ME” แตกต่างอย่างมีสไตล์ในแบบที่เป็นคุณ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถสแตนดาร์ดไบค์ บิ๊กไบค์ และไลฟ์สไตล์คอลเลกชันแบบจัดเต็ม

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมเปิดประสบการณ์การขับขี่ในงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2026 (BIG MOTOR SALE 2026) ด้วยการขนทัพรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าครบทุกเซ็กเมนต์ พร้อมจัดเต็มข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์คันใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “YAMAHA UNIQUE ME แตกต่างอย่างมีสไตล์ในแบบที่เป็นคุณ” ที่สะท้อนตัวตนและอิสระในการใช้ชีวิตของผู้ขับขี่ในทุกสไตล์

    ไฮไลท์สำคัญภายในงาน คือโปรโมชันสุดคุ้มสำหรับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าหลากหลายรุ่น ทั้งกลุ่มรถออโตเมติกยอดนิยมและบิ๊กไบค์ระดับพรีเมียม โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ ทั้ง Gift Voucher บัตรเติมน้ำมัน ของสมนาคุณ และประกันภัยชั้น 1 รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 100,000 บาท

    สำหรับกลุ่มรถจักรยานยนต์ออโตเมติก และรถใช้งานในชีวิตประจำวัน ยามาฮ่าจัดข้อเสนอพิเศษสำหรับรุ่นยอดนิยม อาทิ XMAX รับ Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท, NMAX Tech MAX รับ Gift Voucher มูลค่า 5,000 บาท, NMAX รับ Gift Voucher มูลค่า 3,000 บาท รวมถึง FAZZIO, GRAND FILANO HYBRID, FINN และ PG-1 รับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 1,000 บาท รวมถึง PG-1 SPECIAL EDITION OUTDOOR FASHION รับฟรี หมวกกันน็อก PG-1 มูลค่า 2,000 บาท ภายในงาน

    ขณะที่กลุ่มรถบิ๊กไบค์ ยามาฮ่าจัดเต็มสิทธิประโยชน์เพื่อเอาใจสายขับขี่ตัวจริง นำโดย XSR900 และ MT-09 รับฟรี Gift Voucher มูลค่าสูงสุดถึง 100,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 รวมถึงข้อเสนอพิเศษสำหรับรถในตระกูล MT-Series, R-Series, Tracer Series, Tenere 700 และ TMAX ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์สุดคุ้มเฉพาะภายในงาน

    ภายในบูท ยังพบกับรถจักรยานยนต์รุ่นไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น New Yamaha R7 ซูเปอร์สปอร์ตคลาสกลางที่ถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งสู่การใช้งานจริง, Yamaha NMAX ที่มาพร้อมเทคโนโลยี YECVT และ Yamaha PG-1 รถจักรยานยนต์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมืองและการออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ

    นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังนำเสนอ Yamaha Genuine Accessories, อะไหล่ตกแต่งแท้จากยามาฮ่า และ Yamaha Apparel Collection เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยภายในงานมีโปรโมชันพิเศษสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์ เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายยามาฮ่าลดสูงสุด 50% พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งและหมวกกันน็อกลดสูงสุด 30%

    และลูกค้า Yamaha Smart Rewards แลกคะแนนผ่านแอป รับโค้ดส่วนลด 200 บาท เมื่อซื้อสินค้าในรายการที่ร่วมแคมเปญครบ 400 บาทขึ้นไป สามารถใช้สิทธิ์ได้ทั้งที่ บูทยามาฮ่าในงาน Big Motor Sales และ Yamaha Online

    พิเศษยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่จองหรือออกรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าภายในงาน รับทันทีคูปองส่วนลดสำหรับซื้อสินค้า Yamaha Apparel และ Yamaha Genuine Accessories ภายในบูท รวมถึงข้อเสนอพิเศษสำหรับ Yamaha Performance Damper พร้อมรับฟรี Racing Bear Limited Edition จำนวนจำกัด

    ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในแบบของตัวเองได้ที่บูท “YAMAHA UNIQUE ME แตกต่างอย่างมีสไตล์ในแบบที่เป็นคุณ” ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา Hall EH100-104 บูท A22

     

    ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th และ Facebook : Yamaha Society Thailand พร้อมรับข่าวสาร สิทธิพิเศษ และร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน LINE Official Account Yamaha Society TH โดยค้นหา @yamahasociety และกดเพิ่มเพื่อน หรือสมัครได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อไม่พลาดทุกกิจกรรมพิเศษจากยามาฮ่า

     

    #yamaha #ยามาฮ่า
    #ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ
    #โปรโมชั่นพิเศษ #โปรโมชั่นยามาฮ่า #ออกรถใหม่


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • พบข้อเสนอ “สบายใจไม่ไหว คุ้มใหญ่ไซส์ BIG” กับบูธโตโยต้า ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 21 – 30 สิงหาคม นี้ ที่ไบเทค บางนา

    2 Min Read

    พบข้อเสนอ “สบายใจไม่ไหว คุ้มใหญ่ไซส์ BIG” กับบูธโตโยต้า ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 21 – 30 สิงหาคม นี้ ที่ไบเทค บางนา

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมแสดงรถยนต์ในงาน “BIG MOTOR SALE 2026” นำเสนอยนตรกรรมโตโยต้ายอดนิยม รถตกแต่งพิเศษหลากหลายรุ่น และมีให้ทดลองขับภายในงาน พิเศษสุด!กับข้อเสนอสุดคุ้มค่า “สบายใจไม่ไหว คุ้มใหญ่ไซส์ BIG” ภายใต้แคมเปญพิเศษ “โตโยต้า ฟูลฟิล ดีลสุดคุ้ม” ที่จัดเต็ม รวมมูลค่ากว่า 470 ล้านบาท สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์โตโยต้าให้ออกรถง่ายขึ้น ภายในงาน ณ บูธ A03 ฮอลล์ EH 101-104 ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม 2569 และที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ยกโชว์รูมจริงมาไว้กลางงาน สอดคล้องกับคอนเซ็ปของงาน Big Motor Sale “เราจะยกโชว์รูมมาขายที่นี่” และตอกย้ำมาตรฐานงานบริการครบวงจร ให้สัมผัสทุกขั้นตอนของการดูแลลูกค้า ภายใต้คอนเซปต์ “Circle of Trust” เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์การบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่ก้าวแรกของการต้อนรับ การให้คำปรึกษา การเลือกอุปกรณ์ตกแต่ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย เสมือนเดินอยู่ในโชว์รูมจริง สะท้อนมาตรฐานการดูแลลูกค้าในทุก Touchpoint สะท้อนการให้ความสำคัญกับ “Customer Journey” ทุกขั้นตอน ไม่ใช่เพียงช่วงตัดสินใจซื้อรถ แต่รวมถึงการดูแลหลังการขาย การบำรุงรักษา และการให้คำแนะนำจากทีมงานมืออาชีพ

    นอกจากนี้ ยังจัดเต็มขนทัพขบวนรถยนต์โตโยต้าหลากหลายรุ่น ครบทุกเซกเมนต์ รวมถึงรถยนต์รุ่นแต่งพิเศษ ภายใต้เครือข่ายการบริการที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั่วทั้งประเทศมาให้ทุกท่านได้สัมผัสกันภายในงาน พบกับรถรุ่นใหม่ TOYOTA ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 กับรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด HEV SMART ราคาเริ่มต้น 3,590,000 บาท ในส่วน รถยนต์ SUV นำโดย bZ4X / COROLLA CROSS / YARIS CROSS รถยนต์นั่งซีดาน CAMRY / COROLLA ALTIS รถยนต์เพื่อการพาณิชย์หลากหลายรุ่น LAND CRUISER FJ  / HILUX TRAVO / HILUX CHAMP / FORTUNER LEADER S  และรถยนต์ยอดนิยม อย่าง YARIS ATIV

     

    นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเปิดบูธโตโยต้าว่า

     

    “ปีนี้ บูธของโตโยต้ามาพร้อมแนวคิด “สบายใจไม่ไหว คุ้มใหญ่ไซส์ BIG” โดยตั้งใจส่งมอบทั้งความคุ้มค่าและความอุ่นใจให้กับลูกค้าชาวไทย ผ่านรถยนต์คุณภาพ ข้อเสนอพิเศษ และบริการที่พร้อมดูแลตลอดการใช้งาน

    เราจึงยกประสบการณ์ของโชว์รูมจริงมาไว้ภายในงาน เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสการดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “ซื้อก็สบาย ใช้ก็สบาย” ตั้งแต่ขั้นตอนการอำนวยความสะดวกด้านการซื้อรถ โดยลูกค้าจะได้รับทั้งประสบการณ์การเลือกและเป็นเจ้าของรถ ด้วยข้อเสนอและแคมเปญพิเศษ รวมถึงตัวช่วยด้านการเงินจากสถาบันการเงินชั้นนำ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

    รวมถึง เราขน showcase ของ Accessories มาโชว์ ให้ทุกท่านได้เลือกตกแต่งรถอย่างเต็มที่ และเรายังมี showcase ประสบการณ์การใช้งานและบริการหลังการขาย เช่น Smart Plan ที่ช่วยให้ลูกค้าวางแผนค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้ง่ายขึ้น ไปจนถึง TCFR Plus+ ที่มอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าที่ดูแลรถกับโตโยต้าอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนบริการอื่นๆ ที่เหมาะกับช่วงอายุและการใช้งานของรถ  แสดงให้เห็นถึง ระบบ Ecosystem ของโตโยต้าแบบครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าสบายใจและอุ่นใจตลอดการใช้รถของเรา

    ที่สำคัญ เราได้นำรถยนต์โตโยต้าหลากหลายรุ่น ครบทุกไลน์อัพ ให้ลูกค้าสามารถเข้าชมและทดลองขับได้ภายในงาน นำโดย TOYOTA ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด HEV SMART ในราคาเริ่มต้นเพียง 3,590,000 บาท พร้อมนำเสนอ Ultimate Inclusive Program แพคเกจบำรุงรักษาที่จะมอบความสบายใจตลอดการใช้งาน

    นอกจากนี้ เรายังนำรถยนต์ไฮบริดอีกหลายรุ่น ทั้ง YARIS ATIV HEV / YARIS CROSS / COROLLA CROSS / CAMRY และ COROLLA ALTIS HEV GR SPORT ซึ่งลูกค้าสามารถมั่นใจได้ด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดยาวนานถึง 10 ปี

    สำหรับกลุ่มรถที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายนำทัพโดย Land Cruiser FJ / Hilux Travo และ Fortuner

    เริ่มจาก Land Cruiser FJ ที่ตอบโจทย์ ผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางและกิจกรรมกลางแจ้ง พิเศษสุด! ราคาช่วงเปิดตัว 1,269,000 บาท ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เท่านั้น พร้อมต่อยอดความโดดเด่นด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งมากมาย พร้อมการแนะนำชุดแต่ง Modellista

    พบกับรถกระบะ Hilux Series ครบทุกรุ่น ทั้ง Hilux Travo และ Hilux Revo Z Edition และสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs เราขอนำเสนอ Hilux Champ รถกระบะท้ายเรียบ ที่พร้อมเปลี่ยนไอเดียทางธุรกิจ พร้อมต่อยอดโอกาสได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เรายังได้นำ Hilux CHAMP รุ่นช่วงล้อสั้นพิเศษ ที่ตกแต่งสไตล์ออฟโรด

    เพื่อเป็นแนวทางในการใช้งานสำหรับลูกค้าสายลุย

    นอกจากนี้ เรายังมีรถยนต์ยอดนิยมอีกหลายรุ่น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า อาทิเช่น Yaris ATIV NIGHTSHADE รุ่น Special Edition

    ไม่ว่าท่านจะเลือกรถโตโยต้ารุ่นใด ลูกค้าทุกคนจะได้รับการดูแลด้วยมาตรฐานเดียวกัน ผ่านเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ ที่พร้อมดูแลตลอดการเป็นเจ้าของรถ ให้ทุกท่านได้อุ่นใจ และสบายใจตลอดการใช้งาน”

     

    นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวปิดท้ายว่า “สำหรับงาน BIG MOTOR SALE 2026 ครั้งนี้ โตโยต้ายังเตรียมข้อเสนอพิเศษ ภายใต้แนวคิด “สบายใจไม่ไหว คุ้มใหญ่ไซส์ BIG” ที่รวมข้อเสนอ ให้ลูกค้า “ซื้อก็สบาย ใช้ก็สบาย” กับแคมเปญ “โตโยต้า ฟูลฟิล ดีลสุดคุ้ม” ให้คนไทยออกรถง่าย มูลค่ารวมกว่า 470 ล้านบาท ทั้งส่วนลดพิเศษ ส่วนลดอัตราดอกเบี้ย สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท”


    สบายใจไม่ไหว คุ้มใหญ่ไซส์ BIG! โตโยต้าเสิร์ฟดีลพิเศษ “โตโยต้า ฟูลฟิล ดีลสุดคุ้ม” ให้คนไทยเป็นเจ้าของรถได้ง่ายกว่าเดิม

    ซื้อก็สบาย

    • โตโยต้าเสิร์ฟโปรโมชันสุดคุ้ม ฟูลฟิลให้คนไทยออกรถง่าย มูลค่ารวมกว่า 470 ล้านบาท พบกับข้อเสนอพิเศษ ถึง 2 ต่อ
    • คุ้มต่อ 1 แค่สแกนเลือกรับเลย!

    บัตรกำนัลส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท หรือ  ส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.4%

    • คุ้มต่อ 2 จองใน 7 วัน ลุ้นรับเพิ่มทุกสัปดาห์ บัตรกำนัลส่วนลดรถยนต์ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าน้ำมัน/ค่าชาร์จไฟสูงสุด 100,000 บาท

    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.toyota.co.th/midyear2026

     

    ใช้ก็สบาย

    • โปรแกรมเช็คระยะ TOYOTA SMART PLAN จ่ายครั้งเดียวคุ้ม ดูแลจบ

    ด้วยข้อเสนอพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถใหม่ ภายในงาน ฟรี อัพเกรดโปรแกรมเช็คระยะ Smart Plan เพิ่มสูงสุด 5 ระยะ มูลค่า 25,000 บาท ที่ช่วยให้ลูกค้าใช้รถได้อย่างสบายใจ จ่ายครั้งเดียว ดูแลค่าบำรุงรักษาถึง 100,000 กม. หรือ 5 ปี และเฉพาะที่งาน BIG Motor Sales ปีนี้

    โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบ

    • แบบที่1:

    ซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ 5 ครั้ง (10,000 – 50,000 กม.) ในราคา แพ็กเกจเช็กระยะ 3 ครั้ง (10,000 – 30,000 กม.)

    • แบบที่2:

    ซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ 10 ครั้ง (10,000 – 100,000 กม.) ในราคา แพ็กเกจเช็กระยะ 5 ครั้ง (10,000 – 50,000 กม.)

    นอกจากนี้สำหรับลูกค้าที่มีความประสงค์ซื้อแพ็กเกจเช็คระยะ Smart Plan ผ่านบูธ Toyota Official Online Shop ก็มีข้อเสนอพิเศษภายในงานมอบให้ท่านเช่นกัน

     

    เงื่อนไข สำหรับ รถยนต์ใหม่ ที่ได้รับแพ็กเกจ Smart Plan ราคาพิเศษ จากงาน Big Motor Sale

    1. เฉพาะ รถยนต์ ที่มีการ จองซื้อรถยนต์ ภายในงาน Big Motor Sale เท่านั้น
    2. แจ้งซื้อแพ็กเกจเช็กระยะในใบจองซื้อรถยนต์
    3. ประหยัดสูงสุด 25,000 บาท คำนวณมาจากรุ่น Camry แพ็กเกจ 10 ครั้ง ในราคา แพ็กเกจเช็กระยะ 5 ครั้ง
    4. ทั้งนี้ไม่ครอบคลุมกับการซื้อรูปแบบ Fleet และรถยนต์รุ่น Alphard, Vellfire, Commuter, Hiace, Majesty และ รุ่นรถยนต์พิเศษ
    5. ราคาแพ็กเกจ ครอบคลุมค่าอะไหล่ และเคมีภัณฑ์งานเช็กระยะ ตามรายการมาตรฐานที่ระบุในคู่มือการใช้รถ (Owner’s Manual) โดยไม่รวมการบำรุงรักษาเพิ่มเติมที่มาจากสภาวะที่เพิ่มขึ้นจากการใช้งานหนัก และ ไม่รวมค่าแรง และอะไหล่สิ้นเปลือง
    6. ขอสงวนสิทธิ์ไม่ชำระเงินคืนไม่ว่ากรณีใดๆ
    7. ลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าทั่วประเทศ
    8. เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บริษัทกำหนด
    • TCFR Plus+ โปรแกรมสมาชิก มอบสิทธิพิเศษที่คุ้มจริงเพียงเช็กระยะต่อเนื่องกับศูนย์บริการโตโยต้า ให้ผู้ใช้รถยนต์โตโยต้าทุกคนมั่นใจและคุ้มค่าตลอดการใช้งาน
      มั่นใจด้วย
      – ขยายคุ้มครองการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 8 ปี หรือ 225,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) จากรับประกันคุณภาพมาตรฐาน 3 ปี หรือ 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เพียงเช็กระยะต่อเนื่องทุก 6 เดือน หรือ 10,000 กม.
      คุ้มค่าด้วยระดับส่วนลดที่มากขึ้น
      – ส่วนลดค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์งานเช็กระยะมาตรฐาน สูงสุด 15% , งานซ่อมทั่วไปสูงสุด 15%
      – ส่วนลดเปลี่ยนยาง 4 เส้น 1,000 บาท พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน, ส่วนลดเปลี่ยนแบตเตอรี่ 12 V. 500 บาท
      – อัตราแลกคะแนน Alive-X The1 พิเศษ
      – ส่วนลดซื้อรถยนต์ใหม่คันถัดไป สูงสุด 40,000 บาท*
    • ตอบแทนลูกค้าคนพิเศษให้คุ้มยิ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

    สำหรับสมาชิกระดับ Silver, Gold, Diamond รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

    1. ขยาย ความคุ้มครองสิทธิรับประกันคุณภาพรถยนต์ช่วงปีที่ 6-8 หรือ 150,000 – 225,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เป็น 4 ระบบ ครอบคลุม เครื่องยนต์, ระบบส่งกำลัง , ระบบขับเคลื่อน (ใหม่), ระบบปรับอากาศ (ใหม่)
    2. พิเศษ แลกคะแนนสะสม Alive-X The1 600-700 คะแนนรับส่วนลด 100 บาท เมื่อใช้จ่ายที่ศูนย์บริการโตโยต้า
    3. เพิ่ม ส่วนลดค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์งานซ่อมตัวถังและสีสูงสุด 20% (เฉพาะเงินสด)

    4,   ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ สำหรับรถยาริส และยาริสเอทีฟ สูงสุด 100,000 กม. (1 ก.ค. – 30 ก.ย. 69)

    • สมัครสมาชิกและเช็กสิทธิรถยนต์ได้แล้วผ่าน T-Connect Application

            รายละเอียดเพิ่มเติม aftersales.toyota.co.th/tcfrplus


    TOYOTA ACCESSORIES ครบทุกสไตล์ มั่นใจทุกการใช้งาน มาตรฐานโตโยต้า

    เปิดมิติใหม่ของการแต่งรถด้วยอุปกรณ์ตกแต่งที่ออกแบบภายใต้มาตรฐานโตโยต้า ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ทั้งดีไซน์ที่เข้ากับตัวรถ สะท้อนความเป็นตัวคุณ โดนเด่นแบบมีเอกลักษณ์ มาพร้อมการควบคุมคุณภาพที่ไว้ใจได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือโลดแล่นสู่เส้นทางไกล และอุปกรณ์ตกแต่งโตโยต้ามาพร้อมการรับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม.1 ให้ทุกเส้นทางเต็มไปด้วยความสบายใจตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้ง พิเศษ เฉพาะงานนี้ ชุดแต่งราคาพิเศษ สำหรับ 4 รุ่น 4 สไตล์

    1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Charismo Rock รุ่น Hilux Travo prerunner

    “ตกแต่งอย่างมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์” สู่อีกขั้นของภาพลักษณ์ออฟโรดที่ไม่ซ้ำใคร

    ราคาทั้งชุด 13,000 บาท ลดเหลือ 9,999 บาท3

    1. ชุดตกแต่งกันชนหน้า คาริสโม่ ราคา 6,000 บาท
    2. คิ้วตกแต่งฝากระโปรงด้านข้าง ราคา 1,600 บาท .
    3. คิ้วกันกระแทกประตู (ใหญ่) D-CAB ราคา 3,500 บาท
    4. สปอยเลอร์ท้ายกระบะ ราคา 1,900 บาท

    1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Charismo Drift รุ่น YARIS ATIV

    “ตกแต่งอย่างมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์” ราคาทั้งชุด 19,990 บาท ลดเหลือ 15,999 บาท3 หรือผ่อนเพียง 240 บาทต่อเดือน***

    1. สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา     4,600  บาท
    2. ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา 6,500  บาท
    3. สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา     4,600  บาท
    4. สปอยเลอร์หลัง ราคา 4,290  บาท

    1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง GR รุ่น YARIS ATIV

    “แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง ถ่ายทอดสู่ทุกเส้นทางของคุณ” ราคาทั้งชุด 28,990 บาท ลดเหลือ 22,990 บาท3 หรือผ่อนเพียง 345 บาทต่อเดือน  ****

    1. สเกิร์ตกันชนหน้า GR ราคา     6,890 บาท
    2. ชุดสเกิร์ตข้าง GR ราคา     7,900 บาท
    3. สเกิร์ตกันชนหลัง GR ราคา     7,200บาท
    4. สปอยเลอร์หลัง GR ราคา     7,000 บาท

    1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Charismo Luxe รุ่น Camry

    “เผยตัวตนสปอร์ต…ที่มาพร้อมความเหนือระดับ” ราคาทั้งชุด 29,990 บาท ลดเหลือ 24,000 บาท3

    1. สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา     7,500 บาท
    2. ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา     9,890 บาท
    3. สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา     6,700 บาท
    4. สปอยเลอร์หลัง ราคา 5,900 บาท
    หมายเหตุ
    1. ระยะเวลารับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน อ้างอิงจากคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
      โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.toyota.co.th/accessories/warranty/tga
    1. ผลิตภัณฑ์ AZZY ผลิตและรับประกันโดยบริษัท เอซีซีวาย 9999 จำกัด รับประกัน 1 ปี หรือ 20,000 กม. แล้วแต่ระยะใด
      ถึงก่อน  โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/accessories/warranty/azzy
    1. ราคาที่ปรากฎในรายการเป็นราคาขายปลีกแนะนำรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และราคาดังกล่าวไม่รวมค่าแรงติดตั้ง
      • ***ราคาผ่อนเพิ่ม 240 บาท/เดือน (ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 15,990 บาท) ไม่รวมค่าติดตั้ง คำนวณจากรถยาริสเอทีฟ รุ่น HEV Premium โดยโปรแกรมสบายดีของโตโยต้าลีสซิ่ง ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%
      • ****ราคาผ่อนเพิ่ม 345 บาท/เดือน (ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 22,990 บาท) ไม่รวมค่าติดตั้ง คำนวณจากรถยาริสเอทีฟ รุ่น HEV Premium โดยโปรแกรมสบายดีของโตโยต้าลีสซิ่ง ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

    ครบทุกบริการ พร้อมดูแลทุกการเดินทาง ให้ทุกประสบการณ์การใช้รถสะดวก อุ่นใจ และคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม

    “T-Connect” แอปพลิเคชันที่ช่วยให้ทุกประสบการณ์การใช้รถโตโยต้าเป็นเรื่องง่าย ครบทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน T-Connect และลงทะเบียนข้อมูลรถยนต์ ก็สามารถเชื่อมต่อบริการระหว่างโตโยต้าและลูกค้าได้ทันที ผ่านเทคโนโลยี Connected ที่ช่วยให้คุณใช้งานรถได้อย่างอุ่นใจและปลอดภัยในทุกการเดินทาง ด้วยบริการด้านความปลอดภัย (Safety Services) อาทิ Find My Car บริการค้นหาตำแหน่งรถ หมดกังวลเรื่องรถหาย และ SOS ที่พร้อมประสานงานให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และอีกกว่า 20 บริการ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.t-connect.in.th/T-connect.aspx

    “KINTO” คินโตะ มีรถใช้ไม่ต้องซื้อ ทางเลือกการบริการเพื่อความสบายใจในการใช้รถ จ่ายรายเดือนราคาเดียว ครอบคลุมทุกการบริการแบบครบวงจร ทั้งค่าใช้ค่าเรื่องการบำรุงรักษา อะไหล่ ยาง และแบตเตอรี่ ประกันภัยชั้น 1 พรบ. ภาษี ต่อให้แบบอัตโนมัติทุกปี หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแฝง ตอบโจทย์ทั้งรูปแบบบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล พร้อมรถยนต์ให้เลือกหลากหลายรุ่น สามารถเลือกรูปแบบการใช้งานระยะสั้น หรือระยะยาว ตั้งแต่ 1 – 7 ปี สมัครบริการวันนี้พร้อมสิทธิพิเศษ ผ่านช่องทางออนไลน์ ง่าย อนุมัติไว

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kinto-th.com 

    พบกันที่บูธโตโยต้า ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ บูธ A03 ฮอลล์ EH 101-104 ไบเทค บางนาและที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ
    แล้วมารับความคุ้มแบบไซส์ BIG ไปด้วยกัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า ยกทัพ e:HEV และ EV จัดเต็มในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ตั้งแต่ 21 – 30 ส.ค. 2569 นำโดย Honda City ใหม่ และ Honda Civic e:HEV ใหม่ ที่มาพร้อม Honda S+ Shift พิเศษ! เปิดให้สัมผัสและทดลองขับ Honda Super-ONE รถ EV น้องใหม่สุดจี๊ด เฉพาะในงาน พร้อมข้อเสนอสุดคุ้ม “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน”

    2 Min Read

    ฮอนด้า ยกทัพ e:HEV และ EV จัดเต็มในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ตั้งแต่ 21 – 30 ส.ค. 2569 นำโดย Honda City ใหม่ และ Honda Civic e:HEV ใหม่ ที่มาพร้อม Honda S+ Shift พิเศษ! เปิดให้สัมผัสและทดลองขับ Honda Super-ONE รถ EV น้องใหม่สุดจี๊ด เฉพาะในงาน พร้อมข้อเสนอสุดคุ้ม “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน”

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยกทัพยนตรกรรมฮอนด้า ตอกย้ำความแข็งแกร่งของไลน์อัป e:HEV – The EXCITING Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้า 100% ครบครันทุกเซกเมนต์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานอย่างครอบคลุม ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2026 นำโดย Honda City ใหม่ และ Honda Civic e:HEV ใหม่ ที่มาพร้อม Honda S+ Shift พิเศษ! ไฮไลต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟต่อยอดกระแสความแรงด้วยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสคันจริงและทดลองขับ “Honda Super-ONE” รถ EV น้องใหม่ตัวจี๊ดจากฮอนด้าเฉพาะในงานนี้ พร้อมจัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปี “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” มอบข้อเสนอสุดคุ้ม ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 175,000 บาท** หรือเลือกรับสิทธิพิเศษมูลค่า 85,000 บาท ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับ Honda Ultimate Care และรับบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท* พิเศษ! สำหรับลูกค้าใหม่ที่ทดลองขับ จอง และออกรถยนต์   ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการ พร้อมสมัคร Service Fan รับสิทธิพิเศษมูลค่า 3,000 – 100,000 บาท* และเปิดตัวแคมเปญใหม่ “Gen to Gen #Honda จากรุ่นสู่รุ่น” มอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับครอบครัวฮอนด้าเมื่อออกรถคันใหม่ รับสิทธิพิเศษเพิ่มสูงสุด 130,000 บาท* พร้อม Service e-Coupon มูลค่า 3,000 บาท สำหรับรถคันเดิม เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 – 30 กันยายน 2569 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2569 ร่วมสัมผัสได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2026 ณ บูทฮอนด้า ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 หรือโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    โซนจัดแสดงรถยนต์ ณ บูทฮอนด้า พบกับไลน์อัปรถยนต์ฮอนด้าครบครันทั้งกลุ่มฟูลไฮบริด e:HEV และรถยนต์ไฟฟ้า 100% ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้ายุคใหม่ พร้อมเติมเต็มความสนุกในการเดินทาง

    Honda City ใหม่ ไลน์อัปซิตี้คาร์ยอดนิยม พร้อมสั่นทุกสตรีท ด้วยดีไซน์ใหม่ที่อัปความสปอร์ตอีกขั้น ทั้งกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ LED ในทุกรุ่น และไฟหน้า Connecting Light แบบ LED รวมทั้งไฟท้าย LED แบบใส พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่! อาทิ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ เติมเต็มความต้องการและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของซิตี้คาร์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น โค้งสุดท้าย! ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว* ถึง 30 ก.ย. 2569 นี้ เริ่มต้นเพียง 569,000 บาท (Honda City ใหม่ ซีดาน TURBO รุ่นย่อย S) เข้าถึงไฮบริดซิตี้คาร์จากฮอนด้าได้ง่ายกว่าที่เคย คุ้มค่าเต็มขั้น กับรุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่! e:HEV V ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว* เริ่มต้นเพียง 619,000 บาท (Honda City ใหม่ ซีดาน รุ่นย่อย e:HEV V) โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นซีดานและแฮทช์แบ็ก ทางเลือกละ 4 รุ่นย่อย กับ 2 ขุมพลังการขับเคลื่อนทั้ง VTEC TURBO ขับสนุกทุกย่านความเร็ว และฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid สมูทเร้าใจในทุกอัตราเร่ง ประหยัดน้ำมันในทุกจังหวะการขับขี่ รวม 8 รุ่นย่อย พร้อมตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม มาพร้อมข้อเสนอสุดคุ้ม อาทิ ดอกเบี้ย เริ่มต้น 1.69%* ฟรีประกันภัย ชั้น 1* (1 ปี) สำหรับรุ่นระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เป็นต้น

    Honda Civic e:HEV ใหม่ ยกระดับการขับขี่แบบสปอร์ตเร้าใจไปอีกขั้น มาพร้อม 4 ไฮไลต์สำคัญ ครั้งแรก! ในประเทศไทยกับ Honda S+ Shift เทคโนโลยีการขับขี่ใหม่ล่าสุดของฮอนด้าที่ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความสนุกและความตื่นเต้นในการขับขี่ของระบบฟูลไฮบริด e:HEV เพื่อ shift ทุกจังหวะให้สปอร์ต ทรงพลัง และเร้าใจกว่าที่เคย (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS) เพิ่ม! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) และ เพิ่ม! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ยกระดับความมั่นใจในทุกการขับขี่ (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS และ e:HEV EL+) ใหม่! สีแดง Blazing Red Pearl และสีเทา Urban Gray Pearl สะท้อนตัวตนที่โดดเด่นเพิ่มความสปอร์ตพรีเมียมให้สะกดทุกสายตา (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS) มีให้เลือก
    3 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ย 0%* พร้อมรับฟรี Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 175,000 บาท** เป็นต้น

    Honda Super-ONE ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กขับสนุกจากฮอนด้า พัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ในกลุ่ม N Series พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “e:Dash BOOSTER” ถ่ายทอด DNA ความสนุกในการขับขี่ (Fun of Driving) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า โดยมาพร้อมไฮไลต์ BOOST Mode ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ช่วยปลุกความสนุกเร้าใจในทุกการขับขี่ ผสานระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์และระบบ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริง เพิ่มฟีลลิ่งสปอร์ตทุกครั้งที่กดคันเร่ง ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเกินไซซ์ มาพร้อมเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตที่โอบกระชับ และเบาะหลังที่แยกพับแบบ 50:50 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พร้อมฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบาย เทคโนโลยีการขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครันกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน อีกทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการใช้งาน เติมเต็มทุกประสบการณ์การเดินทางให้มั่นใจยิ่งขึ้น ราคาจำหน่าย 990,000 บาท โดยในปีนี้ Super-ONE จัดจำหน่ายในประเทศไทย 30 คันเท่านั้น และได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวไทยอย่างล้นหลามจนมียอดจองครบทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยฮอนด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นและการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งสะท้อนถึงความชื่นชอบในประสบการณ์การขับขี่รถ EV ที่แตกต่าง สนุกและเร้าใจในแบบฮอนด้า

    ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจสามารถทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่จากฮอนด้าหลากหลายรุ่นทั้ง Honda City Hatchback e:HEV ใหม่ Honda Civic e:HEV ใหม่ Honda HR-V e:HEV และ Honda Super-ONE ใหม่ ณ บริเวณพื้นที่ทดลองขับภายในงาน

    นอกจากนี้ ยังมาพร้อมข้อเสนอในแบบที่โดนใจกับแคมเปญ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน”

    • ทางเลือกใหม่! สำหรับ Honda HR-V e:HEV รับสิทธิพิเศษมูลค่า 85,000 บาท* ฟรี ประกันภัย 1 ปี* พร้อมรับ Honda Ultimate Care** และบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*
    • หรือเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* ฟรี Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท** พร้อมรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*
    • ดีลสะเทือน! ต้อนรับลูกค้าใหม่ รับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0%* หรือเลือกรับฟรี Honda Exclusive Care** ออกรถยนต์ใหม่ฮอนด้าดูแลอุ่นใจสูงสุด 5 ปี
    • สัมผัสความคุ้มค่าเพิ่มขึ้นกับ แคมเปญทดลองขับ (Test Drive Campaign) เพียงลงทะเบียนทดลองขับ จอง และออกรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการ พร้อมสมัคร Service Fan รับสิทธิพิเศษมูลค่า 3,000 – 100,000 บาท*
    • และโปรสนั่น! Gen to Gen #Honda จากรุ่นสู่รุ่น ครอบครัวฮอนด้าอยากเพิ่มคันใหม่ ออกรถยนต์รุ่น Turbo หรือ e:HEV รับสิทธิพิเศษ 6,000 – 40,000 บาท* ออกรถยนต์ไฟฟ้ารับสิทธิพิเศษสูงสุด 130,000 บาท* พิเศษคันเดิมรับเพิ่ม Service e-coupon มูลค่า 3,000 บาท

    เมื่อจองตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2569* ที่งานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    ให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่พลาดไม่ได้กับแคมเปญ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” ได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์ honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ครั้งแรกในไทย! New Honda CB1000GT สปอร์ตทัวร์ริ่ง 4 สูบ ถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก CBR Fireblade พร้อม New Honda Monkey EX Custom Edition เติมความซนสไตล์ Enduro จากรถจักรยานยนต์ฮอนด้าใน BIG MOTOR SALE 2026

    2 Min Read

    ครั้งแรกในไทย! New Honda CB1000GT สปอร์ตทัวร์ริ่ง 4 สูบ ถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก CBR Fireblade พร้อม New Honda Monkey EX Custom Edition เติมความซนสไตล์ Enduro จากรถจักรยานยนต์ฮอนด้าใน BIG MOTOR SALE 2026

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ยกทัพรถจักรยานยนต์หลากหลายไลน์อัปร่วมจัดแสดงในงาน ‘BIG MOTOR SALE 2026’ พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ 2 รุ่น นำโดย ‘New Honda CB1000GT’ สปอร์ตทัวร์ริ่ง 4 สูบโมเดลใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์“TOURING AWAKENED”  ที่พร้อมให้แฟนบิ๊กไบค์ชาวไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก กับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย หลอมรวม DNA ความแรงจากสนามแข่งเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการทัวร์ริ่ง ด้วยขุมพลัง 1,000 ซีซี และเทคโนโลยีการขับขี่ครบครัน มาพร้อมกับชุดแต่งพิเศษในรุ่น ‘New Honda CB1000GT Sport Touring Edition’ เอาใจสายทัวร์ริ่งโดยเฉพาะ และ ‘New Honda Monkey EX Custom Edition’ กับคอนเซ็ปต์ “Awaken your Enduro”  เจ้าลิงสุดแสบจาก CUB House ที่นำแรงบันดาลใจจากเรื่องราวระดับตำนานการแข่งขันรถออฟโรดข้ามทะเลทรายที่โหดที่สุดในโลกอย่าง BAJA (บาฮา) มาปะทะกับ DNA ความซนแสบขั้นสุด ถ่ายทอดสู่ความเป็น Enduro สไตล์ American Western มาให้ได้เป็นเจ้าของพร้อมข้อเสนอพิเศษภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 21–30 สิงหาคม 2569 ณ บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า (A21) Hall EH 101–104 ไบเทค บางนา

    สำหรับไฮไลต์การเปิดตัวครั้งนี้ เริ่มต้นที่ New Honda CB1000GT ภายใต้คอนเซปต์ “TOURING AWAKENED”  สปอร์ตทัวร์ริ่ง 4 สูบที่ผสาน DNA ความสปอร์ตจาก CBR Fireblade เข้ากับจิตวิญญาณของสายทัวร์ริ่งถ่ายทอดสมรรถนะเร้าใจแบบรถสปอร์ตสู่การขับขี่บนท้องถนน พร้อมเติมเต็มทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีเพื่อการเดินทางที่ครบครัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ DOHC ขนาด 1,000 ซีซี ให้พละกำลังและอัตราเร่งที่สนุกเร้าใจ พร้อมระบบคันเร่งอัตโนมัติ (Throttle By Wire)  และโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ได้แก่ Standard, Sport, Rain และ Tour ให้เลือกปรับตามสไตล์และสภาพการขับขี่ เสริมความสนุกด้วย Quick Shifter ทำงานร่วมกับ Assist & Slipper Clutch ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วและนุ่มนวล ขณะที่ Cruise Control ช่วยเพิ่มความสบายเมื่อต้องเดินทางไกล เสริมความมั่นใจด้วยเทคโนโลยี 6-Axis IMU ช่วยตรวจจับความเคลื่อนไหวของรถให้การควบคุมที่แม่นยำยิ่งขึ้น ทำงานร่วมกับ Cornering ABS เบรกมั่นใจเมื่อเข้าโค้ง และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) เพื่อช่วยควบคุมรถได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น พร้อม Auto-Cancelling Winker ระบบปิดไฟเลี้ยวอัตโนมัติ และ Emergency Stop Signal (ESS) ที่ส่งสัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน เสริมความสบายตลอดการเดินทางด้วย ระบบกันสะเทือนไฟฟ้าด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเพิ่มความมั่นคงและความนุ่มนวลในการขับขี่ พร้อม หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับ Honda RoadSync เชื่อมต่อฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ได้สะดวก รวมถึง Honda SMART KEY และช่องชาร์จ USB ครบทั้งความแรง ความสนุก และความสบายในสไตล์สปอร์ตทัวร์ริ่ง

    New Honda CB1000GT มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Grand Prix Red, Pearl Deep Mud Gray และ Graphite Black วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 514,000 บาท นอกจากนี้ ยังมี New Honda CB1000GT Sport Touring Edition อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสายทัวร์ริ่ง มาพร้อม Accessories Box ชุดแต่งพิเศษ ที่เพิ่มทั้งฟังก์ชันการใช้งานและความโดดเด่น ให้พร้อมออกเดินทางได้อย่างเต็มสไตล์ วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 559,000 บาท

    ต่อด้วยอีกหนึ่งไฮไลต์กับ New Honda Monkey EX Custom Edition มาในคอนเซปต์ “Awaken your Enduro” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันออฟโรดข้ามทะเลทรายที่โหดที่สุดในโลกอย่าง BAJA (บาฮา) มาปะทะกับ DNA ความซนแซบขั้นสุดของ Monkey ปลุกจิตวิญญาณแห่งสายลุยในแบบ Enduro ผสานกลิ่นอายสไตล์ American Western เติมความโดดเด่นด้วยดีไซน์สีสันโทนแสบ แดง-ส้ม-เหลือง พร้อม Monkey Soft-Emblem, เบาะ Custom สีแดงสุดจี๊ด, ABS Brake with Wheel Sticker ระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อคพร้อมวงล้อสีเปลวเพลิง รวมถึง Fuel Tank and Side Cover Graphic เสริมลุคด้วยด้วย Accessories สายลุยทั้ง Aluminum Headlight Guards with Meter Visor การ์ดไฟหน้าอลูมิเนียม และบังไมล์อะลูมิเนียม, Hand Guards สายลุยลาย Enduro EX ดึงลุคสตรีทคาวบอย ปิดท้ายด้วย Aluminum Rear Rack น้ำหนักเบา เติมครบทั้งความเท่ ความสนุก และกลิ่นอายอเมริกันในสไตล์ที่เป็นตัวเอง วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 121,900 บาท

    ภายในบูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้ายังรวบรวมรถหลากหลายไลน์อัปมาให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดครอบคลุมหลากหลากเซ็กเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถจาก CUB House อาทิ Monkey, Dax, CT125 และ C125 พร้อมด้วยทัพ Honda BigBike ที่ขนเทคโนโลยีการขับขี่มาให้สัมผัสอย่างครบครัน ทั้งกลุ่ม Honda DCT รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Honda E-Clutch หลากหลายรุ่นให้ได้ติดตามภายในงาน และ New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มาร่วมจัดแสดง สะท้อนอีกหนึ่งทางเลือกของการเดินทางยุคใหม่

    พิเศษสำหรับลูกค้า CUB House รับข้อเสนอสุดพิเศษดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.69%* พร้อมของแถมหมวกกันน็อกหรือเสื้อแจ็กเก็ต ฟรีค่าจดทะเบียนและ พ.ร.บ.* และสำหรับผู้ที่จอง New Honda Monkey EX Custom Edition ภายในงาน 150 ท่านแรก รับฟรีกระเป๋า CUB House มูลค่า 790 บาท พร้อมกันนี้ Honda BigBike ยังจัดข้อเสนอพิเศษสำหรับรถรุ่นที่ร่วมรายการดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.19%* รับสิทธิพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้น 1 ค่าจดทะเบียนและ พ.ร.บ. พร้อม Gift Voucher สูงสุด 70,000 บาท* (ตามรุ่นที่กำหนด) รวมถึงสิทธิพิเศษเพิ่มเติม อาทิ กิจกรรม Track Xperience สำหรับรุ่นที่ร่วมรายการโดยสามารถจองออนไลน์หรือเลือกเป็นเจ้าของได้ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้าภายในงาน และดีลพิเศษเฉพาะ Big Motor Sale 2026 จองในงาน รับฟรี Gift Voucher 500 บาท สำหรับซื้อ Apparel หรือ Accessories ที่ Honda BigWing สาขาที่ร่วมรายการ**

    ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคันจริงได้ที่ บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า (A21) Hall EH 101–104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 21–30 สิงหาคม 2569 พร้อมพบกับรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่นและข้อเสนอพิเศษภายในงาน หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสัมผัสรถได้ที่ Honda BigWing และ CUB House ทุกสาขาทั่วประเทศ

    หมายเหตุ
    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
    **เฉพาะสาขารามอินทรา พระราม 3 และธนบุรี 

    สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #NewCB1000GT #TouringAwakened #HondaBigBike #BigBike #ExcitesTheWorld
    #HondaMonkey #Monkey125 #MonkeyCustomEdition#AwakenYourEnduro #CUBHouse #CUBHousebyHonda
    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand​ #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GEELY RIDDARA THAILAND เผยโฉม ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L และ NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ในงาน BIG Motor Sale 2026

    2 Min Read

    GEELY RIDDARA THAILAND เผยโฉม ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L และ NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ในงาน BIG Motor Sale 2026

    GEELY RIDDARA THAILAND (จีลี่ ริดดารา ประเทศไทย) เผยโฉม รถกระบะพลังงานใหม่ ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L ทั้งรุ่น ขับเคลื่อน 2 ล้อ และ ขับเคลื่อน 4 ล้อ  ในงาน BIG Motor Sale 2026 ที่ โดดเด่นด้วยความยาวกระบะท้าย 1,765มม. เทียบเท่ารถกระบะตอนครึ่งในตลาด และยาวสุดในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู ด้วยกัน

    พร้อมกันนี้ ทางบริษัทได้แนะนำ NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 ที่มาพร้อมกับการปรับดีไซน์กระจังหน้าเป็นแบบ LED เรืองแสง และสมาร์ทเทคโนโลยีที่ช่วยตอกย้ำถึงการเป็นกระบะไฟฟ้าไฮเทคอัจฉริยะอันดับหนึ่งในตลาด

    โดยในงาน BIG Motor Sale 2026 ที่ไบเทคบางนา ระหว่างวันที่ 21-30 สค.นี้ ทาง GEELY RIDDARA ได้เตรียมโปรโมชั่นส่งเสริมการขายด้วยข้อเสนอสุดพิเศษมากมายสำหรับลูกค้าที่สั่งจองรถยนต์ที่บูธ GEELY RIDDARA (A07/2)

    นายอาคิรา นิสภกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการขาย GEELY RIDDARA THAILAND กล่าวว่า GEELY RIDDARA ได้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในตลาดรถกระบะ 4 ประตู ของไทย ในระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมา

    “จากเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2569 นั้น ยอดขายของ GEELY RIDDARA ในประเทศไทยได้เติบโตขึ้นถึง 185% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วยยอดขาย 1,396 คัน ซึ่งมากกว่ายอดขายรวมทั้งปี 2568 ถึง 84%,” นายอาคิรา กล่าว

    “GEELY RIDDARA เป็นผู้นำในเซ็กเมนต์กระบะพลังงานใหม่ (NEV) ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) สูงถึง 85% (ยอดจดทะเบียนสะสม 1,177 คัน จากตลาดกระบะ NEV ทั้งหมด 1,384 คัน) และเราได้ขยับอันดับในตลาด โดยในเซ็กเมนท์กระบะ 4 ประตู GEELY RIDDARA สามารถไต่ขึ้นมาครอง อันดับ 4 ของตลาดต่อเนื่องกัน 2 เดือนซ้อน ในเดือนมิถุนายน และ กรกฎาคม 2569”

    GEELY RIDDARA THAILAND ต่อยอดกระแสความนิยมนี้ โดยขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมมากขึ้น ด้วยการเพิ่มรุ่นย่อย ECON 3 รุ่น และ RD6 4 รุ่น โดยซีรีส์ ECON เน้นความใช้งานได้จริง ประหยัดค่าใช้จ่าย คุ้มค่า และความสามารถในการบรรทุก ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มธุรกิจ SME บริษัทโลจิสติกส์ และเจ้าของธุรกิจค้าปลีก/ค้าส่ง ส่วนซีรีส์ RD6 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่สำหรับปี 2026 ตอกย้ำตำแหน่งความเป็นรถกระบะไฮเทคที่ชาญฉลาดที่สุด ด้วยแนวคิด “ใช้งานได้เหมือนรถกระบะ ขับได้เหมือนรถ SUV” มาพร้อมฟีเจอร์หลักของรถ SUV พลังงานใหม่ เช่น ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะและระบบควบคุมด้วยเสียง ทำให้เป็นรถอเนกประสงค์อย่างแท้จริงสำหรับการใช้งานทั้งในครอบครัวและเชิงพาณิชย์

    ในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 GEELY RIDDARA มีแผนธุรกิจที่จะขยายฐานทั้งลูกค้าปลีกและลูกค้ากลุ่มธุรกิจ รวมถึงขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดต่างจังหวัดทั่วประเทศไทย

    ปัจจุบัน GEELY RIDDARA มีตัวแทนจำหน่าย 29 รายในประเทศไทย โดยแบ่งเป็น กรุงเทพฯ และปริมณฑล 8 โชว์รูม และ ต่างจังหวัด 21 โชว์รูม โดยจะเพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการเป็น 40 แห่งภายในสิ้นปี 2569

    ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L

    หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจาก GEELY RIDDARA ECON รุ่นก่อนหน้านี้ นี่คือ ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L ที่จะมาตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่ต้องการพื้นที่ท้ายกระบะมากขึ้นและบรรทุกได้สูงขึ้น

    ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L มาพร้อมกระบะท้ายที่ยาวขึ้น 240 มม. รวมความยาวเป็น 1,765มม. ซึ่งใกล้เคียงกับรถกระบะตอนครึ่งทั่วไป ความจุกระบะท้ายเพิ่มขึ้นเป็น 1,380 ลิตร เทียบเท่ากับรถกระบะแบบตอนครึ่งเช่นกัน ท้ายกระบะทำจากวัสดุ STC ที่ทนทานเป็นพิเศษ ออกแบบมาสำหรับใช้งานหนักเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ ให้ความทนทานและความสามารถในการปรับตัวที่เหนือกว่า

    ในขณะเดียวกัน ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L ยังมีพื้นที่สำหรับผู้โดยสารแถวที่สองที่กว้างขวาง ซึ่งเป็นสิ่งที่รถกระบะแบบตอนครึ่งทั่วไปไม่มี หมายความว่าความจุในการบรรทุกและความสะดวกสบายของผู้โดยสารไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริโภคต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นการผสมผสานที่ลงตัว

    ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ LFP (ลิเธียมฟอสเฟต) ขนาด 73 kWh รองรับ DC QUICK CHARGE 90kW สามารถชาร์จไฟจาก 30% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อกิโลเมตรต่ำกว่ารถกระบะเครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วไปถึง 20% ทำให้เป็นตัวเลือกที่ประหยัดที่สุดสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการลดต้นทุนการดำเนินงาน

    ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ราคาดังนี้:

    • ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L 2WD 73kWh: 849,000 บาท*
    • ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L 4WD 73kWh: 949,000 บาท*

    **ไม่รวมระบบแผงจ่ายไฟกระบะท้าย (หากต้องการ ชำระเพิ่ม +20,000 บาท)

    อีกทั้งปัจจุบัน ยังคงมี GRRLY RIDDARA ECON 63kWh 2WD ราคา 739,000 บาท ซึ่งเป็นกระบะสี่ประตูที่คุ้มที่สุดอีกด้วย

    NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026

    สำหรับปี 2026 GEELY RIDDARA ได้อัพเกรดความหรูหราเพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างรุ่น RD6 และ ECON อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการติดตั้งกระจังหน้า LED พร้อมตัวอักษร RIDDARA ขนาดใหญ่ในรุ่น RD6 ขับเคลื่อนสองล้อ เหมือนกับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ในขณะที่รุ่นย่อย ECON ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับกระจังหน้าที่ตกแต่งสีดำเงา

    นอกเหนือจากโลโก้ LED เรืองแสงด้านหน้าแล้ว NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 ยังคงมอบสมรรถนะที่เหนือชั้น ด้วยกำลังขับ 315 กิโลวัตต์ และแรงบิด 595 นิวตันเมตร พร้อมระยะทางวิ่งได้สูงสุดถึง 503 กิโลเมตร (NEDC)

    NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 มุ่งเป้าไปที่การใช้งานทั้งเชิงพาณิชย์และครอบครัว โดยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ช่วยให้เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 190 กม./ชม.

    NEW GEELY RIDDARA RD6 มาพร้อมอุปกรณ์ครบครันระดับพรีเมียม รวมถึงหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว กล้องมองรอบทิศทาง 540 องศา โหมดการขับขี่ 7 โหมด และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) 14 ระบบ

     

    NEW GEELY RIDDARA RD6 รุ่นใหม่ มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ โดยมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ราคาดังนี้:

    • RIDDARA RD6 73.9kWh 2WD: 899,000 บาท (เริ่มต้นที่ 999,000 บาท)
    • RIDDARA RD6 86kWh 2WD: 999,000 บาท (เริ่มต้นที่ 1,159,000 บาท)
    • RIDDARA RD6 73.9kWh 4WD: 999,000 บาท (เริ่มต้นที่ 1,149,000 บาท)
    • RIDDARA RD6 86kWh 4WD: 1,149,000 บาท (เริ่มต้นที่ 1,299,000 บาท)

     

    พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่จองตั้งแต่วันที่ 21–30 สิงหาคม 2569 และจัดส่งภายในเดือนกันยายน 2569

     

    แคมเปญพิเศษสำหรับ GEELY RIDDARA ECON

    • GEELY RIDDARA ECON ราคาเริ่มต้นเพียง 739,000 บาท (GEELY RIDDARA ECON 63 kWh 2 WD)
    • ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L 2 WD ราคาพิเศษ 849,000 บาท*
    • ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L 4 WD ราคาพิเศษ 949,000 บาท*
    • วางเงินจอง 1,000 บาท รับส่วนลด 10 เท่า**
    • อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.99% (เงินดาวน์ 30% 48 งวด)
    • ประกันภัยฟรี 1 ปี
    • RIDDARA Gift Package มูลค่าสูงสุด 38,000 บาท***
    • รับ RIDDARA CARE PACKAGE
    • รับประกันตัวรถ 6 ปี หรือ 150,000 กม.
    • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 6 ปี
    • ศูนย์บริการลูกค้า RIDDARA ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

    * ไม่มีแผงจ่ายไฟกระบะท้าย หากต้องการชำระเพิ่ม 20,000 บาท

    ** รวมเงินจอง

    ***มูลค่า 20,000 บาท สำหรับ GEELY RIDDARA ECON 63kWh 2WD และ ECON L 73kWh 2WD – เบาะคนขับ  ปรับไฟฟ้า (8,000 บาท), ราวหลังคาอลูมิเนียม (12,000 บาท)

    มูลค่า 38,000 บาท สำหรับ GEELY RIDDARA ECON L 73kWh 4WD – ล้ออัลลอย (18,000 บาท), เบาะคนขับ       ปรับไฟฟ้า (8,000 บาท), ราวหลังคาอลูมิเนียม (12,000 บาท)

     

    แคมเปญพิเศษสำหรับ GEELY RIDDARA RD6

    • ราคาโปรโมชั่นพิเศษ GEELY RIDDARA RD6 เริ่มต้นที่ 899,000 บาท สำหรับ RD6 73.9 kWh 2WD (จากราคาปกติ 999,000 บาท) และ 73.9 kWh 4WD 999,000 บาท (จากราคาปกติ 1,149,000 บาท)
    • วางเงินจอง 2,000 บาท รับส่วนลด 10 เท่า*
    • อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.99% (เงินดาวน์ 30% 48 งวด)
    • ประกันภัยฟรี 1 ปี
    • ฟรี โฮมชาร์จพร้อมบริการติดตั้ง
    • ฟรี internet 2 GB ต่อเดือน นาน 1 ปี
    • รับ RIDDARA CARE PACKAGE
    • รับประกันตัวรถ 6 ปี หรือ 150,000 กม.
    • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 6 ปี
    • ศูนย์บริการลูกค้า RIDDARA ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

    * รวมเงินจอง

     

    นอกจากนี้ บริการหลังการขาย RIDDARA CARE พร้อมดูแลและให้บริการลูกค้าผ่านเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับศูนย์บริการลูกค้า RIDDARA Call Center ที่พร้อมให้บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ที่หมายเลข 02-012-2888


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เปิดตัวยิ่งใหญ่ครั้งแรกในไทย! MAXUS Commercial ยกทัพ EV เชิงพาณิชย์บุกงาน BIG Motor Sale 2026 ประกาศรุกตลาดเต็มสปีด ชู “มิตรแท้ธุรกิจ” ช่วยลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มความคล่องตัว เล็งขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมเปิดรับพันธมิตรร่วมลงทุน

    2 Min Read

    เปิดตัวยิ่งใหญ่ครั้งแรกในไทย! MAXUS Commercial ยกทัพ EV เชิงพาณิชย์บุกงาน BIG Motor Sale 2026 ประกาศรุกตลาดเต็มสปีด ชู “มิตรแท้ธุรกิจ” ช่วยลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มความคล่องตัว เล็งขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมเปิดรับพันธมิตรร่วมลงทุน

    MAXUS Commercial ประกาศศักยภาพครั้งใหญ่ ตอกย้ำความพร้อมในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial EV) ของประเทศไทย โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน Big Motor Sale 2026 ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 -31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ชู 3 ไฮไลท์เด็ด ทั้งขบวนสุดยอด Commercial EV รุ่นใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนและระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัย และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ CATL ที่ได้มาตรฐานระดับโลก พร้อมไฮไลท์ข้อเสนอพิเศษให้ทุกรุ่นทุกคัน มั่นใจตอบโจทย์ลูกค้าล้นหลาม โดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง ธุรกิจท่องเที่ยว ตลอดจนอุตสาหกรรม ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้โลจิสติกส์ เพิ่มความยืดหยุ่นคล่องตัวในการใช้งาน และที่สำคัญประหยัดต้นทุน เพื่อนำธุรกิจให้มีกำไร และแข่งขันได้ นอกจากนี้ ยังมีไฮไลท์เด็ดตอบโจทย์การเป็นศูนย์กลางด้านสาธารณสุขของไทยในเอเชีย กับรถตกแต่งพิเศษ “Ambulance Concept” และรถโดยสาร (ขนส่งก็ได้+ท่องเที่ยวก็สนุก) พร้อมเปิดรับจองในงานเป็นครั้งแรก

    นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานกรรมการ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS Commercial ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ กล่าวว่า ปัจจุบันต้นทุนพลังงานและต้นทุนการขนส่งกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการทุกขนาด รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SME ซึ่งไม่ได้มองหาเพียง “รถคันใหม่” มาเสริมกิจการ แต่ต้องการโซลูชันที่คุ้มค่าที่สุดมาเป็นตัวช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัว ตลอดจนเพิ่มภาพลักษณ์ และสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว ซึ่งจากสถานการณ์เศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน ที่ส่งผลกระทบต่อทุกกิจการ บริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่า Commercial EV ของ MAXUS ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยี การประหยัดพลังงาน สามารถปรับใช้งานได้หลากหลาย ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นคำตอบที่จะช่วยให้ธุรกิจและเป็นมิตรแท้ธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ให้สามารถลดภาระต้นทุนจากการขนส่งลง ส่งผลทำให้สามารถแข่งขันและนำธุรกิจสู่การเติบโตได้ในที่สุด

    “ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไม่ต่ำกว่าปีละ 16,000 คัน ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจ โลจิสติกส์ ขนส่งพัสดุและสินค้า รถรับส่งเชิงพาณิชย์ รถพยาบาล รวมถึงรถดัดแปลงและรถเฉพาะทางเพื่อการเดินทาง ติดต่องาน ติดต่อราชการ และรถตู้ไฟฟ้าเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัทแม่ คือ บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP บริษัท อีแวนเต้ จำกัด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดจำหน่าย Authorized Distributor รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS อย่างเป็นทางการ จึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ ในการนำรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS เข้ามาทำตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ”

    สำหรับไฮไลท์ของบูธ MAXUS Commercial ในงาน Big Motor Sale 2026 นอกจากกองทัพ Commercial EV รุ่นใหม่ล่าสุด 4 รุ่น ยังมีรุ่นตกแต่งพิเศษสำหรับการขนส่ง การเดินทางท่องเที่ยว และรถพยาบาล เพื่อจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ให้หน่วยงานหรือธุรกิจต่างๆ สะท้อนศักยภาพการต่อยอดรถสู่หลากหลายการใช้งาน

    “MAXUS Commercial มุ่งเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial EV) ของประเทศไทย และเป็นพันธมิตรธุรกิจที่พร้อมเดินไปด้วยกันกับลูกค้าในระยะยาว ซึ่งภายใต้ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจเรื่องธุรกิจ ต้นทุน และรูปแบบการดำเนินงานของผู้ประกอบการ ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัทแม่ในทุกด้าน เราจึงสามารถตอบโจทย์และช่วยให้ลูกค้าได้โซลูชันที่เหมาะสมคุ้มค่าให้กับธุรกิจ สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ” คุณทรงวิทย์กล่าว

    ด้าน นายศักดิธัช จันทรเสรีกุล รองประธานกรรมการ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด กล่าวว่า MAXUS Commercial Vehicles มีไลน์อัพรถยนต์ครอบคลุมตั้งแต่งานขนส่งในเมืองถึงงานหนัก สำหรับในงาน Big Motor Sale บริษัทฯ ได้นำรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS มาจัดแสดงทั้งหมด 4 รุ่น โดยแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยทุกรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ CATL ประกอบด้วย รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ eDeliver 5, รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อเนกประสงค์ eDeliver 7, รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานหนัก eDeliver 9 และ รถกระบะไฟฟ้า eTerron 9

    • MAXUS eDeliver 5 รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขนส่งในเมือง ติดตั้งแบตเตอรี่ CATL ความจุ 64 kWh รองรับการชาร์จแบบ DC จาก 20-80% ภายใน 36 นาที ที่กำลังชาร์จสูงสุด 70 kW

    รุ่น L2H1 กำลังสูงสุด 120 kW

    ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP แบบรวม 321-454 กิโลเมตร

    ปริมาตรบรรทุกสูงสุด 7.5 ลูกบาศก์เมตร

    น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,265 กิโลกรัม

    ราคาพิเศษ 990,000 บาท

    รุ่น L2H2 กำลังสูงสุด 120 kW

    ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP แบบรวม 301-436 กิโลเมตร

    ปริมาตรบรรทุกสูงสุด 8.7 ลูกบาศก์เมตร

    น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,265 กิโลกรัม

    ราคาพิเศษ 1,100,000 บาท:

    • MAXUS eDeliver 7 รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อเนกประสงค์ ออกแบบให้รองรับทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ติดตั้งแบตเตอรี่ CATL ความจุ 88 kWh รองรับการชาร์จแบบ DC จาก 20-80% ภายใน 43 นาที ที่กำลังชาร์จสูงสุด 90 kW

    กำลังสูงสุด 150 kW

    ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP แบบรวม 328-469 กิโลเมตร

    ปริมาตรบรรทุกสูงสุด 8.7 ลูกบาศก์เมตร

    น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,200 กิโลกรัม

    ราคาพิเศษเพียง 1,250,000 บาท

     

    • MAXUS eDeliver 9 รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานหนัก ให้ความคล่องตัวและสามารถปรับใช้งานได้หลากหลาย ติดตั้งแบตเตอรี่ CATL ความจุ 100 kWh รองรับการชาร์จแบบ DC จาก 20-80% ภายใน 47 นาที ที่กำลังชาร์จสูงสุด 100 kW

    กำลังสูงสุด 170 kW

    ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP แบบรวม 360-425 กิโลเมตร

    ปริมาตรบรรทุกสูงสุด 11 ลูกบาศก์เมตร

    น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,490 กิโลกรัม

    เปิดจองในงาน ราคาพิเศษเพียง 1,300,000 บาท

     

    • MAXUS eTerron 9 รถกระบะไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานอเนกประสงค์ โดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ CATL ความจุ 102.2 kWh รองรับการชาร์จแบบ DC จาก 20-80% ภายใน 42 นาที ที่กำลังชาร์จสูงสุด 115 kW

    กำลังสูงสุด 325 kW

    ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP แบบรวมสูงสุด 430 กิโลเมตร

    รองรับน้ำหนักลากจูงสูงสุด 3,500 กิโลกรัม

    อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 5.8 วินาที

    เปิดจองในงาน ราคาสุดเร้าใจเพียง 1,690,000 บาท

     

    อีกไฮไลท์ของ บูธ MAXUS Commercial คือรถแต่งพิเศษ สำหรับรถพยาบาล และรถส่วนบุคคล รองรับโจทย์การใช้งานของธุรกิจหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานขนส่งในเมือง ไปจนถึงงานที่ต้องการสมรรถนะและการดัดแปลงเฉพาะทาง โดยนำรุ่น eDeliver 5 และ eDeliver 7 ซึ่งเป็นรถที่ออกแบบมาสำหรับขนส่งสินค้า มาตกแต่งใหม่ให้เป็นรถส่วนบุคคล Passenger Van ให้ความสะดวกสบาย คล่องตัว สะท้อนความยืดหยุ่นของ Commercial Vehicle Platform ได้อย่างชาญฉลาด โดยลูกค้าที่สนใจสามารถมาชมรถคันจริงในงาน ซึ่งมีราคาปรับแต่งกระจกแต่ละรุ่นแตกต่างกันไป คือในรุ่น eDeliver 5 มีค่าปรับแต่ง 35,000 บาท รุ่น eDeliver 7 มีค่าปรับแต่งกระจก 40,000 บาท และ รุ่น eDeliver 9 มีค่าปรับแต่งกระจกที่ 48,000 บาท

    ส่วนอีกไฮไลท์ ที่มั่นใจว่ามาแรงและเป็นดาวเด่นตอบโจทย์สังคมสูงอายุ และการขยายตัวของการบริการสาธารณสุขไทย คือ Ambulance Concept ซึ่งลูกค้าที่มาชมในงาน จะเห็นถึงความคุ้มค่า และความยืดหยุ่น ที่สามารถนำรถ Maxus Commercial ไปต่อยอดสู่การใช้งานเฉพาะทางได้อย่างลงตัวมากๆ (การตกแต่งเฉพาะภายนอกในรูปแบบรถพยาบาลเท่านั้น ยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือระบบสำหรับการใช้งานเป็นรถพยาบาลเต็มรูปแบบ)

    เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกเป็นเจ้าของและเลือกนำ MAXUS Commercial แต่ละรุ่นไปตอบโจทย์ธุรกิจ ภายในงาน Big Motor Sale บริษัทฯ ยังได้ จัดแคมเปญพิเศษ แถม Wall Charger 7 kW และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 3 ปี ผ้ายาง และกรอบป้ายทะเบียน ให้ลูกค้าที่จองและออกรถในงาน ขณะที่ลูกค้าที่จอง MAXUS eTerron 9 ยังจะได้รับประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. ฟรีอีกด้วย

    “ขอเชิญชวนให้ลูกค้าและผู้สนใจ มาชมบูธ MAXUS Commercial ในงาน Big Motor Sale ซึ่งตลอด 10 วันนี้ เราตั้งใจให้เป็นโอกาสสำคัญ เพื่อบอกเล่าความตั้งใจและความมุ่งมั่นของ Evante และ ASAP และทำให้ลูกค้าได้รู้จักและเข้าถึงรถไฟฟ้า MAXUS Commercial พันธมิตรใหม่ในการทำธุรกิจที่จะช่วยคุณลดต้นทุนการขนส่งได้อย่างมาก ดังคอนเซปต์ “รถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS ธุรกิจที่คุณเลือกขนาดได้” นั่นคือความพร้อมในการรองรับโจทย์ของภาคธุรกิจหลากหลายขนาดและรูปแบบการใช้งาน ทั้งนี้บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถทยอยส่งมอบรถแต่ละรุ่นให้ลูกค้าที่จองเข้ามาได้อย่างรวดเร็วคือตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป”

    Evante ตั้งเป้าจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ไว้ที่ 300 คัน ปี 2570 ตั้งเป้าไว้ที่ 2,000 คัน และตั้งเป้าถึง 3,000 คัน ในปี 2571 สำหรับในงาน Big Motor Sale บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดจองรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS รุ่นต่างๆ ไว้ที่ประมาณ 100 คัน

    ปัจจุบันโชว์รูมและศูนย์บริการ MAXUS Commercial แห่งแรก จะเปิดให้บริการที่ย่าน ถนนรามอินทรา และคาดว่าในปีนี้จะเปิดอีก 2 แห่งที่ บางนา และที่จังหวัดชลบุรี อย่างไรก็ตามเพื่อรองรับกับการเติบโตของตลาด และยอดขาย บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ MAXUS Commercial ให้ครอบคลุมหัวเมืองสำคัญๆ ในทุกภูมิภาค หรือรวม 12 แห่ง ในปีหน้า ทั้งนี้นักลงทุนที่สนใจร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันขยายเครือข่าย MAXUS Commercial ในประเทศไทย รองรับการเติบโตของตลาด EV เชิงพาณิชย์ในระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ คือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ภาคกลางที่ จังหวัดระยอง ภาคใต้ที่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment