-
News Car2 Min Read
GAC AION เดินหน้ากลยุทธ์ Thailand Action 2.0 ในงาน Motor Show 2026 พร้อมแคมเปญครบทุกไลน์อัพ และ GAC Easy Trade-in มอบส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท
GAC AION Thailand ประกาศความยิ่งใหญ่ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ขนทัพยนตรกรรมพลังงานทางเลือกใหม่จัดแสดงแบบเต็มพิกัด โดยในปีนี้มาพร้อมไฮไลต์สำคัญทั้งทิศทางการดำเนินธุรกิจระดับโลก การยกระดับบริการหลังการขาย และการจัดเต็มโปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบและยั่งยืนในประเทศไทย
ต่อยอดความสำเร็จสู่ “Thailand Action 2.0″ ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับโลก
Mr. Wanye Wei ประธานกรรมการบริหาร GAC International ได้กล่าวถึงความสำเร็จและวิสัยทัศน์ของแบรนด์ว่า ประเทศไทยคือหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ระดับโลกภายใต้พันธกิจ “In Thailand, For Thailand” โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งการก้าวกระโดด ด้วยยอดจดทะเบียนทะลุ 15,301 คัน เติบโตถึง 305% พร้อมขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายมากกว่า 68 แห่ง สร้างสถานีชาร์จ 160 แห่ง และก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดแท็กซี่ไฟฟ้าของไทย
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 GAC AION ภูมิใจที่จะเปิดตัวยุทธศาสตร์ ‘Thailand Action 2.0’ ซึ่งเป็นการยกระดับจากการหยั่งรากฐานสู่การเป็นผู้นำแห่งอนาคต โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่:
- เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่: เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด 2 รุ่นในปี 2569 นี้ และสัญญาว่าจะเปิดตัวรถใหม่เพิ่มอย่างน้อยปีละ 1 ถึง 2 รุ่น
- Mobility Center: แนะนำแพลตฟอร์มโชว์รูมแบบครบวงจรสำหรับไลฟ์สไตล์การเดินทางในแบบฉบับของ GAC
- Energy Ecosystem: นำเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) มาสู่ประเทศไทย เพื่อสร้างเครือข่ายพลังงานแสงอาทิตย์-การจัดเก็บ-การชาร์จ-และการสลับแบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบ
- ยกระดับกำลังการผลิต: ภายในปี 2569 โรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยจะมีกำลังการผลิตที่ 20,000 คันต่อปี และจะเพิ่มรุ่นที่ผลิตในไทยอีก 2 รุ่นภายในไตรมาสที่ 4 ดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการส่งออกระดับโลกอย่างเป็นทางการ
ยกระดับบริการหลังการขายด้วย GAC CARE และ Lifetime Warranty 2.0
Mr. Andrew Wang ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยการประกาศเปิดตัว GAC CARE แบรนด์บริการแรกสำหรับตลาดต่างประเทศของ GAC เพื่อตอบโจทย์ความมั่นใจตลอดการเป็นเจ้าของรถ โดยครอบคลุม 4 เสาหลัก ได้แก่:
- ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric): ดูแลวงจรชีวิตรถในทุกขั้นตอน ตั้งแต่บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การอัปเดต OTA ไปจนถึงการเทรดอินรถ
- ความเชื่อมั่นขั้นสูง (Advanced Assurance): ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพอันดับ 1 จาก J.D. Power โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุดด้วยการอัปเกรดการรับประกันเป็น Lifetime Warranty 2.0 ภายใต้แนวคิด “ความมุ่งมั่นไร้กังวลเรื่องอัคคีภัย และคำมั่นสัญญาการรับประกันเต็มรูปแบบ” (Zero Fire Concern, Full Guarantee Promise) ซึ่งถือเป็นการรับประกันขั้นสูงสุดของแบรนด์ โดย GAC ให้คำมั่นสัญญาว่า หากเกิดเหตุไฟไหม้ที่มีสาเหตุมาจากคุณภาพของแบตเตอรี่ บริษัทฯ จะทำการเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ให้แก่ลูกค้าทันที รวมถึงการรับประกันตลอดอายุการใช้งานที่ครอบคลุมชิ้นส่วนหลักทั้ง แบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง
- ตอบสนองรวดเร็ว (Rapid Response): รับประกันซ่อมมาตรฐานเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน หากใช้เวลาเกิน 3 วัน จะมีรถสำรองให้ใช้ระหว่างซ่อม
- ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Exclusive Expertise): ให้บริการอย่างมืออาชีพผ่านแอปพลิเคชันแบบครบวงจร
นอกจากนี้ เพื่อรองรับการบริการที่รวดเร็ว บริษัทฯ ได้เตรียมขยายคลังสินค้าขนาด 12,000 ตารางเมตร ภายในปี 2569 พร้อมอะไหล่ 120,000 ชิ้น เพื่อรองรับความต้องการถึง 99% รับประกันการจัดส่งอะไหล่ภายใน 24 ชั่วโมงในกรุงเทพฯ และภายใน 3 วันสำหรับต่างจังหวัด รวมทั้งยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพียงรายเดียวที่มีศูนย์บริการแบตเตอรี่ในไทย
จัดเต็มแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ต้อนรับ Motor Show 2026
เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า GAC AION Thailand มอบสิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569 และต้องออกใบกำกับภาษีภายในวันที่ 30 เมษายน 2569
รายละเอียดราคาและโปรโมชันพิเศษ ต้อนรับงาน Motor Show 2026
(ระยะเวลาโปรโมชัน: 1 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569)
GAC AION V
GAC AION V รุ่น 500 Premium
- ราคาโปรโมชันพิเศษ 799,900 บาท*
- พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 40,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 759,900 บาท*
- รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*
- รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท*
GAC AION V รุ่น 602 Luxury
- ราคาโปรโมชันพิเศษ 899,900 บาท*
- พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 40,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 859,900 บาท*
- รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*
- รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท*
GAC AION UT
GAC AION UT รุ่น 420 Standard
- ราคาโปรโมชันพิเศษ 519,900 บาท*
- พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 30,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 489,900 บาท*
- รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*
- เลือกรับข้อเสนอพิเศษ! มูลค่าสูงสุด 25,800 บาท*
- Package A. ฟรี! Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง
- Package B. ฟรี! สายชาร์จพกพา และสายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า V2L (Vehicle-to-Load))*
GAC AION UT รุ่น 500 Premium
- ราคาโปรโมชันพิเศษ 619,900 บาท*
- พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 30,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 589,900 บาท*
- รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*
- เลือกรับข้อเสนอพิเศษ! มูลค่าสูงสุด 25,800 บาท* (A. ฟรี! Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง หรือ B. ฟรี! สายชาร์จพกพา และสายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า V2L (Vehicle-to-Load))*
GAC HYPTEC HT รุ่น 620 Premium
- ราคาโปรโมชันพิเศษ 1,199,000 บาท*
- พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 50,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 1,149,000 บาท*
- รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 100,000 บาท*
- รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท*
GAC M8 PHEV
- ราคาโปรโมชันพิเศษ 2,499,000 บาท*
- พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 150,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 2,349,000 บาท*
- รับฟรี Premium Comfort Package มูลค่ารวม 54,800 บาท* (ประกอบด้วย จอเพดานขนาด 3 นิ้ว และตู้เย็นภายในรถยนต์ขนาด 7 ลิตร พร้อมบริการติดตั้ง)
- รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 100,000 บาท*
- รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท*
GAC AION Y Plus รุ่น 490 Premium
- ราคาโปรโมชันพิเศษ 749,000 บาท*
- พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 50,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 699,000 บาท*
- ฟรี! Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*
- ฟรี! ที่นอนเป่าลม มูลค่า 8,600 บาท*
* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
* ลูกค้าต้องเข้าร่วมแคมเปญ “GAC Easy Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่” เท่านั้น
* รายละเอียดและเงื่อนไขของรถแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่าย GAC AION ทุกสาขาทั่วประเทศ
* ต้องจองรถภายในวันที่ 1 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569 และต้องออกใบกำกับภาษีภายในวันที่ 1 มีนาคม 2569 – 30 เมษายน 2569
มูลค่าการรับประกันตลอดอายุการใช้งานที่แสดงเป็นการประมาณการมูลค่าการคุ้มครองต่อคัน เพื่อใช้ในการสื่อสารเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการกำหนดหรือจำกัดยอดเคลมจริง
GAC Easy Trade-in: แคมเปญรถเก่าแลกรถใหม่ รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 150,000*
GAC AION Thailand มอบบริการแบบ One-Stop Service ทราบผลประเมินราคารถภายใน 1 ชม. และดำเนินการจบได้เร็วที่สุดภายในวันเดียว พร้อมรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 150,000 บาท* เมื่อนำรถคันเดิมทุกยี่ห้อมาเทิร์นเพื่อออกรถ GAC รุ่นใหม่ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569
* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
* ลูกค้าต้องเข้าร่วมแคมเปญ “GAC Easy Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่” เท่านั้น * รายละเอียดและเงื่อนไขของรถแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่าย GAC AION ทุกสาขาทั่วประเทศ
* “GAC Easy Trade-in” คือแคมเปญการแลกรถเก่าเป็นรถใหม่
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส รายงานผลประกอบการ 2568 กำไรโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าผลิกโฉมโรงงานสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส รายงานผลประกอบการ ปี 2568 ที่สามารถทำกำไรติดต่อกันเป็นปีที่ 7 สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งท่ามกลางสภาพแวดล้อมในตลาดโลกที่ท้าทาย พร้อมเดินหน้าลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยุคแห่งยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้
โดยภาพรวมของผลประกอบการได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกหลายประการ แต่ตัวเลขผลการดำเนินงานของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ยังคงแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่ายอดการส่งมอบรถยนต์จะลดลงร้อยละ 5 ซึ่งเป็นผลมาจากการหดตัวของตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ยอดส่งมอบที่ลดลงได้รับการชดเชยจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในรุ่นย่อยที่สามารถสร้างรายได้และกำไร และความต้องการด้านการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ส่งผลให้รายได้ลดลงเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น โดยสำหรับรุ่น Bentayga ยังคงเป็นรุ่นที่มียอดสูงที่สุดของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สจากการเปิดตัว Bentayga Speed เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตอกย้ำให้เห็นถึงความนิยมของยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์สมรรถนะสูงรุ่นนี้
การกำหนดกลยุทธ์ราคาที่ดี ความหลากหลายของรุ่นย่อยที่ตอบโจทย์ และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของความต้องการด้านการออกแบบเฉพาะบุคคลโดย Mulliner ได้ช่วยชดเชยยอดส่งมอบที่ลดลง และได้สร้างรายได้กว่า 2.6 พันล้านยูโร (หรือกว่า 9 หมื่นล้านบาท) และด้วยยอดการส่งมอบรถยนต์รุ่น Mulliner ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ตอกย้ำกลยุทธ์ของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณในตลาดรถยนต์ระดับอัลตราลักชูรี
กำไรจากผลการดำเนินงานกว่า 216 ล้านยูโร (หรือกว่า 8 พันล้านบาท) ทำให้ผลตอบแทนจากยอดขายอยู่ที่ 8.3% ตัวเลขนี้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการตัดสินใจของกลุ่มโฟล์คสวาเกนที่จะยุติการผลิตรถยนต์กลุ่ม D-segment รวมถึงแรงกดดันจากผลกระทบของภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ยังคงเดินหน้าสนับสนุนกลยุทธ์ Beyond100+ พร้อมก้าวไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโรงงานสำหรับการผลิตยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าด้วยเม็ดเงินลงทุนด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต
สำหรับในปี 2568 นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงสำหรับกลุ่มรถยนต์เบนท์ลีย์หลังจากการเปิดตัว Continental GT และ Flying Spur เจเนอเรชันที่ 4 ซึ่งทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบ High Performance รุ่นใหม่ของแบรนด์ อีกทั้ง ยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับในรุ่น Speed และ Mulliner ที่ได้ช่วยสร้างรายได้และผลกำไรเฉลี่ยต่อคัน
ในรุ่น Bentayga Speed ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในตลาดโลก และมีส่วนสำคัญต่อรายได้โดยรวมของกลุ่มรถยนต์รุ่น Bentayga ในขณะเดียวกัน การเปิดตัวรุ่น Continental GT Supersports ในนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สในการขยายกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงที่เน้นผู้ขับขี่เป็นหลัก ซึ่งได้รับผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีหลังจากการเปิดตัวด้วยยอดจองที่เต็ม โดยมีแผนการส่งมอบสายการผลิตแรกในปลายปีนี้
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส มุ่งมั่นในการพัฒนาโรงงานให้เป็นโรงงานปลอดคาร์บอน พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ด้วยการพัฒนาอาคาร A1 ซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดเพื่อรองรับสายการประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในอนาคต และการพัฒนาศูนย์ออกแบบ (Design Centre) ซึ่งได้เปิดดำเนินงานไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 โดยได้สะท้อนศักยภาพการออกแบบและนวัตกรรมของเบนท์ลีย์ไว้ในที่แห่งนี้
การลงทุนเหล่านี้ต่อยอดจากการเปิดศูนย์ความเป็นเลิศด้านคุณภาพ พร้อมกับศูนย์ทำสีแห่งใหม่ที่จะเปิดให้บริการในปลายปีนี้ด้วยการนำเสนอเทคนิคการทำสีรถยนต์ให้ลูกค้าพร้อมด้วยตัวเลือกกว่าเกือบ 100 เฉดสีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปรับแต่งรถยนต์เบนท์ลีย์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด ซึ่งการพัฒนาในครั้งนี้ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สต่อกลยุทธ์ Beyond100+ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนสำหรับเจเนอเรชันต่อไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“ฮอนด้า” คว้าชัยสเตจที่ 2 ศึกแรลลี่ 2026 สนามที่ 2 โปรตุเกส สุดยอดรถแข่ง Honda CRF450 RALLY ผลงานกลุ่มนำต่อเนื่อง 3 สเตจแรก
สุดยอดรถแข่ง Honda CRF450 RALLY ประเดิมผลงานคว้าชัยชนะอย่างเหนือชั้นในการแข่งขันศึกสุดโหด แรลลี่ดาการ์ 2026 สนามที่ 2 สเตจที่ 2 ที่ประเทศโปรตุเกส โดย “โทซ่า ซาเรียน่า” ดาวบิดชาวสเปนของ Monster Energy Honda HRC พร้อมกับรักษาผลงานในกลุ่มหัวแถวอย่างต่อเนื่องในการแข่งขันสเตจที่ 3 รวมถึงอันดับในหัวแถวของตารางเวลารวมของแชมป์เปี้ยนชิพสนามนี้
สเตจที่ 2 หลังจากผ่านการแข่งขันสุดโหดในสเตจแรกที่ผ่านทางเปียก ลื่นและน้ำลึก การแข่งขันสเตจที่ 2 นักบิดต้องดวลกันในเส้นทางยาวเข้าสู่พรมแดนสเปน ระยะทางรวมมากกว่า 500 กิโลเมตร โดยมีช่วงจับเวลายาวถึง 377 กิโลเมตร จากซัลวาเตอรา เด มาโกส เส้นทางผ่านทั้งพื้นที่ร่องขรุขระ ภูเขา รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมของชาวท้องถิ่น โดยนักบิดจากฮอนด้าแสดงความเหนือชั้นด้วยการดวลความแข็งแกร่งเพื่อชิงชัยชนะกันเองก่อนคว้าอันดับที่ 1 – 2 มาครอง
“โทซ่า ซาเรียน่า” ดาวบิดชาวสเปนพร้อมกับรถแข่ง Honda CRF450 RALLY หมายเลข 68 จาก Monster Energy Honda HRC มุ่งมั่นอย่างมากกับการแข่งขันสเตจนี้เมื่อมุ่งหน้าพิชิตเส้นทางสู่บ้านเกิด โดยเปิดศึกดวลกับเพื่อนร่วมทีมจากฝรั่งเศส “เอเดรียน แวน เบเวอเรน” หมายเลข 42 ตั้งแต่ช่วงต้นการแข่งขัน ผลัดกันแซงขึ้นนำก่อนเข้าจุดเบรกเติมน้ำมันแรกที่ บรูโน ซานโตส ทั้งคู่เบียดความเร็วกันด้วยช่องว่างไม่ถึงครึ่งนาที ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงสุดท้าย “โทซ่า ซาเรียน่า” ฮึดเร่งความเร็วแซงขึ้นมาเป็นผู้นำและคว้าชัยชนะไปครอง ตามมาติด ๆ ในอันดับที่ 2 โดย “เอเดรียน แวน เบเวอเรน” ที่พารถแข่ง Honda CRF450 RALLY เอาชนะเส้นทางลื่นและโคลนซึ่งเจ้าตัวไม่ถนัดและแก้ปัญหาสัญญาณนำทาง ด้วยช่องว่าง 47 วินาทีเท่านั้น
ขณะที่ “ริกกี้ บราเบค” หมายเลข 9 สามารถเกาะกลุ่มผู้นำในช่วงต้นของการแข่งขัน ก่อนโชคร้ายประสบอุบัติเหตุลื่นหลุดออกไปเล็กน้อยทำให้เสียเวลาในการแข่งขันไป จบการแข่งขันในอันดับที่ 6 โดยมี “สกายเลอร์ ฮาวส์” หมายเลข 10 ตามเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 7
สเตจที่ 3 ดวลความแข็งแกร่งกันต่อเนื่องกับเส้นทางที่ท้าทายกว่า 500 กิโลเมตร จากจุดพักแรมที่บาดาโฆส โดยเส้นทางและการจับเวลานั้นมีการระบุว่านี่จะเป็นการแข่งขันสเตจที่ใช้ความเร็วมากที่สุด แต่ฝนที่ตกลงมาก่อนหน้าทำให้เส้นทางในโปรแกรมมีความเปียกและลื่น เพิ่มความยากในการแข่งขันขึ้นไปอีกระดับ
“โทซ่า ชาเรน่า” ลงบิดต่อหน้าแฟน ๆ ในบ้านเกิดที่สเปน พายอดรถแข่ง Honda CRF450 RALLY ผ่านเส้นทางที่เปียกลื่นและก้อนกรวด โดยมุ่งมั่นอย่างมากที่จะย้ำชัยชนะอีกครั้งในสเตจนี้ และสามารถทำเวลาอยู่กลุ่มนำเพื่อลุ้นชัยชนะ อย่างไรก็ดีโชคร้ายไปเสียเวลากับบันทึกเส้นทางที่ทำให้เกิดความเข้าใจสับสนและเสียเวลาไป ก่อนจบการแข่งขันในอันดับที่ 2 รักษาผลงานรวมในแถวหน้าได้อีกครั้ง
ขณะที่นักบิดฮอนด้าจาก Monster Energy Honda HRC “เอเดรียน แวน เบเวอเรน” ยังคงรักษาฟอร์มการขับขี่ที่แข็งแกร่ง บริหารจัดการยางได้เป็นอย่างดีเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 3 โดยมี “สกายเลอร์ ฮาวส์” หมายเลข 10 จบการแข่งขันในอันดับที่ 6 และ “ริกกี้ บราเบค” หมายเลข 9 เจ้าของแชมป์ดาการ์ 2 สมัย โชคร้ายประสบอุบัติเหตุล้มถึง 2 ครั้งในสเตจนี้ก่อนเข้าเส้นชัยมาในอันดับที่ 8
จบการแข่งขันในสเตจที่ 3 สถานการณ์ในตารางเวลารวมของนักบิดฮอนด้า “โทซ่า ซาเรียน่า” รั้งอยู่ในอันดับที่ 2 ตามผู้นำอยู่เพียง 3.11 นาที โดยมี “เอเดรียน แวน เบเวอเรน” หมายเลข 42 ตามมาเป็นอันดับที่ 3 พร้อมกับ
”สกายเลอร์ ฮาวส์” นักแข่งหมายเลข 10 อยู่ในอันดับที่ 7 และอันดับที่ 8 ของ “ริกกี้ บราเบค” หมายเลข 9
ขณะที่การแข่งขันช่วงต่อไปจะเข้าสู่เสตจที่ 4 ซึ่งเป็นสเตจที่ยาวที่สุดของการแข่งขันในสนามนี้ ครอบคลุมระยะทางมากกว่า 600 กิโลเมตร โดยจะกลับเข้าสู่พื้นที่ของโปรตุเกสและเมืองประวัติศาสตร์ลูเล่ ลงสนามดวลความเร็วและวัดความแข็งแกร่งกันในวันที่ 21 มีนาคม 2569 นี้
#RallyRaidPortugal #CRF450 #HondaMotorcycle #HRC #MonsterEnergyHondaTeam
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ยามาฮ่าเปิดจักรวาลแห่งความยูนีค “YAMAHA THE UNIQUEVERSE” ยกทัพเทคโนโลยี PHEV และ HEV ครั้งแรกในไทย พร้อมเปิดตัวรถใหม่หลากหลายรุ่น ในมอเตอร์โชว์ 2026
นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร และ มร.ฮิเดฮิโกะ ทาคากิ รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานการจัดงาน นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานการจัดงาน นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายอโณทัย เอี่ยมลำเนา กรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในพิธีเปิดบูท “YAMAHA THE UNIQUEVERSE” อย่างเป็นทางการ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
ยามาฮ่าสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต YAMAHA PROTO PHEV และ YAMAHA HEV ครั้งแรกในประเทศไทย กับแนวคิดระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด และไฮบริด ที่มอบทั้งความสนุกในการขับขี่ ประหยัดพลังงาน และลดการปล่อยมลพิษ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมเพื่ออนาคตอย่างยั่งยืน พร้อมการเปิดตัวรถใหม่แบ่งออกเป็น 2 ซีรีส์หลักได้แก่
THE UNIQUE PERFORMANCE นำโดย
- YAMAHA AEROX SP ซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติก พร้อมระบบ YECVT ยกระดับการควบคุมสมรรถนะ
- YAMAHA TRACER9 และ TRACER9 GT+ ครั้งแรกกับระบบ Matrix LED Headlight ปรับไฟอัจฉริยะตามสภาพจราจร พร้อมเรดาร์ และ Adaptive Cruise Control ในรุ่น GT+ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และลดความเหนื่อยล้าในการเดินทาง
- YAMAHA R9 สปอร์ตไบค์สายพันธุ์แชมป์ WSBK พร้อมรุ่นพิเศษ 70th Anniversary
- YAMAHA R15M สปอร์ตไบค์ 155 ซีซี รุ่นท็อป พร้อมรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 70 ปี
THE UNIQUE LIFESTYLE นำโดย
- YAMAHA OUTDOOR FASHION ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ผ่าน 3 โมเดลได้แก่
- Grand Filano Hybrid CLASSY RIDE OUT
- FAZZIO EASY RIDE OUT
- PG-1 PLAYFUL RIDE OUT
- YAMAHA FAZZIO ใหม่ 7 สีใหม่ แบ่งเป็นรุ่น Smart Key 3 สี และรุ่น Lite 4 สี
- YAMAHA SR400 Limited Final Edition พร้อมนาฬิกา G-SHOCK รุ่นพิเศษ
- YAMAHA TMAX Tech MAX 25th Anniversary เปิดราคาอย่างเป็นทางการ สุดยอดแห่งตระกูล MAX Series
พร้อมกันนี้ ยามาฮ่ายังจัดเต็มไลน์อัปรถจักรยานยนต์ครบทุกรุ่น พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษภายในงาน ด้วย Gift Voucher ส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท สำหรับบิ๊กไบค์ และสูงสุด 10,000 บาท สำหรับรถสแตนดาร์ดไบค์ไม่เกิน 400 ซีซี พบกับจักรวาลแห่งความยูนีคได้ที่บูท YAMAHA THE UNIQUEVERSE ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
#Yamaha #ยามาฮ่า #yamahasocietythailand #revsyourheart #yamahatheuniqueverse #protophev #protohev #feeltheuniqueexperience #motorshow2026 #มอเตอร์โชว์2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 สะท้อนพลังอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต ภายใต้ธีม “THE ICONIC SYNCHRONICITY”
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” ประกาศความพร้อมการจัดงานภายใต้ธีม “THE ICONIC SYNCHRONICITY” หรือ “บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ” สะท้อนการประสานอย่างลงตัวของเทคโนโลยี นวัตกรรม และงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ตอกย้ำศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน และบทบาทสำคัญในการเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน เวทีเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว
คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ผลิตยานยนต์ เทคโนโลยี และตลาดโลก เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ
จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ผู้จัดงานมองว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและมาตรการที่เหมาะสมจากภาครัฐในระดับนโยบาย
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังจำเป็นต้องยกระดับและพัฒนาศักยภาพการผลิต เพื่อรักษาบทบาทการเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค และการพัฒนาทั้งรถยนต์พลังงานทางเลือกและรถยนต์สันดาปที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและความหลากหลายของตลาด
ในบริบทดังกล่าว การจัดงาน Bangkok International Motor Show จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงนวัตกรรมยานยนต์ระดับนานาชาติ หากยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างยอดขาย ขับเคลื่อนห่วงโซ่
อุตสาหกรรม ส่งเสริมการจ้างงาน การท่องเที่ยว และการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”โดยในปีนี้ มีบริษัทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตอบรับเข้าร่วมออกบูธแล้ว 45 บริษัท แบ่งเป็น รถยนต์ 37 บริษัท และรถจักรยานยนต์ 8 บริษัท และมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ครอบคลุมทั้งยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
สำหรับไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือ การเข้าร่วมของกลุ่มแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ที่เพิ่งเปิดตลาดในประเทศไทย อาทิ CHERY, LEPAS, FIREFLY, FORTHING และ TESLA ซึ่งเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ผลิตระดับโลกต่อศักยภาพตลาดไทย
นอกจากนี้ ทุกบริษัทต่างปรับกลยุทธ์ด้านราคาและนำเสนอเงื่อนไขทางการเงินที่เอื้อต่อการตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แคมเปญส่งเสริมการขาย หรือโปรแกรมผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น และช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในภาพรวม จากกระแสตอบรับดังกล่าว ผู้จัดงานคาดการณ์ว่า การจัดงานในปีนี้จะสามารถ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในช่วงเวลาการจัดงาน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ยังกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตคอนเทนต์ด้านยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์ เข้ามาลงทะเบียนกว่า 3,000 คน เพื่อรายงานและสร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง ทุกการเปิดตัวรถใหม่ ทุกโปรโมชั่น และทุกไฮไลต์ภายในบูธ ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว สร้างการรับรู้ในวงกว้าง”
ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมงานจำนวนมากไม่ได้มาเพียงเพื่อชมรถเท่านั้น แต่ยังร่วมกันสร้างคอนเทนต์ผ่านการถ่ายภาพและวิดีโอ พร้อมแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้คอนเทนต์จากภายในงานสามารถขยายการรับรู้ไปสู่ผู้ชมจำนวนมหาศาลภายในเวลาอันสั้น เป็นการสื่อสารแบบ Organic ที่มีประสิทธิภาพสูงในยุคดิจิทัล
ด้วยเหตุนี้ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ แต่เป็น “แพลตฟอร์มสื่อขนาดใหญ่” ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมยานยนต์ สื่อมวลชน ผู้บริโภค และโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน
“และในเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน งานลักษณะนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างทั้งยอดขาย ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”
คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า “ภายในงานปีนี้ นอกจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ และอุปกรณ์ตกแต่งที่มีให้เลือกชมและเลือกซื้ออย่างครบครันแล้ว ทางผู้จัดยังได้เตรียมกิจกรรมพิเศษหลากหลายรูปแบบ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าชมงานให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมการแข่งขันจักรยานขาไถรายการ Grand Prix Runbike Championship with RCS นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมฉลองครบรอบ 30 ปีของ XO Autosport ซึ่งมักจะมีการรวมตัวของบุคคลสำคัญในวงการรถแต่ง และกิจกรรมแจกของที่ระลึกสำหรับผู้ร่วมงาน อาทิ JDM & Custom Culture เน้นการโชว์รถสาย JDM และรถแต่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในบรรยากาศ Outdoor รับลมร้อน ซึ่งผู้เข้าชมงาน ที่จะได้เห็นรถแต่งระดับท็อปในประเทศกว่า 200 คัน (วันละ 100 คัน) และการรวมตัวของกลุ่มคาร์คลับต่าง ๆ ในบรรยากาศสุดคึกคักรับหน้าร้อน ณ บริเวณลาน Loading หลังอาคาร Challenger 1–3 IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 28 – 29 มีนาคม
ภายในงาน ยังพบกับงานประกวดออกแบบ Chery V23 Style Up Challenge เป็นโครงการประกวดออกแบบ อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทรงกล่อง (Boxy Style) รุ่น Chery V23 เพื่อเฟ้นหาไอเดียสร้างสรรค์จากคนไทยไปสู่ระดับสากล โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงผลงานเป็นรถโมเดลที่ผ่านการคัดเลือก พร้อมให้ผู้เข้าชมงานร่วมโหวตรางวัล Popular Vote เพื่อลุ้นรับ iPad อีกด้วย
“ส่วนผู้เข้าชมงานที่ต้องการทดลองขับรถยนต์รุ่นที่สนใจ ทางผู้จัดได้เตรียมพื้นที่ลาน Test Drive บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี เพื่อรองรับการทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่จากหลากหลายแบรนด์ ภายใต้บรรยากาศที่เปิดกว้างและปลอดภัย โดยผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยของรถยนต์อย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของงานในปีนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น”
สำหรับแคมเปญส่งเสริมการขายในปีนี้ ได้แก่ “มอเตอร์โชว์…เปย์” เป็นการลุ้นรางวัล GIFT VOUCHER รวมมูลค่ากว่า 1,450,000 บาท ได้แก่
- จองรถยนต์ ลุ้น GIFT VOUCHER 100,000 บาท จำนวน 12 รางวัล
- จองรถจักรยานยนต์ ลุ้น GIFT VOUCHER 10,000 บาท จำนวน 5 รางวัล
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสำหรับผู้เข้าชมงานด้วยบัตรอภินันทนาการ เพียงลงทะเบียนลุ้น GIFT VOUCHER 5,000 บาท จำนวน 10 รางวัล และตอบแบบสอบถาม ลุ้น GIFT VOUCHER 25,000 บาท จำนวน 4 รางวัล
การจัดงานในครั้งนี้ ผู้จัดงานมั่นใจว่าจะมอบประสบการณ์ที่ครบถ้วน ทั้งเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุด ข้อเสนอที่คุ้มค่า และสิทธิประโยชน์มากมาย พร้อมสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจทุกท่าน ร่วมสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และยกระดับคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ได้ที่ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
เอ็มจี ประกาศราคา MG IM5 อย่างเป็นทางการ ในราคาพิเศษ 1,449,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษทุกรุ่น ในงาน Motor Show 2026
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัว MG IM5 ยนตรกรรมซีดานไฟฟ้าระดับพรีเมียมในฐานะ “The 1st Premium Intelligent e-Sedan” ที่พัฒนาขึ้นสำหรับผู้บริโภคที่มองหายนตรกรรมไฟฟ้าที่สะท้อนตัวตน และมองหาเทคโนโลยีที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิม ภายใต้แนวคิด “I AM WHO I AM” ผสานรวมความลงตัวของ ELEGANCE – ELECTRIC – ENTELLIGENT สู่การเป็นสปอร์ตคูเป้ซีดานที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปราดเปรียว ด้วยระยะทางวิ่งกว่า 860 กิโลเมตร ถือเป็นรถ EV อีกหนึ่งรุ่นที่วิ่งได้ไกลที่สุดในคลาสด้วยราคาพิเศษ 1,449,900 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (EV LIFETIME WARRANTY) อีกทั้งภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เอ็มจี ยังได้นำยนตรกรรมหลากหลายรุ่นมาจัดแสดง พร้อมข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย เพื่อมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ เอ็มจี
การเปิดตัว MG IM5 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์ เอ็มจี ในการขยายไลน์อัพพรีเมียมอีวี
ในประเทศไทย โดยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง พร้อมสะท้อนนิยาม “I AM WHO
I AM” ผ่านการผสาน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ ELEGANCE – ดีไซน์โฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ ELECTRIC – สมรรถนะทรงพลังมอบประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น และ ENTELLIGENT ความลงตัวของเทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำสมัย (Intelligent) และความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง (Entertainment) ที่ยกระดับ
ความสะดวกสบายและความมั่นใจในทุกการเดินทางMG IM5 โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตคูเป้ซีดาน ที่ได้รับการออกแบบด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตา
มาพร้อมกระจกรอบคันแบบ Acoustic Glass 2 ชั้นช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เสริมความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างประณีต มาพร้อมหน้าจออัจฉริยะ Intelligent Immersive Touch Screens ประกอบด้วยหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 26.3 นิ้ว
และหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 10.5 นิ้ว เบาะนั่งดีไซน์ POPO Sofa พร้อมระบบระบายอากาศที่ช่วยเพิ่ม
ความสบายในการเดินทาง เสริมสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยระบบเสียง 7.1.4 Spatial Audio พร้อมลำโพง
รอบทิศทางถึง 20 จุด รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่นอกเหนือจากดีไซน์ที่โดดเด่น MG IM5 ยังมาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 407 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร เสริมด้วยโครงสร้าง IM Digital Chassis ที่ช่วยยกระดับเสถียรภาพให้การขับขี่แม่นยำมากขึ้น ควบคุมได้ง่ายขึ้น ผสานการทำงานกับแบตเตอรี่ความจุ 100 kWh ที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง CATL
มอบระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จอย่างรวดเร็วด้วยระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาน้อยกว่า 18 นาที* พร้อมระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนา
ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยเสริมความมั่นใจในทุกการใช้งาน โดยเฉพาะการเดินทางระยะไกล*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า
อีกหนึ่งจุดเด่นของ MG IM5 คือการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับความสะดวกสบายในการเดินทาง
ได้อย่างลงตัว ด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ Autonomous Level 2 ระบบเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent Four-Wheel Steering System) ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 4.99 เมตร โดยในช่วงความเร็วต่ำ ระบบจะควบคุมให้ล้อหน้าและล้อหลังเลี้ยวในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อให้วงเลี้ยวแคบลงและกลับรถ
ได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่ในช่วงความเร็วสูง ระบบจะปรับให้ล้อทั้งสี่เลี้ยวไปในทิศทางเดียวกัน ช่วยเพิ่มเสถียรภาพ
ในการทรงตัว และเสริมการยึดเกาะถนนได้ดีกว่ารถยนต์ทั่วไป เพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยระบบช่วยจอดอัจฉริยะ One Touch iAD ที่สามารถจอดรถในพื้นที่จำกัดได้อย่างง่ายดาย รวมถึงฟังก์ชันถอยหลังอัตโนมัติ (One Touch Reverse) ที่รองรับระยะทางสูงสุดกว่า 100 เมตร ฟังก์ชัน Crab Mode ช่วยให้การเคลื่อนรถออกจากพื้นที่
ที่มีข้อจำกัดเป็นเรื่องง่าย นอกจากนี้ ยังมี Rainy Night Mode ที่เพิ่มทัศนวิสัยขณะฝนตกหนักผ่านหน้าจอในตัวรถ Pet Mode ให้สัตว์เลี้ยงรอในห้องโดยสารอย่างเย็นสบาย โดยระบบปรับอากาศทำงานปกติในขณะล็อกรถ ภายในรถ พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานด้วยระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อและควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัสด้านความปลอดภัย MG IM5 มาพร้อมระบบ Advanced Driver Assistance System (ADAS) และได้รับ
การรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP ตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพโครงสร้าง
และระบบความปลอดภัยในระดับสากลโดย MG IM5 มาในรุ่น PREMIUM LONG RANGE จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ 1,449,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ในช่วงงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
- ราคาพิเศษ 1,449,900 บาท จากราคาปกติ 1,549,900 บาท สำหรับรุ่น PREMIUM LONG RANGE
- MG SHIELD ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
- ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
- ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
- ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
- สิทธิพิเศษ การบริการ PREMIUM FAST LANE
- สิทธิพิเศษ การบริการ PREMIUM CALL CENTRE
- รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
- รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น
มร. ต๋า เซิน เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่ง
ในตลาดสำคัญของ เอ็มจี ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นตลาดที่มีการเติบโตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เอ็มจี จึงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย
การนำ MG IM5 เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจของ เอ็มจี เพื่อมอบทางเลือกใหม่
ให้กับลูกค้าที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะ และเทคโนโลยีล้ำสมัย ภายใต้แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามกลยุทธ์ GLOCAL ที่ผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจในความต้องการ
ของผู้บริโภคในแต่ละตลาดอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน เอ็มจี ยังคงเดินหน้าพัฒนา EV Ecosystem ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า เพื่อสนับสนุนการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยในระยะยาว”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car5 Min Read
อีซูซุ จัดเต็มครบทุกไลน์อัพ ในงานมอเตอร์โชว์ 2026 ชูคอนเซปต์ “THE ONE & ONLY with YUU CHAN” พร้อมอวดโฉมทัพรถแต่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย ร่วมจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ “THE ONE & ONLY with YUU CHAN” จัดเต็มยนตรกรรมมาอวดโฉมรวมทั้งสิ้น 15 คัน นำทัพโดยรถรุ่นมาตรฐานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ รวม 10 คัน ทั้งในรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ พร้อมชูไฮไลต์ทัพรถแต่งพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มาเจอครั้งแรกได้ที่งาน ที่พร้อมสะกดทุกสายตา ตลอดจนมอบข้อเสนอสุดเร้าใจกับแคมเพจ์นแห่งปี “MAXFORCE MAX DEAL” ลุ้นรับบัตรเติมน้ำมัน PT รวมมูลค่ากว่า 5.4 ล้านบาทสำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 นี้ อีซูซุตั้งใจนำเสนอประสบการณ์ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นและสมรรถนะอันยอดเยี่ยมตามแบบฉบับอีซูซุ ภายใต้คอนเซปต์ “THE ONE & ONLY with YUU CHAN” ซึ่งเป็นการนำเสนอที่สะท้อนแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy” อีซูซุเคียงข้างคุณ…เคียงคู่ไทย สื่อถึงเพื่อนคู่ใจที่อยู่เคียงข้างผู้ใช้รถชาวไทยในทุกเส้นทางให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเราได้ดึงเอาความอบอุ่นและความเป็นมิตรของ “ยูจัง” (YUU CHAN) มาสคอตใหม่ล่าสุดจากอีซูซุ ผ่านมุมมอง 3 มิติบนจอ LED ขนาดใหญ่ ที่ให้ภาพเสมือนจริงมาผสานกับความเป็นยนตรกรรมที่โดดเด่นเพียงหนึ่งเดียวของ “ISUZU D-MAX… THE ONE & ONLY” พร้อมด้วย MU-X “THE NEXT PEAK” เพื่อตอกย้ำคำมั่นสัญญาว่าอีซูซุพร้อมจะยืนหยัด เป็นเพื่อนคู่คิดที่เคียงข้างลูกค้าชาวไทยในทุกสถานการณ์โดยอีซูซุได้นำรถมาจัดแสดงรวมทั้งสิ้น 15 คัน ทั้งรุ่นมาตรฐานยอดนิยมครบทุกไลน์อัพ จำนวน 10 คัน นำโดยรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ รวมถึงอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” ที่ได้นำมาจำหน่ายครั้งแรกภายในงาน และเพิ่มความสปอร์ตเร้าใจกับรถตกแต่งพิเศษหลากสไตล์จำนวน 5 คัน ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและสะกดทุกสายตา นำทัพโดย New! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” และ MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่เปิดตัวเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์มาโชว์ภายในงาน พร้อมด้วยไฮไลต์สำคัญอย่าง รถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ รถแข่งต้นแบบที่จะใช้ในรายการ “ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026” และ ISUZU V-CROSS 4×4 เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ที่อีซูซุได้ร่วมมือกับ WILD ผู้ผลิตชิ้นส่วนชื่อดังของไทยในการออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษรอบคันโดยเฉพาะ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น RS สี Dolomite White Pearl มาตกแต่งเพิ่มความดุดันขั้นสุดในสไตล์ Top Secret SPL ครั้งแรกของโลกกับการเผยโฉมโปรเจกต์ “TOP Secret The First PPV” และ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น Active สี Dolomite White Pearl ที่ร่วมมือกับ Bangkok Hot Rod Custom Show ผู้จัดงานประกวด Custom Car ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มาพลิกโฉมสะกดทุกสายตาด้วยชุดแต่งพิเศษคอนเซปต์ “Premium Tough”นอกจากนี้ ในฐานะผู้นำรถเพื่อการพาณิชย์ระดับโลก อีซูซุยังคงเดินหน้าสนับสนุนนโยบาย การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” โดยมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ยานยนต์เพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ ล่าสุดได้มีการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการความร่วมมือพัฒนาไบโอดีเซล เจเนอเรชันใหม่ ร่วมกับ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งหลังจากเฟสแรกเมื่อปลายปี 2566 โดยร่วมกับ บริษัท มนต์ทรานสปอร์ต จำกัด ทดสอบใช้น้ำมัน HVO (Hydrogenated Vegetable Oil) หรือน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว 30% ในรถบรรทุก Isuzu ELF ควบคู่กับการทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้าอีซูซุ จนสามารถลดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้สูงสุดถึง 30% ไปแล้วนั้น ขณะนี้การทดสอบในเฟสที่ 2 ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยได้เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนด้วยการใช้น้ำมันปาล์มไบโอดีเซล B20 ควบคู่กับ HVO 30% ทดสอบ วิ่งใช้งานจริงบนสภาพถนนทั้งในเมืองและต่างจังหวัดด้วยรถปิกอัพอีซูซุรุ่นล่าสุดมาตรฐานยูโร 5 ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ยอดเยี่ยม อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันไม่ต่างจากเดิม แต่สามารถลดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้สูงสุดถึง 50% ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอีซูซึในการมีส่วนช่วยลด Carbon Footprint ให้โลกได้พร้อมกันนี้ เพื่อแทนคำขอบคุณจากใจสำหรับความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้อีซูซุเสมอมา เราได้จัดเตรียมแคมเพจ์นยิ่งใหญ่แห่งปี “MAXFORCE MAX DEAL” และ “ISUZU my-MEMBER my-Bonus ความสุขส่งต่อได้” เพื่อส่งมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้าอีซูซุทั่วประเทศอีกด้วยข้อมูลยนตรกรรมที่อีซูซุนำมาจัดแสดงภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 รวม 15 คัน มีดังนี้รถอีซูซุรุ่นมาตรฐานรวม 10 คัน ได้แก่ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY”• ISUZU V-CROSS 4×4 3.0 Ddi MAXFORCE 4 ประตู เกรด M เกียร์อัตโนมัติ สี Inishmore Gray Opaque ปิกอัพสปอร์ตออฟโรด ขับเคลื่อนความดุดันด้วยขุมพลัง 3.0 Ddi MAXFORCE กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร พร้อมลุยฝ่าทุกอุปสรรคด้วยระบบ Terrain Command ที่เปลี่ยนเข้าสู่โหมดขับเคลื่อนสี่ล้อได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว เสริมทัพด้วยระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า E-Diff Lock และ Rough Terrain Mode ยกระดับความสบายอีกขั้นด้วย ใหม่! พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำและเบาแรงในทุกสภาพถนน มั่นใจไร้กังวลด้วยกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS เวอร์ชันล่าสุด รวม 17 ระบบ (อาทิ LKAS, ACC, FCW, AEB, BSM, RCTA & B, AHB และ MCB)โดดเด่นขั้นสุดด้วยการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในกับ ใหม่! ISUZU V-CROSS PACKAGE ดุดันทรงพลังเกินขีดจำกัดด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer เข้าคู่กับ ไฟหน้าโฉบเฉี่ยวเส้นสาย Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight ที่รวมทั้งไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ไฟหรี่ และไฟเลี้ยวไว้ในหนึ่งเดียว รับกับไฟท้าย LED แบบ Clear Lens และล้ออัลลอย 18 นิ้ว สี Matte Black ดีไซน์ Metal Claw สปอร์ตเท่ได้ใจสายลุย ภายในห้องโดยสารสปอร์ตพรีเมียมด้วยเบาะนั่งทูโทนดีไซน์ใหม่ โอบกระชับสรีระ มาพร้อมเทคโนโลยีลดการสะสมความร้อน COOLMAX และระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางสำหรับที่นั่งคนขับISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” รวม 3 คัน• ISUZU D-MAX HI-LANDER 2.2 Ddi MAXFORCE 4 ประตู เกรด Z เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดสี Elbrus Gray Opaqueปิกอัพ 4 ประตูยกสูงสไตล์สปอร์ต ที่สืบทอด DNA แห่งความเชื่อมั่นของอีซูซุ มากว่าครึ่งศตวรรษ ทะยานไปกับขุมพลังใหม่ 2.2 Ddi MAXFORCE ให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร มอบความแรงที่มาพร้อมความประหยัดน้ำมันเหนือชั้น ตามแบบฉบับอีซูซุ พร้อมรองรับน้ำมันดีเซล B20 ส่งกำลังนุ่มนวลต่อเนื่องด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมโหมด Rev Tronic ให้อัตราทดต้นจัด ปลายไหลโดดเด่นสะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ภายนอกสุดโฉบเฉี่ยว จากกระจังหน้าใหม่แบบ Multi-layer เข้าชุดกับไฟหน้า Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight ไฟท้าย LED แบบ Clear Lens และล้ออัลลอยสีเงิน ขนาด 18 นิ้ว ภายในห้องโดยสารมอบความสะดวกสบายขั้นสุดด้วยเบาะสปอร์ต COOLMAX ล้ำสมัยด้วยหน้าจอ Infotainment 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay* พร้อมจอ MID 7 นิ้ว และช่องชาร์จ USB-C• ISUZU D-MAX CAB4 2.2 Ddi MAXFORCE เกรด L เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด สี Bohemian Silver Metallicปิกอัพดีไซน์เท่ แกร่งทุกมุมมอง ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังใหม่ 2.2 Ddi MAXFORCE มอบพละกำลัง 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันขั้นสุด พร้อมรองรับน้ำมัน B20 ตอบสนองการขับขี่อย่างราบรื่นและต่อเนื่องด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมโหมด Rev Tronic ภายนอกโดดเด่นสะกดสายตาด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียมสลับเงินเมทัลลิก ส่องสว่างกว้างไกลด้วยไฟหน้า Bi-Beam LED Projector คู่กับไฟท้าย LED แบบ Clear Lens เสริมความสปอร์ตลงตัวด้วยกันชนและกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถภายในห้องโดยสารอัปเกรดความทันสมัยด้วยคอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินเมทัลลิกและสีดำอย่างลงตัว มอบความผ่อนคลายตลอดการเดินทางด้วยเบาะผ้าพรีเมียมสีดำ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับระบบ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay พร้อมการเชื่อมต่อครบครันทั้ง Bluetooth, WiFi Mirroring และช่องชาร์จ USB-C ปิดท้ายความมั่นใจในทุกการถอยจอดด้วยกล้องมองหลังที่มาพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline• ISUZU D-MAX SPARK 2.2 Ddi MAXFORCE เกรด S เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด สี Siberian Whiteปิกอัพขนส่งแห่งอนาคต หนึ่งเดียวที่สืบทอด DNA ความเชื่อมั่นของอีซูซุ ในฐานะ ผู้นำรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ระดับโลก ตอบโจทย์งานบรรทุกเต็มพิกัด ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังแห่งสมรรถนะใหม่ล่าสุด 2.2 Ddi MAXFORCE ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร ที่ทรงพลัง ออกตัวเร็วยิ่งขึ้น แต่ประหยัดน้ำมันขั้นสุด พร้อมรองรับน้ำมัน B20 ส่งกำลังต่อเนื่องด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบสปอร์ต REV TRONIC ที่ออกแบบมาเพื่อรับกับเครื่องยนต์ 2.2 โดยเฉพาะ ให้อัตราทดสัมพันธ์กับแรงบิดสูงตั้งแต่ช่วงออกตัว และเร่งแซง พร้อมกระบะพื้นเรียบแบบ FLAT DECKแกร่ง ทนทาน ด้วยแชสซีส์เหล็กกล้าแบบ Reinforce และโครงสร้างตัวถัง Ultra-High Tensile ทนทานต่อการบิดตัว ผสานช่วงล่างหลังแหนบยาวแบบ Long Span ที่รองรับน้ำหนักได้ดีและให้ความนุ่มนวล มั่นใจยิ่งกว่ากับทุกการขนส่งด้วยระบบความปลอดภัย ทั้งระบบควบคุมการทรงตัว (ESC) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS) ระบบช่วยบนทางลาดชัน (HSA/HDC) ระบบเบรก ABS/EBD/BA พร้อมแอร์แบคคู่หน้า และฟังก์ชัน Crash Unlock ปลดล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อแอร์แบคทำงาน มอบความอุ่นใจและคุ้มค่าในทุกการใช้งานISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง!• ISUZU X-SERIES รุ่น HI-LANDER 2 COOL… 2 STOP! เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด สี Dolomite White Pearlปิกอัพสปอร์ตยกสูงดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยว ทะยานแรงไปกับครั้งแรกของขุมพลัง ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ตอบสนองความเร้าใจทุกอัตราเร่งด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมโหมด Rev Tronic ใหม่! และเพิ่มความสนุกในการขับขี่ไปอีกขั้นด้วยระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัยให้คุณเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแม่นยำและง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัสโดดเด่นสะกดทุกสายตากับชุดแต่ง The X Package ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ดุดันด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer โทนเข้มตัดขอบแดง Garnet Red รับกับไฟหน้าดีไซน์พิเศษที่แทรกเส้นสาย Stylish Red Line สุดโฉบเฉี่ยว และไฟท้าย LED แบบ CLEAR LENS เสริมความสปอร์ตขั้นสุดด้วยกันชนหน้า-หลังสีเดียวกับตัวรถสไตล์ Integrated พร้อม Aerodynamic Sport Bar เหนือกระบะท้าย สติกเกอร์คาดหน้า-หลังลาย Uptown Vibe และล้ออัลลอยสี Gloss Black ขนาด 18 นิ้ว ภายในห้องโดยสารยกระดับความพรีเมียมด้วยคอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งสอดรับด้วยสีเทาเข้มและ Piano Black นั่งสบายด้วยเบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX สีดำ พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนัง และเติมเต็ม ความสะดวกสบายด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV”• Isuzu D-Max EV“อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” รถปิกอัพพลังไฟฟ้า 100% เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้า ชาวไทย รถรุ่นนี้ ถือเป็นรถปิกอัพไฟฟ้ายี่ห้อแรกจากฐานการผลิตไทยไปจำหน่ายยังตลาดยุโรป ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา การที่อีซูซุใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” เป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและการลงทุนที่สำคัญที่สุด“อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” รถปิกอัพ 4 ประตูพลังไฟฟ้า 100% สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิก ระบบขับเคลื่อนแบบ Dual Motor by E-Axle ช่วงล่าง De-dion พร้อมลีฟสปริงส์ ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้รถทั้งเพื่อการพาณิชย์และส่วนตัว โดยยังคงประสิทธิภาพที่ทนทานตามความคาดหวังของการใช้งานรถปิกอัพ แต่ยังคงไว้ซึ่ง DNA ของอีซูซุ คือ ความแข็งแกร่ง ทนทาน สำหรับลูกค้าประเภทองค์กรที่พร้อมมุ่งสู่นโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอนไปด้วยกันMU-X “THE NEXT PEAK” รวม 4 คัน• MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD 3.0 Ddi MAXFORCE รุ่น RS สี Eiger Gray Opaqueยนตรกรรมอเนกประสงค์พรีเมียมสปอร์ตขับเคลื่อน 4 ล้อขั้นสุด ทะยาน ข้ามทุกขีดจำกัดด้วยขุมพลัง 3.0 Ddi MAXFORCE 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร ลุยฝ่าทุกอุปสรรคอย่างเหนือชั้นด้วยระบบ Terrain Command และ Rough Terrain Mode พร้อมมอบความนุ่มนวลและหนึบแน่นทุกการเข้าโค้งด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ขับขี่สบายคล่องตัวด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า มั่นใจอุ่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ที่ทำงานผสานกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา พร้อมกล้องถอยหลังที่มีเส้นกะระยะ Dynamic Guidelineดุดันสะกดทุกสายตากับดีไซน์สปอร์ตล้ำยุค ผ่านเส้นสาย EMBRACE LINE โดดเด่น สง่างามด้วยกระจังหน้า BLACK DIAMOND GRILLE ประดับสัญลักษณ์ RS สอดรับกับไฟหน้าและไฟท้าย DYNAMIC BLADE ดุดันขั้นสุดด้วยกันชนหน้าสไตล์ FIGHTER JET พร้อม AIR CURTAIN ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ เสริมความเท่ด้วย FENDER GARNISH สีดำ และล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายด้วยเบาะ COOLMAX โอบรับสรีระ โดดเด่นด้วยการตกแต่งสัญลักษณ์ RS สี LIME GREEN เติมเต็ม ความบันเทิงด้วยหน้าจอสัมผัส 9 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto* พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่งรอบทิศทาง• MU-X “THE NEXT PEAK” 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น RS สี Dolomite White Pearlยนตรกรรมอเนกประสงค์สปอร์ตพรีเมียม ยกระดับสู่จุดพีคใหม่ของชีวิต ขับสนุกเร้าใจยิ่งกว่าเคยด้วยขุมพลัง 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร มอบอัตราเร่งยอดเยี่ยมและเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมโหมด Rev Tronic และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เพิ่มความมั่นใจเหนือระดับด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ช่วยลดการสั่นสะเทือนและการโคลงของตัวรถ มอบความนุ่มนวลและหนึบแน่นทุกครั้งที่เข้าโค้ง พร้อมอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ที่ทำงานร่วมกับกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Cameraสะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์สปอร์ตล้ำยุค ผ่านเส้นสาย DYNAMIC รอบคัน โดดเด่น สง่างามด้วยกระจังหน้า BLACK DIAMOND GRILLE ประดับสัญลักษณ์ RS สอดรับกับไฟหน้าและไฟท้ายแบบ DYNAMIC BLADE และเส้นสายดีไซน์ EMBRACE LINE ดุดันขั้นสุดด้วยกันชนหน้าสไตล์ FIGHTER JET พร้อม AIR CURTAIN ที่ช่วยรีดอากาศและเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ เสริมลุคสปอร์ตเต็มพิกัดด้วย FENDER GARNISH สีดำ SIDE GARNISH สัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาดใหญ่ 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายโอบรับสรีระด้วยเบาะ COOLMAX ที่ช่วยลดการสะสมความร้อน โดดเด่นไม่ซ้ำใครด้วยการตกแต่งสัญลักษณ์ RS สี LIME GREEN สุดเอ็กซ์คลูซีฟ• MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น ULTIMATE สี Bavarian Black Micaยนตรกรรมอเนกประสงค์ดีไซน์หรูล้ำหน้า สู่จุดพีคสุดของความสำเร็จ ครั้งแรกของเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร ตอบสนองฉับไวด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC พร้อม Sequential Paddle Shift ขับขี่คล่องตัวด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า EPS มั่นใจทุกการเข้าโค้งด้วยช่วงล่างหลังแบบ 5-Link Suspension เอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ผสานโช้กอัพใหม่! STIFF FLEX ที่ช่วยลด การสั่นสะเทือน อุ่นใจขั้นสุดด้วยระบบความปลอดภัย ADAS แบบจัดเต็มครอบคลุมทุกการ ขับขี่ และกล้อง 360° Surround View Camera ให้ภาพคมชัดแบบ 3D พร้อมมุมมองใต้ท้องรถสะกดทุกสายตากับดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ หรูหราด้วยกระจังหน้า DYNAMIC GRILLE วัสดุสีดำ TITANIUM CARBIDE สอดรับกับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์ DYNAMIC TURBINE สี MAGNETITE ยกระดับความภูมิฐานภายในห้องโดยสารขั้นสุดด้วยโทน สี TRUFFLE BROWN – BLACK เบาะนั่ง 7 ที่นั่งโอบรับสรีระ โดยเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เติมเต็ม Seamless Life ด้วยหน้าจอ Infotainment 9 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay* พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วย Smart Tailgate ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าพร้อม Step Sensor และระบบ Jam Protection• MU-X “THE NEXT PEAK” 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น ELEGANT สี Dolomite White Pearlยนตรกรรมอเนกประสงค์ดีไซน์สปอร์ตหรู ขับเคลื่อนความเหนือระดับด้วยขุมพลัง 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังราบรื่นผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Rev Tronic พร้อมเพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วยระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย มอบความนุ่มนวลและมั่นใจทุกจังหวะเข้าโค้งด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพ แบบ STIFF FLEX ที่ช่วยลดการสั่นสะเทือนและการโคลงของตัวรถ พร้อมยกระดับความปลอดภัยไปอีกขั้นด้วย ใหม่! ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ที่ทำงานผสานกับกล้องหน้าคู่ เรดาร์ 2 จุด และเซนเซอร์ 8 จุดรอบคันสะท้อนความโอ่อ่าหรูหราในทุกมิติ โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกกับกระจังหน้าสีเทาดำสลับ Titanium Carbide รับกับกันชนหน้าสีทูโทน และส่องสว่างโฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า Bi-Beam LED Projector ดีไซน์ Dynamic Blade ลงตัวกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พรีเมียมทุกการสัมผัสด้วยคอนโซลและแผงประตูที่ตกแต่งด้วย Titanium Gray Metallic ตัดสลับ Piano Black นั่งสบายเหนือระดับด้วยเบาะหนังสังเคราะห์เทคโนโลยี COOLMAX ในโทนสีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ TRUFFLE BROWNรถอีซูซุตกแต่งพิเศษ หลากหลายสไตล์ รวม 5 คัน ได้แก่• Isuzu Challenge Thailand 2026 Racing Car (Isuzu D-Max Spacecab 2.2 Ddi MAXFORCE)สุดยอดรถแข่งต้นแบบที่ต่อยอด DNA ด้านมอเตอร์สปอร์ตของแบรนด์ ISUZU ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะและภาพลักษณ์ที่ยกระดับไปอีกขั้น โดยพัฒนาขึ้นเพื่อสู้ศึกรายการ “ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026” โดยเฉพาะ สร้างสรรค์บนพื้นฐานรุ่น Isuzu D-Max Spacecab ยกระดับความเร้าใจด้วยการปรับจูนขุมพลัง 2.2 Ddi MAXFORCE ให้กำลังสูงสุด 285 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 507 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านชุดคลัตช์ BK Racing และเฟืองท้ายหลังแบบ Limited Slip ทรงตัวเข้าโค้งเฉียบคมด้วยชุด ช่วงล่าง Penske แบบ 2 Way พร้อมชุดแหนบพิเศษ สยบทุกความแรงด้วยระบบเบรก Neotech EVO-R เบรกหน้าขนาด 6 พอร์ต จานเบรก 360 มม. และเบรกหลัง 4 พอร์ต พร้อมผ้าเบรก Ferodo เกาะถนนมั่นใจด้วยล้อฟอร์จขนาด 18 นิ้ว (ล้อหลังติดตั้งแผ่น Aerodisc) รัดด้วยยาง Toyo Tires รุ่น Proxes Sport 2 ขนาด 275/40 R18 ซึ่งเป็นยาง Isuzu Challenge Official Tiresออกแบบตัวถังรถยนต์เน้นหลักอากาศพลศาสตร์สไตล์รถแข่ง GT ด้วย ชุดแอโรพาร์ทจาก Tera Engineering รอบคัน โดดเด่นด้วย Front Wing และสปอยเลอร์หลัง แบบปรับระดับได้ พร้อมฝาครอบกระบะท้ายดีไซน์พิเศษด้วยครีบรีดอากาศ โป่งล้อ สเกิร์ตข้าง และ Diffuser หลัง หูลากจูงด้านหน้า-หลัง ภายในห้องโดยสารสปอร์ตเต็มพิกัดด้วย Roll-cage ตามหลัก FIA เบาะรถแข่ง เข็มขัดนิรภัย Racing Harness ตาข่ายดักกระจก ระบบถังดับเพลิงอัตโนมัติ พวงมาลัย Zestek ดีไซน์เฉพาะ ล้ำหน้าสุดด้วยระบบ Telemetry (Isuzu Challenge Technology) สำหรับการจัดเก็บข้อมูลการขับขี่ที่แสดงข้อมูลเครื่องยนต์และสถานะตัวนักแข่งแบบ Real time ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการที่นำระบบนี้มาใช้กับการแข่งแบบ One Make Raceโดยตารางการแข่งขันของ ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026 ในรายการ PT MAXNITRON RACING SERIES ฤดูกาล 2026 มีดังนี้Event 1 (Race 1-3) : วันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2026 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์Event 2 (Race 4-5) : วันที่ 14 – 16 สิงหาคม 2026 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์Event 3 (Race 6-7) : วันที่ 14 – 18 ตุลาคม 2026 ณ สนาม พีที สงขลา กรังด์ปรีซ์ จังหวัดสงขลา• NEW! ISUZU V-Cross 2.2 Ddi MAXFORCE 4 ประตู เกรด Z เกียร์อัตโนมัติ สี INISHMORE GRAY OPAQUE มาพร้อมชุดแต่ง WILDสิ้นสุดการรอคอยกับการเผยโฉมคันจริงให้แฟน ๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก! สปอร์ตออฟโรดที่ต่อยอด DNA ความแกร่งจาก NEW! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” เปิดมิติใหม่ด้วยขุมพลังดีเซลเจเนอเรชันล่าสุด 2.2 Ddi MAXFORCE ที่เปิดตัวล่าสุด ไปเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC ตอบสนองฉับไว ขับสนุก และประหยัดน้ำมัน โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ดุดัน กระจังหน้า Multi-layer และสีใหม่ เทา Inishmore Gray Opaque ภายในยกระดับความสบายแบบ FIRST CLASS ด้วยเบาะ COOLMAX สีดำ พร้อมระบบความบันเทิงเต็มรูปแบบ มั่นใจทุกการผจญภัยด้วยระบบ Professional 4×4 พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า E-Diff Lock และ Rough Terrain Mode ลุยน้ำลึกได้ถึง 800 มม. เสริมความดุดันด้วยล้อ LENSO ARGO ขนาด 18 นิ้ว และยาง TOYO OPEN COUNTRY ตอกย้ำความโดดเด่นขั้นสุดด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ SPORT OFF-ROAD จาก WILD เติมเต็มลุคแข็งแกร่งพร้อมลุยทุกเส้นทาง รวม 9 ชิ้น ประกอบด้วย ชุดสเกิร์ตกันชนหน้า สเกิร์ตข้าง คิ้วซุ้มล้อ และชุดตกแต่งกันชนท้าย ในราคาจำหน่ายแนะนำ 32,500 บาท/ชุด (ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569)• MU-X Top Secret SPLรถอเนกประสงค์สายสปอร์ตที่นำ MU-X “THE NEXT PEAK” 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น RS สี Dolomite White Pearl มาตกแต่งยกระดับความพรีเมียมสปอร์ตขั้นสุดในสไตล์ Top Secret ครั้งแรกของโลกกับการเผยโฉมโปรเจกต์ “TOP Secret The First PPV” ที่มีแรงบันดาลใจจากรถเจ็นแรกของ Top Secret ก่อนจะเป็นร่างทองดึงดูดทุกสายตาด้วยชุดแต่งคาร์บอนสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากโปรเจกต์ Monza Gold จัดเต็มรอบคันตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า ลิ้นหน้า ครอบกระจกมองข้าง ฝาท้าย ไปจนถึงสปอยเลอร์หลัง จัดทรงสปอร์ตให้รับกับซุ้มล้ออย่างลงตัวด้วยโช้กอัพจาก Profender และอัปเกรดความหนึบด้วยเหล็กกันโคลง โดดเด่น ด้วยล้อและยางสีทอง พร้อมสมรรถนะความแรงทะลุพิกัด 230 แรงม้า ทวีความเร้าใจด้วยชุดท่อไอเสียจาก HKS และอัปเกรดความสปอร์ตภายในห้องโดยสารแบบจัดเต็ม• MU-X HOT ROD LIMITED EDITIONรถยนต์นั่งอเนกประสงค์สไตล์พรีเมียมสปอร์ตเรซซิ่งที่นำรถ MU-X “THE NEXT PEAK” 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น Active สี Dolomite White Pearl ที่ร่วมมือกับ Bangkok Hot Rod Custom Show ผู้จัดงานประกวด Custom Car ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มาพลิกโฉมสะกดทุกสายตาด้วยชุดแต่งพิเศษคอนเซปต์ “Premium Tough” ที่ผสมผสานความสปอร์ตดุดันและความพรีเมียมไว้อย่างลงตัว พร้อมสร้างความเอ็กซ์คลูซีฟเหนือระดับด้วย การผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ MU-X HOT ROD LIMITED EDITION สำหรับมิว-เอ็กซ์ รุ่น Active ราคาขายเริ่มต้น 30,000 บาท/ชุด เมื่อซื้อพร้อมรถ ราคาไม่รวมล้อแม็กซ์และยางMU-X HOT ROD LIMITED EDITION โดดเด่นโดนใจสายสปอร์ตด้วยชุดบอดี้พาร์ท 19 ชิ้น รอบคันที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ จัดเต็มตั้งแต่ชุดกันชนหน้า ดีไซน์รับกับคิ้วซุ้มล้อหน้าและคิ้วซุ้มล้อหลัง สอดรับกับชุดตกแต่งด้านข้าง และกันชนท้ายได้อย่างสมบูรณ์แบบเสริมความโฉบเฉี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยชุดสติกเกอร์ตกแต่งลวดลายด้านข้าง ทรงสปอร์ต ที่ดึงจิตวิญญาณแห่งความเร้าใจสไตล์ HOT ROD ออกมาได้อย่างเต็มพิกัดปิดท้ายด้วย ล้อ MX-FIDEL จาก Lenso ดุดันสไตล์ออสเตรเลียน เอาท์แบ็ค (Outback) แข็งแกร่งด้วยดีไซน์ วงแหวน 2 ชั้น มาพร้อมยาง Lenso RT07 265/65R17 ยางรถยนต์ที่นุ่ม เงียบ เอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยลาย ‘คาโม่’ ที่ให้ความรู้สึกดุดันรองรับได้กับทุกเส้นทาง ทั้งการขับขี่ออนโรด และออฟโรด• ISUZU V-CROSS HAMERปิกอัพออฟโรดสายลุยที่นำรุ่น V-Cross 3.0 Ddi MAXFORCE 4 ประตู เกรด M เกียร์อัตโนมัติ สี Inishmore Gray Opaque มาพลิกโฉมดุดันภายใต้คอนเซปต์ “Premium Tough” จัดเต็มความแข็งแกร่งรอบคันด้วยชุดแต่งจาก HAMER เริ่มตั้งแต่กันชนหน้า Atlas Series Bull Bar กันชนท้าย Nova Series Rear Bar และบันไดข้าง Conquest Rock Slider ปกป้องขีดสุดในทุกเส้นทางด้วยแผ่นกันกระแทกใต้เครื่องยนต์ Bash Plate ส่องสว่างคมชัดทุกการผจญภัยด้วยไฟสปอตไลต์ด้านหน้า LED Luminos 7 นิ้ว และไฟบนหลังคา LED Ruby ยกระดับอรรถประโยชน์สำหรับการเดินทางให้สมบูรณ์แบบ ด้วยแร็คหลังคา Flat Rack ชุดแร็คกระบะท้าย Titan Bed Rack พร้อมตัวแบ่งสัมภาระ Cargo Divider กล่องอเนกประสงค์ Adventure Box และแผ่นรองพื้นกระบะ H-Mat อัปเกรดสมรรถนะการลุยให้หนึบกระชับ ด้วยชุดช่วงล่าง HAMER H4X Twin Tube แมตช์ความดุดันขั้นสุดด้วยล้ออัลลอย BLACK RHINO รุ่น RIVAL ขนาด 17 นิ้ว สี Matte Gunmetal สลับขอบดำ Matte Blackอีซูซุยังได้มอบแคมเพจ์นพิเศษและกิจกรรมสำหรับลูกค้า ดังนี้• แคมเพจ์นแห่งปี “MAXFORCE MAX DEAL ลุ้นรับบัตรน้ำมันทุกสัปดาห์” มอบสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ หรือรถอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม – 30 เมษายน 2569 จับแจกบัตรเติมน้ำมัน PT ทุกสัปดาห์ รวมทั้งสิ้น 459 รางวัล มูลค่ารวม 5,400,000 บาท ได้แก่ บัตรเติมน้ำมัน PT มูลค่า 100,000 บาท จำนวน 9 รางวัล และ มูลค่า 10,000 บาท จำนวน 450 รางวัล เพื่อส่งมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้าอีซูซุทั่วประเทศ• “ISUZU my-MEMBER my-Bonus ความสุขส่งต่อได้” แคมเพจ์นพิเศษสำหรับลูกค้าเก่าของอีซูซุที่ลงทะเบียนในช่องทางที่กำหนด รับทันทีคูปองส่วนลดลูกค้า ISUZU my-MEMBER ตามระดับสมาชิกของลูกค้าเก่าสูงสุด 30,000 บาท สำหรับซื้อรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์และ สูงสุด 50,000 บาท สำหรับซื้อรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ และรับส่วนลด my-Bonus สูงสุด 5,000 บาท สำหรับซื้อรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ และ รถอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์เฉพาะรุ่นที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 – 30 เมษายน 2569• 28 มีนาคม 2569 พบกับผองเพื่อนมาสคอตจาก GMMTV ของ ยูจัง (YUU CHAN) ทั้งโพก้าซัง (POLCASAN) และจัมโม่ (JUMMO) ที่จะมามอบความน่ารักสดใสให้กับบูธอีซูซุ• 29 มีนาคม 2569 พบกับคุณเบียร์ ใบหยก ที่จะมาแนะนำรถ MU-X Top Secret คันใหม่ล่าสุด พร้อมพูดคุยและแจกลายเซ็นต์• โซนกิจกรรม 4×4 Experience สัมผัสประสบการณ์ออฟโรดรูปแบบใหม่ ร่วมสนุกกับเกม V-Cross GO! สวมบทบาทขับรถ ISUZU V-Cross 3.0 และ 2.2 Ddi MAXFORCE ขึ้นเขาจำลองสถานการณ์จริง พร้อมรับของที่ระลึก ยูจัง (YUU CHAN) สุดพิเศษ โดยในวันที่ 25 มีนาคม 2569 พบกับ นักแคสเกมชื่อดัง อาทิ Deklaaon Channel pangchom.tv IceBarBer Chicken V ที่จะมาท้าดวลประลองความเร็วในสนามจำลองที่บูธอีซูซุ• กิจกรรมสุดเก๋ ที่จะเปลี่ยนใบหน้าและท่าทางของคุณผ่าน AI Camera ให้เป็นวิดีโอสุดสนุกผ่านธีมต่าง ๆ มากมาย• พิเศษ! กิจกรรม Workshop แก้วน้ำ DIY สำหรับลูกค้าจองรถภายในงานพิเศษ! ลูกค้า ISUZU my-MEMBER สามารถรับของที่ระลึกสุดพิเศษ กระเป๋าผ้า THE ONE & ONLY และ แผ่นหอม ยูจัง (YUU CHAN) เพียงโชว์สถานะสมาชิกบนแอปพลิเคชัน my-ISUZU• โซนของที่ระลึกภายในบูธ พบกับเสื้อดีไซน์ใหม่จาก TOP SECRET เสื้อโปโล Isuzu Challenge Thailand และ ของที่ระลึก ยูจัง (YUU CHAN) สุดพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
“Firefly” พรีเมียมซิตี้คาร์ไฟฟ้า 100% พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่งาน Motor Show 2026
บริษัท ธนบุรีบลูสกาย จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบรนด์ NIO (นีโอ) ในประเทศไทย ประกาศเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Firefly (ไฟเออร์ฟลาย) รถพรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% พวงมาลัยขวารุ่นแรกของแบรนด์ ในราคา 799,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
Firefly พรีเมียมซิตี้คาร์ไฟฟ้า 100% ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่อย่างมั่นใจ ภายใต้แนวคิด Freedom to Glow ที่สะท้อนอิสระในทุกการเดินทาง พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในทุกมิติ
นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี กล่าวว่า “เรามั่นใจในศักยภาพของ NIO ในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดประเทศไทยอย่างชัดเจน ทั้งในมิติของเทคโนโลยีอัจฉริยะ การออกแบบ คุณภาพ และประสบการณ์การขับขี่ โดยเฉพาะความพรีเมียมของ Firefly ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญในเซกเมนต์นี้ เราเชื่อมั่นว่ารถยนต์รุ่นนี้จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยที่มองหาความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมือง ควบคู่กับฟีเจอร์ล้ำสมัย และประสบการณ์ระดับพรีเมียมได้อย่างครบถ้วน”
Firefly พรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้าสำหรับคนรุ่นใหม่
Firefly ยนตรกรรมไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่เน้นความ ‘Compact outside, Spacious inside’ ถ่ายทอดผ่านแบรนด์ดีเอ็นเอ ‘vivid, thoughtful, and solid’ (สดใส ใส่ใจ และแข็งแกร่ง) ผสานดีไซน์และสมรรถนะเข้ากันอย่างลงตัว มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมด ECO โหมด Comfort และโหมด Sport ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มอบกำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 8.1 วินาที ด้านพลังงานมาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 42.1 kWh รองรับระยะทางวิ่งได้ไกลสูงสุด 400 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จเร็ว DC 10–80% ภายในเวลาเพียง 30 นาที อีกทั้งยังรองรับฟังก์ชัน V2L สำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.68 กิโลวัตต์ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานในหลากหลายสถานการณ์
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยงานออกแบบที่ผสานความพรีเมียมเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว เอกลักษณ์สำคัญคือชุดไฟหน้าและไฟท้ายแบบ trio lights ซิกเนเจอร์ดีไซน์ของแบรนด์ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น เสริมความโปร่งโล่งให้ห้องโดยสารด้วยหลังคาพาโนรามิกซันรูฟกรองรังสี UV และคงคอนเซ็ปต์ความกว้างด้วยพื้นที่สัมภาระท้ายขยายได้ถึง 1,253 ลิตร พร้อมช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk) ขนาดใหญ่ 92 ลิตร และช่องเก็บของใต้เบาะหลัง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการจัดเก็บสิ่งของรอบคัน ด้านความสะดวกสบาย เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบนวดและเป่าลมเย็น ช่วยลดความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง ขณะที่ระบบอินโฟเทนเมนต์มาพร้อมหน้าจอกลางขนาด 13.2 นิ้ว พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ลำโพง 14 ตัว และไฟ Ambient Light ที่ปรับได้ 256 เฉดสีเต้นตามจังหวะดนตรี นอกจากนี้ยังจัดเต็มเทคโนโลยีช่วยขับขี่ทั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมรักษาระยะห่าง และระบบช่วยเปลี่ยนเลนบนทางหลวง เพิ่มความมั่นใจด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.75 เมตร และมาตรฐานความปลอดภัยสากลระดับ 5 ดาว ทั้ง C-NCAP และ Euro NCAP
- Firefly มาพร้อมกับสีภายนอกที่มีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีม่วง Lavender, สีเขียว Lime, สีขาว Marble, สีน้ำตาล Sand, สีเทา Graphite และสีเทาดำ Lava Stone พร้อมสีภายในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีเบจ Travertine, สีเขียว-เบจ Pine, สีแดง-เบจ Plum และสีดำ Obsidian
ข้อเสนอพิเศษเฉพาะที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 30 เมษายน 2569)
กลุ่มธนบุรี ขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษแบบจัดเต็ม สำหรับผู้ที่สนใจและจอง Firefly ภายในงานฯ
- Wall Charger พร้อมบริการติดตั้ง และ เครดิตชาร์จไฟฟ้า 5,000 หรือ เครดิตชาร์จไฟฟ้า 20,000 บาท
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
- รับประกันตัวรถ 4 ปี หรือ 100,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ High Voltage 8 ปี หรือ 160,000 กม.
- แพ็คเกจบำรุงรักษารถยนต์ 4 ปี หรือ 80,000 กม.
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะยาง
- แถมฟรี สายชาร์จพกพา (Portable Charger)
- Firefly summer kit ม่านบังแดด Panoramic Roof และ ที่วางแก้วน้ำแม่เหล็ก
สัมผัส Firefly คันจริงอย่างใกล้ชิด พร้อมนิทรรศการถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์
ไฮไลท์สำคัญภายในบูธสำหรับการประกาศราคา Firefly อย่างเป็นทางการครั้งนี้ มีการจัดแสดงตัวรถ Firefly ให้ทุกท่านได้ลองสัมผัสถึงประสบการณ์ความพรีเมียมกันอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก พร้อมดื่มด่ำไปกับนิทรรศการภายในบูธที่พาไปทำความรู้จักตัวตนของแบรนด์ ตั้งแต่จุดกำเนิดและแรงบันดาลใจเบื้องหลังของชื่อและโลโก้ที่เปี่ยมด้วยความหมายอย่าง ‘หิ่งห้อย’ สัญลักษณ์แห่งแสงสว่างที่สดใสและมีชีวิตชีวา ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพที่แบรนด์ต้องการส่งต่อสู่ผู้ขับขี่ในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการยังจะได้รับของที่ระลึก ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะที่งานฯ เท่านั้น
“Firefly ถือเป็นโมเดลแรกของ NIO ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหาซิตี้คาร์ขนาดกะทัดรัด ควบคู่กับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เปี่ยมด้วยคุณภาพ พร้อมประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียมอย่างครบถ้วน เราเชื่อมั่นว่าการเปิดตัว Firefly นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทย พร้อมวางรากฐานในการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ NIO ผ่านความร่วมมือระยะยาวกับ กลุ่มธนบุรี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยมากว่า 85 ปี เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในประเทศไทย” มร.แดเนียล จิน รองประธานบริษัท NIO Inc. (นีโอ อิงค์) และประธานแบรนด์ Firefly กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเยี่ยมชมและสัมผัส Firefly พรีเมียมซิตี้คาร์ไฟฟ้า 100% ได้ที่บูธ Firefly (A1) ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเปิดให้เข้าชมเวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) และเมื่อจบงานฯ ลูกค้าและผู้ที่สนใจยังสามารถไปเยี่ยมชมรถคันจริงได้อีกครั้งที่ Firefly Pop-up Showroom ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ฝั่งถนนราชดำริ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดราคา คาเยนน์ อิเล็กทริค อย่างเป็นทางการในไทย ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
ปอร์เช่ ประเทศไทย สร้างความเร้าใจบนเวทีบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ตั้งแต่วันนี้ถึง 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี ด้วยการเปิดตัวรถยนต์
เอสยูวีไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบรุ่นล่าสุด ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดแสดงคาเยนน์ เทอร์โบ อิเล็กทริค (Cayenne Turbo Electric) พร้อมด้วยรุ่นในตระกูลเดียวกันอย่าง
คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นปรับโฉมปี 2026 ที่ประกอบในภูมิภาค
ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังพร้อมนำเสนอผลงาน “There is No Substitute.” ถ่ายทอด 5 มิติของความหลงใหลในปอร์เช่ ผ่าน 5 มุมมองจากผู้ขับขี่และรักในแบรนด์ สะท้อนเหตุผลว่าทำไมไม่มีสิ่งใดสามารถแทนปอร์เช่ได้ รวมทั้งภายในบูธยังจัดแสดงยนตรกรรมปอร์เช่หลากหลายรุ่น พร้อมข้อเสนอพิเศษทั้งภายในงานและตัวแทนจำหน่ายปอร์เช่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศเปิดตัวพร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ คาเยนน์ อิเล็กทริค ใหม่
ปอร์เช่ ประเทศไทย ก้าวสู่บทใหม่ของรถสปอร์ตสัญชาติเยอรมัน ด้วยการเปิดตัว คาเยนน์ อิเล็กทริค ใหม่ รถยนต์ทรงพลังที่สุดที่ปอร์เช่ผลิตมาสำหรับท้องถนน พร้อมมอบความอเนกประสงค์ที่เหนือกว่า ทั้งความเร้าใจบนท้องถนน ความมั่นใจในการขับขี่แบบออฟโรด และความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล
คาเยนน์ อิเล็กทริค เปิดตัวพร้อมเปิดราคาในประเทศไทยด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ คาเยนน์ อิเล็กทริค (Cayenne Electric) ราคาเริ่มต้นที่ 6,850,000 บาท, คาเยนน์ เอส อิเล็กทริค (Cayenne S Electric) ราคาเริ่มต้นที่ 7,350,000 บาท และคาเยนน์ เทอร์โบ อิเล็กทริค (Cayenne Turbo Electric) ราคาเริ่มต้นที่ 9,750,000 บาท ที่เป็นไฮไลต์ของงานและจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วยคาเยนน์ อิเล็กทริค ใหม่ ออกแบบมาเพื่อยกระดับทั้งสมรรถนะและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยความอเนกประสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากพื้นที่เก็บสัมภาระที่ขยายใหญ่มากขึ้น และพื้นที่วางขาที่กว้างขวางยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกใหม่ที่มาพร้อมไฟหน้า HD-Matrix LED กระจกหน้าต่างแบบไร้กรอบ และค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเพียง 0.25 ซึ่งเป็นหนึ่งในค่าที่ดีที่สุดในกลุ่มเอสยูวีพรีเมียม
ภายในห้องโดยสารยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วย Flow Display หน้าจอ OLED แบบโค้งที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อกับคอนโซลกลาง เสริมด้วยจอหน้าปัดดิจิทัล OLED ขนาด 14.25 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 14.9 นิ้วที่มีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริม พร้อมติดตั้งระบบช่วงล่างประสิทธิภาพสูง อาทิ ระบบเลี้ยวล้อหลัง และระบบช่วงล่างถุงลมแบบปรับระดับได้ พร้อมระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความนุ่มนวลในการขับขี่ มาพร้อมแบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 113 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับการชาร์จความเร็วสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์ โดยสามารถชาร์จจาก 10–80% ได้ภายในเวลาไม่ถึง 16 นาที และเพิ่มระยะทางขับขี่ได้มากกว่า 300 กิโลเมตร ภายในเวลาประมาณ 10 นาที
คาเยนน์ เทอร์โบ อิเล็กทริค ใหม่ ให้กำลังสูงสุดถึง 850 กิโลวัตต์ (1,156 แรงม้า) พร้อมแรงบิดสูงสุด 1,500 นิวตันเมตร ในโหมด Launch Control อัตราเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาทีและความเร็วสูงสุดที่ 260 กม./ชม. ระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP สูงสุด 623 กิโลเมตร พร้อมองค์ประกอบแอโรไดนามิกแบบแอคทีฟ ได้แก่ ช่องรับอากาศด้านหน้าที่เปิด-ปิดได้ สปอยเลอร์หลังคาแบบปรับองศาอัตโนมัติ และแผง Aeroblades แบบแอคทีฟด้านท้าย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ พร้อมคงเอกลักษณ์สมรรถนะของปอร์เช่
คาเยนน์ เอส อิเล็กทริค ใหม่ มอบพละกำลังสูงสุด 490 กิโลวัตต์ (666 แรงม้า) พร้อมแรงบิดสูงสุด 1,080 นิวตันเมตร ในโหมด Launch Control สามารถเร่งความเร็วจาก 0–100 กม./ชม. ได้ใน 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. พร้อมระยะทางขับขี่สูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ถึง 653 กิโลเมตร
คาเยนน์ อิเล็กทริค ใหม่ เติมเต็มตัวเลือกในตระกูลคาเยนน์อย่างสมบูรณ์ ทำให้ครอบคลุมทั้งขุมพลังไฟฟ้า ไฮบริด และเครื่องยนต์สันดาป ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอความหลากหลายของยนตรกรรมปอร์เช่
ความทรงพลังและเร้าใจเต็มพิกัดกับ มาคันน์ จีทีเอส รุ่นพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
มาคันน์ จีทีเอส (Macan GTS) รุ่นย่อยที่ 5 ของตระกูลมาคันน์ไฟฟ้า โดดเด่นทั้งภายนอกและภายในด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และรายละเอียดตกแต่งโทนสีเข้ม โดยหลังจากการเปิดตัวในปี 2025 นับเป็นครั้งแรกที่มาคันน์ จีทีเอส จะถูกนำมาจัดแสดงในประเทศไทยและพร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้หลงใหลในปอร์เช่ได้สัมผัสสมาชิกใหม่ล่าสุดของตระกูลมาคันน์อย่างเต็มรูปแบบ
มาคันน์ จีทีเอส มอบพละกำลังสูงสุด 420 กิโลวัตต์ (571 แรงม้า) ในโหมดโอเวอร์บูสท์ พร้อมแรงบิดสูงสุด 955 นิวตันเมตร และอัตราเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที มาพร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า และช่วงล่างถุงลมสปอร์ตแบบปรับระดับความสูง ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและการทรงตัวอย่างเหนือระดับ พร้อมโหมดแทรค ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนของแบตเตอรี่และยกระดับสมรรถนะการขับขี่สูงสุด
มาคันน์ จีทีเอส สามารถขับขี่สูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ได้ไกลถึง 614 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และเมื่อชาร์จเร็วแบบ DC แบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 100 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) สามารถชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ได้ภายในเวลา 21 นาที โดยมีความสามารถในการชาร์จสูงสุดถึง 270 กิโลวัตต์ (kW) โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์จีทีเอส ที่เน้นความสปอร์ตด้วยรายละเอียดตกแต่งโทนสีเข้ม พร้อมแพ็คเกจตกแต่งภายในแบบ GTS Interior Package ที่ตกแต่งด้วยด้ายเย็บสีเดียวกับตัวรถ โดยมาคันน์ จีทีเอส พร้อมจำหน่ายในประเทศไทยด้วยราคาเริ่มต้น 7,290,000 บาท
เปิดตัวผลงานภาพยนตร์ “Porsche. There Is No Substitute.” ครั้งแรกในประเทศไทย
เปิดตัวครั้งแรกที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 กับผลงาน “Porsche. There is no substitute.” โดยเป็นผลงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวของปอร์เช่ที่สร้างขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกผ่าน 5 บุคคลที่สะท้อนจิตวิญญาณของปอร์เช่ในหลากหลายมิติ สะท้อนแนวคิด There is no substitute ที่สอดคล้องกับแนวคิดหลักของปอร์เช่
“เติ้น – ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์” นักขับ Formula 2 ถ่ายทอดมิติด้าน Performance ผ่านความเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับขี่และรถปอร์เช่ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน “ตั้ม – ชนิพล กุศลชาติธรรม” ผู้กำกับภาพยนตร์และเจ้าของร้านสูท Bespoke สะท้อนมิติด้าน Design ผ่านความสมดุล ความแม่นยำ และความสุนทรีย์ พร้อมทำหน้าที่ผู้กำกับผลงานที่ถ่ายทอดมุมมองและความหลงใหลในปอร์เช่ผ่านภาพยนต์เรื่องนี้ “เต้น – สีหบุตร ชุมสาย ณ อยุธยา” ผู้ก่อตั้ง Das Treffen และผู้กำกับภาพยนตร์ ถ่ายทอดมิติด้าน Heritage ผ่านวัฒนธรรมและคอมมูนิตี้ที่หล่อหลอมแบรนด์ปอร์เช่ “ลูกนัท – ปณิชา ดอกจันทน์” ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร สะท้อนมิติ Driving Fun ผ่านอิสรภาพและความสุขในการขับขี่ และ “โก้ – ชานนท์ เรืองกฤตยา” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ Porsche Design Tower Bangkok และบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดมิติด้าน Exclusivity ผ่านวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และความเอ็กซ์คลูซีฟที่แตกต่าง โดยเรื่องราวของทั้ง 5 บุคคลนี้ได้ร่วมกันสะท้อนแก่นแท้ของปอร์เช่ผ่านเส้นทางที่แตกต่าง แต่หลอมรวมด้วยแนวคิดเดียวกันว่าสำหรับปอร์เช่ ไม่มีสิ่งใดทดแทนได้
ถ่ายทอดสมรรถนะของปอร์เช่ในทุกขุมพลัง
ปอร์เช่ ประเทศไทย พร้อมจัดแสดงยนตรกรรมให้ท่านได้ร่วมสัมผัสสมรรถนะของปอร์เช่ในหลากหลายขุมพลัง นำเสนอยนตรกรรมอย่างครบถ้วน ครอบคลุมทั้งรถสปอร์ตระดับตำนาน นวัตกรรมไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดขั้นสูง พร้อมร่วมเฉลิมฉลอง 75 ปีแห่งปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ตด้วยยนตรกรรมระดับตำนานทั้งปอร์เช่ 911 และ 718 ที่สะท้อนมรดกแห่งสนามแข่งและเอกลักษณ์การขับขี่ของปอร์เช่ พร้อมกลุ่มรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบนำโดยเอสยูวีอย่างมาคันน์ จีทีเอสและรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าอย่างไทคานน์ (Taycan) และไทคานน์ ครอส ทัวริสโม (Taycan Cross Turismo)
ในกลุ่มยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริด พานาเมร่า โฟร์ อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) และคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นประกอบในภูมิภาค สะท้อนแนวทางของปอร์เช่ในการผสานเทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ากับสมรรถนะการขับขี่แบบไดนามิก โดยคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมปี 2026 ซึ่งได้รับความนิยมจากลูกค้าในประเทศไทย ยกระดับความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยล้อ RS Spyder Design ขนาด 21 นิ้ว ไฟหน้า HD Matrix LED พวงมาลัย GT Sports และแพ็กเกจ Sport Chrono ตอกย้ำตำแหน่งของคาเยนน์ในฐานะเอสยูวีที่ผสานสมรรถนะ การออกแบบ และการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
ข้อเสนอพิเศษสำหรับบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
ในโอกาสพิเศษนี้ปอร์เช่ ประเทศไทย มอบสิทธิพิเศษหลากหลายรายการ โดยลูกค้าที่จองและรับรถระหว่างวันที่ 16 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569 จะได้รับสิทธิประโยชน์ไม่ว่าจะเป็น อัตราดอกเบี้ยผ่อนชำระพิเศษเริ่มต้นที่ 0.99% ประกันภัยชั้นหนึ่งนานสูงสุด 2 ปี ขยายการรับประกันคุณภาพรถ และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย*
เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ปอร์เช่ ประเทศไทย ร่วมกับพาร์ทเนอร์นำเสนอสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม* โดยลูกค้าที่ซื้อและรับมอบรถยนต์ระหว่างวันที่ 16 มีนาคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 จะได้รับเครดิตชาร์จไฟมูลค่า 10,000 บาท สำหรับใช้ที่สถานีชาร์จ Shell Recharge เป็นระยะเวลา 3 ปี*
ปอร์เช่ ประเทศไทยพร้อมมอบข้อเสนอพิเศษให้ทั้งภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2569 และที่ตัวจำหน่ายปอร์เช่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ*
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
“ซาร์โก” ซิวท็อป 9 นำทัพ “นักบิดฮอนด้า” คว้าแต้ม โมโตจีพี บราซิล
ศึก โมโตจีพี 2026 สนาม 2 รายการ บราซิเลียน กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วรอบเมนเรซ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ ออโตโดรโม อินเตอร์นาซิอองนาล เดอ โกยาเนีย – อาอีร์ตง เซนน่า เซอร์กิต ประเทศบราซิล
ก่อนแข่งเรซนี้ กรรมการได้ประกาศลดจำนวนรอบการแข่งขันจาก 31 รอบสนาม เหลือเพียง 23 รอบสนาม จากเหตุผลด้านความปลอดภัย เนื่องจากผิวแทร็กบางส่วนเริ่มได้รับความเสียหาย
เกมดำเนินไปอย่างดุเดือดตั้งแต่รอบแรกโดย “โจอัน เมียร์” อดีตแชมป์โลกปี 2020 ชาวสแปนิชหมายเลข 36 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล ซึ่งเริ่มเกมจากกริดที่ 13 ออกตัวยอดเยี่ยมทะยานขึ้นมาสูงถึงอันดับ 6 ก่อนจะพลาดล้มอย่างน่าเสียดายในรอบที่ 10
ผลการแข่งขันเมื่อครบ 23 รอบสนาม ปรากฏว่า “โยฮันน์ ซาร์โก” จอมเก๋าชาวฝรั่งเศสหมายเลข 5 จาก คาสตรอล ฮอนด้า แอลซีอาร์ บิดเข้าป้ายในอันดับ 9 ด้วยเวลารวม 30 นาที 32.667 วินาที ตามหลังผู้ชนะ 12.907 วินาที ตามด้วย “ลูก้า มารินี” นักบิดอิตาเลียนหมายเลข 10 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล ในอันดับ 11 ตามหลัง 18.529 วินาที
ด้าน “ดิโอโก โมเรร่า” รุกกี้ชาวบราซิเลียนหมายเลข 11 จาก โปร ฮอนด้า แอลซีอาร์ ออกตัวจากกริดที่ 14 รูดลงท้ายแถวในช่วงต้นเรซ ก่อนจะไล่แซงขึ้นมาเข้าป้ายในอันดับ 13 ตามหลัง 21.322 วินาที เก็บแต้มในโฮมเรซได้ทั้ง สปรินต์ และ เมนเรซ
ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี 2026 สนามถัดไปจะดวลความเร็วต่อเนื่องในสุดสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคมนี้ ที่ เซอร์กิต ออฟ ดิ อเมริกาส์ เมืองออสติน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #BrazilianGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine





















































































































































