• MotoGP เปิดปฏิทินพรีซีซั่น 2027 อย่างเป็นทางการ! ไทยเปิดสนามแรกของปี พร้อมจัด “Buriram Test” ก่อนประเดิมศักราช “New Era” รถแข่ง 850 ซีซี

    1 Min Read

    MotoGP เปิดปฏิทินพรีซีซั่น 2027 อย่างเป็นทางการ! ไทยเปิดสนามแรกของปี พร้อมจัด “Buriram Test” ก่อนประเดิมศักราช “New Era” รถแข่ง 850 ซีซี

     

    MotoGP ประกาศตารางการทดสอบรถแข่ง (Pre-season) ประจำฤดูกาล 2027 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะเริ่มต้นศักราชใหม่ “New Era” ของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก ซึ่งแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกจะได้ยลโฉมรถแข่งสเปกใหม่ 850 ซีซี ลงสนามจริงเป็นครั้งแรก เริ่มต้นจากการทดสอบที่ บาเลนเซีย, เซปัง, บุรีรัมย์ ก่อนจะไปจัดงาน Season Launch ที่ประเทศบราซิล และเปิดฉากสนามแรกของปีด้วยศึกไทยจีพีที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ฝ่ายจัดประเทศไทยเผยเตรียมประกาศวันแถลงข่าว และเปิดจำหน่ายบัตร สนามประเทศไทยอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้

    ล่าสุด MSE Group (MotoGP Sports Entertainment Group) หรือ ดอร์น่า สปอร์ต (ชื่อเดิม) ยืนยันการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP ประจำฤดูกาล 2027 อย่างเป็นทางการ โดยเลือก “ประเทศไทย” เป็นสนามเปิดฤดูกาล (Season Opener) สนามที่ 1 ของปี ซึ่งจัดขึ้นที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม พร้อมสิทธิ์การจัด Official Test ก่อนเปิดฤดูกาลประมาณ 1 เดือน วันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ ภายใต้รถแข่งสเปกใหม่ ภายใต้กฎกติกายุคใหม่ของ MotoGP

    เจ้าภาพการแข่งขันฝั่งประเทศไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นสนามเปิดฤดูกาล MotoGP 2027 พร้อมกับการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล  เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการเป็นสนามเปิดฤดูกาล 2 ครั้งที่ผ่านมา และ มาตรฐานการจัดการแข่งขันของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก พร้อมเชื่อมั่นว่าการเริ่มต้นสัญญาฉบับใหม่ของ Grand Prix of Thailand จะช่วยต่อยอดการพัฒนากีฬามอเตอร์สปอร์ต การท่องเที่ยวเชิงกีฬา และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง

    การแข่งขันสนามเปิดฤดูกาลถือเป็นช่วงเวลาที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกจับตามากที่สุด เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ทุกทีมจะเผยโฉมรถแข่งสเปกใหม่ 850 ซีซี ลงแข่งขันจริง พร้อมการเปิดตัวนักแข่งที่ย้ายสังกัด ทีมแข่งชุดใหม่ และทิศทางการพัฒนารถแข่งของแต่ละผู้ผลิต หลังการทดสอบตลอดช่วงปิดฤดูกาล ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการลุ้นแชมป์โลกในยุคใหม่ของ MotoGP อย่างแท้จริง

    ทั้งนี้ ฤดูกาล 2027 ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “New Era” ของ MotoGP จากการปรับกฎกติกาทางเทคนิคครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ด้วยการเปลี่ยนมาใช้รถแข่งเครื่องยนต์ 850 ซีซี แทน 1,000 ซีซี ควบคู่กับการใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน 100% การปรับลดแอโรไดนามิกส์ และยกเลิกระบบ Ride Height Device เพื่อเพิ่มความปลอดภัย เพิ่มโอกาสการแซง และยกระดับการแข่งขันให้สนุกยิ่งขึ้น

    การได้รับเลือกเป็นสนามเปิดฤดูกาลยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่MotoGP มีต่อประเทศไทย หลัง ThaiGP ได้รับการประเมินและคำชื่นชมอย่างต่อเนื่องจากเจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน ทั้งด้านมาตรฐานการจัดการแข่งขัน (Race Operation) รวมถึงความหลงใหลอันเหลือเชื่อของแฟน MotoGP ที่ประเทศไทย และการสร้าง Fan Experience ซึ่งได้รับการยกย่องว่าโดดเด่นที่สุดในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Hero Walk, Fan Zone, Meet & Greet รวมถึง Tuk Tuk Challenge ซึ่งกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “ต้นแบบ” ของการสร้าง Fan Experience ให้กับสนามแข่งขัน MotoGP ในหลายประเทศ

    การเปิดฤดูกาลที่ประเทศไทยยังสอดคล้องกับทิศทางใหม่ของ MSE Group ผู้บริหารสิทธิการแข่งขัน MotoGP ที่มุ่งพัฒนา MotoGP ให้เป็น Sports Entertainment ระดับโลก โดยประเทศไทยเป็นตัวอย่างของการผสมผสานการแข่งขันระดับโลกเข้ากับกิจกรรมความบันเทิงตลอดสุดสัปดาห์ ทั้งคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย มวยไทย และกิจกรรม Fan Zone ที่หลากหลาย พร้อมนำเสนอเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ จนกลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของ ThaiGP ที่แตกต่างจากสนามอื่นในปฏิทินการแข่งขัน และมอบประสบการณ์ที่โดดเด่นให้กับผู้ชมทั้งในและนอกสนาม

    นอกจากนี้ การแข่งขันในปี 2027 ยังเป็นปีแรกของสัญญาฉบับใหม่ของ Grand Prix of Thailand ที่จะจัดการแข่งขันต่อเนื่องไปจนถึงปี 2031 ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในสนามสำคัญของปฏิทิน MotoGP และเป็นจุดหมายปลายทางด้านมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ที่พร้อมต้อนรับแฟนกีฬาจากทั่วโลก

    สำหรับกำหนดการ “พรีซีซั่น” New Era ของ MotoGP เริ่มต้นด้วย Valencia Test ประเทศสเปน วันที่ 1 ธันวาคม 2026 , ตามด้วยกำหนดการปี 2027 Shakedown Test ที่ สนามเซปังฯ ประเทศมาเลเซีย 29-30 มกราคม  สำหรับนักทดสอบของโรงงานและนักบิดหน้าใหม่ ต่อด้วย Sepang Test ซึ่งเป็นการทดสอบอย่างเป็นทางการสำหรับนักบิดทั้งหมด ในวันที่ 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้น คณะทำงาน ทีมแข่ง และนักบิดจะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อเข้าร่วม Buriram Test การทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งที่สองก่อนเปิดฤดูกาล วันที่ 6-7 กุมภาพันธ์

    จากนั้น MotoGP จะจัด Season Launch ที่ Botafogo Beach กรุงริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ก่อนเข้าสู่การแข่งขันสนามแรกของฤดูกาลที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม

    นอกจาก MotoGP แล้ว Moto2 และ Moto3 ยังมีการยืนยันกำหนดการทดสอบพรีซีซัน 2027 เช่นกัน โดยทั้งหมดจะจัดขึ้นที่ Circuito de Jerez-Angel Nieto ประเทศสเปน ได้แก่ Moto2 Private Test วันที่ 16-17 กุมภาพันธ์, Moto3 Official Test วันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ และ Moto2 Official Test วันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2027

    ทั้งนี้ แฟน MotoGP สามารถติดตามรายละเอียดการเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขัน ThaiGP 2027 ได้เร็ว ๆ นี้ โดยจะมีการประกาศวันเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการต่อไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • RANGE ROVER ELECTRIC: นิยามใหม่แห่ง SUV หรูระดับตำนาน

    2 Min Read

    RANGE ROVER ELECTRIC: นิยามใหม่แห่ง SUV หรูระดับตำนาน

     

    Range Rover เอสยูวีหรูต้นแบบ พร้อมให้เลือกด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแล้ววันนี้ เปิดศักราชใหม่แห่งความประณีตและขีดความสามารถที่ยกระดับยิ่งขึ้น Range Rover พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกผลิตที่โซลิฮัลล์ ถิ่นกำเนิดของ Range Rover นับตั้งแต่ปี 1970 และนับเป็นหมุดหมายสำคัญของแบรนด์

    Range Rover Electric เงียบกว่า ให้สมรรถนะอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า ตอบสนองฉับไวกว่า และมีแรงบิดสูงที่สุดเท่าที่ Range Rover เคยมีมา ผสานงานออกแบบที่ไร้คู่เปรียบเข้ากับความประณีตเหนือระดับและความทันสมัยอันน่าตื่นตา ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ายกระดับคุณลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Range Rover ทั้งสมรรถนะที่เป็นธรรมชาติ ความหรูหราเหนือกาลเวลา และขีดความสามารถที่ไม่ประนีประนอม พร้อมลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร

    ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าถูกผสานเข้ากับสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นอย่างกลมกลืน ซึ่งได้รับการออกแบบให้รองรับระบบไฟฟ้ามาตั้งแต่ต้น Range Rover Electric มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวรคู่ขนาด 260 kW ให้กำลังสูงสุด 550 PS และแรงบิดสูงสุด 850 Nm ลูกค้า Range Rover ส่วนใหญ่จึงสามารถเดินทางในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องชาร์จระหว่างทาง ด้วยระยะทางขับขี่สูงสุดประมาณ 600 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP1 และระยะทางขับขี่จริงสูงสุด 535 กิโลเมตร5

    มาร์ติน ลิมเพิร์ต กรรมการผู้จัดการ Range Rover กล่าวว่า “Range Rover Electric คือผลลัพธ์จากทศวรรษแห่งการพัฒนาด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีอย่างรอบคอบ ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเอสยูวีหรูต้นแบบ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าสอดคล้องอย่างสมบูรณ์แบบกับความประณีตอันเป็นเลิศของ Range Rover และยกระดับความสงบเสมือนพื้นที่ส่วนตัวสำหรับผู้โดยสาร

    “ขณะเดียวกัน ขีดความสามารถรอบด้านของ Range Rover ยังคงครบถ้วน ด้วยการผสานระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอันทรงพลังและยืดหยุ่นเข้ากับเทคโนโลยีแชสซีขั้นสูง ซึ่งทำให้ Range Rover ทุกรุ่นไร้คู่เปรียบ เปี่ยมสมรรถนะ และเป็นที่ปรารถนา เราขยายขอบเขตโครงการทดสอบและพัฒนาไปไกลกว่าที่วางแผนไว้ เพื่อให้มั่นใจว่า Range Rover Electric คือ Range Rover ที่เปี่ยมขีดความสามารถที่สุดอย่างแท้จริง”

    เทคโนโลยีใหม่ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำในทุกสภาพแวดล้อม รวมถึง Intelligent Driveline Dynamics (IDD) ซึ่งกระจายแรงบิดไปยังล้อหลังได้ตั้งแต่ 100% ถึง 0% เพื่อป้องกันการสูญเสียการยึดเกาะ และ Integrated Traction Management (ITM) ซึ่งควบคุมความเร็วของมอเตอร์ภายใน 50 มิลลิวินาที และจัดการการลื่นไถลได้เร็วกว่ารถยนต์ ICE ที่เทียบเท่ากันถึง 100 เท่า

    Integrated Traction Management ทำงานประสานกับโหมด Single Pedal ใหม่ มอบการควบคุมอันเหนือชั้น ช่วยให้ออกตัวบนทางลาดชันสูงสุด 33 องศาได้อย่างนุ่มนวล เทียบเท่าความชันของลานสกีระดับ black diamond หรือไต่ทางลาดชันสูงสุด 45 องศาขณะรถมีแรงส่ง

    แมตต์ เบกเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ JLR กล่าวว่า “คุณลักษณะที่โดดเด่นของ Range Rover Electric คือความสามารถในการขับเคลื่อนบนทุกพื้นผิว พร้อมความสะดวกสบายและความประณีตอย่างเป็นธรรมชาติ เราทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อให้รถยังคงคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวที่ยึดเกาะต่ำและภูมิประเทศขรุขระอันท้าทาย หรือถนนเรียบที่ใช้ความเร็วสูง รถยังคงมั่นคงและประณีตอย่างยิ่ง พร้อมมอบความรู้สึกแห่งการควบคุมและความมั่นใจ การตอบสนองและความแม่นยำของระบบควบคุมชุดส่งกำลังใหม่ที่เกิดจากระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ช่วยสนับสนุนคุณสมบัติเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราภาคภูมิใจกับผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างยิ่ง”

    เมื่อต้องชาร์จนอกบ้าน Range Rover Electric สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาประมาณ 22 นาที หรือเพิ่มระยะทาง 220 กิโลเมตร ภายใน 10 นาที (WLTP) ผ่านเครื่องชาร์จเร็ว DC สาธารณะขนาด 350 kW ที่เร็วที่สุดซึ่งมีให้บริการ เมื่อรถรับกำลังชาร์จในอัตราสูงสุด

    Range Rover พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรก ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบซ้อนสองชั้นซึ่งมีความจุใช้งาน 118.5 kWh ประกอบด้วยเซลล์ปริซึม 344 เซลล์ ให้ความหนาแน่นพลังงานโดดเด่น พร้อมสถาปัตยกรรม 800 โวลต์ขั้นสูงที่รองรับการชาร์จแบบแยกส่วนได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น

     

    มอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวรคู่ขนาด 260 kW ให้แรงบิดมากกว่ามอเตอร์ขนาดเดียวกัน 20% และใช้สารกึ่งตัวนำซิลิคอนคาร์ไบด์ที่รองรับความเร็วในการสวิตช์ระดับไมโครวินาที เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับสมรรถนะอันเหนือชั้นบนทุกพื้นผิว

     

    Range Rover Electric สามารถเร่งความเร็วจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 4.5 วินาที และเร่งแซงจาก 80–121 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.7 วินาที2

     

    นวัตกรรมที่ผ่านการพิสูจน์

    Range Rover Electric ผ่านการทดสอบและพัฒนาทั้งแบบเสมือนจริงและทางกายภาพทั่วโลกอย่างเข้มข้น เพื่อมอบประสบการณ์ในแบบฉบับ Range Rover ตั้งแต่อุณหภูมิ -40°C ที่เมืองอาร์เยพล็อก ประเทศสวีเดน ความร้อนในทะเลทรายดูไบ ไปจนถึงศูนย์ทดสอบ Eastnor Castle ของ JLR ในสหราชอาณาจักร รวมระยะทางทดสอบมากกว่า 1.5 ล้านกิโลเมตร และกว่า 250,000 ชั่วโมงทั้งในโลกเสมือนจริงและโลกจริง

    เทคโนโลยีใหม่ช่วยดึงศักยภาพของระบบไฟฟ้าออกมาอย่างเต็มที่ ทั้งระบบคาดการณ์ระยะทางอัจฉริยะและระบบจัดการความร้อน ThermAssistTM ขั้นสูง ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพระยะทางขับขี่ ความเร็วในการชาร์จ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ และสมรรถนะในอุณหภูมิสุดขั้ว พร้อมเพิ่มระยะทางสูงสุด 40 กิโลเมตรและลดการใช้พลังงานเพื่อทำความร้อนลง 40% มีการยื่นคำขอจดสิทธิบัตรสำหรับ Range Rover Electric มากกว่า 300 รายการ สูงที่สุดสำหรับรถยนต์รุ่นเดียวในประวัติศาสตร์ของแบรนด์

    เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพของแบตเตอรี่ ห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่แห่งใหม่ของ JLR นำแบตเตอรี่ที่ทำงานจริงมาทดสอบแรงสั่นสะเทือนหลายแกนและแรงกระแทกอย่างรุนแรงในสภาวะอุณหภูมิ -40°C ถึง +90°C เมื่อผสานกับโครงอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูง Range Rover Electric จึงถูกสร้างขึ้นให้ทนต่อแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ขณะที่ฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูงเหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม

    เพื่อความสะดวกในการรับบริการและบำรุงรักษา Range Rover Electric ทุกคันมาพร้อม Battery Digital Twin ซึ่งให้จุดข้อมูลวินิจฉัยมากกว่า 900 รายการ เมื่อทำงานร่วมกับ Software Over the Air ชั้นนำของ JLR6 จะช่วยให้ Range Rover ดูแลรถยนต์ของลูกค้าได้ล่วงหน้า ระบบขับเคลื่อนขั้นสูงของ Range Rover Electric มาพร้อมการรับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน7

     

    ผลิตที่โซลิฮัลล์ ประเทศอังกฤษ

    เพื่อรองรับการผลิต Range Rover Electric JLR ได้พลิกโฉมโรงงานผลิตในโซลิฮัลล์ ด้วยการผสานการผลิตขั้นสูง เทคโนโลยีดิจิทัล และการลงทุนครั้งสำคัญในการพัฒนาทักษะด้านพลังงานไฟฟ้า พนักงานฝ่ายผลิต 9,000 คนในโซลิฮัลล์ได้รับการยกระดับทักษะด้านพลังงานไฟฟ้าแล้ว พร้อมพนักงานอีก 1,500 คนทั่วเครือข่ายของ JLR ในภูมิภาคเวสต์มิดแลนด์ส

    ไนเจล เบลนคินซอป ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ JLR กล่าวว่า “การผลิต Range Rover Electric ที่โซลิฮัลล์ ผสานความเชี่ยวชาญด้านการผลิต Range Rover ที่สั่งสมมากว่าห้าทศวรรษเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าและการผลิตขั้นสูงล่าสุด

    “Range Rover สร้างมูลค่าที่สำคัญทั่วสหราชอาณาจักรและยุโรป การผลิตที่โซลิฮัลล์สนับสนุนธุรกิจหลายพันแห่ง โดยงบประมาณที่ใช้กับซัพพลายเออร์มากกว่าสองในสามส่งตรงไปยังซัพพลายเออร์ในสหราชอาณาจักรและยุโรป”

    เครือข่ายโรงงานผลิตของ JLR ในวงกว้าง รวมถึง Electric Propulsion Manufacturing Centre ในวูล์ฟแฮมป์ตัน8 จะสนับสนุนการผลิต Range Rover Electric ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ผลิตแพ็กแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าควบคู่กับเครื่องยนต์สันดาป ทำให้เป็นโรงงานผลิตเครื่องยนต์สันดาปและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร

    การพัฒนาระยะแรกครอบคลุมพื้นที่ 40,000 ตร.ม. และใช้เวลาในการวางแผน วิศวกรรม ก่อสร้าง และเตรียมความพร้อมมากกว่าสองล้านชั่วโมงตลอดสี่ปี การพลิกโฉมครั้งนี้เพิ่มสายการผลิตแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า 13 สาย รองรับด้วยสายพานลำเลียงยาว 9 กิโลเมตร และสายไฟฟ้ากับสายข้อมูลยาว 182 กิโลเมตร ซึ่งยาวกว่าแม่น้ำเทมส์

    กล้องสแกนขั้นสูงที่ทำงานด้วย AI ถูกผสานเข้ากับกระบวนการตรวจสอบคุณภาพระหว่างการผลิต Electric Drive Unit เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นส่วนสำคัญประกอบเข้ากันอย่างสมบูรณ์และผ่านมาตรฐานความประณีตอันเข้มงวดของ Range Rover Electric นอกจากนี้ เซลล์แบตเตอรี่ทุกเซลล์ได้รับการทดสอบสมรรถนะก่อนบรรจุในแพ็กแบตเตอรี่ ซึ่งจะได้รับการตรวจสอบความสมบูรณ์ของการประกอบและสมรรถนะอีกครั้งก่อนติดตั้งใน Range Rover Electric ที่โซลิฮัลล์

     

    เปิดรับคำสั่งซื้อแล้ว

    ผู้จำหน่าย Range Rover ได้รับการยกระดับทักษะสำหรับยุคใหม่นี้เช่นกัน พร้อมให้คำแนะนำลูกค้าสำหรับก้าวต่อไปของการเดินทางกับ Range Rover Electric เปิดรับคำสั่งซื้อ Range Rover Electric แล้ววันนี้ โดยมีตัวถังให้เลือกทั้งฐานล้อมาตรฐานและฐานล้อยาว9 ในรุ่น Autobiography รวมถึง SV, SV Ultra และ SV Black3 อีกทั้งยังมี First Edition ที่คัดสรรรายละเอียดอย่างพิถีพิถันในสี Belgravia Green, Santorini Black หรือ Varesine Blue จับคู่กับห้องโดยสาร Light Cloud UltrafabricsTM PU และ KvadratTM ที่เปิดตัวใหม่

    สำหรับลูกค้าที่ต้องการสร้างสรรค์ Range Rover Electric ให้สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง บริการสั่งทำ Range Rover Bespoke มอบทางเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้น ตั้งแต่สีและพื้นผิวตัวถังแทบไร้ขีดจำกัด วัสดุระดับสูง การจับคู่สีตามต้องการ ไปจนถึงรายละเอียดเฉพาะบุคคล รวมถึงงานปักที่มีเอกลักษณ์

    สำหรับประเทศไทย บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์แลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมนำเสนอ Range Rover Electric อีกก้าวสำคัญของ Range Rover สู่ยนตรกรรมหรูที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยยังคงไว้ซึ่งความประณีต สมรรถนะ และขีดความสามารถในการขับขี่ทุกสภาพภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

     

    Range Rover Electric เปิดรับคำสั่งซื้อแล้ววันนี้ โดยรายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นย่อยและราคาจะประกาศให้ทราบในภายหลัง และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบรถได้ในช่วงต้นปี 2027 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.landrover.co.th หรือสอบถามข้อมูล โทร. 02-666-7500

     

    1 ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลจากการทดสอบของ JLR ตามกฎหมายสหภาพยุโรป ตัวเลข WLTP มีไว้เพื่อเปรียบเทียบรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่ทดสอบภายใต้สภาวะเดียวกัน ระยะทางขับขี่จริงอาจแตกต่างออกไป และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความเร็ว อุณหภูมิ รูปแบบการขับขี่ ภูมิประเทศ น้ำหนักบรรทุก การใช้ระบบต่าง ๆ ของรถ และสภาพแบตเตอรี่
    2 ตัวเลขสมรรถนะสำหรับ Range Rover Electric รุ่นฐานล้อมาตรฐาน (SWB) กำลัง 550 PS โปรดปฏิบัติตามกฎหมายจำกัดความเร็วในแต่ละพื้นที่เสมอ
    3 เมื่อรถชาร์จด้วยอัตราการชาร์จสูงสุด
    4 กระจังหน้าที่ปรับตามหลักอากาศพลศาสตร์ขึ้นอยู่กับแต่ละตลาด Range Rover SV Electric ยังคงใช้กระจังหน้าดีไซน์เฉพาะ SV และล้อขนาด 22 นิ้วเฉพาะ SV
    5 ระยะทางขับขี่จริงอ้างอิงจากรถยนต์รุ่นผลิตจริงบนเส้นทางมาตรฐาน ระยะทางที่ทำได้จะแตกต่างกันตามแบตเตอรี่และสภาพรถ เส้นทางจริง สภาพแวดล้อม และรูปแบบการขับขี่ ใช้เพื่อการเปรียบเทียบเท่านั้น ตัวเลขการทดสอบ WLTP อย่างเป็นทางการอาจแตกต่างออกไป
    6 การอัปเดต SOTA ต้องมีบัญชี InControl ที่ใช้งานอยู่และสัญญาณที่มีคุณภาพ การอัปเดตต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของ/ผู้ขับขี่ และจำเป็นต้องเชื่อมต่อเครือข่าย
    7 สิทธิประโยชน์และความคุ้มครองโดยละเอียดอาจแตกต่างกันในแต่ละตลาด โปรดดูเว็บไซต์ของประเทศของท่านหรือติดต่อผู้จำหน่ายในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม
    8 โรงงานผลิตเพิ่มเติมของ JLR ทั่วภูมิภาคเวสต์มิดแลนด์ส ได้แก่ Battery Assembly Centre (วอร์ริกเชียร์), Castle Bromwich Plant (เบอร์มิงแฮม), Future Energy Lab (โคเวนทรี), Prototype Test and Build Facility (โคเวนทรี) และ Special Vehicle Operations Technical Centre (โคเวนทรี)
    9 ความพร้อมจำหน่ายของรุ่นฐานล้อยาวแตกต่างกันในแต่ละตลาด

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยยามาฮ่า ยกระดับความปลอดภัยทางถนนชุมชนสมุทรปราการ สานต่อโครงการทางม้าลายปีที่ 3 มุ่งสร้างวัฒนธรรมจราจรยั่งยืน

    1 Min Read

    ไทยยามาฮ่า ยกระดับความปลอดภัยทางถนนชุมชนสมุทรปราการ สานต่อโครงการทางม้าลายปีที่ 3 มุ่งสร้างวัฒนธรรมจราจรยั่งยืน

     

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เดินหน้าสร้างสังคมปลอดภัยบนท้องถนน มุ่งปกป้องเด็ก เยาวชน และคนในชุมชน ด้วยการส่งมอบทางม้าลายมาตรฐาน บริเวณสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

    นายสุรชัย เพชรพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรการทั่วไป บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ส่งมอบทางม้าลายเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยได้รับเกียรติจาก นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถานศึกษาและภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน ร่วมรับมอบ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบางปลา จ.สมุทรปราการ

    สำหรับการดำเนินงานในปีนี้ ยามาฮ่าได้จัดทำทางม้าลายใน 3 พื้นที่จุดเสี่ยง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบางปลา, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดมงคลนิมิตร และสถานรับเลี้ยงเด็กครูบุ๋มบ้านเรียนรู้ เพื่อลดอุบัติเหตุและสร้างพื้นที่ข้ามถนนที่ปลอดภัยให้กับลูกหลานในชุมชน

    นอกจากการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ยามาฮ่ายังมุ่งเน้นการสร้าง “คน” ควบคู่กันไป ผ่านการจัดอบรมปลูกจิตสำนึกวินัยจราจร การสนับสนุนการทำใบขับขี่ถูกต้องตามกฎหมายให้กับผู้ปกครองและบุคลากรทางการศึกษากว่า 50 คน รวมถึงการมอบหมวกกันน็อกในโครงการ “ธนาคารหมวกกันน็อก” ร่วมกับ สสส. และ สอจร. เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันความปลอดภัยอย่างครบวงจร

    เพราะการทาสีทางม้าลายเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่มุมมองความปลอดภัยที่ยั่งยืนคือหัวใจสำคัญ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ พร้อมเดินหน้าขยายเกราะคุ้มกันความปลอดภัยทางถนนให้กับเด็ก เยาวชน และชุมชนรอบข้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนนที่เคารพชีวิตซึ่งกันและกันอย่างยั่งยืน

     

    #Yamaha #RevsyourHeart #ยามาฮ่า #เร่งชีวิตให้เร้าใจ #สมุทรปราการ #บางพลี #อบตบางปลา


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้า ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เดินหน้าพัฒนาศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่ชุมชนยั่งยืน “Green Learning Hub”

    1 Min Read

    โตโยต้า ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เดินหน้าพัฒนาศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่ชุมชนยั่งยืน “Green Learning Hub”

    นายสิริวิทย์ ปรีชาศุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนองค์กร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคีเครือข่าย ได้แก่ นายพสิษฐ์โชติ โกวฤทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองแกนพัฒนา                  ดร.ปาริชาติ เภสัชชา ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต2 รศ. ดร.ชาตรี มณีโกศล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่     และนายอลงกต เรียนยอย ผู้อำนวยการโรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “ศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียนของชุมชน หรือ Green Learning Hub” เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา จังหวัดเชียงใหม่

    มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้ง 4 หน่วยงาน มุ่งพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาโครงการ “ศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียนของชุมชน” เพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางปรัชญา  ของเศรษฐกิจพอเพียงและและการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งยกระดับศูนย์การเรียนรู้ของโรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่ยั่งยืนของชุมชน ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การจัดทำหลักสูตรและกิจกรรมที่บูรณาการแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและการจัดการสิ่งแวดล้อมเข้าสู่การเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการพัฒนาโรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยาสู่ “โรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School)” ด้วยการบริหารจัดการโรงเรียนทั้งระบบโดยกำหนดเป็นพันธกิจหลัก 4 ด้าน  ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ได้แก่

    1.นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาและโครงสร้างการบริหารจัดการ

    2.การจัดกระบวนการเรียนรู้

    3.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน

    4.การมีส่วนร่วมและเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา

    การประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนอีโคสคูล แบ่งการวัดผลออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง   เพื่อสะท้อนพัฒนาการของโรงเรียนในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาให้มีประสิทธิภาพ

    ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของโตโยต้าในการส่งต่อโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ผ่านการให้ภูมิปัญญาและให้ความเป็นอยู่ที่ดี มุ่งสร้างโอกาสให้เยาวชนและชุมชนสามารถพึ่งพาตนเอง พร้อมเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนไปด้วยกัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ไทยฮอนด้า สานต่อคอมมูนิตี้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ากับ “Honda UC3 Society Meet ครั้งที่ 3” ชวนผู้ใช้ New Honda UC3 ออกเดินทาง เติมพลังชีวิต พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจไปด้วยกัน

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า สานต่อคอมมูนิตี้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ากับ “Honda UC3 Society Meet ครั้งที่ 3” ชวนผู้ใช้ New Honda UC3 ออกเดินทาง เติมพลังชีวิต พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจไปด้วยกัน

    ไทยฮอนด้า สานต่อคอมมูนิตี้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า New Honda UC3 อย่างต่อเนื่อง กับกิจกรรม “Honda UC3 Society Meet ครั้งที่ 3” ที่ครั้งนี้ชวนเหล่าเจ้าของรถมาพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งาน พร้อมออกเดินทางไปด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ผ่านกิจกรรมที่ชวนทุกคนออกมาพักผ่อน เติมพลัง และใช้เวลาร่วมกับเพื่อน ๆ ในคอมมูนิตี้ สะท้อนอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ของการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เชื่อมโยงทั้งการเดินทางและผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน

    กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการรวมตัวของผู้ใช้ New Honda UC3 กว่า 20 คน ที่ Pattaya City View Point ก่อนออกเดินทางด้วย New Honda UC3 ไปยัง Anya Pattaya บนเส้นทางรอบเมืองและเลียบชายทะเลพัทยา ให้ทุกคนได้สนุกกับการขับขี่และสัมผัสบรรยากาศของเมืองพัทยาไปพร้อมกัน ก่อนเข้าสู่กิจกรรม Inspired, Recharged ที่เปิดพื้นที่ให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวและมุมมอง เติมแรงบันดาลใจให้กัน พร้อมเพลิดเพลินกับมื้ออาหารสุดพิเศษร่วมกัน

    อีกหนึ่งไฮไลต์คือช่วง Talk & Sharing ที่ได้รับเกียรติจากคุณอาย และคุณปัง จากเพจ ‘EV Girls’ 2 สาวที่เป็นตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่ที่หลงใหลการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า มาร่วมเพิ่มสีสันและความสดใส พร้อมพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์และมุมมองจากการเดินทางด้วย EV ในแบบฉบับเข้าใจง่าย ประสบการณ์จากการเดินทางจริง ไปจนถึงเทคนิคการวางแผนทริป พร้อมแชร์มุมมองของคำว่า “RECHARGE” ที่ไม่ใช่เพียงการเติมพลังให้กับรถ แต่ยังเป็นช่วงเวลาให้เราได้หยุดพัก เติมพลังชีวิต และค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เพื่อพร้อมออกเดินทางต่อไป

    Honda UC3 Society Meet ครั้งที่ 3 นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของคอมมูนิตี้ New Honda UC3 ที่ได้มาเชื่อมต่อกันผ่านประสบการณ์การขับขี่ ไลฟ์สไตล์ และความชื่นชอบที่มีร่วมกัน พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจจากเรื่องราวและประสบการณ์ของสมาชิก ตลอดจนเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พักผ่อน เติมพลังให้ตัวเอง และพร้อมออกเดินทางสู่ประสบการณ์ใหม่ ๆ

    สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ New Honda UC3 สามารถทดลองขับขี่ได้ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชันพิเศษ ฟรีค่าไฟบ้าน 3,000 บาท / 3 เดือน (แบ่งเป็นเดือนละไม่เกิน 1,000 บาท) พร้อมรับสิทธิต่อเนื่องครบทุกการดูแลมูลค่ารวมกว่า 15,000 บาท

    ㆍ เครดิตชาร์จ 12,000 บาท (ใช้สิทธิ์ได้ถึง 31 ต.ค. 2570)

    ㆍHonda Service Package ฟรี 3 ปี หรือ 36,000 กม. (ใช้สิทธิ์ได้ถึง 31 ต.ค. 2572)

    ㆍRoadside Assistance ฟรี 1 ปี (นับจากวันรับรถ)

     

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง เพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
    เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #NewHondaUC3 #TheUrbanFirstMovers #HondaEVMotorcycle #รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้าเปิดตัว “School SAFE สัญจร” ภายใต้โครงการโตโยต้าถนนสีขาว นำร่องสร้างวินัยคนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัยในจังหวัดขอนแก่น

    1 Min Read

    โตโยต้าเปิดตัว “School SAFE สัญจร” ภายใต้โครงการโตโยต้าถนนสีขาว นำร่องสร้างวินัยคนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัยในจังหวัดขอนแก่น

    นายนันทวัฒน์ ศรีวรัตน์อัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น นายประสิทธิ์ ทองแท่งไทย นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ตลอดจนภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในจังหวัดขอนแก่น ร่วมเปิดโครงการโตโยต้าถนนสีขาว “School SAFE สัญจร” กิจกรรมอบรมสร้างวินัยคนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย นำร่องในสถานศึกษา 10 แห่งในจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ความสำคัญในการส่งเสริมความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ภายใต้โครงการโตโยต้า ถนนสีขาว ที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมากว่า 38 ปี ครอบคลุมในทุกมิติ “คน รถ ถนน” โดยเฉพาะด้าน “คน” ที่เน้นการปลูกฝังและถ่ายทอดองค์ความรู้ แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในทุกช่วงวัย

    School SAFE สัญจร” เกิดจากความมุ่งมั่นของโตโยต้า ในการสร้างความรู้ ความตระหนัก และปลูกฝังวินัยด้านความปลอดภัยทางถนนแก่กลุ่มเยาวชน เพื่อวางรากฐานการเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีความรับผิดชอบ และร่วมลดอุบัติเหตุและความสูญเสียอย่างยั่งยืน โดยริเริ่มการจัดกิจกรรมในจังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม – 7 กันยายน 2569 ครอบคลุมสถานศึกษา 10 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล บ้านตูม โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานและมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น โรงเรียนนครขอนแก่น โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง โรงเรียนฮั่วเคี้ยววิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น และโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ตั้งเป้าส่งเสริมความรู้แก่เยาวชนรวมมากกว่า 2,000 คน

    นายนันทวัฒน์ ศรีวรัตน์อัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การสร้างความรู้ ความตระหนัก และการปลูกฝังพฤติกรรมที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเด็ก จะช่วยให้เยาวชนสามารถเรียนรู้การใช้ถนนอย่างปลอดภัย อันจะนำไปสู่การลดอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างยั่งยืน”

    “โดยหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางถนนในจังหวัดขอนแก่น และเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ทุกคนใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย

    กิจกรรม School SAFE สัญจร ประกอบไปด้วยการอบรมภาคทฤษฎี ให้ความรู้ด้านวินัย น้ำใจ และกฎระเบียบในการใช้รถใช้ถนน โดยวิทยากรจากโตโยต้าและพันธมิตร ตลอดจนภาคปฏิบัติ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้และตระหนักถึงความปลอดภัยผ่านประสบการณ์จริง ผ่านฐานการเรียนรู้ ได้แก่

    • บิงโก: เรียนรู้ความหมายของป้ายจราจรต่าง ๆ ที่พบได้ในชีวิตประจำวัน ผ่านเกมบิงโก
    • Car Simulator: จำลองการขับขี่ใน 3 สถานการณ์เสี่ยง ได้แก่ การขับรถเร็ว การเปลี่ยนเลนกะทันหัน และการขับขี่ขณะมึนเมา
    • เช็คสุขภาพการขับขี่: ทดสอบสมรรถภาพ 4 ด้าน ได้แก่ ร่างกาย สายตา การตัดสินใจ และความเข้าใจในการขับขี่
    • แว่นเมา: ตระหนักถึงผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อการมองเห็น การทรงตัว และการตอบสนอง
    • Blind Spot: เรียนรู้จุดอับสายตารอบตัวรถ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

    ทั้งนี้ โตโยต้ามีแผนที่จะนำประสบการณ์จากการดำเนินกิจกรรมในจังหวัดขอนแก่นไป พัฒนาและต่อยอดกิจกรรมสู่สถานศึกษาในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป เพื่อขยายการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนไปยังเด็กและเยาวชนในวงกว้าง และร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายในการ สร้างสังคมคนขับรถดี” อย่างยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี รุ่นเรือธงเจเนอเรชันใหม่ ที่สะท้อนตัวตนแบรนด์อย่างแท้จริง

    2 Min Read

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี รุ่นเรือธงเจเนอเรชันใหม่ ที่สะท้อนตัวตนแบรนด์อย่างแท้จริง

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร1 รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี โฉมใหม่ครั้งแรกของโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมวางตำแหน่งเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงเจเนอเรชันล่าสุด สะท้อนตัวตนบทใหม่ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตขึ้นที่ฐานการผลิตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย โดยจะเริ่มเปิดตัวและวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่แรก ก่อนขยายไปยังประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ภายในปีงบประมาณ 25692 และมีแผนเปิดตัวไปยังกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมตลาดในภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป

    นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2525 ปาเจโรได้พลิกโฉมเซกเมนต์รถยนต์ครอสคันทรีขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ด้วยการรวมสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอย่างแท้จริง เข้ากับความสะดวกสบายแบบรถยนต์นั่ง จนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง และกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ปลุกกระแสรุ่นรถยนต์เพื่อการพักผ่อนและสันทนาการ (Recreation Vehicle – RV) ในช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งปาเจโรทั้ง 4 รุ่น มียอดการผลิตกว่า 3.29 ล้านคัน ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในรุ่นรถยนต์ที่เป็นตำนานที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ครองใจผู้ใช้งานในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้สานต่อแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่นิยามความเป็นปาเจโรมาตั้งแต่รุ่นแรก ด้วยการผสาน “ความมั่นใจในการขับขี่” (Confidence) ซึ่งสะท้อนผ่านสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอันยอดเยี่ยม และความน่าเชื่อถือที่ได้รับการพิสูจน์มาอย่างยาวนาน เข้ากับ “ความสะดวกสบาย” (Comfort) ทั้งในด้านความสบายของห้องโดยสาร และความคล่องตัวในการควบคุมรถ ก่อนต่อยอดรากฐานอันแข็งแกร่งนี้ด้วย “ความเหนือระดับ” (Prestige) ผ่านคุณภาพและความประณีตในแบบฉบับไอคอนิก ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เป็นยนตรกรรมที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวไปอีกขั้นในทุกมิติ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น แข็งแกร่งจากเส้นสายที่คมชัด ทรงพลัง เสริมด้วยวัสดุภายในห้องโดยสารคุณภาพสูงที่ออกแบบมาให้รองรับทุกการใช้งาน พร้อมสอดแทรกดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัว

    ภายใน ห้องโดยสารของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมคงมิติตัวรถที่ช่วยให้ควบคุมและบังคับเลี้ยวได้ง่าย นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งประสานการควบคุมการเร่ง การเข้าโค้ง และการเบรก เพื่อการตอบสนองของรถที่แม่นยำและเป็นธรรมชาติ ร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ที่มอบสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่เหนือชั้น และความง่ายสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน รวมถึงโครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสูง พร้อมระบบกันสะเทือนที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างเหมาะสม โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ จะทำงานร่วมกันเพื่อมอบความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ในทุกสภาพเส้นทาง พร้อมลุยทุกการผจญภัยได้อย่างไร้กังวล

    “ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะกลางถึงระยะยาวสู่ปี 2573 เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าและเพิ่มมูลค่าขององค์กร ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และ​เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ควบคู่ไปกับการตอกย้ำเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น” มร. เคสุเกะ คิชิอุระ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น กล่าว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์นี้ให้เกิดขึ้นจริง ในฐานะรถยนต์รุ่นเรือธง รถยนต์รุ่นนี้จะนำทัพไลน์อัปตระกูลปาเจโรที่จะตามมาในอนาคต รวมถึงรถยนต์ทั้งหมดของเรา โดย ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร คือรถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี ระดับพรีเมียม ที่ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจและพึ่งพาได้ในทุกสถานการณ์ ซึ่งเราจะทยอยเปิดตัวสู่ตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกค้าทุกท่านจะตั้งตารอคอยการมาถึงของรถยนต์รุ่นนี้”

     

    เว็บไซต์พิเศษสำหรับ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร: https://www.mitsubishi-motors.co.jp/global/en/lineup/pajero/special/

     

    ภาพรวมผลิตภัณฑ์3

    ความเหนือระดับ (Prestige): คุณภาพเหนือระดับ สะท้อนความเป็นที่สุดของรุ่นเรือธง

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร พัฒนาขึ้นเพื่อสืบทอดจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของปาเจโรทุกรุ่นที่ผ่านมา พร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดสู่บทใหม่ของยนตรกรรม ที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การเปิดตัวของรุ่นที่ 4 ภายใต้แนวคิดการออกแบบ “Grand Charisma” ที่ทุกองค์ประกอบได้รับการรังสรรค์และใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อถ่ายทอดรูปลักษณ์ที่ทรงพลังและสัมผัสที่หรูหราระดับพรีเมียม ตอกย้ำการเป็นยนตรกรรมเรือธงเจเนอเรชันถัดไปของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส อย่างสง่างาม

    • การออกแบบภายนอก

    ด้วยการต่อยอดแนวคิดการออกแบบสัดส่วนตัวถังที่โดดเด่นและทรงพลังในแนวตั้ง พร้อมเอกลักษณ์การออกแบบที่เน้นเส้นสายแนวนอนจากปาเจโรรุ่นแรกให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น ด้วยซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่สะท้อนถึงสมรรถนะอันทรงพลัง และพื้นผิวตัวถังที่ได้รับการปั้นแต่งอย่างมีมิติ เสริมบุคลิกให้ดูสง่างามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน โดยด้านหน้าถ่ายทอดความแข็งแกร่งจากภายในผ่านแรงบันดาลใจจาก “เคนโด้” (Kendo) ศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับวินัย ความมุ่งมั่น และความแข็งแกร่งของจิตใจ พร้อมนำเสนอทางเลือกกระจังหน้า 2 รูปแบบ ได้แก่ กระจังหน้าแบบซี่แนวนอน ที่สะท้อนความประณีตพิถีพิถันตามแบบฉบับงานฝีมือญี่ปุ่น และกระจังหน้าลายรังผึ้ง ที่ผสานความงดงามจากฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับความแข็งแกร่งได้อย่างไร้ที่ติ โดยทั้งสองรูปแบบยังโดดเด่นด้วยไฟหน้ารูปทรงตัว T อันเป็นเอกลักษณ์ เติมเต็มรูปลักษณ์ด้านหน้าให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น

    ซิกเนเจอร์ของปาเจโรยังถ่ายทอดผ่านรายละเอียดต่าง ๆ รอบคัน ไม่ว่าจะเป็น เสา C ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของปาเจโร รุ่นแรก รวมถึงโครงสร้างทรงหกเหลี่ยม (Hexagonal Motif) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากตำแหน่งยางอะไหล่ท้ายรถในรุ่นก่อนหน้า องค์ประกอบทั้งหมดนี้ถือเป็นการนำความเป็นปาเจโรมาตีความใหม่ได้อย่างลงตัว

    • การออกแบบภายใน

    ภายในห้องโดยสารมีการนำแผงหน้าจอแนวนอนบริเวณคอนโซลหน้าจากปาเจโรรุ่นแรกมาปรับใช้ใหม่ โดยผสานฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับห้องโดยสารระดับพรีเมียม ด้วยแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว (Monolithic Display) ที่เชื่อมต่อหน้าจอขนาด 14.3 นิ้ว4 จำนวน 2 หน้าจออย่างไร้รอยต่อ พร้อมภาพกราฟิกบนจอที่ให้กลิ่นอายความเป็นปาเจโร รวมถึงหน้าจอมัลติมิเตอร์ (Multi Meter) ที่นำชุดมาตรวัดสามส่วนในตำนานมาปรับโฉมให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน

    วัสดุพื้นผิวมีการใช้เทคนิคงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “คิเมะโคมิ” (Kimekomi) บนหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง ด้วยการฝังวัสดุให้แนบลึกไปกับพื้นผิว ช่วยเพิ่มความทนทานและรักษารูปทรงได้ดี โดยแผงประตูยังตกแต่งด้วยตะเข็บรูปตัว S ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะ ความประณีตสูง และการเย็บที่แม่นยำตามแนวโค้งที่ซับซ้อน สะท้อนถึงฝีมือและความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือชาวญี่ปุ่น

    • สีตัวถัง

    เฉดสีตัวถังเสริมบุคลิกอันน่าเกรงขามและความเหนือระดับ โดยมีสีไฮไลต์ 2 เฉดสี ได้แก่ สีอาร์เมอร์ คอปเปอร์ (Armor Copper) ที่ถ่ายทอดความรู้สึกหนักแน่นและแข็งแกร่งดุจโลหะชิ้นใหญ่ พร้อมขับเน้นให้รูปทรงตัวถังที่มีมิติและสัดส่วนอันบึกบึนดูโดดเด่นยิ่งขึ้น และสีแฟนทอม บลู (Phantom Blue) สีฟ้าอมเทาที่ให้ความรู้สึกสง่างามและมั่นคง เสริมความโดดเด่นด้วยประกายสีทอง  ที่เผยประกายแตกต่างไปตามมุมและการเปลี่ยนแปลงของแสง สะท้อนบุคลิกอันทันสมัย ความประณีต และความงดงามจากฟังก์ชันการใช้งาน โดยสีตัวถังเหล่านี้กลมกลืนเข้ากับหลากหลายสภาพแวดล้อม ตั้งแต่การขับขี่ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการออกเดินทางและทำกิจกรรมกลางแจ้ง

    ภายในห้องโดยสารมีการเลือกใช้โทนสีน้ำตาลคาเมล (Camel) ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ความพรีเมียม ควบคู่กับความงดงามที่ผสานประโยชน์ใช้สอยได้อย่างลงตัว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเฉดสีตามธรรมชาติของวัสดุแท้ อีกทั้งยังช่วยพรางร่องรอยจากการใช้งานในชีวิตประจำวันให้สังเกตเห็นได้ยากยิ่งขึ้น และยังได้รับการออกแบบอย่างลงตัวเมื่อจับคู่กับโทนสีดำ เพื่อสร้างความตัดกันอย่างมีระดับ แต่ยังคงกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับรูปลักษณ์ภายนอกอันทรงพลังของตัวรถ

    • ความเงียบภายในห้องโดยสารที่ดียิ่งขึ้น

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการยกระดับมาตรฐานการลดเสียงรบกวนอย่างครอบคลุมรอบด้าน เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนสามารถพูดคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติ แม้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางหลวงหรือในภาวะที่มีเสียงรบกวนสูง โดยนอกจากกระจกบังลมหน้าแล้ว ยังได้นำกระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) มาใช้กับกระจกประตูทั้งบานหน้าและบานหลัง ควบคู่ไปกับการติดตั้งวัสดุลดเสียงรบกวนอย่างทั่วถึงตลอดโครงสร้างตัวถังและจุดสำคัญต่าง ๆ ของตัวรถ ช่วยลดทั้งเสียงลมปะทะและเสียงเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่สงบและผ่อนคลายยิ่งขึ้น ให้ผู้โดยสารในทุกแถวที่นั่งสามารถเพลิดเพลินกับการพูดคุยได้อย่างสบายใจ

    • ระบบอินโฟเทนเมนต์และการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

    ระบบอินโฟเทนเมนต์อันล้ำสมัย เติมเต็มคุณค่าใหม่ให้กับทุกช่วงเวลาบนท้องถนน โดยแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว (Monolithic Display)  ที่เชื่อมหน้าจอระบบสัมผัสและหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 14.3 นิ้ว ช่วยปลุกเร้าแรงบันดาลใจในการผจญภัยผ่านกราฟิกที่ดูสะอาดตา ใช้งานง่าย นอกเหนือจากลำดับการแสดงผลเมื่อเริ่มต้นระบบที่ได้รับการออกแบบเฉพาะ และเอฟเฟกต์ภาพที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันในแต่ละโหมดการขับขี่แล้ว หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (Meter Display) ยังมาพร้อมธีมภาพพื้นหลังถึง 16 แบบ ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาของวันได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ดีไซน์มาตรวัด 3 ช่องสุดไอคอนิกจากรุ่นก่อนหน้าได้ถูกนำมาตีความใหม่เป็นหน้าจอมัลติมิเตอร์ (Multi Meter) ที่แสดงผลข้อมูลการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น ระดับความสูง ทิศทางการเดินทาง อุณหภูมิ หน้าจอแสดงผลระดับความชันและความเอียง และสถานะการทำงานของระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ช่วยให้ผู้ขับขี่ประเมินสถานะและสภาวะการขับขี่ได้อย่างแม่นยำเพียงแค่ชำเลืองมอง ขณะที่ระบบ
    เครื่องเสียงเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน (Smartphone-link Display Audio) ยังรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ช่วยให้การเข้าถึงระบบแผนที่นำทาง แอปพลิเคชันฟังเพลง และอื่น ๆ ที่รองรับ เป็นไปได้อย่างง่ายดาย

     

    ความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence): สมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่วางใจได้

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการพัฒนาสมรรถนะการขับขี่จากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ที่ได้รับการพิสูจน์จากการใช้งานท่ามกลางหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่โหดหินที่สุดของโลก พร้อมยกระดับความสามารถรอบด้านด้วยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่เหนือชั้นในทุกด้านตามแบบของปาเจโร

    ด้วยการทำงานประสานกันระหว่างเครื่องยนต์คลีนดีเซลที่ทรงพลังแต่ควบคุมได้อย่างง่ายดาย โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่ทั้งแกร่งและทนทานสูง และระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อช่วยรักษาหน้ายางให้สัมผัสพื้นผิวอย่างเหมาะสม ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร จึงมอบสมรรถนะออฟโรดที่ไว้วางใจได้ พร้อมความคล่องตัวในการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่บนถนนลาดยาง ช่วยให้ผู้ขับขี่เดินทางได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง

    • เครื่องยนต์คลีนดีเซล 4 ลิตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดรุ่นใหม่

    เครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.4 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบ Single Variable-Geometry Turbocharger (VGT) ให้แรงบิดสูงสุดถึง 480 นิวตันเมตร5 มอบอัตราเร่งที่ทรงพลัง และการตอบสนองฉับไวได้ดั่งใจ  ตั้งแต่ออกตัวต่อเนื่องไปจนถึงการขับขี่ด้วยความเร็วสูง จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด (8AT) พร้อมโหมดสปอร์ต ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นและต่อเนื่อง ทั้งบนถนนปกติและเส้นทางออฟโรด โดยระบบส่งกำลังดังกล่าวมอบอัตราเร่งที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยำตามความต้องการของผู้ขับขี่ ควบคู่กับการลดเสียงรบกวนที่ดียิ่งขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเหนือระดับขั้นสุด

    • โครงสร้างแบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่แข็งแกร่ง พร้อมระบบกันสะเทือนประสิทธิภาพสูง

    โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่มีความแข็งแกร่งสูง ซึ่งได้รับการต่อยอดจากประสบการณ์การแข่งขันแรลลี่ตลอดหลายทศวรรษ รวมถึงการทดสอบและพัฒนาในสภาพแวดล้อมอันสมบุกสมบัน ทำหน้าที่เป็นพื้นฐานสำคัญของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร พร้อมเพิ่มสัดส่วนการใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งต่อแรงบิดและแรงดัดได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ตัวรถมีเสถียรภาพในการควบคุมและมอบความนุ่มนวลตลอดการขับขี่ในระดับสูง รวมถึงความทนทานและวางใจได้ในทุกการใช้งาน

    ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระแบบปีกนกสองชั้นทำงานร่วมกับระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบคานแข็ง 5-Link ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ช่วยให้ล้อสัมผัสพื้นถนนได้อย่างมั่นคง รองรับการเดินทางบนเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมมอบการควบคุมพวงมาลัยที่เป็นธรรมชาติและการทรงตัวที่ดี

    นอกเหนือจากการมอบสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอันยอดเยี่ยมแล้ว ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ยังได้รับการพัฒนาโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้โดยสารตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระยะไกลหรือการขับขี่บนพื้นผิวขรุขระ ทำให้ “ความสะดวกสบายในทุกเส้นทางออฟโรด” (Off-Road Comfort) เป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญในการพัฒนา เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะออฟโรดและความประณีตในการขับขี่บนถนนให้เกิดขึ้นในระดับสูง โดยแท่นยึดตัวถังที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่ไม่พึงประสงค์ขณะขับขี่บนถนนขรุขระและเส้นทางทุรกันดาร พร้อมช่วยยกระดับการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่ ให้ประสบการณ์การขับขี่โดยรวมมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

    • สมรรถนะรอบด้านด้วยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC)

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อมระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งช่วยให้การควบคุมรถเป็นธรรมชาติและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างเสถียรภาพในการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางได้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H (ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง) 4H (ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์) 4HLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลาง) และ 4LLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลางและใช้เกียร์อัตราทดต่ำ) ซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด และรักษาการทรงตัวในการควบคุมรถบนถนนลาดยางได้เป็นอย่างดี

    นอกเหนือจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ระบบ Super-All Wheel Control  (S-AWC) ยังทำงานร่วมกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ซึ่งควบคุมการกระจายแรงบิดระหว่างล้อซ้ายและขวาผ่านการทำงานของเบรกคู่หน้า ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Active Stability and Traction Control – ASTC) ที่ช่วยกระจายแรงขับเพื่อคงเสถียรภาพบนพื้นผิวที่ลื่น และระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (Anti-lock Braking System – ABS) ที่ช่วยป้องกันล้อล็อกและการลื่นไถลขณะเบรก โดยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) จะประมวลผลและปรับสมดุลแรงขับเคลื่อนและแรงเบรกของล้อทั้ง 4 อย่างเหมาะสมตามการควบคุมของผู้ขับขี่และสภาพพื้นผิวถนน ช่วยให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย มั่นใจ และสะดวกสบาย ในหลากหลายสภาพอากาศและเส้นทาง

    พร้อมกันนี้ ยังมีโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock ซึ่งได้รับการปรับให้เหมาะกับสภาพเส้นทางที่แตกต่างกัน ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถและเดินทางได้อย่างมั่นใจบนพื้นผิวถนนที่หลากหลาย นอกจากนี้ จานเบรกขนาดใหญ่ 18 นิ้ว และหม้อลมเบรกไฟฟ้า ยังมอบน้ำหนักแป้นเบรกที่มั่นใจและให้ความรู้สึกในการเบรกที่เป็นธรรมชาติ

     

    • มิติตัวรถที่ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการขับขี่ที่หลากหลาย

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่ง่ายดายและสะดวกสบาย ตั้งแต่การใช้งานบนถนนในเมืองไปจนถึงการผจญภัยในโลกกว้าง ด้วยตัวรถที่มีความยาว 4,920 มิลลิเมตร กว้าง 1,925 มิลลิเมตร และสูง 1,910 มิลลิเมตร6 พร้อมความกว้างช่วงล้อหน้าและหลัง 1,630 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,870 มิลลิเมตร

    ตัวรถมาพร้อมระยะต่ำสุดถึงพื้น 230 มิลลิเมตร6 ควบคู่กับมุมไต่ 30.4 องศา6 มุมคร่อม 22.6 องศา6 และมุมจาก 25.8 องศา6 โดยการกระจายน้ำหนักด้านหน้าและด้านหลังในอัตราส่วน 52:48 โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรมที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสูง ยังทำงานประสานอย่างลงตัวกับระบบช่วงล่างที่มีระยะช่วงยุบ-ยืดสูง ช่วยให้ล้อสามารถยึดเกาะพื้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาการสัมผัสกับพื้นถนนแม้ต้องผ่านพื้นผิวที่ไม่เรียบ พร้อมรับมือกับเส้นทางทุรกันดารและภูมิประเทศที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจ

     

    ความสะดวกสบาย (Comfort): ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร และความคล่องตัวในการควบคุม

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มอบห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกคน ด้วยการจัดสรรการวางเบาะนั่ง รวมถึงพื้นที่ใช้สอยอย่างเหมาะสม พร้อมใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่พื้นที่สำหรับผู้โดยสารแถวที่สาม ความสะดวกในการเข้า-ออก ความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร ไปจนถึงการควบคุมอุณหภูมิ เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนได้รับความสบายตลอดทั้งเส้นทาง แม้ในการเดินทางระยะไกล

    • ห้องโดยสารพรีเมียม กว้างขวาง และสะดวกสบาย

    ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการจัดพื้นที่และตำแหน่งเบาะนั่งอย่างเหมาะสม เพื่อมอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางแก่ผู้โดยสารในทุกแถว โดยเบาะนั่งคนขับได้รับการจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งสูงขึ้น เพื่อเพิ่มมุมมองการมองเห็นและช่วยให้กะระยะตัวรถได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่เบาะนั่งแถวที่สองสามารถเลื่อนได้ถึง 150 มิลลิเมตร พร้อมกลไกพับเบาะแบบจังหวะเดียว ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกห้องโดยสารและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่วนเบาะนั่งแถวที่สามมอบพื้นที่เหนือศีรษะที่กว้างขวางสำหรับผู้โดยสารผู้ใหญ่ พร้อมออกแบบพื้นที่วางเท้าอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถสอดปลายเท้าเข้าไปใต้เบาะนั่งแถวที่สองได้อย่างง่ายดาย

    เพื่อมอบความสบายตลอดการเดินทางในทุกที่นั่ง เบาะนั่งคู่หน้าและแถวที่สอง ถูกออกแบบมาให้รองรับสรีระอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผู้โดยสารนั่งได้อย่างผ่อนคลาย ขณะที่เบาะนั่งแถวที่ 3 ได้รับการปรับตำแหน่งและองศาการนั่งให้เหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ยังมาพร้อมระบบระบายอากาศสำหรับเบาะนั่งที่ช่วยส่งผ่านความเย็นอย่างเป็นธรรมชาติทั่วทั้งตัวเบาะ พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน ที่สามารถตั้งอุณหภูมิแยกอิสระในแต่ละโซน เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เหมาะสม ตั้งแต่บริเวณเบาะคู่หน้าไปจนถึงผู้โดยสารแถวที่สาม

     

    • เทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เพื่อความอุ่นใจยิ่งกว่าเดิม

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนผู้ขับขี่ในทุกสภาวะการเดินทาง ประกอบด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation – FCM) ที่สามารถตรวจจับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ พร้อมระบบช่วยเบรกขณะเลี้ยวผ่านทางแยก ระบบคาดการณ์และเตือนการชนด้านหน้าตรง (Predictive Forward Collision Warning – PFCW) และระบบช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด (Emergency Assist for Pedal Misapplication – EAPM) รวมถึงยังมีระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Emergency Lane Assist – ELA) ที่ได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแรกใน ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร โดยใช้กล้องด้านหน้าและเรดาร์ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องจราจรและยานพาหนะโดยรอบ พร้อมส่งสัญญาณเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่อระบบตรวจพบความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางการจราจร ขณะที่ระบบเตือนด้านหน้าขณะถอยออกจากช่องจอด (Front Cross Traffic Alert – FCTA) สามารถตรวจจับรถที่กำลังเข้ามาจากด้านใดด้านหนึ่งบริเวณทางแยก พร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการชนกับรถที่วิ่งตัดผ่านด้านหน้า

    สำหรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อม MI-PILOT ระบบช่วยเหลือการขับขี่บนทางหลวงแบบเลนเดียวของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยทำงานร่วมกับระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control – ACC) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist – LKA) เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม และประคองรถให้อยู่กึ่งกลางช่องทางบนทางหลวง ช่วยลดภาระและความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ระหว่างการเดินทางระยะไกล

    ยิ่งไปกว่านั้น ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการติดตั้งถุงลม 8 ตำแหน่ง รวมถึงถุงลม SRS ตรงกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหน้าเป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการกระแทกระหว่างผู้โดยสารเบาะคู่หน้าในกรณีเกิดการชน พร้อมเสริมการปกป้องผู้โดยสารในระดับสูง ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ จึงช่วยเสริมความมั่นใจและความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตลอดการเดินทาง

     

    • กล้องมองภาพรอบคันแบบ 3 มิติ เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยรอบด้าน

    กล้องมองภาพรอบคันแบบ 3 มิติ เป็นการรวมภาพจากกล้อง 4 ตัวที่ติดตั้งรอบตัวรถ เข้ากับภาพจำลอง 3 มิติ ของตัวรถ เพื่อแสดงสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างรอบด้าน โดยประมวลผลภาพด้วยความเร็วประมาณ 30 เฟรมต่อวินาที และแสดงผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจอดรถและควบคุมรถในพื้นที่จำกัดได้สะดวกยิ่งขึ้นในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังเพิ่มการรับรู้สภาพพื้นผิวและลักษณะภูมิประเทศรอบตัวรถได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อขับขี่บนเส้นทางออฟโรด

    กล้องรอบคันแบบ 3 มิติ ยังมาพร้อมฟีเจอร์แสดงภาพใต้ท้องรถด้านหน้า ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพพื้นผิวถนนบริเวณใต้ท้องรถและด้านหน้ารถ ซึ่งโดยปกติจะเป็นพื้นที่อับสายตาจากตำแหน่งผู้ขับขี่ เพื่อเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางท้าทาย ทั้งทางลาดชันและพื้นผิวที่เต็มไปด้วยก้อนหิน โดยมุมมองนี้จะแสดงผลขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อเลือกใช้โหมดขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4HLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลาง) หรือ 4LLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลางและใช้เกียร์อัตราทดต่ำ) และยังสามารถเปิดใช้งานด้วยตัวเองได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการควบคุมรถและมีสมาธิจดจ่อกับเส้นทางเบื้องหน้าได้อย่างเต็มที่เมื่อขับขี่แบบออฟโรด

     

    • เทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะ MITSUBISHI CONNECT เพื่อความสะดวกในชีวิตประจำวัน

    MITSUBISHI CONNECT รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและเพิ่มความอุ่นใจในสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยบริการเชื่อมต่อที่หลากหลาย อาทิ การควบคุมระบบปรับอากาศและตรวจสอบสถานะของตัวรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ตโฟน รวมถึงฟังก์ชัน SOS Call ที่เชื่อมต่อผู้โดยสารไปยังศูนย์ปฏิบัติการเพื่อรับความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

     

    • เครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate: สุนทรียภาพแห่งเสียงระดับพรีเมียมตลอดการเดินทาง

    เพื่อเติมเต็มบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อมเครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น เพื่อมอบความสุนทรีย์ที่เต็มอิ่มขั้นสุด โดยเครื่องเสียงนี้ประกอบด้วยลำโพงทั้งหมด 12 ตำแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์ 2 ชุด พร้อมเทคโนโลยีชดเชยเสียงรบกวนที่ช่วยปรับระดับความดังและการจูนเสียงโดยอัตโนมัติตามความเร็วของตัวรถ เพื่อลดผลกระทบจากเสียงรบกวนจากพื้นถนน ช่วยให้ผู้โดยสารสัมผัสประสบการณ์การฟังเพลงที่เต็มอรรถรสและมีคุณภาพในหลากหลายรูปแบบการขับขี่

    1. ทําตลาดภายใต้ชื่อ มอนเตโร (Montero) ในบางประเทศ
    2. ปีงบประมาณ 2569 ครอบคลุมตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ถึงเดือนมีนาคม 2570
    3. ข้อมูลจำเพาะและฟีเจอร์อาจแตกต่างกันตามรุ่นย่อยและ/หรือตลาดที่จำหน่าย
    4. หน้าจอขนาด 3 นิ้ว มีเฉพาะในรุ่นย่อยที่กำหนด
    5. แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร มีเฉพาะในข้อมูลจำเพาะที่กำหนด
    6. สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งยางขนาด 20 นิ้ว

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “นีโม่-จิรัฎฐ์” ไล่ล่าคู่แข่งสุดเดือด คว้าอันดับ 2 Premier MX-1 รุ่นใหญ่ “พีเอ-ปรีดาอนันต์” ควบ Honda CRF250R คว้าชัย MX-2 Pro นำทัพนักบิดฮอนด้าพาเหรดขึ้นโพเดียม ศึก FMSCT Thailand Motocross 2026 สนาม 9

    1 Min Read

    “นีโม่-จิรัฎฐ์” ไล่ล่าคู่แข่งสุดเดือด คว้าอันดับ 2 Premier MX-1 รุ่นใหญ่ “พีเอ-ปรีดาอนันต์” ควบ Honda CRF250R คว้าชัย MX-2 Pro นำทัพนักบิดฮอนด้าพาเหรดขึ้นโพเดียม ศึก FMSCT Thailand Motocross 2026 สนาม 9

    “นีโม่-จิรัฎฐ์” สุดยอดนักบิดทางฝุ่น เจ้าของแชมป์ประเทศไทยรุ่น Premier MX-1 นำทัพนักบิดฮอนด้าและสุดยอดรถแข่ง Honda CRF450R โชว์สปิริตนักบิดไทย ด้วยการทำความเร็วไล่ล่าคู่แข่ง ก่อนยกทัพขึ้นโพเดียมในการแข่งขันศึกทางฝุ่นชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ FMSCT Thailand Motocross 2026 สนามที่ 9 ที่ KMC โคราช โมโตครอส จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

    การแข่งขันรุ่นท็อปสุดของรายการ Premier MX-1 สนามนี้ด้วยคาแรกเตอร์สนามที่ยาวและเนินที่ใหญ่ ได้วัดสมรรถนะของรถแข่งและความแข็งแกร่งของนักบิดอย่างเต็มที่ “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ หมายเลข 1 สังกัดทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak Motorsport แม้จะเริ่มต้นเกมได้ไม่ดีนัก แต่รีดความเร็วแซงคู่แข่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาในช่วงต้นเกมก่อนที่จะขึ้นมารั้งอันดับที่ 2 โดยพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำผลงานก้าวไปอีกขั้นในสนามนี้

    “นีโม่-จิรัฎฐ์” พยายามที่จะลดช่องว่างเข้าหาคู่แข่ง จนถึงรอบสุดท้ายและเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 2 โดยกลุ่มนำมีการดวลกันสุดเดือดในช่วงท้ายเกมของ 2 นักบิดฮอนด้า โดย ”แซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต หมายเลข 17 จากทีม Honda 17 Kitsada Dirtshop Dunlop Motul เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 3 และดาวรุ่งขนตางอน “พีเอ” ปรีดาอนันต์ บูน หมายเลข 55 สังกัด Honda Asia Bowin S motor Racing Thailand ที่ลงบิดควบ 2 รุ่นท็อป ทำผลงานอีกครั้งในสนามนี้ด้วยการคว้าโพเดียมอันดับที่ 5 ขณะที่ “ยศ” ภานุพงศ์ สมสวัสดิ์ หมายเลข 93 สังกัดทีม Honda สจโก๋ ชาญยนต์ Drtc SiverRock Dirtshop ดาวน์ลงในช่วงปลายเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 7

    รุ่น MX-2 Pro ดาวรุ่งนักบิดไทยควบ Honda CRF250R ยังคงตอกย้ำความเหนือชั้นด้วยการคว้าชัยชนะและโชว์ผลงานในกลุ่มหัวแถว นำโดย “พีเอ” ปรีดาอนันต์ บูน หมายเลข 55 สังกัด Honda Asia Bowin S motor Racing Thailand บิดนำห่างเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 อีกครั้ง โดยมี “ไตรตั้น” เตโชดม มีแสง หมายเลข 193 จากทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak Motorsport ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ทางด้านของ“คิ้วท์” พันธกานต์ บุญชาลี หมายเลข 17 จาก Honda Asia Bowin S motor Racing Thailand ทำผลงานด้วยการคว้าโพเดียมอันดับที่ 5

    ทั้งนี้ โปรแกรมการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2026 สนามที่ 10 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาลนี้ จะไปดวลความเร็วกันที่สนาม Silver Rock จังหวัดเลย ในวันที่ 20 กันยายน 2569 นี้

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #Motorsport #ThailandMotocross #HondaRacingThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และบาร์เซโลนา มอเตอร์ ส่งมอบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ให้แก่ธนาคารออมสิน เพื่อใช้ในภารกิจของธนาคารและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน

    1 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และบาร์เซโลนา มอเตอร์ ส่งมอบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ให้แก่ธนาคารออมสิน เพื่อใช้ในภารกิจของธนาคารและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย  ร่วมกับ บาร์เซโลนา มอเตอร์ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และ บริษัท พนากิจเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ให้บริการด้านการจัดการรถยนต์องค์กร (Fleet Management) จัดพิธีส่งมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดระดับพรีเมียม บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ให้แก่ธนาคารออมสิน (GSB) เพื่อนำไปใช้ในภารกิจของธนาคารทดแทนรถยนต์เดิมที่หมดอายุสัญญาลง โดยการเลือกใช้รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในครั้งนี้ยังเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพของธนาคาร

    รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ได้รับการคัดเลือกเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของธนาคาร ด้วยความโดดเด่นในการผสานเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัยเข้ากับความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์สันดาปที่มีประสิทธิภาพสูง รถยนต์รุ่นนี้ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังมาพร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) ระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กม. ช่วยให้รถยนต์ได้รับการดูแลตามมาตรฐานโดยช่างผู้เชี่ยวชาญและใช้อะไหล่แท้ของบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมช่วยลดภาระในการบริหารค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลาการใช้งาน ซึ่งตอบโจทย์ด้านการบริหารค่าใช้จ่ายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

    นายภิรมย์ โพธิ์เจริญ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาครัฐ สายงานลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารออมสิน กล่าวว่า “การรับมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ในครั้งนี้ เป็นการจัดหารถยนต์เพื่อนำมาใช้ในภารกิจของธนาคารทดแทนรถยนต์ฟลีทเดิมที่หมดสัญญาลง ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์ด้านสมรรถนะการใช้งานที่สะดวกสบายและปลอดภัยแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางได้อย่างเป็นรูปธรรม”

    นายกวิน ลีนุตพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บาร์เซโลนา มอเตอร์ กล่าวเสริมว่า “บาร์เซโลนา มอเตอร์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นพันธมิตรในการส่งมอบรถยนต์ระดับพรีเมียมฟลีทนี้ให้กับธนาคารออมสิน เรามุ่งมั่นนำเสนอยานยนต์ที่ผสานสมรรถนะอันทรงพลังและเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนได้อย่างลงตัว นอกเหนือจากการส่งมอบรถยนต์แล้ว ทีมงานของเรายังพร้อมมอบบริการหลังการขายและการดูแลรักษารถยนต์ด้วยมาตรฐานสูงสุด เพื่อให้ผู้บริหารของธนาคารออมสินได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและอุ่นใจในทุกเส้นทาง”

    ด้าน มร. ธอมัส กอเรียน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยูและเครือข่ายผู้จำหน่ายของเรา ในการสนับสนุนการดำเนินงานของธนาคารออมสิน เราภูมิใจที่บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติภารกิจของธนาคาร พร้อมทั้งตอกย้ำถึงความพยายามร่วมกันในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น”

    ปัจจุบัน รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ได้ส่งมอบเป็นที่เรียบร้อย และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกให้แก่ธนาคารออมสิน เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จทางธุรกิจควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอย่างมีประสิทธิภาพ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ฉลองปิดงาน BIG Motor Sale 2026 สุดยิ่งใหญ่ ยกทัพรถครบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมโปรโมชันจัดเต็มภายในงาน

    1 Min Read

    ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ฉลองปิดงาน BIG Motor Sale 2026 สุดยิ่งใหญ่ ยกทัพรถครบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมโปรโมชันจัดเต็มภายในงาน

    นายโอฬาร กะจะวงศ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายกรุงเทพฯ และปริมณฑล บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับพนักงานไทยยามาฮ่ามอเตอร์ และร้านผู้จำหน่ายในโซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จ หลังปิดบูทภายในงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2026 (BIG MOTOR SALE)

    ในปีนี้ ยามาฮ่าจัดบูทภายใต้คอนเซ็ปต์ “YAMAHA UNIQUE ME แตกต่างอย่างมีสไตล์ในแบบที่เป็นคุณ” สะท้อนตัวตนและอิสระในการใช้ชีวิตของผู้ขับขี่ในทุกสไตล์ พร้อมจัดทัพรถจักรยานยนต์ครบทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ 115 ซีซี – 890 ซีซี ควบคู่กับโปรโมชันพิเศษภายในงาน ทั้ง GIFT VOUCHER สูงสุด 100,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 สำหรับรถบิ๊กไบค์ และ GIFT VOUCHER สูงสุด 10,000 บาท พร้อมบัตรน้ำมันมูลค่า 1,000 บาท สำหรับรถสแตนดาร์ดไบค์ รวมถึงเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายยามาฮ่าลดสูงสุด 50% โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงานตลอดระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 พร้อมมียอดผู้ซื้อรถจักรยานยนต์และผู้เข้าเยี่ยมชมบูทรวมมากถึง 8,364 คน

    สำหรับการฉลองปิดบูท YAMAHA UNIQUE ME ภายในงาน BIG Motor Sale 2026 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ บูท A22 ฮอลล์ EH104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เมื่อเร็วๆ นี้

     

    #yamaha #ยามาฮ่า #ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ #YamahaUniqueMe #BigmotorSale2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment