-
ฮอนด้า ประกาศใช้ชื่อ “Honda Hybrid” สำหรับระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่มาพร้อม Honda Hybrid ใหม่ทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ภายใต้ชื่อ “Honda Hybrid” เพื่อรองรับความต้องการรถยนต์ไฮบริดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ตามทิศทางการดำเนินธุรกิจยานยนต์ที่ฮอนด้าประกาศไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2026 โดยบริษัทฯ ได้จัดสรรทรัพยากรด้านการพัฒนาและการผลิตให้มุ่งเน้นธุรกิจไฮบริดมากยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับเทคโนโลยีไฮบริด สู่ Honda Hybrid ระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ซึ่งเตรียมเริ่มทยอยเปิดตัวสู่ตลาดโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2027 เป็นต้นไป
Honda Hybrid คือระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก e:HEV ระบบฟูลไฮบริดแบบ 2 มอเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า โดยยกระดับสมรรถนะในทุกด้าน ทั้งประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ และการตอบสนองผู้ขับขี่ได้ดั่งใจสั่ง ฮอนด้า จึงประกาศใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เป็นทั้งชื่ออย่างเป็นทางการของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ รวมถึงเป็นชื่อที่ใช้ในการสื่อสารทางการตลาดของเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ทั่วโลก เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าได้เข้าใจถึงคุณค่าและจุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
โดยฮอนด้า มีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ติดตั้งระบบ Honda Hybrid รวม 15 รุ่นทั่วโลก ภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2030 โดยมีตลาดอเมริกาเหนือเป็นตลาดหลัก พร้อมเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันของรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายช่วงการทำงานประสิทธิภาพสูงของเครื่องยนต์ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพและลดขนาดของชุดขับเคลื่อน (Drive Unit) ให้มีขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้น เป็นต้น
นอกจากนี้ รถยนต์ที่ติดตั้งระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ Honda Hybrid จะได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ด้วยแนวคิดการบริหารจัดการความแข็งแรงของตัวถัง (Body Rigidity Management) รูปแบบใหม่ ซึ่งสร้างสมดุลระหว่างความแข็งแรงของโครงสร้างและการลดน้ำหนักตัวรถ ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างเฉียบคม พร้อมเสริมประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน
ฮอนด้า ยังเตรียมนำฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้กับรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ อาทิ ระบบเพิ่มความเสถียรและความคล่องตัวในการขับขี่ (Motion Management System) เทคโนโลยีการควบคุมแบบบูรณาการที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้นเอง และระบบ e-AWD (electric all-wheel-drive system) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้แม่นยำและตอบสนองได้ดั่งใจยิ่งขึ้น พร้อมมอบทั้งความสนุกเร้าใจ ความมั่นใจ และคุณภาพการขับขี่ระดับสูงในทุกเส้นทาง
| วิวัฒนาการเทคโนโลยีไฮบริดของฮอนด้า
ปี 1999 – IMA (Integrated Motor Assist)
ระบบไฮบริดรุ่นแรกของฮอนด้าที่เปิดตัวครั้งแรกใน Honda Insight เจเนอเรชันแรก โดยเป็นระบบไฮบริดแบบ Parallel Hybrid ที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ใช้เครื่องยนต์เป็นแหล่งส่งกำลังหลัก ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ช่วยเสริมกำลังในช่วงออกตัวและการเร่งความเร็ว สามารถมอบทั้งประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมและความสนุกในการขับขี่ได้อย่างลงตัว
ปี 2012 – SPORT HYBRID i-DCD (Intelligent Dual Clutch Drive)
ระบบไฮบริดแบบมอเตอร์เดี่ยวที่ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ดูอัลคลัตช์ 7 สปีด (เกียร์ DCT) พร้อมมอเตอร์กำลังสูงที่ติดตั้งรวมอยู่ในชุดเกียร์ นอกจากจะให้ความประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังมอบอัตราเร่งที่ทรงพลังและการตอบสนองที่ฉับไวในการขับขี่
ปี 2012 – SPORT HYBRID i-MMD (Intelligent Multi-Mode Drive)
ระบบไฮบริดแบบ 2 มอเตอร์ ประกอบด้วยมอเตอร์สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า (Generator Motor) และมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อ (Traction Motor) ซึ่งใช้มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงเป็นกำลังหลักในสถานการณ์การขับขี่ส่วนใหญ่ มอบทั้งความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและนุ่มนวลในแบบรถยนต์ไฟฟ้า
ระบบสามารถสลับการทำงานระหว่าง 3 โหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด ให้อัตราเร่งที่ทรงพลังและนุ่มนวลแบบรถยนต์ไฟฟ้า เงียบและมีประสิทธิภาพสูง พร้อมทั้งสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมที่โดดเด่น โดยตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 ฮอนด้าได้ใช้ชื่อ “e:HEV” เป็นชื่อสื่อสารทางการตลาดของเทคโนโลยีไฮบริดนี้
ปี 2012 – SPORT HYBRID SH-AWD (Super Handling All-Wheel Drive)
ระบบไฮบริดแบบ 3 มอเตอร์ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยใช้เทคโนโลยีควบคุมแรงบิดอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าอิสระสำหรับล้อซ้ายและขวา เพื่อกระจายแรงขับไปยังทั้ง 4 ล้ออย่างเหมาะสม ส่งผลให้ได้ทั้งความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม
ปี 2026 – Honda Hybrid
Honda Hybrid คือระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยี e:HEV ผ่านการยกระดับองค์ประกอบสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ ชุดขับเคลื่อน และเทคโนโลยีการควบคุมการทำงานของระบบ โดยชื่อ Honda Hybrid จะถูกใช้ทั้งในฐานะชื่อระบบขับเคลื่อนและชื่อสำหรับการสื่อสารเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ของฮอนด้า ในระดับโลกอีกด้วย
อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
- เว็บไซต์: honda.co.th
- Facebook Official Account: Honda Thailand
- LINE Official Account: @honda-thailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
สตาร์ทความป่วน! CUB House by Honda ชวนปล่อยความปั่น ลุ้นบัตร “Meme Fest” ฟรี! แล้วไปบิดความสนุก กระทบไหล่ศิลปินสุดกวน 17 ต.ค. นี้
CUB House by Honda ชวนชาว CUB ปลุกความซนในตัว เปลี่ยนทุกโมเมนต์กับรถคู่ใจให้กลายเป็น “มีม” ที่โลกต้องจำ! พร้อมแจกบัตรพาไปสนุกในงาน “Meme Fest” เฟสติวัลที่รวมทั้งความมันส์ ความฮา และความปั่นไว้ในงานเดียว เพียงอวดภาพคู่สุดครีเอทีฟกับรถ CUB House ไม่ว่าจะเป็น Monkey, Dax, CT125 หรือ C125 ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรเข้าร่วมงาน Meme Fest ในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ Union Hall ชั้น 6 Union Mall มูลค่าใบละ 888 บาท ฟรี! จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 สิทธิ์
เตรียมงัดท่าโพส ปล่อยคาแรกเตอร์ และขุดไอเดียสุดปั่นออกมาให้เต็มที่ โชว์ความ “มีม” ให้สุด! เพื่อลุ้นไปเจอกับอีกสารพัดความสนุกใน Meme Fest ที่ยกทั้งเสียงเพลงและกิจกรรมหลุดกรอบมาไว้ด้วยกัน พร้อมไลน์อัปศิลปินและเหล่าครีเอเตอร์ที่จะมาสร้างสีสันแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น TATTOO COLOUR, ก้อง ห้วยไร่, ZEAL, LITTLE JOHN, SLUR, ยิ่งยง x อาภาพร, DAJIM, สิงโต นำโชค และอีกมากมาย ที่พร้อมมาเติมความมีมให้มากกว่าความมันส์ตลอดงาน
กติกาการร่วมสนุก ลุ้นเป็นหนึ่งในผู้โชคดี
- โชว์รูปคู่กับรถ CUB House ที่คิดว่ามีมที่สุดในคอมเมนต์โพสต์กิจกรรม คลิก : CUB House
- กด Like และ Share โพสต์กิจกรรมเป็นสาธารณะ
- พร้อมติด hashtag #CUBHouse #CUBHousebyHonda #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า
ร่วมสนุกได้ตั้งแต่ 1–12 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. โดยคณะกรรมการจะคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลจากผู้ที่ร่วมกิจกรรมและปฏิบัติตามกติกาครบถ้วน พร้อมประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. ทาง Facebook Page: CUB House ผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องติดต่อกลับทาง Inbox ของเพจ CUB House พร้อมแจ้งข้อมูลเพื่อยืนยันสิทธิ์ภายในวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 12.00 น. และจะได้รับบัตรเข้าร่วมงานในรูปแบบ QR Code ผ่านทาง Inbox
ชาว CUB คนไหนมีรถคู่ใจและมีมในหัวพร้อมแล้ว ได้เวลาชวนแก๊งมาปล่อยของ งัดไอเดียสุดปั่นมาสร้างคอนเทนต์คู่ใจในแบบของตัวเอง แล้วลุ้นไปสร้างมีมใหม่ให้ชีวิตด้วยกันใน Meme Fest ที่ “มากกว่าความมันส์ คือความมีม!” ร่วมสนุกและติดตามประกาศผลได้ที่ Facebook Page: CUB House
หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และการตัดสินของบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ถือเป็นที่สิ้นสุด
ติดตามข่าวสารและรายละเอียดอื่น ๆ จาก CUB House เพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th/cubhouse
เฟซบุ๊ก CUBhouse: fb.com/cubhousebyhonda
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: fb.com/hondamotorcyclethailand#CUBHouse #CUBHousebyHonda #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #MEMEFEST
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
“นีโม่-จิรัฎฐ์” พร้อมลุยพิสูจน์ฝีมือสู้นักบิดทางฝุ่นเจ้าถิ่นระดับท็อป ศึกออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ สนาม 8 ไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น
“นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ นักบิดทางฝุ่นจากฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ สังกัดทีมโรงงานฮอนด้า เอชอาร์ซี เอเชีย เจ้าของรถ Honda CRF450R หมายเลข 23 เตรียมลงสนามในศึกโมโตครอสชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่น รายการออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ 2026 คลาส IA-1 สนามที่ 8 ณ ออฟโรด วิลเลจ จังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น
สำหรับฤดูกาล 2026 ผ่านไปแล้ว 7 จาก 9 สนาม “นีโม่-จิรัฎฐ์” พยายามเรียนรู้และพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง โดยนักบิดทางฝุ่นไทยเก็บคะแนนสะสมรวมได้ 297 คะแนน อยู่อันดับที่ 12 จากนักแข่งทั้งหมด 38 คน โดยเป้าหมายในสนามนี้คือการเก็บสะสมคะแนนเพื่อขยับเข้าสู่ท็อป 10 ของประเทศญี่ปุ่น
โดย “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ มีโปรแกรมลงสนามรอบ Free Practice ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม เวลา 13.30 น. จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม นักบิดทางฝุ่นไทยจะลงสนามฝึกซ้อมรอบ Official Practice เวลา 05.35 น. ตามด้วยการแข่งขันฮีทแรก เวลา 07.40 น. ฮีทสอง เวลา 10.35 น. และฮีทสาม เวลา 12.50 น.
ร่วมเชียร์พร้อมรับชมถ่ายทอดสดได้ที่: https://www.youtube.com/@motobattlelive
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #Motocross #JMX #AllJapanMotocrossChampionship
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
TOYOTA GAZOO RACING THAILAND ESPORTS GT CHAMPIONSHIP 2026 “ธนภัทร – ไหมจักรี – จิรัฏฐ์” คว้าสิทธิ์ตัวแทนประเทศไทยลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอแสดงความยินดีกับ “ธนภัทร พวงพัฒน์ – ไหมจักรี อารีกิจเสรี – จิรัฏฐ์ ภัคจิรายุวัฒน์” 3 นักแข่งอีสปอร์ตชาวไทย ที่คว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับเอเชีย TOYOTA GAZOO RACING ASIA ESPORTS GT CHAMPIONSHIP 2026 หลังทำผลงานโดดเด่นจากการแข่งขัน TOYOTA GAZOO RACING THAILAND ESPORTS GT CHAMPIONSHIP 2026 บนเกม Gran Turismo 7 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569
การแข่งขันระดับเอเชีย TOYOTA GAZOO RACING ASIA ESPORTS GT CHAMPIONSHIP 2026 จะจัดขึ้น ณ Toyota ALIVE บางนา ระหว่างวันที่ 14–15 พฤศจิกายน 2569 โดยนับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักแข่งอีสปอร์ตชาวไทยได้แสดงศักยภาพและทักษะการขับขี่ในระดับภูมิภาค พร้อมสร้างประสบการณ์บนเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ
โตโยต้ามุ่งมั่นส่งเสริมและสนับสนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ตในรูปแบบอีสปอร์ตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและผู้ที่มีใจรักการแข่งรถในกีฬามอเตอร์สปอร์ตได้พัฒนาทักษะ แสดงศักยภาพ และก้าวสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยการแข่งขันในปี 2026 นับเป็น ปีที่ 6 ของการจัดการแข่งขันในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการสนับสนุนและพัฒนาวงการ Esports ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
สำหรับการแข่งขันปีนี้ ได้มีการนำรถยนต์ภายใต้แบรนด์ GR (GAZOO Racing) มาเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน เพื่อถ่ายทอด DNA ด้านมอเตอร์สปอร์ตและสมรรถนะการขับขี่ผ่านโลกของ Esports โดยในรอบคัดเลือก ผู้เข้าแข่งขันได้สัมผัสสมรรถนะของ รถ GR Yaris รถสปอร์ตแฮชแบ็ก สายพันธุ์แรง แชมป์แรลลี่โลก รถสปอร์ตแฮทช์แบ็กสมรรถนะสูงที่ถ่ายทอด DNA จากการแข่งขันแรลลี่ระดับโลก ขณะที่รอบชิงชนะเลิศใช้ GR Corolla รถสปอร์ตแฮทช์แบ็กที่ผสานเครื่องยนต์เทอร์โบ 3 สูบ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และเทคโนโลยีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและเร้าใจให้แก่ผู้เข้าแข่งขัน
โดยในปี 2026 นับเป็นครั้งแรกของการแข่งขันในประเทศไทยที่มีการแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รุ่น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่มีใจรัก ใน Esports ได้แสดงศักยภาพและพัฒนาทักษะการแข่งขันได้อย่างเต็มที่
ผลการแข่งขัน TOYOTA GAZOO RACING THAILAND ESPORTS GT CHAMPIONSHIP 2026
รุ่นทั่วไป อายุมากกว่า 18 ปี
- รางวัลชนะเลิศ : นายธนภัทร พวงพัฒน์ พร้อมสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทย
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1: นายไหมจักรี อารีกิจเสรี พร้อมสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทย
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : นายไชยภัทร ลิปิกรโกศล
รุ่นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี
- รางวัลชนะเลิศ : นายจิรัฏฐ์ ภัคจิรายุวัฒน์ พร้อมสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทย
นอกจากนักแข่งตัวแทนประเทศไทยทั้ง 3 คน ยังมีนักแข่งไทยอีก 15 คนที่ทำเวลาได้ดีที่สุด ยังได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน E-Sport Team Exhibition Race ซึ่งจะจัดขึ้นควบคู่กับการแข่งขันระดับเอเชีย เพื่อให้เยาวชนไทยได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ พัฒนาทักษะ และเรียนรู้การแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ
นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันทุกคน รวมถึงนักแข่งทั้ง 3 คนที่ได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันระดับเอเชีย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และแสดงศักยภาพของนักแข่งไทยบนเวทีระดับภูมิภาค ผมหวังว่าการแข่งขันในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้เยาวชนและผู้ที่มีใจรักในกีฬามอเตอร์สปอร์ตได้พัฒนาทักษะและก้าวไปสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น รวมถึงร่วมสร้างอนาคตให้กับวงการ Esports และมอเตอร์สปอร์ตของประเทศไทยต่อไป”
ขอเชิญชวนแฟนมอเตอร์สปอร์ตและผู้ที่สนใจร่วมส่งกำลังใจให้กับนักแข่งไทยทั้ง 3 คน ในการก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับเอเชีย TOYOTA GAZOO RACING ASIA ESPORTS GT CHAMPIONSHIP 2026 ระหว่างวันที่ 14–15 พฤศจิกายน 2569 ณ Toyota ALIVE บางนา
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวการแข่งขันได้ที่ TOYOTA GAZOO Racing Thailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ชาวชุมชนเคหะร่มเกล้า เตรียมพบกับทีมยามาฮ่า! “ยามาฮ่าร่วมใจ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม” ดูแล ฟื้นฟู และตรวจเช็กรถจักรยานยนต์ผู้ได้รับผลกระทบ 9-11 ตุลาคมนี้
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่าย เดินหน้าส่งต่อความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ “ยามาฮ่าร่วมใจ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม” โดยเตรียมลงพื้นที่ ชุมชนเคหะร่มเกล้า กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569 ณ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าตลาดนัดมอเตอร์ไซค์ สาขาร่มเกล้า เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ยามาฮ่าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ลูกค้าสามารถนำรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเข้ารับบริการตรวจเช็กและฟื้นฟูสภาพรถตามเงื่อนไขโครงการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนให้รถกลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้ง
รายการตรวจเช็ก
✅ ตรวจเช็กรถฟรี 10 รายการ*
✅ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี*
✅ เปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้ายฟรี (เฉพาะรถออโตเมติก)*
✅ เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องฟรี (เฉพาะรถเกียร์)*
✅ เปลี่ยนไส้กรองอากาศฟรี*
✅ เปลี่ยนหัวเทียนฟรี*
*สำหรับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยรายการตรวจเช็กและเปลี่ยนอะไหล่เป็นไปตามสภาพความเสียหายของรถแต่ละคัน ภายใต้การประเมินโดยช่างผู้ชำนาญการของยามาฮ่า และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
แม้หลายพื้นที่จะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ แต่ยังมีอีกหลายจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ไทยยามาฮ่ามอเตอร์และเครือข่ายผู้จำหน่ายยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ และพร้อมส่งต่อความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่ยังต้องการการดูแล
ยามาฮ่าหวังเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้รถในการเดินทาง การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง เพราะในวันที่หลายคนต้องการความช่วยเหลือ การได้เห็นผู้คนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง คือสิ่งที่มีความหมายที่สุด
สอบถามรายละเอียดโครงการและเงื่อนไขการรับบริการเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999
#Yamaha #ยามาฮ่า #RevsYourHeart
#เร่งชีวิตให้เร้าใจ #ยามาฮ่าร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม #YamahaFloodReliefProgram
#YamahaService #YamahaPremiumService #YamahaSocietyThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
เบนท์ลีย์ แบงค็อก เปิดราคา พร้อมรับจอง ‘Torcal’ ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าโฉมใหม่
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดรับคำสั่งจอง ‘Torcal’ (ทอร์คัล) ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่โดดเด่นด้วยการออกแบบ เทคโนโลยี ความประณีตในการรังสรรค์ วัสดุ และความยั่งยืน ราคาเริ่มต้น 13.89 ล้านบาท* พร้อมรับเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่าด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้า 10 ปี หรือ 258,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Factory Warranty) และบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) นาน 3 ปีเต็ม
*หมายเหตุ: ราคาเริ่มต้นดังกล่าวอ้างอิงจากโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) นำเข้า ณ ปัจจุบัน ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงหลังการประกาศปรับโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่อย่างเป็นทางการจากภาครัฐ (ข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569)
ดีไซน์ที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและล้ำสมัย
ทีมออกแบบ ณ เมืองครูว์ นำโดย Robin Page ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ ได้รังสรรค์ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่มีรูปทรงโฉบเฉี่ยว โดยนำเสนอภาษาการออกแบบใหม่ที่โดดเด่นและสะท้อนถึงดีเอ็นเอของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์อย่างแท้จริง
สิ่งแรกที่สัมผัสได้ คือ สัดส่วน ฐานล้อที่ยาว ระยะด้านหน้าและด้านหลังที่สั้น และด้านหน้าที่ดูสง่างาม สร้างท่าทางที่ทรงพลัง สะท้อนถึง ‘ความสง่างาม’ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการออกแบบที่สำคัญของเบนท์ลีย์ เมื่อรวมกับหลักการของ ‘ฝากระโปรงหน้าแบบไร้ขอบ’ (Endless Bonnet) องค์ประกอบเหล่านี้เน้นย้ำถึงความยาว ความโดดเด่น และคาแรกเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของเบนท์ลีย์
สำหรับองค์ประกอบด้านกราฟิกของตัวรถช่วยสะท้อนถึงอัตลักษณ์และบุคลิกเฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนหน้าของตัวรถ กลิ่นอายความคลาสสิกจากรถยนต์เบนท์ลีย์ระดับตำนานอย่าง Continental T ได้รับการตีความใหม่ผ่านเทคโนโลยีระบบไฟอันล้ำสมัยและกระจังหน้าลายเพชรที่โดดเด่นด้วยการเรืองแสง ส่วนด้านท้ายของตัวรถนั้น เส้นสายกราฟิกที่เรียบง่ายและสะอาดตาได้ก่อให้เกิดรูปทรงที่เปรียบเสมือน ‘โล่แห่งความสง่างาม’ (Prestigious Shield) ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบที่เคยนำเสนอเป็นครั้งแรกในรถยนต์ต้นแบบรุ่น EXP 15
ในส่วนของพื้นผิว รูปทรง ปริมาตร และวิธีที่แสงตกกระทบบนตัวถัง Torcal จงใจลดเส้นสายที่ไม่จำเป็นลงเพื่อให้พื้นผิวและสัดส่วนสร้างอารมณ์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สิ่งนี้เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ส่วนท้ายที่ทรงพลัง ห้องโดยสารลาดไปทางด้านหลัง ทำให้เกิดตัวถังที่สร้างขึ้นเหนือซุ้มล้อหลังที่ทีมออกแบบอธิบายลักษณะเหมือน ‘สัตว์ร้ายที่กำลังพักผ่อน’ (Resting Beast) ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและพลังงานที่อยู่ภายใน
รายละเอียดและงานฝีมือได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยลวดลายรูปทรงเพชรที่ปรากฏแทรกซึมอยู่ทั่วทั้งองค์ประกอบของ Torcal ซึ่งบางจุดก็แสดงออกมาอย่างชัดเจน ในขณะที่บางจุดถูกถ่ายทอดออกมาผ่านพื้นผิว สัมผัส และลวดลายต่างๆ
การออกแบบแผงหน้าปัดยังคงได้รับแรงบันดาลใจจากโลโก้ ‘Bentley Wings’ ที่สร้างความสมมาตร พลัง และความสมดุล ในขณะที่พื้นผิวเรียบที่โดดเด่นช่วยให้วัสดุแท้อย่างหนัง ขนสัตว์ วีเนียร์ และอะลูมิเนียมเผยเสน่ห์เฉพาะตัวออกมา
ปุ่มควบคุมและช่องระบายอากาศทรงกลมที่ได้รับการออกแบบใหม่ สะท้อนถึง “การผสมผสานอันน่ามหัศจรรย์” ระหว่างงานฝีมือและเทคโนโลยีของเบนท์ลีย์ ปุ่มควบคุมยังคงติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลางและพวงมาลัย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เบาะโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดและอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี โดยรุ่นมาตรฐานมาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 16 ทิศทาง ระบบปรับอุณหภูมิเบาะโดยสาร ระบบระบายอากาศ ปีกเบาะโดยสารที่ปรับระดับได้ และฟังก์ชันนวดแบบใหม่
อีกทั้ง นวัตกรรมใหม่อย่าง Postural Adjust และ Smart Seat Climate ยังมาเป็นตัวเลือกเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดในการเดินทางระยะไกล โดยระบบจะปรับเปลี่ยนรูปทรงของเบาะโดยสารอย่างต่อเนื่องเพื่อกระจายแรงกดทับให้เหมาะสม พร้อมทั้งปรับระบบทำความร้อนและระบายอากาศเพื่อควบคุมอุณหภูมิของผู้โดยสารให้เป็นไปตามระดับที่ตั้งค่าไว้ สำหรับแพ็กเกจ Wellness Seat Specification นั้น ระบบนวดได้รับการพัฒนาการทำงานจากพนักพิงไปสู่เบาะรองนั่ง ทำให้สามารถนวดผ่อนคลายได้ทั้งบริเวณขา หลัง และหัวไหล่
สำหรับเบาะโดยสารด้านหลังที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 3 คนนั้น มาพร้อมกับระบบเบาะพับด้วยไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรถยนต์เบนท์ลีย์
ล้ออัลลอยด์มาพร้อมกับตัวเลือก 5 ดีไซน์กับพื้นผิวสัมผัสที่หลากหลาย โดยรุ่นมาตรฐานจะมาพร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้ว ในขณะที่รุ่น S จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วแบบก้านคู่ 10 ก้านเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วให้เลือกเพิ่มเติมอีก 3 รูปแบบ ซึ่งรวมถึงล้ออัลลอยด์ที่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์โดยเฉพาะ ส่วนยางนั้นมีให้เลือกทั้งขนาด 21 และ 22 นิ้ว รวมถึงยางแบบ All-season ขนาด 22 นิ้วที่เข้ามาเติมเต็มทางเลือกในการออกแบบ
Torcal ยังถือเป็นรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นแรกที่มาพร้อมกับโลโก้เบนท์ลีย์ที่ได้รับการออกแบบใหม่และปรับโฉมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น โดยเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา
สมรรถนะอันเหนือชั้นแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์
Torcal คือ ยนตรกรรมรุ่นแรกที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน โดยมอบสมรรถนะการขับขี่จากการผสานพละกำลังอันมหาศาลที่มาพร้อมความนุ่มนวลและแม่นยำในการควบคุมด้วยพละกำลังสูงสุดถึง 888 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุดถึง 1,350 นิวตันเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขแรงบิดที่สูงที่สุด Torcal สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที ทว่ายังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เข้าถึงง่าย นุ่มนวลต่อเนื่อง และเปี่ยมด้วยความหรูหราสง่างาม สมรรถนะระดับนี้เป็นสิ่งที่ทีมวิจัยและพัฒนาตั้งใจกำหนดขึ้น โดยคำนึงถึงข้อมูลที่ระบุว่าลูกค้าส่วนใหญ่มองว่าอัตราเร่งที่รุนแรงเกินกว่าระดับดังกล่าวนั้นอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวขณะขับขี่
ตัวรถติดตั้งมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวรทรงพลังสองตัว ทั้งสองตัวเป็นแบบน้ำมันแห้งและเติมน้ำมันตลอดอายุการใช้งาน ในขณะที่มอเตอร์ด้านหน้าใช้เฟืองท้ายแบบเปิด มอเตอร์ด้านหลังใช้เฟืองท้ายแบบล็อกได้พร้อมคลัตช์แบบหลายแผ่นบนเพลาส่งกำลังแต่ละตัว
ชุดแบตเตอรี่แรงดันสูงประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ Pouch cell จำนวน 192 เซลล์ที่ต่ออนุกรมกัน โดยมีแรงดันไฟฟ้าปกติอยู่ที่ 800 โวลต์ และมีความจุสุทธิรวม 113 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ทั้งนี้ แบตเตอรี่ดังกล่าวมาพร้อมกับการรับประกันครอบคลุมระยะทาง 160,000 ไมล์ หรือ ระยะเวลา 10 ปี
ระบบช่วงล่างแบบแอคทีฟเต็มรูปแบบได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถยนต์เบนท์ลีย์ และโช้คอัพแบบปรับได้สองวาล์ว มอบความนุ่มนวลราวกับ “พรมวิเศษ” พร้อมทั้งยังสามารถปรับแต่งแชสซีให้เหมาะสมกับโหมดการขับขี่แต่ละแบบได้ โช้คอัพแต่ละตัวสามารถยกขึ้นหรือลดลงได้อย่างอิสระและทันที ตอบสนองต่อทั้งสภาพถนนและการควบคุมของผู้ขับขี่เพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่และการควบคุมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เหล็กกันโคลง แต่ใช้โช้คอัพเพื่อสร้างแรงบิดต้านการโคลงที่ปรับได้ไม่จำกัด พร้อมด้วยความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้นอีกด้วยระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นมาตรฐาน โดยใช้มุมบังคับเลี้ยวล้อหลังได้สูงสุดถึง 5 องศาเพื่อลดรัศมีวงเลี้ยวให้เหลือเพียง 11.1 เมตร
ระบบเบรกมาตรฐานเป็นแบบเหล็ก (Iron) โดยมาพร้อมจานเบรกคู่หน้าขนาด 420 มม. และคู่หลังขนาด 370 มม. นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกอัปเกรดเป็นระบบเบรกเซรามิก Carbon Silicon Carbide (CSiC) ซึ่งใช้จานเบรกคู่หน้าขนาด 440 มม. ซึ่งถือเป็นจานเบรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ใช้กับรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นอื่นๆ และจานเบรกคู่หลังขนาด 410 มม. โดยทั้งสองระบบมีตัวเลือกคาลิปเปอร์เบรกสีดำ สีแดง หรือสีเทา และยังมีอีก 3 สีพิเศษให้เลือกผ่านบริการของ Bentley Mulliner
Torcal พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่อนคลายสำหรับการเดินทางระยะไกล ผสานความคล่องตัวและการตอบสนองที่ฉับไว รวมถึงสมรรถนะอันเหนือชั้นเมื่อขับขี่ในแบบออฟโรด ซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในขีดความสามารถอันหลากหลายของยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้ กล่าวได้ว่า Torcal มอบความสะดวกสบายเทียบเท่ารุ่น Flying Spur และให้สมรรถนะการขับขี่ที่เปี่ยมด้วยพละกำลังและความคล่องตัวไม่ต่างจากรุ่น Continental GT Speed โดยประสิทธิภาพในการขับขี่นี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนบุคลิกและอารมณ์ในการขับขี่ที่แตกต่างกันได้ง่ายดาย ผ่านโหมดการขับขี่ที่คัดสรรมาให้เลือกถึง 4 รูปแบบ
อรรถประโยชน์อันล้นเหลือ
Torcal มีความยาวตลอดตัวถัง 5 เมตร ถือเป็นรถยนต์แบบ 4 ประตูที่มีขนาดกะทัดรัดที่สุด แต่กลับมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาด 460 ลิตร และพื้นที่เก็บของด้านหน้าอีก 90 ลิตร และด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 11.1 เมตร ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีความคล่องตัวสูงในการขับขี่ในเมือง ในขณะที่สามารถมอบพิสัยการเดินทางได้สูงสุด 600 กม. ช่วยให้การเดินทางไกลเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดพักบ่อยครั้ง นอกจากนี้ Torcal ยังรองรับการชาร์จไฟจากระดับ 10% ถึง 80% ได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาทีด้วยกำลังไฟ 400 กิโลวัตต์ ซึ่งหมายความว่าสามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 161 กม. โดยใช้เวลาชาร์จเพียง 7 นาทีเท่านั้น
เทคโนโลยี ADAS ล่าสุดมาพร้อมฟีเจอร์ขั้นสูงทั้งสำหรับการขับขี่และการจอดรถเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ง่ายดายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ระบบมาพร้อมกับเรดาร์ เซ็นเซอร์ และกล้องรวม 25 ตัวติดตั้งอยู่รอบตัวรถเพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม ตัวอย่างเช่น ตัวรถจะสแกนสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากพบสิ่งกีดขวางบนถนนแคบ รถจะสามารถถอยหลังกลับไปยังจุดที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้โดยอัตโนมัติเพื่อให้สิ่งกีดขวางนั้นผ่านไปได้ นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยอำนวยความสะดวกในการลากจูง การนำรถเข้าจอดในที่จอด และการจอดรถขนานขอบทางที่จะช่วยป้องกันความเสียหายต่อขอบล้อ รวมถึงระบบสั่งการจอดรถระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน อีกทั้งยังสามารถ “เรียนรู้” และจดจำรูปแบบการจอดรถที่แม่นยำเฉพาะเจาะจงได้อีกด้วย ประตูไฟฟ้าทั้ง 4 บานที่ควบคุมด้วยระบบเรดาร์สามารถเปิดและปิดได้เองโดยอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น ผู้โดยสารสามารถสั่งปิดประตูได้เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยหรือสั่งการผ่านหน้าจอสัมผัสหลัก ในขณะที่ผู้ขับขี่สามารถปิดประตูฝั่งตนเองได้เพียงแค่เหยียบแป้นเบรก
หลังคาซันรูฟแบบกระจกที่ปรับเปลี่ยนความโปร่งแสงได้รุ่นใหม่ในดีไซน์ “Frosted Diamond” ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับประสบการณ์ภายในห้องโดยสาร โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับระดับแสงและบรรยากาศได้ตามต้องการ พร้อมผสมผสานทั้งประโยชน์ใช้สอยและความหรูหราไว้อย่างลงตัว
การรังสรรค์เสียงอันทรงพลัง
เสียงจังหวะอันทรงพลังของเครื่องยนต์เป็นสิ่งที่คงอยู่คู่ประวัติศาสตร์ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์มาตั้งแต่รถยนต์คลาสสิกขนาด 3 ลิตรคันแรกในปี พ.ศ. 2462 จนถึงปัจจุบัน ทีมพัฒนาจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างความเชื่อมโยงผ่านเสียงที่เปี่ยมด้วยพลังในลักษณะเดียวกัน โดยไม่พึ่งพาเพียงการเลียนแบบทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น พวกเขาค้นพบว่าจังหวะของเครื่องยนต์ V8 คือหัวใจสำคัญของเสน่ห์อันน่าหลงใหล และได้ใช้เครื่องดนตรีจริงอย่าง กลอง ไวโอล่า และกีตาร์เบส ร่วมรังสรรค์ Bentley Dynamic Symphony ที่สมจริง
ตั้งแต่จังหวะปกติไปจนถึงการเร่งความเร็วอย่างเต็มกำลัง เสียงที่เกิดขึ้นจากการตอบสนองต่อการขับขี่จะมอบความรู้สึกให้แก่ผู้ขับขี่ โดยเน้นย้ำถึงความรู้สึกเชื่อมโยงและการตอบสนองที่แท้จริง มากกว่าจะเป็นเพียงการจำลองเสียงเครื่องยนต์ทั่วไป เสียงที่มีพลังและหนักแน่นในย่านความถี่ต่ำนี้ได้รับการปรับจูนให้สอดคล้องกับแรงบิดที่ผู้ขับขี่ต้องการและความเร็วของรถ ซึ่งช่วยเสริมการรับรู้ถึงพฤติกรรมการใช้รถและให้ข้อมูลที่คาดการณ์ได้ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับเสียงของระบบ Dynamic Symphony จะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้โหมด Sport และสามารถปิดการทำงานได้อย่างสมบูรณ์หากผู้ขับขี่ต้องการความเงียบสงบ
เสียงจากระบบสั่งการอื่นๆ ยังรวมถึงเสียงสัญญาณไฟเลี้ยว ซึ่งเป็นเสียงที่บันทึกมาจากจังหวะค้อนกระทบพื้นผิวของหนังแท้ภายในเวิร์กช็อปงานหุ้มเบาะโดยสารของเบนท์ลีย์ หรือแม้แต่เสียงแจ้งเตือนบนหน้าจอแบบสัมผัสและระบบผู้ช่วยดิจิทัลก็ยังแฝงไว้ด้วยสัมผัสแห่งความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง เพราะเป็นเสียงที่ถอดแบบมาจากเสียงของแก้วคริสตัล
นอกเหนือจากเสียงที่เกิดจากการขับเคลื่อนและเสียงการทำงานของระบบต่างๆ แล้ว Torcal ยังมาพร้อมกับตัวเลือกของระบบเครื่องเสียง 2 รูปแบบ โดยเริ่มต้นที่ระบบกำลังขับ 620 วัตต์ พร้อมลำโพง 16 ตัว และอีกทางเลือกหนึ่งคือระบบที่พัฒนาร่วมกับ Naim ซึ่งมีกำลังขับสูงถึง 1,780 วัตต์ พร้อมลำโพง 28 ตัว รวมถึงระบบสั่นสะเทือนที่เบาะโดยสารเพื่อถ่ายทอดสัมผัสทางกายภาพ (Kinaesthetic Seat Shakers) และลำโพงที่ติดตั้งบริเวณพนักพิงศีรษะคู่หน้า อีกทั้งยังรองรับระบบเสียง Dolby Atmos 7.1 อีกด้วย
โหมดการขับขี่และคุณสมบัติเพื่อความสะดวกสบายสำหรับทุกการเดินทาง
โหมดการขับขี่ของ Torcal ก้าวล้ำไปไกลกว่าเพียงแค่การปรับตั้งค่าช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน ผู้ขับขี่สามารถออกแบบทุกการเดินทางให้สอดคล้องกับความรู้สึกที่ผู้ขับขี่ต้องการสัมผัสด้วยโหมดประสบการณ์การเดินทาง (Experience Modes) ทั้ง 4 รูปแบบที่ได้ผสานองค์ประกอบต่างๆ ทั้งแสง สี เสียง ระบบปรับอากาศ การไหลเวียนของอากาศ และข้อมูลดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อตอบสนองต่ออารมณ์ ช่วงเวลา และสภาวะจิตใจที่แตกต่างกัน
โหมด Bentley สะท้อนความอบอุ่น ความมีชีวิตชีวา และความสมดุลที่ผสานความสะดวกสบายและงานฝีมือเข้าด้วยกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกหรูหราแต่ยังคงเน้นผู้ขับขี่เป็นหลัก ในขณะที่โหมด Comfort สร้างสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบที่จะลดสิ่งรบกวนให้ได้น้อยที่สุด เสริมจังหวะการขับขี่ที่นุ่มนวลขึ้น พร้อมตัวเลือกในการงดใช้อุปกรณ์ดิจิทัล โดยซ่อนข้อมูลที่ไม่จำเป็นทั้งหมดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากหน้าจอ
โหมดที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจที่สุดในบรรดา 4 โหมด คือ โหมด Sport ในโหมดนี้ เสียงประกอบจะสมจริงยิ่งขึ้น ภาพประกอบและบรรยากาศที่แสดงออกผ่านแสงและการตอบสนองของปุ่มควบคุมจะชัดเจนมากขึ้น
โหมด Refresh จะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของอากาศบริสุทธิ์ ปรับแสงให้สว่างขึ้น และสร้างบรรยากาศที่ดูโปร่งโล่ง สะอาดสดชื่น ช่วยเติมพลังให้กับทั้งร่างกายและจิตใจ
ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้ดียิ่งขึ้นด้วยการให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับหลักสรีรศาสตร์และความสะดวกในการใช้งานผ่านหน้าจอ OLED แบบโค้งที่ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเบนท์ลีย์ มอบสีดำสนิทและสีสันที่สดใสยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพและเอื้อต่อหลักสรีรศาสตร์ในการใช้งานที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ของหน้าจอ
ระบบจดจำใบหน้าช่วยให้สามารถระบุตัวตนผู้ขับขี่ได้อย่างง่ายดายเพื่อปรับการตั้งค่าส่วนบุคคลที่บันทึกไว้มาใช้งานได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งเบาะโดยสารและพวงมาลัย การตั้งค่าระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) และการตั้งค่าอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ยังสามารถตั้งค่าให้ทำหน้าที่เสมือนกุญแจรถ (Mobile Device Key) ซึ่งช่วยให้สามารถใช้งานฟังก์ชันต่างๆ และเข้าถึงระบบของตัวรถได้อย่างเต็มรูปแบบ
เบนท์ลีย์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้วยการลดระยะเวลาที่ผู้ขับขี่ต้องละสายตาจากท้องถนนผ่านระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้าแบบ Augmented Reality ที่จะฉายข้อมูลต่างๆ เช่น คำแนะนำเส้นทางและสัญลักษณ์ ADAS บนพื้นถนนลงในระดับสายตาของผู้ขับขี่โดยตรง โดยจัดวางตำแหน่งให้สอดคล้องกับทางเลี้ยวหรือจุดอันตรายต่างๆ บนท้องถนน
วัสดุร่วมสมัยคัดสรรอย่างยั่งยืน
ตลอดหลายชั่วอายุคน เบนท์ลีย์ได้สร้างมาตรฐานด้านงานฝีมือการตกแต่งภายในด้วยวัสดุที่ดีที่สุด และ Torcal ได้เพิ่มทางเลือกให้มากขึ้นด้วยการนำเสนอวัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่ แนวคิดสุดล้ำสมัย และความใส่ใจในรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน ซึ่งทั้งหมดนี้รวมกันเพื่อนิยามความหรูหราแห่งยนตรกรรมยุคใหม่
ขนแกะเมอริโนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการแฟชั่นมาอย่างยาวนานในเรื่องความนุ่มนวล ความอบอุ่น และความหรูหราสง่างามตามธรรมชาติ ทว่าที่ผ่านมาวัสดุชนิดนี้ยังขาดความทนทานสำหรับการใช้งานภายในห้องโดยสารรถยนต์ ล่าสุด ทีมงานด้านสี วัสดุ และการตกแต่งของเบนท์ลีย์ได้ร่วมมือกับ Fox Brothers ซึ่งเป็นบริษัทจากซอมเมอร์เซ็ตที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทอผ้าขนแกะคุณภาพสูงมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ในการพัฒนาผ้าสำหรับใช้ในรถยนต์ที่ผลิตจากขนแกะเมอริโนแท้ 100% เป็นครั้งแรกของโลก เพื่อมอบมิติใหม่แห่งความอบอุ่นและความสบายให้แก่ห้องโดยสาร อีกทั้งยังนับเป็นผ้าขนแกะสำหรับยานยนต์ชนิดแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Responsible Wool Standard (RWS) อีกด้วย
Ombré Walnut by Mulliner พื้นผิวแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Torcal นั้น ผ่านกรรมวิธีการนำเศษไม้วอลนัทที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันมากถึง 1,000 ชั้น และกระดาษคราฟต์ (กระดาษรีไซเคิล) ที่คัดสรรอย่างยั่งยืน มาอัดเข้าด้วยกันอย่างระมัดระวัง แล้วจึงตัดให้มีความหนาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิเมตร เฉดสีวอลนัทสี่เฉดที่แตกต่างกันจะค่อยๆ ไล่ระดับจากสีดำเข้มไปจนถึงสีเทาเข้มและสีเทาอ่อน สะท้อนความหรูหราและร่วมสมัยที่หยั่งรากอยู่ในงานฝีมือแบบดั้งเดิม
อีกหนึ่งวัสดุตกแต่งใหม่ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก คือ Sunburst Aluminium จาก Bentley Mulliner ซึ่งถือเป็นการตีความใหม่ของแผงหน้าปัดอะลูมิเนียมขัดเงาแบบ Engine-turned ของรถยนต์เบนท์ลีย์ในอดีต ลวดลายการขัดเงาแบบสามทิศทางที่ให้สัมผัสที่แม่นยำ แสดงให้เห็นถึงความละเอียดและความใส่ใจในรายละเอียดของงานฝีมือเบนท์ลีย์ในมุมมองใหม่
สำหรับการตกแต่งภายในที่งดงามและสะดุดตา เบนท์ลีย์มีการผสานเฉดสีหนังแท้โทน Olive Tan ถึง 15 เฉดสี (รวมถึงเฉดสีใหม่ล่าสุดอย่าง Teal, Terra และ Glaze) เข้ากับวัสดุ Dinamica ในเฉดสีที่เข้าคู่กันอีก 15 เฉดสี และผ้าขนสัตว์ Merino แท้ในอีก 5 เฉดสี นอกจากนี้ยังมีทางเลือกวัสดุวีเนียร์ 6 แบบ เสริมด้วยวัสดุพื้นผิวแบบ Technical อีก 2 แบบ และพื้นผิวแบบ Piano อีก 6 เฉดสี อันได้แก่ Black, Gravity Grey, Linen, Teal, Imperial Blue และ Cricket Ball
Torcal รุ่น Core และ รุ่น S
Torcal เปิดตัวรุ่นมาตรฐานและรุ่น S ที่เน้นสมรรถนะสไตล์สปอร์ต โดยรุ่นมาตรฐานมาพร้อมพละกำลัง 821 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 1,194 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กม./ชม. ส่วนรุ่น S นั้นเหนือกว่าด้วยพละกำลัง 888 แรงม้า (PS) และแรงบิด 1,350 นิวตันเมตรเมื่อเปิดใช้งานระบบ Launch Control ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กม./ชม.
รุ่น Torcal มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งในเฉดสีเงินซาติน การตกแต่งภายในแบบทูโทน และแผงตกแต่งลายไม้ Open Pore Crown Cut Walnut เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่น Torcal S ได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ให้ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวเพื่อสะท้อนสมรรถนะที่เหนือชั้น โดยมาพร้อมรายละเอียดการตกแต่งเพิ่มเติม ดังนี้
- ชุดแต่งภายนอกและครอบกระจกมองข้างสีดำ
- ไฟท้ายรมดำ
- ดิฟฟิวเซอร์หลัง พร้อมด้วยสเกิร์ตข้างสไตล์สปอร์ตและกันชนหน้า
- คาลิปเปอร์เบรกสีแดง
- ตราสัญลักษณ์ ‘S’ ที่บังโคลนหน้า พร้อมด้วยโลโก้เบนท์ลีย์สีดำ
- ลวดลายการแบ่งสีแบบ S การควิลต์ และการเดินเส้นด้ายที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
- แป้นเบรกสไตล์สปอร์ต
- วีเนียร์ Piano Black
- กาบบันไดแบบเรืองแสงและไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบ
บทสรุป
ทั้งงานดีไซน์ เสียงเครื่องยนต์ และความประณีตในการรังสรรค์รถยนต์เบนท์ลีย์ล้วนก่อให้เกิดสายใยแห่งความรู้สึกอันเป็นเอกลักษณ์ระหว่างมนุษย์และยนตรกรรม ทุกองค์ประกอบของ Torcal ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ วิศวกรรม เทคโนโลยี หรือศิลปะแห่งงานช่าง ล้วนได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้น โดยเป็นการผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเข้ากับงานฝีมืออันทรงคุณค่าเหนือกาลเวลาเพื่อถ่ายทอดมิติใหม่แห่งความผูกพันอันลึกซึ้งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์รถยนต์เบนท์ลีย์ทุกคัน
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“อุ้ม-นพรุธพงษ์” ตั้งเป้ายกระดับผลงานในศึกอิเดมิตสึ โมโตโฟร์ เอเชีย คัพ สนามที่ 4 ประเทศอินโดนีเซีย ลุ้นขยับอันดับสู่ท็อป 10 เอเชีย
“อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ นักบิดดาวรุ่งจากฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ เจ้าของหมายเลข 20 ยังคงลงสนามพิสูจน์ผลงานอย่างต่อเนื่องในการแข่งขันรายการอิเดมิตสึ โมโตโฟร์ เอเชีย คัพ 2026 สนามที่ 4 ณ มันดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2026 นี้
สำหรับผลงานครึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา “อุ้ม-นพรุธพงษ์” เก็บคะแนนสะสมได้ทั้งหมด 32 คะแนน อยู่อันดับที่ 12 จากนักแข่ง 25 คน โดยในรายการอิเดมิตสึ โมโตโฟร์ เอเชีย คัพ 2026 มันดาลิกา ราวด์ นักบิดไทยจะต้องพบกับความท้าทายจากสนามระดับโลกที่เป็นหนึ่งในสังเวียนความเร็วระดับโมโตจีพี
มันดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต มีทางตรงยาวและโค้งความเร็วสูงหลายช่วงต่อเนื่องกัน แทร็กมีความกว้าง ช่วยให้นักบิดสามารถหาจังหวะแซงได้หลายจุด อีกทั้งสนามอยู่ริมทะเลบนเกาะลอมบอก ทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว การรักษาความเร็วและเลือกใช้ไลน์การขี่ที่แม่นยำจะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการสร้างผลงานในสนามนี้
โปรแกรมการแข่งขันของรายการอิเดมิตสึ โมโตโฟร์ เอเชีย คัพ สนามที่ 4 มันดาลิกา ราวด์ จะเริ่มในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมนี้ โดย “อุ้ม-นพรุธพงษ์” จะลงฝึกซ้อมรอบ Free Practice 1 เวลา 11.00 น. และ Free Practice 2 เวลา 15.25 น. จากนั้นในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม เวลา 11.05 น. นักบิดดาวรุ่งไทยจะลงสนามรอบคัดเลือกก่อนที่จะทำการแข่งขันเรซแรก เวลา 15.10 น. ตามต่อด้วยเรซที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม เวลา 08.45 น.
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #Aum20
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
โตโยต้าคว้ารางวัล Human Resources Excellence Awards 2026 ด้าน Excellence in Diversity, Equity & Inclusion (DE&I) ตอกย้ำองค์กรแห่งโอกาส เคารพความแตกต่าง และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รับรางวัล Human Resources Excellence Awards 2026 สาขา Excellence in Diversity, Equity & Inclusion (DE&I) โดยได้รับรางวัลระดับ Silver (รองชนะเลิศอันดับ 1) จาก Human Resources Online สื่อและผู้จัดงานด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้จัดเวที Human Resource Excellence Awards เพื่อยกย่ององค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและการพัฒนาองค์กรในระดับประเทศ โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ
รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการให้ความสำคัญกับ “คน” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง เคารพความแตกต่าง ส่งเสริมความเท่าเทียม และเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมและแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับหลัก “Show respect for People” หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Toyota Way ตลอดจนวิสัยทัศน์ “Happiness for All” ที่มุ่งสร้างความสุขและคุณค่าให้แก่ผู้คน สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้ดำเนินนโยบาย DE&I อย่างเป็นรูปธรรม โดยประกาศใช้นโยบาย DE&I อย่างเป็นทางการในปี 2566 พร้อมพัฒนาแนวทางการดำเนินงานผ่านกรอบ “3E Framework” (Engage, Enrich, Evolve) โดยมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของพนักงาน (Engage) เสริมสร้างศักยภาพผ่านความหลากหลายและโอกาสที่เท่าเทียม (Enrich) และต่อยอดสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและสังคมให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (Evolve)
นอกจากนี้ โตโยต้ายังดำเนินกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องความหลากหลาย และลดอคติที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว (Unconscious Bias) การส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยและกล้าแสดงความคิดเห็น รวมทั้งการพัฒนาสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานที่หลากหลาย ตลอดจนการสนับสนุนสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมสำหรับทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม
ผลจากการดำเนินงานสะท้อนผ่านคะแนน Employee Engagement ในมิติ DE&I ที่ 81% รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมการทำงานที่พนักงานเปิดรับความคิดเห็นและมุมมองที่แตกต่าง กล้าแสดงความคิดเห็น และร่วมกันสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ มากขึ้น ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความผูกพันภายในองค์กร แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างองค์กรที่เข้มแข็งและได้รับความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว
โตโยต้าเชื่อมั่นว่า ความหลากหลายคือพลังสำคัญของการพัฒนาองค์กร ที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม สร้างสรรค์แนวคิดใหม่ และความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โตโยต้ากำลังก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งการขับเคลื่อน (Mobility Company) ที่ต้องอาศัยมุมมองและประสบการณ์ที่หลากหลายในการตอบสนองความต้องการของผู้คนและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
ในอนาคต โตโยต้าจะยังคงเดินหน้าพัฒนามาตรฐานด้าน DE&I อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานสากล ISO 30415 และขยายองค์ความรู้ด้าน DE&I ไปยังเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เปิดกว้าง อย่างเท่าเทียม
โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะเติบโตเคียงคู่สังคมไทย ด้วยการให้ความสำคัญกับผู้คนในทุกมิติ เพราะเชื่อว่า เมื่อทุกคนได้รับโอกาส ได้รับการยอมรับ และสามารถแสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ ความหลากหลายจะกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและสังคมไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
Vintage Car Show at ICONSIAM จัดแสดงรถคลาสสิคยุค ’60 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์ริมเจ้าพระยา จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” อวดโฉมรถสุดคลาสสิคระดับตำนานยุค ’60 ที่หาชมยาก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569
ดร. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “Vintage Car Show at ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “ยุคแห่งความงามสุดคลาสสิค – The Beauty of 60s Classics” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยนำ รถคลาสสิคในช่วงทศวรรษ 1960 ที่มีเส้นสาย ทรวดทรงงดงามราวกับงานศิลปะที่ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา มาให้ชมอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา”
คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามมุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์เหนือระดับที่ผสานสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและสิ่งที่ดีที่สุดของโลกเข้าไว้ด้วยกัน ในฐานะ ‘Global Experiential Destination’ การจัดงาน Vintage Car Show ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงรถยนต์โบราณทั่วไป แต่เป็นการผสานงานศิลป์ ประวัติศาสตร์ และไลฟ์สไตล์วินเทจระดับเวิลด์คลาส เข้ากับทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของโค้งน้ำเจ้าพระยา เพื่อส่งมอบความประทับใจที่แตกต่างและเป็นมิติใหม่แห่งการท่องเที่ยว ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทุกมุมโลก”
ไฮไลต์ในงานปีนี้ ได้แก่ Mercedes-Benz 190SL ปี 1958 หนึ่งในรถสปอร์ทเปิดประทุนระดับตำนานของโลก Triumph TR3A Roadster ปี 1961 รถสปอร์ทอังกฤษพันธุ์แท้จากเมืองโคเวนทรี รูปทรงปราดเปรียว Fiat 500N ปี 1957 รถที่มีความนิยมจนเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอิตาลี ขนาดกะทัดรัด มีเสน่ห์ที่ประตูย้อน และหลังคาผ้าใบสามารถเปิดม้วนเก็บได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมี Alfa Romeo 2600 Sprint ปี 1962, Morris Mini Traveller MK I Woody ปี 1962, Mercedes-Benz 230SL Pagoda ปี 1963, Jaguar E-Type Series I ปี 1964, Ford Mustang Hardtop ปี 1966, Jaguar Mark II ปี 1967 และ Nissan Skyline KGC10 ปี 1970
งานนี้ได้รับการสนับสนุนจาก TOYOTA, ZEEKR, พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK, JOIN BOAT PLATFORM, บริษัท เมกไกวส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43”
เชิญชมรถทรงคุณค่า หายากในงาน “Vintage Car Show at ICONSIAM” ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Vintage Car Club of Thailand และ www.iconsiam.com
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
ตอกย้ำความเชื่อมั่น! Honda HRC ประกาศต่อสัญญา “ก้อง-สมเกียรติ” ลุย WorldSBK 2027 เต็มฤดูกาล ต่อเนื่องปีที่ 2 บนเวทีโลก
Honda HRC ประกาศต่อสัญญา “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดชาวไทยอย่างเป็นทางการ ร่วมทีมโรงงาน Honda HRC ต่อเนื่องในศึก FIM Superbike World Championship หรือ WorldSBK ฤดูกาล 2027 แบบเต็มฤดูกาล
การต่อสัญญาครั้งนี้ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นที่ Honda HRC มีต่อ “ก้อง-สมเกียรติ” พร้อมมองเห็นศักยภาพที่จะพัฒนาร่วมกันต่อไป โดยในฤดูกาล 2027 นักบิดชาวไทยจะยังคงจับคู่กับ “เจค ดิ๊กสัน” (Jake Dixon) นักบิดชาวอังกฤษ ภายใต้สังกัด Honda HRC ซึ่งยังคงไลน์อัพนักแข่งชุดเดิม เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการพัฒนาทีมและเดินหน้ายกระดับโปรเจกต์ WorldSBK ของ Honda HRC ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ด้าน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา กล่าวว่า “ผมมีความสุขมากที่จะได้ร่วมงานกับ Honda HRC ในศึก WorldSBK ต่ออีกหนึ่งฤดูกาล ปีนี้ถือเป็นความท้าทายใหม่สำหรับผม ทั้งการแข่งขันรายการใหม่ รถแข่งคันใหม่ และสนามใหม่ๆ อีกหลายแห่งที่ต้องเรียนรู้ แต่ผมค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์และมีความเข้าใจใน Honda CBR1000RR-R SP มากขึ้นเรื่อยๆ”
“ผมรู้สึกขอบคุณอย่างมากสำหรับความไว้วางใจที่ Honda HRC มีให้กับผมมาโดยตลอด และขอขอบคุณทีมงานทุกคนสำหรับการทำงานอย่างหนักและการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยม ผมรู้สึกว่าเรายังมีศักยภาพอีกมากที่จะพัฒนาไปด้วยกัน และผมมีแรงผลักดันอย่างเต็มที่ที่จะเดินหน้าทำงาน พัฒนาตัวเองให้ก้าวไปอีกขั้น และสร้างผลงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในปี 2027”
ด้าน “ไทชิ ฮอนด้า” (Taichi Honda) ผู้จัดการทั่วไป HRC กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างมากที่จะได้เดินหน้าร่วมกับสมเกียรติต่อในฤดูกาล 2027 ในปีนี้เขาลงแข่งขัน WorldSBK เป็นฤดูกาลแรกด้วยความมุ่งมั่นอย่างมากและมีทัศนคติที่ยอดเยี่ยม โดยทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทีมและวิศวกรของเรา ขณะเดียวกันก็สามารถปรับตัวเข้ากับการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง”
“เราเชื่อว่ายังมีศักยภาพอีกมากที่จะพัฒนาร่วมกัน และการรักษาไลน์อัพนักแข่งชุดเดิมอย่างต่อเนื่องจะมีความสำคัญ ขณะที่ Honda HRC เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับโปรเจกต์ WorldSBK เรารอคอยที่จะเดินทางบนเส้นทางนี้ร่วมกับสมเกียรติต่อไป และได้เห็นเขาก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นในปี 2027”
โดยแฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และนักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2027 #WSBK2027
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine



















































































































