-
News / News Motocycle1 Min Read
เดือดรอบคัดเลือก! “มิกซ์-ชิพ” ควงคู่ผงาดโพลโพซิชั่น นำทัพนักบิดฮอนด้าล่าแชมป์ ศึก BRIC Superbike สนาม 3
ความดุเดือดในรอบคัดเลือก ของการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบรายการ NEXZTER BRIC Superbike 2026 สนามที่ 3 ยิ่งทวีคูณความเร้าใจมากขึ้น หลังจากผ่านการอุ่นเครื่องในรอบฝึกซ้อม ขุนพลนักบิดมีเวลาเพียง 20 นาทีสุดท้ายในการเค้นขีดจำกัดสูงสุดของรถแข่ง เพื่อช่วงชิงตำแหน่งกริดสตาร์ทที่ดีที่สุดก่อนถึงเรซชี้ชะตาในวันอาทิตย์
ความพิเศษในศึก BRIC Superbike สนามที่ 3 คือ การปรากฏตัวสุดเซอร์ไพรส์ของดาวบิดดีกรีรองเอเชีย “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร ที่ลงประลองความเร็วในรุ่น Super Bike 1000cc – SB1Pro สังกัด IDEMITSU HONDA TEAM CHRISTMAS ซึ่งเจ้าตัวโชว์ฟอร์มด้วย Honda CBR1000RR-R หมายเลข 41 ครองหัวแถวตั้งแต่การซ้อมทั้ง 2 เซสชั่น ก่อนจะมาระเบิดฟอร์มยึดพื้นที่โพลโพซิชั่น ได้สำเร็จ ด้วยเวลาสุดโหด 1 นาที 36.344 วินาที ประกาศความพร้อมเต็มพิกัดสำหรับการแข่งขันในวันพรุ่งนี้
ขยับมาที่รุ่นไฮไลต์ Super Sport 600cc – SS1 Pro จ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสม “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก IDEMITSU HONDA TEAM CHRISTMAS ยังคงโชว์ความเหนือชั้น บิดคันเร่ง Honda CBR600RR หมายเลข 31 รั้งจ่าฝูงรอบซ้อม ก่อนคว้าโพลโพซิชั่นมาครองด้วยเวลา 1 นาที 39.301 วินาที ทิ้งห่างอันดับสองถึง 0.696 วินาที สร้างความได้เปรียบมหาศาล
ขณะที่ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร จาก RAYBRIG TURANO HONDA TCK RACING TEAM หมายเลข 20 ที่ฟอร์มแรงมาตั้งแต่รอบซ้อม สามารถสอดแทรกเข้ามาติดแถวหน้า ยึดกริดสตาร์ทที่ 3 ได้สำเร็จด้วยเวลา 1 นาที 40.520 วินาที
ทางด้าน “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ จาก PRO HONDA SITTIPOL KITTI RACING เรียกความมั่นใจหลังอาการบาดเจ็บกลับมาได้อย่างยอดเยี่ยม กดเวลา 1 นาที 40.722 วินาที คว้ากริดสตาร์ทที่ 4 ไปครอง
ในส่วนของรุ่น Super Sport 250cc – SS1 Pro “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร จากสังกัด PRO HONDA SITTIPOL KITTI RACING กับรถแข่ง Honda CBR250RR หมายเลข 21 ทำเวลาต่อรอบ 1 นาที 55.473 วินาที คว้ากริดสตาร์ทที่ 10 ไปครอง
ขณะที่ “ออสติน” ธนฉรรต ประทุมทอง จาก RAYBRIG TURANO HONDA TCK RACING TEAM ควบรถแข่งหมายเลข 5 ทำเวลาได้ 1 นาที 55.629 วินาที คว้ากริดสตาร์ทที่ 12 เตรียมพร้อมเต็มพิกัดเพื่อหาจังหวะพลิกเกมในเรซตัดสิน
การแข่งขัน NEXZTER BRIC Superbike สนามที่ 3 จะดวลความเร็วกันในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 โดยมีกำหนดการดังนี้:
- รุ่น Super Sport 250cc: เวลา 12.45 น.
- รุ่น Super Sport 600cc: เวลา 15.30 น.
- รุ่น Super Bike 1000cc (SB1Pro, SB1, SB2): เวลา 16.30 น.
สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง Facebook: Chang Circuit Buriram และ YouTube: Chang International Circuit
ทั้งนี้แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #BRICSuperBike2026 #NexzterBRICSuperBike2026 #HondaCBR #Chip41 #Mix31 #HiPeck18 #Fer21 #Kaowkong20 #Austin5 #ChangInternationalCircuit
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“ชิพ-พอล-ฟริตซ์” นำทัพดาวดังดวล NEXZTER BRIC Superbike สนาม 3 สุดเข้มข้น “โอม-ภวัต” ขยับขึ้น ST2 พร้อมลุยเอ็นดูรานซ์ 2 ชั่วโมง สุดสัปดาห์นี้
“เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2026” สนาม 3 ระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคม 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ รวมดาวดังลงแทร็ก “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์, พอล จอร์แดน นักบิดจากเวทีไอส์ล ออฟ แมน ทีที ร่วมดวลรุ่นพิเศษ SB1 Pro รวมทั้งนักบิดระดับเวิลด์คลาสของ “มาร์วิน ฟริตซ์” นักบิดเยอรมันดีกรีแชมป์โลกเอ็นดูรานซ์ ที่สร้างเซอร์ไพรส์ลงดวลคลาสสูงสุดของไทย พร้อมด้วย “บอล” จักรกฤษณ์ แสวงสวาท นักบิดมากประสบการณ์ ด้าน “ตี” อนุภาพ ซามูล ลงเสริมเกมซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ด้าน “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกดัง ขยับจาก ST3 ขึ้นท้าทายในคลาส ST2 พร้อมลงบิดเอ็นดูรานซ์ 2 ชั่วโมง
สนามนี้ยังเพิ่มความเข้มข้นด้วยการแข่งขันรุ่นพิเศษ ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี คลาส SB1 Pro นำโดย “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดแถวหน้าของไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ประชันฝีมือกับ “พอล จอร์แดน” นักบิดจากเวทีสุดท้าทายระดับโลกอย่าง ไอส์ล ออฟ แมน ทีที ลงแข่งสังกัด อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม และยังมีชื่อ “มาร์วิน ฟริตซ์” ยอดนักบิดชาวเยอรมัน ดีกรีแชมป์โลกเอ็นดูรานซ์ 2 สมัย ปี 2023 และ 2025 ลงล่าแชมป์ในคลาสสูงสุดกับ บัตเลอร์ การาจ เรซซิ่ง ทีม พร้อมด้วย “บอล” จักรกฤษณ์ แสวงสวาท นักบิดมากฝีมือจาก ไบค์ สตอรี่ พีทีที ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ทำให้ศึกครั้งนี้เป็นการรวมตัวของนักบิดชั้นนำทั้งจากเวทีระดับโลกและแถวหน้าของไทย
ส่วนสถานการณ์ตารางคะแนนสะสม หลังผ่านมาแล้ว 2 สนาม รุ่นใหญ่ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี คลาส SB1 ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสเตรเลียนจาก สวิฟท์ โกรว เรซซิ่ง ทีม ครองจ่าฝูงด้วย 50 คะแนนเต็ม จากชัยชนะสองสนามติดต่อกัน ตามด้วย ชญากร แซ่อ๋อง จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม มี 40 คะแนน และ ปัญจพล จรุงกิจกูล จาก เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม มี 32 คะแนน ส่วน ภัทรพงศ์ วัชรอยู่ จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส รั้งอันดับ 4 มี 24 คะแนน
ด้านซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี ST1 ตะวัน ตั้งจิตเจริญกุล จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม เก็บชัยสองสนามรวด มี 50 คะแนนเต็ม นำ เอเดน ท้าว นักบิดอเมริกันเชื้อสายม้งจาก สาวิตา ทีม เอเชีย และ ออ ปิตะบุตร จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ซึ่งมีคนละ 36 คะแนน โดยเอเดนอยู่อันดับ 2 และอออันดับ 3 ตามลำดับในตาราง
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาในรุ่นซูเปอร์สต็อกคือ “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกขวัญใจวัยรุ่นจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม เตรียมขยับจากคลาส ST3 ขึ้นสู่ ST2 ตั้งแต่สนามที่ 3 หลังทำเวลาต่อรอบในสนาม 2 เร็วกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จึงต้องปรับคลาสตามกติกาของรายการ พบบททดสอบใหม่กับคู่แข่งในคลาสที่สูงขึ้น
ส่วนรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี SS1 Pro “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ยังรักษาฟอร์มได้อย่างต่อเนื่อง หลังเอาชนะ ฮอร์เก้ นาบาร์โร ซานเชซ นักบิดจากเวทีโมโตทูในสนามเปิดฤดูกาล ก่อนคว้าชัยอีกครั้งในสนาม 2 ครองจ่าฝูงด้วย 50 คะแนนเต็ม ตามด้วย “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร จาก เรย์บริก ทูราโน ฮอนด้า ทีซีเค เรซซิ่ง ทีม มี 33 คะแนน และ ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ไบค์ สตอรี พีทีที ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม มี 27 คะแนน ขณะที่ นาบาร์โร จาก เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม รั้งอันดับ 4 ด้วย 20 คะแนน
สนามนี้ยังมีความเคลื่อนไหวสำคัญ เมื่อ ไบค์ สตอรี พีทีที ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ส่ง “ตี” อนุภาพ ซามูล จอมเก๋าดีกรีนักบิดเวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต ลงแข่งขันแทนต่อศักดิ์ นวลสาย ตั้งแต่สนามที่ 3 ไปจนจบฤดูกาล เพิ่มอีกหนึ่งนักบิดฝีมือจัดที่กลุ่มผู้นำต้องจับตา
ส่วน ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี คลาส SS1 “อิงค์” อัศวานันท์ จาก แบล็กบูล เรซซิ่ง ขยับผลงานจากอันดับ 3 ในสนามแรก ขึ้นจบอันดับ 2 ในสนามถัดมา เก็บคะแนนรวม 36 แต้ม รั้งรองจ่าฝูง ตามหลัง โกยุ นากาคาวะ จาก อีสต์ เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม ซึ่งมี 50 คะแนน อยู่ 14 แต้ม
สำหรับซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี SS1 Pro การลุ้นแชมป์ยังเปิดกว้าง เมื่อ “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก ยามาฮ่า สปีด800 ยัวซ่า เรซซิ่ง ทีม ขึ้นนำด้วย 41 คะแนน แต่มีผู้ชนะสนามแรกอย่าง “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร จาก โปร ฮอนด้า สิทธิผล อาชิ กิตติ เรซซิ่ง ตามมาเพียง 3 แต้ม ด้วยคะแนนสะสม 38 คะแนน อันดับ 3 คณาฑัต ใจมั่น จาก ไฮสปีด เคทีเอ็ม เรซซิ่ง ทีม มี 33 คะแนน ขณะที่ “ออสติน” ธนฉรรต ประทุมทอง จาก เรย์บริก ทูราโน ฮอนด้า ทีซีเค เรซซิ่ง ทีม อยู่อันดับ 4 มี 31 คะแนน ทำให้สี่อันดับแรกห่างกันเพียง 10 แต้ม ผลการแข่งขันสนามนี้ จึงอาจเปลี่ยนทั้งตำแหน่งผู้นำและผู้ตามได้พร้อมกัน
ไฮไลต์ของสนามนี้ ยังมีการแข่งขันพิเศษ ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี เอ็นดูรานซ์ กลับมาจัดเป็นครั้งที่ 2 ต่อยอดจากการแข่งขันในสนามปิดฤดูกาล 2025 โดยปีนี้กำหนดแข่งขันวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม เวลา 15.35–17.35 น. รวม 120 นาที มีชื่อ “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี, “โบ๊ท” ณัฐวุฒิ คำหอม, ตะวัน ตั้งจิตเจริญกุล, ภัทรพงศ์ วัชรอยู่ ร่วมลงแข่งด้วย
ด้าน นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า “สนามนี้มีเรื่องให้ติดตามหลายมุม ทั้งชิพ-นครินทร์, พอล จอร์แดน, มาร์วิน ฟริตซ์, บอล-จักรกฤษณ์ ที่จะมาประชันฝีมือในรุ่นพิเศษ รวมถึงตี-อนุภาพ ซามูล ที่เข้ามาลงแข่งในรุ่น 600 ซีซี ขณะเดียวกัน การชิงคะแนนสะสมก็เข้าสู่ช่วงสำคัญ บางรุ่นมีผู้นำที่ชนะต่อเนื่อง แต่บางรุ่นห่างกันเพียงไม่กี่แต้ม ทุกทีมจึงต้องรับมือกับความกดดัน เพื่อรักษาโอกาสลุ้นแชมป์
ส่วนเอ็นดูรานซ์ที่ได้รับเสียงตอบรับดีเยี่ยมจากปีที่ผ่านมา ก็กลับมาให้ลุ้นกันอีกครั้งตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม ผมอยากเชิญชวนแฟน ๆ มาสัมผัสบรรยากาศและส่งกำลังใจให้นักแข่งกันถึงขอบสนาม มาชมด้วยตัวเองจะได้เห็นทั้งจังหวะชิงไหวชิงพริบในแทร็กและการทำงานของทีมในพิต ซึ่งเป็นเสน่ห์ของการแข่งขันที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสครับ”
ทั้งนี้ ศึก “เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์” สนามที่ 3 เข้าสู่โปรแกรมการซ้อมในวันศุกร์ที่ 16 ต.ค.ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟาย เพื่อจัดอันดับสตาร์ตในวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. และปิดท้ายรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ 18 ต.ค. ส่วนโปรแกรมเอ็นดูรานซ์ จะ Practice 2 ช่วงในวันศุกร์ ก่อนจับเวลา Qualify เวลา 15.20-15.50 น. และเข้าสู่การแข่งขันจริงวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. เวลา 15.35-17.35 น. ดวลกันยาวเต็ม 120 นาทีเต็ม”
นอกจากเกมในสนาม แฟนความเร็วที่มีบัตรชมการแข่งขัน ยังสามารถร่วมกิจกรรม Pit Walk ฟรี วันในอาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. เข้าชมพิตและรถแข่งตัวแรง พบกับนักแข่งและทีมแข่งอย่างใกล้ชิด นักบิดชื่อดัง ดาวรุ่ง และเหล่าเรซควีนจากทีมและผู้สนับสนุนร่วมสร้างสีสัน รับของที่ระลึกมากมาย อาทิ สติกเกอร์, โปสเตอร์, พวงกุญแจ, ถุงผ้า, เสื้อ, หมวก, ร่ม ฯลฯ และร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายตลอด 1 ชั่วโมงเต็ม
แฟนความเร็วชมสดได้ทั้ง ON Air และ Online ถ่ายทอดสดทาง True vision NOW ช่อง True Sports 2 รอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 2569 เวลา 14.30-17.15 น. หรือชม Live Streaming ทางเพจ Chang Circuit Buriram / BRIC Superbike 2026 และ Youtube : Chang International Circuit ตั้งแต่ 9.00 น. เป็นต้นไป
ร่วมเชียร์และลุ้นแชมป์ประเทศไทย โดยซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางขึ้น Grandstand สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่นั่งแกรนด์สแตนด์ ราคา 100 บาท / 1 วัน, บัตร VIP ราคา 500 บาท / 1 วัน (จำหน่ายบัตรเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น)
ผู้ถือบัตรยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ในกิจกรรม “Chang International Circuit Friend Plus” ไม่ว่าจะเป็นบัตร VIP โค้ง 12, Paddock Pass และ Pit Lane Walk เพื่อเข้าชมโมโตจีพี 2027 พร้อมโอกาส Meet & Greet กับนักบิดระดับโลก ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle
ไทยฮอนด้า ขยายความสะดวกให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ชาร์จฟรี 30 นาที ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
1 Min Readไทยฮอนด้า ขยายความสะดวกให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ชาร์จฟรี 30 นาที ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
ไทยฮอนด้า เพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าด้วย Honda EV Charging Hub จุดให้บริการชาร์จรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ พร้อมมอบบริการชาร์จฟรี 30 นาที ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงจุดชาร์จได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยสามารถค้นหาสาขาใกล้ตัวผ่านแอปพลิเคชัน My Honda Moto เติมพลังการชาร์จให้รถพร้อมออกเดินทางต่อได้อย่างสะดวกสบาย
การให้บริการ Honda EV Charging Hub ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มทางเลือกในการชาร์จระหว่างเดินทาง พร้อมลดความกังวลในการค้นหาจุดชาร์จ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือออกไปยังจุดหมายต่าง ๆ ผู้ขับขี่ก็สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมั่นใจ ให้ทุกเส้นทางสะดวกยิ่งขึ้นและพร้อมไปต่อได้อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน Honda EV Charger มีสถานีชาร์จให้บริการรวมทั้งหมดกว่า 950 สถานี* ครอบคลุมหลากหลายพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจัดหวัด อาทิ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล และห้างสรรพสินค้าโลตัส ในสาขาที่ร่วมรายการ และมีแผนขยายเปิดบริการครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเสริมความมั่นใจให้ผู้บริโภคในการใช้งานและการดูแลรักษารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้าสามารถแวะใช้บริการ Honda EV Charging Hub ณ Honda Wing Center ทั่วประเทศ พร้อมรับบริการชาร์จฟรี 30 นาที และสามารถค้นหาสถานีชาร์จสาขาใกล้เคียงได้ผ่านแอปพลิเคชัน My Honda Moto โดยสแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หรือดาวน์โหลดผ่านทาง Google Play Store หรือ App Store และค้นหาจุดให้บริการที่สะดวกต่อการเดินทาง ให้ทุกเส้นทางพร้อมเดินทางต่อได้อย่างมั่นใจ
*หมายเหตุ: รวมสถานี Honda EV Charger ที่เปิดให้บริการ และที่ Honda Wing Center
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA#NewHondaUC3 #TheUrbanFirstMovers #HondaEVMotorcycle #รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #HondaEVCharger #HondaCharingHub
-
Lodon JetX ฉลองความสำเร็จก้าวสู่ 50 สาขาร่วมกับบางจากฯ พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายสู่ 300 สาขาภายในปี 2571
ชู “Automated Intelligence Car Wash” ผสาน AI และ IoT ยกระดับบริการล้างรถอัจฉริยะ 24 ชั่วโมง ล้างเร็วสุดเริ่มต้น 3 นาที ในราคา 69 บาทบริษัท ดีสแร็พเตอร์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจแบรนด์ Lodon JetX (โลด้อน เจ็ตเอ็กซ์) ร้านล้างรถด่วนอัจฉริยะไร้คน (Unmanned Car Wash) รายแรกในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จร่วมกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการขยายบริการครอบคลุมสาขาภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก ครบ 50 สาขา สาขารวมทั้งหมดเป็น 77 สาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ปี 2571 ปักหมุดขยายสู่ 300 สาขา เพื่อรองรับผู้ใช้รถทั่วประเทศ ด้วยบริการล้างรถอัตโนมัติที่รวดเร็ว สะดวก และคุ้มค่าในมาตรฐานเดียวกัน
นายอภิรัตน์ ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lodon JetX กล่าวว่า “Lodon JetX เกิดขึ้นจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมล้างรถอัตโนมัติกว่า 8 ปี โดยมุ่งปฏิวัติรูปแบบการล้างรถในประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้บริการล้างรถมีความสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ร้านล้างรถด่วนอัจฉริยะ 24 ชั่วโมงที่ขับไปไหนก็เจอ ทางเลือกของคนไม่มีเวลา” จุดเด่นสำคัญของ Lodon JetX คือแนวคิด “Automated Intelligence Car Wash” ที่ผสานเทคโนโลยี AI และ IoT Smart Car Wash System เข้ากับกระบวนการให้บริการแบบไร้พนักงาน ตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลังการล้างรถ เพื่อให้ระบบสามารถทำงานและบริหารจัดการร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความต้องการและช่วงเวลาที่สะดวก
การบรรลุเป้าหมาย 50 สาขาร่วมกับปั๊มน้ำมันบางจาก ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจ สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของโมเดลธุรกิจล้างรถอัจฉริยะไร้คน ซึ่ง Lodon JetX ถือเป็นผู้บุกเบิก ทั้งยังช่วยยกระดับสถานีบริการน้ำมันสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์อย่างครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถยุคใหม่ที่ต้องการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ”
ชูจุดแข็ง ล้างรถอัจฉริยะ ผสาน AI และ IoT ใช้เวลา Express 3 นาที ราคา 69 บาท
ท่ามกลางตลาดล้างรถอัตโนมัติในไทยที่มีอัตราค่าบริการเริ่มต้นตั้งแต่ 69 ถึง 220 บาท และใช้เวลาบริการ 3 ถึง 20 นาที Lodon JetX วางตำแหน่งแบรนด์เป็นผู้นำด้านความเร็วและความคุ้มค่า โดยออกแบบทางเลือกให้เหมาะกับเวลาและความต้องการของผู้ใช้รถ ตั้งแต่ Express ล้าง 3 นาที ราคา 69 บาท, Signature ล้าง 5 นาที ราคา 89 บาท และ Ultimate ล้าง 7 นาที ราคา 119 บาท รวมถึงแพ็กเกจล้างรถ 30 วัน สำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการเป็นประจำ โดยเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการเข้าถึงบริการให้กับผู้ใช้รถที่มีข้อจำกัดด้านเวลา และลูกค้ายังสามารถสั่งการและใช้บริการได้ด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชัน JetX Car Wash
เบื้องหลังประสิทธิภาพดังกล่าว คือระบบ IoT Smart Car Wash โดยผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับเครื่องจักรอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การสแกนโครงสร้างรถแบบ 3 มิติเรียลไทม์เพื่อกำหนดทิศทางแปรงอย่างแม่นยำและป้องกันรอยขีดข่วน การปรับแรงดันน้ำ ปริมาณน้ำยา และแรงลมตามขนาดรถจริงเพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรตามแนวคิด Zero Waste ไปจนถึงระบบเฝ้าระวังสถานะเครื่องจักรและระบบตอบรับลูกค้าด้วย AI ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านมาตรฐานอุปกรณ์ เครื่องล้างรถระบบ Rollover ในทุกสาขาผ่านการรับรองมาตรฐาน CE และขึ้นทะเบียน UL Listed ติดตั้งมอเตอร์ All-Weather มาตรฐาน IP67 กันน้ำและฝุ่น พร้อมเรดาร์อัลตราโซนิกตรวจจับวัตถุและบุคคล ระบบป้องกันการชน โครงสร้างเหล็กเคลือบสังกะสีหนาเกิน 55 ไมครอนที่ผ่านการทดสอบสเปรย์เกลือ และเครื่องเป่าแห้งดิจิทัลรุ่นที่ 5 ที่ทำงานเงียบและประหยัดพลังงาน
ผนึกกำลังบางจากฯ เติมเต็มบริการดูแลรถในสถานีบริการ
นาย ยศธร อรัญนารถ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตรค้าปลีก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บางจากฯ ขอแสดงความยินดีกับ Lodon ที่ขยายสาขาในสถานีบริการน้ำมันบางจากครบ 50 สาขา รองรับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถในปัจจุบัน ที่ต้องมีความสะดวก รวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ต้องมีคุณภาพที่คุ้มค่า ซึ่งธุรกิจล้างรถอัตโนมัติ Lodon JetX ตอบรับความต้องการเหล่านี้ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และสอดคล้องกับแนวคิด Greenovative Destination ของสถานีบริการน้ำมันบางจากที่มุ่งเป็นจุดหมายปลายทางของคนทุกช่วงวัย Lodon JetX ก็จะเป็นอีกหนึ่งบริการภายในสถานีบริการน้ำมันบางจากที่ตอบโจทย์นี้
ในโอกาสนี้ บางจากขอร่วมฉลองที่เปิดบริการครบ 50 สาขาในสถานีบริการน้ำมันบางจาก ด้วยการมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ ใช้เพียง 50 คะแนน ผ่านแอปพลิเคชันบางจาก รับสิทธิ์ล้างรถฟรีเมนู Signature ที่ Lodon ทุกสาขาภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก เพิ่มความคุ้มค่าและเติมเต็มประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น”
อัดโปรโมชันฉลอง 50 สาขากับบางจาก
เพื่อฉลองความสำเร็จ 50 สาขาร่วมกับบางจาก Lodon JetX มอบโปรโมชันพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2569 ดังนี้
- สำหรับสมาชิกลูกค้าทั่วไป : ได้รับส่วนลดอัตโนมัติ 50 บาท ทุกเมนู ที่ Lodon (โลด้อน)ทุกสาขา เฉพาะในสถานีบริการน้ำมันบางจากเท่านั้น
- สำหรับสมาชิกกรีนไมลล์ : แลก 50 คะแนน ผ่านแอปพลิเคชันบางจาก รับสิทธิ์ล้างรถฟรีเมนู Signature ที่ Lodon ทุกสาขาภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก
ผู้สนใจสามารถใช้บริการ Lodon JetX ได้แล้ววันนี้ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากและสาขาอื่น ๆ รวม 77 แห่งทั่วประเทศ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สั่งการผ่านแอปพลิเคชัน JetX Car Wash (รองรับทั้ง iOS และ Android) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- https://washandgo-thailand.com/
- https://www.facebook.com/profile.php?id=61555542212106
- https://linktr.ee/WashandGo_Thailand?utm_source=linktree_profile_share<sid=e8f5b3b5-ff78-4fdd-a61b-54e40e957f03
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เลกซัส จับมือ MARRIOTT BONVOY จัดกิจกรรมมื้อค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ REFINE DINING BY LEXUS ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พิเศษสำหรับลูกค้าเลกซัส
เลกซัส จับมือ MARRIOTT BONVOY โปรแกรมสมาชิกของโรงแรมในเครือ MARRIOTT จัดกิจกรรมมื้อค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้ชื่อ REFINE DINING BY LEXUS สำหรับลูกค้าเลกซัส เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์ Luxury Lifestyle ที่มุ่งมอบประสบการณ์เหนือระดับในทุกมิติ
นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเปิดงานและร่วมสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับลูกค้าเลกซัสเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ในงานนี้พบกับเมนูที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษโดยเชฟชั้นนำจากโรงแรมในเครือ MARRIOTT พร้อมยกระดับประสบการณ์ในทุกองค์ประกอบตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารไปจนถึงภาชนะที่ใช้ในการรับประทานอาหารที่รับการออกแบบจากศิลปินท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง ทั้งหมดนี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบและใส่ใจในทุกรายละเอียดให้กับลูกค้าเลกซัสตามปรัชญาแห่งการบริการด้วยหัวใจตามแบบฉบับของญีปุ่น (Omotenashi)
สำหรับประเทศไทย กิจกรรม REFINE DINING BY LEXUS จัดขึ้นที่ห้องอาหาร PAII The House on Sathon ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง เลกซัส ประเทศไทย และ โรงแรม W BANGKOK ซึ่งนับเป็นประเทศที่สองของการจัดกิจกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในงาน ลูกค้าเลกซัสได้สัมผัสถึงคอร์สอาหารโมเดิร์นไทยซีฟู้ดที่ได้รับการรังสรรค์จากเชฟบัว สโรชา รัชตะนาวิน หัวหน้าเชฟ ห้องอาหาร PAII The House on Sathon ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวเส้นทางการเติบโต และความมุ่งมั่นทุ่มเทในการรังสรรค์ทุกผลงานด้วยความพิถีพิถัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของเลกซัสที่ต้องการถ่ายทอดความเป็นเลิศผ่านการใส่ใจในทุกรายละเอียด ผสานกับนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์อันเหนือระดับให้กับลูกค้าเลกซัสอย่างไม่หยุดนิ่ง
เลกซัส ประเทศไทย ยังได้ร่วมมือกับ Kitt.Ta.Khon แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานหัตถกรรมไทย ในการรังสรรค์ภาชนะสำหรับเสิร์ฟอาหารเพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารให้เหนือระดับยิ่งขึ้น พร้อมแขกรับเชิญคนพิเศษคุณอแมนด้า ออบดัมที่มาร่วมสร้างสีสันและเติมเต็มความประทับใจตลอดกิจกรรม
นอกจากนี้ ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ลูกค้าเลกซัสทั่วภูมิภาคทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับสิทธิพิเศษ ณ โรงแรมในเครือ MARRIOTT ที่ร่วมรายการ โดยครอบคลุมแพ็กเกจที่พักราคาพิเศษ ตลอดจนสิทธิ์เข้าถึงเลานจ์ สปา และประสบการณ์มื้ออาหารระดับพรีเมียม
สำหรับลูกค้าเลกซัสและสมาชิก MARRIOTT BONVOY ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ REFINE DINING BY LEXUS สามารถสำรองและดูรายละเอียดรอบพิเศษสำหรับบุคคลทั่วไปเพิ่มเติมได้ที่ lexs.in/Do5HCE
ตารางกิจกรรมรอบพิเศษสำหรับบุคคลทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2569 18:30 – 21:00 น. วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2569 18:30 – 21:00 น. วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2569 18:30 – 21:00 น. ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเลกซัสได้ผ่านช่องทางออนไลน์
Official Account: Lexus Thailand และบนเว็บไซต์ www.lexus.co.th
รวมถึงช่องทาง LINE Official Account: @lexusthailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ปอร์เช่ มิชชั่น เอส นิยามใหม่ของจิตวิญญาณแห่งรถสปอร์ต
ปอร์เช่นำเสนอยนตรกรรมต้นแบบแห่งอนาคตภายใต้การปรับทิศทางเชิงกลยุทธ์ Sportwagenschmiede ’35 เพื่อเผยโฉมวิวัฒนาการใหม่ของเอกลักษณ์การออกแบบเป็นครั้งแรก ดร. ไมเคิล ไลเทอร์ส (Dr Michael Leiters) ประธานคณะกรรมการบริหาร ปอร์เช่ เอจี กล่าวว่า “ทุกคนต้องมองออกตั้งแต่แรกเห็นว่ารถคันนี้คือปอร์เช่ โดยมิชชั่น เอส (Mission S) จะเผยให้เห็นแนวคิดและรายละเอียดการออกแบบที่จะกำหนดทิศทางของปอร์เช่ในอีกหลายปีข้างหน้า”
การออกแบบครั้งนี้สะท้อนเอกลักษณ์ของปอร์เช่อย่างชัดเจน เชื่อมโยงทุกรายละเอียดให้เป็นหนึ่งเดียว และคงความร่วมสมัยอยู่เสมอ พร้อมสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งระหว่างผู้ขับขี่กับตัวรถ ไลเทอร์ส กล่าวเพิ่มเติมว่า “มิชชั่น เอส ยังแสดงถึงแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเครื่องยนต์วางกลางที่วางตำแหน่งสูงกว่าปอร์เช่ 911 โดยไม่ได้เป็นเพียงไฮเปอร์คาร์รุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เป็นการเติมเต็มทางเลือกที่หลากหลายและเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าในระยะยาว”
ปอร์เช่ มิชชั่น เอส เปิดตัวครั้งแรกของโลก ณ ท่าเรือแห่งหนึ่งในเขตควีนส์ของนครนิวยอร์ก โดยมีทิวทัศน์เส้นขอบฟ้าของแมนแฮตตันเป็นฉากหลัง ซึ่งสถานที่แห่งนี้มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของปอร์เช่ เพราะในปี 1953 ภาพถ่ายชุดแรกของปอร์เช่ 550 สไปเดอร์ (550 Spyder) เครื่องยนต์วางกลาง ณ ท่าเรือแห่งนี้ได้เผยแพร่ไปทั่วโลก ในฐานะรถสปอร์ตสมรรถนะสูงรุ่นแรกของปอร์เช่ และ 550 สไปเดอร์ยังคงเป็น ยนตรกรรมที่ผู้คนยกย่องว่ามีบทบาทในการสร้างเอกลักษณ์ให้กับปอร์เช่จนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งรถรุ่นนี้ยังวางรากฐานสำคัญให้ปอร์เช่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกา การเลือกสถานที่แห่งนี้จึงตอกย้ำบทบาทสำคัญของประวัติศาสตร์ในการกำหนดอนาคตของทั้งการออกแบบและแบรนด์ปอร์เช่ ซึ่งแนวคิดนี้ยังได้สะท้อนผ่านการออกแบบของมิชชั่น เอส
เอกลักษณ์ที่ชัดเจน ความสอดคล้องในทุกรายละเอียด และการออกแบบที่เหนือกาลเวลา คือสามแนวคิดหลักที่กำหนดทิศทางการพัฒนาเอกลักษณ์การออกแบบของปอร์เช่ในอนาคต โทเบียส ซูลมันน์ (Tobias Sühlmann) หัวหน้าฝ่ายออกแบบสไตล์ปอร์เช่ (Style Porsche) กล่าวว่า “มิชชั่น เอส (Mission S) คือผลลัพธ์ของกลยุทธ์การออกแบบที่คำนึงถึงทุกองค์ประกอบและมุ่งสู่อนาคต
ยนตรกรรมต้นแบบคันนี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางหลักที่เราจะนำไปใช้ในการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ในอนาคตอันใกล้นี้” มิชชั่น เอส ผสานแพลตฟอร์มของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเครื่องยนต์วางกลางอันทรงพลังเข้ากับภาษาการออกแบบที่ชัดเจน โดยได้แรงบันดาลใจจากปอร์เช่รุ่นสำคัญในอดีตที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่าย พร้อมจัดวางอุปกรณ์ให้เหมาะกับสรีระและความสะดวกต่อการใช้งานของผู้ขับขี่ รวมถึงผสานการควบคุมแบบอนาล็อกเข้ากับระบบดิจิทัลอย่างลงตัวเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต การออกแบบยังตั้งใจลดทอนพื้นที่หน้าจอดิจิทัล เพื่อเน้นให้ผู้ขับขี่มีปฏิสัมพันธ์กับตัวรถได้โดยตรง
การออกแบบภายนอกที่ผสานความเรียบง่ายเข้ากับองค์ประกอบล้ำสมัย
การออกแบบภายนอกของปอร์เช่ มิชชั่น เอส นำเอกลักษณ์การออกแบบของปอร์เช่มาต่อยอดสู่อนาคต ทั้งซุ้มล้อรูปทรงคล้ายตอร์ปิโด (Torpedo) อันโดดเด่น เส้นสายของหลังคาที่เป็นเอกลักษณ์ และสัดส่วนตัวถังที่กว้างและต่ำลงอย่างชัดเจน องค์ประกอบหลักเหล่านี้ถ่ายทอดมิติของตัวถังที่ดูเสมือนลอยตัว (Floating Volumes) ผ่านรูปทรงและพื้นผิวที่โค้งรับกันอย่างต่อเนื่อง ให้ความรู้สึกราวกับลอยอยู่ สร้างรูปทรงคล้ายงานประติมากรรมที่ทรงพลังและล้ำสมัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีและสมรรถนะของรถสปอร์ตอย่างชัดเจน
การออกแบบเน้นเส้นสายที่เรียบง่ายและชัดเจนเป็นพิเศษ โดยมีเส้นสายหลักพาดรอบตัวรถ เชื่อมโยงการออกแบบของไฟหน้าและไฟท้ายเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมดูโดดเด่นและกลมกลืน พื้นผิวตัวถังเหนือเส้นสายนี้เน้นความแข็งแกร่งและโฉบเฉี่ยว ส่วนด้านล่างเผยให้เห็นชิ้นส่วนและการทำงานของระบบต่าง ๆ พร้อมสะท้อนแนวคิดการออกแบบโครงสร้างน้ำหนักเบา โดยมีรถปอร์เช่รุ่นสำคัญในอดีตเป็นแรงบันดาลใจให้กับรายละเอียดเหล่านี้ ทั้งไฟหน้าทรงกลมและซุ้มล้ออันโดดเด่นที่ทำให้นึกถึงปอร์เช่ 911 โดยซุ้มล้อยังคงรูปทรงตอร์ปิโดที่คุ้นเคย และช่วยให้ตัวรถดูโดดเด่นยิ่งขึ้นเมื่อมองจากด้านข้าง แนวรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนตัวถังที่กลมกลืนไปกับดีไซน์ชุดไฟสะท้อนเอกลักษณ์ของรุ่น G ส่วนด้านหน้าที่ออกแบบให้ลาดต่ำได้แรงบันดาลใจจาก GT1 พร้อมเส้นสายหลังคาอันโฉบเฉี่ยวซึ่งลาดผ่านใต้ปีกหลังได้สะท้อนกลิ่นอายของปอร์เช่ 959 โดยสำหรับมิชชั่น เอส แนวหลังคานี้ทอดยาวต่อเนื่องไปจนถึงท้ายรถอย่างมีเอกลักษณ์ และอีกหนึ่งจุดเด่นคือแนวคิด car-in-car บริเวณด้านท้าย ซึ่งต่อยอดจาก GT1 ด้วยการออกแบบให้ดูคล้ายมีรถอีกคันซ้อนอยู่ภายใน ซึ่งปอร์เช่ได้นำองค์ประกอบทั้งหมดมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัย และผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
รถต้นแบบคันนี้มีสัดส่วนที่เป็นเอกลักษณ์จากโครงสร้างแบบเครื่องยนต์วางกลาง โดยตำแหน่งเครื่องยนต์บริเวณกลางตัวรถช่วยให้ออกแบบเส้นสายหลังคาที่ลาดต่อเนื่องไปถึงท้ายรถ หรือ Flyline ที่คุ้นเคยได้ ซึ่งรายละเอียดทางเทคนิคต่าง ๆ ได้ผสานการใช้งานและการออกแบบไว้ด้วยกันตามแบบฉบับของปอร์เช่ ทั้งระบบระบายความร้อนที่สะท้อนแนวคิดจากพัดลมหม้อน้ำของปอร์เช่ 917 และปีกหลังที่ปรับระดับได้ โดยออกแบบให้กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของตัวรถ อีกหนึ่งจุดเด่นคือล้อที่นำดีไซน์หน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ 928 มาเป็นพื้นฐานในการออกแบบใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการลดน้ำหนักในทุกองค์ประกอบ พร้อมเสริมให้ภาพรวมของรถสปอร์ตต้นแบบคันนี้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสารที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่
ภายในห้องโดยสารของปอร์เช่ มิชชั่น เอส สะท้อนความตั้งใจที่จะกลับมาให้ความสำคัญกับคุณค่าของวิศวกรรมรถสปอร์ต โดยนำมาเป็นหลักในการออกแบบและอ้างอิงจากปอร์เช่รุ่นสำคัญในอดีตอย่าง 550 สไปเดอร์ และ 356 โดยมีเส้นสายหลักสองแนวเชื่อมแผงหน้าปัดและแผงประตูเข้าด้วยกัน ซึ่งเส้นสายเหล่านี้ให้ความรู้สึกอันเป็นเอกลักษณ์ของการนั่งลึกลงไปในตัวรถ พร้อมเชื่อมโยงดีไซน์ภายในกับภายนอกผ่านการออกแบบที่สอดคล้องกัน อีกทั้งยังช่วยให้ห้องโดยสารดูเรียบง่าย ร่วมสมัยอยู่เสมอ และดึงสายตาไปยังส่วนที่สำคัญ การผสานชุดควบคุมแบบอนาล็อกเข้ากับระบบดิจิทัลอย่างกลมกลืนสร้างบรรยากาศที่ทั้งคุ้นเคยและทันสมัย โดยใช้สวิตช์และปุ่มกดแบบคลาสสิกร่วมกับจอแสดงผลสมัยใหม่ พร้อมจัดวางให้เหมาะกับสรีระและใช้งานสะดวก จึงสามารถเชื่อมโยงรูปแบบการใช้งานที่คุ้นเคยเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างลงตัว เบาะนั่งยังถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบนี้เช่นกัน ด้วยการพัฒนารายละเอียดทางเทคนิคใหม่ ๆ ทั้งตัวล็อกเข็มขัดนิรภัยที่ติดตั้งเข้ากับแผงควมคุมส่วนกลาง และการย้ายตำแหน่งปุ่มปรับเบาะไฟฟ้า เพื่อให้ทั้งความสบายและความสะดวกในการใช้งาน พร้อมคงดีเอ็นเอจากมอเตอร์สปอร์ต
รถต้นแบบคันนี้เลือกใช้โทนสีขาว เทา และแดง เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของรถแข่งปอร์เช่ที่ประสบความสำเร็จในอดีต และปอร์เช่ได้พัฒนาเฉดสีขึ้นเป็นพิเศษ ได้แก่ Firn White Metallic, Light Red Metallic, Black Chrome และ Special Black สำหรับภายในห้องโดยสาร โดยได้นำสีคลาสสิกของปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ตมาถ่ายทอดในรูปแบบใหม่ เพื่อตอกย้ำความเชื่อมโยงระหว่างการออกแบบของตัวรถกับจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตของปอร์เช่
ประสบการณ์การขับขี่ที่ผสานการควบคุมแบบอนาล็อกเข้ากับระบบดิจิทัล
นอกจากการพัฒนารูปแบบห้องโดยสารแล้ว ปอร์เช่ยังมุ่งเน้นประสบการณ์ของผู้ขับขี่ โดยผสานการควบคุมแบบอนาล็อกเข้ากับระบบดิจิทัลให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว เน้นความเรียบง่าย ชัดเจน และใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ มากกว่าการเพิ่มจำนวนหน้าจอและฟังก์ชันต่าง ๆ
แนวคิดนี้ให้ความสำคัญกับการจัดวางอุปกรณ์โดยมีผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ปอร์เช่จัดวางชุดควบคุมทั้งหมดให้หันเข้าหาผู้ขับขี่ พร้อมให้ผู้ขับขี่รับรู้การตอบสนองผ่านการสัมผัสและหน้าจอดิจิทัล เพื่อให้ผู้ขับขี่ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและเป็นธรรมชาติ มาตรวัดทรงกลมห้าช่องด้านหลังพวงมาลัยสะท้อนเอกลักษณ์อันโดดเด่นของปอร์เช่ โดยมีมาตรวัดรอบเครื่องยนต์อยู่ตรงกลาง ผสานเข็มมาตรวัดแบบดั้งเดิมเข้ากับจอแสดงผลที่อยู่ด้านหลัง โดยมาตรวัดรอบเครื่องยนต์สามารถปรับเลื่อนเข้าใกล้ผู้ขับขี่ได้ตามโหมดการขับขี่ที่เลือก เพื่อช่วยให้จดจ่อกับการขับขี่ได้มากขึ้น นอกจากนี้ชุดมาตรวัดยังปรับการจัดเรียงตามโหมดการขับขี่ โดยแต่ละช่องสามารถเรียงกันหรือซ้อนเหลื่อมกันในแนวหน้าและหลัง เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละโหมด รวมทั้งจุดเด่นเพิ่มเติม ได้แก่ ช่องสำหรับวางกุญแจที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งอยู่ทางซ้ายของพวงมาลัยตามแบบฉบับของปอร์เช่ และชุดควบคุมใหม่บนแผงหน้าปัดที่ใช้งานด้วยการกดและดึง เพื่อเข้าถึงฟังก์ชันด้านความสะดวกสบายและการขับขี่ได้โดยตรง อีกทั้งสปอร์ต โครโน (Sport Chrono) ในรูปแบบใหม่ยังได้ผสานเอกลักษณ์แบบอนาล็อกเข้ากับความแม่นยำของระบบดิจิทัลอีกด้วย
ปอร์เช่วางแนวทางการออกแบบแผงหน้าปัดโดยไม่ติดตั้งจอกลางหรือจอสำหรับผู้โดยสารแบบถาวร แต่เลือกใช้แท่นวางสมาร์ตโฟนแบบเลื่อนเก็บได้ที่รองรับเทคโนโลยี MagSafe เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้สมาร์ตโฟนส่วนตัวเป็นหน้าจอนำทางหรือแสดงข้อมูลได้เมื่อต้องการ ขณะที่แอปพลิเคชัน My Porsche มาพร้อมเมนูที่เรียบง่ายและชัดเจน ช่วยให้เข้าถึงทุกฟังก์ชันได้อย่างสะดวก รวมถึงเลือกรูปแบบหน้าปัดดิจิทัลสำหรับมาตรวัดทรงกลมที่ได้แรงบันดาลใจจากดีไซน์ในอดีต แนวคิดการออกแบบห้องโดยสารนี้ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่เป็นอันดับแรก พร้อมมอบความยืดหยุ่นและความสะดวกสบายสูงสุดในการใช้งาน
อนาคตรถสปอร์ตกับการพัฒนาแพลตฟอร์มรถสมรรถนะสูงเครื่องยนต์วางกลาง
ปอร์เช่วางแผนเพิ่มรถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่วางตำแหน่งเหนือกว่าปอร์เช่ 911 รถสปอร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ ให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างถาวรเป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือมาตรฐานสูงสุดด้านวิศวกรรมและความยืดหยุ่นสูงสุดในการพัฒนา ทั้งหมดนี้มีรากฐานมาจากประสบการณ์ในมอเตอร์สปอร์ตนานหลายทศวรรษ นวัตกรรมล้ำสมัยที่สะท้อนเอกลักษณ์ของปอร์เช่ และวิสัยทัศน์การออกแบบที่มุ่งสู่อนาคตซึ่งปอร์เช่ได้เผยให้เห็นผ่านมิชชั่น เอส
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับ เอ็มจี สนับสนุนการเดินทางในบทบาทใหม่ของ “เนเน่ รอยัล” ด้วยการดูแลภายใต้ MG SMILE
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย นำส่ง NEW MG MAXUS 9 V PLUS ถึงบ้านเกิดของ
“เนเน่ รอยัล” และครอบครัวอำลอย ณ จังหวัดภูเก็ต หลังจากได้รับมอบรถจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมให้คำแนะนำการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอย่างละเอียด เพื่อให้ครอบครัวอำลอย ได้รับความสะดวกสบายจากการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ขับขี่ได้อย่างมั่นใจด้วยการรับประกันภายใต้สิทธิประโยชน์ EV LIFETIME WARRANTY และอำนวยความสะดวกในทุกการเดินทางตามความฝันของ “เนเน่ รอยัล” สะท้อนความตั้งใจของ เอ็มจี ในการสนับสนุนเยาวชนไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกนายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนเน่ รอยัล” ถือเป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่น และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง จากจุดเริ่มต้นของสาวร็อกที่เดินตามความฝันที่จังหวัดภูเก็ต สู่การก้าวขึ้นไปแสดงศักยภาพบนเวทีระดับโลกอย่าง America’s Got Talent ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องทุ่มเท อดทน และขยันหมั่นเพียรในการฝึกซ้อม ซึ่งมีความสอดคล้องกับแบรนด์ เอ็มจี ที่ไม่หยุดคิด และพัฒนา เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนไทย และสามารถเติบโตอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 13 ปี
เอ็มจี จึงขอร่วมสนับสนุนทุกเส้นทางตามความฝันของ เนเน่ รอยัล ด้วยการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางสำหรับทุกกิจกรรมของเนเน่และสมาชิกครอบครัวอำลอย ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญ พร้อมมอบการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของครอบครัวอำลอยอย่าง NEW MG MAXUS 9 V PLUS ภายใต้บริการ MG SMILE รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนด้วย EV LIFETIME WARRANTY
เพื่อให้สาวน้อยเนเน่สามารถทุ่มเททั้งเวลา พลังกาย และพลังใจให้กับสิ่งที่รักได้อย่างเต็มที่ โดยมี NEW MG MAXUS 9 V PLUS เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับพักผ่อนและผ่อนคลายความเหนื่อยล้า ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ รองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง พร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งแถวที่ 2 แบบ CAPTAIN SEAT ที่มาพร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง ระบบนวด และระบบปรับอุณหภูมิ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM พร้อมระบบ ADAS และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถเชื่อมต่อและควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถผ่านสมาร์ตโฟน นอกจากนี้ ยังเป็น e-MPV ที่รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงแบบเร็ว (DC Quick Charge) จาก 30%–80% ภายในเวลาประมาณ 30 นาที* และสามารถขับขี่ได้ไกลสูงสุด 540 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) จึงตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวอำลอยได้เป็นอย่างดี
*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส แต่งตั้ง ‘Michelle Yeoh’ นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส แต่งตั้ง ‘มิเชล โหย่ว’ (Michelle Yeoh) นักแสดงและโปรดิวเซอร์ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน และนักแสดงชาวเอเชียคนแรกที่คว้ารางวัลจากเวทีออสการ์ปี 2023 ในสาขารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดให้กับแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์หลังจากการเผยโฉม ‘Torcal’ ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมกันนี้ยังมีการเผยแพร่ภาพถ่ายของมิเชล โหย่ว ซึ่งเป็นผลงานการถ่ายภาพโดย เกร็ก วิลเลียมส์ (Greg Williams) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส
เรื่องราวของมิเชล โหย่วกับแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์สะท้อนให้เห็นถึงความชื่นชอบต่อแบรนด์ที่มีร่วมกันกับฌอง ทอดต์ (Jean Todt) ผู้เป็นสามีและเป็นเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Continental S3 ปี 1965 รุ่น Mulsanne ปี 2019 และรุ่น Flying Spur Speed 1st Edition ปี 2025 การแต่งตั้งในครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างมิเชล โหย่วกับแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งต้อนรับเธอเข้าสู่ครอบครัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ของรถยนต์เบนท์ลีย์ที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั่วโลก
นักแสดงและโปรดิวเซอร์ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนเกิดในประเทศมาเลเซีย หลังจากนั้นเธอได้ไปศึกษาต่อยังสหราชอาณาจักรในสาขาบัลเลต์ ต่อมาเธอได้เข้าศึกษาต่อยังสาขาศิลปะสร้างสรรค์และการละครในเชสเชียร์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองครูว์อันเป็นที่ตั้งของโรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เพียง 25 กิโลเมตรเท่านั้น
เธอเริ่มสร้างชื่อเสียงในฮ่องกงในช่วงทศวรรษที่ 1980 และกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเอเชีย โดยเป็นที่รู้จักจากการแสดงฉากผาดโผนด้วยตัวเธอเองในภาพยนตร์หลายเรื่อง เธอมีผลงานการแสดงมาแล้วกว่า 50 เรื่อง รวมถึงภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกอย่าง “Tomorrow Never Dies” (เจมส์ บอนด์), “Crouching Tiger, Hidden Dragon” (ภาพยนตร์รางวัลออสการ์), “Memoirs of a Geisha”, “Sunshine”, “The Lady”, “Crazy Rich Asians”, ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวลเรื่อง “Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings”, ซีรีส์ไซไฟชุด “Star Trek: Discovery” และภาพยนตร์มิวสิคัลฟอร์มยักษ์เรื่อง “Wicked” จากผลงานเหล่านี้ เธอได้ท้าทายมุมมองแบบเดิมที่มีต่อผู้หญิงเอเชียด้วยการถ่ายทอดบทบาทตัวละครหญิงที่เข้มแข็งในปี 2023 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์จากภาพยนตร์เรื่อง “Everything Everywhere All at Once” ด้วยการเป็นนักแสดงหญิงชาวเอเชียคนแรกที่คว้ารางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม สำหรับผลงานล่าสุดของเธอ ได้แก่ “The Surgeon”, “Blade Runner 2099” และ “The Wandering Earth III”
เธอเผยว่า “ตลอดระยะเวลากว่าสี่ทศวรรษบนจอเงิน ตั้งแต่ภาพยนตร์แอ็กชันฮ่องกง ไปจนถึงเรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon และ Everything Everywhere All at Once ฉันมักจะหลงใหลในเรื่องราวของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ โดยเฉพาะตัวละครที่เติบโตและพัฒนาขึ้นโดยยังคงรักษาความเป็นตัวตนเอาไว้ ซึ่งแนวคิดนี้สะท้อนอยู่ในแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ เพราะ เบนท์ลีย์คือแบรนด์ที่ปรับเปลี่ยนตัวเองอยู่เสมอ แต่ยังคงยึดมั่นในงานฝีมือและจิตวิญญาณดั้งเดิมของตนไว้อย่างเหนียวแน่น นั่นคือเหตุผลที่ความร่วมมือครั้งนี้ คือ ความลงตัว และสำหรับฉันแล้ว ‘ทอร์คัล’ เปรียบเสมือนบทใหม่ของเบนท์ลีย์ และฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้”
Ben Whattam, Marketing Director กล่าวถึงการแต่งตั้งในครั้งนี้ว่า “ในฐานะดาราแอ็คชั่น ไอคอนของภาพยนตร์เรื่องเจมส์ บอนด์ และตำนานระดับโลก มิเชล โหย่วได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของยนตรกรรมสมรรถนะสูงและความทุ่มเทในการรังสรรค์งานฝีมือที่สมบูรณ์แบบมานานหลายทศวรรษ การประกาศบทบาทของเธอในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์พร้อมกับการเปิดตัว ‘ทอร์คัล’ รุ่นใหม่จะนำมาซึ่งความมั่นใจ บุคลิก และความทะเยอทะยานที่นิยามเบนท์ลีย์ในปัจจุบันให้มีชีวิตชีวาขึ้นมา”
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อเสนอพิเศษและทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” พร้อมลุยเค้นฟอร์มเก่ง ล่าอันดับท็อปปิดฤดูกาล ศึกโมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 7 ที่ มิซาโน
“ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ยังคงผลักดันนักบิดดาวรุ่งไทยสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ หมายเลข 85 จะลงแข่งขันรายการเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ คลาส โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนามที่ 7 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล ณ มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคมนี้
สำหรับผลงานที่ผ่านมา “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เก็บคะแนนได้ 70 คะแนน รั้งอันดับ 10 ในตารางคะแนนสะสมฤดูกาล 2026 โดยในสนามสุดท้ายนักบิดดาวรุ่งไทยจะต้องพบกับความท้าทายกับแทร็กทางตรงหลักที่ไม่ยาวมากเมื่อเทียบกับสนามที่เน้นความเร็วสูง การรักษาความเร็วและจุดสมดุลขณะเข้าโค้งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการคว้าชัยชนะสนามนี้
โดยโปรแกรมการแข่งขันของรายการเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ คลาส โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ จะเริ่มในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” จะลงสนามรอบฝึกซ้อม Free Practice 1 เวลา 15.30 น. ตามด้วยรอบฝึกซ้อม Free Practice 2 เวลา 20.05 น. ก่อนจะลงสนามรอบฝึกซ้อมอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม เวลา 15.20 น. จากนั้นจะเป็นรอบคัดเลือกรอบแรก เวลา 19.00 น. และรอบคัดเลือกรอบที่ 2 เวลา 21.05 น.
“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” จะลงแข่งขันรายการเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ คลาส โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคมนี้ โดยเรซแรกจะแข่งขันเวลา 16.00 น. และเรซที่ 2 เวลา 19.00 น.
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #JuniorGP #Maikiw #Maikiw85 #KS85
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
โตโยต้า มุ่งส่งเสริมความเป็นกลางทางคาร์บอน นำองค์กรผู้ชนะเลิศ “โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า ปีที่ 5” ศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ส่งเสริมการปรับพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องผ่าน “โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า” พร้อมขยายการมีส่วนร่วมจากบุคคลสู่องค์กร โดยนำทีมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลศุภมิตร จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ชนะเลิศประเภทองค์กรจากโครงการปีที่ 5 เข้าร่วมกิจกรรม “เรียนรู้วิถีญี่ปุ่น สู่ความยั่งยืนแบบโตโยต้า” ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 9–13 ตุลาคม 2569 เพื่อนำองค์ความรู้มาต่อยอดการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในองค์กร
โตโยต้าได้ดำเนิน “โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า” มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อมุ่งสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้สังคมไทยร่วมรับมือกับภาวะโลกร้อนผ่านการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ทั้งการลดใช้พลาสติก เพิ่มพื้นที่สีเขียว เดินทางด้วยพลังงานสะอาด และบริโภคอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินงาน ตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยโครงการในปีที่ 5 นี้ ได้ขยายการมีส่วนร่วมสู่ประเภทองค์กร ส่งเสริมให้บุคลากรร่วมลงมือทำและชักชวนเพื่อนร่วมงาน เพื่อพัฒนาพฤติกรรมของแต่ละคนสู่แนวปฏิบัติร่วมกันในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “ทุกการกระทำ คือพลังเปลี่ยนโลก”
กิจกรรมครั้งนี้ประกอบด้วยการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองโตโยต้า (Toyota City Museum) และพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีโตโยต้า (Toyota Commemorative Museum of Industry and Technology) เพื่อเรียนรู้พัฒนาการด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวคิดการดำเนินงานของโตโยต้า ควบคู่กับการเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมการดูแลสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างจิตสำนึกและการปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรต่อไป
โตโยต้า มุ่งสร้างความยั่งยืนของสังคมไทยควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ ผ่านการลดการปล่อยคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยการพัฒนาโซลูชันการเดินทางที่หลากหลาย (Multi-Pathway) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมภายใต้ “โครงการโตโยต้าเมืองสีเขียว” เพื่อให้พลังของประชาชน องค์กร และชุมชนร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine






































































































































































