-
News Motocycle1 Min Read
“ฮอนด้า” ชวนแฟนความเร็วชาวไทยเชียร์ “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ 2026” ส่งนักบิดทดสอบดีกรีแชมป์โลก ควบ Honda CBR1000RR-R สนามแรก
ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 เตรียมระเบิดความมันส์สนามแรกของฤดูกาลในสุดสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สนามฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ท่ามกลางการติดตามจากแฟนความเร็วทั่วโลก
ในปีนี้มีความพิเศษอย่างมากสำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ต 2 ล้อชาวไทย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักแข่งไทยที่ได้ลงแข่งขันในรุ่นใหญ่ของศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ (WorldSBK) ร่วมกับสังกัดทีมโรงงานยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง ฮอนด้า เอชอาร์ซี (Honda HRC)
ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ในฤดูกาลนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ ไทยฮอนด้า ที่สามารถผลักดันนักแข่งไทยของเรา ก้าวเข้าสู่ทีมโรงงานของ ฮอนด้า เอชอาร์ซี ส่วนสำคัญก็มาจากความมุ่งมั่น ทักษะ และผลงานของ “ก้อง-สมเกียรติ” ที่แสดงให้ชาวต่างชาติเห็นถึงความสามารถ จนถูกดึงเข้าสู่ทีมโรงงานของฮอนด้า นี่คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยเลยครับ”
“ในปีนี้ผมอยากขอเชิญชาวแฟนชาวไทย ส่งกำลังใจเชียร์ “เจ้าก้อง” ของพวกเรา ให้โลดแล่นและสร้างผลงานดีๆ มาฝากแฟนๆ ชาวไทยให้ได้ ถึงแม้จะพลาดลงสนามแรกอย่างน่าเสียดายจากอาการบาดเจ็บ แต่ก็ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้อย่างยอดเยี่ยม คาดว่าจะกลับมาได้เร็วๆ นี้ และขอฝากผลงานรถแข่ง Honda CBR1000RR-R ของเราด้วยนะครับ วิศวกรของ ฮอนด้า ทุ่มเทหนักมากเพื่อพัฒนารถแข่งคันนี้ให้ต่อสู้เพื่อความสำเร็จใน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์” ดร.อารักษ์ เผย
สำหรับ ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ นับเป็นเวทีมอเตอร์สปอร์ต 2 ล้อ ที่มีการต่อสู้อย่างเข้มข้นของค่ายผู้ผลิตรถจักรยานยนต์แถวหน้าของโลก โดยใช้สนามแข่งขันทั่วโลกเป็นเวทีประลองความแข็งแกร่งของเทคโนโลยีผ่านกีฬาความเร็ว
รถแข่งที่ใช้ในสนามต้องอยู่ภายใต้กฎของรถโปรดักชั่น ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงในท้องตลาด และถูกนำมาดัดแปลงตามกติกาของการแข่งขัน ติดตั้งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ สู่การใช้งานจริงในท้องตลาดด้วย
ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 จะดวลความเร็วกันทั้งสิ้น 12 สนาม ที่มีคาแร็กเตอร์แตกต่างกัน ประกอบด้วย ฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย, อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศโปรตุเกส, ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์, บาลาตอน พาร์ค เซอร์กิต ประเทศฮังการี, โมสต์ ออโตโดรม สาธารณรัฐเช็ก, มอเตอร์แลนด์ อารากอน ประเทศสเปน, มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต มาร์โก ซิมอนเชลลี ประเทศอิตาลี, โดนิงตัน พาร์ค สหราชอาณาจักร, แม็กนีย์-คูร์ส ประเทศฝรั่งเศส, เครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี, เซอร์กิโต เอสโตริล ประเทศโปรตุเกส และ เซอร์กิโต เด เฮเรซ ประเทศสเปน
รูปแบบการแข่งขันจะแบ่งออกเป็นการดวลกันทั้งสิ้น 3 เรซ ต่อ 1 สนาม โดยจะมีการซ้อมในวันศุกร์ และเช้าวันเสาร์ ก่อนจะจับเวลารอบ “ซูเปอร์โพล” ซึ่งเปรียบเสมือนการควอลิฟายเพื่อจัดกริดสตาร์ต ก่อนจะดวลความเร็วเรซแรกในวันเสาร์
จากนั้น ในวันอาทิตย์จะมี “ซูเปอร์โพล เรซ” ซึ่งเป็นการแข่งขันระยะทางครึ่งหนึ่งของเมนเรซ และเก็บคะแนนสะสมครึ่งหนึ่งของแต้มเต็ม ถือเป็นต้นแบบของ “สปรินต์เรซ” ในโมโตจีพี ก่อนจะดวลเรซที่ 2 ในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์
ทั้งนี้ ในฤดูกาล 2026 ฮอนด้า เอชอาร์ซี ได้ปรับโครงสร้างทีมครั้งใหญ่ด้วยการดึง 2 นักบิดคู่ใหม่อย่าง
“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวไทย และ “เจค ดิ๊กสัน” หมายเลข 96
ทีมเมทชาวอังกฤษ พร้อมกับ “โจนาธาน เรีย” หมายเลข 65 แชมป์โลก 6 สมัยชาวไอริชมารับหน้าที่นักบิดทดสอบ
โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อพารถแข่ง Honda CBR1000RR-R ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ใน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ให้ได้ โดย “ก้อง-สมเกียรติ” นักบิดชาวไทยเปิดเผยว่า “ทีมได้มีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์จาก โมโตจีพี มาใช้ในฤดูกาลนี้ และถือว่ามีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม ส่วนการฟื้นตัวของผมก็ดีขึ้นเรื่อยๆ หากฟิตสมบูรณ์ตามแผนเราจะกลับไปทดสอบที่ ปอร์ติเมา และลงแข่งที่นั่นเป็นครั้งแรก ผมตั้งเป้าพาธงชาติไทยขึ้นโพเดียมให้ได้ในปีนี้ครับ”
สำหรับ ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 จะเปิดฉากสนามแรกระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สนามฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย โดยจะถ่ายทอดสดทุกสนามผ่านทาง TrueVisions Now SPOTV
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า น้อมถวายพวงมาลา ถวายสักการะ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด นำโดย ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน และตัวแทนร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และน้อมวางพวงมาลาถวายสักการะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทย พร้อมจักร่วมสืบสานพระราชปณิธานอันทรงคุณค่าให้ดำรงมั่นสืบไปตราบนิจนิรันดร์
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine




-
News Motocycle2 Min Read
Kawasaki เปิดตัว All-New KLE500 ปลุกตำนาน Adventure Touring คืนชีพสู่สมรภูมิอย่างยิ่งใหญ่
– LIFE’S A RALLY. RIDE IT.-Kawasaki สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในตลาดรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ พร้อมรุกขยายไลน์อัปในเซกเมนต์ Middleweight Adventure Touring ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลกและประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว All-New KLE500 (รุ่นปี 2026) รถแอดเวนเจอร์ขนาดกลางที่ผสานจิตวิญญาณของตำนานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด “KAWASAKI’S INVITATION TO GENUINE ADVENTURE” — “บัตรเชิญสู่โลกการผจญภัยที่แท้จริง” เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เข้าถึงง่าย ควบคุมได้มั่นใจ และพร้อมลุยได้จริงในทุกเส้นทาง
รถ Adventure ที่เข้าถึงได้จริง
All-New KLE500 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็น สะพานเชื่อมระหว่างการใช้งานในชีวิตประจำวันและการผจญภัยนอกเส้นทางตอบโจทย์ตั้งแต่นักขี่ที่ต้องการรถแอดเวนเจอร์คันแรก ไปจนถึงผู้ที่มองหารถ Touring ที่พร้อมพาออกถนนได้อย่างมั่นใจ
ตัวรถมีน้ำหนักเบา ควบคุมง่าย ขี่ได้ในชีวิตประจำวัน และลุยทางไกลในวันหยุดมรดกจากปี 1991 สู่การกลับมาของตำนาน
KLE500 ถือกำเนิดครั้งแรกในปี 1991 จากการนำเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ของ GPZ500 มาปรับจูนให้ใช้งานได้หลากหลาย จนกลายเป็นรถ “Dual-Purpose” ที่ได้รับความนิยมยาวนานกว่า 15 ปี
ตลอด 15 ปีบนสายพานการผลิต KLE500 พิสูจน์ตัวเองในฐานะรถที่ไว้ใจได้และเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ จนกระทั่งยุติการผลิตในปี 2007 เพื่อส่งไม้ต่อให้ตระกูล Versys และ KLR
การกลับมาในปี 2026 คือการนำ จิตวิญญาณดั้งเดิม มาตีความใหม่ ให้สอดคล้องกับการใช้งานของนักขี่ในยุคปัจจุบันแนวคิดการออกแบบ: Invitation to Genuine Adventure –“บัตรเชิญสู่โลกการผจญภัยที่แท้จริง”–
ดีไซน์สไตล์ Rally-Inspired ถ่ายทอดความแข็งแกร่งและฟังก์ชันการใช้งานจริง ตั้งแต่ชิลด์หน้าทรงสูงที่ปรับระดับได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันลม ถังน้ำมันทรงเพรียวที่ออกแบบให้ผู้ขับขี่ขยับตัวและยืนควบคุมรถได้สะดวก ล้อซี่ลวดขนาด 21”/17” ที่พร้อมรองรับเส้นทางออฟโรด ไปจนถึงแฟริ่งด้านหน้าทรง Tall Front Cowl และแผงชิลด์ใสสไตล์ Rally ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและภาพลักษณ์สายลุยอย่างชัดเจน สะท้อนสัดส่วนตัวรถที่เอื้อต่อการยืนขี่และควบคุมรถบนเส้นทางฝุ่นได้อย่างมั่นใจ
Executive Quote
“การกลับมาของ KLE500 ในครั้งนี้ คือเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นครั้งใหม่ของคาวาซากิ ประเทศไทย ในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น นอกเหนือจากการส่งมอบรถจักรยานยนต์มาตรฐานโลก ที่สามารถใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อทั้งบนถนนในชีวิตประจำวันและเส้นทางฝุ่นที่ท้าทาย เรายังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งมอบความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ด้วยการ ปรับโครงสร้างราคาอะไหล่บำรุงรักษาให้สมเหตุสมผลและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อสะท้อนถึงความตั้งใจจริงของเราที่อยากให้ลูกค้าทุกคนสนุกกับทุกการเดินทาง และภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวคาวาซากิครับ”
— Director of Kawasaki Sales and Marketing Division, Mr. Yusuke Shimadaจุดเด่นผลิตภัณฑ์
- Best Package for Off-Pavement Exploration
ออกแบบเพื่อการขับขี่นอกเส้นทางอย่างแท้จริง มอบความมั่นใจและการควบคุมที่เหนือกว่าในทุกสภาพพื้นผิวถนน
- ระบบกันสะเทือนหน้า KYB แบบหัวกลับ ทำงานร่วมกับ New Uni-Trak ด้านหลัง พร้อมระยะยุบสูงถึง 210 มม. / 196 มม. ช่วยซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มเสถียรภาพและความนุ่มนวลเมื่อขับขี่บนเส้นทางออฟโรด
- น้ำหนักรถเพียง 194 กก. (Curb mass) ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย คล่องตัวทั้งขณะลุยทางฝุ่นและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
- ระยะความสูงใต้ท้องรถ 185 มม. ช่วยให้ผ่านอุปสรรคหรือพื้นผิวขรุขระได้อย่างมั่นใจ ลดโอกาสกระแทกใต้ท้องรถในเส้นทางสมบุกสมบัน
- Rally-Inspired Style
สะท้อน DNA สายลุยจากรถแข่ง Rally ผสานดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
- ล้อซี่ลวดขนาด หน้า 21” / หลัง 17” ช่วยเพิ่มความสามารถในการซับแรงสะเทือนและยึดเกาะพื้นผิวที่หลากหลาย เหมาะทั้งทางเรียบและทางฝุ่น
- องค์ประกอบดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ Rally-Raid เสริมภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง พร้อมฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการผจญภัยระยะไกลในเส้นทางออฟโรดได้อย่างมั่นใจ
- สัดส่วนตัวรถและเส้นสายแฟริ่งถูกออกแบบให้เอื้อต่อการเคลื่อนไหวของผู้ขับขี่ ช่วยให้ยืนควบคุมรถและถ่ายน้ำหนักได้อย่างเป็นธรรมชาติในเส้นทางออฟโรด
- Touring Comfort & Practicality
พร้อมรองรับการเดินทางไกล ด้วยความสบายและความอเนกประสงค์ในทุกทริป
- ถังน้ำมันความจุ 16 ลิตร ผสานอัตราสิ้นเปลืองที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มระยะทางต่อการเติมหนึ่งครั้ง รองรับการเดินทางระยะไกลได้อย่างต่อเนื่อง
- ท่านั่งแบบหลังตรง Upright Riding Position ลดความเมื่อยล้า เพิ่มความสบายทั้งการขับขี่ในเมืองและทริปทัวริ่งหลายชั่วโมง
- โครงสร้างท้ายรถที่แข็งแรง รองรับการติดตั้งกระเป๋าข้างและ Top case พร้อมกัน เพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกสัมภาระสำหรับการเดินทางผจญภัย
สมรรถนะและเทคโนโลยี
ขุมพลัง 2 สูบ เรียง 451 ซีซี DOHC 8 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 52 PS และแรงบิด 42.6 นิวตันเมตร
ปรับจูนให้ตอบสนองนุ่มนวลในรอบต่ำ-กลาง และให้พละกำลังต่อเนื่องสำหรับการเดินทางไกลที่สนุกเร้าใจยิ่งขึ้น- ระบบ Assist & Slipper Clutch ช่วยให้ควบคุมรถง่ายขึ้นทั้งบนถนนและทางฝุ่น
- Swichable ABS เลือกเปิด-ปิด ABS ได้ตามลักษณะเส้นทางและการใช้งาน
- RIDEOLOGY THE APP MOTORCYCLE เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ดูข้อมูลรถ บันทึกเส้นทาง และการแจ้งเตือนต่าง ๆ
การควบคุมและสรีรศาสตร์
เฟรม Trellis น้ำหนักเบาเพียง 19 กก. ช่วยให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เสริมความมั่นใจในการควบคุมทั้งขณะขับขี่และจอดหยุดนิ่ง ท่านั่งถูกออกแบบตามหลัก Ergonomics ให้สมดุลระหว่างความสบายและการควบคุม พร้อมความสูงเบาะ 870 มม. ที่เอื้อต่อการวางเท้าและการทรงตัว รองรับผู้ขับขี่หลากหลายสรีระ รวมถึงผู้เริ่มต้นขับขี่ในกลุ่ม Adventure อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมเบาะต่ำให้เลือก เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถในทุกสถานการณ์
มาตรฐานการผลิต
All-New KLE500 ผลิตในประเทศไทย เพื่อส่งออกสู่ตลาดโลก สะท้อนมาตรฐานการผลิตระดับสากล และบทบาทสำคัญของประเทศไทยในกลยุทธ์ Global Production ของ Kawasaki
รุ่นและอุปกรณ์ (Model Line-up)
KLE500 มีให้เลือกทั้งรุ่น Standard ที่ครบครันสำหรับการใช้งานรอบด้าน และรุ่น SE ที่เพิ่มอุปกรณ์สายลุยและความสะดวกสบาย อาทิ ชิลด์หน้าขนาดใหญ่ Hand guard เสริมโครง Skid plate ขนาดใหญ่ และหน้าจอ TFT สี เพื่อรองรับการเดินทางผจญภัยได้เต็มรูปแบบยิ่งขึ้น
อุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมใน KLE500 SE
• ชิลด์หน้าขนาดใหญ่พิเศษ (Large Windshield)
เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันลม เหมาะกับการเดินทางไกลและความเร็วสูง- การ์ดแฮนด์ (Hand Guards)
ช่วยป้องกันมือจากลม เศษหิน และกิ่งไม้ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ออฟโรด
Skid Plate ขนาดใหญ่
เสริมการปกป้องเครื่องยนต์และใต้ท้องรถ เมื่อต้องเผชิญเส้นทางสมบุกสมบัน-
หน้าจอแสดงผล TFT สี 4.3 นิ้ว
แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน พร้อมภาพกราฟิกคมชัด เพิ่มความพรีเมียมในการใช้งาน
ไฟส่องสว่าง LED รอบคัน (เฉพาะอุปกรณ์เสริมบางรายการใน SE)
เสริมทัศนวิสัยและภาพลักษณ์สไตล์ Rally
ราคาและการจำหน่าย
All-New KLE500 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมวางจำหน่ายใน 2 รุ่นย่อย ได้แก่
- KLE500 ราคา 199,000 บาท
• KLE500 SE ราคา 219,000 บาท
ข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว
ในช่วงเปิดตัว Kawasaki จัดข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้จองและออกรถตั้งแต่ 17 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้
- คูปองเงินสดมูลค่า 3,000 บาท
• ฟรีประกันภัยชั้น 1
• เรทดอกเบี้ยพิเศษ 3.69 %
หมายเหตุ: เงื่อนไขและระยะเวลาโปรโมชั่นเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
บุรีรัมย์จัดทัพ! ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ซ้อมแพทย์–อบรมมาร์แชล จัดประชุมใหญ่ก่อน MotoGP เปิดฉากสนามแรก
ทุกภาคส่วนเดินหน้าความพร้อมเต็มระบบ ทั้งติวเข้มมาร์แชล แผนแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมประชุมใหญ่ทุกภาคส่วน วางมาตรการเข้มงวดทั้งที่พัก การจราจร ความปลอดภัย การท่องเที่ยว และการบริการนักเดินทาง สร้างความเชื่อมั่นก่อนเข้าสู่ช่วง Pre-Season Test สุดสัปดาห์หน้าและศึกเปิดฤดูกาล PT Grand Prix of Thailand 2026 ปลายกุมภาพันธ์นี้
บรรยากาศความเคลื่อนไหว ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มคึกคักอย่างต่อเนื่อง หลังจากอุปกรณ์การแข่งขันล็อตแรกได้เดินทางถึงสนามเป็นที่เรียบร้อย โดยทางสนามได้เริ่มดำเนินการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานทันที ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมรอบด้านเพื่อยกระดับการจัดงานสู่มาตรฐานโลก
ล่าสุดได้มีการจัด อบรมทีมมาร์แชล (Marshal) และ ทีมแพทย์สนาม (Medical Team) อย่างเข้มข้น เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในกฎกติกาใหม่ ๆ ทั้งด้านการควบคุมการแข่งขัน ความปลอดภัยในสนาม และการทำงานร่วมกับ Race Direction ตามมาตรฐานสากลของโมโตจีพี รวมทั้งเตรียมแผนเผชิญเหตุแพทย์ฉุกเฉินให้มีความรวดเร็วและแม่นยำที่สุด นอกจากนี้ยังมีการทำความสะอาดและปรับปรุงทัศนียภาพรอบสนาม โดยความร่วมมือจากหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้พร้อมสำหรับการต้อนรับแฟนความเร็วจากทั่วโลก
ด้านจังหวัดบุรีรัมย์จัดประชุมคณะกรรมการสนับสนุนการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก สนามที่ 1 PT Grand Prix of Thailand 2026 ที่ห้องประชุมสนามช้างอารีนา นำโดย นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนรองรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลก ซักซ้อมแผนการดำเนินงานในทุกมิติ
ที่ประชุมเน้นมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งการจัดการจราจร การรักษาความปลอดภัย ระบบขนส่ง และการบริการนักท่องเที่ยว โดยจังหวัดเตรียมชูจุดเด่น “วิถีบุรีรัมย์” ถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านวัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่น และชุมชน พร้อมจัดรถ Shuttle “แต๋น” รับ–ส่งนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อสร้างประสบการณ์แบบท้องถิ่น สร้างสีสันเอกลักษณ์ไทย
มาตรการสำคัญที่เน้นย้ำในที่ประชุมประกอบด้วย ด้านสุขาภิบาล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ (สสจ.) ลงพื้นที่ตรวจเข้มที่พัก, ร้านอาหาร และสถานบริการต่าง ๆ เน้นสุขาภิบาลและความปลอดภัย ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ได้วางแผนการจราจร การอำนวยความสะดวก และการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งในพื้นที่สนามแข่งขัน เส้นทางหลัก โรงแรมที่พัก และจุดท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้สรุปแผนการจัดการจราจรเส้นทางหลักและรอบสนาม รวมถึงการอำนวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ส่วนงานคุ้มครองผู้บริโภค ห้ามผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาห้องพักและอาหาร หากพบการเอาเปรียบสามารถแจ้งสายด่วนผ่านศูนย์ปฏิบัติการ Anytime Anywhere in Buriram โทร. 044-666-504 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งจัดเตรียมอาสาสมัคร Ask Me และ GU เก็บ เพื่อให้ข้อมูลและดูแลความสะอาดทั่วบริเวณงาน
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้เตรียมอาสาสมัครท่องเที่ยวคอยให้ข้อมูลและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตลอดช่วงการแข่งขัน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวของจังหวัด โดยคาดว่าการแข่งขันครั้งนี้จะสร้างรายได้หมุนเวียนและตอกย้ำภาพลักษณ์บุรีรัมย์ในฐานะเมืองกีฬาและจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือ ดอร์น่า สปอร์ต ผู้ถือลิขสิทธิ์โมโตจีพี ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น MotoGP Sports Entertainment Group (MotoGP SEG) สะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตและความบันเทิงระดับโลก
ทั้งนี้ สุดสัปดาห์หน้า วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม Pre-Season Test อย่างเป็นทางการ ก่อนเปิดศึกสนามแรกของฤดูกาล รายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026” ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569
ทุกฝ่ายยืนยันเดินหน้าทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมต้อนรับนักแข่ง ทีมงาน สื่อมวลชน และแฟนความเร็วจากทั่วโลก ให้ได้รับประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย จนถึงสัปดาห์แห่งประวัติศาสตร์ของสนามเปิดฤดูกาลบนแผ่นดินไทย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
ฮอนด้า ซีวิค ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย แนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท ที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบสิทธิพิเศษ 50,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 17 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และรับรถภายใน 10 เม.ย. 2569
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมทัพ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid โดยปรับไลน์อัป ฮอนด้า ซีวิค เป็นระบบ
ฟูลไฮบริด e:HEV และสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมกับโลโก้ H Mark ในโทนสีโมโนโครมเงินและดำในทุกรุ่นย่อย พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท มาพร้อมสิทธิพิเศษ 50,000 บาท* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับฟูลไฮบริดซีดานที่คุ้มค่าในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นโดย Honda Civic e:HEV มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ดังนี้
- ใหม่! รุ่น e:HEV EL ราคา 949,000 บาท
ให้คุณได้สัมผัสขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์สายสปอร์ตที่มองหาความคุ้มค่าที่ลงตัวกับทุกการใช้งาน
- รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,099,000 บาท
ยกระดับความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์
- รุ่น e:HEV RS ราคา 1,239,000 บาท
ที่สุดแห่งจิตวิญญาณความสปอร์ตที่มาพร้อมดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟรอบคัน จัดเต็มด้วยออปชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย
ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท
เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569
- ทางเลือกที่ 1 ดอกเบี้ยพิเศษ 1.74% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) สำหรับลูกค้าทั่วไปรับดอกเบี้ย 89% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี* มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท**
Honda Exclusive Care 3 ปี (ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์) มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท** ประกอบด้วย
– ฟรี ประกันภัย 1 ปี
– ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
– ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.
- ทางเลือกที่ 2 โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
- ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,847 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
- ทางเลือกที่ 3 เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท*
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
- เพิ่มเติม! Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda Civic e:HEV
รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 20,000 บาท* - สำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และกลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 10% จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า
ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.honda.co.th/civic โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณ
ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่- เว็บไซต์:honda.co.th
- Facebook Official Account: Honda Thailand
- LINE Official Account: @honda-thailand
-
News Motocycle1 Min Read
ทัพนักบิดฮอนด้าฝ่าด่านหินเก็บผลงาน 2 สนามรวด “นีโม่-จิรัฎฐ์” ดับเบิ้ลโพเดียม Premier MX-1 ศึก FMSCT Thailand Motocross สนาม 2-3
ทัพนักบิดฮอนด้าฝ่าการแข่งขันสุดหินด้วยสมรรถนะของยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R ทำผลงานในการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ FMSCT Thailand Motocross 2026 สนามที่ 2 และ 3 รุ่นท็อปสุดของรายการอย่าง Premier MX-1 “นีโม่-จิรัฎฐ์” สู้กับปัญหาทางเทคนิคคว้าผลงานระดับท็อปเก็บโพเดียมอันดับที่ 2 สองสนามรวด ควง “แซงค์-กฤษฎา” โชว์ความจัดจ้านคว้าโฮลด์ช็อตมาครองได้ทั้ง 2 สนาม เมื่อวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ที่สนาม แดนพนาออฟโรดปาร์ค จังหวัดน่าน
การแข่งขันรายการ FMSCT Thailand Motocross สนาม 2 นักบิดระดับชั้นนำของประเทศในรุ่น Premier MX-1 พบความท้าทายกับคาแร็กเตอร์ของสนาม มีเนินสูงและต้องมุดลงโค้งที่ลึก วัดความแข็งแกร่งของนักบิดและสมรรถนะของรถแข่ง โดยการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเป็นยอดนักบิดฮอนด้า “แซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต ทะยานรถแข่ง Honda CRF450R หมายเลข 17 จากทีม Honda17 Kitsada Dirtshop Dunlop Motul บดกับคู่แข่งตั้งแต่โค้งแรกก่อนทะยานคว้าโฮลด์ช็อตไปครองได้สำเร็จ และพยายามฉีกความเร็วออกมาในตำแหน่งผู้นำช่วงต้นเกม
โดยมี “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ หมายเลข 1 สังกัดทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak ขึ้นมาร่วมชิงอันดับในกลุ่มท็อป 3 ได้อย่างรวดเร็ว แซงผ่าน “แซงค์-กฤษฎา” ขึ้นมารั้งอันดับที่ 2 และพยายามไล่ตามผู้นำอย่างเต็มกำลัง ก่อนที่จะเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 2 ในสนามนี้ ทางด้านของ “แซงค์-กฤษฎา” ต้องรับมือกับคู่แข่งที่บุกเข้าหาอย่างต่อเนื่อง แต่สามารถป้องกันตำแหน่งของตัวเองเอาไว้ได้ กระโดดเนินคว้าธงหมากรุกในอันดับที่ 3 โดยมี “พีเอ” ปรีดาอนันต์ บูน หมายเลข 55 จากทีม Honda Asia Bowin Idemitsu S Motor คว้าอันดับที่ 7 และ “ยศ” ภานุพงศ์ สมสวัสดิ์ หมายเลข 93 รถแข่ง Honda CRF450R สังกัดทีม Honda สจโก๋ IDEMITSU WRC ชาญยนต์ DRTC Pirelli Dirtshop Silver Rock สนทยาพืชผล ปิยะกิตติ์ขนส่ง Hugcustom จบการแข่งขันในอันดับที่ 9
ขณะที่การแข่งขันในรุ่น MX-2 Pro “คิ้วท์” พันธกานต์ บุญชาลี หมายเลข 17 บิดยอดรถแข่ง Honda CRF250R ทีม Honda Asia Bowin Idemitsu S Motor ระเบิดผลงานคว้าอันดับที่ 2 มาครอง โดยมี “ไตรตั้น” เตโชดม มีแสง หมายเลข 193 จากทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak Motorsport ตามมาในอันดับที่ 3 บนโพเดียม
การแข่งขันสนามที่ 3 ดวลกันต่อ “แซงค์-กฤษฎา” ยังคงร้อนแรงทะยาน ออกมาคว้าโฮลด์ช็อตได้อีกครั้ง ขณะที่ “นีโม่-จิรัฎฐ์” รถสะดุดดับในช่วงออกตัว ต้องขยับไล่ล่ามาจากอันดับท้ายสุด ซึ่งยอดนักบิดฮอนด้าเจ้าของแชมป์ประเทศไทยปี 2025 โชว์สมรรถนะรถแข่งฮอนด้า ไล่แซงคู่แข่งคันต่อคันขึ้นมาเป็นผู้นำได้สำเร็จ
“นีโม่-จิรัฎฐ์” ต้องพบกับความท้าทายอีกครั้ง เมื่อเบรกของรถแข่งมีปัญหา ก่อนควบคุมความเสี่ยงประคองคว้าโพเดียมเป็นอันดับที่ 2 โดยมี “แซงค์-กฤษฎา” ตามมาในอันดับที่ 3 บนโพเดียมอีกครั้ง ขณะที่ “ยศ-ภานุพงศ์”
ขยับผลงานขึ้นมาคว้าท็อป 5 และ “พีเอ-ปรีดาอนันต์” อยู่ในอันดับที่ 7
รุ่น MX-2 Pro 2 นักบิดฮอนด้าเรซซิ่ง ไทยแลนด์ ยังคงสลับกับทำผลงานในกลุ่มหัวแถวได้อีกครั้ง มี “ไตรตั้น-เตโชดม” ยกระดับอีกขั้นขึ้นมาคว้าอันดับที่ 2 และ “คิ้วท์-พันธกานต์” เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 6
ขณะที่สถานการณ์ในตารางคะแนนชิงแชมป์ประเทศไทย รุ่น Premier MX-1 “นีโม่-จิรัฎฐ์” แชมป์ประเทศไทยคนปัจจุบัน เก็บไปแล้ว 49 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 2 ของตาราง โดยมี “แซงค์-กฤษฎา” ตามมาเป็นอันดับที่ 3 ด้วยคะแนนสะสม 40 คะแนน และ “ยศ-ภานุพงศ์” อยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางกับคะแนนสะสม 31 คะแนน และ อันดับที่ 9 ของตารางโดย “พีเอ-ปรีดาอนันต์” ด้วย 21 คะแนน
ตารางคะแนนสะสมของรุ่น MX-2 Pro (250cc.) “ไตรตั้น-เตโชดม” รั้งอันดับที่ 3 ของตารางด้วยคะแนนสะสม 42 คะแนน “คิ้วท์-พันธกานต์” ตามมาติด ๆ ในอันดับที่ 4 กับคะแนนสะสม 40 คะแนน
ทั้งนี้ โปรแกรมการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2026 จะแข่งขัน 2 สนามติดต่อกันอีกครั้ง โดยสนามที่ 4 จะแข่งขันกันในวันที่ 21 มีนาคม 2569 และดวลกันต่อเนื่องในโปรแกรมสนามที่ 5 วันที่ 22 มีนาคม 2569 ที่สนาม ขนอมโมโตครอส (บ้านน้ำโฉ) จ.นครศรีธรรมราช
#ThaiHonda #Motorsport #ThailandMotocross #HondaRacingThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
Primus Group เข้าพบผู้ว่าฯ – ผู้บริหารเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก
คณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group ผู้นำธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายนริศ นิรามัยวงศ์ (รูป1 ที่ 3 จากขวา) ผู้ว่าราชการ จังหวัดชลบุรี, นายบรรลือ กุลละวณิชย์ (รูป2 ที่ 4 จากขวา) ประธาน สภาเมืองพัทยา และ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ (รูป2 ที่ 5 จากขวา) นายก เมืองพัทยา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมรับฟังแนวนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา
พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร Primus Group ได้รายการความคืบหน้าและการเติบโตของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของกลุ่ม Primus Group ในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะการรุกตลาดแบรนด์รถยนต์จีนในช่วงปีที่ผ่านมา
ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รวม 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Deepal และ Aion โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่
เฉพาะที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 1 แห่ง, MG จำนวน 2 แห่ง, Deepal จำนวน 1 แห่ง และ Aion จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งหมด 5 แห่ง สะท้อนความเชื่อมั่นและบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า ร่วม สพฐ. จุดพลังสามัคคี “วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 21” รอบชิงฯ โรงเรียนอามานะศักดิ์ (ทีม A) พลิกจากอันดับ 3 ปีที่ผ่านมา ผงาดแชมป์ประเทศไทย
คว้าถ้วยพระราชทานฯ
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการแข่งขัน “สพฐ.–ไทยฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 21″ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรมแก่เด็กและเยาวชนไทย โดยรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปีการศึกษา 2568 ได้จัดขึ้น ณ สนามฟุตบอล การกีฬาแห่งประเทศไทย 1 (หัวหมาก)
ดร.อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “กีฬาวิ่ง 31 ขา ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านความเร็วเท่านั้น แต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยหล่อหลอมให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องความสามัคคี ความมีวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และการรู้แพ้ รู้ชนะ ควบคู่กับการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ไทยฮอนด้ารู้สึกยินดีที่ได้สนับสนุนกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และขอชื่นชมทุกทีมที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมเพรียงเป็นหนึ่งเดียว”
“การแข่งขันในปีที่ 21 นี้ ยังคงจัดขึ้นภายใต้โครงการไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย โดยมุ่งส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนผ่านกิจกรรมกีฬาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความคิด และทักษะการทำงานร่วมกัน ในปีนี้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 200 ทีม จากทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการได้จัดการแข่งขันในระดับจังหวัด และคัดเลือกทีมที่ทำเวลาดีที่สุดจำนวน 20 ทีม ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ นับตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน มีเยาวชนเข้าร่วมแล้วกว่า 510,000 คน และยังคงได้รับความสนใจจากสถานศึกษาทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับรอบชิงชนะเลิศในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเยาวชนที่ได้เข้าชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนับเป็นเกียรติอันสูงสุดของการแข่งขันครั้งนี้”
สำหรับกติกาการแข่งขันวิ่ง 31 ขา กำหนดให้แต่ละทีมประกอบด้วยนักกีฬา 30 คน โดยมีหัวหน้าทีม 1 คน พร้อมนักกีฬาสำรอง 4 คน และครูผู้ฝึกสอน 1-3 คน โดยนักกีฬาทั้ง 30 คนจะต้องผูกขาเข้าด้วยกัน และวิ่งระยะทาง 50 เมตร ให้เข้าเส้นชัยพร้อมกันให้เร็วที่สุด ซึ่งต้องอาศัยความสามัคคี การประสานงาน และการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง
การแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทยปีนี้ เต็มไปด้วยความเข้มข้นและพลังทีมเวิร์กที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น โดยผลการแข่งขันมีดังนี้
- ชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนอามานะศักดิ์ (ทีม A) จังหวัดปัตตานี สนับสนุนโดย บริษัท อริยะมอเตอร์ (ปัตตานี) จำกัด ทำเวลาเร็วที่สุด 8.822 วินาที
สร้างบทพิสูจน์แห่งพลังสามัคคี พลิกจากอันดับ 3 ในปีที่ผ่านมา สู่การคว้าแชมป์ประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่
- รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านริมใต้ จังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนโดย บริษัท นัติมอเตอร์ จำกัด ทำเวลา 8.998 วินาที
- รองชนะเลิศอันดับ 3 โรงเรียนบ้านละหานทราย (คุรุราษฎร์บำรุงวิทยา) จังหวัดบุรีรัมย์สนับสนุนโดย บริษัท บุรีรัมย์ยนตรการ จำกัด ทำเวลา 9.153 วินาที
ทั้งนี้ กีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี เริ่มต้นขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2538 เพื่อส่งเสริมความสามัคคีและฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ ต่อมาในปี 2548 กีฬานี้ได้ถูกนำมาจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และภายหลัง บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขยายการแข่งขันสู่โรงเรียนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนไทยได้พัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ฝึกความอดทน ความมุ่งมั่น และการมีน้ำใจนักกีฬา ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญในการเติบโตเป็นบุคลากรและผู้นำที่มีคุณภาพในอนาคต
ติดตามความเคลื่อนไหว และผลการแข่งขัน “สพฐ.-ไทยฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี” ได้ที่ www.facebook.com/honda31legs
#ฮอนด้าวิ่ง31ขา #ก้าวกล้าสามัคคีสัญจร #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #Thaihonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
โมตุลเปิดตัว NGEN Hybrid ทางเลือกที่ชาญฉลาดและยั่งยืนสำหรับรถยนต์ไฮบริดยุคใหม่
โมตุล ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมน้ำมันหล่อลื่น และผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องสมรรถนะสูง ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “NGEN Hybrid” ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผลิตภัณฑ์ล่าสุดภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ NGEN ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนของแบรนด์ NGEN Hybrid ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ รถยนต์ไฮบริด (HEV) และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริด ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ และสนับสนุนให้ผู้ขับขี่เดินทางได้ไกลยิ่งขึ้นในทุกหยดของน้ำมัน โดยยังคงรักษาสมดุลระหว่าง สมรรถนะสูงสุด และ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ได้อย่างลงตัว
ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งานรถยนต์ไฮบริดทั่วภูมิภาค ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโมตุลในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่น ด้วยการส่งมอบการปกป้องเครื่องยนต์ระดับสูง การดูแลสุขภาพเครื่องยนต์ในระยะยาว และความอุ่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่
คาร์โล ซาโวก้า ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด โมตุล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า
“จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งานรถยนต์ไฮบริด ความจำเป็นของน้ำมันเครื่องที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเครื่องยนต์ประเภทนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง รถยนต์ไฮบริดต้องการน้ำมันเครื่องที่สอดรับกับลักษณะการทำงานของระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ซึ่ง NGEN Hybrid ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง ปกป้องเครื่องยนต์ และเสริมความทนทานในระยะยาว ที่โมตุล เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรม โดย NGEN Hybrid เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนความตั้งใจดังกล่าว ด้วยการเลือกใช้น้ำมันฐานรีเจนเนอเรตคุณภาพสูงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการคงไว้ซึ่งสมรรถนะระดับแนวหน้าสำหรับเครื่องยนต์ยุคใหม่”
คุณสุรเชษฐ ศรกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป โมตุล (ประเทศไทย) กล่าวว่า
“ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานทางเลือกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Vehicle) กลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยความสมดุลระหว่างสมรรถนะ ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โมตุลจึงได้มีการเปิดตัว NGEN Hybrid น้ำมันเครื่องสูตรพิเศษที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ไฮบริดโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ในระบบไฮบริดอย่างแท้จริง ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับความประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาว และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ที่ออกแบบมาเฉพาะทางสำหรับรถไฮบริดเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย”
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid จาก Motul นับเป็นก้าวสำคัญที่สอดรับกับกระแสการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยอ้างอิงรายงานวิจัยล่าสุดจาก MarkNtel Advisors ซึ่งคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ไฮบริดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตในอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) สูงถึง 18% ในช่วงปี 2024–2030 แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าจำนวนรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกการเดินทางที่ ประหยัดพลังงาน และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มากยิ่งขึ้น
รถยนต์ไฮบริดสามารถสร้างสมดุลระหว่าง สมรรถนะ และ ความยั่งยืน ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังได้รับความนิยมเป็นพิเศษในตลาดที่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบยังไม่พัฒนาเพียงพอ จึงเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความประหยัดน้ำมันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า 100%
นอกจากนี้ รัฐบาลในหลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังได้ออกมาตรการสนับสนุนและกรอบนโยบายต่าง ๆ เพื่อเร่งการใช้งานรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น อินโดนีเซีย ได้ประกาศมาตรการส่งเสริมรถยนต์ปล่อยมลพิษต่ำ รวมถึงรถไฮบริด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ขณะที่ ประเทศไทย ก็ได้อนุมัติมาตรการจูงใจให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนฟลีทรถเชิงพาณิชย์ไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของประเทศในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ของภูมิภาค
การพัฒนาด้านนโยบายเหล่านี้คาดว่าจะเร่งการเติบโตของตลาดรถไฮบริดให้ขยายตัวเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid จาก Motul กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสมสำหรับความต้องการในตลาดที่กำลังขยายตัวนี้
จากงานวิจัยภายในของ Motul ยังตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำคัญในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด โดยผลการสำรวจพบว่า เหตุผลหลักที่ผู้บริโภคเลือกใช้รถไฮบริด ได้แก่ ต้องการ ประหยัดค่าน้ำมัน (75.86%) สนใจใน เทคโนโลยีใหม่ๆ (41.38%) และการได้รับ สิทธิประโยชน์จากภาครัฐ (37.93%)
แม้จะมีปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการใช้งานรถไฮบริดมากขึ้น แต่ยังพบว่า ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องเฉพาะทางสำหรับรถไฮบริดยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเจ้าของรถส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาคำแนะนำจากผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) หรือใช้บริการดูแลแบบเหมาจ่ายตามแพ็กเกจที่ได้รับ โดยไม่ตระหนักว่าน้ำมันเครื่องทั่วไปอาจ ไม่ตอบโจทย์ลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริดอย่างแท้จริง
NGEN Hybrid: ออกแบบเพื่อการขับขี่วันนี้ และความต้องการของวันพรุ่งนี้
NGEN Hybrid คือผลิตภัณฑ์ล่าสุดในตระกูล NGEN Series จาก Motul กลุ่มน้ำมันเครื่องเจเนอเรชันใหม่ที่ผสานทั้งความแรงและความยั่งยืน พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปของยานยนต์ยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ รถยนต์ไฮบริด (HEVs) และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs)
สูตรเฉพาะของ NGEN Hybrid ถูกออกแบบมาให้รองรับลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งผ่านมาตรฐานระดับโลกล่าสุดอย่าง API SQ และ ILSAC GF-7 ได้อย่างเหนือความคาดหมายเครื่องยนต์ไฮบริดมีการทำงานต่างจากเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม ระบบขับเคลื่อนไฮบริดทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมเฉพาะ เช่น การสตาร์ทเครื่องยนต์ซ้ำบ่อย อุณหภูมิเฉลี่ยภายในเครื่องที่เย็นกว่า และการสลับโหมดระหว่างพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความท้าทายใหม่สำหรับระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ NGEN Hybrid จึงถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรับมือกับสภาพการทำงานเหล่านี้ มอบการปกป้องที่ต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่เหนือกว่า และดูแลเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างยาวนาน โดยเฉพาะในสภาวะการทำงานแบบสตาร์ท–สต๊อป(Start-Stop) ของเครื่องยนต์ไฮบริดในเมือง ที่น้ำมันเครื่องทั่วไปมักไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเต็มที่
NGEN Hybrid ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ และทำให้การเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนระหว่างไฟฟ้าและน้ำมันเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น สูตรเฉพาะนี้ช่วยให้น้ำมันหมุนเวียนได้เร็วขึ้น สร้างแรงดันได้ไว และตอบสนองการทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์คือการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากขึ้นถึง 8.1% เมื่อเทียบกับน้ำมันเครื่องทั่วไปในเกรด 0W-20 – เทียบเท่ากับการวิ่งได้ไกลขึ้นถึง 45 กิโลเมตร ต่อถังขนาด 36 ลิตร ในสภาวะการสตาร์ทเครื่องยนต์ขณะเย็น (cold start) NGEN Hybrid ยังแสดงประสิทธิภาพได้ดีกว่ามาตรฐานทั่วไปถึง 10% ช่วยปกป้องชิ้นส่วนสำคัญตั้งแต่การสตาร์ทเครื่องครั้งแรก และยังมอบการปกป้องจาก Low-Speed Pre-Ignition (LSPI) ได้มากกว่าถึง 60% ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ที่ใช้เทอร์โบ
ด้วยคุณสมบัติที่เหนือมาตรฐาน API SQ NGEN Hybrid มอบความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถไฮบริด ด้วยการปกป้องเครื่องยนต์จากการสึกหรอ การน็อกและการจุดระ เบิดก่อนเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
คุณสมบัติเด่นของ NGEN Hybrid
- ประหยัดน้ำมัน: ช่วยเพิ่มระยะทางต่อหนึ่งถัง ด้วยการลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- การปกป้องเครื่องยนต์: ลดภาระของเครื่องยนต์จากการเจือจางน้ำมันด้วยเชื้อเพลิงและการขับขี่แบบสตาร์ท–สต๊อป(Start-Stop) พร้อมรักษาความสะอาดและสมรรถนะของเครื่องยนต์ในระยะยาว
- ความยั่งยืน: ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานคุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการรีเจนเนอเรต (RRBO) ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการใช้งาน
- บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก: บรรจุในขวดพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% โดยมีส่วนประกอบจากพลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled) ถึง 50% สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
- มาตรฐานประสิทธิภาพ: ผ่านมาตรฐาน API SQ และ ILSAC GF-7 พร้อมป้องกันปัญหา LSPI (Low-Speed Pre-Ignition) ที่พบบ่อยในเครื่องยนต์เทอร์โบสมัยใหม่ อีกทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและการไหลเวียนของน้ำมันในอุณหภูมิต่ำ
- รองรับการใช้งานหลากหลาย: เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่มีเครื่องยนต์เบนซินเป็นระบบเสริมระยะทาง (Range Extender)
เหนือกว่าความแรง NGEN Hybrid ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Motul ในการพัฒนานวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยน้ำมันเครื่องสูตรนี้ผลิตจาก น้ำมันพื้นฐานรีเจนเนอเรต (RRBO) ถึง 10% ซึ่งได้จากการนำน้ำมันใช้แล้วคุณภาพสูงกลับมาผ่านกระบวนการกลั่นและฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงสมรรถนะในระดับสูงตามมาตรฐานของ Motul
บรรจุภัณฑ์ยังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิลจากผู้บริโภค (PCR) ในสัดส่วน 50% และตัวขวดสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยยังคงสมรรถนะการปกป้องเครื่องยนต์ในระดับสูงตามมาตรฐานของ Motul
ยกระดับมาตรฐานของเหลวสำหรับรถยุคใหม่ กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Hybrid-Ready: NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1
นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid แล้ว โมตุลยังเดินหน้าขยายไลน์อัปกลุ่มผลิตภัณฑ์ NGEN อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฮบริด ได้แก่ NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1 Brake Fluid ซึ่งช่วยเติมเต็มโซลูชันของเหลวสมรรถนะสูงสำหรับยานยนต์ยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร
- NGEN MATIC ATF VI – น้ำมันเกียร์รุ่นแรกที่พัฒนาด้วยแนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-designed) ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานรีเจนเนอเรตคุณภาพสูงถึง 30% และบรรจุในขวดพลาสติกที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหลังการใช้งานของผู้บริโภค (PCR) 50% เหมาะสำหรับระบบเกียร์อัตโนมัติ ทรานสเฟอร์เคส และระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ โดยเป็นน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์สูตรผสมที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของระบบส่งกำลังยานยนต์สมัยใหม่ มอบความทนทานและประสิทธิภาพการทำงานที่โดดเด่น ควบคู่กับแนวทางความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
- E DOT 5.1 Brake Fluid – น้ำมันเบรกสังเคราะห์แท้ 100% ชนิดอายุการใช้งานยาวนาน พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับระบบเบรกและคลัตช์แบบไฮดรอลิกของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รถไฮบริด (PHEV) และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป โดดเด่นด้วยจุดเดือดสูงทั้งในสภาวะแห้งและเปียก ค่าความหนืดต่ำ และค่าการนำไฟฟ้าที่ต่ำ ช่วยให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับระบบเบรกสมัยใหม่ที่ต้องการสมรรถนะ ความเสถียร และความเชื่อมั่นในการใช้งานระดับสูงสุด
ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid, NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1 Brake Fluid จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2025 เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายโมตุลอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและข่าวสารอัปเดตล่าสุด โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Motul Asia Pacific https://www.motul.com/en-SG.
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“ฮอนด้า” ทะยานอันดับ 1 แชมป์เปี้ยนชิพ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” บิด CRF450R เก็บโพเดียมต่อเนื่องศึก AMA SX 2026 สนามที่ 5
สุดยอดตัวแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R ทำผลงานในระดับท็อปอย่างต่อเนื่องในศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 5 ที่สเตทฟาร์ม สเตเดี้ยม สหรัฐอเมริกา (State Farm Stadium, United States of America) ในเกรนเดล (Glendale) ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งดวลความเร็วกันเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ยอดนักแข่งฮอนด้า “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” กดโพเดียมได้อีกครั้ง และคว้าป้ายเบอร์สีแดงมาครองพร้อมบวกคะแนนสะสมขึ้นมานำเป็นอันดับที่ 1 ในตารางแชมป์เปี้ยนชิพได้สำเร็จ
“ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” หมายเลข 96 และรถแข่ง Honda CRF450R (Honda CRF450RWE) จาก Honda HRC Progressive ออกสตาร์ทจากอันดับที่ 3 ระเบิดสมรรถนะความร้อนแรงได้ทันทีด้วยการทะยานขึ้นมาเป็นผู้นำตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเรซ การต่อสู้ในการแย่งชิงชัยชนะดวลกันอย่างดุเดือด ก่อนที่ “ฮันเตอร์” หล่นลงมาเป็นอันดับที่ 2 และด้วยระยะทางการแข่งขันที่เหลืออยู่พร้อมกับการทิ้งห่างผู้ตาม ยอดนักบิดฮอนด้าเข้าสู่โหมดคุมสถานการณ์ บริหารความเสี่ยงเน้นไปที่การเก็บคะแนนสะสม และทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 คว้าโพเดียมต่อเนื่องอีกครั้งได้สำเร็จ
หลังการแข่งขันสนามที่ 5 “ฮันเตอร์” บวกแต้มเพิ่มเติมเป็น 106 คะแนน ทะยานขึ้นมารั้งอันดับที่ 1 ในตารางแชมป์เปี้ยนชิพทันที พร้อมคว้าป้ายเบอร์สีแดงซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้นำในตารางชิงแชมป์ที่มีสิทธิ์ได้ใช้มาติดตั้งบนรถแข่ง Honda CRF450R ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นผลงานสุดแกร่งและสม่ำเสมอของฮอนด้าทีม
ทั้งนี้ ศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 6 มีคิวลงแข่งขันกันในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ที่ ลูเมนฟิลด์ (Lumen Field, United States of America) ในซีแอตเติล (Seattle) ประเทศสหรัฐอเมริกา
#AMASupercross #Honda #HondaMotorcycle #HRC #TeamHondaHRC #CRF450R
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine






















































































































































