• ยามาฮ่าจัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม! ส่งแคมเปญ All Member “คุ้มค่า ล่าดาว” แลกรับส่วนลดซื้อรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และอะไหล่ตกแต่งหรือเครื่องแต่งกายยามาฮ่า

    1 Min Read

    ยามาฮ่าจัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม! ส่งแคมเปญ All Member “คุ้มค่า ล่าดาว” แลกรับส่วนลดซื้อรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และอะไหล่ตกแต่งหรือเครื่องแต่งกายยามาฮ่า

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์คุณภาพ ร่วมกับพันธมิตรทางการค้า จัดแคมเปญสุดพิเศษ All Member “คุ้มค่า ล่าดาว” มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก All Member แลกรับโค้ทส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดในการซื้อรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และส่วนลดมูลค่า 200 บาทในการซื้ออะไหล่ตกแต่งหรือเครื่องแต่งกายยามาฮ่า

    โดยสมาชิก All member สามารถสะสมดาวผ่านแอปพลิเคชัน 7-Eleven เมื่อซื้อสินค้าตามรายการที่กำหนด และแลกดาว 50 บาท เพื่อแลกรับโค้ทส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้ซื้อรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกรุ่น ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 400 ซีซี ได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ จำกัด 1,000 สิทธิ์ และใช้แลกดาว 10 บาท เพื่อแลกรับโค้ทส่วนลด 200 บาท สำหรับการซื้ออะไหล่ตกแต่งหรือเครื่องแต่งกายยามาฮ่าที่เข้าร่วมรายการ มูลค่าตั้งแต่ 900 บาทขึ้นไป ผ่าน Yamaha Online Shop เท่านั้น! จำกัด 100 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม – 23 กรกฎาคม 2569

    ทั้งนี้ สมาชิกสามารถแลกสิทธิ์ได้ 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์สามารถใช้โค้ทส่วนลดได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

    ขั้นตอนการแลกคูปองส่วนลดผ่าน Application All Member สามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้

    วิธีที่ 1 : แลกผ่าน Pop-up “คุ้มค่า ล่าดาว”

    • กด Pop-up แคมเปญ “คุ้มค่า ล่าดาว”
    • เลือกเมนู “แลกคูปอง”
    • เลือกแบนเนอร์ “YAMAHA”
    • กดใช้แต้มดาวแลกคูปองส่วนลด
    • กดบันทึกโค้ด
    • คูปองจะถูกจัดเก็บในเมนู “คูปองของฉัน” เพื่อนำไปใช้รับส่วนลดที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า

     

    วิธีที่ 2 : แลกผ่านแบนเนอร์ Yamaha

    • กดที่แบนเนอร์ “YAMAHA”
    • เข้าสู่หน้าแลกคูปองส่วนลด
    • กดบันทึกโค้ด
    • คูปองจะถูกจัดเก็บในเมนู “คูปองของฉัน” เพื่อนำไปใช้รับส่วนลดที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า

     

    #Yamaha #ยามาฮ่า #FeelTheUniqueExperience #YAMAHAxAllMember #คุ้มค่าล่าดาว


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • เร็วในสนามอย่างปลอดภัย! ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ยกระดับทักษะนักขี่ไทย ผ่าน Track Xperience & CBR Trophy 2026 สร้างคอมมูนิตี้บิ๊กไบค์คุณภาพ

    1 Min Read

    เร็วในสนามอย่างปลอดภัย! ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ยกระดับทักษะนักขี่ไทย ผ่าน Track Xperience & CBR Trophy 2026 สร้างคอมมูนิตี้บิ๊กไบค์คุณภาพ

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ตอกย้ำแนวคิดการขับขี่สมรรถนะสูงอย่างมีวินัย มีทักษะ และปลอดภัย จัดกิจกรรม Track Xperience 2026 สนามที่ 2 และ  CBR Trophy 2026 ครั้งแรกของปี ระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคม 2569 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้แนวคิด “Unlock Your Speed” เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของรถคู่ใจในสนามแข่งระดับโลก พร้อมเรียนรู้ทักษะการใช้รถอย่างถูกวิธีภายใต้การดูแลจากทีมผู้เชี่ยวชาญ

    ด้วยรากฐานจากโลกการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลก ฮอนด้าได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากสนามแข่งสู่รถ Sport ตระกูล CBR ทั้ง Honda CBR1000RR-R, CBR600RR, CBR650R, CBR500R และ CBR250RR ที่โดดเด่นด้านพละกำลัง การควบคุม และความคล่องตัว การปลดล็อกศักยภาพของรถเหล่านี้จึงต้องมาพร้อมทักษะ ความเข้าใจ และความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ในทุกจังหวะ

    กิจกรรม Track Xperience ถูกออกแบบให้สนามแข่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการขับขี่จริง โดยมี ทีมครูฝึกมืออาชีพจาก Honda Racing Thailand ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด โดยเรียนรู้การใช้สมรรถนะของรถอย่างมีวินัย ตั้งแต่การจัดท่าขับขี่ การควบคุมคันเร่ง การใช้เบรกก่อนเข้าโค้ง การเลือกไลน์ การมองผ่านโค้ง ไปจนถึงการจัดบอดี้โพสิชันให้เหมาะสม เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้สมรรถนะของรถได้เต็มประสิทธิภาพอย่างมีวินัยในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ CBR Trophy เวทีที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสาย Sport ได้ต่อยอดทักษะการขับขี่ทางเรียบอย่างเป็นระบบ พร้อมสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันจริงในสนามมาตรฐานระดับโลก และเป็นบันไดสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพไปสู่การแข่งขันระดับสูงขึ้น

    สำหรับปี 2026 ฮอนด้าบิ๊กไบค์ยังขยายประสบการณ์ Track Xperience ให้ครอบคลุมผู้ขับขี่หลากหลายสไตล์มากขึ้น โดยมีลูกค้ากลุ่ม Touring เข้าร่วมกิจกรรม ทั้ง Honda Forza750, X-ADV, Forza350 และ ADV350 เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสมรรถนะของรถคู่ใจในสนามแข่งมาตรฐานระดับโลก อีกทั้งได้ทดลองใช้ความเร็วในสภาพแวดล้อมที่ถูกกฎ ควบคุมได้ ภายใต้การดูแลจากทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ขับขี่สมรรถนะสูงที่มีทั้งทักษะ วินัย และความรับผิดชอบทุกรูปแบบการขับขี่

    สำหรับผู้ขับขี่สาย Sport และ Touring ที่สนใจเรียนรู้ทักษะการควบคุมรถที่สามารถต่อยอดสู่การขับขี่บนท้องถนนได้อย่างมั่นใจทุกเส้นทาง สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมครั้งต่อไป โดยติดตามข่าวสารและรายละเอียดอื่น ๆ จากฮอนด้าบิ๊กไบค์เพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์: https://bit.ly/thaihondabigbike

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์: www.facebook.com/HondaBigBikeTH

    #TrackXperience #CBRTrophy #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand​ #ไทยฮอนด้า ​#ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าผนึกเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เดินเกม “Smart in Motion”  สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว  พร้อมยกระดับแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร

    1 Min Read

    ฮอนด้าผนึกเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เดินเกม “Smart in Motion”  สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว  พร้อมยกระดับแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แนวคิด Smart in Motion – สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว” ประกาศทิศทางธุรกิจและเป้าหมายสำคัญร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่าย โดยเน้นการขับเคลื่อนแบรนด์อย่างเป็นระบบผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างบริษัทและผู้จำหน่าย ครอบคลุมทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และด้านการขายและการบริการ เพื่อยกระดับศักยภาพการดำเนินงานให้แข็งแกร่ง พร้อมรับกับการแข่งขันท่ามกลางตลาดที่มีความท้าทายสูง พร้อมตอกย้ำการสร้างบทใหม่ของแบรนด์ ผ่านการส่งมอบคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อมอบประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่าตลอดเส้นทางการใช้งาน (Customer Journey) ควบคู่กับตอกย้ำบทบาทสำคัญของผู้จำหน่ายในฐานะพลังหลักที่เชื่อมโยงแบรนด์กับลูกค้า เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณผู้จำหน่ายทุกท่านสำหรับความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนฮอนด้าสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ เรามุ่งยกระดับกลยุทธ์อย่างรอบด้าน ไม่เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่ยังรวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งด้านการขายและการบริการ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน (Customer Journey) ขณะเดียวกัน ฮอนด้า จะเดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อสร้างคุณค่าที่แตกต่างและยั่งยืน”

    โดยสรุปประเด็นทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินงานได้เป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่

    1) ด้านผลิตภัณฑ์ (Product)

    มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างรอบด้าน ผ่านการผสานจุดแข็งของแบรนด์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านความน่าเชื่อถือ ความประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะการขับขี่ เพื่อยกระดับแบรนด์ไปอีกขั้น โดยตั้งเป้า
    วางตำแหน่งทางการตลาดที่ต่อยอดจากความเชื่อมั่นเดิม ผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะนำมาใช้กับรถยนต์ฮอนด้าในอนาคต เพื่อสร้างจุดยืนที่โดดเด่นและชัดเจนในตลาด พร้อมพัฒนารถยนต์ทั้งขุมพลังไฮบริดและไฟฟ้า สู่การเป็น “รถยนต์อัจฉริยะ (Honda’s Smart Car)” อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีแง่มุมหลัก ดังนี้

    สร้างแบรนด์ให้ทรงพลัง ผ่านเรื่องราวและความสปอร์ต

    • เสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ ทั้งแบรนด์หลักและแบรนด์ย่อย (Sub-brand) ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวที่สะท้อนตัวตนและประวัติศาสตร์ความสำเร็จของฮอนด้า โดยเฉพาะ DNA ด้านมอเตอร์สปอร์ต
    • ยกระดับการเชื่อมโยงแบรนด์รถยนต์ฮอนด้าเข้ากับแบรนด์ย่อย HRC หรือ Honda Racing Corporation เพื่อนำภาพความสปอร์ตจากสนามแข่งมาถ่ายทอดสู่รถรุ่นที่ทำตลาดจริง ยกระดับภาพความสปอร์ตเร้าใจ และต่อยอดสู่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไลน์อัป HRC อย่างต่อเนื่องในอนาคต

    เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของรถยนต์ฮอนด้าอย่างชัดเจน ถ่ายทอดผ่านรถยนต์รุ่นใหม่ (Full Model Change) ในอนาคต รวมถึงรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ของฮอนด้า

    พร้อมยกระดับสู่รถยนต์อัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

    • เตรียมนำเสนอรถยนต์อัจฉริยะ (SDV: Software-Defined Vehicles) ที่ผสานฟังก์ชันหลักที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ครอบคลุมทั้งการเชื่อมต่อ ความปลอดภัย และฟังก์ชันอัจฉริยะอื่น ๆ
    • โดยมี ASIMO OS เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุม ซึ่งจะถูกพัฒนารวมอยู่ในโครงสร้างซอฟต์แวร์ของรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เพื่อยกระดับสู่ Smart Car อย่างเต็มรูปแบบ
    • ระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ของฮอนด้า (Next-gen Honda Hybrid) จะได้รับการยกระดับทั้งสมรรถนะการขับขี่และความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งพัฒนาระบบขับเคลื่อนและโครงสร้างตัวถัง
      ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในทุกมิติ
    • เตรียมนำเสนอรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Honda S+ Shift เพื่อถ่ายทอดความสนุกในการ
      ขับขี่สไตล์สปอร์ต
      ตามเอกลักษณ์ของฮอนด้า
    • เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดปี เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมรองรับการขยายฐานลูกค้าใหม่ในอนาคตให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ อีกทั้งเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์ในตลาด

    2) ด้านการขายและการบริการ (Sales & Services)

    มุ่งยกระดับการขายและการบริการ ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับชีวิตของลูกค้าในทุกช่วง (Customer Journey) ตั้งแต่การเลือกซื้อไปจนถึงการดูแลหลังการขาย ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศกว่า 200 แห่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดประสบการณ์แบรนด์สู่ลูกค้า
    อย่างครบวงจร ผ่านแง่มุมหลักในการดำเนินงาน ดังนี้

    เชื่อมโยงแบรนด์สู่ชีวิตผู้คนยุคใหม่

    ต่อยอดการสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ (Brand story) เพื่อสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับลูกค้า พร้อมปรับแนวทางการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ผ่านการใช้พรีเซนเตอร์ การคอลแลปกับแบรนด์ที่ได้รับความนิยม รวมถึงการพัฒนาช่องทาง Honda Thailand Official Account ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค
    ในปัจจุบัน เพื่อให้ฮอนด้าเป็นแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตผู้คน และก้าวทันต่อความสนใจที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

    ยกระดับโชว์รูมสู่ Experience Hub

    มุ่งออกแบบและส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลในทุก touchpoint ของลูกค้า ควบคู่กับการเตรียมนำ CI (Corporate Identity) ใหม่มาใช้ เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มทยอยปรับใช้โลโก้ H mark ใหม่ในโชว์รูมเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศภายในปีนี้

    ขับเคลื่อนประสบการณ์ Wow & Stress-Free มอบทั้งความตื่นเต้นและอุ่นใจ ในทุกทัชพอยต์

    • เน้นสร้างประสบการณ์แบบ “Wow” และ “Stress-Free” ผ่านการเชื่อมต่อทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ ครอบคลุมตลอดเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) ตั้งแต่การพิจารณาเลือกซื้อ การเป็นเจ้าของ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อรถคันใหม่อีกครั้ง
    • พัฒนาแนวทางและกิจกรรมใหม่ทั้งด้านการขายและบริการ เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง

    นอกจากการถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมาย ภายในงานยังได้มีพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้แก่ ผู้จำหน่ายสำหรับผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาที่ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจของฮอนด้า โดยครอบคลุมทั้งรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี รวมถึงรางวัลด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านยอดขาย ด้านส่วนแบ่งการตลาด ด้านการบริการหลังการขาย และอื่น ๆ รวมกว่า 196 รางวัล

    การจัดประชุมผู้จำหน่ายในครั้งนี้ สะท้อนถึงทิศทางของฮอนด้าในการก้าวสู่บทใหม่ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการยกระดับการขายและการบริการ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ ตอกย้ำการเติบโตของแบรนด์อย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย ในการเป็นองค์กรที่สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยามาฮ่าอะไหล่แท้แจกจริงปี 14 จัดหนักแจก YAMAHA PG-1 รวม 3 คัน พร้อมของรางวัลรวม 243 รางวัล มูลค่ากว่า 1.7 ล้านบาท

    1 Min Read

    ยามาฮ่าอะไหล่แท้แจกจริงปี 14 จัดหนักแจก YAMAHA PG-1 รวม 3 คัน พร้อมของรางวัลรวม 243 รางวัล มูลค่ากว่า 1.7 ล้านบาท

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายรถจักรยานยนต์คุณภาพ จัดแคมเปญสุดพิเศษ “อะไหล่แท้แจกจริงปี 14” มอบสิทธิพิเศษสำหรับเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์อิสระทั่วประเทศ ที่เลือกใช้อะไหล่แท้จากยามาฮ่า และผลิตภัณฑ์ YAMALUBE ร่วมลุ้นรับของรางวัลรวมทั้งสิ้น 243 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 1,791,900 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2569

    ไฮไลต์ของรางวัลใหญ่คือ รถจักรยานยนต์ YAMAHA PG-1 จำนวน 3 คัน มูลค่ารางวัลละ 57,500 บาท โดยจะจับรางวัลครั้งละ 1 คัน รวมถึงของรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ชุดอะไหล่แท้ YAMAHA, ชุดน้ำมันเครื่อง YAMALUBE และบัตรกำนัลโลตัส

    กติกาการร่วมสนุกง่ายๆ เพียงติดสติ๊กเกอร์ Yamaha Genuine Parts & Accessories หรือฝาฟอยล์น้ำมันเครื่อง YAMALUBE ลงบนคูปองชิงโชค พร้อมกรอกชื่อร้านค้า ชื่อ-ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และชื่อร้านที่ซื้อผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วน จากนั้นส่งกลับมาที่

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด แผนกวางแผนอะไหล่และส่งเสริมการขาย (ฝ่ายอะไหล่) 64 หมู่ 1 ถนนเทพรัตน ตำบลศีรษะจรเข้ใหญ่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ 10570 (วงเล็บมุมซอง “อะไหล่แท้ ปี 14”)

    โดยจะมีการจับรางวัลทั้งหมด 3 ครั้ง และประกาศรายชื่อผู้โชคดีผ่านเว็บไซต์ www.yamaha-motor.co.th ตามกำหนดดังนี้

    • ครั้งที่ 1 จับรางวัลวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. ประกาศผลวันที่ 11 มิถุนายน 2569
    • ครั้งที่ 2 จับรางวัลวันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ประกาศผลวันที่ 11 กันยายน 2569
    • ครั้งที่ 3 จับรางวัลวันที่ 9 ธันวาคม 2569 เวลา 14.00 น. ประกาศผลวันที่ 11 ธันวาคม 2569

     

    รายละเอียดของรางวัลรวม 243 รางวัล มูลค่ารวม 1,791,900 บาท ประกอบด้วย

    • รางวัลที่ 1 รถจักรยานยนต์ YAMAHA PG-1 จำนวน 3 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 57,500 บาท รวมมูลค่า 172,500 บาท
    • รางวัลที่ 2 ชุดอะไหล่แท้ YAMAHA (แบตเตอรี่ 20 ลูก + สายพาน 20 เส้น) จำนวน 30 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 18,820 บาท รวมมูลค่า 564,600 บาท
    • รางวัลที่ 3 ชุดน้ำมัน YAMALUBE (น้ำมันเครื่อง 4 ลัง + จาระบีแห้งเร็ว 4 ลัง) จำนวน 60 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 10,080 บาท รวมมูลค่า 604,800 บาท
    • รางวัลที่ 4 บัตรกำนัลโลตัส จำนวน 150 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 3,000 บาท รวมมูลค่า 450,000 บาท

    *ผู้โชคดีต้องติดต่อและยืนยันสิทธิ์ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ประกาศรายชื่อ มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • GWM ส่ง GWM TANK ลงสนาม Taklimakan Rally 2026 พิสูจน์ขีดสุดเทคโนโลยีออฟโรดเจเนอเรชันใหม่ของ GWM

    1 Min Read

    GWM ส่ง GWM TANK ลงสนาม Taklimakan Rally 2026  พิสูจน์ขีดสุดเทคโนโลยีออฟโรดเจเนอเรชันใหม่ของ GWM

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM เข้าร่วมการแข่งขัน Taklimakan Rally 2026 อีกครั้ง พร้อมจัดตั้งทีมแข่งอย่างเป็นทางการ (factory team) และดึงนักขับระดับนานาชาติ เพื่อพิสูจน์และทดสอบสมรรถนะ ความทนทาน และการทำงานของเทคโนโลยีรถยนต์ GWM ในสนามทดสอบที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสนามทดสอบทางธรรมชาติที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

    Taklimakan Rally เวทีทดสอบสมรรถนะของรถในสภาพเส้นทางที่สุดท้าทาย

    การแข่งขัน Taklimakan Rally 2026 นับเป็นหนึ่งในบททดสอบที่หฤโหดที่สุดในโลก โดยในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 3 มิถุนายน  2569  ในเขตซินเจียง ประเทศจีน ครอบคลุมระยะทางรวมเกือบ 8,000 กิโลเมตร โดยเป็นช่วงแข่งขันจับเวลาประมาณ 4,200 กิโลเมตร รวม 15 สนาม และจุดตั้งแคมป์ 7 แห่ง เส้นทางตลอดการแข่งขันผ่านภูมิประเทศที่ท้าทายหลากหลายรูปแบบ ทั้งทะเลทรายโกบีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และภูมิประเทศแบบยาร์ดาง (Yardang) ซึ่งเป็นสันหินยาวสลับร่องที่เกิดจากการกัดเซาะของลม โดยเส้นทางทะเลทรายคิดเป็นประมาณ 60% ของการแข่งขันทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มช่วงทดสอบแบบมาราธอนเพื่อท้าทายสมรรถนะรถ ความทนทานของระบบขับเคลื่อน และทักษะของทีมนักแข่งตลอดเส้นทาง

    GWM ส่ง GWM TANK พร้อมทีมนักแข่งระดับโลกพิสูจน์ขีดสุดเทคโนโลยีออฟโรดเจเนอเรชันใหม่ของ GWM

    ในการแข่งขันครั้งนี้ GWM ได้ส่งรถในตระกูล TANK ลงแข่งขันได้แก่ TANK 300 Hi4-T, TANK 500 Hi4-Z  และ TANK 700 Hi4-T ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีออฟโรดเจเนอเรชันใหม่ของ GWM ที่ประสานแพลตฟอร์มออฟโรดเข้ากับระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดเพื่อทดสอบการทำงานของระบบขับเคลื่อน ความแข็งแกร่งของโครงสร้างและช่วงล่าง รวมถึงประสิทธิภาพของระบบไฮบริดในสภาพการขับขี่ที่หลากหลายและท้ายทาย โดย GWM ได้จัดทัพนักแข่งจากหลายประเทศที่มีประสบการณ์ในรายการระดับนานาชาติลงแข่งในนามทีมโรงงาน  GWM ได้แก่  Pau Navarro (สเปน) ผู้ชนะการแข่งขัน Dakar Challenger ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์; Nicolas Cavigliasso (อาร์เจนตินา)  แชมป์ Dakar สองสมัยในหลายประเภทการแข่งขัน; Gérard Farrés (สเปน) นักแข่งมากประสบการณ์ที่เอาชนะทีมโรงงานในฐานะนักแข่งอิสระ และ Rebecca Busi (อิตาลี) ดาวรุ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักแข่งหญิงรุ่นใหม่

    GWM เน้นย้ำถึงการกลับเข้าร่วม Taklimakan Rally ในปีนี้ว่า ไม่ใช่เพียงแค่แคมเปญชั่วคราวแต่เป็นแพลตฟอร์มถาวรที่นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีออฟโรดเจเนอเรชันใหม่ของ GWM พร้อมแล้วที่จะยืนหยัดในแถวหน้าของวงการมอเตอร์สปอร์ต แต่ยังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเรียนรู้ เก็บข้อมูล และต่อยอดการพัฒนารถของ GWM ผ่านบททดสอบในสภาพแวดล้อมที่หนักหน่วงได้เป็นอย่างดี โดยทุกข้อมูลที่ได้จากสนามแข่งจะถูกส่งต่อไปยังทีมวิศวกรเพื่อการพัฒนาทางวิศวกรรมและยกระดับขีดความสามารถของยนตกรรมจาก GWM ในอนาคต  เพื่อการส่งต่อรถที่มาพร้อมคุณภาพ สมรรถนะ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสู่ลูกค้าของ GWM ทั่วทุกมุมโลก

     

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMRacing #GWMMotorSport #TaklimakanRally #GWMTANK #Hi4


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าบิ๊กไบค์ จัดเต็ม Bangkok Hot Rod Custom Show 2026 ดึง “มาริโอ้ เมาเร่อ” ร่วมขบวนขี่ New Honda GB350C Limited Edition Custom Build by Bangkok Hot Rod x Fatboy Design คันเดียวในโลก พร้อมมอบให้ผู้โชคดีในงาน

    1 Min Read

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ จัดเต็ม Bangkok Hot Rod Custom Show 2026 ดึง “มาริโอ้ เมาเร่อ” ร่วมขบวนขี่ New Honda GB350C Limited Edition Custom Build by Bangkok Hot Rod x Fatboy Design คันเดียวในโลก พร้อมมอบให้ผู้โชคดีในงาน

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ สร้างสีสันในงาน Bangkok Hot Rod Custom Show 2026 อย่างยิ่งใหญ่ ดึง “มาริโอ้ เมาเร่อ ร่วมขบวนขี่เปิดงาน พร้อมเผยโฉม New Honda GB350C Limited Edition Custom Build by Bangkok Hot Rod x Fatboy Design” รถคัสตอมไบค์รุ่นพิเศษเพียงคันเดียวในโลก ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนเสน่ห์ของวัฒนธรรม Custom Culture และร่วมเป็นรางวัล Lucky Draw สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับผู้โชคดีภายในงาน ท่ามกลางบรรยากาศของคอมมูนิตี้สายคัสตอมจากทั่วประเทศที่มารวมตัวกันอย่างคึกคัก ณ IMPACT Exhibition Center Hall 11–12 ระหว่างวันที่ 16–17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

    New Honda GB350C Limited Edition Custom Build by Bangkok Hot Rod x Fatboy Design รถคัสตอมรุ่นพิเศษที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของรถคลาสสิก ผสานกลิ่นอาย Custom Culture ผ่านงานออกแบบและคัสตอมโดยสำนักแต่งชื่อดัง Fatboy Design โดดเด่นด้วยถังน้ำมันสีส้ม ลวดลายกราฟิกเอกลักษณ์ และชิ้นงานตกแต่งสไตล์คราฟต์ ที่ยังคงเอกลักษณ์ความคลาสสิกของ New Honda GB350C ไว้อย่างลงตัว พร้อมเติมคาแรกเตอร์สไตล์ Bangkok Hot Rod ให้มีความโดดเด่นเฉพาะตัว โดยรถคันดังกล่าวถูกนำมาจัดแสดงพร้อมมอบเป็นรางวัล Lucky Draw สุดเอ็กซ์คลูซีฟแก่ผู้โชคดีภายในงาน ซึ่งมีเพียงคันเดียวในโลกเท่านั้น

    ภายในบูธฮอนด้าบิ๊กไบค์ มาริโอ้ เมาเร่อ ยังได้ร่วมแชร์แพสชันด้านรถคลาสสิกและเสน่ห์ของวัฒนธรรม Custom Culture พร้อมร่วมขับขี่เปิดงาน สร้างโมเมนต์พิเศษท่ามกลางบรรยากาศของคอมมูนิตี้สายคัสตอมจากทั่วประเทศที่มารวมตัวกันอย่างคึกคัก

    นอกจากนี้ ฮอนด้าบิ๊กไบค์ยังยกทัพรถ Honda GB350C Custom จากหลากหลายสำนักแต่งชื่อดังมาร่วมจัดแสดง พร้อมนำรถยอดนิยมอย่าง Honda CL Series และ Honda Rebel มาถ่ายทอดเสน่ห์ของไลฟ์สไตล์การขับขี่ในหลากหลายรูปแบบ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์จริงผ่านกิจกรรม Test Ride รถฮอนด้าบิ๊กไบค์สายคลาสสิกอย่างใกล้ชิด รวมถึงกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัล Limited Edition ภายในงาน อาทิ เสื้อ Bangkok Hot Rod 2026 และสติกเกอร์ Honda GB350C รุ่นพิเศษ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานตลอดทั้งสองวัน

    Bangkok Hot Rod Custom Show 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญของวงการรถคัสตอมไทย ที่รวบรวมผลงาน ศิลปะ และความคิดสร้างสรรค์จากนักแต่งรถชาวไทยและต่างประเทศมาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ สะท้อนถึงวัฒนธรรม Custom Culture ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย พร้อมตอกย้ำถึงความตั้งใจของฮอนด้าบิ๊กไบค์ในการร่วมสนับสนุนขับเคลื่อนคอมมูนิตี้สายคัสตอม พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ในแบบฉบับของตัวเองให้กับผู้ที่หลงใหลในโลกของรถคลาสสิกและรถแต่ง

     

    ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ จากฮอนด้าบิ๊กไบค์เพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์: https://bit.ly/thaihondabigbike

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์: www.facebook.com/HondaBigBikeTH

    #HondaGB350C #GB350C #THESOULOFCLASSIC #BANGKOKHOTRODCUSTOMSHOW2026 #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld

    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand  #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เรซสุดพลิกผัน! “โจอัน เมียร์” บิด Honda RC213V โชว์ความเร็วระดับโพเดียม “มารินี” ซิวอันดับ 6 โมโตจีพี สนาม 6

    1 Min Read

    เรซสุดพลิกผัน! “โจอัน เมียร์” บิด Honda RC213V โชว์ความเร็วระดับโพเดียม “มารินี” ซิวอันดับ 6 โมโตจีพี สนาม 6

    สองนักบิดฮอนด้า เอชอาร์ซี กับรถแข่ง Honda RC213V ในศึก โมโตจีพี สนามล่าสุดที่ บาร์เซโลน่า โดย “โจอัน เมียร์” ทะยานเข้าป้ายอันดับ 2 กับความเร็วระดับท็อป ขณะที่ “ลูก้า มารินี” ทีมเมทบิดคว้าอันดับ 6 จากเรซสุดดราม่าภายใต้ 2 ธงแดง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

    สุดสัปดาห์นี้นักบิดฮอนด้ามีลุ้นคว้าโพเดียมอย่างมาก โดยจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสอย่าง “โยฮันน์ ซาร์โก” เจ้าของรถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 5 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ รวมถึง “โจอัน เมียร์” นักบิดสแปนิชหมายเลข 36 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ที่ได้เริ่มเกมในกริดที่ 10

    ช่วงแรกของเรซทั้ง “ซาร์โก” และ “เมียร์” ต่อสู้ได้ดีในกลุ่มหน้า ก่อนที่จะมีธงแดงในรอบที่ 12 จากอุบัติเหตุในโค้ง 10 ส่งผลให้เรซต้องหยุดลงชั่วคราว และกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง ทว่าในการรีสตาร์ทครั้งนี้ “ซาร์โก” โชคร้ายพลาดเสียหลักไปชนท้ายของ “ลูก้า มารินี” นักบิดอิตาเลียนหมายเลข 10 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ก่อนจะโดนชนซ้ำอีกครั้งจนเกิดธงแดงครั้งที่ 2 โดยนักบิดชาวฝรั่งเศสได้รับบาดเจ็บที่ต้นขาซ้าย เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

    หลังจากนั้นการแข่งขันกลับมารีสตาร์ทอีกครั้ง โดย “เมียร์” แสดงให้เห็นความเร็วที่ยอดเยี่ยมของรถแข่ง Honda RC213V ไล่บดในกลุ่มหน้าอย่างสุดมันส์ ก่อนจะบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 2 พร้อมกับฉลองบนโพเดียมได้สำเร็จตามหลังผู้ชนะเพียง 1.250 วินาที แต่โชคร้ายโดนปรับเพิ่มเวลา 16 วินาทีจากแรงดันลมยางจนตกไปจบเรซในอันดับ 13

    โดย “มารินี” ที่ต่อสู้ในกลุ่มสองอย่างสูสีกับคู่แข่งหลายคัน สามารถรักษาความเร็วได้ดีอย่างต่อเนื่อง คว้าอันดับ 6 ตามหลังผู้ชนะเพียง 4.971 วินาที ตามด้วย “ดิโอโก้ โมเรร่า” นักบิดรุกกี้ชาวบราซิเลียนหมายเลข 11 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ไต่ขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 9 ตามหลัง 6.839 วินาที

     

    ผ่านการแข่งขัน 6 สนามแรก “มารินี” รั้งอันดับ 11 บนตารางแชมเปี้ยนชิพมีทั้งสิ้น 43 คะแนน ตามด้วย “ซาร์โก” ในอันดับ 16 มี 34 คะแนน, “โมเรร่า” อันดับ 17 มี 17 คะแนน และ “เมียร์” อันดับ 18 มี 11 คะแนน

    สำหรับนักบิดฮอนด้ามีคิวลงทดสอบอย่างเป็นทางการของ โมโตจีพี ในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ที่ เซอร์กิต

    เด บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ก่อนจะเดินทางไปแข่งขันสนามถัดไปที่ ออโตโดรโม อินเตอร์นาซินาเล เดล มูเจลโล ประเทศอิตาลี ในรายการ 29-31 พฤษภาคมนี้ ในรายการ อิตาเลียน กรังด์ปรีซ์

     

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #CatalanGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Harley-Davidson® ฉลองแนวคิด RIDE บุก Bangkok Hot Rod Show 2026 เผยโฉมคัสตอม Road Glide™ Limited และ Sportster™ S ครั้งแรกในไทย พร้อมไลน์อัปปี 2026

    1 Min Read

    Harley-Davidson® ฉลองแนวคิด RIDE บุก Bangkok Hot Rod Show 2026  เผยโฉมคัสตอม Road Glide™ Limited และ Sportster™ S ครั้งแรกในไทย พร้อมไลน์อัปปี 2026

    Harley-Davidson เดินหน้าตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพและคอมมูนิตี้ของผู้ขับขี่ ผ่านการนำแนวคิดใหม่ของแบรนด์อย่าง ‘RIDE’ มาสร้างประสบการณ์ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ภายในงาน Bangkok Hot Rod Custom Show ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 16–17 พฤษภาคม 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับหัวใจของการขับขี่ และเชื่อมโยงกับผู้ขับขี่ผ่านประสบการณ์จริงในแบบฉบับ Harley-Davidson

    Harley-Davidson สร้างประสบการณ์ที่สอดรับกับแนวทาง “The SiXnature” ของงาน ด้วยการจัดแสดงมอเตอร์ไซค์คัสตอมจากเจ้าของตัวจริง ควบคู่กับไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ปี 2026 และคอลเลกชันเสื้อผ้า Dickies และ Factory Racing และ Dickies ชุดใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง พร้อมโอกาสพิเศษที่แฟนคัสตอมได้พบปะกับ Gary Royal นักออกแบบมอเตอร์ไซค์คัสตอมชื่อดังระดับรางวัล ที่มาพูดคุยถึงวิธีนำแพลตฟอร์ม RIDE มาต่อยอดเป็นสไตล์การขับขี่ในแบบของตัวเอง

     

    ถ่ายทอดตัวตนผ่านโลกของ Custom Kings

     

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือการนำเสนอวัฒนธรรมคัสตอมในแบบ Harley-Davidsonที่เปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และตัวตนของผู้ขับขี่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านมอเตอร์ไซค์คัสตอม โดยครั้งนี้มีการจัดแสดงมอเตอร์ไซค์คัสตอมจากเจ้าของชาวไทยจำนวน 2 คัน เพื่อสะท้อนสีสันของวัฒนธรรมการขับขี่วิถีไทย ได้แก่:

     

    • Road Glide Limited ตกแต่งโดย นิรันดร สิมาสฤษฏ์: “Godzilla” Harley-Davidson Road Glide Limited คือ มอเตอร์ไซค์ทัวร์ริงสมรรถนะสูงที่ยกระดับรถทัวร์ริงระดับหรูให้กลายเป็นพาหนะแห่งสมรรถนะที่ดุดัน แต่ยังคงความประณีต ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการแข่งขัน King of the Baggers ตัวรถมาในสี Iron Horse Metallic ผสานโทนสีดำ ถ่ายทอดภาพลักษณ์ที่ลึกลับ แข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยรายละเอียดทางวิศวกรรมอย่างชัดเจน ด้านสมรรถนะได้รับการอัปเกรดด้วยท่อไอเสียสเตนเลสแบบ 2-into-1 ที่มีรอยเชื่อมแต่งสีจากความร้อน ท่วงท่าที่ดูสปอร์ตและคล่องตัว พร้อมเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 117 VVT ที่เน้นทั้งความปราดเปรียวและพละกำลัง โดยยังคงความสบายสำหรับการเดินทางไกลไว้อย่างครบถ้วน ส่วนงานตกแต่งโทนดำ รายละเอียดสีแดง ล้อแต่ง และแฟริ่งหน้า Sharknose อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมบุคลิกแบบดาร์กคัสตอมที่โดดเด่นในสไตล์เมือง ขณะที่เบาะนั่งออกแบบเฉพาะและ Tour-Pak สีเดียวกับตัวรถ ยังคงมอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียมในแบบรถทัวร์ริง มากกว่าการเป็นมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริง Road Glide Limited คันนี้สะท้อนจิตวิญญาณของสมรรถนะแบบแบ็กเกอร์ยุคใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง และถูกสร้างขึ้นเพื่อโลดแล่นบนท้องถนนอย่างแท้จริง
    • Sportster S ตกแต่งโดย คุณนิติกร ควนสงวนหรือ โจ มอเตอร์ไซค์คันนี้ถูกสร้างขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้เป็นหนึ่งใน Sportster S รุ่นคัสตอมที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่สุดในยุค โดยผสานงานฝีมือที่พิถีพิถัน สมรรถนะระดับสูง และชิ้นส่วนที่ออกแบบและผลิตขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อสะท้อนศักยภาพของวงการคัสตอมในประเทศไทยสู่สายตาระดับนานาชาติ จุดเด่นสำคัญประกอบด้วย สวิงอาร์ม CNC ที่ออกแบบเฉพาะ ล้อหลังขนาด 18 x 9 นิ้ว พร้อมยางขนาด 250 และชุดหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่ มาพร้อมดิสก์เบรกคู่และล้อแต่งขนาด 19 นิ้ว ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในผลงานตกแต่ง Sportster S รุ่นแรก ๆ ในลักษณะนี้ ณ เวลานั้น ตัวรถปิดท้ายด้วยลวดลายสีที่ออกแบบเฉพาะ พร้อมรายละเอียดการตกแต่งที่ประณีตทั่วทั้งคัน สะท้อนตัวตนของเจ้าของได้อย่างชัดเจน ทั้งความเรียบเท่ ความแตกต่าง และบุคลิกที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำในแบบของตนเอง

    มอเตอร์ไซค์ทั้งสองคันนี้ร่วมตอกย้ำแก่นสำคัญของแบรนด์ว่า Harley-Davidson ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับการขับขี่ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ผู้ขับขี่ได้ถ่ายทอดตัวตนและสไตล์ของตนเองอย่างเต็มที่

     

     

    เจาะลึกงานสร้างสรรค์กับ Gary Royal นักสร้างมอเตอร์ไซค์ตกแต่งและศิลปินชื่อดังเจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ

    Harley-Davidson ยังได้ต้อนรับ แกรี รอยัล (Gary Royal) ศิลปินคัสตอมชื่อดังและผู้ก่อตั้ง Beware Choppers USA มาร่วมสร้างสีสันที่บูธ Harley-Davidson ภายในงาน โดยแกรีเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม American Chopper และเคยคว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากเวที Yokohama Hot Rod Custom Show ประเทศญี่ปุ่น ภายในงานครั้งนี้ แกรียังได้ร่วมแบ่งปันมุมมองจากประสบการณ์จริงเกี่ยวกับรถคัสตอม พร้อมแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจกับคอมมูนิตี้ช่างคัสตอมในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

     

    แกรี รอยัล กล่าวว่า “สิ่งที่ได้เห็นจากวงการมอเตอร์ไซค์คัสตอมในประเทศไทยครั้งนี้สร้างความประทับใจอย่างมาก สำหรับผลงานของผมเองก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรม American Chopper  ซึ่ง Harley-Davidson ถือเป็นต้นแบบสำคัญในการต่อยอดจินตนาการและสร้างสรรค์ผลงานเฉพาะตัวมาโดยตลอด การได้เห็นนักคัสตอมชาวไทยถ่ายทอดสไตล์และตัวตนของตัวเองลงบน Road Glide® และ Street Bob® ยิ่งตอกย้ำว่า จิตวิญญาณของการสร้างมอเตอร์ไซค์ที่สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริงนั้นเกิดขึ้นได้ในทุกที่ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมแบ่งปันแรงบันดาลใจนี้ในประเทศไทย และได้เห็นคนรุ่นใหม่นำแนวคิดดังกล่าวไปต่อยอดในแบบของตัวเอง”

    สัมผัสสมรรถนะและสไตล์ล่าสุด: ไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ ปี 2026 และคอลเลกชัน Dickies และ Factory Racing

     

    ภายในงาน Harley-Davidson ยังจัดแสดงไลน์อัปมอเตอร์ไซค์ปีล่าสุดให้ผู้ร่วมงานได้ชมอย่างใกล้ชิด คู่กับมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ เพื่อให้แฟน ๆ ได้เห็นทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และดีไซน์ล่าสุดของแบรนด์ ที่สามารถต่อยอดสู่การตกแต่งในสไตล์ของตัวเองได้

     

    นอกจากนี้ ยังมีการวางจำหน่ายคอลเลกชัน Dickies x Harley-Davidson และ คอลเลกชัน Factory Racing ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์การแข่งขันของ Harley-Davidson ถ่ายทอดกลิ่นอายจากสนามแข่งผ่านเครื่องแต่งกายรุ่นพิเศษสำหรับแฟน ๆ และผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ Harley-Davidson

     

    เดินหน้าต่อยอดวัฒนธรรมคัสตอมในระดับภูมิภาค

     

    กระแสตอบรับจากงานในกรุงเทพฯ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดย Harley-Davidson เตรียมเดินหน้าผลักดันวัฒนธรรมคัสตอมในภูมิภาค ผ่านการประกวด Custom Kings ที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้ เพื่อสนับสนุนคอมมูนิตี้นักสร้างสรรค์ และนักแต่งมอเตอร์ไซค์ พร้อมตอกย้ำงานฝีมือและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมมอเตอร์ไซค์

     

    ตั้งแต่การจัดแสดงมอเตอร์ไซค์ที่เปรียบเสมือนผลงานศิลปะเคลื่อนที่ ไปจนถึงนวัตกรรมล่าสุดในไลน์อัป Model Year 2026 ประสบการณ์ของ Harley-Davidson ในงาน Bangkok Hot Rod Custom Show 2026 สะท้อนเรื่องราวเฉพาะตัวของผู้ขับขี่ที่ถูกถ่ายทอดผ่านตัวรถ พร้อมเฉลิมฉลองพลังที่เชื่อมโยงทุกเส้นทางและทุกการเดินทางเข้าด้วยกัน นั่นคือจิตวิญญาณแห่ง RIDE


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส มุ่งมั่นขนส่งอย่างมีความรับผิดชอบ ประกาศใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน 100% สำหรับขนส่งรถยนต์ทางอากาศ

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส มุ่งมั่นขนส่งอย่างมีความรับผิดชอบ ประกาศใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน 100% สำหรับขนส่งรถยนต์ทางอากาศ

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประกาศใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF) สำหรับการขนส่งรถยนต์ทางอากาศของลูกค้าทั่วโลก ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ทันทีและถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การลดการปล่อยคาร์บอนในระบบโลจิสติกส์ทั่วโลกของเบนท์ลีย์ สำหรับการเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนในกรณีการใช้การขนส่งทางอากาศ เบนท์ลีย์จะสามารถลดการปล่อยมลพิษระหว่างขั้นตอนการขนส่งได้เป็นอย่างมาก พร้อมรักษามาตรฐานการบริการอันเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์

    การขนส่งรถยนต์ลูกค้าทางอากาศเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายโลจิสติกส์ทั่วโลกของเบนท์ลีย์ที่ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด และจะดำเนินการบนพื้นฐานของความต้องการของลูกค้า ความต้องการที่เร่งด่วน หรือความต้องการเฉพาะของตลาดในแต่ละภูมิภาคเท่านั้น โดยเบนท์ลีย์ มอเตอร์สต้องดำเนินการด้วยความรับผิดชอบสูงสุด และเนื่องจากการขนส่งทางอากาศเป็นต้นเหตุของการปล่อยมลพิษในปริมาณที่สูงกว่าการขนส่งทางทะเล การเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (SAF) ที่ได้รับการรับรองจึงถือเป็นก้าวสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขนส่งที่จำเป็นเหล่านี้

     

    Aimee Kelly ผู้อำนวนการฝ่ายความยั่งยืนของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดเผยว่า “การเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนที่ได้รับการรับรองสำหรับการขนส่งรถยนต์ทางอากาศ สะท้อนให้เห็นว่าเรากำลังดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและอิงหลักฐานเพื่อลดการปล่อยมลพิษในส่วนของเครือข่ายโลจิสติกส์ของเราที่ยังคงจำเป็นต้องใช้เที่ยวบิน เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป ซึ่งได้รับการตรวจสอบแล้ว และนี่ทำให้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนเป็นเครื่องมือสำคัญในกลยุทธ์การลดคาร์บอนของเรา”

     

    “โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธิ์ของเบนท์ลีย์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่าให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ด้วยการบูรณาการเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของเราอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เรากำลังเสริมสร้างรากฐานที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศในระยะยาว ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนลูกค้าและตลาดของเราด้วยแนวทางการกระจายสินค้าที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น”

    เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF) เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่ได้รับการรับรองจาก ISCC หรือ การรับรองคาร์บอนและความยั่งยืนระหว่างประเทศ (International Sustainability and Carbon Certification) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนหรือของเสีย โดยสามารถใช้กับอากาศยานและโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานที่มีอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องดัดแปลง สำหรับ SAF สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂e) ได้มากถึง 70-95% บนพื้นฐานของส่วนประกอบและวิธีการผลิตเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานแบบดั้งเดิม

    นับตั้งแต่เบนท์ลีย์นำเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (SAF) มาใช้ในการขนส่งทางอากาศ บริษัทฯ ได้ขนส่งรถยนต์ของลูกค้าด้วยการใช้ SAF แล้ว ซึ่งส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂e) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางได้เป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานแบบทั่วไป

    ปัจจุบัน การใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (SAF) ครอบคลุมการขนส่งรถยนต์ทางอากาศของลูกค้าทั้งหมด การศึกษาเบื้องต้นกำลังดำเนินการเพื่อขยายการใช้ SAF ไปยังเส้นทางการขนส่งอื่นๆ ที่อาจจำเป็นต้องใช้การขนส่งทางอากาศ นี่จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรของเบนท์ลีย์ และทำให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของบริษัทฯ จะสนับสนุนเป้าหมายของ Beyond100+ อย่างเต็มที่

     

    กลยุทธ์ Beyond100+ สะท้อนความยั่งยืนอันเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ โดยกำหนดนิยามใหม่ให้กับทุกแง่มุมทางธุรกิจเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตยนตรกรรมหรูอย่างยั่งยืน กลยุทธ์นี้มุ่งมั่นการลดการปล่อยคาร์บอนและดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบในระยะยาว โดยผสมผสานการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเข้ากับการสนับสนุนผู้คนและนวัตกรรม


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ก้อง-สมเกียรติ” จูนอัพตัวแข่ง Honda CBR1000RR-R เริ่มลงตัวที่ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ เช็ก มุ่งหน้าลุยต่อที่อิตาลี

    1 Min Read

    “ก้อง-สมเกียรติ” จูนอัพตัวแข่ง Honda CBR1000RR-R เริ่มลงตัวที่ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ เช็ก มุ่งหน้าลุยต่อที่อิตาลี

    การแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 5 ดวลความเร็วรอบ “ซูเปอร์โพลเรซ” และเรซที่ 2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ สนาม ออโตโดรม โมสต์ สาธารณรัฐเช็ก โดยเป็นอีกครั้งที่

    “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย หมายเลข 35 จากทีมโรงงาน ฮอนด้า เอชอาร์ซี และ “ยูกิ คุนิอิ” นักบิดตัวแทนชาวญี่ปุ่น หมายเลข 92 ลงเก็บข้อมูลเพื่อยกระดับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R

    ในรอบ ซูเปอร์โพลเรซ “ก้อง-สมเกียรติ” ออกสตาร์ทจากแถว 7 ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเจ้าตัวยกระดับความเร็วได้ดีโดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นเรซ โดยนักบิดไทยเกาะกลุ่มได้อย่างเหนียวแน่น แต่โชคร้ายพลาดล้มในรอบที่ 2 และต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย

    ส่วนการแข่งขันเรซที่ 2 นักบิดไทย ออกตัวจากกริดที่ 19 โดยสามารถเริ่มเกมได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด ผ่านไปไม่กี่รอบนักบิดไทยพลาดหลุดโค้งแรก ส่งผลให้โดนลงโทษ “ลองแล็ป เพนัลตี้” แต่ยังสามารถเค้นความเร็วไล่บี้จนบีบระยะห่างจากคู่แข่งเหลือต่ำกว่า 1 วินาที บิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 18 ตามหลังผู้ชนะ 57.480 วินาที ส่วน “ยูกิ” ทีมเมทจบเรซในอันดับ 19 ตามหลัง 69.585 วินาที

     

    นักบิดชาวไทยกล่าวหลังจบเรซว่า “วันนี้เราลงแข่ง ซูเปอร์โพลเรซ และ เรซ 2 แต่โชคไม่ดีที่ในรอบซูเปอร์โพลเรซผมพลาดล้มขณะเบรก หลังพยายามไล่ตามกลุ่มไป เราไม่สามารถแข่งต่อได้ จากนั้นในช่วงบ่ายเรากลับมาลงแข่งขันเรซที่ 2 หลังจัดการเปลี่ยนแปลงเซ็ตอัพบางอย่างให้กับรถแข่ง ซึ่งความรู้สึกของผมในช่วงเริ่มเกมไม่เลวเลย และเราพยายามที่จะรักษาความเร็วให้ได้”

    “จากนั้นผมมาพลาดที่โค้งแรก เพราะเบรกไม่อยู่และวิ่งตรงหลุดแทร็กออกไป ทำให้โดนลงโทษลองแล็ปเพนัลตี้ ซึ่งทำให้ผมเสียเวลาไป 6 วินาทีจนโดนคันหน้าทิ้งไป แต่ในรอบสุดท้ายเราสามารถบีบระยะเข้าไปเหลือไม่ถึง 1 วินาที ผมคิดว่าเราพัฒนาได้ดีในสุดสัปดาห์นี้ แต่ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะมาก โดยสัปดาห์หน้าจะมีการทดสอบที่สำคัญ เราจะพยายามพัฒนาไปอีกขั้นทั้งตัวรถและการขับขี่ของผมด้วย” สมเกียรติ ทิ้งท้าย

     

    สำหรับ “ก้อง-สมเกียรติ” พร้อมด้วยทีมงาน ฮอนด้า เอชอาร์ซี มีคิวเข้าร่วมการทดสอบที่สำคัญเพื่อพัฒนารถแข่ง Honda CBR1000RR-R ระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคมนี้ ที่ มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต มาร์โก ซิมอนเชลลี ประเทศอิตาลี โดยทีมเมทชาวอังกฤษอย่าง “เจค ดิ๊กสัน” จะกลับมาทำงานร่วมกับทีมด้วย

    ขณะที่การแข่งขันสนามถัดไปของศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคมนี้ ที่ มอเตอร์แลนด์ อารากอน ประเทศสเปน

     

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026 #CzechWordSBK


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment