• รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ครองใจผู้บริโภค คว้ารางวัล Thailand’s Social Power Brand 2026 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ตอกย้ำพลังแบรนด์บนโลกโซเชียล

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ครองใจผู้บริโภค คว้ารางวัล Thailand’s Social Power Brand 2026 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ตอกย้ำพลังแบรนด์บนโลกโซเชียล

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์บนโลกดิจิทัล คว้ารางวัล Thailand’s Social Power Brand 2026 ในกลุ่มธุรกิจรถจักรยานยนต์ จาก BrandAge ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2024–2026 ภายในงานประกาศผลรางวัลประจำปี ภายใต้แนวคิด “The New Brand Reality” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของไทยฮอนด้าที่ได้รับความสนใจและการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภคบนโซเชียลมีเดีย  ตลอดจนความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เข้าใจความสนใจและความต้องการของผู้บริโภค ควบคู่กับการรับฟังความคิดเห็นเพื่อนำมาพัฒนาการสื่อสารให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคอยู่เสมอ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน

    ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ตลอดกว่า 61 ปีของไทยฮอนด้า เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ โดยมีลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ เราให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงและทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์การใช้งานให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์การสื่อสารที่เข้าถึงผู้บริโภค หรือการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต รางวัล Thailand’s Social Power Brand ที่ได้รับต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน จึงเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและเครื่องยืนยันถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อฮอนด้า รวมถึงเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าในระยะยาว”

    นอกจากการใช้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่เชื่อมต่อและสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคแล้ว ไทยฮอนด้ายังพัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้ครอบคลุมไปถึงการดูแลรถจักรยานยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน My Honda Moto ที่รวบรวมบริการสำคัญไว้ในแอปพลิเคชันเดียว อาทิ การตรวจสอบข้อมูลรถและระยะเวลารับประกัน การแจ้งเตือนกำหนดบำรุงรักษา การดูประวัติการเข้ารับบริการ และการค้นหาศูนย์บริการใกล้ตัว รวมถึงการบันทึกสถิติการขับขี่และสะสมคะแนนเพื่อแลกรับสิทธิพิเศษ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการที่จำเป็นได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์ตั้งแต่การติดตามข่าวสารบนโลกออนไลน์ไปจนถึงการดูแลรถในชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ

    รางวัล Thailand’s Social Power Brand 2026 จัดขึ้นโดย BrandAge ร่วมกับ Mandala AI โดยบริษัท โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์ค จำกัด ในฐานะพันธมิตรด้านการวิจัย โดยนำ Big Data และ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Social Listening ควบคู่กับการวิจัยผ่านแบบสอบถามและการสัมภาษณ์ เพื่อประเมินพลังของแบรนด์จาก Engagement บนช่องทางของแบรนด์ทั้ง 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Facebook, X, Instagram, TikTok และ YouTube รวมถึงการกล่าวถึงแบรนด์แบบ Organic จากผู้บริโภค ซึ่งสะท้อนทั้งการมีส่วนร่วมและความคิดเห็นของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์

    ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในการพัฒนาทั้งการสื่อสาร ผลิตภัณฑ์ และบริการ โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ พร้อมนำเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกและยกระดับประสบการณ์การใช้งาน เพื่อสานต่อความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อฮอนด้ามาอย่างยาวนาน

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
    เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #BrandAgeOnline #ThailandsSocialPowerBrand #2026ThailandsSocialPowerBrand
    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยามาฮ่าระเบิดความมันสุดยิ่งใหญ่ใน YAMAHA MAX Festival 2026 เปิดศึก NMAX MAD MAX Drag & Gymkhana Challenge 2026 ชิงสิทธิ์พิชิตเส้นทางในฝัน 3 ประเทศ พร้อมจัดเต็มคอนเสิร์ตจาก 3 ศิลปินชื่อดัง

    1 Min Read

     ยามาฮ่าระเบิดความมันสุดยิ่งใหญ่ใน YAMAHA MAX Festival 2026 เปิดศึก NMAX MAD MAX Drag & Gymkhana Challenge 2026 ชิงสิทธิ์พิชิตเส้นทางในฝัน 3 ประเทศ พร้อมจัดเต็มคอนเสิร์ตจาก 3 ศิลปินชื่อดัง

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดเต็มความยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีในงาน YAMAHA MAX Festival 2026 เทศกาลรวมพลคอมมูนิตี้ชาว MAX Series และผู้ที่หลงใหลในความสนุกของการขับขี่ พร้อมเปิดประสบการณ์สัมผัสสุดยอดเทคโนโลยี YECVT ระบบส่งกำลังอัจฉริยะที่มอบทั้งอัตราเร่งและการตอบสนองที่เร้าใจ ผ่านการแข่งขัน NMAX MAD MAX Drag & Gymkhana Challenge 2026 เวทีประลองความเร็วและทักษะการขับขี่ เพื่อค้นหาสุดยอดนักบิดคว้าสิทธิ์ร่วมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ THE MAXPERIENCE TRIP เปิดประสบการณ์ขับขี่บนเส้นทางในฝันผ่าน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว และเวียดนาม พร้อมปิดท้ายความมันด้วยคอนเสิร์ตจาก 3 ศิลปินชื่อดัง ณ ลานหน้าศูนย์การค้า The Street รัชดา

    สำหรับไฮไลต์สำคัญของงาน YAMAHA MAX Festival 2026 คือการแข่งขันสนามสุดท้ายของรายการ YAMAHA NMAX MAD MAX Drag & Gymkhana Challenge 2026 ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันได้พิสูจน์สมรรถนะของ YAMAHA NMAX Tech MAX ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี YECVT ผ่านการแข่งขันที่ผสมผสานทั้งความเร็ว อัตราเร่ง และความคล่องตัวในการควบคุมรถ โดยมีเงินรางวัลรวมตลอดการแข่งขันกว่า 1,200,000 บาท

    การแข่งขันในสนามสุดท้ายเต็มไปด้วยความเข้มข้น ก่อนจะได้ผู้ชนะทั้ง 5 อันดับ ดังนี้

    • อันดับที่ 1 นายชาตรี หงษ์ทอง คว้าเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
    • อันดับที่ 2 นายชัยณรงค์ คำแก้ว คว้าเงินรางวัล 7,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
    • อันดับที่ 3 นายปวริศ วงศ์อาน คว้าเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
    • อันดับที่ 4 นายอนุภาพ จารย์อุปการะ คว้าเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
    • อันดับที่ 5 นายประวุฒิ สุขสากล คว้าเงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

    ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้าย จะได้ร่วมประชันฝีมือในรอบชิงชนะเลิศ เพื่อค้นหาสุดยอดนักบิดที่จะคว้าสิทธิ์ร่วมเดินทางในกิจกรรม THE MAXPERIENCE TRIP เปิดประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษบนเส้นทางท่องเที่ยว 3 ประเทศ ไทย–ลาว–เวียดนาม

    นอกจากการแข่งขันสุดเร้าใจแล้ว ภายในงานยังจัดเต็มกิจกรรมให้ผู้ร่วมงานได้สนุกและลุ้นรับของรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 155 Lucky Hunter กิจกรรมท้าดวงล่าเวลาการแข่งขันที่มีตัวเลข 1–5–5 เพื่อคว้าเหรียญรางวัลสุดพิเศษ รวมถึงกิจกรรม MAX MISSION ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานสนุกกับภารกิจสะสมคะแนนผ่าน Mission Passport เพื่อแลกรับของรางวัลภายในงาน และสำหรับผู้ที่สะสมภารกิจครบทุกสนาม ยังได้รับสิทธิ์ลุ้นร่วมเดินทางในทริป THE MAXPERIENCE TRIP อีกด้วย

    ปิดท้ายความยิ่งใหญ่ของ YAMAHA MAX Festival 2026 ด้วยคอนเสิร์ตสุดมันจาก 3 ศิลปินชื่อดังที่มาร่วมระเบิดความสนุกแบบเต็ม MAX เริ่มต้นด้วยแรปเปอร์ชื่อดัง SARAN dieout ที่ขนเพลงฮิตมาสร้างสีสันและปลุกความสนุกให้ผู้ร่วมงานได้โยกตามกันอย่างเต็มที่ ก่อนส่งต่อความมันให้กับ FLURE วงอัลเทอร์เนทีฟร็อกชื่อดัง ที่มาพร้อมบทเพลงฮิตและการแสดงสดสุดเร้าใจ และปิดท้ายค่ำคืนด้วยวงร็อกระดับตำนาน SILLY FOOLS ที่ขนเพลงฮิตอย่าง “150 ซีซี” “จิ๊จ๊ะ” และ “วัดใจ” มาระเบิดพลังความมันให้ชาว MAX Festival ได้สนุกกันอย่างเต็มอิ่ม

    งาน YAMAHA MAX Festival 2026 นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนความมุ่งมั่นของยามาฮ่าในการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมเชื่อมโยงกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ MAX Series ให้เป็นคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง ผ่านกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งเทคโนโลยี สมรรถนะ ความสนุก และไลฟ์สไตล์การขับขี่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

    #MAXFESTIVAL2026 #NMAXDragAndGymkhana #YECVT #ชามไฟฟ้า #FeelTheUniqueExperience #YamahaSocietyThailand #ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เปิดฉาก “MotoGP ยุคใหม่ที่ไทย” ระเบิดความคุ้ม 3 โปรพิเศษ! ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน พร้อม Early Bird ลด 30% และโค้ดออนไลน์ลด 20%

    1 Min Read

    เปิดฉาก “MotoGP ยุคใหม่ที่ไทย” ระเบิดความคุ้ม 3 โปรพิเศษ! ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน พร้อม Early Bird ลด 30% และโค้ดออนไลน์ลด 20%

    โมโตจีพี สนามประเทศไทย เปิดราคาบัตรชมการแข่งขัน “Grand Prix of Thailand 2027” พร้อมสิทธิพิเศษคุ้ม 3 ต่อ ทั้งสิทธิ์ชม BURIRAM TEST ฟรี เชียร์การแข่งขันครบ 3 วัน และใช้เป็นบัตรเข้างานเฟสติวัล เติมเต็มประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลกทั้งในและนอกสนาม ปีนี้เพิ่มความคุ้มค่าครั้งใหม่ด้วยโปรโมชั่น Early Bird ลด 30% การใช้โค้ดส่วนลดจากผู้สนับสนุน 20% ผ่านช่องทางออนไลน์ และครั้งแรกของไทยจีพีกับการผ่อนชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน ร่วมสัมผัส MotoGP New Era กับการเปิดฉากยุคใหม่ของโมโตจีพีที่ประเทศไทย

     

    สุดยอดการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก “โมโตจีพี” ภายใต้ชื่อรายการ “Grand Prix of Thailand 2027” เตรียมเปิดฉากฤดูกาล ระหว่างวันที่ 5–7 มีนาคม 2570 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์  พร้อมก้าวสู่ MotoGP New Era กับรถแข่งสเปกใหม่และกติกาทางเทคนิคใหม่

     

    ทั้งนี้บัตรชมการแข่งขันมอบสิทธิพิเศษ 3 ต่อในบัตรเดียว ได้แก่ 1.สิทธิ์ชม BURIRAM TEST ฟรีทั้ง 2 วัน วันที่ 6–7 กุมภาพันธ์ 2570 สัมผัสการทดสอบรถของนักบิดระดับโลก  2.ชมการแข่งขัน Main Race วันที่ 5–7 มีนาคม 2570  3.ใช้เป็นบัตรแอดมิชชั่น เข้าสู่กิจกรรมบันเทิง อาทิ คอนเสิร์ต มวยไทย และร่วมกิจกรรมฟรี ตลอด 3 วัน บริเวณ Commercial Area ด้านหน้าสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่เนรมิตเป็นงานเอ็กซ์โปสำหรับคนสายมอเตอร์ไซค์  มีทั้งพาวิลเลียนภาครัฐ-เอกชนขนาดใหญ่และร้านค้ารายย่อยมากมาย เลือกซื้อสินค้าสำหรับคนมอเตอร์ไซค์จากแบรนด์ดัง พร้อมชิมอาหารและเลือกซื้อของดีของขึ้นชื่อจากบุรีรัมย์และทั่วประเทศ ครบจบที่เดียว

     

    “บัตรชมโมโตจีพี สนามประเทศไทย ปี 2027” และบัตรพรีเมียมที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษ แบ่งเป็น

     

    1.แกรนด์สแตนด์ (Grandstand) ราคา 5,000 บาท มองเห็นทุกโค้งทั่วสนาม

    2.ไรเดอร์ สแตนด์ (Rider Stand) ราคา 3,000 บาท ประกอบด้วย Marquez Stand, Quartararo Stand และ Martin Stand พร้อมของที่ระลึกลิขสิทธิ์แท้

     

    3.แบรนด์ สแตนด์ (Brand Stand) ราคา 2,000 บาท ประกอบด้วย Honda Stand และ YAMAHA Stand พร้อมรับของที่ระลึกจากผู้สนับสนุน

     

    4.ไซด์ สแตนด์ (Side Stand) ราคา 2,000 บาท ทางเลือกเชียร์ติดขอบสนามในราคาสบายกระเป๋า

     

    1. Paddock Pass ราคา 15,000 บาท เข้าสู่โซนรับรองของนักแข่งระดับโลกอย่างใกล้ชิด ขอลายเซ็นและถ่ายรูปแบบเอ็กซ์คลูซีฟ รับส่วนลด 15% เมื่อซื้อบัตรชม Main Race รายละเอียดสิทธิ์และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ผู้จัดกำหนด

     

    6.บัตรชม Pre-Season Test (ซื้อแยก) ชมการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลที่จังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ 6–7 กุมภาพันธ์ 2570 บัตร Grandstand ราคา 500 บาทต่อวัน หรือบัตร 2 วัน ราคา 900 บาท โดยบัตร BURIRAM TEST ไม่สามารถผ่อนชำระได้

     

    ปีนี้ไทยจีพีจัดเต็มกับ 3 โปรโมชั่นใหม่เป็นครั้งแรก เพิ่มทั้งความคุ้มค่าและความสะดวกในการซื้อบัตร ดังนี้

    1.Special Early Bird ระหว่างวันที่ 9-15 พฤศจิกายน 2569 รับส่วนลด 30% สำหรับบัตร Side Stand และ Brand Stand ได้แก่ Honda Stand และ YAMAHA Stand ให้แฟน ๆ จับจองที่นั่งเชียร์ล่วงหน้าในราคาพิเศษ โดยบัตร Early Bird ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญผ่อนชำระ 0% ได้

    2.การใช้โค้ดส่วนลดจากผู้สนับสนุน 20% ผ่านช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับส่วนลดผ่านช่องทางออฟไลน์ โดยบัตร Grandstand, Marquez Stand, Quartararo Stand และ Martin Stand ใช้สิทธิ์ได้ระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569–7 มีนาคม 2570 ส่วนบัตร HONDA Stand, YAMAHA Stand และ Side Stand ใช้สิทธิ์ได้ระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569–7 มีนาคม 2570 ติดตามวิธีรับโค้ดและรายละเอียดการใช้สิทธิ์ได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram

    3.“ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน” ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของธนาคารที่ร่วมรายการ โดยระยะเวลาผ่อนชำระขึ้นอยู่กับยอดเงินและข้อกำหนดของธนาคาร ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดอื่น

     

    สำหรับการเปิดจำหน่ายบัตรพร้อมกันทั่วโลก วันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป คณะทำงานฯได้เตรียมการระบบต่างๆ เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกให้แฟนๆ โมโตจีพีจำนวนมาก ที่จะจองบัตรในวัน เวลาดังกล่าวอย่างดีที่สุด หลังการเปิดขายปี 2026 ที่นั่งแกรนด์สแตนด์กว่า 10,000 ที่นั่ง Sold Out ภายในเวลาเพียง 3.21 นาที ขณะที่สแตนด์อื่น ๆ มียอดจองคึกคักเช่นกัน สะท้อนความนิยมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าบัตรปีนี้จะจำหน่ายเต็มทุกที่นั่งในเวลาอันรวดเร็ว

     

    บัตรชมโมโตจีพี สนามประเทศไทย ยังคงโดดเด่นด้านราคาและความคุ้มค่า ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่จัดเต็มความบันเทิงทั้งในและนอกสนาม ตั้งแต่การแข่งขันระดับโลก คอนเสิร์ต มวยไทย ไปจนถึงการช้อป ชิม และสัมผัสเสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมไทย เติมเต็มประสบการณ์ที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตตัวจริงไม่ควรพลาด

     

    ซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ allticketthailand ติดตามรายละเอียด Early Bird โปรโมชั่น และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • อีซูซุจัดเต็มแคมเปญพิเศษล็อกเป้าลูกค้าอีซูซุ พร้อมปลุกรถคันเก่ง ให้เจ๋งเหมือนเดิม

    1 Min Read

    อีซูซุจัดเต็มแคมเปญพิเศษล็อกเป้าลูกค้าอีซูซุ พร้อมปลุกรถคันเก่ง ให้เจ๋งเหมือนเดิม

    คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เชิญชวนเจ้าของรถ   อีซูซุเข้าใช้บริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ กับโปรโมชันสุดพิเศษในแคมเปญ “โปรล็อกเป้า เฉพาะเจ้าของรถอีซูซุเท่านั้น” โดยสามารถรับคูปองส่วนลดน้ำมันเครื่อง ยางรถยนต์ แบตเตอรี่ หรือ อื่นๆ มูลค่ารวมสูงสุดกว่า 3,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน my-ISUZU ระยะเวลาแคมเปญตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2569

    รถปิกอัพอีซูซุทุกรุ่น และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น

    • ฟรี! เช็กสภาพรถ 8 ระบบสำคัญ
    • คูปองส่วนลดน้ำมันเครื่อง ยางรถยนต์ แบตเตอรี่ หรือ อื่น ๆ รวมสูงสุดกว่า 3,000 บาท
    • พิเศษ คูปองส่วนลดครั้งถัดไป 500 บาท (สำหรับรถ 7 ปีขึ้นไป เมื่อใช้จ่ายถึงกำหนด)
    • ส่วนลดอะไหล่สูงสุด 15% (ช่วงล่าง เบรก คลัตช์ ซีลล้อ ลูกปืนล้อ อะไหล่บำรุงรักษาเชิงป้องกัน และ อะไหล่ชุดตรวจพิเศษสำหรับรถอายุมากกว่า 5 ปีหรือ 100,000 กม.)
    • ผ่อน 0% นาน 9 เดือนรับประกันอะไหล่และงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กม.
    • แพ็กซ่อมคืนความฟิต เช่น ล้างท่อร่วมไอดี เริ่มต้น 2,890 บาท ปรับตั้งวาล์ว เริ่มต้น 1,119 บาท

    เปลี่ยนโช้กอัพ เริ่มต้น 2,790 บาท และเปลี่ยนผ้าเบรกพร้อมทำความสะอาดเบรก เริ่มต้น 2,190 บาท

    หมายเหตุ : ราคาข้างต้นเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ โปรดตรวจสอบราคาได้จากศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุใกล้บ้านท่าน

    รถบรรทุกอีซูซุขนาดใหญ่  (2 ตันขึ้นไปทุกรุ่น)

    • ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ (ครอบคลุม 50 รายการ)
    • ส่วนลดอะไหล่ สูงสุด 15% สำหรับกลุ่มอะไหล่ ช่วงล่าง เบรก คลัตช์ ซีลล้อ ลูกปืนล้อ อะไหล่บำรุงรักษาเชิงป้องกัน และอุปกรณ์ดักจับความชื้น
    • เปลี่ยนจาระบี ไวทันใจ เสร็จภายใน 4 ชม.
    • ส่วนลดยางบริดจสโตนสูงสุด 1,200 บาท สำหรับรถบรรทุก รุ่น NLR และ NLR Lite เมื่อเปลี่ยนครบ

    4 เส้น พร้อมฟรี! ค่าแรง

    • ผ่อน 0% นาน 9 เดือนรับประกันอะไหล่และงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กม.

    สอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ หรือ สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 0-2118-0777 และติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • สรยท. จัดอบรมขับขี่ปลอดภัย Course Level up ให้กับสมาชิก ณ ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ

    1 Min Read

    สรยท. จัดอบรมขับขี่ปลอดภัย Course Level up ให้กับสมาชิก ณ ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ

     

    สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ร่วมกับบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ จัดอบรมขับขี่ปลอดภัยให้กับสมาชิกสมาคมฯ ในหลักสูตร Course Level up (หลักสูตรยกระดับทักษะ) โดยหลักสูตรนี้ เป็นการนำจุดสำคัญจากหลักสูตรหลัก คือ Basic Course (หลักสูตรขับขี่ปลอดภัยพื้นฐาน), Skilled Course (เพิ่มทักษะการควบคุมรถในสถานการณ์ที่ยากขึ้น
    แก้นิสัยการขับขี่ที่ผิดวิธี) และ Advance Course (หลักสูตรขับขี่ปลอดภัยทักษะขั้นสูง) มาปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสมาชิกสมาคมฯ ที่มีทักษะพื้นฐานที่แตกต่างกัน ได้ฝึกฝนทักษะการควบคุมรถได้อย่างถูกต้อง พร้อมเทคนิคในการขับขี่ในรูปแบบต่างๆ

    ช่วงเช้าเป็นการอบรมเรื่องมารยาทในการขับขี่ และการคาดการณ์อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อเราใช้รถ ใช้ถนน และทำ Workshop ก่อนภาคปฏิบัติ เช่น หลักการจอด, การขึ้น-ลงรถ, การออกรถ-หยุดรถ, ท่าการขับขี่ และท่าการยกรถในกรณีรถล้ม ต่อด้วยภาคปฏิบัติเป็นการปรับท่าการขับขี่ และความคุ้นเคยกับรถ, การใช้เบรกขั้นพื้นฐาน เป็นต้น

    ช่วงบ่ายเป็นการเพิ่มทักษะในรูปแบบต่างๆ อาทิ การเบรกแบบสั้น-ยาว โดยเพิ่มความเร็ว, การเปลี่ยนเกียร์ตามรอบเครื่องยนต์ พร้อมเบรก, การใช้เบรกเพื่อชะลอความเร็ว และเร่งต่อ, การควบคุมคันเร่งในทางตรง และการขับขี่เข้าโค้งแบบ Lean ซ้าย-ขวา

    รวมถึงการขับขี่แบบ Skill Up Riding Course เป็นการขับขี่เต็มรูปแบบทั้งสนาม โดยวางกรวยยางรูปแบบต่างๆ ซึ่งสมาชิกต้องใช้ทักษะที่อบรมมาเพิ่มพูนทักษะการขับขี่ที่ถูกต้องจากครูฝึก

    สำหรับการมอบประกาศนียบัตร หลักสูตรอบรมขับขี่ปลอดภัย Course Level up ได้รับเกียรติจาก ประภาศรี กิจภคพาณิชย์ ผู้จัดการศูนย์ฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ และลิขิต น้าประเสริฐ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย เป็นผู้มอบ พร้อมถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกับสมาชิกก่อนจบหลักสูตรการอบรมฯ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ไทยฮอนด้า จับมือ สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย จัดอบรม “Course Level Up” ยกระดับทักษะขับขี่ปลอดภัยให้สื่อมวลชนสายรถจักรยานยนต์

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า จับมือ สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย จัดอบรม “Course Level Up” ยกระดับทักษะขับขี่ปลอดภัยให้สื่อมวลชนสายรถจักรยานยนต์

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) จัดกิจกรรมอบรมขับขี่ปลอดภัยให้กับสื่อมวลชน สำหรับรถจักรยานยนต์ Course Level Up เพื่อเสริมสร้างทักษะการขับขี่และการควบคุมรถจักรยานยนต์ ผ่านหลักสูตรที่ยกระดับความเข้มข้นจากการฝึกขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาความชำนาญในการควบคุมรถและการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ บนท้องถนน พร้อมนำความรู้ และทักษะการขับขี่ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้กับประชาชนที่ใช้รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกวิธี โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ

    สำหรับการอบรมในครั้งนี้ สื่อมวลชนได้เรียนครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยภาคทฤษฎีมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ด้านมารยาทในการขับขี่ การคาดการณ์สถานการณ์เสี่ยงและอุบัติเหตุ พร้อมกิจกรรม Workshop APT เพื่อฝึกวิเคราะห์และนำเสนอกรณีศึกษาอุบัติเหตุ ตลอดจนเรียนรู้หลักการควบคุมรถอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การขึ้น-ลงรถ การหยุดและออกตัว ท่าทางการขับขี่ รวมถึงวิธีการยกรถเมื่อเกิดการล้ม

    ขณะที่ภาคปฏิบัติ ผู้เข้าร่วมอบรมได้ฝึกฝนทักษะการควบคุมรถจักรยานยนต์อย่างเข้มข้น เริ่มตั้งแต่การตรวจสอบสภาพรถและความพร้อมของอุปกรณ์ป้องกัน การปรับท่าทางการขับขี่ การเบรกอย่างถูกวิธี การออกตัวและหยุดรถในระยะต่าง ๆ ตลอดจนการฝึกขับขี่ทางตรงในรูปแบบ Straight Rhythm เพื่อพัฒนาความแม่นยำในการควบคุมคันเร่ง การเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์ การใช้เบรกชะลอความเร็วและเร่งต่อเนื่อง รวมถึงการฝึกท่าทางเข้าโค้งแบบ Lean ทั้งซ้ายและขวา พร้อมร่วมกิจกรรมทดสอบทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์ HONDA Challenge เพื่อประยุกต์ใช้ทักษะที่ได้เรียนรู้จากหลักสูตร Skill Up Riding Course

    กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการส่งเสริมความรู้และทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย ผ่านการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ในระดับต่าง ๆ พร้อมสนับสนุนให้สื่อมวลชนได้เพิ่มพูนประสบการณ์และความชำนาญ เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการขับขี่จริง ตลอดจนร่วมถ่ายทอดแนวทางการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัยสู่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในวงกว้าง

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
    เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคม #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #TAJA #ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า #ขับขี่ปลอดภัย #อบรมขับขี่ปลอดภัย #ทักษะขับขี่รถจักรยานยนต์


    No Comment
  • “ก้อง-สมเกียรติ” ฝ่าฟันบททดสอบ WorldSBK ปีแรก! เก็บประสบการณ์เพื่อต่อยอด พร้อมลุยต่อกับ Honda HRC เต็มฤดูกาลหน้า 2027

    1 Min Read

    “ก้อง-สมเกียรติ” ฝ่าฟันบททดสอบ WorldSBK ปีแรก! เก็บประสบการณ์เพื่อต่อยอด พร้อมลุยต่อกับ Honda HRC เต็มฤดูกาลหน้า 2027

    ผ่านพ้นฤดูกาลแรกบนเวทีซูเปอร์ไบค์ชิงแชมป์โลกที่เต็มไปด้วยบททดสอบ สำหรับ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทยจากทีมโรงงาน Honda HRC ที่ต้องเผชิญทั้งอาการบาดเจ็บ การปรับตัวเข้ากับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R และความท้าทายของการแข่งขันรูปแบบใหม่ในศึก WorldSBK 2026 แต่ท่ามกลางอุปสรรค เจ้าตัวยังคงมุ่งมั่นทำงานร่วมกับทีมและวิศวกรอย่างต่อเนื่อง ก่อนเริ่มแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นในช่วงท้ายฤดูกาล พร้อมได้รับความไว้วางใจจาก Honda HRC ให้เดินหน้าสู่ฤดูกาลที่ 2 ในปี 2027

    “ก้อง-สมเกียรติ” ถือเป็นหนึ่งในนักบิดไทยที่สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก จากการเติบโตผ่านโครงการ “Honda Race to the Dream” ก่อนก้าวสู่การแข่งขัน Moto3 World Championship ด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดในโฮมเรซ และขยับขึ้นสู่ Moto2 World Championship กับ Idemitsu Honda Team Asia ในปี 2019 โดยพัฒนาฝีมือจนคว้าชัยชนะครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเซียในปี 2022 ตามด้วยชัยชนะที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2023 ก่อนก้าวขึ้นสู่การแข่งขันระดับพรีเมียร์คลาส MotoGP กับ Idemitsu Honda LCR ในปี 2025

    ในปี 2026 “ก้อง-สมเกียรติ” ได้รับความไว้วางใจจาก Honda HRC ให้ร่วมเป็นกำลังสำคัญในโครงการพัฒนารถแข่ง Honda CBR1000RR-R สำหรับการแข่งขัน WorldSBK โดยนำประสบการณ์จาก MotoGP มาปรับใช้ในการทำงานร่วมกับทีมและวิศวกร เพื่อเก็บข้อมูลและพัฒนาศักยภาพรถแข่งให้สามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นฤดูกาลแรกกลับเต็มไปด้วยอุปสรรค เมื่อ “ก้อง-สมเกียรติ” ประสบอุบัติเหตุระหว่างการฝึกซ้อมที่ประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บแขนทั้งสองข้าง และพลาดโอกาสในการทดสอบรถแข่งช่วงสำคัญ รวมถึงการแข่งขันสนามเปิดฤดูกาลที่ประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ “เจค ดิกสัน” (Jake Dixon) ทีมเมทชาวอังกฤษก็ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บก่อนเปิดฤดูกาลเช่นกัน ทำให้ Honda HRC ต้องปรับแผนและส่งนักบิดทดสอบลงแข่งขันเพื่อเดินหน้าเก็บข้อมูลพัฒนารถแข่งต่อไป

    แม้ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกาย แต่ “ก้อง-สมเกียรติ” ยังคงทุ่มเทอย่างเต็มที่จนสามารถกลับมาลงแข่งขันได้อีกครั้งที่สนามปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส พร้อมประเดิมเก็บคะแนนแรกในศึก WorldSBK ได้สำเร็จ ก่อนต้องเผชิญอาการบาดเจ็บอีกครั้งที่สนามแอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของฤดูกาลแรก

    หลังฟื้นตัวกลับมาลงสนาม นักบิดชาวไทยเดินหน้าสั่งสมประสบการณ์และปรับตัวเข้ากับรถแข่งอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะได้รับโอกาสสำคัญในช่วงต้นเดือนตุลาคม เมื่อทีมโรงงาน Honda HRC Castrol ไว้วางใจให้กลับไปลงแข่งขัน MotoGP ในรายการ Japanese Grand Prix ที่โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น โดยสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างโดดเด่นและคว้าอันดับ 13 มาครอง

    การกลับไปแข่งขัน MotoGP ที่ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับ “ก้อง-สมเกียรติ” พร้อมนำประสบการณ์และเทคนิคการขับขี่กลับมาปรับใช้กับการแข่งขัน WorldSBK ซึ่งเริ่มสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นในช่วงท้ายฤดูกาล

    โดยเฉพาะการแข่งขัน 2 สนามสุดท้ายที่เอสโตริล ประเทศโปรตุเกส และเฮเรซ ประเทศสเปน ซึ่ง “ก้อง-สมเกียรติ” และทีมเมทสามารถลดช่องว่างเวลาต่อรอบจากที่เคยตามหลังกลุ่มผู้นำเกือบ 2 วินาที เหลือต่ำกว่า 1 วินาที สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการปรับตัวและพัฒนารถแข่งร่วมกับทีม

    แม้ยังมีรายละเอียดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม ทั้งการทำเวลาในรอบควอลิฟายและการออกตัวในช่วงต้นการแข่งขัน แต่สัญญาณบวกที่เห็นได้ชัดคือความสม่ำเสมอของ Race Pace ที่ดีขึ้น รวมถึงความสามารถในการไล่แซงคู่แข่งและขยับอันดับระหว่างการแข่งขัน โดยเฉพาะเรซสุดท้ายที่สามารถแซงทีมเมทขึ้นมาจบการแข่งขันได้สำเร็จ ก่อนปิดฤดูกาล 2026 ด้วยคะแนนสะสมรวม 23 คะแนน รั้งอันดับ 21 บนตารางคะแนนชิงแชมป์โลก

    แม้ฤดูกาลแรกจะเต็มไปด้วยบททดสอบ แต่ความมุ่งมั่น ทัศนคติในการทำงาน และพัฒนาการของ “ก้อง-สมเกียรติ” ยังคงเป็นสิ่งที่ Honda HRC ให้ความสำคัญ โดยทีมโรงงานมองเห็นศักยภาพที่จะพัฒนาร่วมกันต่อไป และตัดสินใจเดินหน้าร่วมกับนักบิดชาวไทยอีกหนึ่งฤดูกาล เพื่อสานต่อการพัฒนารถแข่งและยกระดับผลงานในศึก WorldSBK 2027

    การเดินหน้าสู่ฤดูกาลที่ 2 ของ “ก้อง-สมเกียรติ” ยังสะท้อนถึงความสำเร็จของแนวทางการพัฒนานักบิดไทยผ่านโครงการ “Honda Race to the Dream” ที่มุ่งสร้างโอกาสให้นักบิดไทยก้าวสู่การแข่งขันระดับโลก พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักบิดรุ่นใหม่ที่มีความฝันบนเส้นทางมอเตอร์สปอร์ต

    จากบททดสอบตลอดฤดูกาลแรก สู่โอกาสครั้งใหม่ในปี 2027 “ก้อง-สมเกียรติ” พร้อมนำประสบการณ์ที่สั่งสมมาต่อยอดการพัฒนาฝีมือและยกระดับผลงานร่วมกับ Honda HRC โดยมีแรงเชียร์จากแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยเป็นกำลังใจสำคัญบนเส้นทางการแข่งขันระดับโลก

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และนักบิดฮอนด้า พร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #HondaBigBike #HondaHRC #SC35 #Kong #WorldSBK #WorldSBK2027 #RaceToTheDream


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดนิทรรศการ “Driven by Dedication” ผสานศิลปะเข้ากับความหรูหราแห่งอนาคต ในบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่

    2 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดนิทรรศการ “Driven by Dedication” ผสานศิลปะเข้ากับความหรูหราแห่งอนาคต ในบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย นำโดย คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ เฉลิมฉลองความประณีตแห่งงานฝีมือเข้ากับศาสตร์และศิลป์แห่งยนตรกรรมผ่านงาน “Driven by Dedication” ณ ดิบ บางกอก

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เฉลิมฉลองความประณีตแห่งงานฝีมือเข้ากับศาสตร์และศิลป์แห่งยนตรกรรมผ่านงาน “Driven by Dedication” ณ ดิบ บางกอก ในการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ยนตรกรรมซีดานหรูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นดุจประติมากรรมเคลื่อนที่ ถ่ายทอดสุนทรียภาพแห่งการออกแบบและมิติทางวัฒนธรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่สง่างาม ระบบไฟส่องสว่างที่สะท้อนคาแรกเตอร์เฉพาะตัว และงานฝีมือชั้นยอดภายในห้องโดยสารที่สัมผัสได้ในทุกรายละเอียด บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ซึ่งประกอบด้วย บีเอ็มดับเบิลยู i7 50 xDrive M Sport ขุมพลังไฟฟ้าล้วน บีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive ระบบปลั๊กอินไฮบริด และบีเอ็มดับเบิลยู 740d xDrive M Sport เครื่องยนต์ดีเซล ได้นำวิสัยทัศน์ด้านงานออกแบบและนวัตกรรมดิจิทัลจากเจเนอเรชัน Neue Klasse มาสู่รถยนต์หรูในตระกูลนี้เป็นครั้งแรก โดยภายในงาน ได้มีการจัดแสดงบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่นี้เคียงข้างผลงานสำคัญแห่งหน้าประวัติศาสตร์จาก BMW Art Car Collection และมรดกอันทรงคุณค่าของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 เพื่อร่วมค้นหาคำตอบว่าความมุ่งมั่นอย่าง

    ไม่ลดละ สามารถพลิกโฉมยานยนต์ให้กลายเป็นงานศิลปะที่มีชีวิต เพื่อสุนทรียภาพแห่งการเดินทางทั้งในด้านร่างกายและจิตใจได้อย่างไร

    คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ผลงานชิ้นเอกทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะหรือวิศวกรรม ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากความมุ่งมั่นอันแรงกล้า นิทรรศการ ‘Driven by Dedication’ นี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่เราได้นำเสนอมรดกทางศิลปะอันทรงคุณค่าตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมาของบีเอ็มดับเบิลยู ควบคู่กับกับก้าวต่อไปของ ยนตรกรรมซีดานระดับแฟลกชิปของเรา โดยบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ คือผลงานศิลปะแห่งโลกยานยนต์ที่หลอมรวมความประณีตของงานฝีมือ สุนทรียภาพแห่งความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส และนวัตกรรมล้ำยุคอย่างเทคโนโลยี Neue Klasse เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของเราที่ไม่เคยหยุดก้าวสู่อนาคต”

    ไม่เพียงแค่งานทัศนศิลป์ที่สะกดสายตา งาน “Driven by Dedication” ยังร่วมเฉลิมฉลองศิลปะแห่งเสียงดนตรี ผ่านประสบการณ์ BMW Immersive Sound Experience แบบอินเทอร์แอคทีฟ ทั้งบริเวณพื้นที่จัดแสดงและภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ด้วยสุดยอดเทคโนโลยีจาก Bowers & Wilkins และ Dolby Atmos ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินสามารถรังสรรค์มิติเสียงแบบสามมิติโอบล้อมผู้ฟังจากทุกทิศทาง พาคุณดำดิ่งสู่บทเพลงและเรื่องราวที่หลงใหลได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมพลิกโฉมห้องโดยสารให้กลายเป็นคอนเสิร์ตฮอลล์เคลื่อนที่อย่างสมบูรณ์แบบประสบการณ์เสียงอันสมจริงนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยูในการมอบความเป็นเลิศในทุกรายละเอียด ด้วยการผสานเทคโนโลยีระบบเสียงขั้นสูงเข้ากับวิศวกรรมเสียงอันพิถีพิถัน เพื่อส่งมอบความคมชัด มิติเสียงที่ล้ำลึก และความแม่นยำเหนือระดับในทุกการเดินทาง

    ลูกค้าผู้ที่สนใจ สามารถสัมผัสยนตรกรรมบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ นี้ได้ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

    นอกจากนี้ จิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ของบีเอ็มดับเบิลยูยังได้รับการถ่ายทอด ณ ดิบ บางกอก พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติชั้นนำของประเทศไทย ผ่านเรื่องราวของ BMW Art Car Collection ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2518 เมื่อแอร์เว ปูแลง (Hervé Poulain) นักแข่งรถชาวฝรั่งเศส เชิญอเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ (Alexander Calder) เพื่อนศิลปินของเขา มาร่วมเปลี่ยนรถแข่งให้กลายเป็นประติมากรรมเคลื่อนที่ โดยคาลเดอร์ได้แต่งแต้มรถยนต์สมรรถนะสูง BMW 3.0 CSL ด้วยแถบสีแม่สีสดใสขนาดใหญ่ จนเกิดเป็น BMW Art Car คันแรก โดยระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม ถึง 28 พฤศจิกายน 2569 แบบจำลอง BMW 3.0 CSL Art Car ในอัตราส่วน 1:5 ซึ่งสร้างสรรค์โดยคาลเดอร์ จะจัดแสดงที่ดิบ บางกอก ด้วยการสนับสนุนจาก BMW Group Culture โดยแบบจำลองดังกล่าวจัดแสดงเชื่อมโยงกับนิทรรศการปัจจุบันของพิพิธภัณฑ์ Giving Life ซึ่งสำรวจวิธีที่ศิลปินถ่ายทอดชีวิตให้กับวัตถุ และนำเสนอผลงานศิลปะชิ้นสำคัญของ อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ ด้วย

    บีเอ็มดับเบิลยู i7 50 xDrive M Sport ใหม่ (จำกัดจำนวนเพียง 12 คันเท่านั้น)
    ราคา: 6,999,000 บาท (สี Single-tone) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard)
    ราคา: 7,599,000 บาท (สี Two-tone) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard)

    บีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive ใหม่
    ราคา: คาดการณ์ราคาจำหน่ายไม่เกิน 6,800,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard)

    บีเอ็มดับเบิลยู 740d xDrive M Sport ใหม่
    ราคา: คาดการณ์ราคาจำหน่ายไม่เกิน 6,800,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard)

    บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ นำนวัตกรรมจากเจเนอเรชัน Neue Klasse มาสู่รถยนต์ซีดานระดับหรูของบีเอ็มดับเบิลยู เป็นครั้งแรก สร้างก้าวกระโดดครั้งสำคัญทั้งการออกแบบและเทคโนโลยีความหรูหรา โดยทั้งสามรุ่นโดดเด่นด้วยการผสมผสานรูปลักษณ์ใหม่อันสง่างามทรงพลัง ห้องโดยสารที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมดิจิทัลตอบสนองการใช้งานอย่างอัจฉริยะ ประสบการณ์ความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาสสำหรับผู้โดยสาร และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติ

    บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ น่าจดจำตั้งแต่แรกเห็นด้วยส่วนหน้ารถที่ออกแบบขึ้นมาใหม่ และพื้นผิวตัวถังที่สะอาดตาแต่ยังเปี่ยมด้วยมิติ รูปทรงภายนอกที่ดูสง่างามและไร้รอยต่อ ผสมผสานกับกระจังหน้าใหม่ BMW kidney Iconic Glow พร้อมด้วยไฟหน้าแบบ Crystal ที่เรียบหรู เสริมรูปลักษณ์ที่สะกดสายตาและเป็นที่จดจำในทันที ด้านข้างตัวถังลดทอนความซับซ้อนบนพื้นผิว เส้นสายคาแรกเตอร์ที่คมชัด เข้ากันกับมือจับประตูดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบ Soft Close และระบบ Ceremonial Access ที่ต้อนรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยพรมแสงไฟแบบไดนามิกพร้อมชุดแต่ง Illuminated M Door Sills บริเวณกรอบประตู ขณะที่ท้ายรถโดดเด่นไม่แพ้กันด้วยชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่และรูปทรงที่ชัดเจน

    ชุดแต่ง M Sport ในบีเอ็มดับเบิลยู i7 50 xDrive M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู 740d xDrive M Sport เสริมความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวให้กับรูปลักษณ์ภายนอก ด้วยชุดแต่งตัวถังแบบ M Sport รอบคัน และคาลิเปอร์เบรก M Sport สีน้ำเงินเข้มเมทัลลิก ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive มาพร้อมชุดแต่งภายนอก M Sport ควบคู่กับอุปกรณ์เสริมพิเศษจากชุดแต่ง M Sport package Pro อาทิ ไฟหน้า M Lights Shadowline และคาลิเปอร์เบรก M Sport สีดำเงา

    บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ยังผสานเทคโนโลยีล่าสุดจากเจเนอเรชัน Neue Klasse ผ่านระบบแสดงผลและควบคุม BMW Panoramic iDrive ซึ่งทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X เปิดมิติใหม่ให้กับการออกแบบที่ยังคงให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่ในแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมเสริมความสามารถในการปรับแต่งประสบการณ์ ให้เหมาะกับผู้ขับขี่แต่ละคน แผงหน้าปัดดีไซน์ใหม่ ใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอกลาง Central Display ที่ติดตั้งมาแบบลอยตัวในตำแหน่งที่รองรับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำงานร่วมกับ BMW Panoramic Vision นำข้อมูลหลากหลายมาแสดงตลอดแนวด้านหน้ารถ และ BMW 3D Head-Up Display ที่แสดงข้อมูลสำคัญในระดับสายตาของผู้ขับขี่โดยตรง อีกหนึ่งอุปกรณ์ใหม่ที่พร้อมให้สัมผัสกันเป็นครั้งแรกคือ หน้าจอ BMW Passenger Screen ขนาด 14.6 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในซีรีส์ 7 ใหม่ทุกรุ่น โดยจัดวางเคียงข้างหน้าจอ Central Display เพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารเบาะหน้าตลอดการเดินทาง

    นอกจากนี้ ห้องโดยสารส่วนหน้าของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ยังยกระดับด้วยพวงมาลัยหนังแบบ M กระจกมองหลังแบบดิจิทัล Digital Interior Mirror ที่ช่วยให้มองเห็นด้านหลังได้อย่างชัดเจนแม้ขณะเปิดใช้งาน Theatre Screen แถบอินเทอร์แอคทีฟแบบ Phygital ที่เปลี่ยนสีของไฟตามโหมดต่างๆ ช่องแอร์ระบบไฟฟ้าที่ผสานเข้ากับงานออกแบบอย่างแนบเนียน ชุดตกแต่งกระจก BMW Individual CraftedClarity และแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายที่ผสานวัสดุคุณภาพสูงเพื่อผิวสัมผัสที่ดียิ่งขึ้น

    ส่วนผู้โดยสารเบาะหลังจะได้สัมผัสประสบการณ์เต็มตาไปกับ BMW Theatre Screen ที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งสำหรับการชมภาพยนตร์และการทำงาน หน้าจอทัชสกรีนขนาด 31.3 นิ้ว ให้ภาพคมชัดด้วยความละเอียดระดับ 8K ที่เลื่อนลงจากเพดานหลังคา ทั้งยังรองรับระบบการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอเป็นครั้งแรก ควบคู่ไปกับการใช้งานแอปสำหรับสตรีมคอนเทนต์ เล่นเกม และเข้าถึงข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมาย บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ทั้งสามรุ่นมาพร้อมระบบเสียงเซอร์ราวด์จาก Bowers & Wilkins โดยบีเอ็มดับเบิลยู i7 50 xDrive M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยระบบเสียง Bowers & Wilkins Diamond ที่รองรับ Dolby Atmos พร้อมประสบการณ์เสียงแบบ 4D ผ่านลำโพงที่ติดตั้งไว้ภายในพนักพิงเบาะหลัง ให้กำลังขับรวมสูงสุด 1,965 วัตต์ ผ่านลำโพงทั้งหมด 35 ตัว

    นอกเหนือจากประสบการณ์ความบันเทิงแล้ว ผู้โดยสารเบาะหลังในบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ยังจะได้รับความสะดวกสบายจากเบาะนั่งและคอนโซลหลังแบบ Executive Lounge ฟังก์ชันปรับเบาะเอน Relax Position หลังคากระจก Panorama Sky Lounge ระบบไฟแบบใหม่ และช่องปรับอากาศบริเวณเสา B ที่ได้รับการออกแบบใหม่

    ในด้านสมรรถนะ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ พร้อมสร้างความประทับใจในทุกการขับขี่ด้วยระบบส่งกำลังที่หลากหลาย โดยทุกรุ่นติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ BMW xDrive มาเป็นมาตรฐาน

    บีเอ็มดับเบิลยู i7 50 xDrive M Sport ขุมพลังไฟฟ้าล้วน มาพร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้พละกำลังสูงสุด 355 กิโลวัตต์ / 455 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 5.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูงมีความจุพลังงาน 118.1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง มอบระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าตามมาตรฐาน WLTP ที่ 620-727 กิโลเมตร เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 102 กิโลเมตร อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงด้วยกำลังสูงสุด 250 กิโลวัตต์ จึงสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% ได้ภายใน 28 นาที

    บีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive ผสานประสิทธิภาพของระบบปลั๊กอินไฮบริดเข้ากับสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง BMW TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic Sport ให้กำลังรวมสูงสุด 450 กิโลวัตต์ / 612 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 800 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 4.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่แบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 22.1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง รองรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นระยะทาง 69-80 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive ยังมาพร้อมระบบช่วงล่าง Adaptive M Chassis Control Professional เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเฉพาะรุ่น เพื่อเสริมทั้งความคล่องตัวและความสะดวกสบายในการขับขี่

    ด้านบีเอ็มดับเบิลยู 740d xDrive M Sport มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ BMW TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตรทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 48 โวลต์ในระบบ Mild Hybrid พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic Sport ให้กำลังรวมสูงสุด 230 กิโลวัตต์ / 313 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 670 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของในสีตัวถังที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นพิเศษ จับคู่กับเบาะหนัง BMW Individual ‘Merino’ ดังนี้

    • บีเอ็มดับเบิลยู i7 50 xDrive M Sport ใหม่ มีให้เลือกในแบบทูโทน สีเทา BMW Individual Oxide Grey II Metallic ตัดกับสีดำ Sapphire Black Metallic พร้อมห้องโดยสารสีน้ำตาลอ่อน Tartufo / สีเทา Oxide Grey Metallic หรือ BMW Individual Dravit Grey Metallic พร้อมห้องโดยสารสีดำ / สีดำ Black Sapphire Metallic พร้อมห้องโดยสารสีน้ำตาลเข้ม Mocha
    • บีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive ใหม่ มีให้เลือกในสีขาว Mineral White Metallic หรือดำ Black Sapphire Metallic พร้อมห้องโดยสารสีน้ำตาลเข้ม Mocha / สีเทา Dravit Grey Metallic หรือ Brooklyn Grey Metallic พร้อมห้องโดยสารสีดำ
    • บีเอ็มดับเบิลยู 740d xDrive M Sport ใหม่ มีให้เลือกในสีขาว Mineral White Metallic หรือดำ Black Sapphire Metallic พร้อมห้องโดยสารสีน้ำตาลเข้ม Mocha / สีเทา Dravit Grey Metallic หรือ Oxide Grey Metallic พร้อมห้องโดยสารสีดำ

     

    เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ในกรณีที่รถยนต์มีนัดหมายเข้ารับบริการบำรุงรักษา ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์รับรถทดแทน ด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 หรือบีเอ็มดับเบิลยู X7 ระหว่างเข้ารับบริการ* นอกจากนี้

    ยังมีโปรแกรมเทรดอินรถยนต์พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ในรุ่นที่ร่วมรายการ

     

    *บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาจัดสรรรถทดแทนตามระยะเวลาการเข้ารับบริการที่เหมาะสมและตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยโฉม ‘Torcal First Edition’ ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นเอ็กซ์คลูซีฟ

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยโฉม ‘Torcal First Edition’ ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นเอ็กซ์คลูซีฟ

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยโฉม Bentley Torcal First Edition รุ่นพิเศษเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัว Bentley Torcal ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ รุ่น ‘First Edition’ ได้รวบรวมทั้งสมรรถนะอันยอดเยี่ยม การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และคุณสมบัติแบบเหนือระดับที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีการคัดสรรฟีเจอร์และการตกแต่งพิเศษเพื่อถ่ายทอดตัวตนของ Torcal ในรูปแบบที่โดดเด่นสะดุดตา พร้อมผสานสมรรถนะที่ทรงพลังเข้ากับรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์และงานฝีมืออันประณีตบรรจงได้อย่างลงตัว

    รุ่น First Edition มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลังที่สุด โดยให้พละกำลังสูงสุดถึง 888 แรงม้า (PS) และแรงบิด 1,350 นิวตันเมตร ผู้ขับขี่สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงภายในเวลาเพียงแค่ 2.9 วินาที พร้อมทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง สมรรถนะอันโดดเด่นนี้มาพร้อมกับการออกแบบภายนอกที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับรุ่น First Edition คาลิปเปอร์เบรกเฉดสีเทา Graphene Grey by Mulliner รวมถึงตราสัญลักษณ์ ‘First Edition’ ที่โดดเด่นสะดุดตา

    ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยเบาะโดยสารที่ตัดเย็บเป็นลวดลายเฉพาะตัวพร้อมลายเชฟรอนที่ตัดกับสีของเบาะ รวมถึงกาบประตูรุ่น First Edition แบบเรืองแสง สะท้อนเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ยิ่งไปกว่านั้นยังเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกสุดล้ำสมัยที่ติดตั้งเป็นมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นประตูหน้าและหลังแบบไฟฟ้า หลังคากระจกแบบ Frosted Diamond ที่สามารถปรับความโปร่งแสงได้ ไปจนถึงระบบเครื่องเสียง Naim for Bentley ที่จะมอบสุดยอดประสบการณ์ความบันเทิง ทั้งหมดนี้หลอมรวมกันเป็นบรรยากาศที่ผ่านการคิดค้นมาอย่างพิถีพิถัน รังสรรค์ขึ้นอย่างงดงามเพื่อความหรูหราแบบเหนือระดับในแบบเฉพาะตัว

     

    รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น

    Bentley Torcal First Edition โดดเด่นด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม พร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วรุ่นพิเศษที่ผสานสีดำเงาเข้ากับซี่ล้อเฉดสีเงิน Liquid Silver และดุมล้อ Bentley แบบปรับระดับ ในขณะที่คาลิเปอร์เบรกเฉดสีเทา Graphene Grey by Mulliner มอบความโดดเด่นอย่างลงตัว

    ชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ช่วยเน้นสัดส่วนที่ทรงพลังของ Torcal ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ที่กันชนหน้า ฝาครอบกระจกมองข้าง คิ้วข้างตัวถัง และดิฟฟิวเซอร์หลังเพื่อเพิ่มรายละเอียดทางเทคนิคและรูปลักษณ์ความแข็งแกร่ง พร้อมด้วยตราสัญลักษณ์ First Edition ที่โดดเด่นบนบังโคลนหน้าที่จะบ่งบอกถึงรุ่นพิเศษที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการนี้

    สุดยอดงานฝีมือ

    ภายในห้องโดยสาร รุ่น First Edition ผสานการปรับแต่งเฉพาะตัวที่มากขึ้นเข้ากับงานฝีมือและเทคโนโลยีที่เหนือชั้น ตัวเลือกเฉดสีช่วยสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ครอบครองด้วยรูปแบบสีที่มีให้เลือกมากขึ้น รวมถึงรูปแบบ 2 เฉดสีจาก Mulliner สีไฮไลท์ 8 เฉดสี และการเพิ่มเฉดสีที่ 3 ภายในห้องโดยสาร ผู้ครอบครองยังสามารถเลือกเบาะโดยสารหนังแท้ทั้งหมดและการเย็บตะเข็บแบบตัดกันเพื่อรังสรรค์ห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกเฉพาะตัว

    ชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์แบบเงา (Gloss Carbon Fibre) ตกแต่งมาให้เป็นแบบมาตรฐานในรุ่น First Edition พร้อมเชื่อมโยงกับรายละเอียดแนวสปอร์ตภายนอกตัวรถ โดยผู้ครอบครองยังสามารถเลือกวัสดุตกแต่งรูปแบบอื่นได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม นอกจากนี้ พรมปูพื้นแบบขนยังช่วยเพิ่มสัมผัสแห่งความหรูหราขึ้นไปอีกขั้น ในขณะที่เบาะโดยสารด้านหน้าแบบ Wellness และชุดเบาะโดยสารด้านหลังแบบ Comfort Seat Specification จะช่วยยกระดับความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร โดยมาพร้อมระบบระบายอากาศและหมอนรองศีรษะที่ออกแบบมาเพื่อความสบายสำหรับผู้โดยสารเบาะหลังฝั่งซ้ายและขวา

    รุ่น First Edition ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่น 2 แบบ อันได้แก่ ประตูหน้าและประตูหลังที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และหลังคาซันรูฟแบบ Frosted Diamond ที่สามารถปรับเปลี่ยนความโปร่งแสงได้ ฟีเจอร์ทั้งสองนี้ช่วยยกระดับประสบการณ์ในทุกการเดินทางให้มีความพิเศษยิ่งขึ้นตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารและตลอดการเดินทาง

    รุ่น ‘First Edition’ ยังมาพร้อมกับประสบการณ์ความบันเทิงแบบเหนือระดับด้วยระบบเครื่องเสียงจาก Naim for Bentley ที่มาพร้อมกำลังขับ 1,780 วัตต์ และลำโพง 28 ตัว โดยผสานการทำงานร่วมกับคุณสมบัติการสร้างแรงสั่นสะเทือนภายในเบาะโดยสาร ลำโพงบริเวณพนักพิงศีรษะคู่หน้า และระบบเสียง Dolby Atmos 7.1.4 เพื่อรังสรรค์ประสบการณ์ความบันเทิงแบบเต็มรูปแบบ นับเป็นคุณสมบัติที่ลงตัวอย่างยิ่งสำหรับรุ่น First Edition ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การกำหนดรายละเอียดคุณสมบัติเฉพาะตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการถ่ายทอดความเป็น Torcal ออกมาในรูปแบบที่น่าประทับใจที่สุดผ่านการคัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดรับคำสั่งจอง Bentley Torcal (เบนท์ลีย์ ทอร์คัล) ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่โดดเด่นด้วยการออกแบบ เทคโนโลยี ความประณีตในการรังสรรค์ วัสดุ และความยั่งยืน ราคาเริ่มต้น 13.89 ล้านบาท* พร้อมรับเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่าด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้า 10 ปี หรือ 258,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Factory Warranty) และบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) นาน 3 ปีเต็ม

    *หมายเหตุ: ราคาเริ่มต้นดังกล่าวอ้างอิงจากโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) นำเข้า ณ ปัจจุบัน ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงหลังการประกาศปรับโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่อย่างเป็นทางการจากภาครัฐ (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569)

    สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าสานต่อความมุ่งมั่น คัดเลือกเด็กเยาวชนไทยสู่ “ฮอนด้า อะคาเดมี่ ไทยแลนด์ 2027” เปิดโอกาสก้าวเป็น The Next Successor คนต่อไป ภายใต้แนวคิด “ส่งต่อประสบการณ์จากรุ่นพี่ สู่การสร้างนักแข่งรุ่นใหม่”

    1 Min Read

    ฮอนด้าสานต่อความมุ่งมั่น คัดเลือกเด็กเยาวชนไทยสู่ “ฮอนด้า อะคาเดมี่ ไทยแลนด์ 2027” เปิดโอกาสก้าวเป็น The Next Successor คนต่อไป ภายใต้แนวคิด “ส่งต่อประสบการณ์จากรุ่นพี่ สู่การสร้างนักแข่งรุ่นใหม่”

    ฮอนด้าเดินหน้าสานต่อการพัฒนานักบิดเยาวชนไทย จัดโครงการฮอนด้า อะคาเดมี่ ไทยแลนด์ รอบคัดเลือกปี 2027 ภายใต้ชื่อ Honda Academy Selection 2027 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีศักยภาพเข้าสู่เส้นทางการพัฒนานักบิดอย่างเป็นระบบ โดยไม่มองเพียง “ความเร็ว” แต่ให้ความสำคัญกับทักษะ สมรรถภาพร่างกาย วินัย น้ำใจนักกีฬา และศักยภาพในการพัฒนาระยะยาว

    การคัดเลือกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2026 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า สมุทรปราการ มีนักบิดเยาวชนอายุ 8-12 ปี จำนวน 24 คน เข้าร่วมทดสอบ เพื่อคัดเลือก 15 คนเข้าสู่รอบ Final Selection เพื่อรับการประเมินและคัดเลือกเข้าสู่โครงการอีกครั้ง โดยรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28–29 พฤศจิกายน 2026 ณ สนาม พีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

    สำหรับโครงการฮอนด้า อะคาเดมี่ ไทยแลนด์ มุ่งพัฒนานักบิดเยาวชนอย่างรอบด้าน โดยกระบวนการคัดเลือกประกอบด้วย Running Test ระยะทาง 5 กิโลเมตร, Physical Test จำนวน 3 สถานี และ Riding Skill Test จำนวน 4 สถานี โดยการประเมินไม่ได้พิจารณาเฉพาะว่าใครขี่ได้เร็วที่สุด แต่ยังครอบคลุมความแข็งแรงของร่างกาย ทักษะการควบคุมรถ พื้นฐาน Racing Line วินัยในการออกกำลังกาย การสื่อสาร น้ำใจนักกีฬา รวมถึงทัศนคติที่พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตนเองตลอดเวลา

    นอกจากนี้ นักบิดที่เข้าร่วมคัดเลือก Honda Academy Selection 2027 จะได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์แบบนักแข่งสู่นักแข่งจาก 5 ยอดโค้ชที่ผ่านเวทีการแข่งขันมาแล้วมากมายหลายระดับ ทั้ง “โค้ชโฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์, “โค้ชก๊องส์” ธัชกร บัวศรี, “โค้ชแชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์, “โค้ชชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ และ “โค้ชเด่น” รักษ์ชัย พึ่งพา สะท้อนแนวคิด “ส่งต่อประสบการณ์จากรุ่นพี่ สู่การสร้างนักแข่งรุ่นใหม่”

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า พร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #HondaAcademyThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment