• บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และ แอนดาซ วัน แบงค็อก ยกระดับการเดินทางสุดหรูในเมืองด้วยบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport

    1 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และ แอนดาซ วัน แบงค็อก ยกระดับการเดินทางสุดหรูในเมืองด้วยบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และแอนดาซ วัน แบงค็อก ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญที่ผสานรวมนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัยของบีเอ็มดับเบิลยู เข้ากับพันธกิจของแอนดาซ วัน แบงค็อก มอบประสบการณ์เฉพาะตัวได้อย่างไร้รอยต่อและเหนือระดับให้กับแขกผู้เข้าพัก ด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายและมีสไตล์ นับตั้งแต่ช่วงเวลาแรกที่เดินทางมาถึงและเดินทางกลับ

    มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “เราตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ แอนดาซ วัน แบงค็อก ซึ่งมีความโดดเด่นด้านการผสมผสานแรงบันดาลใจจากศิลปะกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอันแสนประณีต เข้ากับการออกแบบอันล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การบริการที่ไม่เหมือนใครและเหนือกว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการผสานกันอย่างแข็งแกร่งระหว่างแนวคิดของแอนดาซ วัน แบงค็อก ในการนำเสนอไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา และความทุ่มเท ของบีเอ็มดับเบิลยูในการมอบประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม ทุกช่วงเวลาของแขกที่เข้าพักในโรงแรมแห่งนี้”

    แอนดาซ วัน แบงค็อก ถือเป็นโรงแรมไลฟ์สไตล์ใหม่ที่โดดเด่นในหมู่นักเดินทางที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ภายในโครงการวัน แบงค็อก อันเป็นแลนด์มาร์คสำคัญและอยู่ไม่ไกลจากสวนลุมพินี ด้วยทำเลที่ตั้งอันสมบูรณ์แบบนี้ แขกผู้เข้าพักจึงสามารถเชื่อมโยงสู่สถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก สบาย โรงแรมแห่งนี้ยังสะท้อนเอกลักษณ์ของย่านถนนวิทยุ ด้วยการออกแบบที่ผสานสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมยุคกลางศตวรรษของไทยและกลิ่นอายของชีวิตคนเมือง ด้วยแนวคิด ‘Vertical Neighborhood’ ที่สะท้อนแง่มุมอันหลากหลายของกรุงเทพฯ ด้วยห้องพัก 244 ห้อง รวมถึงห้องสวีท 22 ห้อง พร้อมมอบประสบการณ์อาหารอันเป็นเลิศ เช่น แอนดาซ เทอร์เรซ แบบอัลเฟรสโก ห้องอาหารจีนจิง ที่เต็มเปี่ยมด้วยรสชาติต้นตำรับ และห้องอาหารเมดิเตอร์เรเนียน พีสคารี บนชั้น 23 มอบประสบการณ์อันหรูหราแบบร่วมสมัยอย่างแท้จริง การนำเสนอบริการรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport ที่หรูหราเหนือระดับไปอีกขั้น จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

    รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport โดดเด่นในฐานะรถยนต์ที่ผสมผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับความหรูหราและดีไซน์ที่ประณีตได้อย่างลงตัว และประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจ มอบการเดินทางที่เหนือระดับด้วยความสะดวกสบายและมีสไตล์ พร้อมกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและการตกแต่งภายในอันหรูหรา ให้บรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของบีเอ็มดับเบิลยูต่อนวัตกรรมยานยนต์และการเดินทางระดับพรีเมียม แขกผู้เข้าพักจะได้สัมผัสทั้งความมีชีวิตชีวาของเมืองและการเดินทางเพื่อผ่อนคลายอย่างแท้จริง

    มร. รอส คูเปอร์ ผู้จัดการทั่วไป แอนดาซ วัน แบงค็อก กล่าวว่า “ที่แอนดาซ วัน แบงค็อก เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ซึ่งมีรากฐานมาจากแรงบันดาลใจในศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นอันประณีต และแนวคิด ‘Vertical Neighborhood’ ของเรา ความร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ในการให้บริการรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport ช่วยให้เราส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับแก่ผู้เข้าพักได้อย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางการเดินทาง ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงไปจนถึงการออกสำรวจย่านถนนวิทยุอันมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบ ความร่วมมือครั้งนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการให้บริการแบบเฉพาะตัว และมั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลารวมถึงการเดินทางของแขกผู้เข้าพักจะได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนการออกแบบที่เป็นนวัตกรรมและการบริการระดับโลกของแอนดาซ”

    แอนดาซ วัน แบงค็อก พร้อมที่จะเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับการบริการไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยในเมือง การให้บริการด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport ไม่เพียงแต่เพิ่มทางเลือกด้านบริการรถลีมูซีนระดับพรีเมียมเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงเอกลักษณ์และมาตรฐานของโรงแรมอีกด้วย ความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และ แอนดาซ วันแบงค็อก ย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันสู่ความเป็นเลิศและความใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งถือเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการเดินทางในเมืองระดับไฮเอนด์ใจกลางกรุงเทพฯ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แถลงแคมเปญร่วม “Thai Honda Creator Connect Club ปี 2” พร้อมปล่อยตัว 20 ผู้เข้ารอบจากทั่วประเทศ เข้าแคมป์เฟ้นหาสุดยอดครีเอเตอร์กับภารกิจสุดท้ายที่จังหวัดระยอง

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แถลงแคมเปญร่วม “Thai Honda Creator Connect Club ปี 2” พร้อมปล่อยตัว 20 ผู้เข้ารอบจากทั่วประเทศ

    เข้าแคมป์เฟ้นหาสุดยอดครีเอเตอร์กับภารกิจสุดท้ายที่จังหวัดระยอง

    ไทยฮอนด้า ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานแถลงข่าวแคมเปญร่วม “Thai Honda Creator Connect Club ปีที่ 2: สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย” เปิดพื้นที่ให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์จากทั่วประเทศได้ออกเดินทางถ่ายทอดเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยผ่านการขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ยกระดับทักษะการสร้างคอนเทนต์อย่างมืออาชีพ พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวครีเอเตอร์ผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย จากการค้นหาและคัดสรรสุดเข้มข้นจาก 400 คลิปที่ส่งเข้าประกวดโดยครีเอเตอร์ทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วม Thai Honda Creator Connect Camp สุดเอ็กซ์คลูซีฟ 3 วัน 2 คืน ระหว่างวันที่ 29 – 31 มกราคม 2569 ที่จังหวัดระยอง ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้ร่วมเวิร์กชอปใกล้ชิดกับครีเอเตอร์มืออาชีพ ฝึกฝนการสร้างสรรค์คอนเทนต์ผ่านประสบการณ์การเดินทางจริง และสัมผัสการท่องเที่ยวไทยในมุมมองใหม่ด้วยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ก่อนเข้าสู่กิจกรรมการแข่งขันสร้างสรรค์คอนเทนต์ เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่าทั้งแคมเปญกว่า 2,000,000 บาท

     

    นายนคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไป สายงานการสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวถึงกิจกรรมนี้ว่า “โครงการ Thai Honda Creator Connect Club เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าที่ต้องการผลักดันศักยภาพของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีที่ 2 นี้ ฮอนด้ามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ยกระดับโครงการขึ้นอีกขั้น ผ่านความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อร่วมผลักดันแคมเปญ ‘สุขทันทีที่เที่ยวไทย’ โดยตั้งใจเปลี่ยนทุกการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ฮอนด้าให้เป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองไทยผ่านมุมมองของคนท้องถิ่น พร้อมเชิญชวนครีเอเตอร์ถ่ายทอดความสุขของการท่องเที่ยวในประเทศไทยผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ นอกเหนือจากโอกาสในการพัฒนาทักษะระดับมืออาชีพจากกูรูแถวหน้าแล้ว โครงการนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งต่อความสุขให้ผู้คน กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศ และตอกย้ำว่าการท่องเที่ยวเมืองไทยสนุกขึ้นได้อย่างแน่นอนเมื่อเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า”

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า “ททท. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Thai Honda Creator Connect Club ปี 2: สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย ซึ่งสอดคล้องกับแคมเปญ ‘สุขทันทีที่เที่ยวไทย’ ของ ททท. ที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ และค้นพบความสุขที่เกิดขึ้นได้ทันทีจากประสบการณ์การเดินทางที่หลากหลายในประเทศไทย ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่าคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริงของครีเอเตอร์ที่เข้าร่วมกิจกรรม Thai Honda Creator Connect Camp ณ จังหวัดระยองในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ที่จะช่วยถ่ายทอดเรื่องราวท้องถิ่นของจังหวัดระยองในมุมมองที่เข้าถึงง่าย มีพลัง และสามารถต่อยอดไปสู่การกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นการขยายผลแคมเปญ “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” ไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่หรือนักท่องเที่ยวกลุ่มชื่นชอบรถจักรยานยนต์ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”

     

    โดยงานแถลงข่าวความร่วมมือระหว่าง ททท. และ ไทยฮอนด้า ในครั้งนี้ ยังเป็นการเปิดตัวครีเอเตอร์ผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ที่ฝ่าด่านสุดเข้มข้น จากผลงานที่ส่งเข้ามามากกว่า 400 คลิปจากทั่วประเทศ เพื่อร่วม Thai Honda Creator Connect Camp สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นระยะเวลา 3 วัน 2 คืนที่จังหวัดระยอง โดยครีเอเตอร์ที่เข้ารอบทั้ง 20 คน จะได้ร่วมทำคอนเทนต์ในแบบฉบับของตัวเอง ผ่านการขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ และ CUB House หลากหลายรุ่น ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รอบจังหวัดระยอง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ “สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย” โดยภายในแคมป์ ได้รับเกียรติจากนางวันดี เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานระยอง มากล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม และแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและบริการต่าง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด

    ไม่เพียงเท่านี้ เหล่าครีเอเตอร์ยังจะได้รับฟังเทคนิคการทำคอนเทนต์ให้สุดปังและแตกต่างจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ ได้แก่ คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker ผู้คร่ำหวอดในวงการครีเอเตอร์ของไทย คุณสรัสนันท์ คำดี อินฟลูเอนเซอร์เจ้าของช่อง ยิ้มแบกเป้เที่ยว Roaming Yim ซึ่งเป็นผู้ชนะจากโครงการ Thai Honda Creator Connect Club ปี 1 คุณจอห์น อริยะพงษ์ เจริญสุข จากช่อง John Rider และ คุณแพร ทวินันท์ เพิ่มพูน จากช่อง Pear Tawinun เจ้าของฉายา นางฟ้าบิ๊กไบค์

     

    หลังจากจบทริป ครีเอเตอร์แต่ละคนจะต้องใช้ความรู้ ฝีมือและเทคนิคที่ได้เรียนรู้มาตลอด 3 วัน ทำวิดีโอคอนเทนต์ตามโจทย์ที่ได้รับ บอกเล่าความสุขของการขี่ฮอนด้าเที่ยวเมืองไทย เพื่อชิงรางวัลมากมาย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้*

    • รางวัลผู้ชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ได้แก่ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า All New Honda Scoopy รุ่น Club12 จำนวน 1 คัน เงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท และ Gift Voucher ท่องเที่ยวไทย มูลค่า 50,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมงานกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัลมูลค่ากว่า 50,000 บาท และ Gift Voucher ท่องเที่ยวไทย มูลค่า 40,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมงานกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับเงินรางวัลมูลค่ากว่า 30,000 บาท และ Gift Voucher ท่องเที่ยวไทย มูลค่า 30,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมงานกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
    • รวมถึงรางวัลชมเชยอีก 6 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท

    สำหรับแคมเปญร่วม “Thai Honda Creator Connect Club ปีที่ 2: สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย” ได้เปิดให้เหล่าครีเอเตอร์ทั่วประเทศส่งคลิปวีดิโอถ่ายทอดประสบการณ์การเดินทางสุดประทับใจร่วมกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคู่ใจเมื่อเดือนตุลาคม และประกาศผลผู้โชคดี 20 คนเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยหลังจากที่ครีเอเตอร์ที่เข้ารอบสุดท้ายได้ร่วมทริปสุดพิเศษ และส่งผลงานตามโจทย์ที่ได้รับแล้ว ทางไทยฮอนด้าและ ททท. จะร่วมตัดสินคัดเลือกคลิปที่โดดเด่นที่สุด พร้อมประกาศผลผู้ชนะวันที่ 1 มีนาคม 2569 ทางเฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พร้อมเตรียมจัดพิธีมอบรางวัลสุดยิ่งใหญ่ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Bangkok International Motor Show 2026) งานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

     

    ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามผลงานของเหล่าครีเอเตอร์ 20 คนสุดท้ายได้ทาง #สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย #ThaiHondaCreatorConnectClub2025 และร่วมลุ้นผลผู้ชนะได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า

     

    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

     

    #สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย #ThaiHondaCreatorConnectClub2025 #HondaBigBike #CUBHouse #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #HondaSafetyThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #ททท

     

    *ของรางวัลและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “โทนี่ โบ” บดคว้าชัยชนะเกมส์เดือด ศึก X-Trial World Championship 2026 สนามที่ 6 ประเทศสหราชอาณาจักร บวกช่องว่างนำห่างตารางคะแนนแชมป์เปี้ยนชิพ

    1 Min Read

    “โทนี่ โบ” บดคว้าชัยชนะเกมส์เดือด ศึก X-Trial World Championship 2026 สนามที่ 6 ประเทศสหราชอาณาจักร บวกช่องว่างนำห่างตารางคะแนนแชมป์เปี้ยนชิพ

    “โทนี่ โบ” ยอดนักขับไต่เขาชาวสเปนจาก Repsol Honda HRC ต่อสู้ในการแข่งขันสุดเข้มข้น แม้ว่าสภาพร่างกายยังไม่เต็มร้อย แต่ใช้ประสบการณ์และความเหนือกว่า เบียดเอาชนะได้สำเร็จ ในการแข่งขันศึก X-Trial World Championship 2026 สนามที่ 6 ที่เมืองลีดส์ ในประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมบวกคะแนนสะสมเพิ่มฉีกช่องว่างในตารางแชมป์เปี้ยนชิพเพื่อลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้

    X-Trial กลับมาดวลกันอีกครั้งในปี 2026 หลังจากเบรกพักกลางซีซั่น 2 นักบิด Repsol Honda HRC อย่าง
    ”โทนี่ โบ” หมายเลข 1 และ “กาเบียล มาเซลลี่” หมายเลข 38 เริ่มต้นการควอลิฟายในการแข่งขันสุดยากเมื่อต้องเบียดทำผลงานกับคู่แข่งสุดสูสี ”โทนี่ โบ” ทำคะแนนเสียไป 12 แต้ม แต่ก็เพียงพอที่จะคว้าอันดับที่ 2 และตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ขณะที่ “กาเบียล มาเซลลี่” คว้าอันดับที่ 3 ลอยลำเข้าสู่รอบชิงเช่นกัน

    การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ “โทนี่ โบ” ทำการบ้านจากรอบควอลิฟาย และแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ยกระดับผลงานบดกับคู่แข่งก่อนเบียดคว้าชัยชนะไปครองได้สำเร็จ และเป็นการชนะครั้งที่ 5 ใน 6 สนามแรกของซีซั่นนี้ ขณะที่ “กาเบียล มาเซลลี่” นั้น รั้งอันดับที่ 4 ซึ่งเป็นการหลุดท็อป 3 ครั้งแรกของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้

     

    การคว้าชัยชนะในสนามที่ 6 ของ “โทนี่ โบ” ทำให้นักบิดจากทีมฮอนด้าบวกคะแนนสะสมเพิ่มเป็น 115 แต้ม ฉีกหนีในตารางแชมป์เปี้ยนชิพออกไปอีก ตามมาด้วย “กาเบียล มาเซลลี่” เพื่อนร่วมทีมจาก Repsol Honda HRC ที่ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยคะแนนสะสม 81 คะแนน

     

    ทั้งนี้ X-Trial World Championship 2026 สนามที่ 7 จะกลับมาดวลกันอีกครั้งในรายการ X-Trial Spain ที่เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

    #ThaiHonda #HRC #HondaRacingThailand #MotorSport #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaRacingCorporation #FIMXTrialGP #XTrialGP2026

    No Comment
  • GWM เริ่มส่ง WEY G9 ล็อตแรกจากมาเลเซียสู่ประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานรถ MPV หรูเพื่อคนไทย

    1 Min Read

    GWM เริ่มส่ง WEY G9 ล็อตแรกจากมาเลเซียสู่ประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานรถ MPV หรูเพื่อคนไทย

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) เตรียมรับรถยนต์ MPV หรู WEY G9 – The Crafted Masterpiece ล็อตแรกที่ส่งออกมาจากประเทศมาเลเซีย มุ่งหน้าสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อทำการส่งมอบให้กับลูกค้าชาวไทย หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทย ด้วยยอดจองสูงถึง  378 คัน ด้วยจุดเด่นทั้งด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความสะดวกสบาย และดีไซน์ที่เรียบหรูทันสมัย ประดุจประติมากรรมชิ้นเอกที่ควรค่าแก่การครอบครอง

    การส่งออก WEY G9 จากประเทศมาเลเซียสู่ประเทศไทยในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ชุย อันฉี กรรมการผู้จัดการ และ รอสลัน อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ GWM Malaysia เป็นประธานการส่งมอบ ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ GWM ที่มุ่งเชื่อมโยงศักยภาพการผลิตในภูมิภาคอาเซียนเข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาค โดย WEY G9 ได้รับการพัฒนาและผลิตภายใต้มาตรฐานระดับสูงในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าชาวไทยทั้งในด้านคุณภาพ ความละเอียดปราณีตในการประกอบ เพื่อตอบโจทย์ทุกการเดินทางอย่างมีระดับ

    WEY G9 – The Crafted Masterpiece ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์รถยนต์หรูในยุคใหม่ ด้วยแนวคิดที่ผสานความประณีตของงานออกแบบ เทคโนโลยี และประสบการณ์การใช้งานเข้าไว้ด้วยกัน โดยรองรับการขับเคลื่อนด้วย 3 แหล่งพลังงาน และ 9 รูปแบบการขับเคลื่อน ด้วย Hi4 Technology ระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะ ผสานเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานที่หลากหลาย และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถยนต์ MPV ลักชัวรี่ในปัจจุบัน โดย WEY G9 ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์ในหลายมิติ ภายใต้แนวคิด 3C ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์รุ่นนี้ ได้แก่

    • Confidence มั่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยระบบการขับเคลื่อนและเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายสถานการณ์ เช่น Hi4 Hybrid Intelligent 4WD พร้อม iTVC (Intelligent Torque Vectoring Control) ปรับแรงบิดล้อหน้า-หลังภายใน 01 วินาที และโหมดการขับขี่ที่ครอบคลุมทุกสภาพถนน
    • Comfort ความสบายในระดับพรีเมียม ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของห้องโดยสาร เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร อาทิ เบาะแถวสองแบบ Zero-Gravity พร้อมระบบนวดไฟฟ้าและระบายอากาศ วัสดุหนัง NAPPA และระบบไฟสร้างบรรยากาศ 64 สี พร้อมจอมัลติมีเดียสำหรับที่นั่งด้านหลัง ตู้เย็นขนาดใหญ่ ที่พร้อมสร้างความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง
    • Convenience ยกระดับประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบจากเทคโนโลยีอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 ที่ช่วยให้ทุกการใช้งานเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์ชีวิตในทุกบทบาท ทั้งด้านการทำงานและชีวิตครอบครัว พร้อมรองรับคำสั่งเสียงมากถึง 21 ภาษา ระบบการนำทาง Petal Maps Global Navigation การควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชัน GWM และระบบความปลอดภัยไซเบอร์ที่ทันสมัย

    นอกจากนี้ WEY G9 ยังมาพร้อม WEY Exclusive Service บริการพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าคนพิเศษโดยเฉพาะ มอบความอุ่นใจเหนือระดับด้วย Personal Assistant ส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดูแลทุกขั้นตอนทั้งด้านการให้คำแนะนำด้านการใช้งานตัวรถ การปรึกษาปัญหา หรือแม้แต่การแจ้งเตือนและนัดหมายเพื่อนำรถเข้ารับบริการอย่างครบวงจร บริการรถทดแทนเป็นรุ่น WEY G9 พร้อมบริการรับ–ส่ง และ ความช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งรถลีมูซีน การจัดการค่าเดินทางหรือตัวเลือกด้านที่พัก เพื่อให้ทุกสถานการณ์เป็นเรื่องสะดวกสบายและเป็นระบบยิ่งขึ้น เสริมด้วยบริการ Pick-up & Delivery สำหรับการตรวจเช็กตามระยะ สะท้อนตัวตนของ WEY G9 ที่ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือเอกสิทธิ์แห่งไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรีที่ตอบโจทย์ผู้นำยุคใหม่อย่างแท้จริง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • กรังด์ปรีซ์ฯ สานต่อความสำเร็จ เตรียมจัดยิ่งใหญ่ “THAILAND DIECAST EXPO 2026” งานที่มากกว่าคำว่าของเล่น รังสรรค์จักรวาลไดแคสต์ระดับประเทศ ณ ICONSIAM

    1 Min Read

    กรังด์ปรีซ์ฯ สานต่อความสำเร็จ เตรียมจัดยิ่งใหญ่ “THAILAND DIECAST EXPO 2026” งานที่มากกว่าคำว่าของเล่น รังสรรค์จักรวาลไดแคสต์ระดับประเทศ ณ ICONSIAM

    บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานยานยนต์ระดับนานาชาติ Bangkok International Motor Show เดินหน้าสานต่อความสำเร็จเป็นปีที่ 2 ของงาน “THAILAND DIECAST EXPO 2026” งานมหกรรมไดแคสต์และของสะสมที่ มากกว่าคำว่าของเล่น แต่คือพื้นที่แห่งจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และแพสชันของคนรักงานสะสมทุกเจเนอเรชัน โดยมีกำหนดจัดงานระหว่าง วันศุกร์ที่ 10 – วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ICONSIAM HALL ชั้น 7 ICONSIAM

    งาน THAILAND DIECAST EXPO 2026 เป็นความร่วมมือกันระหว่าง บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังร่วมกับ Bangkok Hot Rod และ ICONSIAM รังสรรค์พื้นที่สุดยิ่งใหญ่ใจกลางแลนด์มาร์กระดับโลก ให้กลายเป็นศูนย์กลางของคอมมูนิตี้ Diecast & Collectible ที่ครบถ้วนและสมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย ภายในงานอัดแน่นด้วยโซนกิจกรรมหลากหลาย ครอบคลุมทุกมิติของโลกคนรักงานสะสมและของเล่น ไม่ว่าจะเป็น โซนไดแคสต์ (Diecast), โซนของสะสม (Collectible), โซนไดโอรามา (Diorama) หรือแบบจำลองสามมิติ (3D), โซนของเล่น (Toy), โซนงานอดิเรก (Hobby), โซนตลาดซื้อขาย (Marketplace), โซนพื้นที่กิจกรรม (Playground) และความบันเทิง (Entertainment), โซนให้ความรู้ (Knowledge), กิจกรรมการประกวด (Contest) รวมไปถึงการสร้างเครือข่าย (Networking) ของกลุ่มไลฟ์สไตล์เดียวกัน ซึ่งตอบโจทย์ทั้งนักสะสมตัวจริง ผู้เริ่มต้น ครอบครัว เด็ก เยาวชน ไปจนถึงสายครีเอเตอร์และนักออกแบบอย่างครบครัน

    ไฮไลท์สำคัญของงาน คือการรวมตัวของ แบรนด์ชั้นนำ ผู้ผลิต นักสะสม และครีเอเตอร์จากทั่วประเทศ ที่พร้อมนำเสนอ สินค้าคอลเลกชันพิเศษ ไอเทมหายาก ลิมิเต็ดเอดิชัน รวมถึงกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ การประกวด การแลกเปลี่ยนความรู้ และการสร้างเครือข่ายของคนในวงการ เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์แบบใกล้ชิดในบรรยากาศสนุก เข้าถึงง่าย และเหมาะกับทุกเพศทุกวัย

    ขอเชิญชวนผู้ที่หลงใหลในโลกของไดแคสต์ ของสะสม และงานอดิเรกทุกรูปแบบ มาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ พบแรงบันดาลใจ และเชื่อมต่อแพสชันร่วมกัน ในงานที่รวมทุกความชอบไว้ในที่เดียว THAILAND DIECAST EXPO 2026 งานเดียวที่คุณไม่ควรพลาด ติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวของงานได้ที่ https://www.thailanddiecastexpo.com และโซเชียลมีเดีย Thailand Diecast Expo ทุกช่องทาง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ‘มิชลิน ประเทศไทย’ คว้ารางวัล Top Employer ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

    1 Min Read

    ‘มิชลิน ประเทศไทย’ คว้ารางวัล Top Employer ประจำปี 2569
    ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

    มิชลิน’ ผู้นำระดับโลกด้านการสัญจรอย่างยั่งยืน และผู้ผลิตนวัตกรรมวัสดุคอมโพสิตและประสบการณ์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ประกาศความสำเร็จของ มิชลิน ประเทศไทย ในการได้รับการรับรองเป็น Top Employer ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการจากสถาบัน Top Employers Institute นับเป็นปีที่สองติดต่อกัน สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ภายใต้กระบวนการประเมินที่เข้มข้นและการเปรียบเทียบในระดับสากล

     

    การได้รับการรับรองในครั้งนี้สอดคล้องกับพันธกิจขององค์กรในการ ขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ดีกว่า(A Better Way Forward) ควบคู่กับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ให้ความสำคัญกับ ผู้คน, ผลกำไร, และผืนโลก (People x Profit x Planet) โดยมีพนักงานเป็นหัวใจสำคัญเสมอ

     

    “การได้รับการรับรองเป็นองค์กร Top Employer ติดต่อกันเป็นปีที่สอง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมิชลิน ประเทศไทย ในการปลูกฝังวัฒนธรรมการทำงานที่ให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นศูนย์กลาง เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จ ภายใต้พันธกิจขององค์กรในการ ‘ขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ดีกว่า’ เรามุ่งมั่นที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลง พร้อมปรับตัวอย่างรวดเร็ว และเสริมพลังให้ทีมงานสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่พนักงาน” นางปาริชาติ ประจันพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล มิชลิน ประเทศไทย กล่าว

     

    ก้าวข้ามมาตรฐานระดับโลกด้วยแนวปฏิบัติด้านทรัพยากรบุคคลที่แข็งแกร่งและทันสมัย

    Top Employers Institute รับรององค์กรต่าง ๆ ผ่านการสำรวจแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านทรัพยากรบุคคล ที่ครอบคลุมกว่า 20 หัวข้อสำคัญ เช่น การวางแผนกลยุทธ์สำหรับบุคลากรที่โดดเด่น (Talent Strategy), สภาพแวดล้อมในการทำงาน (Work Environment), การเฟ้นหาบุคลากร (Recruitment), การเรียนรู้ (Learning), การใช้เทคโนโลยีด้านทรัพยากรบุคคลที่ทันสมัย (The Use of New Technologies in HR), ความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion), รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Employee Well-being)

     

    ในปีที่ผ่านมา มิชลิน ประเทศไทย ยังคงทำผลงานได้โดดเด่นและมีผลการประเมินที่สูงกว่ามาตรฐานสากล สะท้อนถึงแนวปฏิบัติด้านทรัพยากรบุคคลที่ทันสมัย ยืดหยุ่น และให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นศูนย์กลาง ความแข็งแกร่งขององค์กรปรากฏชัดในหลายมิติ อาทิ ความคล่องตัวในการปรับองค์กร การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ การต้อนรับพนักงานใหม่ และการยกย่องชมเชยพนักงาน ซึ่งล้วนแสดงถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านนวัตกรรม โครงสร้างการพัฒนา และวัฒนธรรมที่สนับสนุนพนักงานในทุกช่วงของเส้นทางอาชีพ

     

    ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน: การพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากข้อมูลเชิงลึก

    นอกจากความสำเร็จแล้ว การประเมินครั้งนี้ยังช่วยให้มิชลิน ประเทศไทย ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาในอนาคต โดยเฉพาะในด้านการสรรหาบุคลากรและการเรียนรู้พัฒนาองค์กร ซึ่งบริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการยกระดับกระบวนการทำงาน ผ่านการปรับปรุงโครงสร้างการกำกับดูแล การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการ และการใช้เครื่องมือดิจิทัล เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้สมัครและพนักงาน

     

    เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา มิชลิน ประเทศไทย มีพัฒนาการที่ชัดเจนในหลายมิติด้านทรัพยากรบุคคล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และความตั้งใจในการสร้างองค์กรที่เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม เติบโต และขับเคลื่อนความสำเร็จร่วมกัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยภาพ ‘Batur Convertible’ กับ 4 เทคนิคการออกแบบเฉพาะ ‘ครั้งแรก’ โดยลูกค้า

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยภาพ ‘Batur Convertible’ กับ 4 เทคนิคการออกแบบเฉพาะ ‘ครั้งแรก’ โดยลูกค้า

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยภาพ Bentley Batur Convertible ยนตรกรรมรุ่นพิเศษที่ได้รับการออกแบบโดยแผนกออกแบบเฉพาะบุคคลร่วมกับลูกค้าได้อย่างโดดเด่นและหรูหราที่สุดเท่าที่เคยมีมา นับเป็นศิลปะแห่งการรังสรรค์รถยนต์แบบสั่งทำพิเศษสำหรับผู้ครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ที่ต้องการสะท้อนเอกลักษณ์ในแบบเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร สำหรับ Batur Convertible #4 นี้ได้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นพิเศษที่รวมไปถึง รุ่น Blower Continuation Series, Speed ​​Six Continuation Series และ Bacalar ยนตรกรรมแบบสั่งทำพิเศษรุ่นแรกในยุคปัจจุบัน

    โซเนีย เบรสโลว์ (Sonia Breslow) เจ้าของ Batur Convertible คันนี้ ร่วมรังสรรค์ยนตรกรรมรุ่นออกแบบพิเศษอย่างพิถีพิถันด้วยการเน้นความกลมกลืนที่สวยงามของสีสันและวัสดุ ซึ่งไม่เพียงแต่การสร้างสรรค์ผลงานที่หรูหราเท่านั้น แต่ยังมีการเพิ่มรายละเอียดใหม่ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของลูกค้าเข้าไปด้วยเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถและฝีมือของแผนกออกแบบพิเศษ

    Batur Convertible #4 เน้นการตกแต่งที่หรูหรา โดยใช้เฉดสีที่ลูกค้าสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษในรูปแบบ 3 เฉดสี (Tri-tone Design) รวมถึงเส้นสีเงินแบบเงาขนาด 6 มิลลิเมตร ที่เป็นเส้นนำสายตาตลอดแนวฝากระโปรงหน้ายาวจรดซุ้มล้อด้านหลังข้างตัวถัง เฉดสีด้านบนรังสรรค์ขึ้นในเฉดสีฟ้า “Breslow Blue” เพื่อให้เข้ากันกับเฉดสีของผ้าใบหลังคา ซึ่งถือเป็นการทำเฉดสีพิเศษสำหรับผ้าใบหลังคาเป็นครั้งแรก โดยเมื่อพับเก็บแล้วจะเผยให้เห็นฝาครอบบริเวณด้านหลังเบาะโดยสาร (Airbridge) ที่มีสีเดียวกัน รายละเอียดภายนอกยังมากับเส้นสายบนฝากระโปรงหน้าในเฉดสี “Midnight Breslow Blue” ที่เข้ากันกับเฉดสีตัวถังด้านข้าง และเฉดสีของซี่ล้ออัลลอยด์และกระจกมองข้าง พร้อมด้วยการตกแต่งปลายท่อไอเสียไทเทเนียมขัดเงาและกระจังหน้าสีเงินแบบเงา

    สำหรับลูกค้าแล้ว รายละเอียดที่แสดงถึงรสนิยมและความเฉพาะตัวนี่เองที่ทำให้รถยนต์ในคอลเลกชันของเธอมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร ไฟต้อนรับแบบแอนิเมชันจะฉายภาพลายเซ็นของเธอผ่านกระจกขนาดเล็กที่มีจำนวนกว่า 415,800 ชิ้นที่จะช่วยปรับแต่งรูปทรงของแสง ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดในรถยนต์คันนี้

    การตกแต่งภายในห้องโดยสารเข้ากันอย่างลงตัวด้วยโทนสีอบอุ่นของฤดูใบไม้ร่วงที่มาในเฉดสีน้ำตาลอ่อน สีคาราเมล และสีฟ้าอ่อน โดยการนำเอาเฉดสีฟ้า ‘Breslow Blue’ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฝาครอบบริเวณด้านหลังเบาะโดยสารเข้ามาตกแต่งภายในห้องโดยสาร พร้อมด้วยการเดินด้ายในเฉดสีที่ตัดกันตลอดทั่วห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นเบาะโดยสาร พนักพิงศีรษะ และแผงหน้าปัด หรือแม้แต่รูปทรงของภูเขาไฟบาตูร์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อรุ่นก็ยังได้รับการสลักอย่างประณีตลงบนพรมปูพื้นเนื้อหนา

    แรงบันดาลใจจากรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นก่อนหน้าได้นำมาสู่แผงหน้าปัดอลูมิเนียมที่ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับห้องโดยสาร พร้อมด้วยจอแสดงผลแบบ Bentley Rotating Display ที่ประกอบไปด้วยหน้าปัดสีพิเศษสำหรับมาตรวัดทั้งสามตัวที่เข้ากันกับหน้าปัดนาฬิกาสีน้ำเงินแบบด้านของเบนท์ลีย์ อีกทั้ง ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ที่ไม่เพียงแต่เป็นส่วนประกอบโลหะที่ประณีตเพียงอย่างเดียวในห้องโดยสาร แต่ยังมีการประยุกต์ใช้ทองคำขาวขึ้นรูปแบบ 3 มิติเป็นครั้งแรกของเบนท์ลีย์อีกด้วย พร้อมการตกแต่งบนพวงมาลัยและปุ่มควบคุมที่แต่ละชิ้นผลิตขึ้นจากวัสดุอันมีค่าเหล่านี้เพื่อเน้นย้ำถึงความพิเศษและความล้ำสมัยในสุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์

    Batur Convertible คือ เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์ รุ่น W12 อันทรงพลังที่สุดด้วยเทอร์โบชาร์จคู่ขนาด 6.0 ลิตร มอบพละกำลังกว่า 740 แรงม้า ตอกย้ำประสบการณ์การขับขี่ในแบบยนตรกรรมแกรนด์ ทัวเรอร์ที่คู่ควรกับรถยนต์รุ่นเรือธงของเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์


    No Comment
  • ธนบุรีนอยสเติน ต่อยอดความเชื่อมั่น 85 ปีกลุ่มธนบุรี ชูบริการหลังการขายครบวงจร เสริมแกร่งแบรนด์ GEELY

    1 Min Read

    ธนบุรีนอยสเติน ต่อยอดความเชื่อมั่น 85 ปี กลุ่มธนบุรีชูบริการหลังการขายครบวงจร เสริมแกร่งแบรนด์ GEELY

    บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นลูกค้าในระยะยาว ด้วยความพร้อมด้านบริการหลังการขายอย่างครบวงจร จากประสบการณ์ยาวนานถึง 85 ปีของกลุ่มธนบุรี พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมครบ 65 แห่งภายในปี 2569 นี้ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า และกระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทยในปีที่ผ่านมา ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าเพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY ที่ดีที่สุด

    นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “คุณภาพของตัวรถอาจเป็นปัจจัยแรกที่ผู้บริโภคใช้พิจารณาในการตัดสินใจซื้อรถ และเราก็มั่นใจว่า GEELY คือยนตรกรรมอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ความต้องการนั้นได้อย่างแท้จริง ส่วนความเชื่อมั่นในระยะยาวต้องสะท้อนผ่านการบริการหลังการขายที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ในทุกขั้นตอนหลังการส่งมอบ ธนบุรีนอยสเติน จึงมุ่งยกระดับมาตรฐานการบริการในทุกมิติ เพื่อสานต่อความน่าเชื่อถือที่กลุ่มธนบุรีสร้างไว้มาโดยตลอด 85 ปี โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา เราสามารถขยายโชว์รูมและศูนย์บริการครบ 40 แห่งตามเป้าหมาย พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นเป็น 65 แห่งในปีนี้ รวมถึงวางแผนเปิดโชว์รูมเรือธงแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าในอนาคตอย่างเต็มประสิทธิภาพ”

    หัวใจหลักของการบริการหลังการขายของ GEELY ภายใต้การดูแลโดยบริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด คือการสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน โดยบริษัทได้พัฒนาระบบบริการแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทางถึงขั้นตอนสุดท้าย ครอบคลุมการนัดหมายเข้ารับบริการผ่านหลากหลายช่องทาง โดยเมื่อลูกค้านัดหมายเข้ารับบริการ จะได้รับการดูแลโดยที่ปรึกษาการบริการและช่างเทคนิคเฉพาะทางตามเวลาที่กำหนด พร้อมแจ้งระยะเวลาในการตรวจสอบ ดำเนินการซ่อม และรับรถอย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่กระทบกับเวลาอันมีค่าของลูกค้า ขณะเดียวกัน ยังมีระบบบันทึกประวัติและการซ่อมรถแต่ละคันอย่างละเอียด เพื่อใช้วางแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันในระยะยาว ช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มความมั่นใจในการดูแลรถในทุกระยะ

    พร้อมกันนี้ ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงแพ็กเกจบริการสำหรับการบำรุงรักษาที่หลากหลาย และอัตราค่าบริการที่โปร่งใส พร้อมคำอธิบายการรับประกันที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการวางแผนการดูแลรถได้อย่างรอบด้าน ทั้งยังสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

     

    ในด้านการบริหารจัดการอะไหล่ บริษัทได้เตรียมพร้อมอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ด้วยการสำรองอะไหล่ที่ครอบคลุมถึง 92% หรือ 1,250 รายการ รวมจำนวนมากกว่า 10,000 ชิ้น พร้อมศักยภาพในการจัดส่งภายในวันเดียวกันสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล นอกจากนี้ ทุกศูนย์บริการยังมีอะไหล่ตั้งต้นและเครื่องมือพิเศษครบครัน เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็วและได้มาตรฐาน สะท้อนความพร้อมในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างความมั่นใจในประสบการณ์การใช้งานระยะยาว

     

    ด้านบุคลากรและระบบควบคุมคุณภาพ บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด นำจุดแข็งของกลุ่มธนบุรีซึ่งเข้าใจลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างดี ผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม และทีมช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมมาตรฐานระดับสากลจาก GEELY Global โดยให้บริการภายใต้มาตรฐานเดียวกับศูนย์บริการของ GEELY ทั่วโลก พร้อมนำนวัตกรรมที่ถ่ายทอดจากมาตรฐานของ GEELY ในระดับสากลมาใช้ในการดูแลและซ่อมบำรุง เพื่อให้การทำงานมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนมีระบบตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนของการให้บริการ รวมถึงติดตามความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าทุกคนจะได้รับความพึงพอใจสูงสุดในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ

    ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา GEELY ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าชาวไทย และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย GEELY EX5 รถอเนกประสงค์อัจฉริยะพลังงานไฟฟ้า 100% ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุด รุ่น PRO สามารถจำหน่ายออกจนหมดสต๊อก ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวงเลือกใช้เป็นรถสำหรับปฏิบัติงาน ขณะเดียวกัน GEELY EX2 ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สร้างกระแสตอบรับที่โดดเด่นตั้งแต่เปิดตัวในระหว่างงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ที่ผ่านมา ด้วยยอดจองสูงถึง 4,016 คัน

     

    ความสำเร็จดังกล่าว สะท้อนถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ควบคู่กับความมุ่งมั่นของ บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในการมอบประสบการณ์การดูแลลูกค้าที่เป็นเลิศในทุกมิติ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอย่างยั่งยืน และตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการวางรากฐานระยะยาวให้กับแบรนด์ GEELY ในประเทศไทย ทั้งด้านนวัตกรรม บริการหลังการขาย และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าชาวไทยในระยะยาว


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • อีซูซุเดินหน้าโครงการ “คลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5” อย่างต่อเนื่อง ชวนลูกค้าตรวจเช็กสภาพรถฟรี! พร้อมส่วนลดสูงสุด 50%

    1 Min Read

    อีซูซุเดินหน้าโครงการ “คลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5” อย่างต่อเนื่อง  ชวนลูกค้าตรวจเช็กสภาพรถฟรี! พร้อมส่วนลดสูงสุด 50%

    กลุ่มอีซูซุ ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย คุณสุรินทร์   วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ รณรงค์และเชิญชวนลูกค้าให้นำรถอีซูซุทุกประเภทที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป เข้าร่วมแคมเพจ์น “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศสดใส” ที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ โดยสามารถรับบริการตรวจเช็กฟรีกว่า 30 รายการสำหรับรถปิกอัพและรถนั่งอเนกประสงค์อีซูซุ และฟรีกว่า 50 รายการสำหรับรถบรรทุกอีซูซุขนาด 2 ตันขึ้นไป พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 50% สำหรับค่าแรงและค่าอะไหล่ที่เกี่ยวข้องกับการลดมลพิษทางอากาศ เพื่อบรรเทาการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะที่ใช้งานมายาวนานและขาดการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569

    คุณสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า “สำหรับโครงการ “คลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5” เราดำเนินการมาแล้วถึง 6 ปี ตั้งแต่เริ่มมีปัญหาฝุ่น โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มยานยนต์ของสภาอุตสาหกรรมฯ รวมถึงทางอีซูซุ ที่เข้ามาช่วยกันยกระดับการดูแลผ่านแคมเพจ์นสนับสนุนผู้บริโภคในการเปลี่ยนไส้กรองและน้ำมันเครื่อง โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ใช้รถเครื่องยนต์ดีเซลในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 500,000 คัน ในปีนี้เราดำเนินการไปแล้วกว่า 100,000 คัน และคาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายรวมที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน”

    คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “อีซูซุให้ความสำคัญกับปัญหามลพิษทางอากาศมาโดยตลอด จึงสนับสนุนโครงการ “คลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5” ผ่านแคมเพจ์น “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศสดใส” อย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่ารถเก่าที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในสาเหตุของการปล่อยมลพิษทางอากาศ และอยากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของเจ้าของรถ พร้อมส่งเสริมให้บำรุงรักษารถอย่างถูกต้องตามมาตรฐานซึ่งเป็นการช่วยลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยผลตอบรับที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มโครงการ มีลูกค้าอีซูซุมารับบริการภายใต้แคมเพจ์น “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศสดใส” ผ่านศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศกว่า 120,000 คัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีจากกระแสความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้น อาจช่วยส่งเสริมให้มีผู้สนใจเข้าร่วมแคมเพจ์นเพิ่มขึ้นซึ่งการนำรถเก่าเข้าตรวจเช็กและบำรุงรักษาที่ศูนย์บริการสามารถลดการปล่อยมลพิษและควันดำได้สูงสุดถึง 60% อีกด้วย”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • สลีค อีวี สู้ศึกเจ้าตลาดรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ดันโปรเจกต์ S-CHARGE เน้นโครงสร้างแข็งแกร่งก่อนยอดขาย

    1 Min Read

    สลีค อีวี สู้ศึกเจ้าตลาดรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ดันโปรเจกต์ S-CHARGE เน้นโครงสร้างแข็งแกร่งก่อนยอดขาย

    สลีค อีวี ไม่หวั่นต่อการเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ย้ำธุรกิจมีสัญญาณดีตลอดช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา เชื่อฐานรากมั่นคงพอ เตรียมขยาย S-CHARGE Ecosystem ให้ครบ 150 สถานีทั่วประเทศ 600 จุดชาร์จ ร่วมสร้างความยั่งยืนผ่านเครือข่ายพลังงานสะอาดร่วมกัน ตั้งเป้าผลงานเติบโตต่อเนื่อง 100%

    คุณกันตินันท์ ตันวีนุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สลีค อีวี จำกัด กล่าวว่า สำหรับปี 2026 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตกว่า 100% พร้อมยอดจำหน่ายรวมกว่า 4,000 คันทั่วประเทศ โดยคาดว่าสัดส่วนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงสูงที่สุด จากการส่งมอบรถในปีที่ผ่านมา เราสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย และได้รับผลตอบรับเชิงบวกจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ สลีค อีวี ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการพัฒนาโปรเจกต์ S-CHARGE ระบบสถานีชาร์จที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้บริโภค โดยมุ่งสร้างความมั่นใจด้านการชาร์จ การเข้าถึงพลังงาน และต้นทุนการใช้งานในระยะยาว สะท้อนแนวคิด “สร้างระบบก่อนยอดขาย” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรม EV และยังคงเร่งขยาย S-CHARGE Ecosystem ให้ครบ 150 จุดทั่วประเทศ 600 หัวชาร์จ ในปีนี้ โดยเน้นศักยภาพของระบบการชาร์จที่เชื่อมต่อกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และสามารถขยายได้ในระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

    ด้านอัตราการเติบโตของตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับเริ่มต้น โดยมีสัดส่วนเพียง 1–2% ของตลาดรวม สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดด้านคุณภาพสินค้า มาตรฐานการให้บริการ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้การหันมาใช้ EV ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคในวงกว้าง โดยจากข้อมูลการใช้งานพบว่ากลุ่มผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีระยะทางการเดินทางเฉลี่ย 50–80 กิโลเมตรต่อวัน ขณะที่กลุ่มผู้ใช้เป้าหมายในอนาคตมีความต้องการเดินทาง 100–200 กิโลเมตรต่อวัน ซึ่งยังคงรอความพร้อมของระบบรองรับก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ EV โดยปัจจัยชี้ขาดของการเปลี่ยนผ่านอยู่ที่ต้นทุนการเดินทางของผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งเมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ระบบชาร์จที่ตอบโจทย์ และแพ็กเกจพลังงานที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 50%  การเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องเร่งตลาดด้วยการทำโปรโมชันระยะสั้น

    “เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาที่ตลาดท้าทาย สลีค อีวี ยังเดินหน้าลงทุนระยะยาว ทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาศักยภาพของผลิตภัณฑ์ ไม่เพียงเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้งาน แต่ยังมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างสมรรถนะที่เหมาะสมและราคาที่เข้าถึงได้ ทั้งนี้ พาร์ทเนอร์ และนักลงทุนจึงเป็นกลไลสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งล่าสุด บริษัทได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในหลากหลายภาคส่วน ทั้งด้านพลังงาน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในระยะยาว และสนับสนุนการขยาย S-CHARGE Ecosystem ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ระยะยาว สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก่อนการเติบโตของตลาด เพื่อก้าวสู่การเป็นเป็นผู้นำในตลาดก่อนคู่แข่ง ทั้งนี้บริษัทยังมีแผนขยายไป EEC ภายใน 2 ปี เพื่อบุกตลาดต่างประเทศและควบคุมคุณภาพตลอด Supply Chain เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัว” คุณกันตินันท์ กล่าวเสริม

    ปัจจุบัน สลีค อีวี มีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าวางจำหน่ายหลายรุ่น อาทิ TYPE-X, TYPE-E, TYPE-S, SLEEK Play 1.0 และ รุ่นใหม่ล่าสุด TYPE-X S PERFORMANCE มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีความเร็วสูงสุด 125 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ตามแต่ละรุ่น ศักยภาพเหมาะสมต่อการใช้งาน) โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีในการสร้างระบบแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น S Drive 1.0 ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่ให้สมรรถนะใกล้เคียงรถสันดาป 125cc การอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA ให้รถฉลาดขึ้นได้ตลอดเวลา ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมคุณภาพสูง พร้อมการรับประกันสูงถึง 150,000 กิโลเมตร มีเครือข่าย        S-CHARGE สำหรับผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 7 สถานี โดยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ตามปั๊มน้ำมัน พีทีที สเตชั่น รวมถึงการเชื่อมต่อ IoT ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อบริหารจัดการรถและติดตามสถานการณ์ใช้งานได้แบบเรียลไทม์ สร้างความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด

    แม้ปัจจุบันตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามามากขึ้น แต่สลีค อีวี เลือกเตรียมความพร้อมล่วงหน้า    โดยมุ่งสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างก่อนตลาดกลับมาเติบโตอีกครั้ง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบนิเวศทางธุรกิจ จากการดำเนินธุรกิจและพัฒนาโซลูชันในตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องมากว่า 3 ปี ทำให้บริษัทเข้าใจประการณ์ของผู้ใช้งานจริง และสามารถออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้เร็วกว่าผู้เล่นรายใหม่ พร้อมปูทางสู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment