• ยามาฮ่าเปิดตัว “New YAMAHA Finn” ฟินน์ใหม่ ไฉไลกว่าเดิม พร้อมยกระดับรถจักรยานยนต์ครอบครัวให้ตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ชีวิตดีย์…มีฟินน์”

    1 Min Read

    ยามาฮ่าเปิดตัว “New YAMAHA Finn” ฟินน์ใหม่ ไฉไลกว่าเดิมพร้อมยกระดับรถจักรยานยนต์ครอบครัวให้ตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ชีวิตดีย์…มีฟินน์”

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดตัวรถจักรยานยนต์ครอบครัวรุ่นใหม่ New YAMAHA Finn” อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซปต์ “ฟินน์ใหม่ ไฉไลกว่าเดิม ชีวิตดีย์…มีฟินน์” มาพร้อมการออกแบบใหม่รอบคัน เพิ่มความพรีเมียม หรูหรา ทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานยุคใหม่ ด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน ขับขี่ง่าย ประหยัดน้ำมัน และดูแลรักษาง่าย พร้อมการรับประกันนานถึง 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

    New YAMAHA Finn โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมในทุกมุมมอง เสริมภาพลักษณ์ทันสมัยด้วยไฟหน้าแบบ LED ดีไซน์ใหม่ ให้ความสว่างชัดเจน ประหยัดพลังงาน และมีความทนทานสูง พร้อมโคมไฟหรี่บลูเลนส์ที่ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะที่ไฟท้ายและไฟเลี้ยวถูกออกแบบใหม่ให้ดูหรูหราและทันสมัยยิ่งขึ้น

    ด้านเทคโนโลยีการใช้งาน New YAMAHA Finn มาพร้อมหน้าจอเรือนไมล์แบบ Digital แสดงข้อมูลการขับขี่อย่างครบถ้วน ทั้งความเร็ว ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ตำแหน่งเกียร์ และระยะทาง เพิ่มความสะดวกด้วยฮุกแขวนของแบบ Build-in ช่องเก็บของด้านหน้าขนาดใหญ่ รวมถึงช่องต่อชาร์จแบตเตอรี่มือถือ 12V รองรับการใช้งานสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างเดินทาง

     

    พร้อมกับการปรับรูปทรงเบาะนั่งใหม่ ให้ผู้ขับขี่สามารถวางเท้าแตะพื้นได้สะดวกมากขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ และยังมีพื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาด 9.7 ลิตร รองรับหมวกกันน็อกครึ่งใบหรือสัมภาระต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

    โดย New YAMAHA Finn ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 115 ซีซี พร้อมหัวฉีดอัจฉริยะที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ประหยัดน้ำมัน ดูแลรักษาง่าย พร้อมกล่อง ECU ควบคุมการจ่ายน้ำมันอย่างแม่นยำ เพื่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่คุ้มค่าในทุกเส้นทาง

    สำหรับในรุ่น Smart Key ยังมาพร้อมกุญแจรีโมตอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน เพียงพกกุญแจติดตัวก็สามารถสตาร์ทรถ เปิดเบาะ และล็อกคอรถได้โดยไม่ต้องเสียบกุญแจ ขณะที่รุ่น Standard มาพร้อมกุญแจแบบ Multi-Function ที่รวมทุกฟังก์ชันการใช้งานไว้ในจุดเดียว

    เสริมความปลอดภัยใน New YAMAHA Finn ติดตั้งระบบเบรกแบบ UBS (Unified Brake System) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกไปยังล้อหน้าเมื่อใช้งานเบรกเท้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดรถ และเสริมความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ยามาฮ่ายังมอบความอุ่นใจให้ผู้ใช้งานด้วยการรับประกันคุณภาพนานถึง 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สะท้อนถึงคุณภาพและความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตของยามาฮ่า

    สำหรับ New YAMAHA Finn มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

    รุ่น Smart Key มีให้เลือก 2 สี คือสีน้ำเงิน และสีเทา ราคาจำหน่ายแนะนำที่ 50,300 บาท

    รุ่น Standard Cast Wheels (ล้อแม็ก) มีให้เลือก 2 สี คือสีดำ และสีแดง ราคาจำหน่ายแนะนำที่ 48,300 บาท

    รุ่น Standard Spoke Wheels (ล้อซี่ลวด) มีให้เลือก 2 สี คือสีดำ และสีแดง ราคาจำหน่ายแนะนำที่ 46,300

    New YAMAHA Finn พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งานของชีวิตประจำวัน ด้วยความสะดวกสบาย ความประหยัด และดีไซน์ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกเส้นทาง “ชีวิตดีย์…มีฟินน์” อย่างแท้จริง

    สำหรับผู้ที่สนใจ New YAMAHA Finn สามารถเลือกชมได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ทั่วประเทศ พิเศษสำหรับลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สามารถดาวน์โหลด และติดตั้ง Yamaha Smart Reward” แอปพลิเคชัน พร้อมลงทะเบียนรับฟรีทันที 5,000 คะแนน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ให้กับลูกค้ายามาฮ่าโดยเฉพาะ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าได้ร่วมสนุกทุกการใช้จ่ายที่ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เพื่อสะสมแต้มนำไปแลกซื้อ หรือแลกรับส่วนลดจากร้านค้าพันธมิตรมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. Yamaha Call Center 02-263-9999

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Website: www.yamaha-motor.co.th

    • Facebook: Yamaha Society Thailand
    • Instagram: @YamahaSocietyThailand
    • YouTube: Yamaha Society Thailand
    • LINE OA: @Yamahasociety

     

    #ยามาฮ่า #Yamaha #YamahaFINN2026 #ยามาฮ่าฟินน์ใหม่ไฉไลกว่าเดิม #ชีวิตดีย์มีฟินน์ #YamahaSocietyThailand #YamahaSmartReward


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า เดินหน้าสนับสนุนฟุตบอลเยาวชนไทย ร่วมหนุนศึก “กรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026” พัฒนาดาวรุ่งสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า เดินหน้าสนับสนุนฟุตบอลเยาวชนไทย ร่วมหนุนศึก “กรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026” พัฒนาดาวรุ่งสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ

    ไทยฮอนด้า เดินหน้าสนับสนุนกีฬาเยาวชนไทย โดยการร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน “กรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026” ครั้งที่ 3  ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กรมพลศึกษา และ เดลินิวส์ เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพและต่อยอดสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ พร้อมจัดงานแถลงข่าวและจับสลากแบ่งสาย ณ อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมี นายสิโรตม์ มียศ ผู้อำนวยการสำนักการกีฬา กรมพลศึกษา เป็นประธานเปิดงาน และ นายนคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไปสายงานการสื่อสารการตลาดและกิจกรรม บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เข้าร่วมในฐานะผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันครั้งนี้

    สำหรับการแข่งขัน “กรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026 ” ปีนี้ แบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ประเภท ก และรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ประเภท ก  โดยมีทีมชั้นนำระดับนักเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันรวม 32 ทีม แบ่งเป็นรุ่น 18 ปี ก จำนวน 16 ทีม และรุ่น 16 ปี ก อีก 16 ทีม ซึ่งจะแข่งขันระหว่าง มิถุนายน – กันยายน 2569 และเปิดสนามนัดแรกในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 นี้

    ไทยฮอนด้า มุ่งมั่นสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านกีฬา ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างวินัย ความรับผิดชอบ และการทำงานเป็นทีม พร้อมส่งต่อพลังและโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่มีคุณค่าแก่สังคม ขณะเดียวกัน ไทยฮอนด้ายังให้ความสำคัญกับการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยใช้กีฬาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพ และก้าวสู่ความสำเร็จทั้งในสนามและชีวิตจริง สะท้อนบทบาทองค์กรที่เป็นมากกว่าผู้นำในธุรกิจยานยนต์ แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน

    แฟนบอลที่สนใจ สามารถเดินทางไปรับชมการแข่งขันได้ฟรีทุกนัดที่สนามแข่งขัน หรือรับชมการถ่ายทอดสดด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดผ่านทางแอปพลิเคชัน “SOOP” พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวการแข่งขันได้ทางเพจเฟซบุ๊ก กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

     

    สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/

    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

     

    #เดลินิวส์คัพ2026 #DailynewsCup2026

    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • TOYOTA GAZOO Racing Thailand ฉลอง 40 ปี แห่งความสำเร็จ เปิดแผนทีมแข่ง 2026 ตั้งเป้าล่าทุกแชมป์ ส่ง GR Supra GT4 นำทัพ เสริมนักแข่งรุ่นใหม่

    1 Min Read

    TOYOTA GAZOO Racing Thailand ฉลอง 40 ปี แห่งความสำเร็จ เปิดแผนทีมแข่ง 2026 ตั้งเป้าล่าทุกแชมป์ ส่ง GR Supra GT4 นำทัพ เสริมนักแข่งรุ่นใหม่

    TOYOTA GAZOO Racing Thailand ทีมแข่งรถชั้นนำของประเทศไทย เปิดแผนการทำทีมประจำฤดูกาล 2026 พร้อมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปีแห่งความสำเร็จบนวงการมอเตอร์สปอร์ต นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1986 สู่การเป็นทีมแข่งระดับแนวหน้าสร้างผลงานระดับแชมป์ทั้งในประเทศและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดหลัก MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS” พัฒนายานยนต์จากสนามแข่งสู่รถยนต์ที่ดียิ่งกว่า โดยร่วมมือกับ TOYOTA MOTOR ASIA (TMA) และทีมวิศวกรชาวไทย นำข้อมูลจากทุกสนามแข่งขันจริงต่อยอดเทคโนโลยียกระดับสมรรถนะรถที่วางจำหน่ายจริงในประเทศ พร้อมกันนี้ส่งโอกาสให้กับนักแข่งรุ่นใหม่ “มาริโอ้-สิทธิชัย ฆังนิมิตร” แชมป์โคโรลล่า อัลติส จีอาร์ สปอร์ต วันเมคเรซ ปีล่าสุด ก้าวสู่ทีมใหญ่ในฤดูกาลนี้

     

    40 ปีแห่งความสำเร็จ จุดแข็งคือ “การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”

    คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่งของ TOYOTA GAZOO Racing Thailand เผยว่า “ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา เราเติบโตจากทีมโรงงาน สู่ทีมแข่งมาตรฐานระดับสากล จุดแข็งสำคัญคือการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งตัวรถ เทคโนโลยี และนักแข่ง โดยเฉพาะการสร้างนักแข่งจากวันเมคเรซให้เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีม ที่ผ่านมาทีมประสบความสำเร็จมีผลงานสำคัญที่น่าภาคภูมิใจทั้งรายการระดับอินเตอร์ คือ การครองแชมป์รายการ 24 ชม. นูร์เบอร์กริง ประเทศเยอรมนี ถึง 4 ปีซ้อน และการเป็นแชมป์ประเทศไทยครองถ้วยพระราชทานฯ ติดต่อกัน 5 ปี

    เปิดแผนปี 2026 ลุยครบทุกสนามทั้งทางเรียบ-ทางฝุ่น

    ฤดูกาล 2026 ทีมเดินหน้าลงแข่งขันเต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งรายการทางเรียบและทางฝุ่นประกอบไปด้วยการแข่งขันรถยนต์รูปแบบทางเรียบ 2 รายการ

    • TSS The Super Series by B-Quik ลงแข่งขัน 4 รุ่น คือ รุ่น TSS Supercar GT4 ใช้รถ GR Supra GT4, รุ่น TSS Supercar GTC ใช้รถ GR Supra GTC และ Corolla Altis GTC, รุ่น Super Touring ใช้รถ Yaris ATIV และรถ Yaris ATIV HEV และ รุ่น Super Pickup ใช้รถ Hilux Champ
    • RAAT Thailand Endurance Championship 2026 มาราธอนทางเรียบ รุ่น TC 2 โดยรถ Corolla Altis และ TC 3  โดยรถ Yaris ATIV และ TC N+ โดยรถ Yaris ATIV HEV

    การแข่งขันรถยนต์รูปแบบทางฝุ่น 3 รายการสุดมันส์

    • RAAT Thailand Rally Championship 2026 ด้วยรถ TOYOTA Yaris Cross HEV ในรุ่น1
    • Thailand Rally Raid Championship 2026 ด้วยรถ Hilux TRAVO ในรุ่น T1D ก็คว้าแชมป์ในสนามแรกประเดิมฤดูกาลเรียบร้อย
    • ASIA CROSS COUNTRY RALLY 2026 ( AXCR2026) ส่งรถ Hilux TRAVO ลงทำการแข่งขัน

     

    เปิดตัว “ไลน์อัพนักแข่ง 2026” ผสานประสบการณ์และเลือดใหม่

    สำหรับฤดูกาล 2026 ยังผสมผสานกำลังระหว่างนักแข่งประสบการณ์สูงและนักแข่งรุ่นใหม่ นำโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ, มานัต กุละปาลานนท์, กรัณฑ์ ศุภพงษ์, อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ, กฤษฎิ์ วสุรัตน์, ณ ดล วัฒนธรรม, นรรัศมิ์ อภิวาท, ไอตั้น อัษฎาธร, ทรงศักดิ์ กรศิริสืบสกุล และนักแข่งรุ่นใหม่ “มาริโอ้-สิทธิชัย ฆังนิมิตร” ผนึกกำลังร่วมกับนักแข่งสายฝุ่นประกอบด้วย จุ๊บ-ณัฐพล อังฤทธานนท์ กับ Co-Driver อิทธิพล สิมารักษ์ และ ธันยพัต มีนิล รวมถึง มานะ พรศิริเชิด กับ Co-Driver กิตติศักดิ์ กลิ่นจันทร์  ซึ่งทั้งหมดจะเป็นกำลังสำคัญในการล่าแชมป์ในรายการหลักของฤดูกาล

    “GR Supra GT4” อาวุธใหม่ เสริมความแข็งแกร่งทีม

    ไฮไลต์สำคัญปีนี้ คือการส่งรถแข่งใหม่ GR Supra GT4 ลงสู้ศึก โดยนำข้อมูลและประสบการณ์จากในสนามปีก่อนมาต่อยอดพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนมาสู่การลงสนามรายการ TSS The Super Series by B-Quik  รถ “GR Supra GT4” จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม ทั้งด้านความเร็ว ความสมบูรณ์ของรถ และด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างทีม นักขับ วิศวกร ตั้งเป้าดึงสมรรถนะสูงสุดของรถออกมาในทุกสนามแข่งขัน”

     

    ปั้นดาวรุ่ง “มาริโอ้-สิทธิชัย” สู่ทีมใหญ่ ตามระบบบันไดนักแข่ง

    “มาริโอ้-สิทธิชัย ฆังนิมิตร” แชมป์โคโรลล่า อัลติส จีอาร์ สปอร์ต วันเมคเรซ ได้รับสิทธิ์เข้าทีมชุดใหญ่ประจำปี 2026 สะท้อนแนวทางการพัฒนานักแข่งแบบเป็นระบบ นักแข่งวันเมคเรซแชมป์ประจำปีจะเข้าร่วมแข่งขันเพื่อพัฒนาฝีมือต่อเนื่องไปอีก 1-2 ปี หากมีศักยภาพก็จะผลักดันขึ้นสู่รุ่นใหญ่ เป็นระบบบันไดที่ทำให้ทีมมีนักแข่งคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีนักแข่งที่อยู่ในทีมใหญ่จากระบบนี้แล้ว 6 คน”

     

    เดินหน้าปรัชญา “Motorsport-Bred Cars” จากสนามแข่งสู่รถใช้งานจริง

    TOYOTA GAZOO Racing Thailand ยังคงยึดแนวคิด “MAKING EVER-BETTER MOTORSPORT- BRED CARS” โดยนำประสบการณ์ ข้อมูลสถิติจากสนามแข่งมาพัฒนารถยนต์ให้ดียิ่งขึ้น ในปี 2026 จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีรถไฮบริดในสนามแข่งที่หลากหลายทั้งในทางเรียบและทางฝุ่น เพื่อทดสอบขีดความสามารถในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

     

    เป้าหมายปี 2026 รักษาความเป็นผู้นำ พร้อมปรับตัวตามกติกาโลก

    ทีมตั้งเป้ารักษามาตรฐานผู้นำ พร้อมเดินหน้าคว้าแชมป์ในทุกรายการที่เข้าร่วมอย่างไรก็ตาม คุณสุทธิพงศ์ยังเสริมว่า “ปัจจัยสำคัญในอนาคตคือ กฎกติกาการแข่งขัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อนาคตของมอเตอร์สปอร์ตขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของแต่ละรายการ เราต้องปรับตัวให้ทัน ทั้งในเรื่องประเภทของรถและเทคโนโลยี ทีมยังแสวงหาโอกาสและชาเลนจ์ใหม่ๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งหากมีรุ่นแข่งขันใดที่สอดคล้องไปกับไลน์อัพของรถยนต์โตโยต้า เราก็พร้อมเข้าร่วมทันที”

     

    การก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 ของ TOYOTA GAZOO Racing Thailand ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จที่ผ่านมา แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนามอเตอร์สปอร์ต ผ่านการแข่งขัน เทคโนโลยี และการสร้างนักแข่งรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของทีมได้ทาง Facebook และ Instagram: TOYOTAGAZOORacingTeamThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มิชลิน แนะวิธีเลือกใช้ยางเพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับรถยนต์สันดาปและเพิ่มระยะทางวิ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

    1 Min Read

    มิชลิน แนะวิธีเลือกใช้ยางเพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับรถยนต์สันดาปและเพิ่มระยะทางวิ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

    เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางล้อระดับโลก ได้ชี้ให้เห็นว่ายางรถยนต์มีบทบาทสำคัญต่อประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมทั้งแนะแนวทางในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์สันดาปและเพิ่มระยะทางขับขี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

     

    ทั้งนี้ ยางรถยนต์รุ่นใหม่ส่งผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าที่ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่คาดคิด แนวทางประหยัดพลังงานของมิชลินสะท้อนอยู่ในปรัชญาองค์กร MICHELIN Total Performance ที่มุ่งพัฒนายางให้มีสมรรถนะสูงทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะ ความปลอดภัย อายุการใช้งาน และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

    ลดการสิ้นเปลืองพลังงานด้วยยางที่มีแรงต้านการหมุนของล้อต่ำ

    รถยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 20-30% ไปเพื่อเอาชนะแรงต้านทานการหมุนของล้อ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนรูปของยางขณะสัมผัสพื้นถนน หากยางมีแรงต้านทานการหมุนสูง เครื่องยนต์จำเป็นต้องทำงานหนักขึ้นและเผาผลาญเชื้อเพลิงมากขึ้นเพื่อให้รถยนต์เคลื่อนที่ ยางแต่ละรุ่นมีอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแตกต่างกัน โดยฉลากยางของสหภาพยุโรป (EU Tire Label) ได้จัดระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Efficiency Ratings) เอาไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ A (ประสิทธิภาพสูงสุด) ไปจนถึง E (ประสิทธิภาพต่ำสุด)  ความแตกต่างระหว่างแต่ละระดับอาจทำให้รถสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นได้ถึง 7.5% หรือเทียบเท่า 0.5 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร [อ้างอิงการใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ย 7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร]

    ยางพรีเมียมรุ่นใหม่ของมิชลินแสดงให้เห็นว่าสามารถผสานคุณสมบัติที่เหนือกว่าในด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความปลอดภัย และความสบายขณะขับขี่ เข้าด้วยกันได้ในหนึ่งเดียว โดยไม่เพียงช่วยประหยัดเชื้อเพลิง แต่ยังให้สมรรถนะการยึดเกาะที่เป็นเยี่ยมและอายุการใช้งานที่ยาวนานร่วมด้วย ยกตัวอย่างเช่น ยางที่เปิดตัวล่าสุด ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (MICHELIN Primacy 5 energy) ได้รับมาตรฐานสูงสุดจากยุโรประดับ AAA โดยได้ A ในด้านการลดเสียงรบกวนจากภายนอก, สมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก และแรงต้านทานการหมุน ทั้งยังมีอายุใช้งานยาวนานเหนือกว่า จึงให้ระยะทางวิ่งมากขึ้น ไม่ว่าจะใช้งานกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงหรือรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ (MICHELIN Pilot Sport 5 energy) ได้รับมาตรฐานระดับ AA สำหรับสมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียกและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยไม่เพียงตอบสนองต่อการควบคุมได้อย่างแม่นยำฉับไวและให้ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้น แต่ยังประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     

    ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการลดความถี่ในการเติมน้ำมันและชาร์จแบตเตอรี่

    ด้วยนวัตกรรมยางรุ่นล่าสุดของมิชลิน โดยเฉพาะยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ และยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ ซึ่งฉลากยางของสหภาพยุโรปจัดอันดับให้อยู่ในระดับ A ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ผู้ขับขี่สามารถลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 6% (ราว 0.3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร)  สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายางทั้งสองรุ่นดังกล่าวยังช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้มากถึง 10%   เมื่อเทียบกับยางระดับ C  นอกจากนี้ ในการทดสอบอิสระซึ่งจัดทำโดย DEKRA ยังพบว่า ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ ซึ่งได้รับรางวัล “ยางแห่งปี” (Tire of the Year) ในงานแสดงเทคโนโลยียางรถยนต์ Tire Technology Expo ประจำปี 2569 ณ เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี ให้ประสิทธิภาพด้านระยะทางวิ่งสูงสุดเหนือกว่ายางคู่แข่งชั้นนำในกลุ่มประเภทเดียวกันได้ถึง 40%

     

    เคล็ดลับการขับขี่แบบประหยัดเชื้อเพลิง

    แม้การเลือกยางจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ยังมีวิธีอื่นที่ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ได้แก่

    • รักษาระดับความดันลมยางให้เหมาะสม: หากลมยางต่ำกว่าค่ามาตรฐานเพียง 0.5 บาร์ จะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงควรตรวจสอบระดับแรงดันลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้งขณะที่ยางเย็นตัว
    • ขับรถด้วยความเร็วปานกลาง: การรักษาความเร็วสม่ำเสมอที่ประมาณ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงความเร็วที่เครื่องยนต์เผาไหม้เชื้อเพลิงได้คุ้มค่ามากที่สุด สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้มากถึง 25%
    • ขับอย่างนุ่มนวล: ประหยัดเชื้อเพลิงได้โดยหลีกเลี่ยงการเหยียบคันเร่งแบบกระชาก, เปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ และชะลอรถล่วงหน้าเมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจร
    • ลดน้ำหนักบรรทุกที่ไม่จำเป็น: นำสัมภาระที่ไม่จำเป็นออกจากรถเพื่อลดภาระเครื่องยนต์ เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 25 กิโลกรัม จะทำให้ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงลดลงราว 1% โดยมีผลกระทบมากขึ้นในรถยนต์ขนาดเล็ก

     

    มิชลินขอเชิญชวนผู้ขับขี่ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟันฝ่าวิกฤติพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่ ด้วยการเลือกใช้ยางที่เหมาะสม ดูแลรักษายางอย่างถูกวิธี และขับขี่อย่างชาญฉลาด ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ผู้ขับขี่ประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยยังคงความปลอดภัยและความเพลิดเพลินในการขับขี่เอาไว้ได้ แต่ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติราคาและภาวะขาดแคลนพลังงานไปได้ด้วยดี


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Honda Marine เปิด “Honda Marine Trust” ศูนย์บริการเครื่องยนต์ติดท้ายเรือมือสองครบวงจรแห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทย

    1 Min Read

    Honda Marine เปิด “Honda Marine Trust” ศูนย์บริการเครื่องยนต์ติดท้ายเรือมือสองครบวงจรแห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทย

    บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าขยายธุรกิจ Honda Marine เปิดตัว “Honda Marine Trust” ศูนย์จำหน่ายและบริการเครื่องยนต์ติดท้ายเรือมือสองครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้าที่มองหาเครื่องยนต์ติดท้ายเรือมือสองคุณภาพมาตรฐานจากฮอนด้า พร้อมยกระดับความมั่นใจด้วยกระบวนการตรวจสอบและรับรองคุณภาพในทุกขั้นตอนก่อนส่งมอบ

    นายสมเจตน์ สินธุอัสว์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายเครื่องยนต์อเนกประสงค์ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าจำนวนมากมีความต้องการอัปเกรดเครื่องยนต์ไปสู่รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ยังขาดช่องทางในการจำหน่ายหรือเทิร์นเครื่องยนต์เดิม ไทยฮอนด้าจึงพัฒนา “Honda Marine Trust” ขึ้น เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว พร้อมสร้างระบบบริการที่ครบวงจร ตั้งแต่การรับเทิร์นเครื่องยนต์เก่า การตรวจเช็กและปรับสภาพเครื่องยนต์มือสอง (Refurbish) ไปจนถึงการรับรองคุณภาพก่อนส่งมอบ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงเครื่องยนต์คุณภาพมาตรฐานได้ง่ายและมั่นใจยิ่งขึ้น

    เครื่องยนต์ทุกเครื่องภายใต้ Honda Marine Trust ผ่านการตรวจสอบคุณภาพมากกว่า 100 รายการ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมรับรองมาตรฐานด้วย TRUST CERTIFIED by Honda Marine เพื่อยืนยันคุณภาพ ความพร้อมในการใช้งาน และความปลอดภัย รองรับการใช้อะไหล่แท้ Honda Marine พร้อมรับประกันคุณภาพสินค้า 30 วัน มีใบรับรองมาตรฐาน และบริการหลังการขายจากศูนย์ Honda Marine ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความคุ้มค่าและความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว

    นอกจากนี้ Honda Marine Trust ยังมีบริการรับประกันการซื้อคืนในราคาที่เหมาะสม รองรับทั้งกลุ่มผู้ประกอบการประมง ธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล ธุรกิจขนส่งทางน้ำ ตลอดจนผู้ใช้งานทั่วไปที่มองหาเครื่องยนต์ติดท้ายเรือมือสองคุณภาพจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้

    สำหรับลูกค้า Honda Marine ที่ต้องการอัปเกรดเครื่องยนต์ใหม่ รุ่น BF250A, BF250D และ BF350A รับ Gift Voucher มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ NPSK ทุกสาขา

     

    Honda Marine ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่มั่นใจได้ในทุกมิติ พร้อมเตรียมขยายบริการ Honda Marine Trust ไปยังสาขาอื่นเพิ่มเติมในอนาคตต่อไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • COCKPIT x LIQUI MOLY ร่วมจัดโครงการ “Love Your Car, Save Your World” ส่งต่อพลังรักษ์โลก ผ่านบริการล้างหัวฉีดฟรีให้รถตำรวจในชลบุรี

    1 Min Read

    COCKPIT x LIQUI MOLY ร่วมจัดโครงการ “Love Your Car, Save Your World” ส่งต่อพลังรักษ์โลก ผ่านบริการล้างหัวฉีดฟรีให้รถตำรวจในชลบุรี

    ค็อกพิท (COCKPIT) ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรฟาสต์ฟิตภายใต้การบริหารงานโดยบริดจสโตน ร่วมกับ ลิควิ โมลี่ (LIQUI MOLY) จัดโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม “Love Your Car, Save Your World” มอบบริการล้างทำความสะอาดหัวฉีดดีเซลฟรีสำหรับรถตำรวจจำนวน 40 คัน ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ณ ค็อกพิท สาขาพัทยาใต้ เพื่อช่วยลดควันดำและมลพิษทางอากาศ พร้อมสนับสนุนให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    ค็อกพิทได้จัดอบรมความรู้ด้านผลิตภัณฑ์แก่ทีมช่างเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ พร้อมกันนี้ ลิควิ โมลี่ สนับสนุนน้ำยาทำความสะอาดหัวฉีด Diesel Purge ซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์สะอาด ลดการอุดตัน
    และลดปริมาณควันดำจากท่อไอเสีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของมลภาวะทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เมืองใหญ่ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของค็อกพิทและลิควิ โมลี่ ในการส่งเสริม
    การใช้รถควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมตอกย้ำแนวคิดที่ว่า “พลังแห่งการให้ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนได้”

    นอกจากนี้ ค็อกพิทและลิควิ โมลี่ ยังจัดแคมเปญพิเศษต่อเนื่องมอบส่วนลด 10% สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำยาทำความสะอาดหัวฉีด ได้แก่ Super Diesel Additive สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล และ Injection Cleaner สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน ให้แก่ลูกค้าที่เข้ารับบริการ ณ ค็อกพิททั้ง 6 สาขาในจังหวัดชลบุรี ได้แก่ สาขาชลบุรี, สาขาพัทยาเหนือ, สาขาพัทยาใต้, สาขาบ่อวิน, สาขาอมตะ และสาขาแจสอมตะ ตั้งแต่วันที่
    28 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อร่วมส่งเสริมการลดมลพิษทางอากาศ และยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดชลบุรีให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • RAAT เปิดฤดูกาลมอเตอร์สปอร์ตไทย จัดงานแถลงข่าวใหญ่ “RAAT Circuit Sport Seasons 2026” ผนึกกำลังพันธมิตร ผู้จัดการแข่งขัน และสื่อมวลชน ยกระดับวงการรถยนต์ทางเรียบไทยสู่มาตรฐานสากล

    1 Min Read

    RAAT เปิดฤดูกาลมอเตอร์สปอร์ตไทย จัดงานแถลงข่าวใหญ่ “RAAT Circuit Sport Seasons 2026”  ผนึกกำลังพันธมิตร ผู้จัดการแข่งขัน และสื่อมวลชน ยกระดับวงการรถยนต์ทางเรียบไทยสู่มาตรฐานสากล

    ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมกีฬา ( ร.ย.ส.ท.) โดยนายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์, นายกสมาคมฯ ผนึก กำลังกับ MONO MAX เพื่อพัฒนาวงการมอเตอร์ สปอต ให้ก้าวไปอีกขั้น โดยการนำภาพความสนุก ชิดสนาม สู่สายตาประชาชนให้มากยิ่งขึ้น จึง จัดงานแถลงข่าวเปิดฤดูกาลการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบประจำปี 2026 ภายใต้ชื่องาน “RAAT Circuit Sport Seasons 2026” เพื่อประกาศ ความพร้อมของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการสำคัญประจ าปี พร้อมเผยทิศทางการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในอนาคต

    วันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 – 15.30 น. ณ Mono Studio (Stage One)

     นายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์, นายกสมาคมฯได้กล่าวถึงงานดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์การ แข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ได้รับการรับรองจากราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา เพื่อยกระดับวงการรถยนต์ ทางเรียบไทยสู่มาตรฐานสากล รวมถึงเสริมความร่วมมือระหว่างสมาคมฯ ผู้จัดการแข่งขัน ผู้สนับสนุน นักแข่ง และสื่อมวลชน โดยคาดว่าปีนี้จะมี นักแข่งจากรายการต่างๆที่สมาคมฯรับรองรวมถึงผู้ชมในสนามต่างๆที่ท าการจัดการแข่งขันและผู้ติดตามทางสื่อประชาสัมพันธ์ช่องทางออนไลน์ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก เว็บไซต์ต่างๆเพื่อสร้างการรับรู้และเผยแพร่ข่าวสารการแข่งขันที่สนุกและเร้าใจส่งผ่านสื่อที่มีมากมายในปัจจุบัน ภายในงานนี้ มีผู้เข้าร่วมงานหลายภาคส่วนประกอบด้วย คณะกรรมการสมาคม ผู้สนับสนุน พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้จัดการแข่งขัน นักแข่ง และสื่อมวลชนจาก หลากหลายสำนักข่าวโดยภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ 4 ส่วนหลัก ได้แก่

    เวทีเสวนาด้านมอเตอร์สปอร์ต (Circuit Racing Talk) บูธกิจกรรมจากผู้สนับสนุน โซนจัดแสดงรถแข่งจากรายการต่าง ๆ งานเลี้ยง ต้อนรับพร้อมค็อกเทล

     ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเสวนาหัวข้อ RAAT Circuit Sport Seasons 2026 โดยนายกสมาคมฯ ผู้บริหารจาก MONO MAX ผู้จัดการ แข่งขัน และนักแข่งชั้นนำของไทย ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาวงการรถยนต์ทางเรียบไทย การยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน และการ ขยายฐานผู้ชมผ่าน Official Media Partner อย่าง MONO MAX

    นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอรายละเอียดการแข่งขันประจ าปี 2026 ของรายการสำคัญ อาทิ

    RAAT Thailand Endurance Championship 2026, TSS The Super Series by B-Quik, Idemitsu Super Turbo Thailand 2026,  Toyota Gazoo Racing Thailand 2026, PT Maxnitron Racing Series 2026, Lenso Explorar Racing Car Thailand 2026, Honda One  Make Race 2026 และ D1 Grand Prix Thailand 2026

     อีกหนึ่งช่วงสำคัญคือการเสวนาในหัวข้อ “เส้นทางนักแข่งไทยสู่สนามระดับโลก” ถ่ายทอดประสบการณ์จากนักแข่งชื่อดัง เพื่อสร้างแรง บันดาลใจและผลักดันนักแข่งไทยรุ่นใหม่สู่เวทีนานาชาติโดยมีนักแข่งระดับประเทศจากรายการต่างๆที่เข้าร่วมเสวนามากมาย

    ภายในบริเวณงานยังมีการเปิดพื้นที่ให้ผู้สนับสนุนร่วมจัดบูธประชาสัมพันธ์ อาทิ Singha, Fit Auto และ Giti รวมถึงการจัดแสดงรถแข่งจาก หลากหลายรายการรวม 8 คัน เพื่อสร้างบรรยากาศเสมือนอยู่ในสนามแข่งขันจริง

    การจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยฯ ในการผลักดันวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง  พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางมอเตอร์สปอร์ตของภูมิภาคในอนาคต

    ปฏิทินการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่สำคัญในปี 2026 ที่ได้รับการรับรองจาก

    ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา ( ร.ย.ส.ท. )

    ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา

    รายการ RAAT Thailand Endurance Championship 2026

    สนามที่ 1 30 – 31 พฤษภาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    สนามที่ 2 18 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    สนามที่ 3 5 – 6 กันยายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    บริษัท เรซซิ่ง สปิริต จ ากัด

    รายการ TSS The Super Series by B-Quik / B-Quik Thailand Super Series 2026

    อีเว้นท์ 1 21 – 24 พฤษภาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    อีเว้นท์ 2 1 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ สนามเฉพราะกิจบางแสนสตรีทเซอร์กิต จะงหวัดชลบุรี

    อีเว้นท์ 3 21- 23 สิงหาคม 2569 ณ สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย

    อีเว้นท์ 4 18 – 20 กันยายน 2569 ณ สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย

    อีเว้นท์ 5 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    บริษัท 3 มงกุฎ เรซซิ่ง โปรเจ็ค จ ากัด

    รายการ Idemitsu Super Turbo Thailand 2026

    อีเว้นท์ 1 (สนามที่ 1 – 2) 24 – 26 เมษายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 2 (สนามที่ 2 – 3) 26 – 28 มิถุนายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 3 (สนามที่ 5 – 6) 7 – 9 สิงหาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ รายการ Idemitsu Super Endurance Thailand 2026 27 – 29 พฤศจิกายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ บริษัท อาร์โต จ ากัด

    รายการ Toyota Gazoo Racing Thailand 2026

    สนามที่ 1 1 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ สนามเฉพราะกิจบางแสนสตรีทเซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

    สนามที่ 2 28 – 30 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดภูเก็ต

    สนามที่ 3 – 4 24 – 27 กันยายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    สนามที่ 520 – 22 พฤศจิกายน 2569 ณ จังหวัดเชียงใหม่

    บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด

    รายการ PT Maxnitron Racing Series 2026

    อีเว้นท์ 1 Race 1 – 2 5 – 7 มิถุนายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 2 Race 3 – 5 14 – 16 สิงหาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 3 Race 6 – 7 14 – 18 ตุลาคม 2569 ณ จังหวัดสงขลา

    บริษัท ฟาอีส ยูไนเต็ด มอเตอร์ สปอร์ต จำกัด

    รายการ Lenso Explorer Racing Car Thailand 2026

    อีเว้นท์ 1 20 – 22 มีนาคม 2569 ณ สนามพีระ เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

    อีเว้นท์ 2 1 – 3 พฤษภาคม 2569 ณ สนามพีระ เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

    อีเว้นท์ 3 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569ณ สนามแก่งกระจานเซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี อีเว้นท์ 4 11 – 13 กันยายน 2569 ณ สนามพีระ เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

    อีเว้นท์ 5 2 – 4 ตุลาคม 2569 ณ สนามเฉพาะกิจ กีฬาพระยาพิชัยดาบหัก จังหวัดอุตรดิตถ์ อีเว้นท์ 6 11 -13 ธันวาคม 2569 ณ สนามลพบุรี สปีดปาร์ค จังหวัดลพบุรี

    บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

    รายการ Honda One Make Race 2026

    อีเว้นท์ 1 Race 1 – 2 5 – 7 มิถุนายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 2 Race 3 – 4 18 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 3 Race 5 – 6 14 – 16 สิงหาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 4 Race 7 – 8 14 – 16 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดสงขลา

    บริษัท ดีทูดี มอเตอร์สปอร์ต จ ากัด

    รายการ D1 Grand Prix Thailand 2026

    อีเว้นท์ 1 Race 1 – 2 3 – 5 สิงหาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 2 Race 3 – 4 6 – 8 พฤศจิกายน 2569 ณ เมืองทองธาณี

    อีเว้นท์ 3 Race 5 – 6 18 – 20 ธันวาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

    RAAT / ติดต่อสมาคมฯ โทร : 02-939-5771 อีเมล : admin@raat.or.th


    No Comment
  • สั่นสะเทือนทั่วไทย !! น้ำมันเครื่อง PULZAR สร้างปรากฎการณ์ รีแบรนด์ปรับภาพลักษณ์ครั้งยิ่งใหญ่ คว้า ” หนุ่ม กรรชัย – ลำไย ” พรีเซนเตอร์ No.1 ระดับประเทศ ชูนวัตกรรมปกป้องความร้อนที่เหนือกว่าใคร ล็อกเครื่องยนต์คุณให้หนุ่มตลอดการใช้งาน

    1 Min Read

    สั่นสะเทือนทั่วไทย !! น้ำมันเครื่อง PULZAR สร้างปรากฎการณ์ รีแบรนด์ปรับภาพลักษณ์ครั้งยิ่งใหญ่ คว้า ” หนุ่ม กรรชัย – ลำไย ” พรีเซนเตอร์ No.1 ระดับประเทศ ชูนวัตกรรมปกป้องความร้อนที่เหนือกว่าใคร ล็อกเครื่องยนต์คุณให้หนุ่มตลอดการใช้งาน

    เมื่อน้ำมันเครื่องไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ “ช่าง” แต่คือไอเทมสำคัญของ “คนรักรถ”  PULZAR (เพาวซ่าร์ ) แบรนด์น้ำมันเครื่องที่มีเทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตระดับโลก เป็นผู้นำตลาดช่องทางHigh Street ที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 15 ปี   ภายใต้ชายคา บริษัทน้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด ประกาศก้าวสำคัญในปี 2569 ด้วยการทุ่มงบกว่า 150 ล้านบาท Re-branding ครั้งใหญ่ เปลี่ยนภาพจำสินค้าให้กลายเป็นพรีเมียมแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย   พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ระดับท็อปของประเทศ  หนุ่ม  กรรชัย  กำเนิดพลอย และ ลำไย ไหทองคำ โดยได้จัดงานแถลงข่าว “ การรีแบรนด์ปรับภาพลักษณ์ครั้งยิ่งใหญ่  และเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง PULZAR ” ภายใต้แนวคิด  “ LONG LIFE TECH, LONG LIFE ENGINE ”  สะท้อนถึงนวัตกรรมที่ยกระดับมาตรฐานการปกป้องเครื่องยนต์ครบทุกมิติ  โดยงานจัดขึ้นในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569  ณ ห้อง Ballroom ชั้น B1 โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ

    ภายในงาน  แบม ปีติภัทร คูตระกูล  รับหน้าที่พิธีกร นำทุกคนเข้าสู่ห้วงเวลาสำคัญ และกล่าวต้อนรับ คุณสัมพันธ์ ติงธนาธิกุล กรรมการผู้จัดการ  บริษัท น้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด   ผู้บริหารรุ่นใหม่    ที่จะนำเสนอวิสัยทัศน์และทิศทางของแบรนด์   เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมในการเปลี่ยนผ่านไปสู่แบรนด์น้ำมันเครื่องที่มีเทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตระดับโลก พร้อมจัดเซอร์ไพรส์หนัก! สร้างปรากฎการณ์แรงสั่นสะเทือนให้กับวงการครั้งใหญ่!  ด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา กับ 2 พรีเซนเตอร์ชั้นนำของเมืองไทย  หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย : ตัวแทนของนวัตกรรม LONG LIFE TECH และความชัดเจน ตรงไปตรงมา น่าเชื่อถือระดับผู้นำ และ ลำไย ไหทองคำ  :  ตัวแทนของผู้ใช้รถบรรทุกรถกระบะ และเป็นสาวแกร่งยุคใหม่ ที่มีความสดใส เข้าถึงง่าย สู้งานหนัก มาเป็นตัวแทนส่งต่อแนวคิดซึ่งเปรียบเปรยการดูแลรถเหมือนการดูแลร่างกาย หากเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ก็จะยังฟิตและอ่อนเยาว์ (Young at Heart) อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุกใช้งานหนัก หรือ รถบ้านในชีวิตประจำวัน

    โดยการจับคู่ของ 2 พรีเซนเตอร์ครั้งนี้ เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถทุกกลุ่ม ผ่านการสื่อสารแบบ 360 องศา รวมถึงสื่อภาพยนตร์โฆษณา ทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์และกิจกรรมอีเว้นท์ทั่วไทย   ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การตลาดในปี 2569   ต่อการรุกเข้าสู่สนามการ

    แข่งขันในธุรกิจน้ำมันเครื่อง ที่ PULZAR มีจุดแข็งในเรื่องของสุดยอดเทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตระดับโลก

    นอกจากนี้ PULZAR ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่กล้าฉีกกฎการตลาด โดยนำ Insight จากผลวิจัยผู้บริโภคทั่วประเทศกว่า 500 ราย มาเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้ ตั้งแต่การทำ

    • Modern Design: ปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้เหมือนกันทุกกลุ่ม และปรับโลโก้ให้เรียบง่ายในโทน เหลือง-ดำ ดูโฉบเฉี่ยว ทันสมัย และทรงพลัง มากขึ้นกว่าเดิม
    • New Label: ฉลากใหม่ดีไซน์สวยอ่านง่าย ระบุประเภทการใช้งานที่ชัดเจน และวิธีการเลือกน้ำมันเครื่องให้เหมาะกับการใช้งานรถแต่ละประเภท เพื่อให้จบปัญหาเดินเข้าร้านแล้วเลือกซื้อไม่ถูก
    • Captain PULZAR: เป็นฮีโร่ สัญลักษณ์ผู้นำนวัตกรรมของแบรนด์ Pulzar ให้ผู้บริโภครับรู้ได้ถึงประสิทธิภาพภายใต้สินค้าแบรนด์ Pulzar ได้อย่างมั่นใจ

    การรีแบรนด์ครั้งนี้ คือ การยืนยันว่า PULZAR  พร้อมจะเป็นพลังนวัตกรรมใหม่ที่ช่วย “ล็อคความฟิต” ให้กับทุกเครื่องยนต์ เพื่อขับเคลื่อนทุกความเชื่อมั่น ของการขับขี่ที่สามารถพุ่งทยานไปได้ไกลกว่าเดิม


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนสัมผัสเทคโนโลยี Honda E-Clutch เกียร์แมนนวลที่ฉลาดที่สุด ทดลองขับฟรี ที่ Honda BigWing ทั่วประเทศ เริ่ม 15 พฤษภาคมนี้

    1 Min Read

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนสัมผัสเทคโนโลยี Honda E-Clutch เกียร์แมนนวลที่ฉลาดที่สุด ทดลองขับฟรี ที่ Honda BigWing ทั่วประเทศ เริ่ม 15 พฤษภาคมนี้

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนเหล่าไบค์เกอร์ร่วมสัมผัสเทคโนโลยี Honda E-Clutch เกียร์แมนนวลอัจฉริยะที่ช่วยให้ทุกจังหวะการขับขี่ลื่นไหล นุ่มนวล และขี่ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดให้ทดลองขับฟรีที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยสามารถตรวจสอบวัน เวลา สาขาที่เปิดให้ทดลองขับ ได้ที่ https://bit.ly/4uwXbbm

    โดยผู้ที่สนใจสามารถทดสอบ Honda BigBike E-Clutch Series ที่ขนทัพมาครบทั้งสาย Sport และ Adventure ให้เลือกสัมผัสความสนุกได้ตามสไตล์ที่ชอบ ได้แก่

    • New NX500 E-Clutch
    • New CBR500R E-Clutch
    • New CBR650R E-Clutch
    • New CB650R E-Clutch

    รวมถึงรถรุ่นอื่น ๆ จาก Honda BigBike ที่พร้อมให้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละรุ่นอย่างใกล้ชิด โดยเทคโนโลยี Honda E-Clutch จะช่วยให้การออกตัวและเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างสมูทโดยไม่ต้องกำคลัตช์ ช่วยลดความเมื่อย เพิ่มความมั่นใจ และยังคงมอบฟีลลิ่งการขับขี่แบบเกียร์แมนนวลไว้อย่างเต็มอารมณ์ ตอบโจทย์ทั้งผู้ขับขี่มือใหม่และสายบิ๊กไบค์ที่ต้องการความสนุกควบคู่ความสะดวกสบายในทุกวัน

    พิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถจักรยานยนต์ Honda BigBike ภายในกิจกรรม Honda E-Clutch Test Ride และรับรถภายในระยะเวลา 15 วัน รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่าสูงสุด 3,000 บาท* เพื่อเพิ่มความพิเศษให้กับการเป็นเจ้าของ Honda BigBike
    ร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่กับ Honda E-Clutch Test Ride ใกล้คุณ แล้วออกไปค้นพบฟีลลิ่งการขับขี่ที่ลื่นไหล สนุก และง่ายกว่าที่เคย

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
    *เวลาและสถานที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง สามารถติดตามอัปเดตสถานที่ได้ที่หน้าเฟซบุ๊ก Honda BigBike

    สำหรับผู้สนใจกิจกรรม Honda E-Clutch Test Ride ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH

    #HondaTestRide #HondaEClutch #บิดมันส์ทั่วไทย #HondaDCT #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • Fenomeno Roadster: ปรากฏการณ์ใหม่แห่งซูเปอร์สปอร์ตคาร์เปิดประทุน ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ลัมโบร์กินี

    2 Min Read

    Fenomeno Roadster: ปรากฏการณ์ใหม่แห่งซูเปอร์สปอร์ตคาร์เปิดประทุน ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ลัมโบร์กินี
    สัมผัสขุมพลัง V12 ไฮบริด 1,080 แรงม้า ผลิตจำกัดเพียง 15 คันทั่วโลก

    ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี ภูมิใจนำเสนอ “Fenomeno Roadsterรถยนต์รุ่นพิเศษใหม่ล่าสุด จำกัดจำนวนการผลิตเพียง 15 คันเท่านั้น ทุกคันมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด V12 ที่ให้กำลังระบบรวมสูงสุดถึง 1,080 แรงม้า ตอกย้ำความเป็นรถยนต์รุ่นเปิดประทุนที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยผลิตมา

    Fenomeno Roadster เผยโฉมต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในงาน Lamborghini Arena ครั้งที่ 2 นับเป็นรุ่นล่าสุดในตระกูลรถยนต์เปิดประทุน Few-Off  (ผลิตจำนวนจำกัดมาก) ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่รุ่น Reventón Roadster เมื่อปี ค.ศ. 2009 โดย Fenomeno Roadster พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น Fenomeno Coupé ที่เปิดตัวไปเมื่อปี ค.ศ. 2025 รถสปอร์ตสองที่นั่งรุ่นใหม่นี้ผสานมาตรฐานใหม่แห่งสมรรถนะเข้ากับเทคโนโลยีด้านเทคนิคที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต พร้อมด้วยนวัตกรรมดีไซน์ใหม่จากศูนย์การออกแบบลัมโบร์กินี เซนโทร สไตล์ (Lamborghini Centro Stile) ที่ร่วมสร้างสรรค์เอกลักษณ์ของแบรนด์มานานกว่า 20 ปี

    ตลอดระยะเวลา 63 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ลัมโบร์กินีคือนิยามแห่งการหลอมรวมดีไซน์ที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่ทลายทุกข้อจำกัด นวัตกรรมเชิงเทคนิค และความพิเศษเฉพาะตัวได้อย่างมีเอกลักษณ์ สะท้อนผ่านรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่สื่อถึงปรัชญาดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของการออกแบบและความเป็นเลิศทางวิศวกรรม

    มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “โรดสเตอร์รุ่นพิเศษนี้คือการแสดงถึงคุณค่าแห่งแบรนด์ของเราอย่างแท้จริงที่สุด ทั้งด้านดีไซน์ที่เปี่ยมวิสัยทัศน์ สมรรถนะที่ทลายทุกข้อจำกัด และความพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งเกิดจากการตีความอารมณ์การขับขี่อย่างมีเอกลักษณ์ และสร้างสรรค์เพื่อกลุ่มลูกค้าผู้ซึ่งกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทั่วไป รถแต่ละคันถูกรังสรรค์ขึ้นในรูปแบบของผลงานชิ้นเอกสำหรับนักสะสม มอบจุดบรรจบแห่งความเป็นเลิศทางวิศวกรรมที่ผสานกับงานช่างฝีมือที่รังสรรค์เป็นพิเศษสำหรับลูกค้าเฉพาะราย”

    ชื่อรุ่น Fenomeno เกิดจากธรรมเนียมของแบรนด์ลัมโบร์กินีที่นำแรงบันดาลใจจากเหล่าวัวกระทิงที่กล้าหาญในตำนาน โดยทั้งในภาษาอิตาลีและภาษาสเปน คำว่า “Fenomeno” หมายถึง “ปรากฏการณ์” ซึ่งเป็นชื่อที่สะท้อนถึงพลังและความพิเศษเฉพาะตัวของรถยนต์รุ่นนี้ได้อย่างโดดเด่น

    รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดประสิทธิภาพสูง (High Performance Electrified Vehicle – HPEV) แบบ V12 รุ่นแรกของลัมโบร์กินี มอบกำลังเครื่องทั้งระบบรวมสูงถึง 1,080 แรงม้าจากเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรแบบลมเข้าตามธรรมชาติ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 2.4 วินาที และจาก 0-200 กม./ชม. เพียง 6.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 340 กม./ชม. ผสานสมรรถนะระดับสุดขั้วเข้ากับความสามารถของระบบไฮบริดอันล้ำสมัยไว้อย่างลงตัว

    โครงสร้างแชสซีได้แรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ มอบอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมความแข็งแกร่งสูง Fenomeno Roadster ยังติดตั้งโช้คอัพแบบรถแข่งที่สามารถปรับระดับเองได้ เพื่อรองรับการปรับลดความสูงของตัวรถ พร้อมการตั้งค่าที่แม่นยำสำหรับการขับขี่บนท้องถนนหรือในสนามแข่ง สมรรถนะการเบรกการันตีด้วยระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกแบบ CCM-R Plus ที่พัฒนาจากเทคโนโลยีกีฬามอเตอร์สปอร์ต รับประกันการชะลอความเร็วอย่างสม่ำเสมอและเสถียรภาพสูงสุดแม้ในขณะขับขี่ความเร็วสูง

    โดยบริดจสโตน (Bridgestone) พันธมิตรด้านเทคนิคของลัมโบร์กินี ได้พัฒนายางรุ่น Potenza ขึ้นโดยเฉพาะ นำเสนอทั้งล้อขนาด 21 และ 22 นิ้ว เพื่อเค้นสมรรถนะและความแม่นยำในการขับขี่ของ Fenomeno Roadster อย่างเต็มที่

    ระบบอากาศพลศาสตร์และงานออกแบบ

    Fenomeno Roadster มาพร้อมชุดระบบอากาศพลศาสตร์ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Coupé เพื่อมุ่งยกระดับประสิทธิภาพให้สูงสุด ผ่านการออกแบบพื้นผิวด้านบนของตัวรถใหม่ทั้งหมดและติดตั้งอุปกรณ์ทางอากาศพลศาสตร์เสริม ทำให้ Fenomeno Roadster สามารถสร้างแรงกด เสถียรภาพ และสมดุลการขับขี่ได้ใกล้เคียงกับรุ่น Fenomeno Coupé พร้อมยกระดับการระบายความร้อนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในระบบขับเคลื่อนและระบบเบรก

    นอกจากนี้ ยังติดตั้งสปอยเลอร์เสริมเหนือกระจกบังลมหน้า ทำให้อากาศถูกนำผ่านห้องโดยสารลงสู่ฝาครอบเครื่องยนต์ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมดด้านหลัง เพื่อให้เครื่องยนต์ V12 ได้รับลมระบายความร้อนในทุกสภาพการขับขี่แม้จะไม่มีช่อง S-duct เหมือนในรุ่น Fenomeno Coupé ก็ตาม ระบบนี้ยังช่วยลดกระแสลมหมุนวนและการสั่นสะเทือนที่รบกวนการขับขี่ให้เหลือน้อยที่สุด

    ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การพัฒนาคานป้องกันการพลิกคว่ำ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการปกป้องความปลอดภัยของผู้โดยสาร แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์เพื่อลดเสียงลมและแรงต้านอากาศได้แม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุด ลัมโบร์กินีจึงวางตำแหน่งโครงคาร์บอนป้องกันการพลิกคว่ำไว้บริเวณหลังเบาะนั่งแนวสปอร์ต โดยออกแบบให้แบนเรียบและสง่างามที่สุด ผสานเป็นเนื้อเดียวกับเส้นสายแนวประติมากรรมของตัวรถ ให้ลื่นไหลเชื่อมไปสู่กระโจมหลังสไตล์ Speedster อย่างลงตัว

    Fenomeno Roadster ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบซูเปอร์สปอร์ตคาร์เปิดประทุนในปัจจุบัน โดยทีมนักออกแบบได้สร้างสรรค์รถยนต์ที่สะท้อนดีเอ็นเออันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างโดดเด่นพร้อมวิสัยทัศน์แห่งอนาคต โดย มร.มิตจา บอร์เกิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “ด้วยการเปิดตัว Fenomeno Roadster ทำให้เราได้สานต่อความฝันของแฟน ๆ ลัมโบร์กินีจำนวนมาก ในขณะเดียวกัน ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของศูนย์การออกแบบเซนโทร สไตล์ ของเรา ซึ่งสรรค์สร้างผลงานออกแบบยานยนต์ลัมโบร์กินีอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี”

    เมื่อเห็นครั้งแรก ส่วนหน้าของรถที่ผ่านการออกแบบแนวประติมากรรมและการปรับแต่งทางอากาศพลศาสตร์อย่างพิถีพิถัน จะสามารถดึงดูดสายตาผู้พบเห็นได้ในทันที ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ช่องลมเข้าขนาดใหญ่ และเอกลักษณ์ทรงหกเหลี่ยมที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อ

    มุมมองด้านข้างยังคงสะท้อนปรัชญาเดียวกัน ด้วยการออกแบบแก้มข้างให้มีเส้นสายที่เฉียบคม ขอบประตูที่กว้างขึ้นและช่องดักลมด้านหลัง ช่วยระบายความร้อนให้เครื่องยนต์สมรรถนะสูงได้อย่างดีเยี่ยม ผสานการทำงานกับดิฟฟิว   เซอร์หลังขนาดใหญ่และปีกหลังแบบแอ็กทีฟ ที่ช่วยเพิ่มแรงกดสูงสุดในขณะใช้ความเร็ว

    ความโดดเด่นที่สะกดทุกสายตาคือรูปทรงของตัวรถที่ราบต่ำและช่วยเน้นเส้นกึ่งกลางตัวรถอย่างชัดเจน พร้อมดีไซน์ห้องโดยสารอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยกระจกข้างที่ลาดเอียง ทีมออกแบบยังได้รังสรรค์กระจกบังลมหน้าทรงแบนแนวใหม่พร้อมปีกเสริมที่ดูสง่างาม เสริมด้วยสปอยเลอร์คาร์บอนน้ำหนักเบาที่ประทับโลโก้ Fenomeno Roadster ไว้อย่างชัดเจน

    รูปทรงตัวรถได้รับการขยายให้ยาวขึ้นเพื่อความสง่างาม โดยดีไซน์ส่วนท้ายได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น Essenza SCV12 และรถแข่งต้นแบบยุค 1970 พร้อมสะท้อนความทรงพลังของ Lamborghini Manifesto ที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของ Centro Stile ส่วนท้ายของ Fenomeno Roadster ดูล้ำสมัยและเปี่ยมด้วยรายละเอียด โดดเด่นด้วยท่อไอเสียทรงหกเหลี่ยมยกสูงที่ตอกย้ำความแรงและความแม่นยำทางวิศวกรรมได้อย่างชัดเจน

    “ความท้าทายสำคัญคือการสร้างคาแรกเตอร์เฉพาะตัว สำหรับ Fenomeno Roadster เราทำงานอย่างหนักทั้งในส่วนของห้องโดยสารและระบบขับเคลื่อน พร้อมนำเสนอเครื่องยนต์ V12 ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยการเปิดเผยส่วนประกอบต่าง ๆ ให้เห็นได้อย่างชัดเจน” มร.มิตจา บอร์เกิร์ต อธิบายเสริม เครื่องยนต์ลัมโบร์กินีถือเป็นหัวใจสำคัญของดีไซน์ในรุ่น Fenomeno Roadster โดยเผยให้เห็นผ่านฝาครอบเครื่องยนต์แบบโปร่งใสดีไซน์ใหม่ โดดเด่นด้วยช่องดักลมทรงหกเหลี่ยมที่รับกับธีมรูปตัว Y อย่างลงตัว เพื่อส่งลมเย็นเข้าสู่เครื่องยนต์ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยนต์ยังถูกล้อมกรอบด้วยดีไซน์ทรงหกเหลี่ยมที่ช่วยเสริมความงดงามได้อย่างไร้ที่ติ

    เอกลักษณ์รูปทรงหกเหลี่ยมถูกออกแบบให้ปรากฏอยู่ในรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งในขอบประตู ซุ้มล้อ ช่องลมเข้า และรูปทรงกรอบไฟ LED ซึ่งเป็นองค์ประกอบดีไซน์ ซึ่งตอกย้ำให้ Fenomeno Roadster เป็นที่จดจำในทันทีถึงเอกลักษณ์แห่งลัมโบร์กินี รูปทรงหกเหลี่ยมยังปรากฏให้เห็นถึงภายในห้องโดยสาร รวมถึงช่องแอร์และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ด้วยเช่นกัน

    ห้องโดยสารของ Fenomeno Roadster นำเสนอสุนทรียศาสตร์สุดไฮเทคและสะท้อนปรัชญา “Feel Like a Pilot” ของลัมโบร์กินี ด้วยการนำวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ Corsatex by Dinamica และวัสดุ Carbon Skin ที่จดสิทธิบัตรของบริษัทฯ มาเป็นองค์ประกอบหลักของห้องโดยสาร แผงหน้าปัด และเบาะนั่ง เบาะนั่งทรงโค้งเดินตะเข็บแดงตัดสีโดดเด่นช่วยรองรับสรีระได้อย่างดีเยี่ยมแม้ในขณะเข้าโค้งแบบฉับพลัน ในขณะที่หน้าจอดิจิทัลช่วยแสดงข้อมูลการขับขี่สำคัญได้อย่างชัดเจน แนวคิดการควบคุมแบบ “Pilot Interaction” ยังผสาน 3 หน้าจอดิจิทัลเข้สกับลายกราฟิกทรงหกเหลี่ยม ปุ่มสัมผัสแบบสั่น และสวิตช์ที่ได้แรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมการบิน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิกับการเดินทางหรือสนามแข่งได้เต็มร้อยราวกับนั่งอยู่ในรถแข่งของจริง

    ด้วยการใช้สี Blu Cepheus มาเป็นโทนสีหลัก ทำให้ Fenomeno Roadster เป็นรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่มีสีสันที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยผลิตมา โดยสีหลักจะครอบคลุมส่วนบนของตัวรถ และตัดด้วยสี Rosso Mars ในส่วนล่างซึ่งเป็นสีเสริมที่ช่วยขับเน้นพื้นที่สำคัญต่าง ๆ อย่างโดดเด่น การจับคู่สีนี้ตอกย้ำความเป็นซีรีส์รถสปอร์ตรุ่นลิมิเต็ดอย่างแท้จริง สีตัวถังให้ความรู้สึกถึงรถยนต์โรดสเตอร์รุ่นแรกของลัมโบร์กินีอย่าง Miura Roadster ปี ค.ศ. 1968 ซึ่งการจับคู่สีนี้ยังเป็นการเชิดชูสีประจำเมืองโบโลญญา ซึ่งได้แก่ สีแดงและสีน้ำเงิน อีกด้วย

    โครงแชสซีคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผสานเทคโนโลยีหลากหลาย

    นอกจากระบบขับเคลื่อนและระบบอากาศพลศาสตร์ โครงแชสซียังเป็นอีกหนึ่งผลงานทางวิศวกรรมอันน่าทึ่ง โดย Fenomeno Roadster ผสานโครงแบบโมโนค็อก (Monocoque) ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ด้วยเทคโนโลยีหลายชั้น ผสานกับโครงสร้างด้านหน้าที่ทำจาก Forged Composite® ซึ่งให้ความแข็งแกร่งเป็นเลิศพร้อมน้ำหนักที่เบาที่สุด

    แชสซีรุ่นนี้เป็นโครงสร้างที่ได้แรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมการบินและอวกาศที่เรียกว่า Monofuselage ซึ่งใช้ในรถรุ่น Revuelto เช่นกัน โดยแทนที่จะใช้เซลล์โมโนค็อกคาร์บอนแบบเดิม ส่วนหน้าทั้งหมดของ Fenomeno Roadster ถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาพิเศษและแข็งแกร่งสูง โดยผสานรวมกับส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น โครงสร้างป้องกันการชนด้านหน้า เฟรมหน้า กรอบกระจกบังลม ผนังกั้นด้านหลัง และขอบประตูที่ทำจาก Forged Composites® เข้าไว้ด้วยกัน

    โรดสเตอร์รุ่นนี้มีระดับความแข็งตึง (Stiffness) และความแข็งเกร็ง (Rigidity) ใกล้เคียงกับรุ่น Coupé โดยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่กิโลกรัม โดยลัมโบร์กินีทำสิ่งนี้ได้ด้วยการผสมคาร์บอนเส้นยาวและคาร์บอนเส้นสั้นรูปแบบใหม่ ร่วมกับสารเหลวที่จดสิทธิบัตรไว้ ทำให้การออกแบบโครงแชสซีสามารถตอบโจทย์เป้าหมายด้านสมรรถนะที่ลัมโบร์กินีตั้งไว้ได้ ทั้งยังสามารถดูดซับพลังงานในกรณีเกิดการชนปะทะได้มากขึ้น เทคโนโลยีสิทธิบัตรใหม่นี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในรถยนต์ลัมโบร์กินีระบบไฮบริดรุ่นผลิตจริงนี้

     

    ซูเปอร์สปอร์ตคาร์โรดสเตอร์รุ่นแรกที่ใช้ระบบ V12 hybrid HPEV

    Fenomeno Roadster คือรถยนต์เปิดประทุนสองที่นั่งรุ่นแรกของลัมโบร์กินีที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไฮบริดประสิทธิภาพสูง V12 เพื่อก้าวสู่บทใหม่ในกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าของแบรนด์ โดยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรแบบลมเข้าตามธรรมชาติซึ่งเป็นหัวใจของระบบขับเคลื่อนนี้ยังเป็นเครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยผลิตมา ให้กำลังเครื่องถึง 835 แรงม้าที่ 9,250 รอบต่อนาที และแรงบิด 725 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบต่อนาที ด้วยกำลังจำเพาะมากกว่า 128 แรงม้าต่อลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขประสิทธิภาพที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์

    เครื่องยนต์อันทรงพลังนี้ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยสองตัวอยู่ด้านหน้า อีกหนึ่งตัวติดตั้งเหนือเกียร์ดับเบิลคลัตช์ 8 สปีด ซึ่งช่วยสร้างกำลังไฟฟ้าเสริมและทำหน้าที่อื่น ๆ เช่น ระบบ Torque vectoring และระบบเบรกแบบ Regenerative ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 7 kWh ยังสามารถเปิดใช้งานในโหมดขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้อีกด้วย

    เมื่อทำงานร่วมกัน เครื่องยนต์สันดาปภายในและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าจะให้กำลังของระบบรวม 1,080 แรงม้า (CV) หรือ 1,065 แรงม้า (HP) ส่งผลให้ Fenomeno Roadster สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.4 วินาที หรือจาก 0-200 กม./ชม. ใน 6.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 340 กม./ชม.

    ในส่วนของระบบเบรก ติดตั้งจานคาร์บอนเซรามิก CCM-R Plus ซึ่งผลิตจากคาร์บอนเส้นยาวแบบ 3 มิติที่ถักทออยู่ในโครงสร้างคาร์บอน พร้อมการเคลือบพิเศษที่เพิ่มความทนทานให้กับทั้งจานเบรกและผ้าเบรก เพื่อรับประกันค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่สูงและคงที่ ระบบนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับผ้าเบรกรถแข่งแบบออร์แกนิก โดยจาน CCM-R Plus ยังมาพร้อมระบบระบายอากาศที่ช่วยลดความร้อนของจานเบรกและผ้าเบรกเมื่อขับขี่แบบสุดขั้ว

    เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจและสมบูรณ์แบบที่สุด Fenomeno Roadster จึงเลือกใช้โช้กอัปแบบรถแข่งที่ปรับระดับอัตโนมัติ เพื่อการตั้งค่าที่แม่นยำทั้งในสนามแข่งและการใช้งานทั่วไป ระบบนี้ให้แรงหน่วงที่ยอดเยี่ยม ช่วยควบคุมการทรงตัวได้อย่างมั่นใจ พร้อมเพิ่มระยะยุบตัวของช่วงล่างให้เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบกันสะเทือนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มอบการขับขี่สไตล์สปอร์ตที่เหนือระดับในทุกเส้นทาง

    พลศาสตร์แห่งยานยนต์

    การจัดการพลศาสตร์ของตัวรถควบคุมโดยองค์ประกอบที่ทำงานเฉพาะด้าน หัวใจของระบบควบคุมแบบบูรณาการของ Fenomeno Roadster คือเซ็นเซอร์ 6D ที่จับคู่กับระบบควบคุมแบบไดนามิกนวัตกรรมใหม่ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในรุ่น Fenomeno Coupé โดยเซ็นเซอร์ 6D ถูกติดตั้งในตำแหน่งใกล้กับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถอย่างเหมะสมและเชื่อมต่อโดยตรงกับชุดควบคุม IPB (Integrated Power Brake) ทำหน้าที่วัดความเร่งของเพลารถทั้งสามแกน (ด้านข้าง ตามยาว และแนวตั้ง) แบบเรียลไทม์ รวมถึงความเร็วเชิงมุมของแกนทั้งสาม (พิทช์ โรล และยอว์) ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สามารถประเมินความเร็วของรถ มุมเบี่ยงข้าง และค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานระหว่างยางและพื้นผิวถนนได้อย่างแม่นยำ

    ยาง

    ในฐานะพันธมิตรด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการและผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียวสำหรับรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ทั้งหมดของลัมโบร์กินี บริดจสโตนได้พัฒนายาง Potenza ระดับพรีเมียมขึ้นเป็นพิเศษ 2 รุ่น เพื่อปลดล็อกศักยภาพของ Fenomeno Roadster ทั้งบนท้องถนนและในสนามแข่งให้เต็มสมรรถนะ

    ยาง Potenza Sport ประสิทธิภาพสูงระดับอัลตร้าที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับ Fenomeno Roadster ถูกออกแบบมาเพื่อปลดปล่อยขีดความสามารถสูงสุดของซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษและระบบขับเคลื่อนไฮบริด V12 นำเสนอทั้งขนาด 265/30 ZRF21 (ล้อหน้า) และ 355/25 ZRF22 (ล้อหลัง) โดยผสานสมรรถนะด้านความเร็วสูงที่โดดเด่นเข้ากับการตอบสนองและความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวที่ยอดเยี่ยม ยางรุ่นนี้ยังมีเทคโนโลยี Run-Flat (RFT) เอกสิทธิ์ของ     แบรนด์บริดจสโตน ที่ช่วยให้สามารถขับขี่ต่อไปได้อย่างปลอดภัยแม้ยางรั่ว

    ชุดยาง Potenza Sport จะจับคู่กับยาง Semi-Slick รุ่นใหม่จากบริดจสโตนที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อมอบสมรรถนะระดับสนามแข่งที่โดดเด่น โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านมอเตอร์สปอร์ตขั้นสูงของบริดจสโตน นำเสนอทั้งขนาด 20 และ 21 นิ้ว โดยยางประสิทธิภาพการยึดเกาะสูงนี้จะปลดล็อกศักยภาพสมรรถนะของ Fenomeno Roadster บนสนามแข่งได้อย่างเต็มที่ พร้อมผ่านการรับรองให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้อย่างสมบูรณ์

    ยางบริดจสโตนยังประทับเครื่องหมายของลัมโบร์กินีบนแก้มยาง เพื่อเน้นย้ำถึงการพัฒนาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งทั้ง 2 รุ่นได้รับการพัฒนาและผลิตในประเทศอิตาลีด้วยเทคโนโลยี Virtual Tyre Development (VTD) ที่บริดจสโตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โดยเทคโนโลยี VTD จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของกระบวนการพัฒนายาง ผ่านการลดการใช้วัตถุดิบและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ถึง 60% ทั้งยังช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนายางให้สั้นลงด้วย

     

    โรดสเตอร์แรงสุดขั้วด้วยสายพันธุ์อันโดดเด่น

    ลัมโบร์กินีสืบทอดการนำเสนอซูเปอร์สปอร์ตคาร์แบบ Few-Off มาอย่างยาวนาน โดยตำนานเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 2007 ด้วยรุ่น Reventón ซึ่งเป็นรถ Few-Off คันแรกและพัฒนาใหม่ทั้งหมดโดยศูนย์การออกแบบลัมโบร์กินี เซนโทร สไตล์ ที่ซัง’อกาตา ซึ่งบุกเบิกแนวคิดที่สร้างสรรค์โดยบริษัท โดยรุ่น Reventón ซึ่งมาพร้อมเวอร์ชันโรดสเตอร์ซึ่งเปิดตัวในปี ค.ศ. 2009 ได้วางรากฐานให้กับกลุ่มสินค้า Few-Off เครื่อง V12 ระดับไอคอนิกนับแต่นั้นเป็นต้นมา  รวมถึงรุ่น Veneno (ค.ศ. 2013), รุ่น Centenario (ค.ศ. 2016) และรุ่น Sián (ค.ศ. 2019) โดยทุกรุ่นมีการเปิดตัวเวอร์ชันโรดสเตอร์เช่นกัน ซึ่งนอกจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รถยนต์เหล่านี้ยังถือเป็นต้นแบบเพื่อการทดสอบโซลูชันด้านสไตล์และเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งภายหลังจะถูกนำไปใช้ในรถยนต์รุ่นผลิตจริง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment