• มินิ ประเทศไทย ผสมผสานสองตำนานแห่งดีไซน์สัญชาติอังกฤษ ในรุ่นพิเศษ มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition

    1 Min Read

    มินิ ประเทศไทย ผสมผสานสองตำนานแห่งดีไซน์สัญชาติอังกฤษ ในรุ่นพิเศษ มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition

    มินิ ประเทศไทย ภูมิใจนำเสนอการโคจรมาพบกันของสองตำนานสัญชาติอังกฤษ กับการเปิดตัว มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition ใหม่ ที่ผสานรูปโฉมสุดไอคอนิกของมินิเข้ากับปรัชญาการดีไซน์แบบ “Classic with a Twist” อันเป็นเอกลักษณ์ของพอล สมิธ อย่างลงตัว เกิดเป็นยนตรกรรมรุ่นพิเศษที่สะท้อนคาแรคเตอร์อันโดดเด่นของทั้งสอง แบรนด์ออกมาได้อย่างมีสไตล์ พร้อมเปิดฉากปี 2569 อย่างเต็มตัวสำหรับแฟนๆ มินิชาวไทย

    คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “มินิและพอล สมิธ คือเพื่อนคู่คิดในด้านความคิดสร้างสรรค์ ทั้งสองแบรนด์เชื่อมโยงถึงกันด้วยความหลงใหลในสิ่งที่ไม่คาดคิดและการปฏิเสธที่จะเดินตามใคร เหมือนกับที่พอล สมิธซ่อนเซอร์ไพรส์สีสันสดใสไว้ในชุดสูทคลาสสิก มินิก็มอบบุคลิกสุดเต็มที่และความตื่นเต้นในการขับขี่บนสี่ล้อ รุ่นพิเศษล่าสุดของเราอย่าง มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition ยกระดับปรัชญาการออกแบบ ‘Charismatic Simplicity’ ที่เป็นเอกลักษณ์ของมินิทุกรุ่น และเพิ่มความสนุกสนานในการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของพอล สมิธ ผลลัพธ์ที่ได้คือรถยนต์ที่ไม่เพียงแค่สวยงามในการออกแบบ แต่ยังให้พลังแห่งความสุขจากการขับขี่อย่างแท้จริงในสไตล์ของตัวเอง”

    “มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition คันใหม่นี้ สานต่อความร่วมมืออันน่าประทับใจของเรากับพอล สมิธ ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 1998 และยังเป็นข้อพิสูจน์ว่าความยั่งยืนและสไตล์สุดโฉบเฉี่ยว ประวัติศาสตร์และนวัตกรรม หรืองานออกแบบสุดคลาสสิกกับสมรรถนะจากพลังงานไฟฟ้า ล้วนเป็นองค์ประกอบที่มาบรรจบกันได้อย่างลงตัว เพราะที่มินิ เราเชื่อว่าอนาคตของการขับขี่ต้องเปี่ยมด้วยความตื่นตาตื่นใจและเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบคุณ”

    มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition ใหม่ นับเป็นการสานต่อความร่วมมือที่น่าประทับใจของทั้งสองแบรนด์ เริ่มจาก ปี 1998 กับการเปิดตัวมินิคลาสสิกรุ่นพิเศษในสีน้ำเงิน ตามมาด้วยรถต้นแบบอีกสองรุ่นในปี 1999 และ 2021 ก่อนจะย้อนกลับไปนำมินิรุ่นพิเศษตัวแรกจากปี 1998 มาชุบชีวิตใหม่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้ชื่อ MINI Recharged by Paul Smith

    มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition ใหม่

    ราคา: 1,899,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)

    มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition เป็นรุ่นพิเศษรุ่นแรกทีมินิเตรียมยกขบวนมาเปิดตัวในไทยตลอดปีนี้ โดยโดดเด่นด้วยการผสานดีไซน์เฉพาะตัวของมินิ เข้ากับสไตล์ที่โดดเด่นของพอล สมิธ ได้อย่างลงตัว ผ่านตัวถังสีพิเศษ การตกแต่งด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว และรายละเอียดรอบคันที่โดดเด่นมีชีวิตชีวา พร้อมดึงเอกลักษณ์และประวัติศาสตร์ของทั้งสองแบรนด์ให้ออกมาโลดแล่นเคียงข้างกันได้อย่างลงตัว

    รุ่นพิเศษ Paul Smith Edition พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของใน 3 สี โดยมี 2 สีพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ได้แก่ สีเทา Statement Grey ซึ่งมีที่มาจากสีเทาสุดคลาสสิกของมินิ ออสติน เซเว่น รุ่นปี 1959 และสีขาว Inspired White ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสีเบจยอดนิยมที่พบได้ในมินิคลาสสิกหลายรุ่น ก่อนจะปิดท้ายด้วยสีดำ Midnight Black Metallic ที่โฉบเฉี่ยวตามเจเนอเรชันปัจจุบัน

    ไม่ว่าจะเลือกจับจองรุ่นพิเศษนี้ในสีไหน มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition จะมาพร้อมกับอีกหนึ่งเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นอย่างหลังคาสีเขียว Nottingham Green พร้อมแต่งแถบสี Signature Stripe อันโด่งดังของพอล สมิธ ที่ขอบหลังคาฝั่งคนขับ โดยสีเขียว Nottingham Green นี้ เป็นสีพิเศษที่สื่อถึงบ้านเกิดของเซอร์พอล สมิธ โดยยังปรากฏอยู่บนกระจกมองข้าง กระจังหน้าทรงแปดเหลี่ยม และฝาครอบดุมล้อที่แต่งตัวอักษร Paul Smith อีกด้วย

    มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย Night Flash Spoke สีดำ ตัดกับสี Dark Steel โลโก้มินิที่ด้านหน้าและด้านหลังมาในสีใหม่ Black Blue เข้ากับโทนสีของพอล สมิธ และมินิ ส่วนมือจับประตูหลังสีดำด้านท้ายรถก็ตกแต่งด้วยลายเซ็นของพอล สมิธ สะท้อนถึงพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่อยู่เบื้องหลังงานออกแบบของรถคันนี้

    ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างทันสมัย ด้วยพื้นผิวถักสีดำบนแผงคอนโซลและแผงประตู โดยพื้นผิวคอนโซลหน้ามีลวดลายแถบสีโทนดำตัดเทาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเนื้อผ้าในงานออกแบบของพอล สมิธ เบาะนั่งสปอร์ตสีน้ำเงิน Nightshade Blue ใช้วัสดุ Vescin และตกแต่งด้วยผ้าถักบริเวณไหล่และพนักพิงศีรษะ พวงมาลัยตกแต่งด้วยแถบผ้าที่มีแถบสีสดใส ซึ่งถอดแบบมาจากองค์ประกอบดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของพอล สมิธ

    หน้าจอแสดงผลทรงกลมบริเวณกลางคอนโซล มาพร้อมภาพแบ็คกราวด์ลายพอล สมิธ ให้เลือกใช้ได้ 3 ภาพในโหมด Personal และเมื่อเปิดประตูรถ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเบาะหน้าจะได้รับการต้อนรับด้วยไฟโปรเจกเตอร์ที่ฉายคำว่า ‘Hello’ ในรูปแบบลายมือลงที่พื้น ส่วนกรอบประตูรถด้านล่างก็ยังตกแต่งด้วยข้อความ ‘Every day is a new beginning’ ซึ่งเป็นคติประจำใจของพอล สมิธ ขณะที่พรมปูพื้นในห้องโดยสารมาพร้อมกับกราฟิกรูปกระต่าย จากฝีมือการวาดของเซอร์ พอล สมิธ อีกด้วย

    ในด้านสมรรถนะ มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition มอบความสนุกด้วยการขับขี่ “Go-Kart Feeling” เต็มพิกัดเช่นเดียวกับรุ่นมาตรฐาน ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งกำลังได้สูงสุด 218 แรงม้า / 160 กิโลวัตต์ ลงสู่ล้อหน้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีระยะทางขับขี่สูงสุดประมาณ 402 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “นีโม่-จิรัฎฐ์” จากฮอนด้า เอชอาร์ซี พร้อมควบ Honda CRF450R ล่าความสำเร็จทางฝุ่นศึก เจเอ็มเอ็กซ์ 2026 สนามแรกสุดสัปดาห์นี้

    1 Min Read

    “นีโม่-จิรัฎฐ์” จากฮอนด้า เอชอาร์ซี พร้อมควบ Honda CRF450R ล่าความสำเร็จทางฝุ่นศึก เจเอ็มเอ็กซ์ 2026 สนามแรกสุดสัปดาห์นี้

    “ไทยฮอนด้า” ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยยกระดับสู่สากลภายใต้คอนเซปต์ Dare To Dreams ด้วยการส่งนักแข่งไทยเข้าสู่สังกัดทีมโรงงานระดับโลก “ฮอนด้า เอชอาร์ซี (Honda HRC)” โดยสายมอเตอร์ครอส นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ หมายเลข 23 ได้รับโอกาสจากทีมโรงงานให้เข้าร่วมการแข่งขัน ออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ หรือ เจเอ็มเอ็กซ์ (JMX) ในปี 2026 ณ ประเทศญี่ปุ่น แบบเต็มฤดูกาล

    สำหรับทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี คือหนึ่งในทีมโรงงานที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันจักรยานยนต์ระดับโลกทั้งทางเรียบและทางฝุ่น การร่วมมือกันระหว่าง “ไทยฮอนด้า” กับ “ฮอนด้า เอชอาร์ซี” ในครั้งนี้จะช่วยยกระดับให้นักแข่งไทยได้เรียนรู้ พัฒนา และเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับทีมงานระดับโลก เป็นอีกหนึ่งการยกระดับวงการมอเตอร์ครอสของไทย

    ด้าน “นีโม่-จิรัฎฐ์” นั้น เจ้าตัวคือนักแข่งมอเตอร์ครอสดาวรุ่งดีกรีแชมป์ประเทศไทยในศึก เอฟเอ็มเอสซีที ไทยแลนด์ โมโตครอส 2025 คลาส Premier MX-1 และ Pro MX-2 นอกจากนี้ “นีโม่-จิรัฎฐ์” ยังเป็นนักแข่งที่สร้างประวัติศาสตร์ควบ Honda CRF450R คว้าโพเดียมรองแชมป์ คลาส IA-1 ซึ่งเป็นคลาสสูงสุดในรายการออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ 2025 สนามที่ 6 เรซ 3 ณ เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น มาครองได้สำเร็จ

    ผลงานดังกล่าวส่งผลให้นักแข่งทางฝุ่นไทยที่ได้รับโอกาสเข้าร่วมทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี เข้าร่วมแข่งขันรายการออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ แบบเต็มฤดูกาลในปีนี้ ซึ่งรายการดังกล่าวถือว่าเป็นการแข่งขันมอเตอร์ครอสระดับประเทศที่มีความสำคัญสูงสุดของญี่ปุ่น ดำเนินการแข่งขันภายใต้การกำกับดูแลของ MFJ (Motorcycle Federation of Japan) และเป็นเวทีที่หล่อหลอมทั้งนักแข่งระดับประเทศและดาวรุ่งเข้าสู่เวทีระดับโลก เช่น MXGP หรือ AMA Supercross

    รายการออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ คือหนึ่งในรายการมอเตอร์ครอสระดับประเทศที่ทรงคุณค่าที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ด้วยโครงสร้างการแข่งขันที่ชัดเจน ความร่วมมือระดับประเทศ และการมีส่วนร่วมของนักแข่งทุกช่วงวัย โดยในฤดูกาล 2026 มีการปรับปรุงและเพิ่มจำนวนสนามโดยจะทำการแข่งขันทั้งสิ้น 9 สนาม ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงพฤศจิกายน ครอบคลุมภูมิภาคหลักของญี่ปุ่น เช่น มิเอะ, คุมาโมโตะ, ไซตามะ, ฮิโรชิมะ, ฮอกไกโด และ ซูโก

    “นีโม่-จิรัฎฐ์” จะลงทำการแข่งขันสนามแรกรายการชูบุ ทัวร์นาเมนต์ เดิร์ทฟรีค คัพ 2026 ณ อินาเบะ มอเตอร์ สปอร์ต แลนด์ เมืองมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 15 มีนาคม 2026 นี้ โดยเจ้าตัวกล่าวว่า

    “ฤดูกาลที่ผ่านมาผมได้รับการสนับสนุนจากฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ไปแข่งขันออลเจแปนในฐานะนักแข่งไวลด์การ์ด 2 สนาม ทำให้ผมได้มีโอกาสแสดงศักยภาพและทำผลงานจนได้เข้าร่วมทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ไปลงแข่งแบบเต็มฤดูกาลในปีนี้”

    “การแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีความแตกต่างจากประเทศไทยพอสมควร ตอนนี้ผมฝึกซ้อมตามมาตรฐานที่ทางเอชอาร์ซีได้กำหนดมาให้ร่วมกับการฝึกซ้อมเฉพาะจุดที่ผมไปเก็บประสบการณ์จากการไปแข่งขันในปีที่แล้ว”

    “ผมหวังจะสร้างผลงานคว้าโพเดียมให้ได้ครับ ฝากแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตเป็นกำลังใจให้ผมด้วยครับ”

    และนอกจาก “นีโม่-จิรัฎฐ์” จะเข้าร่วมการแข่งขันออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว เจ้าตัวก็จะลงทำการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยในรายการ เอฟเอ็มเอสซีที ไทยแลนด์ โมโตครอส 2026 คลาส Premier MX-1 เพื่อป้องกันแชมป์อีกครั้ง

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #Motorsport #Motocross #JMX #AllJapanMotocrossChampionship


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” บิด Honda CRF450R คว้าชัย Triple Crown ศึก AMA SX 2026 สนามที่ 9 ครองอันดับ 1 แชมเปี้ยนชิพต่อเนื่อง

    1 Min Read

    “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” บิด Honda CRF450R คว้าชัย Triple Crown ศึก AMA SX 2026 สนามที่ 9 ครองอันดับ 1 แชมเปี้ยนชิพต่อเนื่อง

    “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ผนึกกำลังสุดยอดตัวแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R โชว์สุดยอดสมรรถนะกวาดผลงานระดับท็อปอีกครั้ง ในการแข่งขัน ศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 9 ที่อินเดียนาโพลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งความพิเศษของสนามนี้ก็คือการแข่งกันแบบ Triple Crown หรือดวลกันแบบ 3 เรซต่อเนื่องในสนามเดียว วัดทั้งความแข็งแกร่งของนักบิด สมรรถนะตัวแข่งและการทำงานของทีมงาน “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” และ Honda CRF450R คว้าวินเนอร์และกวาดผลงานระดับท็อปก่อนคว้าชัยชนะโอเวอร์ออลของสนามนี้ไปครอง เก็บคะแนนสะสมรั้งอันดับที่ 1 ของตารางแชมเปี้ยนชิพต่อเนื่อง

    AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 9 แข่งขันกันที่ลูคัส ออยล์ สเตเดียม สหรัฐอเมริกา (Lucas Oil Stadium, United States of America) เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ฮอนด้าที่นำเป็นอันดับที่ 1
    ในตารางแชมเปี้ยนชิพโดยผลงานของ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” และรถแข่ง Honda CRF450R (Honda CRF450RWE) หมายเลข 96 จาก Honda HRC Progressive ยังคงผลงานและศักยภาพการแข่งขันระดับท็อปได้อย่างต่อเนื่อง แม้พบกับความท้าทายในการแข่งขันสุดหินและการดวลกันถึง 3 เรซในสนามเดียว

    การแข่งขันเรซที่ 1 “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” เริ่มต้นเกมส์ได้ไม่ดีนัก ผ่านโค้งแรกหล่นลงไปในอันดับที่ 4 และหล่นลงไปถึงอันดับที่ 6 อย่างไรก็ดีเป็นโอกาสที่ดาวบิดฮอนด้าและตัวแข่ง Honda CRF450R จะได้โชว์ศักยภาพในการไล่ทวงอันดับ รีดความเร็วแซงคู่แข่งขึ้นมาคว้าโพเดียมอันดับที่ 2 ได้สำเร็จ ขณะที่การแข่งขันเรซที่ 2 การเสียจังหวะและเกือบประสบอุบัติเหตุในรอบสุดท้าย ทำให้ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” พลาดโอกาสคว้าท็อป 3 ไปอย่างน่าเสียดาย โดยจบการแข่งขันในอันดับที่ 4

    การแข่งขันเรซที่ 3 “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” และสุดยอดตัวแข่ง Honda CRF450R (Honda CRF450RWE) จาก Honda HRC Progressive งัดความเหนือชั้นออกมาตั้งแต่ต้นเกมส์และไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ท้าทาย ออกตัวและขึ้นนำได้ตั้งแต่รอบแรก ครองอันดับที่ 1 แบบม้วนเดียวจบและคว้าชัยชนะไปครองได้อย่างเหนือชั้น ผลงานการชนะเรซที่ 3 และผลงานรวมแบบ 2 – 4 – 1 ของ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ทำให้โอเวอร์ออลคว้าชัยชนะในสนามที่ 9 ไปครอง

    จบการแข่งขันสนามที่ 9 ยอดนักบิดฮอนด้า “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” บวกแต้มรักษาอันดับที่ 1 ในตารางแชมเปี้ยนชิพต่อเนื่องด้วยคะแนนสะสม 196 แต้ม ขณะที่ “เจ็ต ลอว์เรนซ์” ทีมเมท ยังอยู่ในระหว่างการพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บและรอกำหนดการคืนสนามแข่งขันอีกครั้ง

    ทั้งนี้ การแข่งขัน AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 10 มีกำหนดการกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในวันที่ 21 มีนาคม 2569 นี้ ที่ โปรเทคทีฟ สเตเดียม สหรัฐอเมริกา (Protective Stadium, United States of America)

    #AMASupercross #Honda #HondaMotorcycle #HRC #TeamHondaHRC #CRF450


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • ประกาศผลรางวัลรอบชิงชนะเลิศ การประกวดแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซดอิดิชั่น ภายใต้กิจกรรม “อาชีวะ ท้าแต่งแซด กับ ไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น ปี 3”

    1 Min Read

    ประกาศผลรางวัลรอบชิงชนะเลิศ การประกวดแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซดอิดิชั่น ภายใต้กิจกรรม “อาชีวะ ท้าแต่งแซด กับ ไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น ปี 3”

    นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นางเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ นายศุภชัย แพร่พิพัฒน์มงคล ประธานชมรมผู้แทนจำหน่ายฯ เขตภาคตะวันออก ร่วมมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น ภายใต้กิจกรรม “อาชีวะ ท้าแต่งแซด กับ ไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น ปี 3” เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ณ TOYOTA ALIVE บางนา กม.3

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา        จัดการแข่งขัน “อาชีวะ ท้าแต่งแซด กับ ไฮลักซ์ รีโว่ แซดอิดิชั่น ปี 3” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาระดับอาชีวะนำรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น มาพัฒนาและออกแบบ ภายใต้การดูแลของเมนเทอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งรถ เพื่อส่งเสริมการแต่งรถอย่างถูกกฎหมายให้สามารถพัฒนาเป็นทักษะอาชีพในอนาคต

    โดยเกณฑ์การแข่งขันกำหนดให้แต่ละทีมออกแบบรถโดยใช้อุปกรณ์ตกแต่งที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ภายใต้โจทย์ Z Generation” พร้อมนำเสนอผลงานไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น ผ่านภาพสเก็ตช์ 2 มิติ หรือ 3 มิติ และคลิปวิดีโออธิบายแนวคิดหรือแรงบันดาลใจให้สอดคล้องกับโจทย์ที่กำหนด โดยมีทีมผู้ผ่านเข้ารอบทั้งหมด 4 ทีม ดังนี้

    • ทีม Touch Line วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) จ.ชลบุรี
    • ทีม ZE86 Chikara วิทยาลัยเทคนิคสันกำแพง จ.เชียงใหม่
    • ทีม Jokjing วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) จ.ชลบุรี
    • ทีม CTC Legacy วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี จ.ชลบุรี

    การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทีมผู้เข้ารอบจะได้ตกแต่งรถจริงร่วมกับ Influencer ชั้นนำของประเทศไทย โดยมีงบประมาณการตกแต่ง 50,000 บาท และอุปกรณ์ตกแต่งจากร้านประดับยนต์ชั้นนำ เช่น TOYOTA GENUINE ACCESSORIES / BRD RACING SHOP / COSMIS WHEEL / ECUSHOP / EXPLORAR SHOCK และ MONZA SHOP เพื่อนำมาประกวดภายใต้เกณฑ์การตัดสินรอบสุดท้ายได้แก่

    1. คอนเซปต์แนวคิด และความสร้างสรรค์ในการออกแบบ
    2. การออกแบบความสวยงามของตัวรถ การสื่อสารแนวคิด และความแปลกใหม่
    3. การนำของตกแต่งมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม
    4. การนำเสนอผลงานที่ครบถ้วน มีเหตุมีผล และมีความคิดสร้างสรรค์
    5. ความถูกต้องทางกฎหมาย และสามารถใช้งานได้จริง
    6. การจัดสรรภายในงบประมาณที่มอบให้

    คณะกรรมการตัดสินรอบสุดท้าย ประกอบด้วย

    • นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
    • นางเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
    • นายศุภชัย แพร่พิพัฒน์มงคล ประธานชมรมผู้แทนจำหน่ายฯ เขตภาคตะวันออก
    • นายณัฐวงศ์ รอดพันธ์ธนโชติ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจอุปกรณ์ตกแต่งรูปแบบใหม่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
    • นายพลพจน์ วรรณภิญโญชีพ กรรมการบริหาร บริษัท อีซียู ช็อป 1 จำกัด

     

    ผลการประกวดแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น

    อันดับ ทีม ที่ปรึกษา รางวัล
    ชนะเลิศ ทีม Touch Line

    วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี)

    จ.ชลบุรี

    คุณโก้ Street Doc. และ

    โตโยต้า เมืองชล

     

    ทุนการศึกษา 100,000 บาท
    พร้อมถ้วยรางวัล

    และเกียรติบัตร

    รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม ZE86 Chikara

    วิทยาลัยเทคนิคสันกำแพง

    จ.เชียงใหม่

    คุณอ้วนรถซิ่ง

    และ

    โตโยต้า อินทนนท์

    ทุนการศึกษา 50,000 บาท

    พร้อมเกียรติบัตร

    รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Jokjing

    วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี)

    จ.ชลบุรี

    คุณเอ็ม รถซิ่งไทยแลนด์ และ

    โตโยต้า จีเอ็นดี ชลบุรี

    ทุนการศึกษา 30,000 บาทพร้อมเกียรติบัตร
    รางวัลชมเชย ทีม CTC Legacy

    วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี

    จ.ชลบุรี

    คุณเบียร์ Raceboyzและ

    โตโยต้าอินเตอร์ยนต์ชลบุรี

    ทุนการศึกษา 10,000 บาท

    กิจกรรมนี้ได้รับเกียรติจาก นางเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการมอบรางวัลและกล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียน นักศึกษาที่ชนะการประกวดและเข้าร่วมโครงการ

    นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมในวันนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของบริษัทฯ ที่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพ ความรู้ รวมถึงความสามารถของน้อง ๆ ภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยเรามุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นเวทีให้น้อง ๆ ได้นำรถยนต์ของบริษัทฯ ไปใช้เป็นโจทย์ในการออกแบบ พัฒนา และปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนจาก “ความชอบ” ให้กลายเป็น “อาชีพ”        ที่มั่นคงและต่อยอดได้จริงในอนาคต โดยมีเหล่าที่ปรึกษา อินฟลูเอนเซอร์ประจำทีม และ ตัวแทนผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่ จนสามารถพัฒนารถให้สำเร็จออกมาเป็นรูปธรรมได้

    ปัจจุบัน “ตลาดแต่งรถ” เป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและได้รับความสนใจสูงมาก ซึ่งไม่ได้มีแค่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้น แต่เรายังมีเครือข่ายอู่แต่งรถชั้นนำ และพาร์ทเนอร์อุปกรณ์ตกแต่งอีกมากมาย นี่คือโอกาสในการสร้างงาน และสร้างรายได้มหาศาลสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียสร้างสรรค์ ซึ่งทางโตโยต้าให้ความสำคัญและสนับสนุนการแต่งรถอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาโดยตลอด

    นายณัทธร ศรีนิเวศน์ กล่าวขอบคุณทิ้งท้ายว่า ขอขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำหรับความร่วมมือที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ พันธมิตรผู้สนับสนุนอุปกรณ์ตกแต่ง ECU shop / BRD / Cosmis / Explorer และ Monza สำนักแต่งและอินฟลูเอนเซอร์ คุณเอ็มรถซิ่ง / คุณโก้ Street Doc / คุณ Raceboyz และคุณอ้วนรถซิ่ง ที่มาส่งต่อความรู้ให้น้องๆ รวมถึงผู้แทนจำหน่าย      โตโยต้า โตโยต้าเมืองชล / จีเอนดี ชลบุรี / อินเตอร์ยนต์ชลบุรี และโตโยต้าอินทนนท์ ที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่”

    ทุกท่านสามารถร่วมโหวตทีมขวัญใจมหาชนได้ที่เพจ Facebook Toyota Hilux Thailand จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 น. ผู้ร่วมโหวตที่ทำถูกกติกา มีสิทธิ์ลุ้นรับหูฟังบลูทูธ Soundcore Space One จำนวน 3 รางวัล

    ติดตามข่าวสารรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook: Toyota Hilux Thailand
    #RevoZeditionท้าแต่งแซดปี3
    #HiluxRevo


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM ORA 5 เปิดตัวครั้งแรกสู่ตลาดโลก กับ 2 ขุมพลังแห่งอนาคต ทั้ง HEV และ EV สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ล้ำสมัย พร้อมสเป็กจัดเต็ม เขย่าตลาด SUV-B สู่การขับขี่ยุคใหม่

    2 Min Read

    GWM ORA 5 เปิดตัวครั้งแรกสู่ตลาดโลก กับ 2 ขุมพลังแห่งอนาคต ทั้ง HEV และ EV สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ล้ำสมัย พร้อมสเป็กจัดเต็ม เขย่าตลาด SUV-B สู่การขับขี่ยุคใหม่

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการยานยนต์ระดับโลกด้วยการจัดงาน “ORA 5 Global Debut” เปิดตัว GWM ORA 5 – Redefine Your New Era กับรถยนต์อเนกประสงค์เจเนอเรชันใหม่ที่มายกระดับมาตรฐานรถ SUV-B ไปอีกขั้น โดยเปิดตัวพร้อมกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ GWM ORA 5 HEV ที่เผยโฉมครั้งแรกของโลก และ GWM ORA 5 EV ที่เปิดตัวต่อจากประเทศจีน สะท้อนกลยุทธ์ “Multi-Powertrain” ของ GWM ที่มุ่งมอบทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดย GWM ORA 5 ถูกนิยามให้เป็น Next Generation SUV ที่ผสานสมรรถนะเข้ากับระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อันล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อทลายทุกขีดจำกัดของการเดินทาง ตอบทุกความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยและทั่วโลกไปสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับอย่างแท้จริง

    GWM ORA 5 ทั้งรุ่น HEV และ EV มาพร้อมมิติตัวรถที่ออกแบบมาอย่างลงตัวเพื่อรองรับการใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีความยาว 4,471 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,833 มิลลิเมตร ความสูง 1,641 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,720 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารให้กว้างขวางและนั่งสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมระยะความสูงใต้ท้องรถ 175 มิลลิเมตร ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่บนหลากหลายสภาพถนน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสะดวกสบาย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการความคุ้มค่าในการเดินทางในทุกเส้นทาง

    GWM ORA 5 HEV เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ สมรรถนะสูง ประหยัด มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า รถ SUV-B แบบเดิมๆ

    GWM ORA 5 HEV  ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 236 นิวตันเมตร ส่งผลให้กำลังรวมทั้งระบบสูงสุดอยู่ที่ 223 แรงม้า พร้อมแรงบิดรวม 476 นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของรถในเซกเมนต์เดียวกัน มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างฉับไว สามารถทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.7 วินาที ขณะเดียวกันยังโดดเด่นด้านความประหยัดพลังงาน โดยมีอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน ECO Sticker อยู่ที่ 4.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และสามารถเดินทางได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง (ถังน้ำมันเชื้อเพลิงความจุ 55 ลิตร) ช่วยเพิ่มระยะทางการเดินทางต่อการเติมหนึ่งครั้งได้มากยิ่งขึ้น

    GWM ORA 5 HEV โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดที่พัฒนามาเพื่อยกระดับมาตรฐาน Hybrid ให้เหนือไปอีกขั้น พร้อมระบบ DHT-HEV 2-Speed Direct Drive ที่มี 4 จุดเด่นหลัก ได้แก่

    1. ประสิทธิภาพด้านการจัดการพลังงานอัจฉริยะขั้นสูง โมดูลขับเคลื่อนล้อหน้า ทำงานร่วมกับเกียร์ DHT แบบ 2 จังหวะ (2-Gear DHT) ช่วยให้สามารถกระจายพลังงานจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมในทุกสภาวะการขับขี่ พร้อมระบบ Intelligent Energy Management ที่ควบคุมสมดุลการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและพลังงานไฟฟ้าอย่างแม่นยำ เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มความประหยัดในการใช้งานจริง อีกทั้งยังเสริมประสิทธิภาพด้วยระบบ Regenerative Energy Recovery ที่สามารถนำพลังงานจากช่วงชะลอความเร็วกลับมาเก็บและนำมาใช้ใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมของระบบไฮบริดให้ดียิ่งขึ้น
    2. มอบสมรรถนะการเร่งที่ทรงพลังและตอบสนองได้อย่างฉับไว ด้วยการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์ 1.5T และแบตเตอรี่ไฮบริดกำลังสูง พร้อมโครงสร้างระบบขับเคลื่อนแบบ Dual-Motor + 2-Gear Series-Parallel ที่ช่วยประสานแรงบิดระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องการพละกำลังสูง ส่งผลให้การเร่งแซงทำได้อย่างมั่นใจ นุ่มนวล และต่อเนื่อง สะท้อนสมรรถนะการขับขี่ที่ทั้งทรงพลังและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
    3. ระบบแบตเตอรี่ของ GWM ORA 5 HEV ได้รับการออกแบบโดยให้ความสำคัญกับความทนทานและความน่าเชื่อถือในระยะยาว ผ่านโครงสร้างป้องกันด้านล่างที่ช่วยปกป้องแบตเตอรี่จากแรงกระแทกใต้ท้องรถ และการป้องกันน้ำในสภาพแวดล้อมการใช้งานที่หลากหลายและท้าทาย รวมถึงมีระบบระบายความร้อนด้วยระบบน้ำยาแอร์ หรือ Liquid Cooling System นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังได้รับการพัฒนาให้มีความทนทานสูง เสื่อมสภาพช้า สามารถรองรับการใช้งานตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์การเดินทางของผู้ใช้งานได้อย่างไร้กังวล ทั้งในด้านความปลอดภัย ความแข็งแกร่ง และความเชื่อถือได้ของระบบพลังงานไฮบริด
    4. ระบบขับเคลื่อนของ GWM ORA 5 HEV ได้รับการพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบายใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยการทำงานประสานกันของมอเตอร์คู่ที่ช่วยควบคุมและส่งแรงบิดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงออกตัว การเร่งความเร็ว ไปจนถึงระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ พร้อมแรงบิดเสริมแบบเรียลไทม์ที่ช่วยให้การตอบสนองเป็นไปอย่างลื่นไหลและมั่นใจยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ระบบส่งกำลังยังได้รับการติดตั้งฉนวนและวัสดุป้องกันเสียงรบกวน (NVH) ช่วยลดระดับเสียงรบกวนได้ประมาณ 3–5 เดซิเบล ส่งผลให้ห้องโดยสารมีความเงียบสงบมากยิ่งขึ้น และยกระดับความสบายในการเดินทางสู่มาตรฐานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์

    GWM ORA 5 EV นิยามใหม่ของ SUV ไฟฟ้าอัจฉริยะ ดีไซน์ไอคอนิกสะกดทุกสายตาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ตอบโจทย์การเดินทางของคนยุคใหม่ วิ่งไกลสูงสุดถึง 520 กม.*

    GWM ORA 5 EV มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้าที่ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างฉับไว สามารถทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ความจุ 58.3 kWh รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 520 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) พร้อมระบบ Vehicle to Load (V2L) กำลังไฟ 6 กิโลวัตต์ ที่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้ อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไฟแบบ DC สูงสุด 120 กิโลวัตต์ และแบบ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ โดยสามารถชาร์จแบบ DC จาก 30–80% ได้ภายในเวลาเพียง 20 นาที ช่วยเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน

     

    ห้องโดยสารอัจฉริยะ ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย และความปลอดภัยรอบด้าน

     

    GWM ORA 5 ผสานความทันสมัยเข้ากับฟังก์ชันความสะดวกสบายอย่างครบครัน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและมั่นใจยิ่งขึ้น โดยติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ Coffee OS 3.0 ที่จะอยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมียมของ GWM เท่านั้น โดยจะทำงานร่วมกับชิปประมวลผลรุ่นใหม่ที่ช่วยให้การใช้งานรวดเร็ว ลื่นไหล และตอบสนองได้อย่างฉับไว อุปกรณ์ภายนอกผสานความทันสมัยเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว เริ่มจากระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ที่มาพร้อมฟังก์ชันเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง–ต่ำอัตโนมัติ และระบบหน่วงเวลาไฟส่องทางหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home เสริมด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED DRL และไฟท้าย LED แบบซ่อน เพิ่มความโดดเด่นให้กับดีไซน์ตัวรถ ขณะที่ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/60 R18 ช่วยเสริมภาพลักษณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติด้านหน้าและที่ปัดน้ำฝนด้านหลังเพื่อเพิ่มความสะดวกในการขับขี่ท่ามกลางสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง พร้อมหลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟ (เฉพาะรุ่น Ultra) ที่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับห้องโดยสาร รวมถึง สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่สาม ประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบกันหนีบ และกระจกมองข้างปรับ–พับไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น Ultra) ที่ช่วยยกระดับทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งาน

    ขณะที่ภายในห้องโดยสารของ GWM ORA 5 ได้รับการออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายและความพรีเมียมในทุกการเดินทาง โดยติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและหน้าจอข้อมูลการขับขี่ และสามารถปรับระดับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง โดยเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง (เฉพาะรุ่น Ultra) ขณะที่เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน นอกจากนี้ยังมาพร้อม กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ช่องเก็บความเย็นขนาด 3.2 ลิตร และแท่นชาร์จไร้สายกำลังไฟ 50 วัตต์ (เฉพาะรุ่น Ultra) รวมถึง กุญแจ Smart Key พร้อมระบบ Push Start หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว ช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและหลัง และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศาพร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่

    ด้านระบบความบันเทิง GWM ORA 5 มาพร้อมหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงระบบ Bluetooth เพื่อการใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับทั้ง ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และระบบนำทางอัจฉริยะออนไลน์ Petal Maps ขณะที่ระบบเสียงมีให้เลือกทั้ง ลำโพง 6 ตำแหน่งในรุ่น Pro และลำโพง Amor 9 ตำแหน่ง ในรุ่น Ultra เพื่อยกระดับความสุนทรีย์ในการเดินทาง อีกทั้งยังมีไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (เฉพาะรุ่น Ultra) ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศการขับขี่ให้พรีเมียมและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นในทุกเส้นทาง

    เชื่อมต่อชีวิตอย่างไร้รอยต่อด้วยการควบคุมระยะไกลผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อชีวิต Urbanista ยุคใหม่

    GWM ORA 5 มาพร้อมการเชื่อมต่ออัจฉริยะผ่านแอปพลิเคชัน GWM ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะรถผ่านโทรศัพท์มือถือ เพิ่มความสะดวกสบายในทุกมิติของการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบสั่งการ สตาร์ท–ดับเครื่องยนต์ (เฉพาะรุ่น HEV) ระบบล็อก–ปลดล็อกรถจากระยะไกล ระบบค้นหาตำแหน่งรถพร้อมไฟกระพริบและเสียงแตร รวมถึงการสั่งการ เปิด–ปิดระบบปรับอากาศและระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร นอกจากนี้ยังรองรับการ เปิดโหมดไล่ฝ้า (ทั้ง EV และ HEV) รวมถึงฟังก์ชันจองการชาร์จไฟล่วงหน้า (เฉพาะรุ่น EV) และการสั่งงานอื่น ๆ เช่น เปิด–ปิดประตูท้าย ปิดกระจกข้าง (เฉพาะรุ่น Ultra) พร้อมระบบตรวจสอบสถานะรถแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ใช้งานควบคุมรถได้สะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้น

    มั่นใจปลอดภัยทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีช่วยขับอัจฉริยะ ADAS สูงถึง 18 ระบบ

    ด้านความปลอดภัย GWM ORA 5 ได้รับการพัฒนาเพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน อาทิ ระบบติดต่อฉุกเฉิน E-Call ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลม เข็มขัดนิรภัยพร้อมระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบควบคุมการลื่นไถล (TCS) รวมถึงระบบช่วยควบคุมรถบนทางลาดชัน HSA/HDC และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กแบบ ISOFIX นอกจากนี้ยังติดตั้งฟังก์ชันความปลอดภัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เช่น ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ สัญญาณเตือนกะระยะ 4 จุด ระบบตรวจจับแรงดันลมยาง (TPMS) และชุดปะยางฉุกเฉิน เพื่อเสริมความอุ่นใจในทุกการเดินทาง เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น GWM ORA 5 ยังติดตั้งเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS มากถึง 18 ระบบ ที่ทำงานร่วมกับกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถแบบโปร่งใส (Body Transparent) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้อย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงจากจุดอับสายตา และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถ การขับผ่านพื้นที่แคบ หรือการเดินทางในสภาพการจราจรที่ซับซ้อน

    GWM ORA 5 ทั้งรุ่น HEV และ EV แต่ละรุ่นมาพร้อม 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น HEV Pro, HEV Ultra และรุ่น EV Pro, EV Ultra พร้อมตัวเลือกสีสันที่สะท้อนบุคลิกและสไตล์ของผู้ขับขี่อย่างหลากหลาย โดยรุ่น HEV มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Onyx Black (สีดำ), Ivory White (สีขาว) และ Mountain Grey (สีเทา) จับคู่กับสีภายใน Dark Grey (ดำ-เทา) ที่ให้ความเรียบหรูและทันสมัย ขณะที่รุ่น EV เพิ่มความโดดเด่นด้วยสีภายนอก 4 สี ได้แก่ Ivory White (สีขาว), Mountain Grey (สีเทา), Emerald Green (สีเขียว) และ So Blue (สีฟ้า) พร้อมดีไซน์หลังคาสีดำเสริมลุคสปอร์ตและพรีเมียม ภายในมีให้เลือก 2 โทนสี ได้แก่ Brown Beige (น้ำตาล-เบจ) และ Dark Grey (ดำ-เทา) เพื่อมอบบรรยากาศห้องโดยสารที่ทั้งหรูหราและสะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว

    เตรียมสัมผัส GWM ORA 5 รถยนต์เอสยูวีเจเนอเรชันใหม่ที่มาพร้อม 2 ทางเลือกพลังงานทั้ง HEV และ EV พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายในงาน Motor Show 2026 วันที่ 23 มีนาคม 2569 เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่ต้องการทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์การเดินทางที่ก้าวล้ำ GWM ORA 5 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่สู่ Next Generation SUV ที่พร้อมพาผู้ใช้งานก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของการเดินทางในยุคใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่าน GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center โทร.     02-668-8888

    #ORAGLOBALDEBUT #ORA5 #GWMTH #GWM #GWMThailand #GWMORA5 #ORA5HEV #ORA5EV #BEV #HEV


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • คอนติเนนทอล ไทร์ส เดินหน้ารุกตลาดยางรถยนต์ในประเทศไทย เปิดตัว CrossContact A/T² ยางออลล์เทอร์เรนรุ่นใหม่ล่าสุด ตอบโจทย์การขับขี่อย่างมั่นใจในทุกสภาพเส้นทาง

    1 Min Read

    คอนติเนนทอล ไทร์ส เดินหน้ารุกตลาดยางรถยนต์ในประเทศไทย เปิดตัว CrossContact A/T² ยางออลล์เทอร์เรนรุ่นใหม่ล่าสุด ตอบโจทย์การขับขี่อย่างมั่นใจในทุกสภาพเส้นทาง

    คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) ผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก จากเยอรมนี เปิดตัว CrossContact A/T² ยางออลล์เทอร์เรนรุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทย มอบสมรรถนะการยึดเกาะและความทนทานที่รองรับทั้งการขับขี่บนถนน และหลากหลายสภาพเส้นทางได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังผลิตขึ้นที่โรงงานคอนติเนนทอลในประเทศไทย พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตผลิตภัณฑ์ในตลาดรถยนต์กลุ่มปิคอัพรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) และรถขับเคลื่อน 4 ล้อในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

    มร. คาเรล คูเซรา (Mr. Karel Kucera) กรรมการผู้จัดการ คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญของรถยนต์กลุ่มปิคอัพ รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) และรถขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยผู้ขับขี่ยุคใหม่ต่างมองหายางที่ตอบโจทย์ได้ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางระยะไกล และการขับขี่บนหลากหลายสภาพเส้นทาง CrossContact A/T² รุ่นล่าสุด จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในประเทศไทยโดยเฉพาะ อีกทั้งยังผลิตขึ้นที่โรงงานของคอนติเนนทอลในประเทศไทย สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค พร้อมตอกย้ำคุณภาพ และมาตรฐานการผลิตระดับสากล ของคอนติเนนทอลในฐานะแบรนด์ยางชั้นนำระดับโลกที่พร้อมนำนวัตกรรม และความมั่นใจสู่ประเทศไทยเพื่อผู้ขับขี่
    ชาวไทยได้อย่างแท้จริง”

    ออกแบบเพื่อผู้ขับขี่ที่พร้อมเผชิญทุกสภาพเส้นทาง

    CrossContact A/T² ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่รักการผจญภัย และต้องการสมรรถนะที่มากกว่าการใช้งานทั่วไป โดยมอบความมั่นใจในการขับขี่เมื่อต้องเผชิญกับทางลาดชัน พื้นผิวลื่น หรือ
    ร่องทางลึกได้อย่างมั่นใจ โดยยังคงสมรรถนะในการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ

    • ยกระดับการยึดเกาะในทุกสถานการณ์ที่ท้าทาย: ด้วยการออกแบบดอกยางให้ลึกยิ่งขึ้น เพิ่มปริมาตรร่องดอกยาง และพัฒนาไหล่ยางให้ช่วยลดการสะสมของสิ่งตกค้างในร่องดอกยาง CrossContact A/T²
      จึงช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุม เสริมเสถียรภาพของรถ และยกระดับการยึดเกาะบนหลากหลายสภาพพื้นผิวที่ท้าทาย
    • นิยามใหม่ของความทนทานเพื่อการใช้งานระยะยาว: CrossContact A/T² มาพร้อมลายดอกยาง
      ที่แข็งแกร่ง และแก้มยางที่เสริมความหนาเป็นพิเศษ เพื่อรองรับแรงกระแทกจากสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย พร้อมช่วยลดความเสี่ยงจากการเจาะทะลุ การฉีกขาดจากการเสียดสี และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทาย
    • การยึดเกาะอย่างมั่นใจในทุกสภาพแวดล้อม: มาพร้อมเทคโนโลยีเนื้อยางเอกสิทธิ์เฉพาะ
      ของคอนติเนนทอล ไทร์ส อย่าง BlackPaw™ Compound ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการยึดเกาะ
      ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ และสภาพถนนที่หลากหลาย

    การเปิดตัว CrossContact A/T² ในประเทศไทยครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของคอนติเนนทอล ไทร์ส ในการพัฒนานวัตกรรมยางที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับความเข้าใจในความต้องการของผู้ขับขี่ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรม และไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงการประชุมตัวแทนจำหน่าย คอนติเนนทอล ไทร์ส ได้แนะนำ CrossContact A/T² อย่างเป็นทางการแก่เครือข่ายตัวแทนจำหน่าย พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ร่วมกับรถยนต์ในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสะท้อนจุดเด่นของยางรุ่นใหม่ และเสริมความเข้าใจด้านการใช้งานจริง รวมถึงเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน อีกทั้ง CrossContact A/T² ยังผลิตขึ้นในประเทศไทย ตอกย้ำความพร้อมของประเทศในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค และสะท้อนแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานในตลาดไทยได้อย่างตรงจุด ทั้งยังเดินหน้าดำเนินกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้งานในประเทศไทย

    ทั้งนี้ Continental CrossContact A/T² พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางการสื่อสารของคอนติเนนทอล ไทร์ส หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.continental.co.th, www.facebook.com/ContinentalTH และตัวแทนจำหน่ายคอนติเนนทอล ไทร์ส อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

    รับชมวิดีโอปิดตัว Continental CrossContact A/T² ได้ที่นี่ พร้อมสัมผัสความมั่นใจในทุกความท้าทายของการเดินทางภายใต้แนวคิด “Respect the Wild”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ฮอนด้า”เปิดฤดูกาลสุดเหนือชั้น “เจฟฟรีย์ เฮอร์ลิงส์” ทะยาน Honda CRF450RW เหมาชัย MXGP 2026 สนามแรกที่อาเจนติน่า

    1 Min Read

    “ฮอนด้า”เปิดฤดูกาลสุดเหนือชั้น “เจฟฟรีย์ เฮอร์ลิงส์” ทะยาน Honda CRF450RW เหมาชัย MXGP 2026 สนามแรกที่อาเจนติน่า

    สุดยอดตัวแข่ง Honda CRF450RW ตอกย้ำความแข็งแกร่งระเบิดผลงานคว้าชัยชนะอย่างเหนือชั้นในการแข่งขันเปิดฤดูกาล ศึก MXGP 2026 สนามแรก ที่บาริโลเช่ ประเทศอาร์เจนตินา (Bariloche, Argentina) เมื่อวันที่ 7 – 8 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ด้วยผลงานการเปิดตัวกับฮอนด้าทีมของ เจฟฟรีย์ เฮอร์ลิงส์ สังกัดทีม Honda HRC PETRONAS เหมาชัยชนะ 2 เรซรวด ทำคะแนนเบียดกับทีมเมทใหม่อย่าง “ทอม วิอัลเล่” ก่อนขึ้นนำในตารางแชมป์เปี้ยนชิพ คว้าป้ายแดง (Red-plate) มาครองได้ทันทีตั้งแต่สนามแรก

    “ฮอนด้า” สุดยอดทีมแข่งในวงการความเร็วโลก ฟอร์มทีมในการแข่งขันรายการ MXGP ใหม่เพื่อลุยการแข่งขันปี 2026 โดย “รูเบน เฟอร์นานเดซ” หมายแลข 70 ยังคงเป็นตัวหลักของทีมพร้อมกับการต้อนรับ 2 นักแข่งใหม่

    “เจฟฟรีย์ เฮอร์ลิงส์” หมายเลข 84 และ “ทอม วิอัลเล่” หมายเลข 16 ลงสนามในชื่อทีม Honda HRC PETRONAS ด้วยยอดรถแข่ง Honda CRF450RW

    MXGP 2026 สนามเปิดฤดูกาลดวลกันที่อาเจนติน่า กับสภาพสนามและสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบ นักแข่งได้วัดศักยภาพกันอย่างเต็มที่ โดยรอบควลอลิฟาย “ทอม วิอัลเล่” พา Honda CRF450RW หมายเลข 16 ทำเวลานำมาเป็นอันดับที่ 1 เก็บ 10 คะแนนไว้ได้ก่อน โดยมี “รูเบน เฟอร์นานเดซ” ทำเวลามาเป็นอันดับที่ 6

    คว้า 5 คะแนนมาครอง ทางด้านของ “เจฟฟรีย์ เฮอร์ลิงส์” โชคร้ายประสบอุบัติเหตุ รั้งอันดับที่ 12 พลาดเก็บคะแนนในรอบคัดเลือกไปอย่างน่าเสียดาย

    การแข่งขันเรซที่ 1 แม้ว่าผลการควอลิฟาย “เจฟฟรีย์ เฮอร์ลิงส์” จะมีตำแหน่งการออกสตาร์ทที่เสียเปรียบคู่แข่ง แต่สามารถทะยาน Honda CRF450RW ขึ้นมาคว้าโฮลช็อตได้สำเร็จ ตามมาติด ๆ โดย

    “ทอม วิอัลเล่” โดยเปิดฉากดวลเพื่อชิงอันดับจ่าฝูงอย่างดุเดือด ซึ่ง “เฮอร์ลิงส์” มีอาการอาร์มปั๊มเล่นงานต้องปล่อยให้ “ทอม วิอัลเล่” ขึ้นมาเป็นผู้นำในช่วงหนึ่ง แต่ไม่ปล่อยให้หนีออกไปไกลได้ ซึ่ง “เฮอร์ลิงส์” เลือกที่จะคุมสถานการณ์และบวกความเร็วในช่วงปลายเกมส์ แซงผ่านขึ้นมาเป็นผู้นำ และคว้าชัยชนะไปครองได้สำเร็จ โดยมี

    ”ทอม วิอัลเล่” ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ขณะที่ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 10

    การแข่งขันเรซที่ 2 “เจฟฟรีย์ เฮอร์ลิงส์” ออกสตาร์ทได้ไม่ดีนัก โดยหล่นลงไปถึงอันดับที่ 10 ก่อนที่จะพยายามรีดสมรรถนะตัวแข่ง Honda CRF450RW ไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และสามารถขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 1 ได้สำเร็จ แม้อันดับเพียงพอที่จะคว้าคะแนนสะสม แต่ช่วงปลายเกมส์ยอดนักบิดฮอนด้ารวมพลังกับตัวแข่งอีกครั้งบวกความเร็วแซงคู่แข่งขึ้นมาเป็นผู้นำและคว้าชัยชนะมาครองได้อย่างเด็ดขาด ขณะที่ “ทอม วิอัลเล่” จบการแข่งขันอันดับที่ 4 โดยมี “รูเบน เฟอร์นาเดซ” ตามมาในอันดับที่ 5

    จบการแข่งขันสนามแรก ยอดนักบิดฮอนด้าจาก Honda HRC PETRONAS “เจฟฟรีย์ เฮอร์ลิงส์” และ

    “ทอม วิอัลเล่” เก็บคะแนนสะสมเท่ากันที่ 50 คะแนน แต่เนื่องจาก “เจฟฟรีย์ เฮอร์ลิงส์” คว้าชัยชนะได้ทั้ง 2 เรซ (ผลงานเฮดทูเฮดเหนือกว่า) จึงคว้าอันดับที่ 1 ในตารางแชมป์เปี้ยนชิพไปครอง และยึดป้ายแดง (Red-plate)

    มาติดตั้งได้ทันที นับเป็นการเปิดตัวได้อย่างแข็งแกร่งของ 2 นักบิดใหม่ ขณะที่ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” อยู่ในอันดับที่ 8 ของแชมป์เปี้ยนชิพด้วยคะแนนสะสม 32 แต้ม

     

    ทั้งนี้การแข่งขัน MXGP 2026 สนามที่ 2 จะไปแข่งขันกันในรายการ MXGP of Andalucia ที่อัลมอนเต ประเทศสเปน(Almonte, Spain) ในระหว่างวันที่ 21 – 22 มีนาคม 2569 นี้

     

    #ThaiHonda #MotorSport #MXGP #HRC #Honda #HondaMotorcycle #CRF450R #HondaCRF


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Post Image

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก ผนึกกำลัง 4 พันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ เปิดประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟลักชูรีแดนใต้กลางเมืองภูเก็ต

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก ผนึกกำลัง 4 พันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ เปิดประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟลักชูรีแดนใต้กลางเมืองภูเก็ต

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ผนักกำลังกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำในจังหวัดภูเก็ตอย่าง ทิฟฟานี แอนด์ โค. (Tiffany & Co.) โดย บริษัท ทิฟฟานี แอนด์ โค. จิวเวลเลอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต โดย บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ภูเก็ต (VitalLife Scientific Wellness Center) ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ (APEX Medical Center) ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามและการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร เปิดประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟลักชูรีในงาน ‘Bentley Bangkok Exclusive Experience in Phuket’ เชิญแขกวีไอพีร่วมทดลองขับยนตรกรรมระดับอัลตราลักชูรี พร้อมชมความงดงามของการออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับหลากหลายคอลเลกชันจากทิฟฟานี แอนด์ โค. และสัมผัสเทคโนโลยีล่าสุดและนวัตกรรมด้านความงามและสุขภาพจาก 2 ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามและการดูแลสุขภาพในประเทศไทย โดย เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จัดแคมเปญ ‘Service Clinic in Phuket’ ย้ำจุดแข็งการบริการ ดูแลลูกค้าในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงคู่ขนาน และปิดท้ายด้วยกิจกรรม Exclusive Dining Experience ระดับมิชลิน สำหรับกิจกรรมทั้งหมดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพื่อเป็นการมุ่งสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความแข็งแกร่งในจังหวัดภูเก็ตที่ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่ได้รับการผลักดันให้เป็นเมืองลักชูรีระดับโลก พร้อมตอกย้ำการดูแลมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตให้แก่ฐานลูกค้าในภาคใต้อันถือเป็นหัวใจสำคัญ

    สัมผัสแห่งสมรรถนะและงานฝีมือ

    ภายในงานฯ แขกวีไอพีที่ร่วมกิจกรรมจะได้ยลโฉม New Continental GT สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตโฉมใหม่ เจ้าของขุมพลัง High Performance Hybrid ระบบส่งกำลังแบบไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ที่ผสานเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตรเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง มอบพละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในเมืองด้วยพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดถึง 80 กิโลเมตร และยังได้พบกับ New Bentayga Azure Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่โดดเด่นเรื่องความหรูหราและความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี การออกแบบ และงานฝีมือผ่านคุณสมบัติ Front Seat Comfort Specification ที่สามารถปรับได้ถึง 22 แบบ พร้อมเบาะโดยสารแบบ Harmony Diamond Quilting ที่สามารถระบายอากาศเพื่อรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมของร่างกาย มอบประสบการณ์การเดินทางแบบเหนือระดับ ผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ยังได้มีโอกาสทดลองขับ Bentayga Hybrid และรับข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบ และสิทธิประโยชน์จากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ

    Bentley Bangkok X Tiffany & Co.

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก ร่วมกับ ทิฟฟานี แอนด์ โค. (Tiffany & Co.) โดย บริษัท ทิฟฟานี แอนด์ โค. จิวเวลเลอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับของแบรนด์ดังระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่าเกือบ 190 ปี เชิญแขกวีไอพีร่วมสัมผัสเสน่ห์ในงานฝีมือและการออกแบบอัญมณีสุดเลอค่าและยนตรกรรมที่ถือเป็นคุณค่าร่วมกันของทั้ง 2 แบรนด์ผ่านการจัดแสดงเครื่องประดับกับงานดีไซน์ที่เรียบหรูและทันสมัยที่รังสรรค์ขึ้นจากจิวเวลรี่ อัญมณี และเพชรคุณภาพสูง และยนตรกรรมสัญชาติอังกฤษที่ได้รับการออกแบบบนพื้นฐานของความหรูหราและความประณีตของงานฝีมือ โดยกิจกรรมจัดขึ้นในวันที่ 21 – 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ Tiffany & Co Phuket เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า บูติกสโตร์ใหม่แห่งแรกในภาคใต้

    นวัตกรรมดูแลสุขภาพที่คัดสรรเฉพาะ

    ในวันที่ 23 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จับมือกับ 2 ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามและการดูแลสุขภาพเพื่อตอบโจทย์ด้าน Well-being ส่วนเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบที่แบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ให้ความสำคัญ โดยได้ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ภูเก็ต (VitalLife Scientific Wellness Center) ที่มาพร้อมกับนวัตกรรม Brain Cognitive VR Goggles หรือเครื่อง Brain Cognition Evaluation ที่จะช่วยประเมินการรับรู้และความจำภายใต้การกำกับดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการดูแลสุขภาพที่ได้นำเอาความรู้และความเชี่ยวชาญผสมผสานกับเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อนำเสนอการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเฉพาะบุคคล อีกทั้ง เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ (APEX Medical Center) ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามและการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ยังได้นำเสนอโปรแกรมดูแลสุขภาพจิตและการทำงานของสมองโดยใช้เทคโนโลยี ExoTMS™ (Program ExoMind Therapy) ที่จะช่วยกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อช่วยปรับสมดุลการทำงานของสมองและช่วยส่งเสริมการเชื่อมต่อของระบบประสาท กระตุ้นสมองให้กลับมาทำงานอย่างสมดุล โดยหัตถการทั้งหมดได้รับการปฏิบัติโดยแพทย์เฉพาะทางในพื้นที่ของห้องรับรองทราเวลเลอร์ส เลาจน์ ณ คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต คอมเพล็กซ์ ที่ได้รับการปรับโฉมให้เป็นห้องแบบ Private Room ที่สามารถรองรับเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสมเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ร่วมกิจกรรม

    Curated Dining Experience

    ปิดท้าย Exclusive Experience in Phuket ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ด้วยการเชิญแขกวีไอพีร่วมค้นพบนิยาม ‘Where Flavor Meets Craftsmanship’ ณ SUAY Alchemy Phuket ร้านอาหารระดับมิชลินชื่อดังในเมืองภูเก็ตที่ที่แขกที่ร่วมกิจกรรมจะได้เปิดประสบการณ์ Curated Fine Dining โดย เชฟ “หน่อย” ธรรมศักดิ์ ชูทอง ดีกรีเชฟกระทะเหล็กด้วยแนวคิดด้านงานฝีมือและความพิถีพิถันด้านอาหารและการออกแบบที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับเมนูที่ผสมผสานรสชาติแบบเอเชียเข้ากับเทคนิคการปรุงแบบตะวันตกและญี่ปุ่นอันประณีตเพื่อออกมาเป็นรสชาติที่กลมกล่อมและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมดื่มด่ำไปกับบทเพลงสุดแสนโรแมนติกที่ขับกล่อมในบรรยากาศสไตล์โมเดิร์นอันแสนอบอุ่นจากกลิ่นอายของเมืองภูเก็ต นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สุดพิเศษ ปิดท้าย ‘Bentley Bangkok Exclusive Experience in Phuket’ ได้อย่างน่าประทับใจ

    Service Clinic in Phuket

    ในส่วนการดูแลฐานลูกค้าในภาคใต้และจังหวัดภูเก็ตที่ถือเป็นหัวใจสำคัญ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จัดกิจกรรม ‘Service Clinic in Phuket’ คู่ขนานไปกับกิจกรรมหลัก โดยได้ร่วมมือกับ บี-ควิก สาขา โลตัส ฉลอง ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจรที่พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยและครบครัน พร้อมด้วยทีมช่างจากเบนท์ลีย์ แบงค็อกที่ผ่านการอบรบจากโรงงานผู้ผลิต มอบบริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบนท์ลีย์ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-VHC) ระบบเบรก ช่วงล่าง การตรวจเช็คระบบปรับอากาศ และแบตเตอรีด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์เฉพาะที่ทันสมัยให้แก่ลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์ในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียง ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบบริการหลังการขายที่ดีที่สุดเพื่อสร้างมั่นใจให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ

    No Comment
  • Repsol Honda HRC ผลงานเหนือชั้น “โทนี่ โบ” คว้าชัยชนะที่ฝรั่งเศส เก็บคะแนนทิ้งห่างผงาดแชมป์โลกศึก X-Trial World Championship 2026

    1 Min Read

    Repsol Honda HRC ผลงานเหนือชั้น “โทนี่ โบ” คว้าชัยชนะที่ฝรั่งเศส เก็บคะแนนทิ้งห่างผงาดแชมป์โลกศึก X-Trial World Championship 2026

    “โทนี่ โบ” ยอดนักบิดไต่เขาชาวสเปน ต่อยอดตำนานความสำเร็จอีกครั้งในการแข่งขัน ศึก X-Trial World Championship 2026 เปิดศึกดวลทีมเมท Repsol Honda HRC ในรอบไฟนอลสนาม 8 ที่ชาลอง-ซูร์-โซเน ประเทศฝรั่งเศส (Chalon-sur-Saône, France) ก่อนคว้าชัยชนะมาครอง พร้อมบวกคะแนนสะสมทิ้งห่าง

    คว้าแชมป์โลกได้ทันที แม้ยังเหลือการแข่งขันอีก 2 สนามก็ตาม เป็นแชมป์สมัยที่ 20 ของการแข่งขันแบบอินดอร์และเป็นแชมป์สมัยที่ 39

    การแข่งขัน X-Trial World Championship 2026 สนามที่ 8 ที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “โบ” ต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บที่ไหล่มาตลอดซีซั่น เข้าสู่โปรแกรมการแข่งขันด้วยความมุ่งมั่น พารถแข่งหมายเลข 1 ทำผลงานในรอบควอลิฟายได้อย่างแข็งแกร่ง เสียไปเพียง 3 คะแนนจากการแข่งขัน 5 สเตจ

    เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ พร้อมกับกดซูเปอร์โพลไปครองได้อีกด้วย ขณะที่ “กาเบียล มาเซลลี่” หมายเลข 38 ทำผลงานตามมาติดๆ ในอันดับที่ 2 เข้าสู่รอบชิงไปดวลกับ “โบ” และคู่แข่งได้เช่นกัน

    การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศดวลกันอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น เมื่อโซนที่ 4 ถูกยกเลิกไปจากเหตุผลด้านความปลอดภัย สเตจการแข่งขันที่เหลืออยู่ นักแข่งทุกคนต้องงัดเอาศักยภาพที่ดีที่สุดออกมาต่อสู้กัน และกลายเป็นการดวลกันของดูโอ้จาก Repsol Honda เพื่อชี้ขาดชัยชนะ แม้ “มาเซลลี่” จะท็อปฟอร์มอย่างมากในสนามนี้แต่ไม่สามารถหยุดความแข็งแกร่งของเพื่อนร่วมทีมได้ “โทนี่ โบ” เอาชนะได้สำเร็จในรอบไฟนอล และเป็น “กาเบียล มาเซลลี่” ตามมาเป็นอันดับที่ 2

    ชัยชนะของ “โทนี่ โบ” ในการแข่งขันสนามที่ 8 บวกคะแนนสะสมอีก 20 คะแนน รวมเป็น 155 คะแนน ทิ้งห่างและคว้าแชมป์โลก X-Trial World Championship 2026 ไปครองได้ทันที แม้ว่าจะเหลือการแข่งขันอีกถึง 2 สนามก็ตาม ขณะที่ “มาเซลลี่” นั้นรั้งอันดับที่ 2 ของตารางแชมเปี้ยนชิพด้วยคะแนนสะสม 108 คะแนน

    Repsol Honda HRC ตอกย้ำผลงานสุดเหนือชั้นในการแข่งขันศึก X-Trial World Championship 2026 ด้วยแชมป์โลกสมัยที่ 20 ของ “โทนี่ โบ” พร้อมลุ้นกวาดอันดับที่ 1 และ 2 ของโลกใน 2 การแข่งขันช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลจากผลงานของ “กาเบียล มาเซลลี่” ขณะที่ “โบ” กวดแชมป์โลกไปครองรวมแล้วถึง 39 สมัย

     

     

    ทั้งนี้ X-Trial World Championship 2026 จะคั่นด้วยโปรแกรมการแข่งขัน X-Trial des Nations ที่เซบียา ประเทศสเปน (Sevilla, Spain) ในวันที่ 14 มีนาคม 2569 นี้ ก่อนต่อเนื่องด้วยการแข่งขันตามโปรแกรมปกติ สนามที่ 9 ในรายการ X-Trial Portugal ที่ ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส (Lisbon, Portugal) ในวันที่ 12 เมษายน 2569

     

    #ThaiHonda #HRC #HondaRacingThailand #MotorSport #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaRacingCorporation #FIMXTrialGP #XTrialGP2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชวนชาวนครปฐมทดสอบ New Honda UC3 เปิดประสบการณ์มูฟใหม่ ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง 14 – 15 มีนาคมนี้ ที่เซ็นทรัล นครปฐม

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชวนชาวนครปฐมทดสอบ New Honda UC3 เปิดประสบการณ์มูฟใหม่ ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง 14 – 15 มีนาคมนี้ ที่เซ็นทรัล นครปฐม

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เดินหน้าสานต่อกิจกรรม Honda UC3 “Riding Moments” อย่างต่อเนื่อง หลังเปิดประสบการณ์ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ พร้อมยกทัพ New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ เดินสายชวนชาวนครปฐมร่วมสัมผัสมูฟใหม่ที่ตอบโจทย์ชีวิตเมือง พร้อมทดลองขับขี่ฟรี ระหว่างวันที่ 14 – 15 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น. ณ ลานคนเมือง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม สามารถลงทะเบียนทดลองขับขี่ล่วงหน้าได้ที่ https://bit.ly/3P319sI

    พิเศษสำหรับผู้ที่จอง New Honda UC3 ภายในงาน จะได้รับสิทธิประโยชน์และข้อเสนอพิเศษ จัดเต็มแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อให้การเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยสามารถเลือกข้อเสนอการผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 2,560 บาท/เดือน พร้อมรับ After Sales Service สิทธิพิเศษชาร์จไฟฟรี 1 ปี มูลค่าสูงสุด 12,000 บาท ที่ Honda ev Charger พร้อมรับ Service package 3 ปี 36,000 ก.ม บริการ Roadside Assistant 3 ปี เพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งานในชีวิตประจำวัน สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 เท่านั้น

    รถจักรยานยนต์ ยังเตรียมเดินสายกิจกรรม Honda UC3 “Riding Moments” อย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมครั้งถัดไปจะจัดขึ้น วันที่ 28 มีนาคม 2569 ณ คอนเสิร์ต “กาลครั้งเก้า หนีกรุง PLAYGROUND PARTY” ที่ Wisdom Valley เขาไม้แก้ว พัทยา และที่อื่น ๆ เพิ่มเติม โดยสามารถติดตามกำหนดการและรายละเอียดได้ทางเพจ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ( Honda Motorcycle Thailand )

    สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/

    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

     

    #NewHondaUC3 #TheUrbanFirstMovers #HondaEVMotorcycle #รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    No Comment