-
News / News Motocycle2 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า นำทัพไลน์อัปในงาน EICMA 2026 เปิดตัวตระกูล CRF1150L Africa Twin และ CBR1000RR-R Fireblade ครั้งแรกในโลก พร้อมชู V3R 900 E-Compressor รุ่นเตรียมผลิตจริง และเผยโฉม CBR500R FOUR กับ ADV125 รุ่นใหม่
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ประกาศไลน์อัปรถต้นแบบ รถรุ่นที่มีแผนผลิตจริง และรถจักรยานยนต์รุ่นปี 2027 สำหรับตลาดยุโรป ที่จะนำมาจัดแสดงในงาน EICMA 2026 หรืองานแสดงรถจักรยานยนต์เมืองมิลาน ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยเปิดรอบสื่อมวลชนระหว่างวันที่ 3 – 4 พฤศจิกายน และรอบบุคคลทั่วไประหว่างวันที่ 5 – 8 พฤศจิกายนนี้
ไฮไลต์คือการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ตระกูล CRF1150L Africa Twin และ CBR1000RR-R Fireblade เป็นครั้งแรกในโลก โดย CRF1150L Africa Twin Adventure Sports เป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นแรกที่ติดตั้ง Honda SENSING RIDE ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นใหม่
นอกจากนี้ รถจักรยานยนต์ฮอนด้ายังเตรียมเปิดตัว Honda RN0 จักรยานเสือภูเขาพร้อมระบบช่วยปั่นไฟฟ้ารุ่นแรกของฮอนด้า เป็นครั้งแรกในโลก พร้อมจัดแสดง V3R 900 E-Compressor รุ่นที่มีแผนผลิตจริง ซึ่งมาพร้อมคอมเพรสเซอร์ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาใช้ในรถจักรยานยนต์เป็นครั้งแรกของโลก[1] และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกหลากหลายรุ่น
ไฮไลต์รถรุ่นสำคัญที่จัดแสดง
- ตระกูล CRF1150L Africa Twin
ฮอนด้าปรับโฉมรถจักรยานยนต์ตระกูล CRF1150L Africa Twin ใหม่ทั้งหมด ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Africa Twin, Africa Twin Adventure Sports และ Africa Twin Enduro Sports รุ่นใหม่ที่ยกระดับสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด
รถตระกูลนี้เพิ่มพละกำลังและสมรรถนะด้วยการขยายความจุเครื่องยนต์ พร้อมปรับลดน้ำหนักชิ้นส่วนในหลายจุดและออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง โดยย้ายถังน้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วนมาไว้ใต้เบาะนั่ง ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้นและมีสมดุลในการขับขี่ดียิ่งขึ้น
สำหรับ CRF1150L Africa Twin Adventure Sports ยังเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นแรกที่ติดตั้งHonda SENSING RIDE ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นใหม่
รถตระกูลนี้ยังมาพร้อมตราสัญลักษณ์ “Honda Flagship WING” รูปแบบใหม่ สะท้อนสถานะรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์เรือธงของฮอนด้าในกลุ่มเครื่องยนต์สันดาปภายใน
- ตระกูล CBR1000RR-R Fireblade
รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเปิดตัวรถจักรยานยนต์ตระกูล CBR1000RR-R Fireblade โฉมใหม่ทั้งหมดเป็นครั้งแรกในโลก ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย ได้แก่ CBR1000RR-R Fireblade, CBR1000RR-R Fireblade SP และ CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition รุ่นใหม่ล่าสุด ชิ้นส่วนของตัวรถประมาณ 75% ได้รับการออกแบบใหม่ รวมถึงเฟรมอลูมิเนียมแบบท่อคู่และสวิงอาร์ม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในสนามแข่ง
ด้านเครื่องยนต์มาพร้อมระบบปากแตรไอดีปรับความยาวได้ 2 ระดับ ซึ่งนำมาใช้เป็นครั้งแรกในรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นผลิตจำหน่ายจริง รถตระกูลนี้ยังติดตั้งตราสัญลักษณ์ “Honda Flagship WING” รูปแบบใหม่ สะท้อนสถานะรถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ตเรือธงของฮอนด้าในกลุ่มเครื่องยนต์สันดาปภายใน
- V3R 900 E-Compressor รุ่นที่มีแผนผลิตจริง
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เตรียมจัดแสดง V3R 900 E-Compressor รุ่นที่มีแผนผลิตจริง โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ 3 สูบรูปแบบตัว V (V-type three-cylinder engine) เอกสิทธิ์เฉพาะของฮอนด้า พร้อมคอมเพรสเซอร์ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนำมาใช้ในรถจักรยานยนต์เป็นครั้งแรกของโลก[2] ตัวรถมีดีไซน์แบบอสมมาตรที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมถังน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อไอเสีย และหม้อพักไอเสียที่ผลิตจากไทเทเนียม นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบ Honda RoadSync[3] เวอร์ชันอัปเกรดที่เพิ่มฟังก์ชันใหม่ ๆ พร้อมพัฒนาระบบแสดงผลและควบคุมการทำงานของรถ (Human-Machine Interface หรือ HMI) ให้ใช้งานได้ง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ใช้เทคโนโลยี AI
- Honda RN0
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัว Honda RN0 เป็นครั้งแรกในโลก ในฐานะจักรยานเสือภูเขาพร้อมระบบช่วยปั่นไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ พัฒนาร่วมกับ ROTWILD ผู้ผลิตจักรยานเสือภูเขาไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ โดยผสานประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนารถจักรยานยนต์ของฮอนด้าเข้ากับเทคโนโลยีล่าสุดของจักรยานเสือภูเขาไฟฟ้า หรือ e-MTB
Honda RN0 ใช้เฟรมคาร์บอนขึ้นรูปชิ้นเดียว พร้อมสวิงอาร์มทรงปีกนกเอกสิทธิ์เฉพาะของฮอนด้า ผสานโครงสร้างตัวรถที่มั่นคงเข้ากับชุดขับเคลื่อนช่วยปั่นไฟฟ้าที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อมอบความสนุกในการขับขี่ตามแนวทางของ e-MTB เจเนอเรชันใหม่
- ADV125
ADV125 คือรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ถ่ายทอดเอกลักษณ์และความเป็นแอดเวนเจอร์จาก X-ADV และ ADV350 โดยผู้ถือใบอนุญาตขับขี่ระดับ A1 ของยุโรป[4]สามารถขับขี่ได้ เครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 125 ซีซี ให้การตอบสนองฉับไวควบคู่กับความประหยัดน้ำมัน พร้อมเทคโนโลยีที่รองรับการใช้งาน อาทิ หน้าจอแสดงผล TFT สีขนาด 5 นิ้วที่พัฒนาขึ้นใหม่ และระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน Honda RoadSync
- CBR500R FOUR
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉม CBR500R FOUR รถจักรยานยนต์สปอร์ตขนาดกลางรุ่นใหม่เป็นครั้งแรกในยุโรป สานต่อเอกลักษณ์รถจักรยานยนต์ 4 สูบของฮอนด้าด้วยเทคโนโลยีล่าสุด พร้อมติดตั้ง Honda E-Clutch ระบบควบคุมคลัตช์อัตโนมัติเอกสิทธิ์เฉพาะของฮอนด้า
CBR500R FOUR ผสานความสปอร์ตเข้ากับความสะดวกในการขับขี่และความเป็นรถจักรยานยนต์อเนกประสงค์ โดยมีระบบ Honda E-Clutch ช่วยให้ผู้ขับขี่หลากหลายกลุ่มเข้าถึงประสบการณ์การขับขี่ได้ง่ายและสนุกยิ่งขึ้น
- EV OUTLIER Concept
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉม EV OUTLIER Concept เป็นครั้งแรกในยุโรป ถ่ายทอดแนวคิดการพัฒนารถจักรยานยนต์สำหรับปี ค.ศ. 2030 เป็นต้นไป ด้วยแนวทางการออกแบบใหม่ที่ก้าวไปไกลกว่าการต่อยอดจากรถรุ่นปัจจุบัน
ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าช่วยเพิ่มอิสระในการจัดวางโครงสร้างและองค์ประกอบของตัวรถ โดยติดตั้งมอเตอร์ไว้ในดุมล้อทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เปิดโอกาสให้ออกแบบตัวรถให้มีรูปทรงปราดเปรียว และดูทรงพลัง
- Onitsuka Tiger Honda Mid Sports Concept
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า นำ Onitsuka Tiger Honda Mid Sports Concept มาจัดแสดงในงาน EICMA 2026 หลังเผยโฉมในงาน Milan Fashion Week ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 22-28 กันยายนที่ผ่านมา
รถต้นแบบรุ่นนี้พัฒนาบนพื้นฐานของรถจักรยานยนต์สปอร์ตขนาดกลาง ใช้สีเหลือง Tiger Yellow อันเป็นเอกลักษณ์ของ Onitsuka Tiger เป็นสีหลัก ตัดด้วยแถบสีดำพาดผ่านตัวรถทั้งสองด้าน วงล้อสีดำตกแต่งด้วยแถบสีเหลือง Tiger Yellow พร้อมโลโก้ฮอนด้าและ Onitsuka Tiger โดยใส่ใจการออกแบบตั้งแต่การเลือกใช้สีไปจนถึงรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับรถต้นแบบรุ่นนี้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA#EICMA2026 #HondaEicma2026 #HondaBigBikeThailand
#HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ไทยฮอนด้า[1] อ้างอิงจากผลวิจัยของฮอนด้า
[2] อ้างอิงจากผลวิจัยของฮอนด้า
[3] การใช้งาน Honda RoadSync จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชันเฉพาะ
[4] ใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ประเภท A1 ของยุโรป อนุญาตให้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 125 ซีซี และมีกำลังสูงสุดไม่เกิน 11 กิโลวัตต์
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
IGP GLOBAL ชวนเปิดประสบการณ์ความสนุก 3 วันเต็ม ในงาน “HUNGRY HIGHWAY ROAD FOR RIDE AND BITE” รวมมอเตอร์ไซค์ ไลฟ์สไตล์ พร้อมชมคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง 6–8 พฤศจิกายนนี้
IGP GLOBAL (ไอจีพี โกลบอล) จากความร่วมมือระหว่าง บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ขอเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสนุกในงาน “HUNGRY HIGHWAY ROAD FOR RIDE AND BITE” (ฮังกรี ไฮเวย์ โรด ฟอร์ ไรด์ แอนด์ ไบท์) ไลฟ์สไตล์เฟสติวัลครั้งใหม่ที่ผสมผสานโลกของมอเตอร์ไซค์ การเดินทาง อาหาร ดนตรี และแฟชั่นเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด Road for Ride & Bite เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสนุกไปกับกิจกรรมที่หลากหลายตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 6–8 พฤศจิกายน 2569 ณ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) เอกมัย–รามอินทรา
ภายในงานจัดเต็มด้วย 4 โซนกิจกรรมหลักที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความสนใจ เริ่มจาก Motion District จุดรวมของคนรักมอเตอร์ไซค์ พบกับรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่จากหลากหลายค่าย ดีไซน์โดดเด่น และผลงานรถคัสตอมระดับแนวหน้า ต่อด้วย Overdrive Zone พื้นที่แห่งเสียงดนตรีและความบันเทิงที่พร้อมสร้างสีสันและบรรยากาศความสนุกให้ตลอดทั้งงาน ขณะที่สายกินต้องไม่พลาด Hungry Hub โซนอาหารและเครื่องดื่มที่รวบรวมร้านอาหาร ฟู้ดทรัค และคราฟต์เบียร์หลากหลายรูปแบบ ส่วนสายช้อปสามารถเพลิดเพลินกับ Gear-up Garage ที่รวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ อุปกรณ์การขับขี่ แฟชั่น และเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาให้เลือกชมและเลือกซื้ออย่างจุใจ
นอกจาก 4 โซนหลักแล้ว ยังมีกิจกรรมไฮไลต์ที่เตรียมสร้างความตื่นเต้นตลอดงาน ไม่ว่าจะเป็น Test Ride เปิดประสบการณ์ทดลองขับขี่, Stunt Show การแสดงขับขี่ผาดโผนสุดเร้าใจ และ Bike Custom Show ที่รวบรวมผลงานรถจักรยานยนต์ตกแต่งพิเศษมาให้ชมอย่างใกล้ชิด พร้อมเติมเต็มความสนุกด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังตลอด 3 วัน อาทิ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล x แคทรียา อิงลิช, บิลลี่ โอแกน, อี๊ด ฟลาย และทิลลี่เบิร์ด
HUNGRY HIGHWAY ROAD FOR RIDE AND BITE จึงไม่ใช่เพียงงานสำหรับคนรักมอเตอร์ไซค์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการรวมตัวของผู้คนที่ชื่นชอบการเดินทาง เสียงเพลง อาหาร แฟชั่น และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ เหมาะสำหรับการชวนเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว มาร่วมสัมผัสบรรยากาศและประสบการณ์ใหม่ ๆ ไปด้วยกัน แล้วมาพบกันในงาน HUNGRY HIGHWAY ROAD FOR RIDE AND BITE ระหว่างวันที่ 6–8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 15.00–23.00 น. ณ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) เอกมัย–รามอินทรา ติดตามรายละเอียดกิจกรรมและข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: HungryHighway
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle2 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัวตระกูล CBR1000RR-R Fireblade โฉมใหม่ครั้งแรกในโลก พร้อมเผยโฉม HRC Works Edition รุ่นใหม่ในงาน EICMA 2026
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัวรถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ตรุ่นเรือธงตระกูล CBR1000RR-R Fireblade โฉมใหม่ทั้งหมดเป็นครั้งแรกในโลก ภายในงาน EICMA 2026 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–4 พฤศจิกายน สำหรับสื่อมวลชน และวันที่ 5–8 พฤศจิกายน สำหรับบุคคลทั่วไป โดยรุ่นปี 2027 ได้รับการออกแบบชิ้นส่วนใหม่ประมาณ 75% ของตัวรถ เพื่อยกระดับสมรรถนะการขับขี่และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันบนสนามแข่ง พร้อมเปิดตัว CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการแข่งขัน FIM Superbike World Championship (WSBK)
รถจักรยานยนต์ตระกูล CBR1000RR-R Fireblade รุ่นปี 2027 พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Total Control for the Track” โดยมุ่งเน้นการดึงศักยภาพสูงสุดของตัวรถออกมาใช้บนสนามแข่ง พร้อมปรับปรุงโครงสร้างแชสซี ระบบกันสะเทือน และขุมพลังเครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้ง เสถียรภาพขณะเร่งและลดความเร็ว รวมถึงความคล่องตัวในการควบคุมรถทั้งบนสนามแข่งและถนนสาธารณะ
สำหรับไลน์อัปรุ่นปี 2027 ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย ได้แก่ CBR1000RR-R Fireblade (Fireblade), CBR1000RR-R Fireblade SP (Fireblade SP) ที่มาพร้อมระบบกันสะเทือนควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronically Controlled Suspension) และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ และ CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition (HRC Works Edition) รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นในฐานะ Homologation Model สำหรับการแข่งขัน WSBK โดยเฉพาะ พร้อมชิ้นส่วนเฉพาะรุ่น รวมถึงปีกวิงเล็ตด้านหน้า (Front Winglets) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์และการเข้าโค้ง โดยตัวรถยังได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้ตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศที่วางจำหน่าย
คุณสมบัติเด่นของตระกูล CBR1000RR-R Fireblade
- แชสซีและระบบกันสะเทือน (Chassis and Suspension)
CBR1000RR-R Fireblade รุ่นปี 2027 ได้รับการพัฒนาโครงสร้างแชสซีใหม่ เพื่อเพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้งและเสถียรภาพขณะเร่งและลดความเร็วบนสนามแข่ง ควบคู่กับความคล่องตัวและอิสระในการควบคุมรถบนถนนสาธารณะ โดยมาพร้อมเฟรมอะลูมิเนียมแบบท่อคู่ (Aluminum Twin-tube Frame) ที่ออกแบบใหม่ เพื่อปรับความสมดุลด้านความแข็งเกร็ง (Rigidity) ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โครงสร้างเฟรมได้รับการปรับปรุงหลายส่วน ทั้งการขยายช่องเปิดบริเวณคอท่อ (Head Pipe) ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงอากาศเข้าสู่หม้อกรองอากาศ (Air Cleaner) เพื่อปรับความแข็งเกร็งแนวขวาง (Lateral Rigidity) รวมถึงการเปลี่ยนจุดยึดเสื้อสูบเครื่องยนต์ (Engine Cylinder Hangers) จากโครงสร้างหล่อชิ้นเดียวพร้อมครีบเสริมความแข็งแรง มาเป็นรูปแบบขายึดแยกชิ้นด้วยสลักเกลียว (Bolt-on Configuration) ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบเฟรม เมื่อผสานกับการปรับปรุงชิ้นส่วนอื่น ๆ จึงสามารถลดความแข็งเกร็งแนวขวางลงได้ 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยยังคงความต้านทานการบิดตัว (Torsional Rigidity) ไว้เช่นเดิม ช่วยเพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้ง ความรู้สึกถึงการยึดเกาะของหน้ายางกับพื้นผิวถนน (Tire Contact Feel) และเสถียรภาพขณะเร่งความเร็ว
นอกจากนี้ ยังนำกระบวนการหล่อโลหะแบบผนังบางด้วยแรงโน้มถ่วง (Thin-wall Gravity Die Casting หรือ GDC) มาใช้ในการผลิตเฟรม เพื่อให้สามารถปรับความแข็งเกร็งของโครงสร้างได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถขึ้นรูปเฟรมที่มีความหนาของผนังต่ำสุดเพียง 2 มิลลิเมตร และปรับความหนาของผนังแต่ละส่วนให้เหมาะสม ส่งผลให้ลดน้ำหนักเฟรมลงได้ 440 กรัมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า สำหรับรุ่น Fireblade และ Fireblade SP
ด้านตะเกียบหลังอะลูมิเนียมขึ้นรูปด้วยการปั๊ม (Aluminum Pressed-construction Swingarm) ได้รับการออกแบบใหม่เช่นกัน โดยลดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแกนสวิงอาร์ม (Pivot Shaft) จาก 20 มิลลิเมตร เหลือ 17 มิลลิเมตร พร้อมปรับความหนาของผนังและความกว้างของจุดหมุน เพื่อให้ได้ความแข็งเกร็งที่เหมาะสม สามารถลดความแข็งเกร็งแนวขวางลงได้ 12% โดยยังคงความต้านทานการบิดตัวไว้ ช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงการยึดเกาะของยางหลังขณะเข้าโค้ง
ระบบกันสะเทือนได้รับการปรับแต่งค่าความหน่วง (Suspension Damping Settings) ให้เหมาะสมกับแต่ละรุ่นย่อย เพื่อเพิ่มสมรรถนะบนสนามแข่ง พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการซับแรงกระแทกบนพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- Fireblade: ใช้โช้กอัปหน้าแบบ Big Piston Fork (BPF) ของ SHOWA (บริษัท Astemo จำกัด) และระบบกันสะเทือนหลัง SHOWA BFRC-lite
- Fireblade SP: มาพร้อมระบบกันสะเทือน Öhlins ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้รุ่น NPX Smart-EC3.0 ด้านหน้า และ TTX36 Smart-EC3.0 ด้านหลัง
อีกหนึ่งจุดเด่นคือถังน้ำมันเชื้อเพลิงไทเทเนียมที่พัฒนาขึ้นเพื่อลดน้ำหนักตัวรถ โดยต่อยอดจากเทคโนโลยีที่เคยนำมาใช้ใน CBR1000RR SP และ CBR1000RR SP2 รุ่นปี 2017 ซึ่งยังจำเป็นต้องติดตั้งฝาครอบพลาสติกด้านนอก แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการปั๊มขึ้นรูปและการพ่นสีไทเทเนียม ทำให้รุ่นปี 2027 สามารถตัดฝาครอบพลาสติกดังกล่าวออกได้ ช่วยลดน้ำหนักตัวรถลงอีกขั้น
สำหรับรุ่น Fireblade SP มาพร้อมถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผ่านกระบวนการขัดลายเส้นด้วยมือ (Hand-finished Hairline Treatment) เผยให้เห็นพื้นผิวไทเทเนียมเปลือยบางส่วน ผสานการลดน้ำหนักเข้ากับงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเสริมความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ ตัวรถยังติดตั้งตราสัญลักษณ์ Honda Flagship WING รูปแบบใหม่ในโทนสีเงินและดำ (Monotone Silver-and-black Design) บริเวณถังน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งสองด้าน
- ขุมพลังขับเคลื่อน (Power Unit)
CBR1000RR-R Fireblade รุ่นปี 2027 มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง (Inline-four Engine) 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 999 ซีซี พร้อมติดตั้ง ระบบปากแตรดักอากาศแปรผันความยาวแบบ 2 จังหวะ (Two-stage Variable-length Intake Air Funnel System) ซึ่งนำมาใช้ในรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นผลิตจำหน่ายจริงเป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่มพละกำลังในช่วงรอบต่ำถึงปานกลาง พร้อมรักษาสมรรถนะในรอบสูง และช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้นตลอดทุกย่านความเร็วรอบเครื่องยนต์
ระบบดังกล่าวใช้โครงสร้างปากแตรดักอากาศแบบ 2 ชิ้นที่แยกออกจากกันในแนวดิ่ง เพื่อปรับเปลี่ยนความยาวและเส้นผ่านศูนย์กลางใช้งานจริงของช่องทางเดินไอดีตามความเร็วรอบเครื่องยนต์ โดยเมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่ความเร็วรอบตั้งแต่ 11,750 รอบต่อนาทีขึ้นไป ปากแตรส่วนบนจะเลื่อนขึ้นและแยกออกจากปากแตรส่วนล่าง ช่วยให้การส่งกำลังมีความเหมาะสมกับการทำงานในแต่ละย่านความเร็วรอบ
นอกจากนี้ ระบบคันเร่งไฟฟ้าแบบสองมอเตอร์ (Two-motor Throttle-by-wire System) ยังได้รับการปรับปรุงให้ควบคุมการทำงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับองศาการเปิดของลิ้นปีกผีเสื้อ (Throttle Valve) ได้อย่างละเอียด ช่วยเพิ่มการตอบสนองของคันเร่งขณะเร่งความเร็วและประสิทธิภาพของแรงหน่วงเครื่องยนต์ (Engine Braking) ขณะลดความเร็ว พร้อมช่วยให้จังหวะเปลี่ยนผ่านจากการลดความเร็วสู่การเร่งความเร็วเป็นไปอย่างนุ่มนวลและควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้น
ชิ้นส่วนเครื่องยนต์บางส่วนยังได้รับการปรับเปลี่ยนวัสดุเพื่อลดน้ำหนัก รวมถึงฝาครอบหัวสูบ (Cylinder Head Cover) ที่เปลี่ยนจากอะลูมิเนียมเป็นแมกนีเซียม ช่วยลดน้ำหนักในรุ่น Fireblade SP ได้มากกว่า 200 กรัม
CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition รุ่นใหม่
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัว CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันรายการ FIM Superbike World Championship (WSBK) โดยออกแบบสำหรับการขับขี่แบบที่นั่งเดี่ยว (Solo Riding) และติดตั้งชิ้นส่วนเฉพาะรุ่นที่มุ่งเน้นสมรรถนะบนสนามแข่ง
ตัวรถมาพร้อมปีกวิงเล็ตด้านหน้า (Front Winglets) บังโคลนหน้า และแฟริ่งท่อดักอากาศด้านหลัง (Rear Duct Fairing) ที่ผลิตจากพลาสติกเสริมแรงด้วยเส้นใยคาร์บอน (Carbon Fiber Reinforced Plastic หรือ CFRP) ซึ่งช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ส่งผลให้สมรรถนะการเร่งความเร็วและการเข้าโค้งดียิ่งขึ้น
ด้านระบบกันสะเทือนติดตั้งโช้กอัปหน้า Öhlins NPX และระบบกันสะเทือนหลัง TTX36 แบบปรับตั้งด้วยกลไก (Mechanically Adjustable) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการซับแรงกระแทกและการยึดเกาะถนนขณะขับขี่บนสนามแข่ง พร้อมระบบเบรก Brembo Hypure Sports
นอกจากนี้ รุ่น HRC Works Edition ยังมีชุดชิ้นส่วนสำหรับการแข่งขัน HRC Racing Kit เพื่อรองรับข้อกำหนดของรายการแข่งขัน ประกอบด้วย
- กล่องควบคุมการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (PGM-FI) และชุดจุดระเบิด (Ignition Unit)
- ระบบเกียร์แบบเกียร์ว่างอยู่ล่างสุด (Bottom-neutral Shift System)
- ปลอกคอท่อ (Head Pipe Collar)
- ปลอกแกนตะเกียบหลัง (Swingarm Pivot Collar)
- ชิ้นส่วนสำหรับการแข่งขันอื่น ๆ
ทั้งนี้ การติดตั้งชุดแต่ง HRC Racing Kit จะทำให้การรับประกันของผู้ผลิตสิ้นสุดลง
การนำวัสดุที่ยั่งยืนมาใช้ (Sustainable Materials)
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เดินหน้าขยายการใช้วัสดุที่ยั่งยืน (Sustainable Materials) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้เป้าหมายการใช้วัสดุที่ยั่งยืนในอัตรา 100% ภายในปี 2050 เพื่อมุ่งสู่สังคมที่ปราศจากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการนำวัสดุรีไซเคิลและวัสดุที่ผลิตจากมวลชีวภาพ (Biomass-derived Materials) มาใช้ในกระบวนการผลิต
สำหรับ CBR1000RR-R Fireblade รุ่นปี 2027 ทุกรุ่นย่อย ได้นำวัสดุที่ยั่งยืน 4 ประเภทมาใช้เป็นส่วนประกอบของตัวรถ ได้แก่
- ชิลด์บังลมหน้า (Windscreen): ผลิตจาก DURABIO™ พลาสติกวิศวกรรมที่ผลิตจากพืช มีคุณสมบัติขึ้นรูปได้ง่าย ทนทานต่อสภาพอากาศและรอยขีดข่วน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมโดยไม่ลดทอนฟังก์ชันการใช้งานและรูปลักษณ์ของชิลด์บังลมหน้า
- โครงฐานเบาะนั่งด้านหน้าและด้านหลัง (Front and Rear Seat Bases): ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลก่อนการบริโภค (Pre-consumer Recycled Materials) ที่ได้จากเศษวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิตและขึ้นรูปของอุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
- หม้อกรองอากาศ (Air Cleaner Case) ฝาครอบด้านข้าง (Side Covers) และชิ้นส่วนอื่น ๆ: ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-consumer Recycled Materials) ที่ได้จากผลิตภัณฑ์พลาสติกผ่านการใช้งานแล้วจากครัวเรือน อาคารพาณิชย์ และแหล่งใช้งานอื่น ๆ
- ตราสัญลักษณ์ Honda Flagship WING: ผลิตจากเรซินอะคริลิกรีไซเคิลทางเคมี (Chemically Recycled Acrylic Resin) ซึ่งได้จากการย่อยสลายวัสดุอะคริลิกใช้แล้ว รวมถึงวัสดุที่คัดแยกจากยานพาหนะหมดอายุการใช้งาน (End-of-life Vehicles) ให้กลับคืนสู่สภาพวัตถุดิบเพื่อนำมาใช้ใหม่
*1 FIM: สหพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (Fédération Internationale de Motocyclisme)
*2 ข้อมูลการลดน้ำหนักเฟรม 440 กรัม สำหรับรุ่น Fireblade และ Fireblade SP
*3 CFRP: พลาสติกเสริมแรงด้วยเส้นใยคาร์บอน (Carbon Fiber Reinforced Plastic)
*4 การติดตั้งชุดแต่ง HRC Racing Kit จะทำให้การรับประกันของผู้ผลิตสิ้นสุดลง
*5 DURABIO™ เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล คอร์ปอเรชั่น (Mitsubishi Chemical Corporation)
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ไทยฮอนด้า #EICMA2026 #HondaEicma2026 #HondaBigBikeThailand
-
โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย เฉลิมฉลองนักกีฬา Global Team Toyota พร้อมเปิดตัวเพลง ‘New Day Rising’ ในงาน One Team Asia ที่เมืองนาโกยา
โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย หลอมรวมพลังแห่งการขับเคลื่อนอันหลากหลาย เชื่อมทุกจังหวะของเอเชียให้เป็นหนึ่งจากชัยชนะบนสังเวียนกีฬาสู่ท่วงทำนองที่ทั้งภูมิภาคได้แบ่งปันร่วมกัน

จากซ้ายไปขวา: ไดสุเกะ โฮริ (Daisuke Hori) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย, เฮา ก๊วก เตียน (Hao Quoc Tien) กรรมการผู้จัดการใหญ่ โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (สิงคโปร์), มูฮัมหมัด อัมมาร์ ไอมัน นอร์ อัซมี (Muhammad Ammar Aiman Nor Azmi) นักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติมาเลเซีย, เล วัน กง (Lê Văn Công) นักกีฬายกน้ำหนักพาราลิมปิกทีมชาติเวียดนาม, เพรสตัน แทน (Preston Tan) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย และ จาจา อิชิบาชิ (Jaja Ishibashi) ผู้จัดการทั่วไป โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์และเอเชียนพาราเกมส์ ไอจิ-นาโกยา 2026 โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จและสถิติที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการกีฬาโดย 7 ยอดนักกีฬาของ Global Team Toyota Athletes (GTTA) จาก 6 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
ในโอกาสนี้ โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย ได้จัดงาน “One Team Asia” ขึ้นที่เมืองนาโกยา โดยรวมเหล่านักกีฬาและ ศิลปินมาร่วมเฉลิมฉลองความโดดเด่นเฉพาะตัวที่หลากหลายในภูมิภาค ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมวงการกีฬาอย่างยาวนาน กีฬาเป็นมากกว่าการแข่งขันสำหรับโตโยต้า แต่คือเวทีที่ท้าทายกรอบความคิดเดิมๆ โดยกีฬายังช่วยผลักดันอิสรภาพแห่งการขับเคลื่อน ตลอดจนเปิดโอกาสให้คนมีความสามารถจากภูมิหลังแตกต่างได้มีส่วนร่วมความเชื่อนี้ทำให้โตโยต้ายังคงสนับสนุนนักกีฬา และพยายามตั้งใจในการสร้างสังคมที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

จากซ้ายไปขวา: 6 จาก 7 ศิลปินผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานในงาน One Team Asia ของโตโยต้า ได้แก่ นาตาชา นูรานี (Natasha Noorani) นักดนตรีและนักมานุษยดุริยางควิทยาจากปากีสถาน, ไชย์ (Shye) นักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์เพลงอินดี้ชาวสิงคโปร์, เบลล์ ซิโซสกี้ (Belle Sisoski) นักดนตรีผู้เชี่ยวชาญเครื่องดนตรีหลากชนิดและดีเจจากมาเลเซีย, มิเกล เบนจามิน (Miguel Benjamin) และเปาโล เบนจามิน (Paolo Benjamin) จากวง Ben&Ben อินดี้โฟล์กป็อปสัญชาติฟิลิปปินส์ และ วาเลนติน่า พลอย (Valentina Ploy) นักร้องและนักแต่งเพลงลูกครึ่งไทย-อิตาลี อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนนี้อยู่ที่การเปิดตัวเพลง “New Day Rising” ที่เกิดจากความร่วมมือระดับภูมิภาคของโตโยต้า ในแคมเปญ Move Your World Beat เพลงนี้ต่อยอดจากเพลงต้นฉบับที่ใช้เสียงจากรถยนต์โตโยต้ามาเรียบเรียงและผสานเอกลักษณ์ทางดนตรีเฉพาะตัวของศิลปินจากทั่วเอเชีย ผลงานที่ได้คือความคิดสร้างสรรค์ระดับภูมิภาค ที่นำท่วงทำนองเฉพาะตัวของศิลปินทั้ง 7 คน มาร้อยเรียงเป็นหนึ่งผลงาน สะท้อนให้เห็นตัวตนอันโดดเด่นของศิลปินแต่ละคน และจิตวิญญาณร่วมของเอเชีย
งานนี้ยังมีการเปิดตัว “Move Your World Beat: Volume 1” ซึ่งรวบรวมผลงานเพลงเดี่ยวของศิลปินแต่ละคนไว้อีกด้วย
เมื่อหลอมรวมโลกแห่งกีฬาและเสียงดนตรีเข้าไว้ด้วยกันในงาน One Team Asia โตโยต้าแสดงให้เห็นว่าทั้งสองศาสตร์สามารถก้าวข้ามความสำเร็จเฉพาะตัวบุคคลและการแสดงความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงผู้คนในสังคมเข้าหากันได้อย่างไร หากนักกีฬาขับเคลื่อนหัวใจผู้คนผ่านสังเวียนแข่งขัน ศิลปินก็ทำสิ่งเดียวกันผ่านบทเพลงและวัฒนธรรม แม้รูปแบบจะต่างกัน แต่ต่างเชื่อในสิ่งเดียวกันนั้นคือในพลังของการขับเคลื่อน หรือ Move Your World
ฉลองก้าวสำคัญแห่งความสำเร็จทั่วเอเชีย

จากซ้ายไปขวา: มูฮัมหมัด อัมมาร์ ไอมัน นอร์ อัซมี (Muhammad Ammar Aiman Nor Azmi) นักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติมาเลเซีย และ เล วัน กง (Lê Văn Công) นักกีฬายกน้ำหนักพารามลิมปิกทีมชาติเวียดนาม สองในเจ็ดตัวแทนนักกีฬาในสังกัด Global Team Toyota Athletes ของโตโยต้า ณ งาน One Team Asia ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ คาร์ลอส ยูโล (Carlos Yulo) นักยิมนาสติกทีมชาติฟิลิปปินส์ คว้า 2 เหรียญทองจากการแข่งขันยิมนาสติกฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์และม้ากระโดดชาย สร้างประวัติศาสตร์คว้า 2 เหรียญทองแรกของทัพนักกีฬาฟิลิปปินส์ในการแข่งครั้งนี้ ขณะเดียวกัน วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย ก็ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการคว้าเหรียญทองประเภทชายเดี่ยว ซึ่งถือเป็นเหรียญทองเอเชียนเกมส์เหรียญแรกในประเภทกีฬานี้ของไทยด้วย
สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ มูฮัมหมัด ฟาดลี อิมามุดดิน (Muhammad Fadli Imamuddin) นักกีฬาพาราไซคลิ่งทีมชาติอินโดนีเซีย คว้าเหรียญทองจากการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ เดี่ยว 4,000 เมตรชาย คลาส C4 พร้อมทำลายสถิติเอเชียนพาราเกมส์ด้วยเวลา 4:50.169 นาที ด้าน เออร์นี กาวิแลน (Ernie Gawilan) นักว่ายน้ำพาราลิมปิกทีมชาติฟิลิปปินส์ สามารถป้องกันแชมป์ฟรีสไตล์ 400 เมตรชาย คลาส S7 ไว้ได้สำเร็จ คว้าเหรียญทองติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3 ในรายการนี้ ควบคู่กับการคว้าเหรียญเงินในรายการเดี่ยวผสม 200 เมตรชาย คลาส SM7
ด้าน โต๊ะ เหว่ย ซง (Toh Wei Soong) นักว่ายน้ำพาราลิมปิกทีมชาติสิงคโปร์ กวาดไปถึง 5 เหรียญรางวัล ได้แก่ 2 เหรียญเงินจากท่ากรรเชียง 100 เมตรชาย คลาส S7 และฟรีสไตล์ 50 เมตรชาย คลาส S7 พร้อมด้วยอีก 3 เหรียญทองแดงจากฟรีสไตล์ 400 เมตรชาย คลาส S7 ฟรีสไตล์ 100 เมตรชาย คลาส S7 และผีเสื้อ 50 เมตรชาย คลาส S7
ขณะที่ มูฮัมหมัด อัมมาร์ ไอมัน นอร์ อัซมี (Muhammad Ammar Aiman Nor Azmi) นักกรีฑาพาราลิมปิกทีมชาติมาเลเซีย คว้าเหรียญเงินจากการวิ่ง 400 เมตรชาย คลาส T20 ด้วยเวลา 48.34 วินาที และ เล วัน กง (Lê Văn Công) นักกีฬายกน้ำหนักพาราลิมปิกทีมชาติเวียดนาม คว้าเหรียญเงินในรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 49 กก. ชาย ด้วยสถิติการยกดีที่สุด 171 กก. ประเดิมเหรียญรางวัลแรกให้แก่ทัพนักกีฬาเวียดนามในศึกครั้งนี้
นายเพรสตัน แทน (Preston Tan) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย สะท้อนการมีส่วนร่วมในวงการกีฬามาอย่างยาวนานของโตโยต้า ตลอดจนความมุ่งมั่นสนับสนุนผู้คนและสังคมให้ก้าวไปข้างหน้าว่า
“ในเอเชียนเกมส์ไอจิ-นาโกยา 2026 เราได้ร่วมเป็นประจักษ์พยานความสำเร็จอันน่าทึ่งของเหล่านักกีฬา
ทุกคนต่างขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายและความแน่วแน่ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง เส้นทางของพวกเขาตอกย้ำให้เราเห็นว่า ความก้าวหน้าเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่ความสำเร็จนั้นมีพลังในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่นแคมเปญ Move Your World Beat นำความเชื่อเดียวกันนี้มาถ่ายทอดสู่โลกแห่งเสียงดนตรี เชื่อมโยงศิลปินจากทั่วเอเชียเข้าด้วยกันเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนทั้งตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์และจิตวิญญาณของภูมิภาค สำหรับโตโยต้า ประสบการณ์เหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นว่า เหตุใดเราจึงยังคงมุ่งมั่นลงทุนในศักยภาพของผู้คนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อยกย่องสิ่งที่พวกเขาทำสำเร็จ แต่เพื่อสร้างโอกาสให้พวกเขาจุดประกายแรงบันดาลใจและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ไปไกลกว่าแค่เกมการแข่งขัน”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
ยามาฮ่าสานต่อภารกิจลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผนึกกำลังกรมป่าไม้ เดินหน้าโครงการ “ปลูกไผ่ล้อมป่า” ฟื้นฟูผืนป่าและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วยกลุ่มบริษัทยามาฮ่า มอเตอร์ในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สานต่อโครงการลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Society) โดยร่วมมือกับกรมป่าไม้ เดินหน้าจัดกิจกรรม “ยามาฮ่าปลูกไผ่ล้อมป่า” เนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2569 เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วย นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมเป็นประธานในกิจกรรม “ยามาฮ่าปลูกไผ่ล้อมป่า” พร้อมนำคณะผู้บริหาร พนักงานกลุ่มบริษัทยามาฮ่ามอเตอร์ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมปลูกกล้าไผ่ พร้อมพันธุ์ไม้มงคล 9 ชนิด ฟื้นฟูพื้นที่ป่า ณ อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในการดูแลรักษาผืนป่าอย่างยั่งยืน
โครงการ “ยามาฮ่าปลูกไผ่ล้อมป่า” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ซึ่งบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และกลุ่มบริษัทในเครือฯ ได้เข้าร่วมในฐานะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์รายแรก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 ผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพื่อเพิ่มแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ และมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สำหรับกิจกรรมในปี 2569 ยามาฮ่าได้ร่วมกับกรมป่าไม้ดำเนินการปลูกกล้าไผ่รวกในพื้นที่อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อสร้างแนวป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า และช่วยฟื้นฟูความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งมอบกล้าไม้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปปลูกและเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปลูก ดูแล บำรุงรักษา และฟื้นฟูผืนป่า อันเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการดูแลทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยามาฮ่าได้ดำเนินกิจกรรมปลูกและฟื้นฟูป่าอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถปลูกต้นไม้สะสมได้แล้วมากกว่า 160,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่างยามาฮ่าและกรมป่าไม้ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งเน้นทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยยามาฮ่ายังคงมุ่งมั่นสานต่อกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำและส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
#ยามาฮ่า #Yamaha #RevsYourHeart #ปลูกป่า #ปลูกไผ่ล้อม #CarbonNeutrality
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ยามาฮ่ามอบ PG-1 จำนวน 8 คัน สนับสนุนภารกิจกรมป่าไม้ เสริมประสิทธิภาพการลาดตระเวนและป้องกันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เดินหน้าสนับสนุนภารกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนางสาวบัวทิพย์ จันทร์ดำรงกุล ผู้จัดการใหญ่ด้านการเงิน และนายอัตถากรณ์ สิงห์น้อย รองผู้จัดการใหญ่ด้านการผลิต บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมมอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA PG-1 จำนวน 8 คัน ให้แก่กรมป่าไม้ เพื่อสนับสนุนภารกิจป้องกันและเฝ้าระวังไฟป่า รวมถึงการลาดตระเวนและสำรวจพื้นที่ป่า โดยมีนายสมศักดิ์ ตะเภา ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 (จังหวัดตาก) นายอดิศร สารวงศ์ ผู้อำนวยการส่วนภาคีเครือข่ายฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว สำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้ และนายเสกสรรค์ กันโต ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่ากำแพงเพชร ร่วมรับมอบ
สำหรับรถจักรยานยนต์ YAMAHA PG-1 ทั้ง 8 คัน จะนำไปสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร โดยเฉพาะภารกิจป้องกันและเฝ้าระวังไฟป่า การลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการสำรวจและดูแลทรัพยากรป่าไม้ ด้วยจุดเด่นของ YAMAHA PG-1 ที่มีความคล่องตัวในการขับขี่ พร้อมระบบช่วงล่างที่รองรับการใช้งานบนเส้นทางหลากหลายรูปแบบ และยางที่เหมาะกับการขับขี่ทั้งบนถนนและเส้นทางธรรมชาติ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเดินทางเข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติงานได้อย่างสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น
การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมสานต่อความร่วมมือกับกรมป่าไม้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการปกป้องผืนป่า ป้องกันและลดความเสี่ยงจากปัญหาไฟป่า ตลอดจนร่วมรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ พิธีมอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA PG-1 เพื่อสนับสนุนภารกิจของกรมป่าไม้ จัดขึ้น ณ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กพ.6 (น้ำดิบมะพร้าว) อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อเร็วๆ นี้
#ยามาฮ่า #Yamaha #RevsYourHeart #ปลูกป่า #ปลูกไผ่ล้อม #CarbonNeutrality #PG1 #สนับสนุนกรมป่าไม้
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
GEELY EX2 สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ กวาดยอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคัน ภายในเวลาเพียง 2 ปี
Geely Auto ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของ GEELY EX2 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมที่มียอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคัน ภายในเวลาเพียง 2 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ หรือยอดขายเฉลี่ย 1 คันต่อนาที สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีต่อผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้าของ GEELY อย่างต่อเนื่อง
นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567 GEELY EX2 ได้สร้างสถิติยอดขาย ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 16 วันในการทำยอดขายครบ 10,000 คัน ทะลุ 200,000 คันภายใน 200 กว่าวัน และก้าวสู่ 600,000 คันในวันที่ 536 ก่อนจะทะยานสู่ยอดขายสะสม 1 ล้านคันในเดือนตุลาคม 2569 หรือ 24 เดือนหลังการเปิดตัว ขณะที่ในประเทศไทย GEELY EX2 ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดตัว ด้วยยอดขายสะสมถึงเดือนตุลาคมมากกว่า 15,000 คัน
ในปี 2568 GEELY EX2 สร้างความสำเร็จระดับโลกครองตำแหน่งรถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดของโลกในกลุ่มรถขนาด A และ B เซกเมนต์ ด้วยยอดขายรวม 465,775 คัน และเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในประเทศจีนเมื่อเทียบกับรถยนต์ทุกประเภท ตามข้อมูลจาก IHS Markit ทั้งยังได้รับการตอบรับอย่างแข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศ โดยสามารถขึ้นเป็นรถยนต์นั่งที่มียอดขายสูงสุดในออสเตรเลียตั้งแต่เดือนแรกที่เปิดตัว ขณะที่ในแอฟริกาใต้และจอร์แดนยังครองอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า และติด 2 อันดับแรกของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ในเม็กซิโกในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2569
ปัจจุบัน GEELY EX2 วางจำหน่ายแล้วในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทวีปยุโรป อเมริกาใต้ เอเชียแปซิฟิก แอฟริกา และตะวันออกกลาง สะท้อนถึงศักยภาพของ GEELY EX2 ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคในหลากหลายภูมิภาค
ความสำเร็จดังกล่าวมาจากจุดแข็งของ GEELY EX2 ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การเดินทางในชีวิตประจำวันอย่างครบครัน ทั้งด้านความปลอดภัย ความคล่องตัว พื้นที่ใช้สอย และเทคโนโลยีอัจฉริยะ โดยในปี 2569 ยังเป็นหนึ่งในรถยนต์ขนาดเล็กกลุ่มแรก ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาวจากทั้ง Euro NCAP และ ANCAP ภายใต้เกณฑ์การทดสอบล่าสุด ด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย เสริมด้วยถุงลมรอบทิศทาง และเทคโนโลยีความปลอดภัยแบตเตอรี่ของ GEELY
นอกจากนี้ GEELY EX2 ยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงก์ และรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.95 เมตร เพื่อความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง ผสานชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบ 11-in-1 ที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา แต่ทรงพลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ขนาด 70 ลิตร และพื้นที่เก็บสัมภาระอเนกประสงค์ที่ยืดหยุ่น รวมถึงระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Flyme Auto และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา ที่ช่วยยกระดับความสะดวกสบายและความมั่นใจในทุกการเดินทาง
ความสำเร็จของ GEELY EX2 ไม่เพียงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์ แต่ยังตอกย้ำศักยภาพของ GEELY ในการพัฒนาและส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่องภายใต้วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนการเดินทางแห่งอนาคต
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
ใหม่! “INNOVA ZENIX” รถยนต์ HEV อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง คันสนิทของครอบครัว สเปกมากขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น พิเศษ! ราคาเดิม เฉพาะช่วงแนะนำ*
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ INNOVA ZENIX รุ่นปรับปรุง ปี 2569 รถยนต์ไฮบริดอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ภายใต้แนวคิด “WHERE WE ALL BELONG” ที่พร้อมจะเป็นรถยนต์คันสนิทที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก ผู้สูงอายุ รวมถึงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของทุกคน ด้วยการยกระดับความสะดวกสบายและความอุ่นใจกับความ Smart ไปอีกขั้น
พบกับบริการใหม่ สั่งการง่ายได้ทุกที่กับ “TOYOTA REMOTE CONTROL” บริการสั่งการรถยนต์จากระยะไกลและตรวจสอบสถานะผ่านแอปพลิเคชัน ชื่อ “TOYOTA REMOTE” เช่น เปิด-ปิดแอร์,
ล็อก-ปลดล็อกประตู, ตรวจสอบสถานะรถจากมือถือด้วย Connected Technology และฟังก์ชันอื่นๆ
อีกมากมายนอกจากนี้ พร้อมอัปเกรดความพรีเมียมทันสมัยภายในห้องโดยสาร ด้วยหน้าจอสัมผัส
(Display Audio) และจอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่ (MID) ขนาด 12.3 นิ้ว โดยมีทางเลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่
รุ่น HEV SMART และ รุ่น HEV PREMIUM พร้อมราคาพิเศษช่วงแนะนำ เริ่มต้นเพียง 1,379,000 บาทINNOVA ZENIX รุ่นปรับปรุง ปี 2569 มาพร้อมโครงสร้าง TNGA และเครื่องยนต์ไฮบริด Dynamic Force 2.0 ลิตร แบตเตอรี่ไฮบริดแบบ Li-ion ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ E-CVT ให้กำลังสูงสุด 201 แรงม้า (PS) มอบสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นคง แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวล อัตราการใช้เชื้อเพลิง 21.3 กม./ลิตร
(อ้างอิงจาก ECO Sticker) รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 มั่นใจสูงสุดด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก
Toyota Safety Sense ตลอดจนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมครบครัน เช่น เบาะนั่งแถวสองแบบ Captain Seat ปรับไฟฟ้าพร้อมเบาะรองน่อง Ottoman, เบาะแถว 3 พับเรียบ 50:50 และประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อม Kick Activatedนอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์ด้านบริการหลังการขายที่มอบความอุ่นใจและคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานด้วยสิทธิพิเศษครบวงจร อาทิ ประกันภัย PHYD, โปรแกรมสะสมคะแนน Toyota ALIVE-X และ โปรแกรม TCFR Plus+ สิทธิประโยชน์ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี พร้อมรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางตามการเช็กระยะอย่างต่อเนื่อง
หมายเหตุ: *ราคาช่วงแนะนำ ตั้งแต่วันที่ 03 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 – วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2569 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
INNOVA ZENIX รุ่นปรับปรุง ปี 2569
ทางเลือก 2 รุ่นย่อย พิเศษ! ราคาเดิม เฉพาะช่วงแนะนำ*
- รุ่น HEV PREMIUM 1,489,000 บาท*
- รุ่น HEV SMART 1,379,000 บาท*
ทางเลือกสีภายนอก 3 สี
- สีขาวมุก – Platinum White Pearl Mica (ราคาเพิ่ม 10,000 บาท)
- สีเงิน – Silver Metallic
- สีดำ – Attitude Black Mica
**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่มเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
รุ่น HEV SMART ราคา 1,379,000 บาท*
ภายนอก
- ใหม่! กระจกมองข้าง สีดำ
- ใหม่! เสาอากาศแบบครีบฉลาม สีดำ
- ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
- ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED
ภายในและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
- ใหม่! ระบบ TOYOTA REMOTE CONTROL
- ใหม่! จอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่ แบบจอสี TFT ขนาด 3 นิ้ว
- ใหม่! หน้าจอเครื่องเสียงแบบสัมผัสขนาด 3 นิ้ว
- ใหม่! แผงตกแต่งข้างประตูสีดำ (Piano Black)
- เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
- เบาะนั่งแถว 2 ปรับไฟฟ้าแบบ Captain Seat และโต๊ะส่วนตัวพับได้
- เบาะนั่งผู้โดยสารแถวสาม แบบพับเรียบ 50:50
- ประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า พร้อม Kick Activated
สมรรถนะการขับขี่
- ดีขึ้น! อัตราการใช้น้ำมัน 3 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker)
- ใหม่! รองรับแก๊สโซฮอล์ E20
- ใหม่! แบตเตอรี่ไฮบริดแบบ Li-ion
- เครื่องยนต์ไฮบริด Dynamic Force 0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 201 แรงม้า (PS)
- โครงสร้าง TNGA ขับขี่นุ่มนวลและทรงตัวได้ดี
ฟังก์ชัน และระบบความปลอดภัย
- Toyota Safety Sense
- ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ พร้อมช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน และช่วยลดความเร็วอัตโนมัติขณะเข้าโค้ง (DRCC)
- ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PCS)
- ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (LDA) พร้อมหน่วงกลับอัตโนมัติ
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
- ระบบช่วยเตือนมุม อับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSM) พร้อมช่วยเตือนขณะถอยรถ (RCTA)
- กล้องมองภาพขณะถอยหลัง
- สัญญาณเตือนกะระยะ 8 ตำแหน่ง
- ถุงลมเสริมความปลอดภัย 6 ตําแหน่ง คู่หน้า, ด้านข้างคู่หน้า, ม่านด้านข้าง
รุ่น HEV PREMIUM ราคา 1,489,000 บาท*
ภายนอก
- ชุดตกแต่งด้านหน้า, ด้านข้าง, และด้านหลัง, ปลายท่อไอเสียสเตนเลส
ภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
- หลังคามูนรูฟแบบ Panoramic
- เบาะนั่งแถว 2 ปรับไฟฟ้าแบบ Captain Seat พร้อมเบาะรองน่องปรับไฟฟ้า Ottoman
และโต๊ะส่วนตัวพับได้ - ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
- กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
- กล้องวีดิโอบันทึกภาพติดรถยนต์ (DVR) ด้านหน้าและด้านหลัง
- อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
ฟังก์ชัน และระบบความปลอดภัย
- กล้องมองรอบคัน (PVM)
หมายเหตุ: *ราคาช่วงแนะนำ ตั้งแต่วันที่ 03 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 – วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2569 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
สัมผัสประสบการณ์รูปแบบใหม่ Smart ไปอีกขั้น
สั่งการง่ายได้ทุกที่ ด้วยบริการ TOYOTA REMOTE CONTROL
ในรุ่น HEV PREMIUM และ รุ่น HEV SMARTโตโยต้ายกระดับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ให้สะดวกและปลอดภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ด้วยบริการ Toyota Remote Control บริการสั่งการรถยนต์จากระยะไกลและตรวจสอบสถานะผ่านแอปพลิเคชัน Toyota Remote เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้งานรถยนต์ ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะและสั่งการรถยนต์จากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ (สำหรับรถรุ่นที่ติดตั้งอุปกรณ์ Connected Gen 3)
ใหม่! บริการ Toyota Remote Control มาพร้อมฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการขับขี่
Convenience ความสะดวก ควบคุมรถได้ง่าย 1. ควบคุมแอร์ สั่งเปิด-ปิดระบบปรับอากาศ และตั้งเวลาล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมของห้องโดยสารก่อนขึ้นรถ 2. ควบคุมรถระยะไกล ล็อก–ปลดล็อกประตู สั่งงานไฟฉุกเฉินและแตร เพิ่มความสะดวกและความอุ่นใจ 3. ตรวจสอบสถานะรถ ตรวจสอบสถานะรถ เช่น ประตู กระจก ฝากระโปรง ซันรูฟ และไฟหน้าได้จากระยะไกล เพิ่มความมั่นใจ เช็กความเรียบร้อยของรถได้ทุกที่
Safety & Security อุ่นใจ พร้อมแจ้งเตือนความผิดปกติ4. แจ้งเตือนความผิดปกติของรถ แจ้งเตือนความผิดปกติของรถ พร้อมคำแนะนำเบื้องต้น เพื่อเตรียมรับบริการได้อย่างเหมาะสม 5. แจ้งเตือนการโจรกรรม แจ้งเตือนเมื่อสัญญาณกันขโมยทำงาน เพื่อให้รับรู้เหตุผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว 6. ช่วยเหลือฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านปุ่ม SOS ภายในรถ 7. แจ้งเตือนการใช้งานรถ กำหนดเงื่อนไขและรับการแจ้งเตือนเมื่อใช้ความเร็วเกินกำหนด ออกนอกพื้นที่ หรือขับเกินระยะทางที่กำหนด เพื่อช่วยติดตามการใช้งานรถ *ฟังก์ชันการใช้งาน Toyota Remote Control อาจแตกต่างกันตามเกรดของรถยนต์ และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิ์ Smart package เพื่อใช้งานบริการ Toyota Remote Control ครบทุกฟังก์ชัน
ฟรี 2 ปี นับจากวันส่งมอบรถ (มูลค่า 3,180 บาท หรือเฉลี่ย 1,590 บาทต่อปี) ภายหลังสิ้นสุดลูกค้าสามารถสมัครแพ็กเกจเพื่อใช้งานบริการต่อเนื่อง โดยรายละเอียดแพ็กเกจและเงื่อนไขการให้บริการจะแจ้งให้ทราบต่อไป“อิน” ไปกับโปรโมชันสุดพิเศษ
- ทางเลือกที่ 1 : ดอกเบี้ยพิเศษ 59%*
- ทางเลือกที่ 2 : ประกันภัยชั้นหนึ่ง Toyota Care PHYD*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
“อิน” เพิ่มไปกับ “TOYOTA ดีลดี เวรี่กู๊ด!” รวมกว่า 470 ล้านบาท
- ดีลต่อ 1 : สแกน QR Code เลือกรับเลย บัตรกำนัลซื้อรถยนต์ส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท* หรือส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.4%*
- ดีลต่อ 2 : จองใน 7 วัน ลุ้นรับเพิ่มบัตรกำนัลซื้อรถยนต์ส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท ทุกสัปดาห์
รวมกว่า 800 รางวัล** - ดีลต่อ 3 : ออกรถลุ้นรางวัลใหญ่ iPhone DUO และรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 69 ล้านบาท***
หมายเหตุ
*สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้า
**กำหนดจับรางวัลต่อที่ 2 ทั้งหมด 8 ครั้ง แบ่งเป็นครั้งละ 100 รางวัล ทั้งหมดรวม 800 รางวัล โดยรางวัลแต่ละครั้งมาจากลูกค้าที่จองและซื้อรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น รางวัลที่ 1 บัตรกำนัลส่วนลด 100,000 บาท 1 รางวัล รางวัลที่ 2 บัตรกำนัลส่วนลด 50,000 บาท 9 รางวัล รางวัลที่ 3 บัตรกำนัลส่วนลด 20,000 บาท 90 รางวัล
***เฉพาะผู้ที่ทำการซื้อรถยนต์และรับรถภายใน 31 ม.ค. 70 ภายใต้การลงทะเบียน QR Code ในต่อที่ 1 มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลในต่อที่ 3 จำนวนรวม 88 รางวัล
ขยายระยะเวลาการคุ้มครองด้วยโปรแกรม TCFR Plus+
- ขยายระยะรับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
สำหรับ 14 ระบบมาตรฐานรถยนต์*
- ขยายระยะรับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 8 ปี หรือ 225,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
สำหรับ 4 ระบบ ประกอบด้วย เครื่องยนต์, ส่งกำลัง, ขับเคลื่อน และเครื่องปรับอากาศ*
- ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี พร้อม รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ทางเลือกการเป็นเจ้าของรูปแบบใหม่ KINTO
มีรถใช้ แบบไม่ต้องซื้อ กับบริการเช่ารถยนต์ระยะยาวจากโตโยต้า ที่ออกแบบมาเพื่อให้ชีวิตการขับขี่สะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้น
สัมผัส INNOVA ZENIX รุ่นปรับปรุง ปี 2569 ใน ราคาเริ่มต้นเพียง 25,400 บาท/เดือน จ่ายราคาเดียวเท่ากันทุกเดือน พร้อมบริการครบวงจรตลอดอายุสัญญา ทั้งประกันภัยชั้น 1 การบำรุงรักษาตามระยะ พ.ร.บ. และภาษีประจำปี ให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย ด้วย KINTO ONE
พบกับ TOYOTA INNOVA ZENNIX ใหม่ ได้ที่
งาน TOYOTA SUPER PRO โปรแรงจัดใหญ่ มั่นใจ ง่าย…ทุกดีล
- Central Udonthani วันที่ 12 -17 พฤศจิกายน 2569
- Central Festival Chiangmai วันที่ 9 – 13 ธันวาคม 2569
งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43 – The 43rd Thailand International Motor Expo 2026
- IMPACT Challenger 1-3 วันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2569
สัมผัสและจองคิวทดลองขับได้ที่…
- TOYOTA ALIVE : toyota.co.th/alive/testdrive-reservation
- โชว์รูมโตโยต้า : toyota.co.th/request_testdrive
ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.toyota.co.th/ Facebook: Toyota Motor Thailand LINE Official: @ToyotaThailand TikTok: @ToyotaMotorTH
X: @ToyotaMotorTH Instagram: @toyotamotorthailandofficial
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“อุ้ม-นพรุธพงษ์” เร่งฟอร์มพัฒนาผลงาน คว้าท็อป 9 “มะมาย-ปองคุณ” ลงเก็บประสบการณ์ ศึก อิเดมิตสึ โมโตโฟร์ เอเชีย คัพ 2026 สนาม 5 ที่เซปังฯ มาเลเซีย
นักบิดดาวรุ่งไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ควบรถ Honda NSF250R ลงแข่งขันสองคน คือ “อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ หมายเลข 20 และ “มะมาย” ปองคุณ เอี่ยมน้อย หมายเลข 25 ในการแข่งขันรายการ อิเดมิตสึ โมโตโฟร์ เอเชีย คัพ สนามที่ 5 ของฤดูกาล 2026 ณ เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2026
“อุ้ม-นพรุธพงษ์” ต้องพบกับบททดสอบสุดท้าทายจากนักบิดดาวรุ่งในทวีปเอเชียและแปซิฟิก โดยนักบิดดาวรุ่งไทยทำเวลารอบคัดเลือก 02:18.682 นาที ออกสตาร์ตจากกริดที่ 12 จากนักแข่งทั้งหมด 21 คน โดยการแข่งขันเรซแรก “อุ้ม-นพรุธพงษ์” สามารถยกระดับผลงานจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 9 เก็บคะแนนสะสมไป 7 คะแนน เรซที่ 2 นักบิดดาวรุ่งไทยยังคงรักษามาตรฐานจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 10 เก็บคะแนนสะสมเพิ่มได้อีก 6 คะแนน รวมมีคะแนนสะสมทั้งหมด 56 คะแนน อยู่อันดับที่ 13 ของเอเชีย
ด้าน “มะมาย-ปองคุณ” ลงสนามในฐานะนักแข่งไวลด์การ์ดเป็นสนามที่ 2 ของฤดูกาล ออกสตาร์ตจากกริดที่ 18 เรซแรกนักบิดไทยจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 16 จากนั้นในเรซต่อมาเจ้าตัวมุ่งมั่นพยายามแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่ก่อนจะจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 18
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า พร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #Motorsport #Moto4AsiaCup #Aum20 #MaMai25
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
GWM เตรียมเปิดตัว ORA 5 PLUS ครั้งแรกของโลก (Global Debut) ในไทย 10 พฤศจิกายนนี้
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์ด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส่ ล่าสุด GWM (Thailand) เตรียมสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถยนต์ไทยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว GWM ORA 5 PLUS อย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลก (Global Debut) ในประเทศไทย ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 นี้ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม GWM ORA ในการนำเสนอทางเลือกใหม่ที่สะท้อนทิศทางทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ GWM เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง
โดย GWM เตรียมเผยรายละเอียดและข้อมูลที่น่าสนใจของ GWM ORA 5 PLUS ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 นี้ พร้อมจัดงานภายใต้ชื่อ “ORA 5 PLUS: SPACE EXPLORE DAY” ณ Soul ทรงวาด เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนและผู้ที่สนใจได้ร่วมสัมผัสและสำรวจประสบการณ์ใหม่ของ ORA 5 PLUS อย่างใกล้ชิด ผ่านบรรยากาศและกิจกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นใหม่นี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร รายละเอียดการเปิดตัว และกิจกรรมเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทาง Official Facebook Page ของ GWM Thailand
#GWM #GWMThailand #GWMTH #ORA #ORA5PLUS
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine



































































































































