• ลูกค้าเทใจให้ MAZDA6e จนคว้ารางวัลสินค้าและบริการแห่งปี 2569

    1 Min Read

    ลูกค้าเทใจให้ MAZDA6e จนคว้ารางวัลสินค้าและบริการแห่งปี 2569

    The All-Electric Mazda6e รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดจากมาสด้าแรงต่อเนื่อง คว้ารางวัลสินค้าและบริการแห่งปี 2569 หรือ “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026” มาครองได้สำเร็จ ตอกย้ำความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว โดยมี นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ณ ห้องบอลรูม โรงแรมจูบิลี่ เพรสทีจ โฮเทล รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำ ตลอดจนผู้แทนจากผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับรางวัลเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การได้รับรางวัลครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ The All-Electric Mazda6e หลังเข้ามาเสริมทัพผลิตภัณฑ์ของมาสด้า ด้วยการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกในประเทศไทย สะท้อนแนวทางการนำเสนอรถยนต์ที่ผสานเทคโนโลยี การออกแบบ และแนวคิดด้านการขับเคลื่อนแห่งอนาคต อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า เพื่อตอบรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์และพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคยานยนต์ไฟฟ้า รางวัลในครั้งนี้ ไม่เพียงการันตีถึงความมุ่งมั่นของมาสด้าที่พัฒนาเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อแนวคิดและทิศทางของมาสด้าในการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า”

    The All-Electric Mazda6e ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ผสานความสง่างามและความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว ตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ที่เรียบง่าย แต่งดงาม โดยสร้างชื่อให้กับมาสด้าอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยการคว้ารางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลก ประจำปี 2026 มาครองเมื่อต้นปีที่ผ่านมา รถรุ่นนี้มาพร้อมห้องโดยสารที่เน้นความเรียบหรู เทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ทันสมัย สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง และระบบความปลอดภัยครบครัน ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล โดยขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 654 กม.* สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมาสด้าในการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ผสานดีไซน์อันโดดเด่น สมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ และนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางให้ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างลงตัว

    “มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและทุกคะแนนโหวตที่มอบให้กับ Mazda6e รางวัลนี้เป็นกำลังใจสำคัญและสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อผลิตภัณฑ์มาสด้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงยึดมั่นในคุณค่าหลัก “Radically Human” เพื่อมอบ “Joy of Driving” ความสุขในการขับขี่ ที่พัฒนาต่อยอดเป็น “Joy of Living” ความสุขในการใช้ชีวิต ผ่านประสบการณ์การเดินทางที่สร้างความประทับใจในชีวิตประจำวันให้กับลูกค้าตลอดไป เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์ที่เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อม ๆ กับลูกค้า และเพื่อให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการใช้ชีวิตทุกด้านให้แก่ลูกค้าทุกคนได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป” นายภพนิพิฐ กล่าวเสริม


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดพรีวิว The all-new electric GLC วางค่าตัวไม่เกิน 3.7 ล้านบาท จัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทย 24 – 27 กันยายนนี้ ที่งาน Mercedes-Benz StarFest 2026

    2 Min Read

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดพรีวิว The all-new electric GLC วางค่าตัวไม่เกิน 3.7 ล้านบาท จัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทย 24 – 27 กันยายนนี้ ที่งาน Mercedes-Benz StarFest 2026

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เผยโฉม “The all-new electric GLC” รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นภายใต้แพลตฟอร์ม MB.EA-M (Mercedes-Benz Electric Architecture for Mid-Size Vehicles) พร้อมลุยตลาดเอสยูวีขนาดกลางด้วยราคาจำหน่ายคาดการณ์ที่ต่ำกว่า 3.7 ล้านบาท เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2026 ช่วงปลายปีนี้ ชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ที่มีขนาดเพียง 85 kWh แต่สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ที่ 15-16 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร มีระยะทางการขับขี่มากกว่า 600 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP โดยนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่งาน “Mercedes-Benz StarFest 2026: Celebrating The Extraordinary” ณ ศูนย์การค้า Gaysorn Amarin ชั้น G ระหว่างวันที่ 24 – 27 กันยายน 2569

    มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ซึ่งเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ เราได้เปิดตัว The all-new electric CLA โมเดลที่เข้ามากำหนดมาตรฐานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายุคใหม่ ต่อเนื่องด้วยการประกาศรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และบริการหลังการขาย ภายใต้ FLEX Campaign กับแนวคิดที่สร้างขึ้นจากกลยุทธ์ Customer Centricity สู่การนำเสนอแพ็กเกจที่ทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีทั้งความยืดหยุ่นและประสบการณ์ที่ไร้กังวล โดยความสำเร็จของแคมเปญดังกล่าว สะท้อนผ่านตัวเลขทางการตลาดในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งแสดงถึงการเติบโตของกลุ่มลูกค้าที่แสดงความสนใจผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Leads) ด้วยตัวเลขกว่า 188% และมีการส่งต่อไปยังตัวแทนจำหน่ายฯ (Leads Assigned) ในสัดส่วน 181% เมื่อเทียบกับตัวเลขรวมในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

    โดยในวันนี้ อีกหนึ่งก้าวสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย คือการเผยโฉม The all-new electric GLC หลังการเปิดตัวแบบ World Premiere ในงาน IAA Mobility เมื่อปีที่ผ่านมา นับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึง Iconic Design ยุคใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และระบบปฏิบัติการ ที่ล้ำสมัยที่สุดอย่าง MB.OS superbrain ที่ผสานการทำงานด้วยเทคโนโลยี AI รวมถึงความโดดเด่นของแพลตฟอร์ม MB.EA-M ที่เข้ามาเสริมจุดแข็งในด้านประสิทธิภาพการจัดการพลังงานและอัตราสิ้นเปลือง ทำให้ The all-new electric GLC เป็นโมเดลสำคัญที่จะเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซกเมนต์ Mid-Size SUV ในประเทศไทย”

    ไฮไลต์สำคัญของงานพรีวิว The all-new electric GLC คือการพูดคุยในช่วง “Designer Talk Session” ร่วมกับ มร. เฮาเคอ ทุม (Hauke Thum) ดีไซเนอร์จากสตูดิโอ Mercedes-Benz Design ประเทศเยอรมนี ที่มาเผยเบื้องหลังแนวคิดและแรงบันดาลใจของการออกแบบของ The all-new electric GLC โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

    • ในทุกโมเดลของเมอร์เซเดส-เบนซ์ “กระจังหน้า” ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนที่สุด เช่นเดียวกับ The all-new electric GLC ที่มาพร้อมกระจังหน้า Iconic Grille ดีไซน์ใหม่ ซึ่งเป็นการนำมรดกดั้งเดิมและดีเอ็นเอของแบรนด์ มาตีความเข้ากับแนวคิด “Sensual Purity” และศาสตร์แห่งการลดทอน (Reduction) เกิดเป็นความเรียบง่ายที่ล้ำสมัย และสร้างการจดจำได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็น
    • The all-new electric GLC ออกแบบด้วยความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด มีการถ่ายทอดมิติทางอารมณ์และแรงดึงดูดที่ชัดเจน สะท้อนผ่านดีไซน์ด้านหน้าที่ผสาน Illuminated Elements โครงสร้างกระจังหน้าแบบ Smoked-Glass Look, Contour Lighting และ Illuminated Graphics เกิดเป็นกิมมิค Animated Welcome Presentation ผ่านองค์ประกอบของแสง ในขณะที่เส้นสายด้านข้างและดีไซน์ท้ายรถ ก็มีการใช้เทคนิค
      ของแสงและเงาช่วยขับเน้นความทรงพลังและความโดดเด่นในทุกมุมมอง
    • แนวคิดการออกแบบดังกล่าวยังถูกถ่ายทอดสู่ภายในห้องโดยสาร ด้วยการยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกทั่วไปให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ ตั้งแต่หน้าจอ MBUX Hyperscreen ยาวตลอดแนวคอนโซลแบบ Pillar-to-Pillar ช่องปรับอากาศ Galvanised Air Vents และระบบ Climate Control ไปจนถึง Ambient Styles ของรถที่สร้างบรรยากาศภายในด้วย Ambient Lighting ที่ทำงานสอดคล้องร่วมกับโหมดการใช้งานต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    นอกจากการเผยโฉม The all-new electric GLC ให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสคันจริงเป็นครั้งแรก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศข่าวสำคัญในด้านกลยุทธ์การปรับโครงสร้างราคาของรถยนต์กว่า 11 รุ่น โดยมีการปรับราคาลงสูงสุดถึง 1,030,000 บาท ตามรายละเอียดดังนี้

    • C 220 d — ราคาจำหน่าย 2,690,000 บาท ​​
      จากเดิม 2,880,000 บาท (ส่วนต่าง 190,000 บาท)
    • C 350 e plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 2,890,000 บาท​​
      จากเดิม 2,990,000 บาท (ส่วนต่าง 100,000 บาท)
    • E 220 d — ราคาจำหน่าย 3,490,000 บาท
      จากเดิม 3,930,000 บาท (ส่วนต่าง 440,000 บาท)
    • E 350 e plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 3,690,000 บาท
      จากเดิม 4,080,000 บาท (ส่วนต่าง 390,000 บาท)
    • GLC 220 d 4MATIC — ราคาจำหน่าย 3,490,000 บาท
      จากเดิม 3,720,000 บาท (ส่วนต่าง 230,000 บาท)
    • GLC 350 e 4MATIC plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 3,690,000 บาท
      จากเดิม 4,180,000 บาท (ส่วนต่าง 490,000 บาท)
    • GLC 350 e 4MATIC Coupe plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 3,990,000 บาท
      จากเดิม 4,340,000 บาท (ส่วนต่าง 350,000 บาท)
    • GLE 300 d 4MATIC — ราคาจำหน่าย 4,950,000 บาท
      จากเดิม 5,590,000 บาท (ส่วนต่าง 640,000 บาท)
    • GLS 450 d 4MATIC — ราคาจำหน่าย 5,950,000 บาท
      จากเดิม 6,980,000 บาท (ส่วนต่าง 1,030,000 บาท)
    • Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupe — ราคาจำหน่าย 4,950,000 บาท
      จากเดิม 5,250,000 บาท (ส่วนต่าง 300,000 บาท)
    • Mercedes-AMG GLE 53 Hybrid 4MATIC+ — ราคาจำหน่าย 5,590,000 บาท
      จากเดิม 5,850,000 บาท (ส่วนต่าง 260,000 บาท)

    พบกับ The all-new electric GLC และรถยนต์อีกหลากหลายรุ่นในงาน “Mercedes-Benz StarFest 2026: Celebrating The Extraordinary” ณ ศูนย์การค้า Gaysorn Amarin ชั้น G ระหว่างวันที่ 24 – 27 กันยายน 2569 โดยมีไฮไลต์อย่าง E 350 e Exclusive กับราคาเริ่มต้น 3.14 ล้านบาท* พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 1,490,000 บาท* ประกันภัยชั้นหนึ่ง StarProtection สำหรับรุ่นรถที่ร่วมรายการ* และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท* [รายละเอียดแคมเปญ: คลิก]

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

    สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดแคมเปญผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • แรงจนฉุดไม่อยู่! ไทยฮอนด้า ส่ง “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ลุยศึก Moto3 ทั้งปลายฤดูกาล เริ่มที่ญี่ปุ่น

    1 Min Read

    แรงจนฉุดไม่อยู่! ไทยฮอนด้า ส่ง “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ลุยศึก Moto3 ทั้งปลายฤดูกาล เริ่มที่ญี่ปุ่น

    บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ประกาศส่ง “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ดาวรุ่งโครงการฮอนด้า เรซทู เดอะดรีม ร่วมทีมแข่งระดับโลก “SNIPERS Team” สู้ศึก Moto3 World Championship ใน 7 สนามสุดท้ายของปีนี้ หลังโชว์ผลงานร้อนแรงด้วยการคว้าแต้มใน British Grand Prix รวมถึงการคว้าอีก 2 โพเดียมจาก Red Bull MotoGP Rookies Cup

    ดีลร่วมทีมระดับโลกอย่าง SNIPERS ครั้งนี้ เกิดจากการร่วมมือของไทยฮอนด้า เอซอาร์ซี และโมโตจีพีสปอร์ต (ดอร์น่า) ที่เห็นแววความสามารถของ “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” โดยจะร่วมทีมในฐานะนักแข่งตัวจริงของทีม (Replacement rider) แทน “นิโคลา คาร์ราโร” ประเดิมแข่งขันตั้งแต่สนาม Japanese Grand Prix ที่ประเทศญี่ปุ่น ไปจนจบฤดูกาลที่สนาม Valencia ประเทศสเปน โดยใช้รถหมายเลข 85

    “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ เป็นอีกหนึ่งนักแข่งที่เติบโตจากระบบอะคาเดมี่ของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” โดยเข้าร่วมโครงการ Honda Academy ตั้งแต่อายุ 13 ปี และพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ล่าสุด “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ยังสามารถคว้าอันดับที่ 8 ในตารางคะแนนรวมของ Red Bull MotoGP Rookies Cup 2026 ได้อีกด้วย

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์ “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” พร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #DareToDreams #SnipersTeam #HRC #Maikiw85 #Moto3 #TheNextSuccessor


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ฮอนด้า เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบริการ ผ่านเวทีแข่งขันทักษะ Honda Skill Contest 2026 สร้างคนเก่ง สร้างแบรนด์แกร่ง สร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

    1 Min Read

    ฮอนด้า เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบริการ ผ่านเวทีแข่งขันทักษะ Honda Skill Contest 2026 สร้างคนเก่ง สร้างแบรนด์แกร่ง สร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบริการและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์สู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้า สะท้อนผ่านการแข่งขันทักษะพนักงาน Honda Skill Contest 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 36 ภายใต้แนวคิด “Excellence in Motion ก้าวข้ามขีดจำกัด มุ่งสู่ความเป็นเลิศ” เวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเครือข่ายผู้จำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะการให้บริการให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และเทคโนโลยียานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง มุ่งสู่ความเป็นเลิศในทุกมิติของการดูแลลูกค้า พร้อมส่งมอบประสบการณ์การบริการที่สร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในทุกทัชพอยต์ตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า อันเป็นรากฐานสำคัญของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง อีกทั้งเป็นพลังที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

    สำหรับการแข่งขัน Honda Skill Contest 2026 ครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 2,219 คน จากผู้จำหน่ายฮอนด้ากว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น จนเหลือผู้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 120 คน เพื่อประชันความรู้ ความสามารถ และทักษะการปฏิบัติงานจริงใน 10 ประเภท ตั้งแต่การขาย งานบริการ งานซ่อมบำรุง งานซ่อมตัวถังและสี การดูแลลูกค้าสัมพันธ์ การบริหารอะไหล่ การตรวจสอบคุณภาพรถใหม่ ตลอดจนการส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย สะท้อนความพร้อมของบุคลากรฮอนด้าในการส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างความเชื่อมั่นในทุกบทบาทงานบริการ ที่ครอบคลุมทุกประสบการณ์ลูกค้า

    รายชื่อผู้ชนะเลิศ การแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้า Honda Skill Contest 2026 ทั้ง 10 ประเภท ได้แก่

    1. พนักงานช่างซ่อมทั่วไป

    สามารถ หมัดกอเซ็ม       บริษัท บางปู ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด

    1. พนักงานช่างซ่อมตัวถังและสี

    พลเทพ ดาราตะคุ และ ดิเรก ชาสูงเนิน      บริษัท นครราชสีมา ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด

    1. ที่ปรึกษาการบริการ

    วัชรินทร์ เหรียญทอง        บริษัท ปราจีนบุรี ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด

    1. พนักงานอะไหล่

    วณิภา ศรีวิจิตร               บริษัท สระบุรีฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด

    1. ที่ปรึกษาการขาย

    รพีพร ฉิมแพ                  บริษัท เอชซีเอ็น ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด

    1. พนักงานลูกค้าสัมพันธ์

    สิริรักษ์ ปิยะเวช              บริษัท นนทบุรีฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด

    1. พนักงานช่างบริการตามระยะแบบคู่

    เจษฎาภรณ์ เลาะหมัด และ นัฐพงษ์ พิชัยศักดิ์       บริษัท ฉะเชิงเทรา ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด

    1. ที่ปรึกษาการบริการซ่อมตัวถังและสี

    ธวัชชัย มากทรัพย์          บริษัท ฮอนด้าคาร์ส นครสวรรค์ จำกัด สาขาเขาเขียว

    1. พนักงานตรวจสอบคุณภาพรถใหม่

    นรินทร์ ทองสง่า             บริษัท วี. กรุ๊ป ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด สาขาแจ้งวัฒนะ

    1. ครูฝึกขับขี่ปลอดภัย

    สิทธิชัย พิมล  บริษัท วี. กรุ๊ป ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด สาขาหนองแขม

    การแข่งขันครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความแข็งแกร่งของแบรนด์ ในการส่งมอบประสบการณ์การบริการที่เชื่อมั่นและไว้วางใจได้ตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของรถยนต์ ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับมาตรฐานของเครือข่ายผู้จำหน่ายและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยโดยรวม “สร้างคนเก่ง สร้างแบรนด์แกร่ง สร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน” เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของทั้งองค์กร ลูกค้า และสังคมไปพร้อมกันอย่างแท้จริง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • คนคอน พร้อมหม้าย! รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ยก “A.T. ติดมันส์เฟส Season 2” บุกนครศรีฯ จัดเต็มความหรอยกับวง L.กฮ. พร้อมประชันรถแต่งชิงกว่า 38,000 บาท 26 ก.ย. นี้

    1 Min Read

    คนคอน พร้อมหม้าย! รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ยก “A.T. ติดมันส์เฟส Season 2” บุกนครศรีฯ จัดเต็มความหรอยกับวง L.กฮ. พร้อมประชันรถแต่งชิงกว่า 38,000 บาท 26 ก.ย. นี้

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เตรียมยกความมันส์ลงใต้ ชวนชาวนครศรีธรรมราชและสายสองล้อทุกค่ายมารวมพลกันให้หรอยแรง! ในงานมีตติ้งใหญ่ “A.T. ติดมันส์เฟส รวมพลคนพันธุ์ เอ.ที. Season 2” ที่ครั้งนี้ปักหมุดความสนุกกันถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ณ ลานหน้าห้างโรบินสันโอเชี่ยน (เก่า) พร้อมจัดเต็มทั้งคอนเสิร์ตจากวง L.กฮ. การประกวดรถแต่ง A.T. Series ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 38,000 บาท และกิจกรรมเอาใจคนรักรถอีกมากมาย เปิดพื้นที่ให้ชาว A.T. และสายสองล้อทุกค่ายมาร่วมสนุก แชร์สไตล์ และสัมผัสความมันส์ไปด้วยกันแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

     

    ไฮไลต์ความสนุกครั้งนี้ เตรียมพบกับมินิคอนเสิร์ตจากวง L.กฮ. ที่จะมาระเบิดความมันส์ให้สนุกกันแบบใกล้ชิดติดขอบเวที พร้อมเปิดพื้นที่ให้สายแต่งรถได้โชว์ไอเดียและสไตล์ที่เป็นตัวเองผ่าน การประกวดรถแต่ง A.T. Series ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 38,000 บาท รวมถึงยกทัพสำนักแต่งชั้นนำกว่า 15 ร้าน มาให้เลือกช้อปอุปกรณ์และของแต่งรถกันแบบจุใจ เอาใจคนรักการคัสตอมที่อยากเติมความเท่ให้รถคู่ใจ

     

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม UC3 Fun Riding เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่และทดสอบสมรรถนะของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda UC3 พร้อมรับของที่ระลึกจากกิจกรรม เติมความสนุกให้กับงานมีตติ้งครั้งใหญ่ที่รวบรวมทั้งเสียงเพลง รถแต่ง และไลฟ์สไตล์ของคนรักสองล้อไว้ในงานเดียว

     

    ชาวนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง เตรียมชวนเพื่อน ชวนแก๊ง มามันส์กันให้หรอยแรง! ในงาน “A.T. ติดมันส์เฟส รวมพลคนพันธุ์ เอ.ที. Season 2” วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ณ ลานหน้าห้างโรบินสันโอเชี่ยน (เก่า) จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมงานฟรี ไม่จำกัดค่ายรถ โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My Honda Moto เพื่อติดตามข่าวสารและรายละเอียดการลงทะเบียน หรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่านร้านผู้จำหน่าย Honda Wing Center ทุกสาขาในโซนนครศรีธรรมราช พร้อมรับสิทธิ์ลุ้นของที่ระลึกสุดพิเศษจากฮอนด้า ได้แก่ เก้าอี้พับแบบพกพาลายพิเศษ จำนวนจำกัด* สำหรับผู้ที่สมัครผ่านร้านผู้จำหน่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด

     

    ติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวของกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand)

     

    หมายเหตุ: ของที่ระลึกเก้าอี้พับแบบพกพาลายพิเศษมีจำนวนจำกัด เฉพาะผู้ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่านร้านผู้จำหน่าย Honda Wing Center ในโซนนครศรีธรรมราช และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

     

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th

    เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

     

    #รวมพลคนพันธุ์เอที #Meetingใหญ่ฮอนด้า #เอทีติดมันส์เฟสซีซั่น2 #ATติดมันส์เฟสSeason2

    #นครศรีธรรมราช #โรบินสันโอเชี่ยนเก่า #TheOneSixtiERตัวจริง160 #NewClick160 #NewPCX160 #NewADV160 #Forza350 #ADV350 #LEAD125 #Giorno+ #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เตรียมระเบิดความมันส์ ! พร้อมเสริฟแฟนมอเตอร์สปอร์ต Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 สนามที่ 3 และ 4 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ 26-27 กันยายนนี้

    1 Min Read

    เตรียมระเบิดความมันส์ ! พร้อมเสริฟแฟนมอเตอร์สปอร์ต Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 สนามที่ 3 และ 4 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ 26-27 กันยายนนี้

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอเชิญแฟนมอเตอร์สปอร์ตร่วมสัมผัสความเร้าใจของการแข่งขัน Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 สนามที่ 3 และ 4 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2569 พบกับสุดยอดกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตที่รวมการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับมืออาชีพ พบปะนักแข่ง ดารา KOL ชื่อดังอย่างใกล้ชิด การแสดงสมรรถนะรถยนต์โตโยต้า และร่วมมันส์ไปกับกิจกรรมการแข่งขัน Racing Mania การประชันความเร็วทางตรง หรือ Drag Racing  ความบันเทิงแบบจัดเต็มไว้ในงานเดียว

    TOYOTA GAZOO RACING THAILAND 2026

    สนามที่ 3 และ 4 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    แฟนความเร็วจะได้ร่วมเชียร์การแข่งขัน Toyota One Make Race ทั้ง 4 รุ่น ได้แก่

    • Yaris ATIV Lady One Make Race เครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i กับรถซีดานยอดนิยม
    • Yaris One Make Race , Hatchback สุดฮ๊อต เครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i
    • Hilux REVO One Make Race เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล GD Super Power 2,400 ซีซี
    • Corolla ALTIS GR Sport One Make Race เครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i 1,800 ซีซี และโครงสร้าง TNGA

     

    ไฮไลท์กิจกรรมในสนามบุรีรัมย์

    • ร่วมเชียร์ !! เหล่านักแข่งชื่อดัง Toyota Racing Star team มิย่า, ปังปอนด์, ป๊ายปาย, และนักแข่งชื่อดัง อาทิ รถถัง, แตงโม-ปุณณดา, ชาช่า รามณรงค์ มาร่วมสร้างสีสัน มันส์จัดเต็ม  ตามรายการแข่งขันดังนี้
    วัน-เวลา   รายการการแข่งขัน นักแข่ง
    26 ก.ย.

    27 ก.ย.

    11:55 – 12:25

    12:15 – 12:45

     

    YARIS One Make Race (Division 1 & 2) ป๊ายปาย โอริโอ้
    26 ก.ย.

    27 ก.ย.

    13:25 – 13:55

    13:15 – 13:45

    YARIS ATIV Lady One Make Race มิย่า ทองเจือ, ชาช่า รามณรงค์แตงโม-ปุณณดา
    26 ก.ย.

    27 ก.ย.

    14:25 – 14:55

    14:15 – 14:45

    HILUX REVO One Make Race รถถัง จิตรเมืองนนท์
    26 ก.ย.

    27 ก.ย.

    15:25 – 15:55

    15:15 – 15:45

    COROLLA ALTIS GR SPORT OMR ปังปอนด์ อัครวุฒิ
    • ร่วมชมการแข่งขัน Racing Mania การแข่งขันประชันความเร็วทางตรง หรือ Drag Racing ซึ่งนำรถยนต์ “ไฮลักซ์ รีโว่” จากอู่ชื่อดังทั่วประเทศมาร่วมประชันความเร็ว  เพื่อสร้างสถิติใหม่ ณ สนาม Buriram United Dragster Track ในวันที่ 26-27 สิงหาคม  ร่วมเชียร์และสัมผัสบรรยากาศการแข่งขัน Drag Racing แบบจัดเต็มตลอดทั้ง 2 วัน

    ฝากแฟนๆมอเตอร์สปอร์ต ติดตามชมและเชียร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมนักแข่งทุกคน
    พบกันที่สนามที่ 2 ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต 29-30 สิงหาคมนี้

    ติดตามข้อมูลข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook / Youtube: Toyota Gazoo Racing Thailand
    Instagram: tgrthailand /  TikTok: tgr.Thailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ZEEKR Thailand ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการพัฒนา ประกาศแต่งตั้ง “มร. เออร์วิน เย่” ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ

    1 Min Read

    ZEEKR Thailand ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการพัฒนา ประกาศแต่งตั้ง “มร. เออร์วิน เย่” ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ

    Geely Auto Group ประกาศแต่งตั้ง มร. เออร์วิน เย่ (Mr. Evin Ye) รองประธาน บริษัท Geely Auto International Corporation (GAIC) ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ (Managing Director) ของ ZEEKR Thailand โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 เป็นต้นไป การแต่งตั้งในครั้งนี้นับเป็นการก้าวเข้าสู่บทใหม่แห่งการพัฒนาของ ZEEKR ในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการยกระดับรากฐานทางธุรกิจให้แข็งแกร่ง และเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดไทย

    ด้วยประสบการณ์อันยาวนานในอุตสาหกรรมยานยนต์ มร. เออร์วิน เย่ ได้สร้างผลงานและสั่งสมความเชี่ยวชาญอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านการขาย การตลาด การบริหารจัดการแบรนด์ และการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ โดยในปี 2564 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป (General Manager) ของ Geometry ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า 100% ยุคแรกเริ่มของ Geely และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายขาย (Vice President of Sales) ของ Lotus China โดยรับผิดชอบดูแลด้านการขายและการพัฒนาตลาดให้กับแบรนด์รถยนต์พรีเมียมระดับโลก

    มร. เออร์วิน เย่ ได้เข้าร่วมงานกับ GAIC ในตำแหน่งรองประธาน เมื่อปี 2567 รับผิดชอบภารกิจสำคัญในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ การกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ และการพัฒนาองค์กร ปัจจุบันรับหน้าที่ดูแลกลุ่มตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาของ GAIC ทั่วภูมิภาคอาเซียน ซึ่งถือเป็นการนำเอาประสบการณ์อันกว้างขวางในระดับภูมิภาค พร้อมด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดหลากหลายประเทศ มาช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

    ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ ZEEKR มาโดยตลอด นับตั้งแต่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศเมื่อปี 2567 ZEEKR ได้ขยายรากฐานความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จนได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนด้วยดีจากลูกค้าทั่วประเทศ สำหรับก้าวต่อไป Geely Auto Group (Thailand) จะยังคงเดินหน้าพัฒนาภายใต้กลยุทธ์ “One Geely” ควบคู่ไปกับการรักษาโมเดลการดำเนินงานแบบสองรูปแบบ (Dual Operating Model) ที่มีอยู่เดิม โดยทั้งบริษัทลูก (Subsidiary) และผู้แทนจำหน่าย (Distributor) จะร่วมกันทำหน้าที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันในตลาดประเทศไทย ทั้งนี้ ZEEKR Thailand ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและมอบประสบการณ์การเดินทางอันเหนือระดับให้แก่ผู้บริโภค พร้อมทั้งทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับพันธมิตร เพื่อร่วมกันเปิดบทบาทใหม่แห่งการขับเคลื่อนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • SKILL DRIVING EXPERIENCE สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วังทองหลาง

    1 Min Read

    SKILL DRIVING EXPERIENCE สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วังทองหลาง

    Skill Driving Experience เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วังทองหลาง เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการกับ โครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” เพื่อเพิ่มทักษะเกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในสถานการณ์ฉุกเฉินบนถนน โดยเล็งเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการอบรมจะนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพ

    โครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” จัดขึ้นครั้งล่าสุด ณ สนามปทุมธานีสปีดเวย์ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดที่ facebook.com/SkillDriving และ skilldriving.imc.co.th


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM เชื่อมั่นศักยภาพไทย ลุยยกระดับฐานการผลิตและสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ ครอบคลุมทุกระบบขับเคลื่อน สานต่อความยั่งยืนของฐานการผลิตรถยนต์ในทุกขุมพลัง

    1 Min Read

    GWM เชื่อมั่นศักยภาพไทย ลุยยกระดับฐานการผลิตและสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ ครอบคลุมทุกระบบขับเคลื่อน สานต่อความยั่งยืนของฐานการผลิตรถยนต์ในทุกขุมพลัง

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุดและอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย เดินหน้ายกระดับฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้แนวคิด “Built For Thai, Built On Trust” โดยให้ความสำคัญกับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศครอบคลุมทุกระบบขับเคลื่อน และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้ามามีบทบาทในระบบการผลิตของ GWM ในทุกขุมพลังมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต และร่วมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยั่งยืน

    ยกระดับฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในประเทศ ภายใต้แนวคิด “Built For Thai, Built On Trust”  

    GWM ในฐานะบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ตระหนักดีว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค และมีความพร้อมสูงในการรองรับการผลิตยานยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อน (Multi-Powertrain) ด้วยระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่ง นโยบายการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนศักยภาพของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ยาวนาน

    จากการเล็งเห็นถึงศักยภาพดังกล่าว GWM ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 ด้วยเม็ดเงินลงทุนสะสมกว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะและยกระดับศักยภาพของบุคลากรเพื่อวางรากฐานระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืน ตลอดจนการแนะนำนวัตกรรมยานยนต์ที่ทันสมัย ครอบคลุมทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ไฮบริด (HEV) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รวมถึงเครื่องยนต์ดีเซล โดยมี GWM Smart Factory จังหวัดระยอง เป็นฐานการผลิตแบบครบวงจร รองรับการผลิตรถยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อนในสายการผลิตเดียวกันและเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาในภูมิภาคอาเซียนของ GWM ที่ผสานศักยภาพการผลิตระดับสากลเข้ากับความเข้าใจในตลาดไทย เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค สร้างความเชื่อมั่นและเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิด “Built For Thai, Built On Trust”

    เชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย ยกระดับมาตรฐานการผลิต รองรับเทคโนโลยียานยนต์อนาคต

    ปัจจุบันโรงงาน GWM Smart Factory มีกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี และดำเนินงานโดยบุคลากรและพนักงานชาวไทยกว่า 1,100 คน โดยหนึ่งในแนวทางหลักของโรงงาน GWM ในประเทศไทย คือการให้ความสำคัญและสนับสนุนการใช้ชิ้นส่วนและทรัพยากรภายในประเทศไทย หรือ Local Content ที่มีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนและทรัพยากรในประเทศ เพื่อสนับสนุนการผลิตรถยนต์ในทุกขุมพลังมากกว่า 45-52% แล้วแต่รุ่นที่ผลิต โดยที่ผ่านมา GWM ได้ร่วมสร้างการเติบโตและยกระดับให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้ผลิตชิ้นส่วนชั้นนำในประเทศไทยและระดับสากลมากกว่า 60 ราย พร้อมกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคและคุณภาพ ผ่านการว่าจ้างผลิตรวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี และสนับสนุนการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้ผลิตชิ้นส่วนระดับสากลอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัว เติบโต และก้าวทันเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ได้อย่างยั่งยืน

    ร่วมมือ BOI ประกาศจัดงาน GWM Sourcing Day เพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในไทย

    ทั้งนี้เพื่อร่วมสนับสนุนและสานต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในฐานะฐานการผลิตรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกขุมพลัง พร้อมสอดรับกับแนวทางการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ GWM ภายใต้กลยุทธ์ Multi-Powertrain บริษัทฯ จึงพร้อมเดินหน้าสำรวจโอกาสในการขยายการจัดซื้อชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในประเทศมากยิ่งขึ้น  ยิ่งไปกว่านั้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ GWM ที่ก้าวสู่การใช้ Global Platform มากขึ้น ยังเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยที่สามารถตอบโจทย์มาตรฐานของ GWM สามารถต่อยอดจากการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ สู่การเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานในตลาดโลก และขยายศักยภาพทางธุรกิจในระดับที่กว้างขึ้น โดยความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการจัดงาน “GWM Sourcing Day 2026” ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมอมารี บางแสน ชลบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง GWM กับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทยครอบคลุมทุกระบบขับเคลื่อน เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสำรวจความเป็นไปได้ด้านการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของซัพพลายเออร์และการเพิ่มการจัดหาชิ้นส่วนภายในประเทศในอนาคต โดยชิ้นส่วนหลักที่ GWM มุ่งเน้นจัดหาและร่วมพัฒนากับผู้ผลิตในประเทศ ครอบคลุม 10 กลุ่มชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่

    • ชิ้นส่วนตัวถังและงานเคลือบ (Body & Coating)
    • แชสซี (Chassis)
    • ระบบไฟฟ้า (Electricals)
    • ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV Components)
    • ชิ้นส่วนภายนอก (Exterior)
    • ชิ้นส่วนภายในและระบบ NVH (Interior & NVH)
    • แบตเตอรี่กำลังสูง (Power Battery)
    • ระบบส่งกำลัง (Powertrain)
    • ระบบจัดการความร้อนและระบบปรับอากาศ (Thermal & HVAC)
    • เครื่องมือและบริการที่เกี่ยวข้อง (Tooling & Services)

    เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ GWM ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เรามองประเทศไทยเป็นมากกว่าตลาดที่มีศักยภาพ แต่เป็นฐานการผลิตที่มีความสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาวของ GWM ด้วยความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ทั้งระบบนิเวศการผลิต บุคลากรที่มีทักษะ และผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ GWM จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับศักยภาพการผลิตในประเทศ การสร้างโอกาสให้บุคลากรไทย และการใช้ชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการไทยในสายการผลิต รวมทั้งขอขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ที่ให้การสนับสนุนการลงทุนและการดำเนินธุรกิจของ GWM ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือเพื่อให้ GWM และห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทยเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”

    GWM ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจและเติบโตเคียงข้างประเทศไทยในระยะยาว พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมศักยภาพของพันธมิตรในประเทศให้เติบโตและก้าวทันเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ และสร้างคุณค่าร่วมกันให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทย

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #BOIThailand

    #BOIxGWM_SupplierSourcingDay2026 #SupplierSourcingDay2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • โตโยต้าสานต่อ “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST SEASON 2 สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดียปี 2 ชิงทุนการศึกษาและเงินรางวัลรวม 650,000 บาท

    1 Min Read

    โตโยต้าสานต่อ “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST SEASON 2 สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดียปี 2 ชิงทุนการศึกษาและเงินรางวัลรวม 650,000 บาท

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เดินหน้าสานต่อโครงการ “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST (YECC) SEASON 2 สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย ปี 2” เปิดพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาจาก 11 มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ได้นำความรู้ด้านวิศวกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และ Passion ด้านยานยนต์ มาต่อยอดสู่การออกแบบชุดแต่งรถยนต์ พร้อมมอบโอกาสสุดพิเศษให้ผู้เข้าแข่งขันได้สัมผัสประสบการณ์ Track Experience กับ YARIS ATIV HEV CHALLENGE CUP อย่างใกล้ชิด เพื่อเรียนรู้สมรรถนะและสัมผัสบรรยากาศ Motorsport จากสนามจริง อีกทั้งยังมีกิจกรรม Workshop เรียนรู้เทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญ นักแข่ง และ KOL ณ สนาม BIRA Circuit จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569

    ในปี 2569 มีมหาวิทยาลัยชั้นนำเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 11 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยสยาม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยมี 4 สถาบันที่เข้าร่วมโครงการเป็นครั้งแรก ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

    โครงการ YECC จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2568 โดยมีเป้าหมายในการเป็นเวทีที่ช่วยปลุกพลังและแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมเปิดโอกาสให้นำองค์ความรู้จากห้องเรียนมาต่อยอดกับโจทย์จริงในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะความรู้ด้าน Aerodynamics (อากาศพลศาสตร์) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบและพัฒนารถยนต์สมัยใหม่

    สำหรับ Season 2 โตโยต้าต้องการยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าแข่งขันให้ก้าวออกจากห้องเรียนและได้สัมผัสโลกของยานยนต์และ Motorsport จริง ผ่านกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคนิคและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญ นักแข่ง และ KOL เพื่อนำความรู้และแรงบันดาลใจมาต่อยอดการพัฒนาผลงานของตนเอง

    สำหรับโจทย์การแข่งขันในปีนี้ นักศึกษาจะได้ออกแบบชุดแต่งสำหรับ Toyota Yaris ATIV HEV PREMIUM โดยพัฒนาผลงานตั้งแต่ 2D Design สู่ 3D CAD File หรือไฟล์ดิจิทัลที่จัดเก็บข้อมูลแบบจำลองสามมิติ พร้อมคำนวณค่าด้าน Aerodynamic (อากาศพลศาสตร์) ผ่านโปรแกรม ANSYS ซึ่งเป็นโปรแกรมวิเคราะห์ทางวิศวกรรมขั้นสูงที่ช่วยในการทดสอบชิ้นงาน  เพื่อสร้างสรรค์ชุดแต่งที่ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ อากาศพลศาสตร์ และสมรรถนะของรถ ขณะเดียวกันยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นไปได้ในการนำไปพัฒนาสู่การผลิตจริง

    ไฮไลต์สำคัญของ YECC Season 2 คือ แนวคิด “CONTEST TO CIRCUIT” ที่ต้องการพาผลงานของนักศึกษาไปไกลกว่าการนำเสนอในรอบตัดสิน โดยผลงานของทีมที่ชนะเลิศจะมีโอกาสได้รับการพัฒนาและผลิตเป็นชิ้นงานจริง เพื่อนำไปทดลองกับ Yaris ATIV One Make Race ในกิจกรรม Toyota Gazoo Racing Thailand สะท้อนแนวคิดของโตโยต้าที่ต้องการให้ความคิดสร้างสรรค์และองค์ความรู้จากห้องเรียนสามารถต่อยอดสู่ประสบการณ์จริงบนสนามแข่งได้

    นอกจากประสบการณ์ด้านวิศวกรรมและ Motorsport แล้ว โครงการยังเติมเต็มสีสันและแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ผ่านการเข้าร่วมของ แอลลี่ อชิรญา, นิกกี้ ณฉัตร และอุล ภาคภูมิ ในฐานะ Special Guest พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 650,000 บาท เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้พัฒนาศักยภาพและสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่

    นายสมุทร ตังคชวนะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถยนต์นั่ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โตโยต้ามีความตั้งใจที่จะสานต่อ YECC ให้เป็นมากกว่าเวทีประกวดออกแบบ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้นำความรู้และ Passion ด้านยานยนต์มาทดลองกับโจทย์จริง พร้อมเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรม”

    “ใน Season 2 เราอยากพาน้องๆ ทั้ง 11 มหาวิทยาลัยออกจากห้องเรียน มาเห็นและสัมผัสโลกของยานยนต์และ Motorsport จริงๆ เพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่เรียน ทั้งด้าน Engineering, Design และ Aerodynamics สามารถนำมาต่อยอดกับรถจริงได้อย่างไร เราหวังว่า YECC จะเป็นพื้นที่ให้น้องๆ ได้กล้าคิด กล้าลอง และเปลี่ยนไอเดียของตัวเองให้มีโอกาสเกิดขึ้นจริง”

    TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST – SEASON 2 จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแข่งขันเพื่อค้นหาผลงานที่โดดเด่นที่สุด แต่ยังมุ่งสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนเข้ากับโลกยานยนต์จริง เปิดโอกาสให้นักศึกษากล้าคิด กล้าทดลอง และนำ Passion มาพัฒนาเป็นผลงานที่มีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงาม และสมรรถนะ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต

    ร่วมติดตามเส้นทางของเหล่านักออกแบบและวิศวกรรุ่นใหม่ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน – 20 ธันวาคม 2569 ผ่านทาง Facebook Fanpage และ Instagram: Toyota Motor Thailand และ Workpoint Entertainment


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment