-
News / News Motocycle2 Min Read
ครั้งแรกในไทย! New Honda CB1000GT สปอร์ตทัวร์ริ่ง 4 สูบ ถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก CBR Fireblade พร้อม New Honda Monkey EX Custom Edition เติมความซนสไตล์ Enduro จากรถจักรยานยนต์ฮอนด้าใน BIG MOTOR SALE 2026
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ยกทัพรถจักรยานยนต์หลากหลายไลน์อัปร่วมจัดแสดงในงาน ‘BIG MOTOR SALE 2026’ พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ 2 รุ่น นำโดย ‘New Honda CB1000GT’ สปอร์ตทัวร์ริ่ง 4 สูบโมเดลใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์“TOURING AWAKENED” ที่พร้อมให้แฟนบิ๊กไบค์ชาวไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก กับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย หลอมรวม DNA ความแรงจากสนามแข่งเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการทัวร์ริ่ง ด้วยขุมพลัง 1,000 ซีซี และเทคโนโลยีการขับขี่ครบครัน มาพร้อมกับชุดแต่งพิเศษในรุ่น ‘New Honda CB1000GT Sport Touring Edition’ เอาใจสายทัวร์ริ่งโดยเฉพาะ และ ‘New Honda Monkey EX Custom Edition’ กับคอนเซ็ปต์ “Awaken your Enduro” เจ้าลิงสุดแสบจาก CUB House ที่นำแรงบันดาลใจจากเรื่องราวระดับตำนานการแข่งขันรถออฟโรดข้ามทะเลทรายที่โหดที่สุดในโลกอย่าง BAJA (บาฮา) มาปะทะกับ DNA ความซนแสบขั้นสุด ถ่ายทอดสู่ความเป็น Enduro สไตล์ American Western มาให้ได้เป็นเจ้าของพร้อมข้อเสนอพิเศษภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 21–30 สิงหาคม 2569 ณ บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า (A21) Hall EH 101–104 ไบเทค บางนา
สำหรับไฮไลต์การเปิดตัวครั้งนี้ เริ่มต้นที่ New Honda CB1000GT ภายใต้คอนเซปต์ “TOURING AWAKENED” สปอร์ตทัวร์ริ่ง 4 สูบที่ผสาน DNA ความสปอร์ตจาก CBR Fireblade เข้ากับจิตวิญญาณของสายทัวร์ริ่งถ่ายทอดสมรรถนะเร้าใจแบบรถสปอร์ตสู่การขับขี่บนท้องถนน พร้อมเติมเต็มทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีเพื่อการเดินทางที่ครบครัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ DOHC ขนาด 1,000 ซีซี ให้พละกำลังและอัตราเร่งที่สนุกเร้าใจ พร้อมระบบคันเร่งอัตโนมัติ (Throttle By Wire) และโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ได้แก่ Standard, Sport, Rain และ Tour ให้เลือกปรับตามสไตล์และสภาพการขับขี่ เสริมความสนุกด้วย Quick Shifter ทำงานร่วมกับ Assist & Slipper Clutch ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วและนุ่มนวล ขณะที่ Cruise Control ช่วยเพิ่มความสบายเมื่อต้องเดินทางไกล เสริมความมั่นใจด้วยเทคโนโลยี 6-Axis IMU ช่วยตรวจจับความเคลื่อนไหวของรถให้การควบคุมที่แม่นยำยิ่งขึ้น ทำงานร่วมกับ Cornering ABS เบรกมั่นใจเมื่อเข้าโค้ง และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) เพื่อช่วยควบคุมรถได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น พร้อม Auto-Cancelling Winker ระบบปิดไฟเลี้ยวอัตโนมัติ และ Emergency Stop Signal (ESS) ที่ส่งสัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน เสริมความสบายตลอดการเดินทางด้วย ระบบกันสะเทือนไฟฟ้าด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเพิ่มความมั่นคงและความนุ่มนวลในการขับขี่ พร้อม หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับ Honda RoadSync เชื่อมต่อฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ได้สะดวก รวมถึง Honda SMART KEY และช่องชาร์จ USB ครบทั้งความแรง ความสนุก และความสบายในสไตล์สปอร์ตทัวร์ริ่ง
New Honda CB1000GT มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Grand Prix Red, Pearl Deep Mud Gray และ Graphite Black วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 514,000 บาท นอกจากนี้ ยังมี New Honda CB1000GT Sport Touring Edition อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสายทัวร์ริ่ง มาพร้อม Accessories Box ชุดแต่งพิเศษ ที่เพิ่มทั้งฟังก์ชันการใช้งานและความโดดเด่น ให้พร้อมออกเดินทางได้อย่างเต็มสไตล์ วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 559,000 บาท
ต่อด้วยอีกหนึ่งไฮไลต์กับ New Honda Monkey EX Custom Edition มาในคอนเซปต์ “Awaken your Enduro” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันออฟโรดข้ามทะเลทรายที่โหดที่สุดในโลกอย่าง BAJA (บาฮา) มาปะทะกับ DNA ความซนแซบขั้นสุดของ Monkey ปลุกจิตวิญญาณแห่งสายลุยในแบบ Enduro ผสานกลิ่นอายสไตล์ American Western เติมความโดดเด่นด้วยดีไซน์สีสันโทนแสบ แดง-ส้ม-เหลือง พร้อม Monkey Soft-Emblem, เบาะ Custom สีแดงสุดจี๊ด, ABS Brake with Wheel Sticker ระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อคพร้อมวงล้อสีเปลวเพลิง รวมถึง Fuel Tank and Side Cover Graphic เสริมลุคด้วยด้วย Accessories สายลุยทั้ง Aluminum Headlight Guards with Meter Visor การ์ดไฟหน้าอลูมิเนียม และบังไมล์อะลูมิเนียม, Hand Guards สายลุยลาย Enduro EX ดึงลุคสตรีทคาวบอย ปิดท้ายด้วย Aluminum Rear Rack น้ำหนักเบา เติมครบทั้งความเท่ ความสนุก และกลิ่นอายอเมริกันในสไตล์ที่เป็นตัวเอง วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 121,900 บาท
ภายในบูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้ายังรวบรวมรถหลากหลายไลน์อัปมาให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดครอบคลุมหลากหลากเซ็กเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถจาก CUB House อาทิ Monkey, Dax, CT125 และ C125 พร้อมด้วยทัพ Honda BigBike ที่ขนเทคโนโลยีการขับขี่มาให้สัมผัสอย่างครบครัน ทั้งกลุ่ม Honda DCT รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Honda E-Clutch หลากหลายรุ่นให้ได้ติดตามภายในงาน และ New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มาร่วมจัดแสดง สะท้อนอีกหนึ่งทางเลือกของการเดินทางยุคใหม่
พิเศษสำหรับลูกค้า CUB House รับข้อเสนอสุดพิเศษดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.69%* พร้อมของแถมหมวกกันน็อกหรือเสื้อแจ็กเก็ต ฟรีค่าจดทะเบียนและ พ.ร.บ.* และสำหรับผู้ที่จอง New Honda Monkey EX Custom Edition ภายในงาน 150 ท่านแรก รับฟรีกระเป๋า CUB House มูลค่า 790 บาท พร้อมกันนี้ Honda BigBike ยังจัดข้อเสนอพิเศษสำหรับรถรุ่นที่ร่วมรายการดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.19%* รับสิทธิพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้น 1 ค่าจดทะเบียนและ พ.ร.บ. พร้อม Gift Voucher สูงสุด 70,000 บาท* (ตามรุ่นที่กำหนด) รวมถึงสิทธิพิเศษเพิ่มเติม อาทิ กิจกรรม Track Xperience สำหรับรุ่นที่ร่วมรายการโดยสามารถจองออนไลน์หรือเลือกเป็นเจ้าของได้ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้าภายในงาน และดีลพิเศษเฉพาะ Big Motor Sale 2026 จองในงาน รับฟรี Gift Voucher 500 บาท สำหรับซื้อ Apparel หรือ Accessories ที่ Honda BigWing สาขาที่ร่วมรายการ**
ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคันจริงได้ที่ บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า (A21) Hall EH 101–104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 21–30 สิงหาคม 2569 พร้อมพบกับรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่นและข้อเสนอพิเศษภายในงาน หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสัมผัสรถได้ที่ Honda BigWing และ CUB House ทุกสาขาทั่วประเทศ
หมายเหตุ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
**เฉพาะสาขารามอินทรา พระราม 3 และธนบุรีสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA#NewCB1000GT #TouringAwakened #HondaBigBike #BigBike #ExcitesTheWorld
#HondaMonkey #Monkey125 #MonkeyCustomEdition#AwakenYourEnduro #CUBHouse #CUBHousebyHonda
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GEELY RIDDARA THAILAND เผยโฉม ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L และ NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ในงาน BIG Motor Sale 2026
GEELY RIDDARA THAILAND (จีลี่ ริดดารา ประเทศไทย) เผยโฉม รถกระบะพลังงานใหม่ ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L ทั้งรุ่น ขับเคลื่อน 2 ล้อ และ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ในงาน BIG Motor Sale 2026 ที่ โดดเด่นด้วยความยาวกระบะท้าย 1,765มม. เทียบเท่ารถกระบะตอนครึ่งในตลาด และยาวสุดในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู ด้วยกัน
พร้อมกันนี้ ทางบริษัทได้แนะนำ NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 ที่มาพร้อมกับการปรับดีไซน์กระจังหน้าเป็นแบบ LED เรืองแสง และสมาร์ทเทคโนโลยีที่ช่วยตอกย้ำถึงการเป็นกระบะไฟฟ้าไฮเทคอัจฉริยะอันดับหนึ่งในตลาด
โดยในงาน BIG Motor Sale 2026 ที่ไบเทคบางนา ระหว่างวันที่ 21-30 สค.นี้ ทาง GEELY RIDDARA ได้เตรียมโปรโมชั่นส่งเสริมการขายด้วยข้อเสนอสุดพิเศษมากมายสำหรับลูกค้าที่สั่งจองรถยนต์ที่บูธ GEELY RIDDARA (A07/2)
นายอาคิรา นิสภกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการขาย GEELY RIDDARA THAILAND กล่าวว่า GEELY RIDDARA ได้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในตลาดรถกระบะ 4 ประตู ของไทย ในระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมา
“จากเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2569 นั้น ยอดขายของ GEELY RIDDARA ในประเทศไทยได้เติบโตขึ้นถึง 185% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วยยอดขาย 1,396 คัน ซึ่งมากกว่ายอดขายรวมทั้งปี 2568 ถึง 84%,” นายอาคิรา กล่าว
“GEELY RIDDARA เป็นผู้นำในเซ็กเมนต์กระบะพลังงานใหม่ (NEV) ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) สูงถึง 85% (ยอดจดทะเบียนสะสม 1,177 คัน จากตลาดกระบะ NEV ทั้งหมด 1,384 คัน) และเราได้ขยับอันดับในตลาด โดยในเซ็กเมนท์กระบะ 4 ประตู GEELY RIDDARA สามารถไต่ขึ้นมาครอง อันดับ 4 ของตลาดต่อเนื่องกัน 2 เดือนซ้อน ในเดือนมิถุนายน และ กรกฎาคม 2569”
GEELY RIDDARA THAILAND ต่อยอดกระแสความนิยมนี้ โดยขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมมากขึ้น ด้วยการเพิ่มรุ่นย่อย ECON 3 รุ่น และ RD6 4 รุ่น โดยซีรีส์ ECON เน้นความใช้งานได้จริง ประหยัดค่าใช้จ่าย คุ้มค่า และความสามารถในการบรรทุก ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มธุรกิจ SME บริษัทโลจิสติกส์ และเจ้าของธุรกิจค้าปลีก/ค้าส่ง ส่วนซีรีส์ RD6 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่สำหรับปี 2026 ตอกย้ำตำแหน่งความเป็นรถกระบะไฮเทคที่ชาญฉลาดที่สุด ด้วยแนวคิด “ใช้งานได้เหมือนรถกระบะ ขับได้เหมือนรถ SUV” มาพร้อมฟีเจอร์หลักของรถ SUV พลังงานใหม่ เช่น ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะและระบบควบคุมด้วยเสียง ทำให้เป็นรถอเนกประสงค์อย่างแท้จริงสำหรับการใช้งานทั้งในครอบครัวและเชิงพาณิชย์
ในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 GEELY RIDDARA มีแผนธุรกิจที่จะขยายฐานทั้งลูกค้าปลีกและลูกค้ากลุ่มธุรกิจ รวมถึงขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดต่างจังหวัดทั่วประเทศไทย
ปัจจุบัน GEELY RIDDARA มีตัวแทนจำหน่าย 29 รายในประเทศไทย โดยแบ่งเป็น กรุงเทพฯ และปริมณฑล 8 โชว์รูม และ ต่างจังหวัด 21 โชว์รูม โดยจะเพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการเป็น 40 แห่งภายในสิ้นปี 2569
ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L
หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจาก GEELY RIDDARA ECON รุ่นก่อนหน้านี้ นี่คือ ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L ที่จะมาตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่ต้องการพื้นที่ท้ายกระบะมากขึ้นและบรรทุกได้สูงขึ้น
ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L มาพร้อมกระบะท้ายที่ยาวขึ้น 240 มม. รวมความยาวเป็น 1,765มม. ซึ่งใกล้เคียงกับรถกระบะตอนครึ่งทั่วไป ความจุกระบะท้ายเพิ่มขึ้นเป็น 1,380 ลิตร เทียบเท่ากับรถกระบะแบบตอนครึ่งเช่นกัน ท้ายกระบะทำจากวัสดุ STC ที่ทนทานเป็นพิเศษ ออกแบบมาสำหรับใช้งานหนักเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ ให้ความทนทานและความสามารถในการปรับตัวที่เหนือกว่า
ในขณะเดียวกัน ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L ยังมีพื้นที่สำหรับผู้โดยสารแถวที่สองที่กว้างขวาง ซึ่งเป็นสิ่งที่รถกระบะแบบตอนครึ่งทั่วไปไม่มี หมายความว่าความจุในการบรรทุกและความสะดวกสบายของผู้โดยสารไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริโภคต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นการผสมผสานที่ลงตัว
ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ LFP (ลิเธียมฟอสเฟต) ขนาด 73 kWh รองรับ DC QUICK CHARGE 90kW สามารถชาร์จไฟจาก 30% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อกิโลเมตรต่ำกว่ารถกระบะเครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วไปถึง 20% ทำให้เป็นตัวเลือกที่ประหยัดที่สุดสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการลดต้นทุนการดำเนินงาน
ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ราคาดังนี้:
- ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L 2WD 73kWh: 849,000 บาท*
- ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L 4WD 73kWh: 949,000 บาท*
**ไม่รวมระบบแผงจ่ายไฟกระบะท้าย (หากต้องการ ชำระเพิ่ม +20,000 บาท)
อีกทั้งปัจจุบัน ยังคงมี GRRLY RIDDARA ECON 63kWh 2WD ราคา 739,000 บาท ซึ่งเป็นกระบะสี่ประตูที่คุ้มที่สุดอีกด้วย
NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026
สำหรับปี 2026 GEELY RIDDARA ได้อัพเกรดความหรูหราเพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างรุ่น RD6 และ ECON อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการติดตั้งกระจังหน้า LED พร้อมตัวอักษร RIDDARA ขนาดใหญ่ในรุ่น RD6 ขับเคลื่อนสองล้อ เหมือนกับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ในขณะที่รุ่นย่อย ECON ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับกระจังหน้าที่ตกแต่งสีดำเงา
นอกเหนือจากโลโก้ LED เรืองแสงด้านหน้าแล้ว NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 ยังคงมอบสมรรถนะที่เหนือชั้น ด้วยกำลังขับ 315 กิโลวัตต์ และแรงบิด 595 นิวตันเมตร พร้อมระยะทางวิ่งได้สูงสุดถึง 503 กิโลเมตร (NEDC)
NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 มุ่งเป้าไปที่การใช้งานทั้งเชิงพาณิชย์และครอบครัว โดยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ช่วยให้เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 190 กม./ชม.
NEW GEELY RIDDARA RD6 มาพร้อมอุปกรณ์ครบครันระดับพรีเมียม รวมถึงหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว กล้องมองรอบทิศทาง 540 องศา โหมดการขับขี่ 7 โหมด และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) 14 ระบบ
NEW GEELY RIDDARA RD6 รุ่นใหม่ มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ โดยมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ราคาดังนี้:
- RIDDARA RD6 73.9kWh 2WD: 899,000 บาท (เริ่มต้นที่ 999,000 บาท)
- RIDDARA RD6 86kWh 2WD: 999,000 บาท (เริ่มต้นที่ 1,159,000 บาท)
- RIDDARA RD6 73.9kWh 4WD: 999,000 บาท (เริ่มต้นที่ 1,149,000 บาท)
- RIDDARA RD6 86kWh 4WD: 1,149,000 บาท (เริ่มต้นที่ 1,299,000 บาท)
พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่จองตั้งแต่วันที่ 21–30 สิงหาคม 2569 และจัดส่งภายในเดือนกันยายน 2569
แคมเปญพิเศษสำหรับ GEELY RIDDARA ECON
- GEELY RIDDARA ECON ราคาเริ่มต้นเพียง 739,000 บาท (GEELY RIDDARA ECON 63 kWh 2 WD)
- ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L 2 WD ราคาพิเศษ 849,000 บาท*
- ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L 4 WD ราคาพิเศษ 949,000 บาท*
- วางเงินจอง 1,000 บาท รับส่วนลด 10 เท่า**
- อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.99% (เงินดาวน์ 30% 48 งวด)
- ประกันภัยฟรี 1 ปี
- RIDDARA Gift Package มูลค่าสูงสุด 38,000 บาท***
- รับ RIDDARA CARE PACKAGE
- รับประกันตัวรถ 6 ปี หรือ 150,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 6 ปี
- ศูนย์บริการลูกค้า RIDDARA ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
* ไม่มีแผงจ่ายไฟกระบะท้าย หากต้องการชำระเพิ่ม 20,000 บาท
** รวมเงินจอง
***มูลค่า 20,000 บาท สำหรับ GEELY RIDDARA ECON 63kWh 2WD และ ECON L 73kWh 2WD – เบาะคนขับ ปรับไฟฟ้า (8,000 บาท), ราวหลังคาอลูมิเนียม (12,000 บาท)
มูลค่า 38,000 บาท สำหรับ GEELY RIDDARA ECON L 73kWh 4WD – ล้ออัลลอย (18,000 บาท), เบาะคนขับ ปรับไฟฟ้า (8,000 บาท), ราวหลังคาอลูมิเนียม (12,000 บาท)
แคมเปญพิเศษสำหรับ GEELY RIDDARA RD6
- ราคาโปรโมชั่นพิเศษ GEELY RIDDARA RD6 เริ่มต้นที่ 899,000 บาท สำหรับ RD6 73.9 kWh 2WD (จากราคาปกติ 999,000 บาท) และ 73.9 kWh 4WD 999,000 บาท (จากราคาปกติ 1,149,000 บาท)
- วางเงินจอง 2,000 บาท รับส่วนลด 10 เท่า*
- อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.99% (เงินดาวน์ 30% 48 งวด)
- ประกันภัยฟรี 1 ปี
- ฟรี โฮมชาร์จพร้อมบริการติดตั้ง
- ฟรี internet 2 GB ต่อเดือน นาน 1 ปี
- รับ RIDDARA CARE PACKAGE
- รับประกันตัวรถ 6 ปี หรือ 150,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 6 ปี
- ศูนย์บริการลูกค้า RIDDARA ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
* รวมเงินจอง
นอกจากนี้ บริการหลังการขาย RIDDARA CARE พร้อมดูแลและให้บริการลูกค้าผ่านเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับศูนย์บริการลูกค้า RIDDARA Call Center ที่พร้อมให้บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ที่หมายเลข 02-012-2888
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เปิดตัวยิ่งใหญ่ครั้งแรกในไทย! MAXUS Commercial ยกทัพ EV เชิงพาณิชย์บุกงาน BIG Motor Sale 2026 ประกาศรุกตลาดเต็มสปีด ชู “มิตรแท้ธุรกิจ” ช่วยลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มความคล่องตัว เล็งขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมเปิดรับพันธมิตรร่วมลงทุน
MAXUS Commercial ประกาศศักยภาพครั้งใหญ่ ตอกย้ำความพร้อมในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial EV) ของประเทศไทย โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน Big Motor Sale 2026 ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 -31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ชู 3 ไฮไลท์เด็ด ทั้งขบวนสุดยอด Commercial EV รุ่นใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนและระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัย และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ CATL ที่ได้มาตรฐานระดับโลก พร้อมไฮไลท์ข้อเสนอพิเศษให้ทุกรุ่นทุกคัน มั่นใจตอบโจทย์ลูกค้าล้นหลาม โดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง ธุรกิจท่องเที่ยว ตลอดจนอุตสาหกรรม ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้โลจิสติกส์ เพิ่มความยืดหยุ่นคล่องตัวในการใช้งาน และที่สำคัญประหยัดต้นทุน เพื่อนำธุรกิจให้มีกำไร และแข่งขันได้ นอกจากนี้ ยังมีไฮไลท์เด็ดตอบโจทย์การเป็นศูนย์กลางด้านสาธารณสุขของไทยในเอเชีย กับรถตกแต่งพิเศษ “Ambulance Concept” และรถโดยสาร (ขนส่งก็ได้+ท่องเที่ยวก็สนุก) พร้อมเปิดรับจองในงานเป็นครั้งแรก
นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานกรรมการ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS Commercial ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ กล่าวว่า ปัจจุบันต้นทุนพลังงานและต้นทุนการขนส่งกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการทุกขนาด รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SME ซึ่งไม่ได้มองหาเพียง “รถคันใหม่” มาเสริมกิจการ แต่ต้องการโซลูชันที่คุ้มค่าที่สุดมาเป็นตัวช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัว ตลอดจนเพิ่มภาพลักษณ์ และสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว ซึ่งจากสถานการณ์เศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน ที่ส่งผลกระทบต่อทุกกิจการ บริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่า Commercial EV ของ MAXUS ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยี การประหยัดพลังงาน สามารถปรับใช้งานได้หลากหลาย ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นคำตอบที่จะช่วยให้ธุรกิจและเป็นมิตรแท้ธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ให้สามารถลดภาระต้นทุนจากการขนส่งลง ส่งผลทำให้สามารถแข่งขันและนำธุรกิจสู่การเติบโตได้ในที่สุด
“ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไม่ต่ำกว่าปีละ 16,000 คัน ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจ โลจิสติกส์ ขนส่งพัสดุและสินค้า รถรับส่งเชิงพาณิชย์ รถพยาบาล รวมถึงรถดัดแปลงและรถเฉพาะทางเพื่อการเดินทาง ติดต่องาน ติดต่อราชการ และรถตู้ไฟฟ้าเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัทแม่ คือ บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP บริษัท อีแวนเต้ จำกัด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดจำหน่าย Authorized Distributor รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS อย่างเป็นทางการ จึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ ในการนำรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS เข้ามาทำตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ”
สำหรับไฮไลท์ของบูธ MAXUS Commercial ในงาน Big Motor Sale 2026 นอกจากกองทัพ Commercial EV รุ่นใหม่ล่าสุด 4 รุ่น ยังมีรุ่นตกแต่งพิเศษสำหรับการขนส่ง การเดินทางท่องเที่ยว และรถพยาบาล เพื่อจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ให้หน่วยงานหรือธุรกิจต่างๆ สะท้อนศักยภาพการต่อยอดรถสู่หลากหลายการใช้งาน
“MAXUS Commercial มุ่งเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial EV) ของประเทศไทย และเป็นพันธมิตรธุรกิจที่พร้อมเดินไปด้วยกันกับลูกค้าในระยะยาว ซึ่งภายใต้ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจเรื่องธุรกิจ ต้นทุน และรูปแบบการดำเนินงานของผู้ประกอบการ ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัทแม่ในทุกด้าน เราจึงสามารถตอบโจทย์และช่วยให้ลูกค้าได้โซลูชันที่เหมาะสมคุ้มค่าให้กับธุรกิจ สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ” คุณทรงวิทย์กล่าว
ด้าน นายศักดิธัช จันทรเสรีกุล รองประธานกรรมการ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด กล่าวว่า MAXUS Commercial Vehicles มีไลน์อัพรถยนต์ครอบคลุมตั้งแต่งานขนส่งในเมืองถึงงานหนัก สำหรับในงาน Big Motor Sale บริษัทฯ ได้นำรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS มาจัดแสดงทั้งหมด 4 รุ่น โดยแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยทุกรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ CATL ประกอบด้วย รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ eDeliver 5, รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อเนกประสงค์ eDeliver 7, รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานหนัก eDeliver 9 และ รถกระบะไฟฟ้า eTerron 9
- MAXUS eDeliver 5 รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขนส่งในเมือง ติดตั้งแบตเตอรี่ CATL ความจุ 64 kWh รองรับการชาร์จแบบ DC จาก 20-80% ภายใน 36 นาที ที่กำลังชาร์จสูงสุด 70 kW
รุ่น L2H1 กำลังสูงสุด 120 kW
ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP แบบรวม 321-454 กิโลเมตร
ปริมาตรบรรทุกสูงสุด 7.5 ลูกบาศก์เมตร
น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,265 กิโลกรัม
ราคาพิเศษ 990,000 บาท
รุ่น L2H2 กำลังสูงสุด 120 kW
ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP แบบรวม 301-436 กิโลเมตร
ปริมาตรบรรทุกสูงสุด 8.7 ลูกบาศก์เมตร
น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,265 กิโลกรัม
ราคาพิเศษ 1,100,000 บาท:
- MAXUS eDeliver 7 รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อเนกประสงค์ ออกแบบให้รองรับทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ติดตั้งแบตเตอรี่ CATL ความจุ 88 kWh รองรับการชาร์จแบบ DC จาก 20-80% ภายใน 43 นาที ที่กำลังชาร์จสูงสุด 90 kW
กำลังสูงสุด 150 kW
ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP แบบรวม 328-469 กิโลเมตร
ปริมาตรบรรทุกสูงสุด 8.7 ลูกบาศก์เมตร
น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,200 กิโลกรัม
ราคาพิเศษเพียง 1,250,000 บาท
- MAXUS eDeliver 9 รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานหนัก ให้ความคล่องตัวและสามารถปรับใช้งานได้หลากหลาย ติดตั้งแบตเตอรี่ CATL ความจุ 100 kWh รองรับการชาร์จแบบ DC จาก 20-80% ภายใน 47 นาที ที่กำลังชาร์จสูงสุด 100 kW
กำลังสูงสุด 170 kW
ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP แบบรวม 360-425 กิโลเมตร
ปริมาตรบรรทุกสูงสุด 11 ลูกบาศก์เมตร
น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,490 กิโลกรัม
เปิดจองในงาน ราคาพิเศษเพียง 1,300,000 บาท
- MAXUS eTerron 9 รถกระบะไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานอเนกประสงค์ โดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ CATL ความจุ 102.2 kWh รองรับการชาร์จแบบ DC จาก 20-80% ภายใน 42 นาที ที่กำลังชาร์จสูงสุด 115 kW
กำลังสูงสุด 325 kW
ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP แบบรวมสูงสุด 430 กิโลเมตร
รองรับน้ำหนักลากจูงสูงสุด 3,500 กิโลกรัม
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 5.8 วินาที
เปิดจองในงาน ราคาสุดเร้าใจเพียง 1,690,000 บาท
อีกไฮไลท์ของ บูธ MAXUS Commercial คือรถแต่งพิเศษ สำหรับรถพยาบาล และรถส่วนบุคคล รองรับโจทย์การใช้งานของธุรกิจหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานขนส่งในเมือง ไปจนถึงงานที่ต้องการสมรรถนะและการดัดแปลงเฉพาะทาง โดยนำรุ่น eDeliver 5 และ eDeliver 7 ซึ่งเป็นรถที่ออกแบบมาสำหรับขนส่งสินค้า มาตกแต่งใหม่ให้เป็นรถส่วนบุคคล Passenger Van ให้ความสะดวกสบาย คล่องตัว สะท้อนความยืดหยุ่นของ Commercial Vehicle Platform ได้อย่างชาญฉลาด โดยลูกค้าที่สนใจสามารถมาชมรถคันจริงในงาน ซึ่งมีราคาปรับแต่งกระจกแต่ละรุ่นแตกต่างกันไป คือในรุ่น eDeliver 5 มีค่าปรับแต่ง 35,000 บาท รุ่น eDeliver 7 มีค่าปรับแต่งกระจก 40,000 บาท และ รุ่น eDeliver 9 มีค่าปรับแต่งกระจกที่ 48,000 บาท
ส่วนอีกไฮไลท์ ที่มั่นใจว่ามาแรงและเป็นดาวเด่นตอบโจทย์สังคมสูงอายุ และการขยายตัวของการบริการสาธารณสุขไทย คือ Ambulance Concept ซึ่งลูกค้าที่มาชมในงาน จะเห็นถึงความคุ้มค่า และความยืดหยุ่น ที่สามารถนำรถ Maxus Commercial ไปต่อยอดสู่การใช้งานเฉพาะทางได้อย่างลงตัวมากๆ (การตกแต่งเฉพาะภายนอกในรูปแบบรถพยาบาลเท่านั้น ยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือระบบสำหรับการใช้งานเป็นรถพยาบาลเต็มรูปแบบ)
เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกเป็นเจ้าของและเลือกนำ MAXUS Commercial แต่ละรุ่นไปตอบโจทย์ธุรกิจ ภายในงาน Big Motor Sale บริษัทฯ ยังได้ จัดแคมเปญพิเศษ แถม Wall Charger 7 kW และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 3 ปี ผ้ายาง และกรอบป้ายทะเบียน ให้ลูกค้าที่จองและออกรถในงาน ขณะที่ลูกค้าที่จอง MAXUS eTerron 9 ยังจะได้รับประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. ฟรีอีกด้วย
“ขอเชิญชวนให้ลูกค้าและผู้สนใจ มาชมบูธ MAXUS Commercial ในงาน Big Motor Sale ซึ่งตลอด 10 วันนี้ เราตั้งใจให้เป็นโอกาสสำคัญ เพื่อบอกเล่าความตั้งใจและความมุ่งมั่นของ Evante และ ASAP และทำให้ลูกค้าได้รู้จักและเข้าถึงรถไฟฟ้า MAXUS Commercial พันธมิตรใหม่ในการทำธุรกิจที่จะช่วยคุณลดต้นทุนการขนส่งได้อย่างมาก ดังคอนเซปต์ “รถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS ธุรกิจที่คุณเลือกขนาดได้” นั่นคือความพร้อมในการรองรับโจทย์ของภาคธุรกิจหลากหลายขนาดและรูปแบบการใช้งาน ทั้งนี้บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถทยอยส่งมอบรถแต่ละรุ่นให้ลูกค้าที่จองเข้ามาได้อย่างรวดเร็วคือตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป”
Evante ตั้งเป้าจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ไว้ที่ 300 คัน ปี 2570 ตั้งเป้าไว้ที่ 2,000 คัน และตั้งเป้าถึง 3,000 คัน ในปี 2571 สำหรับในงาน Big Motor Sale บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดจองรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS รุ่นต่างๆ ไว้ที่ประมาณ 100 คัน
ปัจจุบันโชว์รูมและศูนย์บริการ MAXUS Commercial แห่งแรก จะเปิดให้บริการที่ย่าน ถนนรามอินทรา และคาดว่าในปีนี้จะเปิดอีก 2 แห่งที่ บางนา และที่จังหวัดชลบุรี อย่างไรก็ตามเพื่อรองรับกับการเติบโตของตลาด และยอดขาย บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ MAXUS Commercial ให้ครอบคลุมหัวเมืองสำคัญๆ ในทุกภูมิภาค หรือรวม 12 แห่ง ในปีหน้า ทั้งนี้นักลงทุนที่สนใจร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันขยายเครือข่าย MAXUS Commercial ในประเทศไทย รองรับการเติบโตของตลาด EV เชิงพาณิชย์ในระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ คือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ภาคกลางที่ จังหวัดระยอง ภาคใต้ที่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
บีวายดี ประเทศไทย จับมือ เรเว่ ออโตโมทีฟ จัดทัพยนตรกรรมบุกงาน BIG MOTOR SALE 2026 เปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ BYD SEALION 6 DM-i ‘Extended’ และ BYD SEALION 7 ‘AWD Ultimate’ พร้อมอวดโฉม DENZA Z9GT ให้สัมผัสและทดลองขับ เป็นครั้งแรกของไทย
บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ 2 รุ่นย่อยใหม่ล่าสุด BYD SEALION 6 DM-i Extended รถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้ ซึ่งผ่านการพัฒนาให้ครบครันกว่าเดิม และ BYD SEALION 7 AWD Ultimate ยนตรกรรม SUV ไฟฟ้า 100% สมรรถนะสูง ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นและสีตัวถังใหม่ ทั้งยังมีไฮไลต์พิเศษกับการนำ DENZA Z9GT รถยนต์ไฟฟ้า Gran Turismo ระดับ Luxury มาเปิดตัวให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสและทดลองขับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ทั้งหมดนี้พร้อมให้ท่านได้สัมผัสที่งาน BIG MOTOR SALE 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
นายเบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บีวายดี มุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อยุคแห่งยานยนต์พลังงานสะอาด ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมอันล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง การเข้าร่วมงาน BIG MOTOR SALE 2026 ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่เราภูมิใจเสนอยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ทั้ง BYD SEALION 6 DM-i Extended และ BYD SEALION 7 AWD Ultimate ที่ผ่านการอัปเกรดเทคโนโลยีขุมพลังและอุปกรณ์มาตรฐานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ยกระดับอิสระในการเดินทางไกลอย่างไร้กังวล พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของบีวายดี ในการสร้างมาตรฐานใหม่ และส่งมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง”
นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ ที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทยอย่างครอบคลุม การเปิดตัว BYD SEALION 6 DM-i Extended ‘รถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้’ ที่ขยายทั้งขนาดถังน้ำมันและแบตเตอรี่ พร้อมด้วย BYD SEALION 7 AWD Ultimate ที่เพิ่มความจุแบตเตอรี่และรองรับชาร์จไฟแบบ DC ด้วยกำลังที่สูงขึ้น จะทลายทุกข้อจำกัดของการเดินทาง นอกจากนี้ เรายังนำ DENZA Z9GT ยนตรกรรมไฟฟ้า GT ระดับ Luxury มาให้ชาวไทยได้สัมผัสและทดลองขับจริงเป็นครั้งแรก ซึ่งเรามั่นใจว่าจะเป็นการมอบประสบการณ์การขับขี่พรีเมียม ในชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนในไทย”
นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวเสริมว่า “ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 เรเว่ นำทัพยานยนต์ครบทุกรุ่นภายใต้แบรนด์ บีวายดี และ เดนซ่า รวมกว่า 20 คัน มาจัดแสดงที่บูธ A02 ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่จัดแสดงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของงาน มาให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่เพียงแต่รถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดและรถยนต์ตกแต่งพิเศษเท่านั้น แต่เรายังเตรียมฝูงรถยนต์ทดลองขับหลากหลายรุ่น รวมถึงกิจกรรมแจกของที่ระลึก และข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ภายในงาน เพื่อแทนคำขอบคุณในทุกความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ที่มีให้เรามาโดยตลอด”
- BYD SEALION 6 DM-i ‘Extended’ ทลายขีดจำกัดแห่งการเดินทาง
BYD SEALION 6 DM-i Extended อีกขั้นของ ‘รถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้’ กับเทคโนโลยีขุมพลัง DM-i อันล้ำสมัยที่ผ่านการพัฒนาอีกระดับ เพื่อรองรับการเดินทางไกลได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยการขยายขนาดความจุถังน้ำมันเพิ่มเป็น 60 ลิตร ผสานการทำงานร่วมกับ BYD Blade Battery ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเป็น 26.6 kWh ช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลสูงสุดถึง 150 กิโลเมตร* ทั้งยังชาร์จไวกว่าเดิม เพราะรองรับการชาร์จไฟแบบ DC CCS2 ด้วยกำลังสูงสุดที่มากขึ้นเป็น 55 kW ให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องที่สะดวกยิ่งขึ้นยกระดับความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองด้วยระบบไฟฟ้าล้วนที่ประหยัดและไร้มลพิษ พร้อมออกเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัดในวันหยุดได้อย่างมั่นใจ ไร้กังวลเรื่องจุดชาร์จ เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางให้เป็นเรื่องง่ายและอิสระยิ่งขึ้น
BYD SEALION 6 DM-i Extended ยังยกระดับสุนทรียภาพและความสะดวกสบายของห้องโดยสาร ด้วยโทนสีดำสุดพรีเมียมเฉพาะรุ่น ตกแต่งอย่างประณีต พร้อมยกระดับเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกให้ครบครันยิ่งกว่าเคย ด้วยการติดตั้งระบบแสดงผลบนกระจกหน้า (W-HUD), ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สายกำลังสูง 50W, ระบบจดจำตำแหน่งที่นั่งเบาะคนขับ, ระบบบันทึกตำแหน่งกระจกมองข้าง ตลอดจนกระจกมองข้างปรับองศาอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง ยิ่งไปกว่านั้น ยังเสริมความมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยการติดตั้ง ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถฉุกเฉิน (ELKA – Emergency Lane Keeping Assist) เพิ่มเติมจากอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน มอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติ BYD SEALION 6 DM-i Extended พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้วในราคา 969,900 บาท
- BYD SEALION 7 AWD Ultimate ที่สุดแห่งสมรรถนะ SUV ไฟฟ้าที่ไปได้ไกลกว่าเดิม
BYD SEALION 7 AWD Ultimate นิยามใหม่ของยนตรกรรม SUV สไตล์สปอร์ตที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% และไปได้ไกลกว่าเดิม ด้วย BYD Blade Battery ที่ขยายขนาดเป็น 91.3 kWh สามารถเดินทางได้ไกลสูงสุดถึง 600 กิโลเมตร* ทั้งยังรองรับการชาร์จเร็วแบบ DC CCS2 ด้วยกำลังสูงสุด 230 kW ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและคล่องตัว พร้อมก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของการเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ
BYD SEALION 7 AWD Ultimate ยังสะท้อนความโดดเด่นทางด้านดีไซน์อย่างมีเอกลักษณ์ ด้วยคาลิปเปอร์เบรกสีแดงที่ถ่ายทอดอารมณ์สปอร์ตอย่างชัดเจน พร้อมเพิ่มทางเลือกสีตัวถังภายนอกใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะรุ่นกับ สีแดง Solar Red และ สีม่วง Pulse Purple ขณะที่ห้องโดยสารตกแต่งอย่างประณีตด้วยโทนสีฟ้า ซึ่งเป็นสีพิเศษเฉพาะรุ่นย่อยนี้เช่นกัน มอบภาพลักษณ์สปอร์ตและแตกต่างเหนือใคร จากทุกมุมมอง เป็นเจ้าของ BYD SEALION 7 AWD Ultimate ได้ในราคา 1,349,900 บาท
- ครั้งแรกของไทย ที่คุณจะได้สัมผัส DENZA Z9GT รถยนต์ไฟฟ้า Luxury GT ที่มีสมรรถนะระดับโลก
อีกไฮไลต์สำคัญในงาน BIG MOTOR SALE 2026 คือการอวดโฉม DENZA Z9GT Performance AWD รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ Gran Turismo ระดับ Luxury เป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยผสมผสานความหรูหรา และสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์อย่างลงตัว พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทดลองขับภายในงาน
- สมรรถนะระดับโลก: ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าทรงพลัง 3 ตัว (ติดตั้งด้านหน้า 1 ตัว และด้านหลัง 2 ตัว แยกฝั่งซ้าย-ขวา) ให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง850 กิโลวัตต์ / 1,156 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 1,210 นิวตัน-เมตร มอบอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง อย่างเหนือชั้นในเวลาเพียง7 วินาที
- แบตเตอรี่เจเนอเรชันใหม่: นวัตกรรมBYD Blade Battery รุ่นที่ 2 ความจุ5 kWh ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 701 กิโลเมตร (NEDC) ทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 1,000 โวลต์ รองรับ DC Ultra-Fast Charge สูงสุด 1,500 kW พร้อมเทคโนโลยี VtoL จ่ายพลังงานออกสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 4 kW
- เทคโนโลยีควบคุมอัจฉริยะ e³: มาพร้อมระบบเลี้ยวล้อหลังอัจฉริยะ, ระบบควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวรถ (VMC), โครงสร้างแบตเตอรี่แบบ CTB (Cell-to-Body) และฟังก์ชัน e³ Parking ให้ทุกการจอดเป็นเรื่องง่าย
- ตระการตากับทัพยานยนต์ และข้อเสนอสุดพิเศษ ณ บูธ BYD และ DENZA
บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ จัดเต็มทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่ภายใต้แบรนด์ BYD และ DENZA กว่า 20 คัน ให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสอย่างจุใจ ครอบคลุมทุกเซกเมนต์เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานอย่างแท้จริง ได้แก่:
- รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ Luxury GT: สัมผัสสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์อย่าง DENZA Z9GT
- รถยนต์ไฟฟ้าขุมพลัง DM-i (Plug-in Hybrid): หลากหลายทางเลือกทั้งซีดาน BYD SEAL 5 DM-i รวมถึงเอสยูวีอย่าง BYD SEALION 5 DM-i และ BYD SEALION 6 DM-i
- รถยนต์ไฟฟ้า 100% (EV) สไตล์ซิตี้คาร์ที่ขับขี่คล่องตัว: BYD ATTO 1 และ BYD DOLPHIN
- รถยนต์ไฟฟ้า 100% (EV) สไตล์ซีดาน: BYD SEAL 6
- รถยนต์ไฟฟ้า 100% (EV) สไตล์เอสยูวี: BYD ATTO 2 และ BYD ATTO 3
- รถยนต์ไฟฟ้า 100% (EV) สไตล์ MPV: ครบครันทั้งแบบ 6 และ 7 ที่นั่ง อย่าง BYD M6
- รถยนต์ไฟฟ้า 100% (EV) สไตล์ Luxury MPV: DENZA D9
ร่วมเปิดประสบการณ์ยานยนต์พลังงานสะอาดแห่งอนาคตจาก บีวายดี และ เดนซ่า ได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2026 ณ บูธหมายเลข A02 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 โดยมีรถยนต์จัดแสดงรวมกันมากกว่า 20 คัน ครบถ้วนทุกรุ่น รวมถึงรุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในงานนี้เป็นครั้งแรก รถยนต์ตกแต่งพิเศษ และรถยนต์ทดลองขับหลากหลายรุ่น ทั้งยังมีกิจกรรมแจกของที่ระลึกสำหรับผู้ร่วมสนุกที่บูธ และข้อเสนอพิเศษพร้อมของแถมจำนวนจำกัด สำหรับผู้ที่จองและออกรถภายในงาน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและข่าวสารล่าสุดได้ที่ Official Facebook Page: BYD Thailand, BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand
* เป็นไปตามมาตรการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางจริงอาจปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล น้ำหนักบรรทุก สภาพการจราจร และอื่นๆ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM เปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL ขุมพลังดีเซล 3.0 ลิตรอย่างเป็นทางการ ราคาเริ่มต้นที่ 1,669,000 บาท พร้อมสิทธิพิเศษช่วงเปิดตัว (Early Bird) เฉพาะรุ่น 4WD
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์ด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุดประกาศเปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL ยนตรกรรม Premium PPV ที่มาพร้อมนิยาม “Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด” เสริมทัพกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องยนต์ดีเซลด้วยขุมพลังดีเซลเจเนอเรชันใหม่ ขนาด 3.0 ลิตร ที่มอบสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม ในราคาเริ่มต้นที่ 1,669,000 บาท พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 รับสิทธิพิเศษ Early Bird มูลค่ากว่า 50,000 บาท สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ทั้งรุ่น ULTRA 4WD และ BLACK WARRIOR 4WD พร้อมรับการรับประกันเครื่องยนต์สูงสุด 8 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร และสิทธิ์ซื้ออุปกรณ์ตกแต่งราคาพิเศษ โดยจะเริ่มทยอยส่งมอบรุ่น 4WD ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2569 ในขณะที่รุ่น 2WD จะเริ่มส่งมอบในเดือนมกราคม 2570 เป็นต้นไป
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM ตระหนักดีว่า แม้ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่เครื่องยนต์ดีเซลยังคงเป็นขุมพลังที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน ด้วยจุดเด่นด้านความทนทาน แรงบิดสูง และศักยภาพในการรองรับทุกรูปแบบการใช้งานทุกสภาพเส้นทาง การแนะนำ NEW TANK 500 3.0T DIESEL จึงไม่เพียงเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องยนต์ดีเซลของ GWM ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่ยังตอกย้ำกลยุทธ์ ‘All Scenarios – All Powertrains – All Users’ ที่มุ่งมั่นนำเสนอยนตรกรรมและระบบขับเคลื่อนเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคอย่างตรงจุดและเป็นรูปธรรม”
วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด GWM (Thailand) เปิดเผยว่า NEW TANK 500 3.0T DIESEL มาพร้อมแนวคิด “Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด” ที่ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่กำลังมองหา “รถคันเดียวที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการ” ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวยุคใหม่ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยว ต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และความปลอดภัยสูงสุดสำหรับคนสำคัญ หรือนักธุรกิจและผู้บริหารที่มองหายานยนต์สะท้อนภาพลักษณ์สง่างาม ภูมิฐาน แต่พร้อมลุยไปได้ทุกสถานการณ์ หรือผู้ประกอบการที่ต้องการรถสมรรถนะสูงไว้ลุยงานในพื้นที่สมบุกสมบันได้อย่างอุ่นใจ โดยรถรุ่นนี้ให้สมรรถนะที่ทรงพลังแต่ประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร พร้อมมอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียม อีกทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครบครัน ตอบโจทย์ลูกค้ารถยนต์พรีเมียม PPV ได้อย่างลงตัว”
NEW TANK 500 3.0T DIESEL: Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด
NEW TANK 500 3.0T DIESEL สะท้อนความสมบูรณ์แบบของการผสานพละกำลังอันทรงพลังเข้ากับความคุ้มค่าในการใช้งาน เพื่อมอบ “ความมั่นใจและความคุ้มค่าสูงสุด” ผ่าน 3 จุดเด่นสำคัญ ได้แก่
- สมรรถนะทรงพลัง พร้อมความประหยัดที่เหนือความคาดหมาย
NEW TANK 500 3.0T DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน (VGT) ขนาด 3.0 ลิตร เจเนอเรชันใหม่ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลของ GWM ที่สั่งสมและพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ให้กำลังสูงสุด 231 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตร รองรับการใช้งานได้อย่างมั่นใจทั้งการขับขี่ในเมือง การเดินทางระยะไกล และเส้นทางออฟโรดที่ต้องการสมรรถนะระดับสูง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะและเทคโนโลยีสำหรับการขับขี่ออฟโรดที่ครบครัน โดยแม้จะเพิ่มพละกำลังขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังสามารถรักษาประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเพียง 7.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร สะท้อนความลงตัวระหว่างพละกำลังที่เพิ่มขึ้นและความคุ้มค่าในการใช้งานจริง ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการสมรรถนะที่เหนือกว่าโดยไม่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น - ความสะดวกสบายระดับพรีเมียมสำหรับทุกการเดินทาง
NEW TANK 500 3.0T DIESEL มาพร้อมห้องโดยสารกว้างขวางแบบ 7 ที่นั่ง ที่ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างครบครัน อาทิ บันไดข้างไฟฟ้า (Power Side Step) ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขึ้น-ลงรถ พร้อมเสริมภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งและความหรูหรา ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) แปรผันตามความเร็วพร้อมระบบปรับตำแหน่งด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 14.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.0 ระบบเสียงรอบทิศทาง เบาะนั่งแถวที่ 3 ปรับพับด้วยไฟฟ้า รวมถึงระบบเชื่อมต่อรถผ่านแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและควบคุมสถานะรถยนต์ได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว - ความปลอดภัยและความมั่นใจสูงสุดในทุกเส้นทาง
NEW TANK 500 3.0T DIESEL มาพร้อมระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ ADAS Level 2 ที่ทำงานร่วมกับโครงสร้างตัวถังซึ่งใช้เหล็กกล้าแรงดึงสูงมากกว่า 75% เสริมด้วยกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และระบบความปลอดภัยรอบด้าน ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกสถานการณ์การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางกับครอบครัว หรือการผจญภัยในเส้นทางที่ท้าทายกว่าเดิม เพื่อมอบความอุ่นใจและความมั่นใจสูงสุดในทุกเส้นทางการขับขี่
NEW TANK 500 3.0T DIESEL จึงเป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในคันเดียว สำหรับผู้ที่ต้องการก้าวข้ามทุกข้อจำกัดของการเดินทางอย่างแท้จริง พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลัง มั่นใจ และคุ้มค่าในทุกเส้นทาง ภายใต้แนวคิด “Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด” อย่างสมบูรณ์แบบ
โดย NEW TANK 500 3.0T DIESEL มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมตัวถัง 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีขาว และสีเทา ด้วยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ดังนี้
- NEW TANK 500 3.0T DIESEL 2WD รุ่น ULTRA ราคา 1,669,000 บาท
- NEW TANK 500 3.0T DIESEL 2WD รุ่น BLACK WARRIOR ราคา 1,699,000 บาท
- NEW TANK 500 3.0T DIESEL 4WD รุ่น ULTRA ราคา 1,769,000 บาท
- NEW TANK 500 3.0T DIESEL 4WD รุ่น BLACK WARRIOR ราคา 1,799,000 บาท
ทั้งนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าชาวไทย และสอดรับกับแนวคิดของงาน BIG MOTOR SALE 2026 โดย GWM ยังมอบข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว (Early Bird) มูลค่ากว่า 50,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จอง NEW TANK 500 3.0T DIESEL 4WD รุ่น ULTRA และ NEW TANK 500 3.0T DIESEL 4WD รุ่น BLACK WARRIOR ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 พร้อมรับสิทธิ์เป็นเจ้าของในราคาพิเศษ ดังนี้
- NEW TANK 500 3.0T DIESEL 4WD รุ่น ULTRA ราคา 1,719,000 บาท
- NEW TANK 500 3.0T DIESEL 4WD รุ่น BLACK WARRIOR ราคา 1,749,000 บาท
NEW TANK 500 3.0T DIESEL ยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันเครื่องยนต์นานสูงสุด 8 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) พร้อมตอกย้ำความอุ่นใจด้วยการรับประกันความพร้อมส่งอะไหล่ภายใน 7 วัน พร้อมการชดเชยด้วย GWM Point หากไม่สามารถส่งอะไหล่ได้ภายใน 7 วัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การให้บริการที่ครบวงจร ชัดเจน และเชื่อถือได้ในทุกมิติ
ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งรถยนต์ GWM ยังนำเสนอ ชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ (Body Kit) สำหรับ NEW TANK 500 3.0T DIESEL ที่ได้รับการออกแบบขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อเสริมความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของตัวรถให้มีความแข็งแกร่ง หรูหรา และทรงพลังยิ่งขึ้น ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง ที่ช่วยเติมเต็มมิติการออกแบบให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในทุกมุมมอง โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เลือกสรรเพื่อเติมเต็มเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในราคาสุดพิเศษ 37,990 บาท จากราคาปกติ 42,500 บาท สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้เท่านั้น
GWM จะเริ่มทยอยส่งมอบ NEW TANK 500 3.0T DIESEL รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ให้กับลูกค้าได้ปลายเดือนกันยายน 2569 นี้เป็นต้นไป ในขณะที่รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) จะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนมกราคม 2570 เป็นต้นไป
สัมผัส NEW TANK 500 3.0T DIESEL ULTRA 4WD พร้อมยนตรกรรมอัจฉริยะครบทุกประเภทพลังงาน ครอบคลุมทั้ง GWM ORA 5 ในขุมพลัง HEV และ EV, GWM HAVAL H6, GWM TANK 300 DIESEL, GWM POER SAHAR DIESEL และ WEY G9 ได้ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ครั้งที่ 13 ณ บูธ GWM หมายเลข A05 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 – 21.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 21.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์)
#GWM #GWMThailand #GWMTH #NEWTANK5003.0TDIESEL #GWMTANK500 #GWMTANK300 #GWMTANK #PowerBeyondLimits #BigMotorSale2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
- สมรรถนะทรงพลัง พร้อมความประหยัดที่เหนือความคาดหมาย
-
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดศูนย์ปฏิบัติการ ต้อนรับพันธมิตรประกันภัย สถาบันการเงิน และคู่ค้าทางธุรกิจ ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้า และมาตรฐานความปลอดภัย
บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดยคณะผู้บริหาร คุณภัทรพงษ์ อชะปาละศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย, คุณถนอมศักดิ์ สันทนาประสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค และบริการหลังการขาย และ คุณนิชานันท์ ปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น สร้างความเข้าใจ เปิดศูนย์ปฏิบัติการวอลโว่ ต้อนรับผู้แทนจากบริษัทประกันภัย สถาบันการเงิน และคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) กระบวนการซ่อมบำรุง และมาตรฐานความปลอดภัย ผ่านการสัมผัสกระบวนการทำงานจริงของวอลโว่ ซึ่งสะท้อนแนวทางการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความปลอดภัย และการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวต่อพันธมิตร ณ Volvo Car Thailand Central distribution & training center คลังสินค้าวอลโว่ ถนนบางนา-ตราด กม.23 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา
การเยี่ยมชมครั้งนี้มุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการดูแลและกระบวนการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า โดยเปิดโอกาสให้พันธมิตรได้รับชมการปฏิบัติงานในพื้นที่จริง พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เพื่อร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวแก่พันธมิตร
ภายในงาน วอลโว่ได้สาธิตกระบวนการเปลี่ยนแบตเตอรี่แรงดันสูงของ Volvo EX30 ในพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ตั้งแต่การตรวจสอบรถ ขั้นตอนกระบวนการเปลี่ยนแบตเตอรี่ การตรวจสอบความปลอดภัย และการควบคุมคุณภาพ โดยในทุกกระบวนการเราได้ดำเนินงานโดยทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมและได้รับการรับรองตามมาตรฐานความปลอดภัยของวอลโว่
คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย กล่าวว่า “สำหรับวอลโว่ ความเชื่อมั่นไม่ใช่เพียงสิ่งที่สร้างขึ้นได้โดยคำอธิบายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้เห็น สัมผัส และพิสูจน์ด้วยตัวเอง การเปิดศูนย์ปฏิบัติการในครั้งนี้จึงนับเป็นโอกาสสำคัญที่ให้พันธมิตรของเราได้เข้ามาเรียนรู้ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการด้านเทคนิค การเปลี่ยนแบตเตอรี่แรงดันสูง มาตรฐานความปลอดภัย ไปจนถึงวิธีการดูแลลูกค้า เพราะเราเชื่อว่าความโปร่งใสคือรากฐานสำคัญของความไว้วางใจในระยะยาว”
“เรามุ่งมั่นที่จะมอบการบริการ และการดูแลลูกค้าของเราตลอดจนระยะเวลาการใช้รถ เราจึงตั้งใจที่จะพัฒนามาตรฐานการบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลด้วยมาตรฐานสูงสุดในทุกช่วงของการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ เราเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้พันธมิตรได้เข้ามาสัมผัสการทำงานจริงและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน จะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานความปลอดภัย และต่อยอดความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างวอลโว่และพันธมิตรของเรา”
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวอลโว่ได้ที่
Website – www.volvocars.com/th
Facebook – https://www.facebook.com/volvocarsth
Youtube – https://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
LINE – https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=trueเยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446
สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
ธนบุรีนอยสเติน จัดแสดง GEELY STARRAY EM-R พร้อมยนตรกรรม GEELY ครบทุกรุ่น ในงาน BIG MOTOR SALE 2026
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ร่วมนำเสนอไลน์อัปยนตรกรรมพลังงานทางเลือกครบทุกรุ่น พร้อมข้อเสนอพิเศษสุดเร้าใจในงาน BIG MOTOR SALE 2026 มหกรรมแสดงและจำหน่ายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ครั้งที่ 13 นำโดย GEELY STARRAY EM-R เอสยูวีทางเลือกใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกในประเทศไทย พร้อมด้วย GEELY EX2 และ GEELY EX5 ซึ่งได้รับการพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569
นายกุลชาติ ชุติเชาวน์กุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “BIG MOTOR SALE 2026 เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสยนตรกรรมและนวัตกรรมของ GEELY ครบทุกรุ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอพิเศษที่มอบความคุ้มค่าสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์พลังงานใหม่เป็นทางเลือก เราเชื่อว่าการได้สัมผัสรถจริง ทดลองขับ และรับคำแนะนำจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกรถยนต์ที่เหมาะกับความต้องการของตนเองได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของธนบุรีนอยสเตินในการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์คุณภาพ ควบคู่กับมาตรฐานการบริการที่ครอบคลุมทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่แห่งความคุ้มค่า ไม่เพียงในด้านผลิตภัณฑ์ แต่รวมถึงความมั่นใจในการดูแลลูกค้าตลอดการใช้งาน และส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย”
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญภายในงานคือ GEELY STARRAY EM-R เอสยูวีพลังงานทางเลือกใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี EM-R ล่าสุดจาก GEELY ผสานการทำงาน 2 ระบบ คือ ไฟฟ้าและน้ำมัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แบบ Range Extended Electric Vehicle (REEV) ที่ให้ผู้ขับขี่เลือกใช้พลังงานได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งการชาร์จไฟฟ้าหรือเติมน้ำมันตามความเหมาะสม พร้อมมอบระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 104.8 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) โดยมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
GEELY STARRAY EM-R รุ่น PRO ในราคา 699,900 บาท (ราคาพิเศษสำหรับ 300 คันแรก จากราคาปกติ 729,900 บาท)
GEELY STARRAY EM-R รุ่น MAX ในราคา 799,900 บาท
พร้อมสิทธิพิเศษ
- ดอกเบี้ย 98% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน
- รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 160,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
- ฟิล์มรถยนต์ Lamina รุ่น Ceramic Onyx Boost (เฉพาะรุ่น MAX)
- Portable Charger
- ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี
- ค่าจดทะเบียน และพรมปูพื้น
อีกหนึ่งรุ่นที่ได้กระแสตอบรับดีอย่างต่อเนื่องคือ GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% สำหรับคนเมืองยุคใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Global Intelligent Electric Architecture (GEA) พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างแบบ Multi-link พร้อมแบตเตอรี่ LFP ขนาด 39.4 kWh รองรับระยะทางสูงสุด 395 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) โดยมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
GEELY EX2 รุ่น PRO ในราคา 429,990 บาท
GEELY EX2 รุ่น MAX ในราคา 459,990 บาท
และ GEELY EX2 รุ่นพิเศษ Shooting Star ในราคา 484,990 บาท
พร้อมรับสิทธิพิเศษ
- ดอกเบี้ย 98% เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน
- รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 150,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง นาน 8 ปี หรือ 150,000 กม.
- ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- รับประกันคุณภาพอุปกรณ์ตกแต่งสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. (เฉพาะรุ่นพิเศษ Shooting Star)
- ฟิล์มติดรถยนต์ Lamina รุ่น Ceramic Onyx Boost (เฉพาะรุ่น PRO)
- รับสิทธิ์แลกซื้อ Home Charger ในราคา 10,000 บาท
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี
- Portable Charger
- พรมปูพื้น
อีกหนึ่งรุ่นสำคัญคือ GEELY EX5 เอสยูวีอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ มาพร้อม Short Blade Battery แบตเตอรี่ LFP และระบบขับเคลื่อน 11-in-1 Intelligent Electric Drive ที่ให้สมรรถนะควบคู่กับประสิทธิภาพด้านพลังงาน เสริมความมั่นใจด้วยระบบ L2-ADAS พร้อมฟังก์ชันช่วยเหลือผู้ขับขี่ 16 ฟังก์ชันรอบคัน ระบบ Flyme Auto สำหรับการเชื่อมต่อและความบันเทิงอัจฉริยะ โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่
GEELY EX5 รุ่น PRO รับส่วนลด 40,000 บาท ในราคา 759,000 บาท
GEELY EX5 รุ่น MAX รับส่วนลด 50,000 บาท ในราคา 849,000 บาท หรือ รับดอกเบี้ย 0.79% เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน ในราคาปกติ 899,000 บาท
GEELY EX5 รุ่น MAX+ รับส่วนลด 30,000 บาท ในราคา 899,000 บาท (จากราคาปกติ 929,000 บาท)
พร้อมรับสิทธิพิเศษ
- ดอกเบี้ย 98%* เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน
- รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 160,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
- ฟิล์มรถยนต์ Lamina รุ่น Ceramic Onyx Boost (เฉพาะรุ่น MAX และ MAX+)
- Home Charger พร้อมบริการติดตั้งสายไฟยาว 10 ม. (เฉพาะรุ่น MAX+)
- รับสิทธิ์แลกซื้อ Home Charger ในราคา 10,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และรุ่น MAX
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี
- Portable Charger
- ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ค่าจดทะเบียน และพรมปูพื้น
ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสรถยนต์ GEELY ได้ที่บูธ A12 งาน BIG MOTOR SALE 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา และที่โชว์รูม GEELY ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟซบุ๊ก Geely Thonburi Thailand
*ข้อเสนอพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2569
**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยกโชว์รูมบุกงาน BIG MOTOR SALE 2026! ชวนสัมผัสทัพยนตรกรรมหลากหลาย นำโดย “มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี”
พร้อมแคมเปญฉลองแชมป์ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2 สมัยซ้อน ด้วยบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ “มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ยกสูง”21 สิงหาคม 2569: บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ยกขบวนยนตรกรรมหลากหลายรุ่นลุยงาน BIG MOTOR SALE 2026 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในฐานะ “แบรนด์ที่ช่วยยกระดับและเติมเต็มการใช้ชีวิต” ผ่านยานยนต์คุณภาพที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นำโดยไลน์อัปรถยนต์ไฮบริดอย่าง มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ พร้อมฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต หลังคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลสมัยที่ 2 ติดต่อกันในการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026 หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ด้วยบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ยกสูง พร้อมโปรแรง “ดอกเบี้ย 0%” และข้อเสนอพิเศษมากมายให้ลูกค้าที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิภายในงานนี้โดยเฉพาะ
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส นำประสบการณ์และองค์ความรู้ที่สั่งสมจากสนามมอเตอร์สปอร์ตมาต่อยอดในการพัฒนารถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกันของทีมวิจัยและพัฒนาระหว่างประเทศ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ตอบรับทุกรูปแบบของการใช้ชีวิต รวมถึงแนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด ซึ่งผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สนุก ปลอดภัย และสะดวกสบาย ให้ลูกค้าทุกคนได้ ‘Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง’ อย่างเต็มที่ในแบบของตัวเอง โดยในงาน BIG MOTOR SALE 2026 เราได้นำยานยนต์หลากหลายรุ่นมาจัดแสดงให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย ให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิคันที่ใช่ง่ายยิ่งขึ้น”
รถยนต์ไฮไลต์ภายในบูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีฟูลไฮบริดรุ่นล่าสุด ที่กวาดยอดขายสะสมไปแล้วกว่า 13,500 คันทั่วประเทศ ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรูแต่ทรงพลัง สะท้อนตัวตนที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร พร้อม 3 เทคโนโลยีล้ำสมัย รวมไปถึงช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาและทดสอบบนถนนเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร ทำให้รถยนต์รุ่นนี้สามารถมอบประสบการณ์ “Xperience the Force” ที่ให้ทั้งความสนุกในการขับขี่ ความสะดวกสบาย และความมั่นใจสไตล์คนเมืองได้อย่างลงตัว ทั้งนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้ “Xperience the Joy” ยิ่งขึ้น ผู้ที่ทำการจอง รับรถยนต์ และลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569 รับฟรี! บ็อกซ์เซต “XFORCE HEV x JIRAYU KOO” ไลฟ์สไตล์ไอเทมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ประกอบด้วย หมอนผ้าห่ม กระบอกน้ำเก็บความเย็น และกระเป๋าผ้า ที่พร้อมเติมสีสันความจอยตลอดการเดินทาง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการขยายพื้นที่ชีวิตให้กว้างกว่าเดิม ได้แก่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่มาด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่สปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้น ห้องโดยสารกว้างขวางพร้อมเบาะปรับพับได้หลายรูปแบบ เสริมความสบายใจด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา ให้ทุกคนในครอบครัวได้ออกไปสร้างโมเมนต์ดี ๆ ร่วมกันในทุกทริปได้อย่างสบายใจไร้กังวล
นอกจากนี้ รถยนต์ไฮบริดทั้งสามรุ่นยังมาพร้อม “โปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกัน” ที่ให้การคุ้มครองคุณภาพรถยนต์สูงสุด 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (จากเดิม 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร) และการรับประกันระบบไฮบริดสูงสุด 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (จากเดิม 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง) ขณะที่แบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริดยังคงได้รับการรับประกันนาน 10 ปี ตามเงื่อนไขการรับประกันเดิม ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน
ให้ทุกการใช้งานอุ่นใจยิ่งกว่าเคยผู้ที่สนใจสามารถมาร่วมสัมผัสทัพยนตรกรรมคุณภาพจากมิตซูบิชิ พร้อมรับโปรแรง “ดอกเบี้ย 0%” และข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มอีกมากมาย ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (A11) ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ณ ฮอลล์ EH 101-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม 2569 หรือที่โชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือมิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์สประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
บริดจสโตนได้รับเลือกในฐานะพันธมิตรด้านยางรถยนต์ ให้ ‘Lamborghini Fenomeno Roadster’ ซูเปอร์คาร์เปิดประทุนทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ลัมโบร์กินี
Bridgestone ผู้นำระดับโลกด้านยางพรีเมียมและโซลูชั่นการเดินทางอย่างยั่งยืน ได้รับเลือกเป็นพันธมิตรด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการและผู้จัดหายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับซูเปอร์คาร์เปิดประทุนทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ลัมโบร์กินีรุ่น Lamborghini Fenomeno Roadster* ถือเป็นความร่วมมือครั้งล่าสุดระหว่าง Lamborghini และผู้พัฒนายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวอย่าง Bridgestone โดยซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ได้รับการติดตั้งยาง BRIDGESTONE POTENZA ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อส่งมอบสมรรถนะในการขับขี่อย่างสูงสุดทั้งบนถนนและในสนามแข่งอย่างเต็มประสิทธิภาพ
Fenomeno Roadster เป็น Lamborghini รุ่นเปิดประทุนที่มีความพิเศษและทรงพลังที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยผลิตมา โดยมีแผนผลิตเพียง 15 คันเท่านั้น และแต่ละคันมาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไฮบริดประสิทธิภาพสูง V12 มอบกำลังเครื่องทั้งระบบรวมสูงถึง 1,080 แรงม้า ได้รับการติดตั้งด้วยยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถสปอร์ตสมรรถะสูงพิเศษ (Ultra-High Performance) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของซูเปอร์คาร์ในรุ่นนี้สำหรับการขับขี่จริงบนท้องถนน โดยผสานสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเมื่อใช้ความเร็วสูง เข้ากับการตอบสนองของพวงมาลัยที่ดีเยี่ยมและความแม่นยำในการควบคุม
โดย BRIDGESTONE POTENZA SPORT เป็นยางรถยนต์สมรรถะสูงที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยผสานประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านมอเตอร์สปอร์ตที่บริดจสโตนสั่งสมมาอย่างยาวนาน เข้ากับคุณสมบัติการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยมเพื่อถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่ของ Fenomeno Roadster บนท้องถนนและสนามแข่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ยังได้ผ่านการรับรองให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้อย่างสมบูรณ์
คุณ Adrien Thormann ผู้อำนวยการฝ่ายยางรถยนต์สำหรับกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ Bridgestone EMEA กล่าวว่า “ในฐานะพันธมิตรผู้พัฒนาและจัดหายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับซูเปอร์คาร์ Lamborghini ทุกรุ่น บทบาทของเราคือการช่วยให้ผู้ขับขี่ Lamborghini สามารถปลดปล่อยสมรรถนะอันน่าทึ่งได้อย่างเต็มที่ ด้วยการนำประสบการณ์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตของ
บริดจสโตน ผสานเข้ากับสมรรถนะอันโดดเด่นของยางสปอร์ตพรีเมียมตระกูล POTENZA เราจึงสามารถพัฒนายางที่ตอบโจทย์รุ่น Lamborghini Fenomeno Roadster ได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบทั้งการใช้งานบนท้องถนนและในสนามแข่ง”Bridgestone ได้พัฒนายาง BRIDGESTONE POTENZA SPORT ซึ่งเป็นยางรถยนต์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยมีขนาด 265/30 ZRF21 (สำหรับล้อหน้า) และขนาด 355/25 ZRF22 (สำหรับล้อหลัง) ถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพบนสนามแข่ง มีให้เลือกสำหรับการใช้งานทั้งขนาด 20 และ 21 นิ้ว มาพร้อมกับเทคโนโลยี Run Flat (RFT) เอกสิทธิ์เฉพาะของ Bridgestone ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถไปได้แม้เกิดยางรั่ว และสามารถขับต่อไปได้อย่างปลอดภัยในระยะทางสูงสุดถึง 80 กม. ที่ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. แม้แรงดันลมยางจะลดลงจนเป็นศูนย์¹
ยาง BRIDGESTONE POTENZA SPORT ดังกล่าวประทับตราเครื่องหมายของ Lamborghini บนแก้มยาง เพื่อเน้นย้ำถึงการพัฒนาแบบเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง Lamborghini และ Bridgestone สำหรับ Lamborghini Fenomeno Roadster โดยได้รับการพัฒนาและผลิตในประเทศอิตาลีด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Virtual Tyre Development (VTD) ของ Bridgestone ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของบริดจสโตนที่ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืนในกระบวนการพัฒนายางรถยนต์
คุณ Christian Mastro ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Lamborghini กล่าวว่า “สำหรับ Lamborghini แล้ว การออกแบบสมรรถนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบเพียงชิ้นเดียว แต่เป็นผลลัพธ์จากวิศวกรรมที่แม่นยำของทุกองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันอย่างสอดประสาน และยางรถยนต์ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริดจสโตน เราสามารถนำเสนอโซลูชันที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับรถแต่ละรุ่น เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของรถและ DNA ของ Lamborghini ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และรุ่น Fenomeno Roadster เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าเรายังคงร่วมกันเพื่อผลักดันขีดจำกัดของสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง”
Fenomeno Roadster นับเป็นความร่วมมือครั้งล่าสุดในความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 6 ปีระหว่าง Lamborghini และ Bridgestone โดยเริ่มต้นจาก Lamborghini Huracán STO ในค.ศ. 2021 และต่อเนื่องมาถึงรุ่น Revuelto, Temerario, Fenomeno รวมถึงซูเปอร์คาร์รุ่นอื่น ๆ อีกหลายรุ่น ปัจจุบัน Bridgestone ได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรด้านยางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับซูเปอร์คาร์ของ Lamborghini รวมถึงรุ่นล่าสุดที่ได้เปิดตัวในงาน Lamborghini Arena 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ สนามแข่งรถระดับตำนาน Imola Circuit ประเทศอิตาลี โดยในปีนี้ Bridgestone ได้เข้าร่วมในฐานะ Official Lamborghini Arena Partner ของงานดังกล่าว
*หมายเหตุ: รุ่น ‘Lamborghini Fenomeno Roadster’ ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งความมันส์ อีกครั้ง! Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 สนามที่ 2 ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต 29-30 สิงหาคมนี้
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอเชิญชวนแฟนมอเตอร์สปอร์ต มาร่วมชมการแข่งขัน Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 สนามที่ 2 ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 29-30 สิงหาคม 2569 สุดยอดแห่งกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตที่รวมการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับมืออาชีพ พร้อมกิจกรรมทดลองขับสุดท้าทาย การแสดงสมรรถนะรถยนต์โตโยต้า และความบันเทิงแบบจัดเต็มไว้ในงานเดียว
TOYOTA GAZOO RACING THAILAND 2026
สนามที่ 2 ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต
แฟนความเร็วจะได้ร่วมเชียร์การแข่งขัน Toyota One Make Race ทั้ง 4 รุ่น ได้แก่
- Yaris ATIV Lady One Make Race เครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i กับรถซีดานยอดนิยม
- Yaris One Make Race , Hatchback สุดฮ๊อต เครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i
- Hilux REVO One Make Race เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล GD Super Power 2,400 ซีซี
- Corolla ALTIS GR Sport One Make Race เครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i 1,800 ซีซี และโครงสร้าง TNGA
ไฮไลท์กิจกรรมในสนามภูเก็ต
- ใหม่ ! เตรียมพบกับความมัน! “Yaris ATIV HEV GR Sport Challenge Cup” เมื่อ Yaris ATIV HEV GR Sport ถูกนำมาลงสนามแข่งขันเป็นครั้งแรกที่สนามภูเก็ตที่เดียวเท่านั้น เพื่อพิสูจน์สมรรถนะบนสนามแข่งจริง ผ่านการแข่งขันสุดเข้มข้นของเหล่าคนดัง นักแข่งมืออาชีพ KOL และสื่อมวลชนชื่อดัง ที่จะประชันความเร็วและทักษะการขับขี่กันอย่างเต็มพิกัด
- “ร่วมเชียร์ไปกับนักแข่งหน้าใหม่” พร้อมพบกับนักแข่งคนดัง อาทิ พิชชา มิย่า ทองเจือ, ชาช่า ริต์ตา รามณรงค์, KOL ชื่อดังอย่าง สอดอ Style, ท๊อป ทศพล หมายสุข และ ลีซอ ธีรเทพ วโนทัย รวมถึงสื่อสายยานยนต์ชื่อดัง CokeyP พีรพัชร หุนสวัสดิ์ , Streetmetal (กิตติธัช เกศมณี) และ Carnest (นนทนัตถ์ ชัยสิริสุวรรณ) ตลอดจนตัวแทนนักแข่งจาก Toyota Gazoo Racing Academy บิว ภิญญดา พลทะมัย และนักแข่งชาวญี่ปุ่น มาร่วมพิสูจน์สมรรถนะของ Yaris ATIV HEV GR Sport บนสนามแข่งจริง ร่วมติดตามชมกันได้ในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 15:45
- 4×4 Adventure Track – ร่วมทดลองขับฟรี! กับ Toyota 4×4 Adventure กับภูเขาจำลองสูงถึง 5 เมตร: ทดสอบสมรรถนะรถยนต์โตโยต้า บนสนามจำลองสุดท้าทาย ที่ออกแบบมาเพื่อจำลองสภาพเส้นทางออฟโรดจริง ให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้สัมผัสประสิทธิภาพของรถและสร้างความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนน
- สัมผัส DNA มอเตอร์สปอร์ตจากสนามแข่งสู่รถใช้งานจริง ภายใต้แนวคิด “Making Ever-Better Motorsports-Bred Cars”
- พื้นที่จัดแสดงรถรถยนต์ตระกูล GR และรถที่ใช้ในการแข่งขันจริง
- กิจกรรมที่พลาดไม่ได้ คือ HOT LAP ที่ยกขบวนรถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง GR Supra Track Edition, GR Yaris และ GR86 รวมถึงรถยนต์ GR Sport รุ่นต่างๆ ได้แก่ Corolla Cross GR Sport, Fortuner GR Sport, Corolla Altis GR Sport และครั้งแรกของ Yaris ATIV HEV GR Sport มาให้ผู้ชมได้สัมผัสสมรรถนะกันอย่างใกล้ชิด
- เร้าใจไปกับ Drift Show และ Multi-Pathway show การแสดงสมรรถนะรถยนต์หลากหลายรุ่น โดยนักแข่งมืออาชีพจากทีม Toyota Gazoo Racing Thailand ที่จะมาสร้างความประทับใจให้แฟนมอเตอร์สปอร์ต
- ร่วมเชียร์ !! เหล่านักแข่งชื่อดัง Toyota Racing Star team มิย่า, ปังปอนด์, ป๊ายปาย, และนักแข่งชื่อดัง อาทิ รถถัง, แตงโม-ปุณณดา, ชาช่า รามณรงค์ มาร่วมสร้างสีสัน มันส์จัดเต็ม
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย อาทิ พบกับ Ally (presenter Yaris ATIV) , ศิลปิน Influencer อย่างคับคั่ง , ฟินไปกับคอนเสิร์ต Retrospect , มินิคอนเสิร์ตจาก น้องตอง เกวลิน , ร่วมสนุกกับบูธ partner , กิจกรรมจักรยานขาไถ Balance Bike kids , พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายภายในงานจากตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าในจังหวัดภูเก็ต
ฝากแฟนๆมอเตอร์สปอร์ต ติดตามชมและเชียร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมนักแข่งทุกคน
พบกันที่สนามที่ 2 ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต 29-30 สิงหาคมนี้
ติดตามข้อมูลข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook / Youtube: Toyota Gazoo Racing Thailand
Instagram: tgrthailand / TikTok: tgr.Thailand




























































































































































































































