-
เอ็มจี เปิดเกมรุกปี 2026 เน้น “สร้างความเชื่อมั่น” ขับเคลื่อนธุรกิจ มุ่งเติบโตเชิงคุณภาพยกระดับบริการเข้มข้น สู่เป้าหมายยอดขาย 30,000 คัน
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ขยับขึ้นสู่ Top 5 ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ปิดยอดขายปี 2025 ได้ตามเป้ากว่า 27,007 คัน ตั้งเป้าปี 2026 ยอดขาย 30,000 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 5% ในไทย ตั้งธงพาแบรนด์ทะยานสู่เป้าหมายใหญ่ Top 3 ตลาดยานยนต์ไทยภายในทศวรรษที่ 2 ควบคู่ไปกับการขยายตลาดส่งออกสู่ยุโรป ตอกย้ำการเป็นยนตรกรรมคุณภาพภายใต้มาตรฐานระดับโลก “Made in Thailand, For the World” ผสานกลยุทธ์ GLOCAL ดึงเทคโนโลยีและมาตรฐานระดับโลกสู่ผู้บริโภคคนไทย ยกระดับเป็นแบรนด์สู่ “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) วางแผนเปิดตัวรถใหม่ และรุ่นปรับโฉมอย่างต่อเนื่อง ประเดิมด้วยรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นใหม่ ในงานมอเตอร์โชว์นี้ ขณะเดียวกันเตรียมปล่อยแคมเปญเชิงกลยุทธ์ยกระดับงานบริการทุกมิติมุ่งสร้าง “ความเชื่อมั่น”
ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่สมดุลทุกเทคโนโลยี
ในปี 2025 เอ็มจี สามารถทำยอดจำหน่ายรวมกว่า 27,007 คัน เติบโตมากกว่า 57% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และก้าวขึ้นสู่แบรนด์อันดับ 5 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนยอดขายทั้งหมดจากรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 80% และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริด 20% สะท้อนถึงผู้บริโภคที่เปิดใจกับรถยนต์ไฟฟ้า โดย NEW MG4 ELECTRIC มียอดจำหน่ายกว่า 11,000 คัน (46.4%) ครองอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนต่อเนื่อง 4 เดือน ตามด้วย NEW MG S5 EV ยอดขายกว่า 4,920 คัน (19.9%) คว้ารางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2025 และ MG IM6 กว่า 1,700 คัน (6.6%) ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดนอกประเทศจีน ขณะที่กลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดอย่าง MG5 และ ALL NEW MG3 HYBRID+ ยังมีบทบาทสำคัญในการรองรับผู้บริโภคที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
มร. ต๋า เซิน เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จของ เอ็มจี ไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนจากความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยกลยุทธ์ GLOCAL จะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและแบรนด์นับจากนี้ ด้วยการผสานเทคโนโลยีระดับโลก (Global) เข้ากับความเข้าใจตลาดเมืองไทย (Local) เพื่อสร้างคุณค่าที่จับต้องได้จริงและเติบโตอย่างยั่งยืน เป้าหมายของ เอ็มจี คือการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ Top of Mind ของคนไทย ซึ่งต้องอาศัยการวางแผน และก้าวนำอยู่เสมอ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะในราคาที่สมเหตุสมผล ควบคู่ไปกับการบริการที่มีการยกระดับอย่างต่อเนื่องโดยมีแผนงานพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการสู่การเป็น “User Relationship Operation Center” หรือ “ศูนย์กลางการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า” ไปจนถึงการดูแลลูกค้าตลอดวงจรการเป็นเจ้าของรถ ซึ่ง เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์แรกที่บุกเบิกในการวางรากฐานระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV ECOSYSTEM) อย่างครบวงจรในประเทศไทย ตั้งแต่การพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จอย่างต่อเนื่อง การยกระดับมาตรฐานการรับประกันแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (EV LIFETIME WARRANTY) ซึ่ง เอ็มจี เป็นผู้บุกเบิกได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างชัดเจน ทั้งยังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อรถของคนไทย การรับประกันนี้ตอบโจทย์ความกังวลของผู้บริโภคเรื่อง “ต้นทุนการเป็นเจ้าของรถ” โดยเปลี่ยนความไม่สบายใจให้เป็นความเชื่อมั่นที่จับต้องได้จริง โดย เอ็มจี จะทำให้การรับประกันนี้กลายเป็นมาตรฐานที่ต้องมีสำหรับรถอีวีของ เอ็มจี ทุกรุ่นที่จะเปิดตัวต่อจากนี้ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านศูนย์บริการและบุคลากร เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอีวีในระยะยาว พร้อมระบบบริหารจัดการอะไหล่ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจในการดูแลลูกค้าอย่างแท้จริง ตอกย้ำถึงความตั้งใจจริงของ เอ็มจี กับคำมั่น “อยู่ในไทย เพื่อไทย” (In Thailand, For Thailand) และจากนี้เป็นต้นไป เอ็มจี จะให้ความสำคัญกับการเติบโตเชิงคุณภาพ (High-quality Growth) โดยมุ่งเน้นคุณภาพผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการผลิต ความปลอดภัย เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง และความพึงพอใจของลูกค้า มากกว่าการแข่งขันด้านราคาในระยะสั้น พร้อมยกระดับภาพลักษณ์สู่การเป็นแบรนด์ที่เป็น “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) ในใจผู้บริโภค นอกจากการจัดการภายในประเทศที่ครอบคลุมทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์และการบริการแล้ว เอ็มจี ยังมีเป้าหมายในการขยายความยิ่งใหญ่สู่ตลาดสากล ด้วยการเตรียมส่งออกรถยนต์ เอ็มจี ที่ผลิตจากประเทศไทย ไปจัดจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมาตรฐานคุณภาพระดับสากล และพิสูจน์ศักยภาพฐานการผลิตของไทย ตอกย้ำความภาคภูมิใจของ เอ็มจี กับการนำเสนอ “Made in Thailand, For the World” สู่สายตาประชาคมโลก”
ปักธงภารกิจทะยานสู่ Top 3 กับเป้าหมายการเติบโตและวิสัยทัศน์ระยะยาวของ เอ็มจี
สำหรับปี 2026 เอ็มจี ได้กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจไว้อย่างชัดเจน โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายรวมที่ 30,000 คัน พร้อมมุ่งครองส่วนแบ่งการตลาด 5% ซึ่ง ณ ปัจจุบัน เอ็มจี สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top 5 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยได้สำเร็จ ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการวางระบบการดำเนินงานที่ครอบคลุม เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนสู่หมุดหมายสำคัญ ผลักดันแบรนด์สู่ Top 3 ภายในทศวรรษที่ 2
มร. ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แม้ปี 2026 จะยังเป็นปีที่ท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ด้วยทิศทางที่ชัดเจนและการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง เอ็มจี จะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย เอ็มจี ได้กำหนดกรอบกลยุทธ์หลัก 4 ด้าน เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่
- การยกระดับแบรนด์ในระยะยาว
เอ็มจี มุ่งเน้นการส่งมอบมาตรฐานที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ และประสบการณ์ของผู้บริโภคในทุกมิติ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในระยะยาว พร้อมเน้นย้ำจุดยืนของแบรนด์และยนตรกรรมที่เป็น “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) ซึ่งสะท้อนความเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจและจับต้องได้จริงสำหรับผู้บริโภคชาวไทย
- การพัฒนาพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์แบบครอบคลุมทุกเทคโนโลยี ภายใต้กลยุทธ์ Dual Track
ภายใต้กลยุทธ์ “Dual Track” เอ็มจี เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กันอย่างชัดเจน พร้อมเปิดตัวรถใหม่อย่างต่อเนื่องในแต่ละไตรมาส เพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับตลาด พร้อมรักษาความต่อเนื่องของไลน์อัปสินค้า และทำให้ผลิตภัณฑ์ของ เอ็มจี ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคครอบคลุมในทุกเซกเมนต์ รวมถึงการนำ “เทคโนโลยีอัจฉริยะ” มาเป็นแกนหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความแตกต่างและยกระดับมาตรฐานตลาดรถยนต์ไทย ในปี 2026 เอ็มจี มีแผนขยายพอร์ตโฟลิโอรถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่งานมอเตอร์โชว์ ด้วยการเปิดตัว MG IM5
ในกลุ่มพรีเมียมอีวี พร้อมด้วย NEW MG MAXUS 9 MCE ในกลุ่ม e-MPV และ NEW MG4 ELECTRIC MINORCHANGE เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์อัปยอดนิยมของแบรนด์ภายในไตรมาสที่สอง มีแผนเปิดตัวรถ EV ในกลุ่ม B-Segment สำหรับตลาดหลัก พร้อมพัฒนาปรับปรุงรุ่นปัจจุบันให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน เอ็มจี จะเดินหน้าเทคโนโลยี HYBRID+ อย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิดตัวรถไฮบริดรุ่นใหม่ภายในปีนี้ เพื่อสนับสนุนลูกค้า ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ ในปี 2027 เอ็มจี มีแผนเปิดตัวรถใหม่รวม 5 รุ่น โดยย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ได้มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่จะเปิดตัว “รถที่ใช่ ในเซกเมนต์ที่ใช่และในเวลาที่เหมาะสม”
- กลยุทธ์ GLOCAL นำแนวคิดที่สำเร็จมาประยุกต์ใช้ในไทย
เอ็มจี พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ GLOCAL อย่างเต็มขั้น ด้วยการผสานมาตรฐานและความสำเร็จระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยอย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงในด้านการผลิตเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงแนวทางการตลาดและการขาย โดยประยุกต์แนวคิดและโมเดลที่ประสบความสำเร็จในระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เช่น การนำแนวคิด Live Commerce มาใช้กับแบรนด์รถยนต์ เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย ขยายฐานลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคไทยในยุคดิจิทัล
- การมุ่งสู่การเติบโตเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน
เอ็มจี มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพในทุกมิติ ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินงาน ยกระดับมาตรฐานการบริการ และพัฒนาศักยภาพผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจในระยะยาวให้กับลูกค้าและพันธมิตร ในปีนี้ เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์และความผูกพันกับลูกค้า โดยเพิ่มความถี่ของกิจกรรม CRM และจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งกิจกรรมขนาดเล็กแนวไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างความใกล้ชิดและคอมมูนิตี้ของผู้ใช้รถยนต์ เอ็มจี รวมถึงกิจกรรมให้ผู้บริโภคได้เรียนรู้การใช้งานรถอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เช่น EV Rally เพื่อรวมกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี และขยายการเข้าถึงลูกค้าไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะในกรุงเทพฯ
ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกจนตลอดการใช้งาน
ขณะเดียวกัน เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและบริการหลังการขายอย่างเป็นระบบ ผ่านการขยายเครือข่ายศูนย์บริการโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 130 แห่งทั่วประเทศ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า การบริหารจัดการอะไหล่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำดิจิทัลแพลตฟอร์มมาช่วยดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การนัดหมาย การติดตามสถานะการซ่อม ไปจนถึงการรับฟังเสียงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจและความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นอกจากในด้านผลิตภัณฑ์แล้ว ปีนี้ เอ็มจี จะยกระดับคุณภาพการบริการอย่างเข้มข้นและจริงจัง โดยจะมีความเคลื่อนไหวสำคัญของ เอ็มจี ที่มุ่งสร้างอีกหนึ่งจุดเปลี่ยน นั่นคือ การสร้างความพึงพอใจด้วยการยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ด้วยแคมเปญเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับการบริการที่เข้มข้นขึ้น มุ่งหวังให้ทุกคนที่เข้ามาใช้บริการกับ เอ็มจี ได้รับนอกเหนือจากความสะดวกสบายแต่คือรอยยิ้มและความพึงพอใจในทุกจุด ตั้งแต่ก่อนการเป็นเจ้าของรถ ไปจนถึงการใช้งานในระยะยาว โดยแผนงานนี้ครอบคลุมทั้งด้านการขาย การบริการ และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของการเป็นลูกค้า เอ็มจี
พร้อมกันนี้ ยังมีการพัฒนาศักยภาพผู้จำหน่าย ทีมขาย และทีมบริการอย่างรอบด้าน และการนำเทคโนโลยีมาใช้ตอบสนองบริการหลังการขาย ซึ่งเราได้เตรียมระบบ e-Workshop เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลกับผู้จำหน่ายสำหรับติดตามงานบริการแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนการตรวจสอบ รองรับการเก็บข้อมูลในระยะยาว และให้การบริการที่สมบูรณ์แบบ โดยจะเริ่มใช้งานกับผู้จำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และจะขยายสู่ศูนย์บริการทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงการทำการนัดหมายเข้าศูนย์บริการและแจ้งสถานะการบริการแบบเรียลไทม์ผ่านระบบ LINE OA เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า โดยมีแผนเริ่มใช้งานในช่วงกลางปีนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบ End-to-End
นอกจากงานบริการแล้ว เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอะไหล่ด้วยระบบสั่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันมีอัตราจ่ายอะไหล่ครั้งแรกสูงถึง 99.38% ช่วยลดเวลารถค้างซ่อมและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า ได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ เอ็มจี ยังจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ด้วยการจัดตั้งศูนย์วิจัยยานยนต์และการเรียนรู้ยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ในการร่วมกันสร้างและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่วงการยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง เอ็มจี เชื่อว่าความสำเร็จของแบรนด์ในระยะยาว จะเกิดจากมาตรฐานที่สม่ำเสมอทั่วประเทศ ทั้งสินค้า บริการ และระบบสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อให้ เอ็มจี เติบโตไปพร้อมกับลูกค้าและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG ThailandHashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ฮอนด้า ชวนเหล่าสาวกสัมผัส DNA ความสปอร์ต ในงาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance 14 มี.ค. 2569 จัดเต็มกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมแคมเปญพิเศษ ที่คนรัก Type R ไม่ควรพลาด สมัครด่วน ! ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. – 5 มี.ค 69 นี้เท่านั้น สิทธิ์มีจำนวนจำกัด !
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของชาวแฟน ๆ สายสปอร์ตคนรัก Honda Civic Type R ในกิจกรรม Honda Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance ในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ถนนรามคำแหง พร้อมเปิดรับสมัคร
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมโดยลงทะเบียนผ่าน QR Code ในภาพผ่านช่องทาง Facebook: Honda Thailand ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569 สิทธิ์มีจำนวนจำกัด
ฮอนด้าตั้งใจจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างคอมมูนิตี้ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ และถ่ายทอดจิตวิญญาณการขับขี่ของ Honda Civic Type R อย่างแท้จริง นับเป็นโอกาสพิเศษที่เจ้าของรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้นำรถคันโปรดมาจัดแสดง พร้อมร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งาน มุมมองความประทับใจด้านสมรรถนะ และเสน่ห์ DNA ความสปอร์ตของ Honda Civic Type R
พบกับหลากหลายกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงาน ได้แก่
- Photo Backdrop: เก็บภาพโมเมนต์คู่กับ Honda Civic Type R ที่ดีไซน์มาเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตโดยเฉพาะ
- Civic Type R Popular Vote: ร่วมโหวตคันที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบให้กับรถแต่งที่โดดเด่นและมีสไตล์ที่สุดภายในงาน
- Shoot & Share: เก็บภาพสุดเท่ และแชร์โมเมนต์ The Unrivaled Performance ลงโซเชียลมีเดียเพื่อรับของที่ระลึก (จำกัด 200 ท่านแรก) และลุ้นรับรางวัลใหญ่สำหรับโพสต์ที่มียอดไลค์และแชร์สูงสุด
- Tasteful Treats & Lucky Draw: อิ่มอร่อยไปกับเมนูคัดสรรจาก Food Truck และรับสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึก
สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะในงานเท่านั้น - Sport Performance Experience: สัมผัสสมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจ ช่วยให้คุณตัดสินใจเป็นเจ้าของรถสปอร์ตในฝันได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดีลโดนใจสายสปอร์ตกับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance” พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ 2 ต่อ ที่มอบให้ทั้งลูกค้าและผู้แนะนำ เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ
- ดีลแรงแซงทุกโค้ง ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท*
- ยิ่งชวน ยิ่งได้ ! สิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวฮอนด้า เพียงแนะนำให้เพื่อนมาออกรถยนต์ Honda Civic
Type R รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท**
ลูกค้าที่สนใจกิจกรรมพิเศษครั้งนี้ สามารถลงทะเบียนผ่าน QR Code ในภาพผ่านช่องทาง Facebook: Honda Thailand ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569 แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสัมผัสรถสปอร์ตในตำนานและพิสูจน์นิยามแห่งความแรงของ Honda Civic Type R ไปด้วยกัน !
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
Honda Moto Mania ครั้งแรกใน ThaiGP 2026 สนุกครบสายซิ่ง-สายลุย พลิกบทบาทผู้ชมสู่สนามแข่งจริง ชิงรางวัลกว่า 2 แสนบาท ณ สนามช้างฯ บุรีรัมย์ 27 – 28 ก.พ. นี้
ไทยฮอนด้า ชวนแฟนสองล้อร่วมปลุกความมันส์ในงาน “Honda Moto Mania 2026” ที่ชวนมา Enjoy The World of Honda Motorcycle สัมผัสโลกมอเตอร์สปอร์ตครบทุกมิติ ทั้งการแข่งขัน ความรู้ และความสนุกในพื้นที่เดียว ระหว่างวันที่ 27–28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ BRIC Drift Track สนาม Chang International Circuit จังหวัดบุรีรัมย์ ภายในงาน PT Grand Prix of Thailand 2026 เปิดรับสมัครแล้วผ่าน Honda BigWing และ Wing Center ทั่วประเทศ
Honda Moto Mania 2026 จัดเต็มกิจกรรมไฮไลต์ถึง 5 รูปแบบ แบ่งเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ Sport Arcade และ Adventure Arcade ครอบคลุมทั้งการแข่งขันทางเรียบ สนามเทคนิค และกิจกรรมสายแอดเวนเจอร์
โซนแรก Sport Arcade สำหรับสายความเร็วและเทคนิค ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ประชันฝีมือในบรรยากาศการแข่งขันเข้มข้นใกล้เคียงสนามจริง ผ่าน 3 การแข่งขันแบบเก็บคะแนน ได้แก่
- Racing Speed Challenge แข่งขันทางเรียบด้วยรถ Honda NSF100 (รถจาก Thai Honda) คูปอง 1 ใบ ลงแข่งได้ 1 ครั้ง แข่งขันทั้งหมด 5 รอบสนาม/ครั้ง ผู้ที่ทำเวลารวมได้เร็วที่สุด 3 อันดับ จะได้รับเงินรางวัล และของรางวัล โดยเก็บคะแนนใน Honda Passport
- Gymkhana Skill Challenge ทดสอบทักษะควบคุมรถในสนามเทคนิคด้วย Honda CB500F (รถจาก Thai Honda) คูปอง 1 ใบ ลงแข่งได้ 1 ครั้ง แข่งขันทั้งหมด 2 รอบสนาม/ครั้ง จัดอันดับจากเวลารวมดีที่สุด ผู้ที่ทำเวลารวมได้เร็วที่สุด 3 อันดับ จะได้รับเงินรางวัล และของรางวัล โดยเก็บคะแนนใน Honda Passport
- Fun Drag Challenge แข่งขันทางตรงระยะ 100 เมตร แบ่ง 3 รุ่น
- รุ่น BigBike ใช้ Honda CB500F (รถจาก Thai Honda)
- รุ่น Scooter 160cc และ 350cc ใช้รถส่วนตัว
คูปอง 1 ใบ ลงแข่งได้ 1 ครั้ง แข่งขันทั้งหมด 2 รอบสนาม/ครั้ง ผู้ที่ทำเวลารวมได้เร็วที่สุด 3 อันดับ จะได้รับเงินรางวัล และของรางวัล โดยเก็บคะแนนใน Honda Passport
โซน Adventure Arcade สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่สไตล์แอดเวนเจอร์ เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ใช้รถจักรยานยนต์ส่วนตัวเข้าร่วมสนุก 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่
- Adventure Rally Challenge แข่งขัน Fun Rally ในเส้นทางท่องเที่ยว ด้วยรถจักรยานยนต์ส่วนตัว ผ่านฐานกิจกรรมทั้งหมด 5 ฐาน คูปอง 1 ใบ ลงแข่งได้ 1 ครั้ง แข่งขันทั้งหมด 1 รอบ/ครั้ง ผู้เข้าแข่งขันต้องวิ่งตาม GPS เพื่อเข้าฐาน 5 ฐานและทำกิจกรรมเก็บคะแนนให้ครบ ผู้ที่ทำคะแนนดีที่สุด 3 อันดับ จะได้รับเงินรางวัล และของรางวัล โดยเก็บคะแนนใน Honda Passport
- Adventure Sprint Challenge (Adventure / Enduro Sprint) แข่งขัน Adventure Sprint (500cc ขึ้นไป) และ Enduro Sprint (150-300cc) ในเส้นทางวิบากระยะทางประมาณ 15 กม. โดยใช้รถจักรยานยนต์ส่วนตัว คูปอง 1 ใบ ลงแข่งได้ 1 ครั้ง แข่งขันทั้งหมด 1 รอบ/ครั้ง ผู้ที่ทำคะแนนดีที่สุด 3 อันดับ จะได้รับเงินรางวัล และของรางวัล
สำหรับกติกาการแข่งขัน ผู้สมัครจะได้รับ Passport สำหรับบันทึกผลในแต่ละกิจกรรม ผู้ที่ทำคะแนนดีที่สุด 3 อันดับในแต่ละรายการจะได้รับรางวัลประจำกิจกรรม ส่วนผู้ที่มีคะแนนเฉลี่ยรวมสูงสุดจาก 4 การแข่งขันหลักจะคว้ารางวัลแชมป์ Overall โดยไม่นำคะแนนจาก Adventure และ Enduro Sprint มาคิดรวม โดยสามารถดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/4aiWATC
นอกจากนี้ ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมเสริมอื่นๆ ที่ออกแบบให้เหมาะกับครอบครัวคนรักสองล้อทุกวัย ตั้งแต่จักรยานขาไถและ Kid’s Strider Race สำหรับนักซิ่งฟันน้ำนม ไปจนถึง Mini Moto Ride และ Motorcycle Arcade พร้อมกิจกรรมพัฒนาทักษะอย่าง Training with Honda Riders การฝึกกับ Moto Trainer และหลักสูตร Safety Riding Course เพื่อเสริมความมั่นใจในการขับขี่ เติมเต็มบรรยากาศความคึกคักตลอดสองวันภายในพื้นที่ Honda Race To The One Village
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand): https://facebook.com/hondamotorcyclethailand
Honda BigBike: https://facebook.com/HondaBigBikeTH
Honda Racing Thailand: https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH#HondaMotoMania #ThaiGP2026 #MotoGP #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
-
News / News Motocycle1 Min Read
“นากาชิม่า” บิดรถแข่ง Honda CBR1000RR-R ประเดิมคว้าแต้ม 2 เรซสนามแรกที่ ออสเตรเลีย
ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 เปิดฉากดวลความเร็วสนามแรกระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ สนามฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย
ในฤดูกาลนี้มีความหมายอย่างมากต่อวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย เมื่อ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 กลายเป็นนักบิดไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่เข้าร่วมแข่งขันในรุ่นใหญ่อย่าง เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ แบบเต็มฤดูกาลกับทีมโรงงานของ ฮอนด้า เอชอาร์ซี แต่น่าเสียดายที่บาดเจ็บจากการฝึกซ้อมจนพลาดลงแข่งสนามแรก เช่นเดียวกับทีมเมทชาวอังกฤษอย่าง “เจค ดิ๊กสัน” หมายเลข 96 ที่บาดเจ็บจากการทดสอบเช่นกัน
โดย ฮอนด้า เอชอาร์ซี ส่ง “เท็ตซูตะ นากาชิม่า” นักบิดทดสอบชาวญี่ปุ่นลงแข่งขันภายใต้รถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 45 ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนารถแข่ง และสามารถเก็บแต้มมาได้จาก 2 เรซ ที่ ออสเตรเลีย
ผลการแข่งขันในเรซแรกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า “นากาชิม่า” ออกสตาร์ตจากกริดที่ 17 ก่อนจะขยับเข้าเส้นชัยในอันดับ 14 ด้วยเวลาตามหลังผู้ชนะ 35.308 วินาที ส่วนในรอบ ซูเปอร์โพลเรซ นักบิดญี่ปุ่นเข้าป้ายในอันดับ 17
ขณะที่การแข่งขันเรซที่ 2 ซึ่งดวลกันในวันอาทิตย์ท่ามกลางแทร็กที่ชุ่มไปด้วยฝน “นากาชิม่า” ออกตัวจากกริด 17 และวางแผนการบิดอย่างชาญฉลาด ก่อนจะพารถแข่ง Honda CBR1000RR-R เข้าเส้นชัยในอันดับ 11 ตามหลังผู้ชนะ 52.224 วินาที เก็บแต้มสำคัญให้ทีมได้ทั้งสิ้น 7 แต้ม จากสนามแรกของปี
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า “ก้อง-สมเกียรติ” จะหายกลับมาทันลงบิดในสนาม 2 ที่ อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคมนี้
#HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #JD96 #TN45 #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026 #AustralianWorldSBK
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
Monster Energy Yamaha MotoGP ปิดฉากการทดสอบพรีซีซั่น 2026 ณ สนามช้างฯ ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสู้ศึกเปิดฤดูกาลสัปดาห์นี้
ทัพนักบิดทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ปิดฉากโปรแกรมพรีซีซั่นเทสต์ 2026 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดย “ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร” และ “อเล็กซ์ รินส์” ทำผลงานอยู่ในอันดับที่ 17 และ 20 ในตารางเวลารวม เร่งเก็บข้อมูลโค้งสุดท้ายก่อนเปิดศึกสนามแรกที่ไทยสัปดาห์นี้
เข้าสู่ช่วงนับถอยหลังเพียง 7 วันก่อนเปิดฤดูกาล MotoGP 2026 โดยในการทดสอบอย่างเป็นทางการ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สองนักบิดองยามาฮ่าใช้เวลาอย่างเต็มที่ตลอด 2 ช่วงการซ้อม เพื่อหาข้อมูลที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับรถแข่งเวอร์ชั่นล่าสุด
สรุปผลงานจากการทดสอบ
- ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร (#20): กับการลงทำการทดสอบทั้งสั้น 55 รอบสนาม ของวันที่ 2 โดยในช่วงบ่ายสามารถกดเวลาลงมาแตะที่ 1’29.701 วินาที รั้งอันดับ 9 ในช่วงซ้อมที่ 2 และอยู่อันดับ 17 ในตารางเวลารวม ห่างจากจ่าฝูง 033 วินาที
- อเล็กซ์ รินส์ (#42): กับการลงทำการทดสอบ 54 รอบ ทำเวลาดีที่สุดอยู่ที่ 1’30.122 วินาที จบการทดสอบในอันดับ 20 ของตารางเวลารวม ห่างจากผู้นำ 454 วินาที
โดยในการเก็บข้อมูลการทดสอบ ณ สนามช้างฯ มัสซิโม เมเรกัลลี (ผู้อำนวยการทีม) กล่าวว่า “การทดสอบ 2 วันนี้ท้าทายกว่าที่เซปังฯ แต่เราได้ข้อมูลที่มีค่ามาก แม้จะมีช่วงที่ยากลำบากบ้างแต่นักแข่งทั้งสองคนให้ข้อมูลในการปรับจูนไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เรากำหนดทิศทางการพัฒนาตลอดทั้งฤดูกาลได้ชัดเจน”
สำหรับ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร กล่าวว่า “เรากำลังเรียนรู้รถใหม่เมื่อเทียบกับตัวเก่า ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก โดยส่วนตัวยังมีปัญหากับอาการบาดเจ็บที่ยังไม่สมบูรณ์ 100% แต่ผมจะพร้อมแน่นอนสำหรับเรซแรกที่ประเทศไทย ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้”
อเล็กซ์ รินส์ กล่าวว่า “พรีซีซั่นจบลงแล้ว ผมพยายามให้ข้อมูลที่ดีที่สุดแก่ทีมวิศวกร ตอนนี้สภาพร่างกายผมแข็งแกร่งมาก และพร้อมแล้วสำหรับการเริ่มต้นฤดูกาล 2026 ที่ประเทศไทย”
เตรียมพบความมันส์ระดับโลก! ร่วมเชียร์ทัพ Monster Energy Yamaha MotoGP ในศึกเปิดฤดูกาล 2026 รายการ Grand Prix of Thailand ณ สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมนี้ แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามผลงานของทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ได้ทาง www.yamaha-motor.co.th หรือที่ Facebook: Yamaha Society Thailand
#RevsYourHeart #ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด #YamahaBeyondTheLimits #YamahaRacing #YamahaWorldChampion #YamahaNumber1RacingTeam #TheBlueShift #YamahaMotoGP26 #YamahaFactoryRacingTeam #M1V4 #MonsterEnergyYamahaMotoGP #FQ20 #AR42 #PrimaPramacYamaha #JM43 #TR07 #ThaiGP2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียวประจำปี 2568” จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นครั้งที่ 2 เดินหน้าดำเนินธุรกิจพร้อมรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียวธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568” จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดยบริษัทฯ ได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยม ตามหลักเกณฑ์การประเมินทั้ง 5 มิติ ได้แก่ มิติกายภาพ มิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติการบริหารจัดการ ซึ่งโรงงานที่จะได้รับรางวัลต้องไม่มีข้อร้องเรียนจากการประกอบกิจการ และไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงจนเป็นเหตุให้มีการหยุดประกอบกิจการในช่วงเวลาที่เข้ารับการประเมิน ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำกับดูแลโรงงาน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
มร. โนบุฮิโกะ โคอิซูมิ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิต บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มอบรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568” ให้แก่ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของพนักงานทุกคน ตลอดจนความไว้วางใจจากชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมต้องเดินควบคู่ไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เรายังคงมุ่งมั่นและสานต่อการดำเนินงานผ่านกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำกับดูแลโรงงานต่อไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต”
บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ได้รับการยกย่องในการดำเนินงานและผลการประเมินใน ระดับดีเยี่ยม ครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ มิติกายภาพ การบริหารจัดการพื้นที่โรงงานและทัศนียภาพที่เรียบร้อยผ่านการให้ความสำคัญในการจัดสรรพื้นที่สีเขียว และการออกแบบระบบระบายน้ำที่แยกระหว่างน้ำฝนและน้ำเสียอย่างชัดเจน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ต่อมา มิติเศรษฐกิจ สร้างการเติบโตและมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่นและชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ร้านค้าชุมชนได้เข้ามาจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ที่โรงงานจัดเตรียมไว้ เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้และอาชีพ
ด้าน มิติสิ่งแวดล้อม โรงงานเอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น มีการจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างเป็นสัดส่วน โดยมีพื้นที่สีเขียวรวม 4,858 ตารางเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของพื้นที่โรงงานทั้งหมด และได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4 (วัฒนธรรมสีเขียว) จากกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ โรงงานฯ ยังมีระบบบำบัดมลพิษที่เป็นไปตามกฎหมาย และมีการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมโดยไม่ใช้วิธีฝังกลบ (Zero Landfill) ตลอดจนส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับ มิติสังคม โรงงานเอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น มีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผ่านโครงการเพื่อสังคม อาทิ การมอบระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลชุมชนภายใต้โครงการ Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า รวมถึงการจ้างงานผู้พิการ เพื่อเปิดโอกาสการสร้างรายได้ ตลอดจนการเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นและ ข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
ปิดท้ายด้วย มิติการบริหารจัดการ โรงงานฯ ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการดำเนินงาน และระบบการตรวจสอบที่ได้การรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 อีกทั้งยังได้รับ รางวัลกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ประจำปี 2568 (Zero Accident Campaign 2025) ต่อเนื่อง 6 ปี อีกด้วย
พิธีมอบธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “GREEN GOLD GROWTH for Sustainability” โดยมีโรงงานที่ได้รับ รางวัล “ธงขาวดาวเขียว” จำนวน 201 โรงงาน และรางวัล “ธงขาวดาวทอง” จำนวน 53 โรงงาน ซึ่งมีเป้าหมาย เพื่อนำนิคมอุตสาหกรรมก้าวสู่มาตรฐานสากล มุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด และยกระดับโรงงานสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industries) อย่างยั่งยืน
ไฮไลต์สำคัญ: “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568”
- บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568”
- บริษัทได้รับการประเมินระดับดีเยี่ยมจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)
- บริษัทผ่านเกณฑ์การประเมิน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ กายภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการ
- สะท้อนความมุ่งมั่นด้านธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียว และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
สมาคมรถโบราณ ร่วมเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” โดยสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค เข้าร่วมงาน ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569
สมาคมรถโบราณขอเชิญชวน นุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ชุดไทย ไปเที่ยวงาน พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
Royal Enfield เสริมแกร่งต้อนรับศักราชใหม่ เปิดโชว์รูม–ศูนย์บริการแห่งใหม่ล่าสุด สาขาที่ 36 ในประเทศไทย
ท่ามกลางความคึกคักของตลาดรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกและแอดเวนเจอร์ในประเทศไทย Royal Enfield ยังคงตอกย้ำความเป็นต้นแบบของการขี่สไตล์คลาสสิก ผ่าน DNA ด้านความเป็น Heritage ที่มาพร้อมประสบการณ์การขับขี่ที่เข้าถึงง่าย และคอมมูนิตี้ชาวสองล้อที่แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง
Royal Enfield แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 125 ปี เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ต้อนรับศักราชใหม่ปี 2569 ด้วยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ล่าสุด Royal Enfield สาขาพระรามสอง อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 โดยตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ และใกล้กับห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล พระรามสอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกและพื้นที่ใกล้เคียง
การเปิดสาขาพระรามสองในครั้งนี้ นับเป็น สาขาที่ 36 ของ Royal Enfield ประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ในการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกจุดสัมผัส ตั้งแต่การเข้าชมและพูดคุยเกี่ยวกับตัวรถ การให้คำปรึกษาโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ การทดลองขี่ ไปจนถึงการเข้ารับบริการหลังการขายตามมาตรฐานของ Royal Enfield
โชว์รูม Royal Enfield สาขาพระรามสอง ได้รับการออกแบบที่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่ผสานความคลาสสิกเหนือกาลเวลาเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ที่สนใจในโลกของการขี่มอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์คันแรก ผู้ที่เปิดรับไลฟ์สไตล์การขี่ที่หลากหลาย หรือผู้ที่หลงใหลและอยากสัมผัสจิตวิญญาณของ Pure Motorcycling
นอกจากพื้นที่จัดแสดงรถมอเตอร์ไซค์ครบทุกเซกเมนต์แล้ว สาขาพระรามสองยังมาพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน ที่ดูแลโดยช่างผู้ชำนาญการ ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานสากลของ Royal Enfield พร้อมมี Service Bay 3 ช่อง รองรับการให้บริการที่ครบครันมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้าในด้านคุณภาพการบริการ ความปลอดภัย และความใส่ใจในรายละเอียดของทุกขั้นตอน
การขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Royal Enfield ในการอยู่เคียงข้างชาวสองล้อไทยอย่างแท้จริง พร้อมเสริมสร้างความมั่นใจในการเป็นเจ้าของรถ และเดินหน้าสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ขี่มอเตอร์ไซค์อย่างยั่งยืน ผ่านโชว์รูม ศูนย์บริการ และกิจกรรมการขี่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน
ในช่วงที่ตลาดรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกและแอดเวนเจอร์ในประเทศไทยมีการแข่งขันสูงขึ้น Royal Enfield ยังคงยึดมั่นในแนวคิด “Pure Motorcycling” ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขี่จริง ความเรียบง่ายที่เข้าถึงได้ และการสร้างคอมมูนิตี้ผู้ขี่ที่แข็งแรง ควบคู่กับการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและประสบการณ์ระยะยาวให้กับผู้ใช้ในประเทศไทย
ซึ่ง Royal Enfield เชื่อว่า ภายใต้แนวคิด “Pure Motorcycling” มอเตอร์ไซค์ไม่ใช่เพียงพาหนะสำหรับการเดินทาง แต่คืออิสระ การแสดงตัวตน และประสบการณ์การขี่ที่เข้าถึงได้จริง ความเรียบง่ายนี้ช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ขี่ และสะท้อนเสน่ห์ของการขี่ที่มากกว่าการแข่งขันด้านสเปกหรือเทคโนโลยี
ผู้ที่สนใจทุกท่านสามารถเข้าชมโชว์รูม และเข้ารับบริการจาก Royal Enfield พระราม 2 ได้แล้วตั้งแต่วันนี้
- เวลาทำการ: 9.00-18.00
- วันทำการ: วันอังคาร-วันอาทิตย์ หยุดทุกวันจันทร์
- โทร: 02-115-2900
- Google Maps : https://maps.app.goo.gl/fBKbmyvG5JTjGn1RA
- Facebook Page : https://www.facebook.com/rerama2
#RoyalEnfield #RoyalEnfieldThailand #PureMotorcycling #RidePure #RideMore
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
วอลโว่ เปิดตัวพอดแคสต์ For Life. ช่องทางสำหรับการแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคน
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว For Life. พอดแคสต์สายไลฟ์สไตล์ ที่ชวนทุกคนหันมาใส่ใจชีวิตทั้งสุขภาพกายและสุขภาวะทางใจ (Wellness) ได้อย่างสมดุล ผ่านประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้านที่จะมาแลกเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตและประสบการณ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมเปิดโอกาสให้บุคลากรวอลโว่สลับบทบาทมาทดลองเป็นผู้ดำเนินรายการด้วยตนเอง สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เป็นตัวเอง และสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้านการพูดและการสื่อสาร เนื้อหาของแต่ละตอนยังเชื่อมโยงแนวคิดเรื่อง ‘ความปลอดภัย’ ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ฟังได้เรียนรู้ เข้าใจตัวเอง และค่อย ๆ เติบโตสู่เวอร์ชันที่ดีที่สุดของตนเองอย่างปลอดภัย พอดแคสต์นี้จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ทุกคนทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ และสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน
พอดแคสต์ For Life. 5 ตอนแรก เราได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญถึงสามท่าน ที่จะมาแบ่งปันมุมมองและคำแนะนำเพื่อดูแลชีวิตให้สมดุลในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- คุณก้อย อภิรดี ธรรมสรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Wellness ร่วมพูดคุยเรื่องการกินอย่างมีสุขภาพดีโดยไม่ต้องงดของโปรด พร้อมแบ่งปันแนวทางการดูแลจิตใจให้แข็งแรงด้วยการเช็กความรู้สึกตัวเองทุกวัน
- คุณนิด ณัชชา เพชรสากล คุณครูสอนโยคะ ที่ก้าวผ่านความไม่แน่นอนในชีวิตมาได้ ร่วมแชร์มุมมองเรื่องการอยู่กับปัจจุบัน การใช้ลมหายใจเพื่อลดความเครียดและช่วยให้นอนหลับดีขึ้น รวมถึงแนวทางการรับมือกับความไม่แน่นอนในชีวิต เพื่อสร้างกำลังใจในแต่ละวัน
- คุณเดียร์ ทศพล เจริญจิตต์ นักกีฬา Hyrox ที่มีประสบการณ์การแข่งขันต่างประเทศ ร่วมพูดคุยเรื่องการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนการแข่งขัน พร้อมคำแนะนำการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย
สามารถรับชม teaser ทั้ง 5 ตอนแรกของ For Life. พอดแคสต์ได้ที่ลิงก์ https://drive.google.com/file/d/1vmWf6NWkBdVQPLeSUdoANGx1Lco3N-FJ/view?usp=sharing
สามารถรับชม For Life. พอดแคสต์ได้แล้ววันนี้ทางช่องทาง @VolvoCarTh YouTube หรือคลิก https://www.youtube.com/@VolvoCarTh เพื่อรับชม
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่Website – www.volvocars.com/th
Facebook – https://www.facebook.com/volvocarsth
Youtube – https://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
Line – https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=trueเยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446
สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบันสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
CUB House by Honda ร่วมแสดงความยินดี “จีโน่–อาฒยา” คว้าแชมป์ Honda LPGA Thailand 2026 บนแผ่นดินเกิด สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่วงการกอล์ฟไทย
CUB House by Honda ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของ “จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล” โดย มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับโปรกอล์ฟหญิงมือ 1 ของโลกปัจจุบัน หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์การแข่งขันกอล์ฟสตรีระดับโลก รายการ Honda LPGA Thailand 2026 ได้สำเร็จบนแผ่นดินไทย พร้อมรับเงินรางวัลกว่า 8.3 ล้านบาท นับเป็นแชมป์อาชีพรายการที่ 8 และเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้ครั้งแรก โดยเจ้าตัวสุดภูมิใจกับรายการนี้เป็นอย่างมาก โดย “จีโน่–อาฒยา” ถือเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่ 3 ที่คว้าแชมป์รายการนี้ ต่อจาก เม–เอรียา จุฑานุกาล และ แพตตี้–ปภังกร ธวัชธนกิจ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีของแฟนกีฬาชาวไทยทั่วประเทศ
ก่อนหน้านี้ CUB House by Honda ได้ประกาศร่วมสนับสนุน “จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล” อย่างเป็นทางการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2026 เพื่อร่วมผลักดันศักยภาพนักกีฬาไทยสู่เวทีระดับโลก และส่งต่อพลังแห่งความมุ่งมั่นให้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งชัยชนะในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเท วินัย และความกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง อันเป็นคุณค่าที่สอดคล้องกับแนวคิดของฮอนด้าในการขับเคลื่อนแรงบันดาลใจผ่านแพสชันของผู้คน
ความสำเร็จของ “จีโน่” ไม่เพียงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในเส้นทางอาชีพของนักกีฬาหญิงไทยบนเวทีโลก แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับเยาวชนไทยว่า ความฝันสามารถกลายเป็นความจริงได้ด้วยความมุ่งมั่นและการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง
CUB House by Honda ขอร่วมแสดงความยินดีและภาคภูมิใจกับความสำเร็จครั้งสำคัญของ “จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล” พร้อมเดินหน้าสนับสนุนพลังของคนรุ่นใหม่และนักกีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างแรงบันดาลใจและผลักดันศักยภาพของคนไทยสู่เวทีโลกต่อไป
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th/cubhouse
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊ก CUBhouse : fb.com/cubhousebyhonda
#HondaLPGAThailand #CUBHouse #CUBHousebyHonda #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า
#มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine









































































































