• ไทยฮอนด้า น้อมถวายพวงมาลา ถวายสักการะ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

    1 Min Read

    บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด นำโดย ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน และตัวแทนร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และน้อมวางพวงมาลาถวายสักการะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทย พร้อมจักร่วมสืบสานพระราชปณิธานอันทรงคุณค่าให้ดำรงมั่นสืบไปตราบนิจนิรันดร์

     

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Kawasaki เปิดตัว All-New KLE500 ปลุกตำนาน Adventure Touring คืนชีพสู่สมรภูมิอย่างยิ่งใหญ่

    2 Min Read

    Kawasaki เปิดตัว All-New KLE500 ปลุกตำนาน Adventure Touring คืนชีพสู่สมรภูมิอย่างยิ่งใหญ่
    – LIFE’S A RALLY. RIDE IT.-

    Kawasaki สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในตลาดรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ พร้อมรุกขยายไลน์อัปในเซกเมนต์ Middleweight Adventure Touring ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลกและประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว All-New KLE500 (รุ่นปี 2026) รถแอดเวนเจอร์ขนาดกลางที่ผสานจิตวิญญาณของตำนานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด “KAWASAKI’S INVITATION TO GENUINE ADVENTURE” — “บัตรเชิญสู่โลกการผจญภัยที่แท้จริง” เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เข้าถึงง่าย ควบคุมได้มั่นใจ และพร้อมลุยได้จริงในทุกเส้นทาง

    รถ Adventure ที่เข้าถึงได้จริง

    All-New KLE500 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็น สะพานเชื่อมระหว่างการใช้งานในชีวิตประจำวันและการผจญภัยนอกเส้นทางตอบโจทย์ตั้งแต่นักขี่ที่ต้องการรถแอดเวนเจอร์คันแรก ไปจนถึงผู้ที่มองหารถ Touring ที่พร้อมพาออกถนนได้อย่างมั่นใจ
    ตัวรถมีน้ำหนักเบา ควบคุมง่าย ขี่ได้ในชีวิตประจำวัน และลุยทางไกลในวันหยุด

    มรดกจากปี 1991 สู่การกลับมาของตำนาน

    KLE500 ถือกำเนิดครั้งแรกในปี 1991 จากการนำเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ของ GPZ500 มาปรับจูนให้ใช้งานได้หลากหลาย จนกลายเป็นรถ “Dual-Purpose” ที่ได้รับความนิยมยาวนานกว่า 15 ปี
    ตลอด 15 ปีบนสายพานการผลิต KLE500 พิสูจน์ตัวเองในฐานะรถที่ไว้ใจได้และเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ จนกระทั่งยุติการผลิตในปี 2007 เพื่อส่งไม้ต่อให้ตระกูล Versys และ KLR
    การกลับมาในปี 2026 คือการนำ จิตวิญญาณดั้งเดิม มาตีความใหม่ ให้สอดคล้องกับการใช้งานของนักขี่ในยุคปัจจุบัน

    แนวคิดการออกแบบ: Invitation to Genuine Adventure “บัตรเชิญสู่โลกการผจญภัยที่แท้จริง”

    ดีไซน์สไตล์ Rally-Inspired ถ่ายทอดความแข็งแกร่งและฟังก์ชันการใช้งานจริง ตั้งแต่ชิลด์หน้าทรงสูงที่ปรับระดับได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันลม ถังน้ำมันทรงเพรียวที่ออกแบบให้ผู้ขับขี่ขยับตัวและยืนควบคุมรถได้สะดวก ล้อซี่ลวดขนาด 21”/17” ที่พร้อมรองรับเส้นทางออฟโรด ไปจนถึงแฟริ่งด้านหน้าทรง Tall Front Cowl และแผงชิลด์ใสสไตล์ Rally ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและภาพลักษณ์สายลุยอย่างชัดเจน สะท้อนสัดส่วนตัวรถที่เอื้อต่อการยืนขี่และควบคุมรถบนเส้นทางฝุ่นได้อย่างมั่นใจ

    Executive Quote

    “การกลับมาของ KLE500 ในครั้งนี้ คือเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นครั้งใหม่ของคาวาซากิ ประเทศไทย ในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น นอกเหนือจากการส่งมอบรถจักรยานยนต์มาตรฐานโลก ที่สามารถใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อทั้งบนถนนในชีวิตประจำวันและเส้นทางฝุ่นที่ท้าทาย เรายังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งมอบความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ด้วยการ ปรับโครงสร้างราคาอะไหล่บำรุงรักษาให้สมเหตุสมผลและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อสะท้อนถึงความตั้งใจจริงของเราที่อยากให้ลูกค้าทุกคนสนุกกับทุกการเดินทาง และภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวคาวาซากิครับ”
    — Director of Kawasaki Sales and Marketing Division, Mr. Yusuke Shimada

    จุดเด่นผลิตภัณฑ์

    1. Best Package for Off-Pavement Exploration

    ออกแบบเพื่อการขับขี่นอกเส้นทางอย่างแท้จริง มอบความมั่นใจและการควบคุมที่เหนือกว่าในทุกสภาพพื้นผิวถนน

    • ระบบกันสะเทือนหน้า KYB แบบหัวกลับ ทำงานร่วมกับ New Uni-Trak ด้านหลัง พร้อมระยะยุบสูงถึง 210 มม. / 196 มม. ช่วยซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มเสถียรภาพและความนุ่มนวลเมื่อขับขี่บนเส้นทางออฟโรด
    • น้ำหนักรถเพียง 194 กก. (Curb mass) ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย คล่องตัวทั้งขณะลุยทางฝุ่นและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
    • ระยะความสูงใต้ท้องรถ 185 มม. ช่วยให้ผ่านอุปสรรคหรือพื้นผิวขรุขระได้อย่างมั่นใจ ลดโอกาสกระแทกใต้ท้องรถในเส้นทางสมบุกสมบัน

     

    1. Rally-Inspired Style

    สะท้อน DNA สายลุยจากรถแข่ง Rally ผสานดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

    • ล้อซี่ลวดขนาด หน้า 21” / หลัง 17” ช่วยเพิ่มความสามารถในการซับแรงสะเทือนและยึดเกาะพื้นผิวที่หลากหลาย เหมาะทั้งทางเรียบและทางฝุ่น
    • องค์ประกอบดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ Rally-Raid เสริมภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง พร้อมฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการผจญภัยระยะไกลในเส้นทางออฟโรดได้อย่างมั่นใจ
    • สัดส่วนตัวรถและเส้นสายแฟริ่งถูกออกแบบให้เอื้อต่อการเคลื่อนไหวของผู้ขับขี่ ช่วยให้ยืนควบคุมรถและถ่ายน้ำหนักได้อย่างเป็นธรรมชาติในเส้นทางออฟโรด
    1. Touring Comfort & Practicality

    พร้อมรองรับการเดินทางไกล ด้วยความสบายและความอเนกประสงค์ในทุกทริป

    • ถังน้ำมันความจุ 16 ลิตร ผสานอัตราสิ้นเปลืองที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มระยะทางต่อการเติมหนึ่งครั้ง รองรับการเดินทางระยะไกลได้อย่างต่อเนื่อง
    • ท่านั่งแบบหลังตรง Upright Riding Position ลดความเมื่อยล้า เพิ่มความสบายทั้งการขับขี่ในเมืองและทริปทัวริ่งหลายชั่วโมง
    • โครงสร้างท้ายรถที่แข็งแรง รองรับการติดตั้งกระเป๋าข้างและ Top case พร้อมกัน เพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกสัมภาระสำหรับการเดินทางผจญภัย

    สมรรถนะและเทคโนโลยี

    ขุมพลัง 2 สูบ เรียง 451 ซีซี DOHC 8 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 52 PS และแรงบิด 42.6 นิวตันเมตร
    ปรับจูนให้ตอบสนองนุ่มนวลในรอบต่ำ-กลาง และให้พละกำลังต่อเนื่องสำหรับการเดินทางไกลที่สนุกเร้าใจยิ่งขึ้น

    • ระบบ Assist & Slipper Clutch ช่วยให้ควบคุมรถง่ายขึ้นทั้งบนถนนและทางฝุ่น
    • Swichable ABS เลือกเปิด-ปิด ABS ได้ตามลักษณะเส้นทางและการใช้งาน
    • RIDEOLOGY THE APP MOTORCYCLE เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ดูข้อมูลรถ บันทึกเส้นทาง และการแจ้งเตือนต่าง ๆ

     

     

     

     

    การควบคุมและสรีรศาสตร์

    เฟรม Trellis น้ำหนักเบาเพียง 19 กก. ช่วยให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เสริมความมั่นใจในการควบคุมทั้งขณะขับขี่และจอดหยุดนิ่ง ท่านั่งถูกออกแบบตามหลัก Ergonomics ให้สมดุลระหว่างความสบายและการควบคุม พร้อมความสูงเบาะ 870 มม. ที่เอื้อต่อการวางเท้าและการทรงตัว รองรับผู้ขับขี่หลากหลายสรีระ รวมถึงผู้เริ่มต้นขับขี่ในกลุ่ม Adventure อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมเบาะต่ำให้เลือก เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถในทุกสถานการณ์

     

    มาตรฐานการผลิต

    All-New KLE500 ผลิตในประเทศไทย เพื่อส่งออกสู่ตลาดโลก สะท้อนมาตรฐานการผลิตระดับสากล และบทบาทสำคัญของประเทศไทยในกลยุทธ์ Global Production ของ Kawasaki

    รุ่นและอุปกรณ์ (Model Line-up)

    KLE500 มีให้เลือกทั้งรุ่น Standard ที่ครบครันสำหรับการใช้งานรอบด้าน และรุ่น SE ที่เพิ่มอุปกรณ์สายลุยและความสะดวกสบาย อาทิ ชิลด์หน้าขนาดใหญ่ Hand guard เสริมโครง Skid plate ขนาดใหญ่ และหน้าจอ TFT สี เพื่อรองรับการเดินทางผจญภัยได้เต็มรูปแบบยิ่งขึ้น

    อุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมใน KLE500 SE

    • ชิลด์หน้าขนาดใหญ่พิเศษ (Large Windshield)
    เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันลม เหมาะกับการเดินทางไกลและความเร็วสูง

     

    • การ์ดแฮนด์ (Hand Guards)
      ช่วยป้องกันมือจากลม เศษหิน และกิ่งไม้ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ออฟโรด

     

     


    • Skid Plate ขนาดใหญ่
      เสริมการปกป้องเครื่องยนต์และใต้ท้องรถ เมื่อต้องเผชิญเส้นทางสมบุกสมบัน
    • หน้าจอแสดงผล TFT สี 4.3 นิ้ว
      แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน พร้อมภาพกราฟิกคมชัด เพิ่มความพรีเมียมในการใช้งาน


    • ไฟส่องสว่าง LED รอบคัน (เฉพาะอุปกรณ์เสริมบางรายการใน SE)

      เสริมทัศนวิสัยและภาพลักษณ์สไตล์ Rally

     

     

    ราคาและการจำหน่าย

    All-New KLE500 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมวางจำหน่ายใน 2 รุ่นย่อย ได้แก่

    • KLE500 ราคา 199,000 บาท
      • KLE500 SE ราคา 219,000 บาท

    ข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว

    ในช่วงเปิดตัว Kawasaki จัดข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้จองและออกรถตั้งแต่ 17 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้

    • คูปองเงินสดมูลค่า 3,000 บาท
      • ฟรีประกันภัยชั้น 1
      • เรทดอกเบี้ยพิเศษ 3.69 %

    หมายเหตุ: เงื่อนไขและระยะเวลาโปรโมชั่นเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บุรีรัมย์จัดทัพ! ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ซ้อมแพทย์–อบรมมาร์แชล จัดประชุมใหญ่ก่อน MotoGP เปิดฉากสนามแรก

    1 Min Read

    บุรีรัมย์จัดทัพ! ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ซ้อมแพทย์–อบรมมาร์แชล จัดประชุมใหญ่ก่อน MotoGP เปิดฉากสนามแรก

    ทุกภาคส่วนเดินหน้าความพร้อมเต็มระบบ ทั้งติวเข้มมาร์แชล แผนแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมประชุมใหญ่ทุกภาคส่วน วางมาตรการเข้มงวดทั้งที่พัก การจราจร ความปลอดภัย การท่องเที่ยว และการบริการนักเดินทาง สร้างความเชื่อมั่นก่อนเข้าสู่ช่วง Pre-Season Test สุดสัปดาห์หน้าและศึกเปิดฤดูกาล PT Grand Prix of Thailand 2026 ปลายกุมภาพันธ์นี้

    บรรยากาศความเคลื่อนไหว ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มคึกคักอย่างต่อเนื่อง หลังจากอุปกรณ์การแข่งขันล็อตแรกได้เดินทางถึงสนามเป็นที่เรียบร้อย โดยทางสนามได้เริ่มดำเนินการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานทันที ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมรอบด้านเพื่อยกระดับการจัดงานสู่มาตรฐานโลก

    ล่าสุดได้มีการจัด อบรมทีมมาร์แชล (Marshal) และ ทีมแพทย์สนาม (Medical Team) อย่างเข้มข้น เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในกฎกติกาใหม่ ๆ ทั้งด้านการควบคุมการแข่งขัน ความปลอดภัยในสนาม และการทำงานร่วมกับ Race Direction ตามมาตรฐานสากลของโมโตจีพี รวมทั้งเตรียมแผนเผชิญเหตุแพทย์ฉุกเฉินให้มีความรวดเร็วและแม่นยำที่สุด นอกจากนี้ยังมีการทำความสะอาดและปรับปรุงทัศนียภาพรอบสนาม โดยความร่วมมือจากหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้พร้อมสำหรับการต้อนรับแฟนความเร็วจากทั่วโลก

    ด้านจังหวัดบุรีรัมย์จัดประชุมคณะกรรมการสนับสนุนการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก สนามที่ 1 PT Grand Prix of Thailand 2026 ที่ห้องประชุมสนามช้างอารีนา นำโดย นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนรองรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลก ซักซ้อมแผนการดำเนินงานในทุกมิติ

    ที่ประชุมเน้นมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งการจัดการจราจร การรักษาความปลอดภัย ระบบขนส่ง และการบริการนักท่องเที่ยว โดยจังหวัดเตรียมชูจุดเด่น “วิถีบุรีรัมย์” ถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านวัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่น และชุมชน พร้อมจัดรถ Shuttle “แต๋น” รับ–ส่งนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อสร้างประสบการณ์แบบท้องถิ่น สร้างสีสันเอกลักษณ์ไทย

    มาตรการสำคัญที่เน้นย้ำในที่ประชุมประกอบด้วย ด้านสุขาภิบาล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ (สสจ.) ลงพื้นที่ตรวจเข้มที่พัก, ร้านอาหาร และสถานบริการต่าง ๆ เน้นสุขาภิบาลและความปลอดภัย ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ได้วางแผนการจราจร การอำนวยความสะดวก และการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งในพื้นที่สนามแข่งขัน เส้นทางหลัก โรงแรมที่พัก และจุดท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

    นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้สรุปแผนการจัดการจราจรเส้นทางหลักและรอบสนาม รวมถึงการอำนวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ส่วนงานคุ้มครองผู้บริโภค ห้ามผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาห้องพักและอาหาร หากพบการเอาเปรียบสามารถแจ้งสายด่วนผ่านศูนย์ปฏิบัติการ Anytime Anywhere in Buriram โทร. 044-666-504 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งจัดเตรียมอาสาสมัคร Ask Me และ GU เก็บ เพื่อให้ข้อมูลและดูแลความสะอาดทั่วบริเวณงาน

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้เตรียมอาสาสมัครท่องเที่ยวคอยให้ข้อมูลและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตลอดช่วงการแข่งขัน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวของจังหวัด โดยคาดว่าการแข่งขันครั้งนี้จะสร้างรายได้หมุนเวียนและตอกย้ำภาพลักษณ์บุรีรัมย์ในฐานะเมืองกีฬาและจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน

    อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือ ดอร์น่า สปอร์ต ผู้ถือลิขสิทธิ์โมโตจีพี ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น MotoGP Sports Entertainment Group (MotoGP SEG) สะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตและความบันเทิงระดับโลก

    ทั้งนี้ สุดสัปดาห์หน้า วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม Pre-Season Test อย่างเป็นทางการ ก่อนเปิดศึกสนามแรกของฤดูกาล รายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026” ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569

     

    ทุกฝ่ายยืนยันเดินหน้าทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมต้อนรับนักแข่ง ทีมงาน สื่อมวลชน และแฟนความเร็วจากทั่วโลก ให้ได้รับประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย จนถึงสัปดาห์แห่งประวัติศาสตร์ของสนามเปิดฤดูกาลบนแผ่นดินไทย

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า ซีวิค ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย แนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท ที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบสิทธิพิเศษ 50,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 17 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และรับรถภายใน 10 เม.ย. 2569

    1 Min Read

    ฮอนด้า ซีวิค ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย แนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท ที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบสิทธิพิเศษ 50,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 17 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และรับรถภายใน 10 เม.ย. 2569

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมทัพ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid โดยปรับไลน์อัป ฮอนด้า ซีวิค เป็นระบบ
    ฟูลไฮบริด
    e:HEV และสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมกับโลโก้ H Mark ในโทนสีโมโนโครมเงินและดำในทุกรุ่นย่อย พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท มาพร้อมสิทธิพิเศษ 50,000 บาท* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับฟูลไฮบริดซีดานที่คุ้มค่าในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

    โดย Honda Civic e:HEV มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ดังนี้

    • ใหม่! รุ่น e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

    ให้คุณได้สัมผัสขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์สายสปอร์ตที่มองหาความคุ้มค่าที่ลงตัวกับทุกการใช้งาน

    • รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,099,000 บาท

    ยกระดับความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

    • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,239,000 บาท

    ที่สุดแห่งจิตวิญญาณความสปอร์ตที่มาพร้อมดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟรอบคัน จัดเต็มด้วยออปชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

    ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

    เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569  – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569

    • ทางเลือกที่ 1 ดอกเบี้ยพิเศษ 1.74% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) สำหรับลูกค้าทั่วไปรับดอกเบี้ย 89% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี* มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท**

    Honda Exclusive Care 3 ปี (ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์) มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท** ประกอบด้วย

    – ฟรี ประกันภัย 1 ปี

    – ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

    – ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.

    • ทางเลือกที่ 2 โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,847 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
    • ทางเลือกที่ 3 เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท*
      • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
    • เพิ่มเติม! Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda Civic e:HEV
      รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 20,000 บาท*
    • สำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และกลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 10% จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า
      ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

    ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.honda.co.th/civic โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณ
    ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์:honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand
    No Comment
  • ทัพนักบิดฮอนด้าฝ่าด่านหินเก็บผลงาน 2 สนามรวด “นีโม่-จิรัฎฐ์” ดับเบิ้ลโพเดียม Premier MX-1 ศึก FMSCT Thailand Motocross สนาม 2-3

    1 Min Read

    ทัพนักบิดฮอนด้าฝ่าด่านหินเก็บผลงาน 2 สนามรวด “นีโม่-จิรัฎฐ์” ดับเบิ้ลโพเดียม Premier MX-1 ศึก FMSCT Thailand Motocross สนาม 2-3

    ทัพนักบิดฮอนด้าฝ่าการแข่งขันสุดหินด้วยสมรรถนะของยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R ทำผลงานในการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ FMSCT Thailand Motocross 2026 สนามที่ 2 และ 3 รุ่นท็อปสุดของรายการอย่าง Premier MX-1 “นีโม่-จิรัฎฐ์” สู้กับปัญหาทางเทคนิคคว้าผลงานระดับท็อปเก็บโพเดียมอันดับที่ 2 สองสนามรวด ควง “แซงค์-กฤษฎา” โชว์ความจัดจ้านคว้าโฮลด์ช็อตมาครองได้ทั้ง 2 สนาม เมื่อวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ที่สนาม แดนพนาออฟโรดปาร์ค จังหวัดน่าน

    การแข่งขันรายการ FMSCT Thailand Motocross สนาม 2 นักบิดระดับชั้นนำของประเทศในรุ่น Premier MX-1 พบความท้าทายกับคาแร็กเตอร์ของสนาม มีเนินสูงและต้องมุดลงโค้งที่ลึก วัดความแข็งแกร่งของนักบิดและสมรรถนะของรถแข่ง โดยการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเป็นยอดนักบิดฮอนด้า “แซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต ทะยานรถแข่ง Honda CRF450R หมายเลข 17 จากทีม Honda17 Kitsada Dirtshop Dunlop Motul บดกับคู่แข่งตั้งแต่โค้งแรกก่อนทะยานคว้าโฮลด์ช็อตไปครองได้สำเร็จ และพยายามฉีกความเร็วออกมาในตำแหน่งผู้นำช่วงต้นเกม

    โดยมี “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ หมายเลข 1 สังกัดทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak ขึ้นมาร่วมชิงอันดับในกลุ่มท็อป 3 ได้อย่างรวดเร็ว แซงผ่าน “แซงค์-กฤษฎา” ขึ้นมารั้งอันดับที่ 2 และพยายามไล่ตามผู้นำอย่างเต็มกำลัง ก่อนที่จะเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 2 ในสนามนี้ ทางด้านของ “แซงค์-กฤษฎา” ต้องรับมือกับคู่แข่งที่บุกเข้าหาอย่างต่อเนื่อง แต่สามารถป้องกันตำแหน่งของตัวเองเอาไว้ได้ กระโดดเนินคว้าธงหมากรุกในอันดับที่ 3 โดยมี “พีเอ” ปรีดาอนันต์ บูน หมายเลข 55 จากทีม Honda Asia Bowin Idemitsu S Motor คว้าอันดับที่ 7 และ “ยศ” ภานุพงศ์ สมสวัสดิ์ หมายเลข 93  รถแข่ง Honda CRF450R สังกัดทีม Honda สจโก๋ IDEMITSU WRC ชาญยนต์ DRTC Pirelli Dirtshop Silver Rock สนทยาพืชผล ปิยะกิตติ์ขนส่ง Hugcustom จบการแข่งขันในอันดับที่ 9

    ขณะที่การแข่งขันในรุ่น MX-2 Pro “คิ้วท์” พันธกานต์ บุญชาลี หมายเลข 17  บิดยอดรถแข่ง Honda CRF250R ทีม Honda Asia Bowin Idemitsu S Motor ระเบิดผลงานคว้าอันดับที่ 2 มาครอง โดยมี “ไตรตั้น” เตโชดม มีแสง หมายเลข 193 จากทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak Motorsport ตามมาในอันดับที่ 3 บนโพเดียม

     

    การแข่งขันสนามที่ 3 ดวลกันต่อ  “แซงค์-กฤษฎา” ยังคงร้อนแรงทะยาน ออกมาคว้าโฮลด์ช็อตได้อีกครั้ง ขณะที่ “นีโม่-จิรัฎฐ์” รถสะดุดดับในช่วงออกตัว ต้องขยับไล่ล่ามาจากอันดับท้ายสุด ซึ่งยอดนักบิดฮอนด้าเจ้าของแชมป์ประเทศไทยปี 2025 โชว์สมรรถนะรถแข่งฮอนด้า ไล่แซงคู่แข่งคันต่อคันขึ้นมาเป็นผู้นำได้สำเร็จ

    “นีโม่-จิรัฎฐ์” ต้องพบกับความท้าทายอีกครั้ง เมื่อเบรกของรถแข่งมีปัญหา ก่อนควบคุมความเสี่ยงประคองคว้าโพเดียมเป็นอันดับที่ 2 โดยมี “แซงค์-กฤษฎา” ตามมาในอันดับที่ 3 บนโพเดียมอีกครั้ง ขณะที่ “ยศ-ภานุพงศ์”

    ขยับผลงานขึ้นมาคว้าท็อป 5 และ “พีเอ-ปรีดาอนันต์” อยู่ในอันดับที่ 7

     

    รุ่น MX-2 Pro 2 นักบิดฮอนด้าเรซซิ่ง ไทยแลนด์ ยังคงสลับกับทำผลงานในกลุ่มหัวแถวได้อีกครั้ง มี “ไตรตั้น-เตโชดม” ยกระดับอีกขั้นขึ้นมาคว้าอันดับที่ 2 และ “คิ้วท์-พันธกานต์” เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 6

     

    ขณะที่สถานการณ์ในตารางคะแนนชิงแชมป์ประเทศไทย รุ่น Premier MX-1 “นีโม่-จิรัฎฐ์” แชมป์ประเทศไทยคนปัจจุบัน เก็บไปแล้ว 49 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 2 ของตาราง โดยมี “แซงค์-กฤษฎา” ตามมาเป็นอันดับที่ 3 ด้วยคะแนนสะสม 40 คะแนน และ “ยศ-ภานุพงศ์” อยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางกับคะแนนสะสม 31 คะแนน และ อันดับที่ 9 ของตารางโดย “พีเอ-ปรีดาอนันต์” ด้วย 21 คะแนน

     

    ตารางคะแนนสะสมของรุ่น MX-2 Pro (250cc.) “ไตรตั้น-เตโชดม” รั้งอันดับที่ 3 ของตารางด้วยคะแนนสะสม 42 คะแนน “คิ้วท์-พันธกานต์” ตามมาติด ๆ ในอันดับที่ 4 กับคะแนนสะสม 40 คะแนน

     

    ทั้งนี้ โปรแกรมการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2026 จะแข่งขัน 2 สนามติดต่อกันอีกครั้ง โดยสนามที่ 4 จะแข่งขันกันในวันที่ 21 มีนาคม 2569 และดวลกันต่อเนื่องในโปรแกรมสนามที่ 5 วันที่ 22 มีนาคม 2569 ที่สนาม ขนอมโมโตครอส (บ้านน้ำโฉ) จ.นครศรีธรรมราช

     

    #ThaiHonda #Motorsport #ThailandMotocross #HondaRacingThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Primus Group เข้าพบผู้ว่าฯ – ผู้บริหารเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

    1 Min Read

    Primus Group เข้าพบผู้ว่าฯ – ผู้บริหารเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

    คณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group ผู้นำธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายนริศ นิรามัยวงศ์ (รูป1 ที่ 3 จากขวา) ผู้ว่าราชการ จังหวัดชลบุรี, นายบรรลือ กุลละวณิชย์ (รูป2 ที่ 4 จากขวา) ประธาน สภาเมืองพัทยา  และ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ (รูป2 ที่ 5 จากขวา) นายก เมืองพัทยา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมรับฟังแนวนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา

    พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร Primus Group ได้รายการความคืบหน้าและการเติบโตของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของกลุ่ม Primus Group ในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะการรุกตลาดแบรนด์รถยนต์จีนในช่วงปีที่ผ่านมา 

     

    ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รวม 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Deepal และ Aion โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่

     

    เฉพาะที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 1 แห่ง, MG จำนวน 2 แห่ง, Deepal จำนวน 1 แห่ง และ Aion จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งหมด 5 แห่ง สะท้อนความเชื่อมั่นและบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า ร่วม สพฐ. จุดพลังสามัคคี “วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 21” รอบชิงฯ โรงเรียนอามานะศักดิ์ (ทีม A) พลิกจากอันดับ 3 ปีที่ผ่านมา ผงาดแชมป์ประเทศไทย คว้าถ้วยพระราชทานฯ

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า ร่วม สพฐ. จุดพลังสามัคคี “วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 21” รอบชิงฯ โรงเรียนอามานะศักดิ์ (ทีม A) พลิกจากอันดับ 3 ปีที่ผ่านมา ผงาดแชมป์ประเทศไทย

    คว้าถ้วยพระราชทานฯ

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการแข่งขัน “สพฐ.–ไทยฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 21″ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรมแก่เด็กและเยาวชนไทย โดยรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปีการศึกษา 2568 ได้จัดขึ้น ณ สนามฟุตบอล การกีฬาแห่งประเทศไทย 1 (หัวหมาก)

    ดร.อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “กีฬาวิ่ง 31 ขา ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านความเร็วเท่านั้น แต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยหล่อหลอมให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องความสามัคคี ความมีวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และการรู้แพ้ รู้ชนะ ควบคู่กับการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ไทยฮอนด้ารู้สึกยินดีที่ได้สนับสนุนกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และขอชื่นชมทุกทีมที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมเพรียงเป็นหนึ่งเดียว”

    “การแข่งขันในปีที่ 21 นี้ ยังคงจัดขึ้นภายใต้โครงการไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย โดยมุ่งส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนผ่านกิจกรรมกีฬาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความคิด และทักษะการทำงานร่วมกัน ในปีนี้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 200 ทีม จากทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการได้จัดการแข่งขันในระดับจังหวัด และคัดเลือกทีมที่ทำเวลาดีที่สุดจำนวน 20 ทีม ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ นับตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน มีเยาวชนเข้าร่วมแล้วกว่า 510,000 คน และยังคงได้รับความสนใจจากสถานศึกษาทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับรอบชิงชนะเลิศในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเยาวชนที่ได้เข้าชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนับเป็นเกียรติอันสูงสุดของการแข่งขันครั้งนี้”

    สำหรับกติกาการแข่งขันวิ่ง 31 ขา กำหนดให้แต่ละทีมประกอบด้วยนักกีฬา 30 คน โดยมีหัวหน้าทีม 1 คน พร้อมนักกีฬาสำรอง 4 คน และครูผู้ฝึกสอน 1-3 คน โดยนักกีฬาทั้ง 30 คนจะต้องผูกขาเข้าด้วยกัน และวิ่งระยะทาง 50 เมตร ให้เข้าเส้นชัยพร้อมกันให้เร็วที่สุด ซึ่งต้องอาศัยความสามัคคี การประสานงาน และการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

    การแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทยปีนี้ เต็มไปด้วยความเข้มข้นและพลังทีมเวิร์กที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น โดยผลการแข่งขันมีดังนี้

    • ชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนอามานะศักดิ์ (ทีม A) จังหวัดปัตตานี สนับสนุนโดย บริษัท อริยะมอเตอร์ (ปัตตานี) จำกัด ทำเวลาเร็วที่สุด 8.822 วินาที

    สร้างบทพิสูจน์แห่งพลังสามัคคี พลิกจากอันดับ 3 ในปีที่ผ่านมา สู่การคว้าแชมป์ประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่

    • รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านริมใต้ จังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนโดย บริษัท นัติมอเตอร์ จำกัด ทำเวลา 8.998 วินาที
    • รองชนะเลิศอันดับ 3 โรงเรียนบ้านละหานทราย (คุรุราษฎร์บำรุงวิทยา) จังหวัดบุรีรัมย์สนับสนุนโดย บริษัท บุรีรัมย์ยนตรการ จำกัด ทำเวลา 9.153 วินาที

     

    ทั้งนี้ กีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี เริ่มต้นขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2538 เพื่อส่งเสริมความสามัคคีและฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ ต่อมาในปี 2548 กีฬานี้ได้ถูกนำมาจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และภายหลัง บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขยายการแข่งขันสู่โรงเรียนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนไทยได้พัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ฝึกความอดทน ความมุ่งมั่น และการมีน้ำใจนักกีฬา ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญในการเติบโตเป็นบุคลากรและผู้นำที่มีคุณภาพในอนาคต

     

    ติดตามความเคลื่อนไหว และผลการแข่งขัน “สพฐ.-ไทยฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี” ได้ที่ www.facebook.com/honda31legs

    #ฮอนด้าวิ่ง31ขา #ก้าวกล้าสามัคคีสัญจร #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #Thaihonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • กทม. จับมือ GIZ เปิดสนามทดลอง “EV เพื่อพี่วิน” ข้อมูลชี้ EV ลดต้นทุนพี่วินได้ถึง 7 เท่าต่อปี ลดฝุ่นเมืองได้ 16 ตันต่อปี

    1 Min Read

    กทม. จับมือ GIZ เปิดสนามทดลอง “EV เพื่อพี่วิน” ข้อมูลชี้ EV ลดต้นทุนพี่วินได้ถึง 7 เท่าต่อปี ลดฝุ่นเมืองได้ 16 ตันต่อปี

    กรุงเทพมหานคร ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ผ่านโครงการความร่วมมือไทย–เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) ประกาศเปิดตัวโครงการ “EV เพื่อพี่วิน” อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด Win–Win–Win ที่เมืองได้ประโยชน์ ผู้ขับขี่ลดต้นทุน และสิ่งแวดล้อมดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผลการศึกษาจากโครงการ TGC EMC ชี้ให้เห็นว่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสามารถช่วยลดต้นทุนผู้ขับขี่ได้สูงสุดถึง 7 เท่า เหลือเพียงราว 7,200 บาทต่อปี
    และลดฝุ่น PM2.5 ได้ประมาณ 16 ตันต่อปี

    โครงการ “EV เพื่อพี่วิน” โดยกรุงเทพมหานครและ GIZ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ภายใต้โครงการ TGC EMC มุ่งเดินหน้าแก้ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการวินมอเตอร์ไซค์หันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการทดลองโมเดลเช่าขับในอัตรา 75-140 บาทต่อวัน ควบคู่กับการจัดเตรียมระบบอัดประจุทั้งแบบชาร์จและสลับแบตเตอรี่ที่ไม่ต้องรอชาร์จ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์และพนักงานกวาดถนนของ กทม. กว่า 200 คนในเขตดินแดงและพญาไท ร่วมทดลองขับและรับข้อมูลด้านต้นทุน การดูแลรักษา และระบบสนับสนุนที่จำเป็นต่อการทำงานจริง ก่อนคัดเลือก 30 คนให้ทดลองใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับการพัฒนาแนวทางขยายผลในระดับเมือง

    จากงานศึกษาโดยโครงการ TGC EMC  พบว่าวินมอเตอร์ไซค์กว่า 89,000 คน ที่กระจายอยู่มากกว่า 5,300 จุด ทำหน้าที่เป็น “ขนส่งเส้นเลือดฝอย” ที่ทำให้ระบบขนส่งหลักของเมืองดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ระบบการเดินทางที่ยังพึ่งพาน้ำมันเป็นหลักก็สร้างต้นทุนทั้งค่าครองชีพของคนเมืองโดยรวมและมลพิษทางอากาศ ซึ่งคิดเป็นการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ราว 80,000-100,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และ PM2.5 ประมาณ 16 ตันต่อปี เทียบเท่ากับการเผานาประมาณ 3,800 ไร่ หรือเท่ากับฝุ่นที่ปล่อยจากรถเมล์แดง (รุ่นเก่า) ประมาณ 250-300 คัน ที่วิ่งให้บริการตลอดทั้งปี

    รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ของกรุงเทพฯ ต้องอาศัยแนวทางที่ทำได้จริงและต่อยอดเป็นนโยบายได้ โครงการ ‘EV เพื่อพี่วิน’ จึงถูกออกแบบเป็นโครงการนำร่อง เพื่อทดสอบการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในระดับปฏิบัติการจริง โดยเริ่มจากวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ที่มีโครงสร้างเมืองที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอย ขณะเดียวกัน กทม. ตระหนักว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 ยังมาจากแหล่งอื่น ๆ เช่น รถเมล์และรถบรรทุก ซึ่งต้องแก้ไขควบคู่กันอย่างเป็นระบบ โดยหวังว่าผลจากโครงการนี้จะช่วยให้เมืองพัฒนามาตรการที่เหมาะสมที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับขนส่งรูปแบบอื่น ๆ ในเมือง และช่วยให้กรุงเทพฯ เดินหน้าสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม”

    ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะทำหน้าที่กำหนดกรอบทิศทางของโครงการ โดยสำนักสิ่งแวดล้อมดูแลการเชื่อมโยงข้อมูลด้านฝุ่น PM2.5 และผลกระทบด้านสุขภาพ ขณะที่สำนักการจราจรและขนส่งรับผิดชอบการเชื่อมต่อกับระบบวิน จุดจอด และการใช้งานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในพื้นที่จริง เพื่อให้ผลการทดลองสามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และต่อยอดการขยายผลในระดับเมืองต่อไป

    ดร.โดมินิกา คาลินอฟสกา ผู้อำนวยการโครงการด้านการขนส่ง ประเทศไทย จาก GIZ เปิดเผยว่า “ผลการศึกษาวินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ พบว่า ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สันดาปมีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเฉลี่ยราว 19,000-49,000 บาทต่อปี ขณะที่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายลดลงสูงสุด 7 เท่า เหลือเพียงประมาณ 7,200 บาทต่อปี ช่วยเพิ่มรายได้สุทธิและลดภาระให้ผู้ขับขี่ พร้อมลดฝุ่น PM2.5 ในเมืองได้ราว 16 ตันต่อปี อย่างไรก็ตาม แม้ EV จะได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ผู้ขับขี่จำนวนมากยังกังวลถึงข้อจำกัดด้านราคาตัวรถ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบแบตเตอรี่ และความเหมาะสมต่อการใช้งานจริง

    ด้วยเหตุนี้ นอกจากการทดลองนวัตกรรมและแนวทางร่วมกับวินมอเตอร์ไซค์แล้ว โครงการ ‘EV เพื่อพี่วิน’ ยังได้ร่วมกับ ผู้ประกอบการผลิตและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ข้อกังวลดังกล่าวโดยตรง ครอบคลุมระบบแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุง และสถานีสลับแบตเตอรี่ที่ไม่ต้องรอชาร์จ ทำให้ทำงานรับ-ส่งได้ต่อเนื่องไม่สะดุด ปักหมุดย่านดินแดงและพญาไท ควบคู่กับการทดสอบโมเดลเช่าขับรายวัน ในอัตราเริ่มต้นที่ 75 บาท และแนวทางสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารออมสิน ในรูปแบบ Green loan หรือการเช่าซื้อ เพื่อลดอุปสรรคในการตัดสินใจและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในระยะยาว”

    ด้าน คุณสามารถ ดรบุราณ ประธานวินมอเตอร์ไซค์บางกรวย ที่เข้าร่วมโครงการนำร่องเล่าว่า “ที่ผ่านมา วินหลายคนไม่ได้ไม่อยากใช้ EV แต่ไม่กล้าเปลี่ยน เพราะต้นทุนสูง กลัวเรื่องการชาร์จ กลัวรถไม่พอวิ่งทั้งวัน ถ้าต้องจอดรถนานก็หมายถึงรายได้ที่หายไป การทำงานของวินคือหาเงินเป็นรอบ ๆ แต่พอได้ทดลองใช้งานจริง ค่าใช้จ่ายลดลงชัดเจน และระบบชาร์จหรือสลับแบตเตอรี่ก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ทำให้ยังทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่กระทบรายได้ระหว่างวัน จนเริ่มเห็นว่า EV เป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริง และช่วยลดภาระต้นทุนในชีวิตประจำวันของคนทำงานอย่างเราได้จริง”

    โครงการ “EV เพื่อพี่วิน” ถือเป็นการขยับจากการพูดถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 สู่การลงมือแก้ไขบนท้องถนนจริง ด้วยการใช้ข้อมูลจากการใช้งานจริงของพี่วินเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อพิสูจน์ว่าโมเดล Win–Win–Win ที่ผู้ขับขี่ลดต้นทุน คนเมืองได้อากาศที่ดีขึ้น และเมืองก้าวสู่ความยั่งยืน สามารถเกิดขึ้นได้จริง ทั้งนี้ โครงการมีกำหนดเริ่มการทดลองในเดือนมีนาคม 2569 ก่อนต่อยอดสู่การขยายผลในระดับนโยบายของกรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการผลักดันเมืองคาร์บอนต่ำในระยะยาว

    คุณอินซ่า อิลเก้น ผู้อำนวยการโครงการ TGC EMC จาก GIZ กล่าวว่า “ความร่วมมือจากคนขับวินมอเตอร์ไซค์ทุกคนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อความสำเร็จของโครงการ โดยประสบการณ์ ข้อคิดเห็น และความเชื่อมั่นของทุกท่านมีส่วนช่วยกำหนดทิศทางของโครงการนี้ในอนาคต วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางขององค์กรภาคีจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเงิน  ที่ต้องอาศัยความร่วมมือ นวัตกรรม และความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการมุ่งสู่คมนาคมไฟฟ้าอย่างยั่งยืนโดยโครงการ TGC EMC พร้อมสนับสนุนความมุ่งมั่นของกรุงเทพมหานครในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พัฒนาคุณภาพอากาศและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผ่านแนวทางการขนส่งที่ยั่งยืนต่อไป”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โมตุลเปิดตัว NGEN Hybrid ทางเลือกที่ชาญฉลาดและยั่งยืนสำหรับรถยนต์ไฮบริดยุคใหม่

    1 Min Read

    โมตุลเปิดตัว NGEN Hybrid ทางเลือกที่ชาญฉลาดและยั่งยืนสำหรับรถยนต์ไฮบริดยุคใหม่

    โมตุล ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมน้ำมันหล่อลื่น และผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องสมรรถนะสูง ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “NGEN Hybrid” ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผลิตภัณฑ์ล่าสุดภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ NGEN ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนของแบรนด์ NGEN Hybrid ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ รถยนต์ไฮบริด (HEV) และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริด ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ และสนับสนุนให้ผู้ขับขี่เดินทางได้ไกลยิ่งขึ้นในทุกหยดของน้ำมัน โดยยังคงรักษาสมดุลระหว่าง สมรรถนะสูงสุด และ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ได้อย่างลงตัว

    ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งานรถยนต์ไฮบริดทั่วภูมิภาค ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโมตุลในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่น ด้วยการส่งมอบการปกป้องเครื่องยนต์ระดับสูง การดูแลสุขภาพเครื่องยนต์ในระยะยาว และความอุ่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่

    คาร์โล ซาโวก้า ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด โมตุล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า

    “จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งานรถยนต์ไฮบริด ความจำเป็นของน้ำมันเครื่องที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเครื่องยนต์ประเภทนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง รถยนต์ไฮบริดต้องการน้ำมันเครื่องที่สอดรับกับลักษณะการทำงานของระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ซึ่ง NGEN Hybrid ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง ปกป้องเครื่องยนต์ และเสริมความทนทานในระยะยาว ที่โมตุล เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรม โดย NGEN Hybrid เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนความตั้งใจดังกล่าว ด้วยการเลือกใช้น้ำมันฐานรีเจนเนอเรตคุณภาพสูงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการคงไว้ซึ่งสมรรถนะระดับแนวหน้าสำหรับเครื่องยนต์ยุคใหม่”

    คุณสุรเชษฐ ศรกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป โมตุล (ประเทศไทย) กล่าวว่า

    “ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานทางเลือกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Vehicle) กลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยความสมดุลระหว่างสมรรถนะ ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โมตุลจึงได้มีการเปิดตัว NGEN Hybrid น้ำมันเครื่องสูตรพิเศษที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ไฮบริดโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ในระบบไฮบริดอย่างแท้จริง ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับความประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาว และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ที่ออกแบบมาเฉพาะทางสำหรับรถไฮบริดเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย”

    การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid จาก Motul นับเป็นก้าวสำคัญที่สอดรับกับกระแสการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยอ้างอิงรายงานวิจัยล่าสุดจาก MarkNtel Advisors ซึ่งคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ไฮบริดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตในอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) สูงถึง 18% ในช่วงปี 2024–2030 แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าจำนวนรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกการเดินทางที่ ประหยัดพลังงาน และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มากยิ่งขึ้น

    รถยนต์ไฮบริดสามารถสร้างสมดุลระหว่าง สมรรถนะ และ ความยั่งยืน ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังได้รับความนิยมเป็นพิเศษในตลาดที่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบยังไม่พัฒนาเพียงพอ จึงเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความประหยัดน้ำมันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า 100%

    นอกจากนี้ รัฐบาลในหลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังได้ออกมาตรการสนับสนุนและกรอบนโยบายต่าง ๆ เพื่อเร่งการใช้งานรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น อินโดนีเซีย ได้ประกาศมาตรการส่งเสริมรถยนต์ปล่อยมลพิษต่ำ รวมถึงรถไฮบริด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ขณะที่ ประเทศไทย ก็ได้อนุมัติมาตรการจูงใจให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนฟลีทรถเชิงพาณิชย์ไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของประเทศในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ของภูมิภาค

    การพัฒนาด้านนโยบายเหล่านี้คาดว่าจะเร่งการเติบโตของตลาดรถไฮบริดให้ขยายตัวเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid จาก Motul กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสมสำหรับความต้องการในตลาดที่กำลังขยายตัวนี้

    จากงานวิจัยภายในของ Motul ยังตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำคัญในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด โดยผลการสำรวจพบว่า เหตุผลหลักที่ผู้บริโภคเลือกใช้รถไฮบริด ได้แก่ ต้องการ ประหยัดค่าน้ำมัน (75.86%) สนใจใน เทคโนโลยีใหม่ๆ (41.38%) และการได้รับ สิทธิประโยชน์จากภาครัฐ (37.93%)

    แม้จะมีปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการใช้งานรถไฮบริดมากขึ้น แต่ยังพบว่า ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องเฉพาะทางสำหรับรถไฮบริดยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเจ้าของรถส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาคำแนะนำจากผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) หรือใช้บริการดูแลแบบเหมาจ่ายตามแพ็กเกจที่ได้รับ โดยไม่ตระหนักว่าน้ำมันเครื่องทั่วไปอาจ ไม่ตอบโจทย์ลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริดอย่างแท้จริง

    NGEN Hybrid: ออกแบบเพื่อการขับขี่วันนี้ และความต้องการของวันพรุ่งนี้

    NGEN Hybrid คือผลิตภัณฑ์ล่าสุดในตระกูล NGEN Series จาก Motul กลุ่มน้ำมันเครื่องเจเนอเรชันใหม่ที่ผสานทั้งความแรงและความยั่งยืน พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปของยานยนต์ยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ รถยนต์ไฮบริด (HEVs) และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs)

    สูตรเฉพาะของ NGEN Hybrid ถูกออกแบบมาให้รองรับลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งผ่านมาตรฐานระดับโลกล่าสุดอย่าง API SQ และ ILSAC GF-7 ได้อย่างเหนือความคาดหมายเครื่องยนต์ไฮบริดมีการทำงานต่างจากเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม ระบบขับเคลื่อนไฮบริดทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมเฉพาะ เช่น การสตาร์ทเครื่องยนต์ซ้ำบ่อย อุณหภูมิเฉลี่ยภายในเครื่องที่เย็นกว่า และการสลับโหมดระหว่างพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความท้าทายใหม่สำหรับระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ NGEN Hybrid จึงถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรับมือกับสภาพการทำงานเหล่านี้ มอบการปกป้องที่ต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่เหนือกว่า และดูแลเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างยาวนาน โดยเฉพาะในสภาวะการทำงานแบบสตาร์ท–สต๊อป(Start-Stop) ของเครื่องยนต์ไฮบริดในเมือง ที่น้ำมันเครื่องทั่วไปมักไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเต็มที่

    NGEN Hybrid ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ และทำให้การเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนระหว่างไฟฟ้าและน้ำมันเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น สูตรเฉพาะนี้ช่วยให้น้ำมันหมุนเวียนได้เร็วขึ้น สร้างแรงดันได้ไว และตอบสนองการทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์คือการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากขึ้นถึง 8.1% เมื่อเทียบกับน้ำมันเครื่องทั่วไปในเกรด 0W-20 – เทียบเท่ากับการวิ่งได้ไกลขึ้นถึง 45 กิโลเมตร ต่อถังขนาด 36 ลิตร ในสภาวะการสตาร์ทเครื่องยนต์ขณะเย็น (cold start) NGEN Hybrid ยังแสดงประสิทธิภาพได้ดีกว่ามาตรฐานทั่วไปถึง 10% ช่วยปกป้องชิ้นส่วนสำคัญตั้งแต่การสตาร์ทเครื่องครั้งแรก และยังมอบการปกป้องจาก Low-Speed Pre-Ignition (LSPI) ได้มากกว่าถึง 60% ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ที่ใช้เทอร์โบ

    ด้วยคุณสมบัติที่เหนือมาตรฐาน API SQ NGEN Hybrid มอบความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถไฮบริด ด้วยการปกป้องเครื่องยนต์จากการสึกหรอ การน็อกและการจุดระ เบิดก่อนเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

     

    คุณสมบัติเด่นของ NGEN Hybrid

    • ประหยัดน้ำมัน: ช่วยเพิ่มระยะทางต่อหนึ่งถัง ด้วยการลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
    • การปกป้องเครื่องยนต์: ลดภาระของเครื่องยนต์จากการเจือจางน้ำมันด้วยเชื้อเพลิงและการขับขี่แบบสตาร์ท–สต๊อป(Start-Stop) พร้อมรักษาความสะอาดและสมรรถนะของเครื่องยนต์ในระยะยาว
    • ความยั่งยืน: ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานคุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการรีเจนเนอเรต (RRBO) ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการใช้งาน
    • บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก: บรรจุในขวดพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% โดยมีส่วนประกอบจากพลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled) ถึง 50% สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
    • มาตรฐานประสิทธิภาพ: ผ่านมาตรฐาน API SQ และ ILSAC GF-7 พร้อมป้องกันปัญหา LSPI (Low-Speed Pre-Ignition) ที่พบบ่อยในเครื่องยนต์เทอร์โบสมัยใหม่ อีกทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและการไหลเวียนของน้ำมันในอุณหภูมิต่ำ
    • รองรับการใช้งานหลากหลาย: เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่มีเครื่องยนต์เบนซินเป็นระบบเสริมระยะทาง (Range Extender)

    เหนือกว่าความแรง NGEN Hybrid ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Motul ในการพัฒนานวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยน้ำมันเครื่องสูตรนี้ผลิตจาก น้ำมันพื้นฐานรีเจนเนอเรต (RRBO) ถึง 10% ซึ่งได้จากการนำน้ำมันใช้แล้วคุณภาพสูงกลับมาผ่านกระบวนการกลั่นและฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงสมรรถนะในระดับสูงตามมาตรฐานของ Motul

    บรรจุภัณฑ์ยังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิลจากผู้บริโภค (PCR) ในสัดส่วน 50% และตัวขวดสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยยังคงสมรรถนะการปกป้องเครื่องยนต์ในระดับสูงตามมาตรฐานของ Motul

     

    ยกระดับมาตรฐานของเหลวสำหรับรถยุคใหม่ กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Hybrid-Ready: NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1

    นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid แล้ว โมตุลยังเดินหน้าขยายไลน์อัปกลุ่มผลิตภัณฑ์ NGEN อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฮบริด ได้แก่ NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1 Brake Fluid ซึ่งช่วยเติมเต็มโซลูชันของเหลวสมรรถนะสูงสำหรับยานยนต์ยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร

     

    • NGEN MATIC ATF VI – น้ำมันเกียร์รุ่นแรกที่พัฒนาด้วยแนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-designed) ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานรีเจนเนอเรตคุณภาพสูงถึง 30% และบรรจุในขวดพลาสติกที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหลังการใช้งานของผู้บริโภค (PCR) 50% เหมาะสำหรับระบบเกียร์อัตโนมัติ ทรานสเฟอร์เคส และระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ โดยเป็นน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์สูตรผสมที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของระบบส่งกำลังยานยนต์สมัยใหม่ มอบความทนทานและประสิทธิภาพการทำงานที่โดดเด่น ควบคู่กับแนวทางความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
    • E DOT 5.1 Brake Fluid – น้ำมันเบรกสังเคราะห์แท้ 100% ชนิดอายุการใช้งานยาวนาน พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับระบบเบรกและคลัตช์แบบไฮดรอลิกของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รถไฮบริด (PHEV) และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป โดดเด่นด้วยจุดเดือดสูงทั้งในสภาวะแห้งและเปียก ค่าความหนืดต่ำ และค่าการนำไฟฟ้าที่ต่ำ ช่วยให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับระบบเบรกสมัยใหม่ที่ต้องการสมรรถนะ ความเสถียร และความเชื่อมั่นในการใช้งานระดับสูงสุด

    ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid, NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1 Brake Fluid จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2025 เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายโมตุลอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและข่าวสารอัปเดตล่าสุด โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Motul Asia Pacific https://www.motul.com/en-SG.


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ฮอนด้า” ทะยานอันดับ 1 แชมป์เปี้ยนชิพ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” บิด CRF450R เก็บโพเดียมต่อเนื่องศึก AMA SX 2026 สนามที่ 5

    1 Min Read

    “ฮอนด้า” ทะยานอันดับ 1 แชมป์เปี้ยนชิพ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” บิด CRF450R เก็บโพเดียมต่อเนื่องศึก AMA SX 2026 สนามที่ 5

    สุดยอดตัวแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R ทำผลงานในระดับท็อปอย่างต่อเนื่องในศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 5 ที่สเตทฟาร์ม สเตเดี้ยม สหรัฐอเมริกา (State Farm Stadium, United States of America) ในเกรนเดล (Glendale) ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งดวลความเร็วกันเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ยอดนักแข่งฮอนด้า “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” กดโพเดียมได้อีกครั้ง และคว้าป้ายเบอร์สีแดงมาครองพร้อมบวกคะแนนสะสมขึ้นมานำเป็นอันดับที่ 1 ในตารางแชมป์เปี้ยนชิพได้สำเร็จ

    “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” หมายเลข 96 และรถแข่ง Honda CRF450R (Honda CRF450RWE) จาก Honda HRC Progressive ออกสตาร์ทจากอันดับที่ 3 ระเบิดสมรรถนะความร้อนแรงได้ทันทีด้วยการทะยานขึ้นมาเป็นผู้นำตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเรซ การต่อสู้ในการแย่งชิงชัยชนะดวลกันอย่างดุเดือด ก่อนที่ “ฮันเตอร์” หล่นลงมาเป็นอันดับที่ 2 และด้วยระยะทางการแข่งขันที่เหลืออยู่พร้อมกับการทิ้งห่างผู้ตาม ยอดนักบิดฮอนด้าเข้าสู่โหมดคุมสถานการณ์ บริหารความเสี่ยงเน้นไปที่การเก็บคะแนนสะสม และทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 คว้าโพเดียมต่อเนื่องอีกครั้งได้สำเร็จ

    หลังการแข่งขันสนามที่ 5 “ฮันเตอร์” บวกแต้มเพิ่มเติมเป็น 106 คะแนน ทะยานขึ้นมารั้งอันดับที่ 1 ในตารางแชมป์เปี้ยนชิพทันที พร้อมคว้าป้ายเบอร์สีแดงซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้นำในตารางชิงแชมป์ที่มีสิทธิ์ได้ใช้มาติดตั้งบนรถแข่ง Honda CRF450R ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นผลงานสุดแกร่งและสม่ำเสมอของฮอนด้าทีม

    ทั้งนี้ ศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 6 มีคิวลงแข่งขันกันในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ที่ ลูเมนฟิลด์ (Lumen Field, United States of America) ในซีแอตเติล (Seattle) ประเทศสหรัฐอเมริกา

    #AMASupercross #Honda #HondaMotorcycle #HRC #TeamHondaHRC #CRF450R


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment