-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ แบงค็อก จัดแสดง Bentayga Hybrid ยนตรกรรมหรูแต่งสปอร์ตกับข้อเสนอมอเตอร์โชว์ พร้อมรับรถทันที ณ งาน AAS Group Roadshow 2026
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เชิญผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์แห่งยนตรกรรมสัญชาติอังกฤษสัมผัสความสปอร์ตของ Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์สุดหรูที่โดดเด่นด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตพร้อมส่งมอบกับข้อเสนอเดียวกับมอเตอร์โชว์และสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า โดยผู้เข้าชมงานยังสามารถเลือกช้อปคอกเลกชันเบนท์ลีย์ สินค้าไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการออกแบบอย่างมีสไตล์และเรียบหรูอย่างตุ๊กตาหมี เสื้อโปโล หมวกเบสบอล เครื่องหนัง และคอลเลกชันอื่นๆ อีกมากมายที่ลดสูงสุดถึง 35% ในงาน AAS Group Roadshow 2026 วันนี้ ถึง วันที่ 22 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม
ภายในงานฯ ผู้สนใจจะได้สัมผัสกับ Bentayga Hybrid รถยนต์แบบอเนกประสงค์สมรรถนะสูง ขุมพลังเครื่องยนต์รุ่น V6 Hybrid ในเฉดสีขาว Glacier White กับความโดดเด่นด้วยชุดแต่ง Blackline Specification ที่จะสะท้อนสมรรถนะอันเหนือชั้นและรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวของยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ต ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับคุณสมบัติ LED Welcome Lamps สู่สัมผัสแห่งความเรียบหรูด้วยหนังเฉดสีดำ Beluga และการเดินด้ายปักโลโก้แบบคอนทราสต์ในเฉดสีขาว Linen บนเบาะโดยสาร พร้อมเพิ่มบรรยากาศความสปอร์ตและความร่วมสมัยด้วยวีเนียร์แบบ Diamond Brushed Aluminium สุดยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ยังมอบประสิทธิภาพในการขับขี่ในโหมดพลังงานไฟฟ้า (EV) อันเงียบสงบที่สามารถตอบโจทย์การผสมผสานไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความคล่องตัวในแบบยนตรกรรมสปอร์ตเข้ากับความหรูหราและความสะดวกสบายในแบบยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ได้เป็นอย่างดี
ผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบภายในงานฯ เบนท์ลีย์ แบงค็อก มอบข้อเสนอมูลค่าสูงส่งท้ายไตรมาสแรกของปี ข้อเสนอเดียวกับในช่วงมอเตอร์โชว์และสิทธิประโยนช์ที่เหนือกว่าโดยผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ให้ลูกค้าสามารถรับรถได้ทันที พร้อมรับความอุ่นใจไปกับการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม และสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตสูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะเมื่อเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เบนท์ลีย์ แบงค็อก จัดแสดง Bentayga Hybrid ยนตรกรรมหรูแต่งสปอร์ตกับข้อเสนอมอเตอร์โชว์ พร้อมรับรถทันที ณ งาน AAS Group Roadshow 2026
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เชิญผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์แห่งยนตรกรรมสัญชาติอังกฤษสัมผัสความสปอร์ตของ Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์สุดหรูที่โดดเด่นด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตพร้อมส่งมอบกับข้อเสนอเดียวกับมอเตอร์โชว์และสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า โดยผู้เข้าชมงานยังสามารถเลือกช้อปคอกเลกชันเบนท์ลีย์ สินค้าไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการออกแบบอย่างมีสไตล์และเรียบหรูอย่างตุ๊กตาหมี เสื้อโปโล หมวกเบสบอล เครื่องหนัง และคอลเลกชันอื่นๆ อีกมากมายที่ลดสูงสุดถึง 35% ในงาน AAS Group Roadshow 2026 วันนี้ ถึง วันที่ 22 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม
ภายในงานฯ ผู้สนใจจะได้สัมผัสกับ Bentayga Hybrid รถยนต์แบบอเนกประสงค์สมรรถนะสูง ขุมพลังเครื่องยนต์รุ่น V6 Hybrid ในเฉดสีขาว Glacier White กับความโดดเด่นด้วยชุดแต่ง Blackline Specification ที่จะสะท้อนสมรรถนะอันเหนือชั้นและรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวของยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ต ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับคุณสมบัติ LED Welcome Lamps สู่สัมผัสแห่งความเรียบหรูด้วยหนังเฉดสีดำ Beluga และการเดินด้ายปักโลโก้แบบคอนทราสต์ในเฉดสีขาว Linen บนเบาะโดยสาร พร้อมเพิ่มบรรยากาศความสปอร์ตและความร่วมสมัยด้วยวีเนียร์แบบ Diamond Brushed Aluminium สุดยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ยังมอบประสิทธิภาพในการขับขี่ในโหมดพลังงานไฟฟ้า (EV) อันเงียบสงบที่สามารถตอบโจทย์การผสมผสานไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความคล่องตัวในแบบยนตรกรรมสปอร์ตเข้ากับความหรูหราและความสะดวกสบายในแบบยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ได้เป็นอย่างดี
ผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบภายในงานฯ เบนท์ลีย์ แบงค็อก มอบข้อเสนอมูลค่าสูงส่งท้ายไตรมาสแรกของปี ข้อเสนอเดียวกับในช่วงมอเตอร์โชว์และสิทธิประโยนช์ที่เหนือกว่าโดยผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ให้ลูกค้าสามารถรับรถได้ทันที พร้อมรับความอุ่นใจไปกับการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม และสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตสูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะเมื่อเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมงานฯ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ฮอนด้าปลุกพลังความสปอร์ต! รวมพลสายสปอร์ตตัวจริง สัมผัส DNA แห่งความเร้าใจ กับกิจกรรม Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance รวมพลังคน Type R ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท* เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กลับมาสร้างความเร้าใจอีกครั้งกับงาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance เนรมิตพื้นที่ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ถนนรามคำแหง ให้กลายเป็นจุดนัดพบของเหล่านักขับและแฟนพันธุ์แท้ Type R กว่า 150 คน ได้ร่วมสัมผัสความสปอร์ตและถ่ายทอดจิตวิญญาณการขับขี่ของ Honda Civic Type R อย่างเต็มพิกัด พร้อมสร้างคอมมูนิตี้ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ และส่งต่อความภาคภูมิใจในฐานะเจ้าของยนตรกรรมที่เป็นที่สุด ตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตอันเป็น DNA ของฮอนด้าอย่างแท้จริง
- Welcoming Zone จุดลงทะเบียนที่ต้อนรับเหล่าสาวกด้วยความพิเศษกับแบ็กดร็อปเช็คอิน ให้ได้เก็บภาพความประทับใจคู่กับรถคันโปรดในมุมที่สวยที่สุด พร้อมให้เหล่าผู้เข้าร่วมได้พบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การขับขี่ในบรรยากาศเป็นกันเอง
- กิจกรรม Legend of Type R กับการจัดแสดงรถยนต์ Civic Type R ครบทั้ง 7 เจเนอเรชัน ให้แฟน ๆ ได้ย้อนรอยวิวัฒนาการความสปอร์ตแบบใกล้ชิด
- กิจกรรม Test Drive ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลงสนามจริง เพื่อสัมผัสสมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจของ Honda Civic Type R ด้วยตัวเอง พิสูจน์ความเหนือชั้นของขุมพลังที่ตอบสนองได้อย่างใจคิด ช่วยให้การตัดสินใจเป็นเจ้าของรถสปอร์ตในฝันเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
- กิจกรรม Type R Insight Talk กิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ เชิญชวนเจ้าของ Type R ส่งต่อแรงบันดาลใจ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งาน มุมมองความประทับใจด้านสมรรถนะและเสน่ห์ของ DNA ความสปอร์ต
- ปิดท้ายความตื่นเต้นด้วยกับการมอบรางวัล Shoot & Share สำหรับผู้ที่เก็บภาพบรรยากาศสุดเท่และแชร์โมเมนต์ The Unrivaled Performance ลงโซเชียลมีเดีย พร้อมรางวัลใหญ่ให้กับโพสต์ที่มียอดไลค์และแชร์สูงสุด อีกทั้ง รางวัล Popular Vote เปิดโอกาสให้ร่วมโหวตคันที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบ ให้กับรถแต่งที่โดดเด่นและมีสไตล์ที่สุดภายในงาน
คุณเจตน์ ศศิมณฑล เจ้าของรถยนต์ Honda Civic Type R (รุ่น FL5) กล่าวว่า “การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ผมได้พบกับกลุ่มคนที่มีแพสชันเดียวกัน คือ คนที่รักใน Civic Type R สำหรับผม Civic Type R คือรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ่ายทอดสมรรถนะระดับสนามแข่งมาสู่การขับขี่ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว การได้เห็นเพื่อน ๆ แสดงตัวตนผ่านการตกแต่งรถในหลากหลายสไตล์ ยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ และตอกย้ำว่าความสปอร์ตของ Civic Type R สามารถสะท้อนออกมาได้ในแบบที่แตกต่าง แต่มีหัวใจเดียวกัน และผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ขับ Civic Type R”
ด้าน คุณฐนโรจน์ ธนาสิทธิ์นิธิเกตุ นักแข่งทีม YK Motor Sport เจ้าของรถยนต์ Civic Type R (รุ่น FK2) เปิดเผยว่า “ผมมีโอกาสได้สัมผัส Civic Type R มาเกือบทุกรุ่น ผมประทับใจในสมรรถนะการขับขี่ที่ทั้งแรงและขับสนุก กิจกรรมครั้งนี้ทำให้ผมได้กลับมาเจอกับครอบครัว Civic Type R ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองจากการใช้งานจริงร่วมกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันอันแข็งแกร่งของกลุ่มคนรัก Civic Type R ในประเทศไทย และยิ่งตอกย้ำว่ารถรุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถสมรรถนะสูง แต่คือแพสชันที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีหัวใจเดียวกันเข้าด้วยกัน”
งาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การรวมตัวของคนรักความเร็ว แต่เป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จในการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง ซึ่งหล่อหลอมขึ้นจากความหลงใหลในจิตวิญญาณความสปอร์ต ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นที่จะส่งต่อความภาคภูมิใจและสร้างมิตรภาพที่เหนียวแน่นผ่านประสบการณ์ที่เหนือระดับ เพื่อให้ครอบครัว Civic Type R เติบโตไปพร้อมกับแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันสิ้นสุด และร่วมขับเคลื่อนทุกความฝันให้กลายเป็นจริงในทุกเส้นทาง
โค้งสุดท้าย ! กับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance” พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ 2 ต่อ ที่มอบให้ทั้งลูกค้าและผู้แนะนำ เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ
- ดีลแรงแซงทุกโค้ง ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท*
- ยิ่งชวน ยิ่งได้ ! สิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวฮอนด้า เพียงแนะนำให้เพื่อนมาออกรถยนต์ Honda Civic
Type R รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท**
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ส่งมอบประสบการณ์เร้าใจสนามแรกของปีในกิจกรรม ‘Track Xperience 2026’ พร้อมต่อยอดเตรียมลุยศึก CBR Trophy ฤดูกาล 2026
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ มอบประสบการณ์ความเร้าใจให้กับผู้ขับขี่สายท้าทาย จัดกิจกรรม Track Xperience 2026 สนามที่ 1 และ CBR Trophy รอบ Private Test เปิดพื้นที่ให้บิ๊กไบค์เกอร์จากทั่วประเทศได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 13–14 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างคึกคัก มีผู้เข้าร่วมสูงถึง 150 คน พร้อมรถจักรยานยนต์คู่ใจอีก 120 คัน หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของกิจกรรม คือการเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สาย Touring ทั้ง Honda FORZA750 และ X-ADV750 ร่วมขับขี่ในสนามแข่งจริง ตอบโจทย์ลูกค้าฮอนด้าบิ๊กไบค์ทุกไลฟ์สไตล์ ให้ได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และสนุกกับการขับขี่อย่างเต็มที่บนสนามมาตรฐานระดับโลก
ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการขับขี่อย่างใกล้ชิด ภายใต้การดูแลของทีมครูฝึกมืออาชีพจาก Honda Racing Thailand นำโดย “ฟิล์ม–รัฐภาคย์ วิไลโรจน์”, “ดรีม–สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง” และ “ชิพ–นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์” พร้อมทีมช่างจากสนามแข่งจริงที่ร่วมดูแลความพร้อมของรถและผู้ขับขี่ตลอดกิจกรรม เพื่อให้ทุกช่วงเวลาบนแทร็กเป็นไปอย่างมั่นใจ สนุก และปลอดภัยตามมาตรฐานของฮอนด้าบิ๊กไบค์
เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหมาะสมกับผู้ขับขี่ทุกระดับ ฮอนด้าบิ๊กไบค์ได้แบ่งกลุ่มการขับขี่ออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ Touring, Rookie, Experienced, Advance และ Pro ให้สอดคล้องกับทักษะและประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมแต่ละคน โดยรถที่เข้าร่วมกิจกรรมครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ทั้งสาย Sport เช่น Honda CBR1000RR-R, CBR1000RR, CBR600RR, CBR650R และ CBR500R กลุ่ม Naked เช่น Honda CB1000R, CB750, CB650R และ CB500F รวมถึงสาย Touring อย่าง Honda FORZA750 และ X-ADV750
อีกหนึ่งความโดดเด่นของกิจกรรมครั้งนี้ คือ CBR Trophy รอบ Private Test ในวันที่ 15 มีนาคม ที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้ต่อยอดทักษะการควบคุมรถ พร้อมฝึกฝนการทำเวลาในสนามอย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันในฤดูกาล 2026 ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกิจกรรมที่ไม่เพียงเติมเต็มประสบการณ์ความเร้าใจในสนามแข่ง แต่ยังช่วยพัฒนาศักยภาพของนักบิดสายสปอร์ตให้ก้าวไปอีกระดับ
สำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรม Track Xperience 2026 ยังมีโอกาสร่วมสัมผัสประสบการณ์ความมันส์ในสนามแข่งระดับโลกอีก 3 สนาม โดยสนามต่อไปจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–17 พฤษภาคม 2569 ผู้ที่สนใจไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่สาย Sport, Naked หรือ Touring สามารถเตรียมรถจักรยานยนต์คู่ใจให้พร้อม แล้วมาร่วมเปิดประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจไปกับฮอนด้าบิ๊กไบค์ได้ตลอดฤดูกาลนี้
สำหรับผู้สนใจกิจกรรม Track Xperience 2026 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH
#TrackXperience #CBRTrophy
#HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
เปิดค่ายลมหายใจไร้มลทิน ประจำปี 2569 เดินหน้าขยายเครือข่าย สร้างความซื่อสัตย์สุจริต

_cuva ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมมือจัดงานค่ายลมหายใจไร้มลทิน ประจำปี 2569 โดยมี อภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวเปิดงาน โดยมีเครือข่ายเยาวชนลมหายใจไร้มลทินเข้าร่วมกว่า 60 คน สำหรับการอบรมนี้จะเสริมสร้างความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อส่งเสริมการมีคุณธรรม จริยธรรม สร้างความซื่อสัตย์สุจริต และเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้กับเด็ก และเยาวชน ณ โรงแรมตรัง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12-14 มีนาคม 2569
ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ได้ที่ lomhaijai.org dcy.go.th และ facebook.com/LomhaijaiFoundation
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
_cuva _cuva -
News Car1 Min Read
อีซูซุแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานตามแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality)
อีซูซุในฐานะผู้นำรถเพื่อการพาณิชย์ของประเทศไทยเดินหน้าสนับสนุนนโยบายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของรัฐบาลไทย ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) ตั้งแต่อีซูซุได้ประกาศ อย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นปี 2567 อีซูซุได้ทุ่มเทกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ซับซ้อนและแตกต่างกัน ได้แก่
- การเริ่มจำหน่ายรถ “อีซูซุ ดีแมคซ์ MHEV” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 โดยมีกลุ่มลูกค้าในหัวเมืองใหญ่ และ ลูกค้าองค์กรเป็นหลัก
- การเริ่มส่งออกรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” จากฐานการผลิตจากประเทศไทยเป็นยี่ห้อแรกไปยังยุโรปเมื่อกลางปี 2568 และการเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2569 นี้
- การทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้า “อีซูซุ เอลฟ์ อีวี” (Isuzu Elf EV)
- การทดลองโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในประเทศไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการขนส่ง
- และการพัฒนาไบโอดีเซลเจเนอเรชันใหม่โดยร่วมมือกับกลุ่มปตท. ในการทดสอบการใช้งานจริงกับรถเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้รถ
มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ตลอด 69 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อีซูซุได้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการโดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ตามแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy” อีซูซุเคียงข้างคุณ…เคียงคู่ไทย เราเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาโดยตลอด ทั้งการตั้งโรงงานผลิตรถอีซูซุ 2 แห่งในประเทศไทยพร้อมทั้งการลงทุนต่าง ๆ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทย การใช้ชิ้นส่วนในประเทศในระดับสูง การส่งออกรถปิกอัพจากฐานการผลิตในประเทศไทยไปมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นสินค้าเมดอินไทยแลนด์ที่มีคุณภาพสูง สร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล จนมีส่วนทำให้รถปิกอัพกลายเป็น “โปรดักแชมเปี้ยน” ของประเทศ สะท้อนจุดยืนในการสร้างคุณค่าทางสังคมของอีซูซุตลอดมา
นอกจากนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแล้ว อีซูซุยังสนับสนุนนโยบายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนที่รัฐได้ตั้งเป้าหมายไว้ในปี พ.ศ. 2593 (2050) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 (2065) ในฐานะผู้นำรถเพื่อการพาณิชย์ระดับโลก อีซูซุจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ ซึ่งมีความแตกต่างจากรถประเภทอื่น ๆ เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่ต่างกัน อาทิ ความสามารถในการบรรทุก ความแข็งแกร่งทนทาน ประสิทธิภาพการขนส่ง เป็นต้น
จากความสำเร็จในการพัฒนารถปิกอัพยอดนิยมเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 / 3.0 Ddi MAXFORCE Euro 5 ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ว่า มีสมรรถนะสูง ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม แข็งแกร่งทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ในวันนี้ อีซูซุขอแนะนำ“อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” รถปิกอัพพลังไฟฟ้า 100% เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้าชาวไทย รถรุ่นนี้ถือเป็นรถปิกอัพไฟฟ้ายี่ห้อแรกจากฐานการผลิตไทยไปจำหน่ายยังตลาดยุโรป ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา การที่อีซูซุใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” เป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและการลงทุนที่สำคัญที่สุด ไม่เฉพาะเรื่องผลิตภัณฑ์เท่านั้น เรายังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย โดยได้เตรียมความพร้อมสำหรับ“อีซูซุ ดีแมคซ์ EV”อีกด้วย โดยมีแพคเกจซ่อมบำรุงรักษาให้ลูกค้า ฟรีค่าบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ลูกค้าที่สนใจสามารถไปสัมผัสตัวจริงได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569
เราเชื่อมั่นในแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) อีซูซุนำเสนอทางเลือกของระบบขับเคลื่อนอันหลากหลาย ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละประเทศและภูมิภาค รวมถึงสภาพการใช้งานเฉพาะของพื้นที่นั้น ๆ เรายังเชื่อมั่นว่า การใช้งานเพื่อการพาณิชย์นั้น รถปิกอัพเครื่องยนต์ดีเซล ยังคงเป็นรถที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในขณะที่รถประเภทอื่น ๆ เช่น รถปิกอัพไฟฟ้า จะเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น สำหรับโครงการสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอื่น ๆ ของอีซูซุนั้น กำลังดำเนินการตามแผนที่เคยประกาศไว้ ทั้งรถบรรทุก และน้ำมันทางเลือกใหม่ ซึ่งเราจะมาแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าเป็นระยะ”
นอกจากในประเทศไทยแล้ว อีซุซุยังมีการลงทุนในศูนย์พัฒนาและทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า “The EARTH Lab” ที่เมืองฟูจิซาวะ ประเทศญี่ปุ่น การทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน การสร้างสนามทดสอบรถขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับที่สนามทดสอบรถอีซูซุ ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (ISUZU HOKKAIDO PROVING GROUND) รวมถึงการพัฒนายานยนต์ไร้คนขับรุ่นใหม่ในรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์เพื่อนำมาใช้ในการทดสอบ ซึ่งได้ผ่านการวิ่งระยะทางรวมแล้วกว่า 150,000 กิโลเมตร ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น นับตั้งแต่เริ่มการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้ดำเนินการทดสอบการขับขี่อัตโนมัติเพื่อการใช้งานจริงเชิงธุรกิจบนถนนสาธารณะสำหรับเส้นทางโลจิสติกส์ของอีซูซุในประเทศญี่ปุ่นแล้วในต้นปีนี้ ตามแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality)…ตลอดระยะเวลา 69 ปี ของการดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย อีซูซุไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาผ่านนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนตามที่ได้ตั้งไว้ ในฐานะนิติบุคคลที่ดีเสมอมาภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจของอีซูซุในประเทศไทย “วิถีอีซูซุ” (Isuzu Spirit) – – ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
ธนบุรีนอยสเติน ผนึกเครือข่ายผู้จำหน่าย ต่อยอดความสำเร็จ GEELY EX5 และ GEELY EX2 พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตในไทยอย่างยั่งยืน
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานประชุมผู้จำหน่าย “GEELY Dealer Conference 2026” ภายใต้แนวคิด “Winning the Next Era” ตอกย้ำความสำเร็จของ GEELY EX5 และ GEELY EX2 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทย พร้อมประกาศวิสัยทัศน์การยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ ไปพร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว และยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ให้ครอบคลุมในทุกมิติ
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยกำลังก้าวข้ามการแข่งขันด้านราคา สู่ยุคของการแข่งขันด้านความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง ผู้บริโภคมองหาแบรนด์ที่ไว้วางใจได้ ทั้งในด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการดูแลระยะยาว ธนบุรีนอยสเติน ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการ เรานำจุดแข็งของแบรนด์ยานยนต์คุณภาพระดับโลก ผสานกับความเข้าใจตลาดไทยอย่างลึกซึ้งและดีเอ็นเอการบริการที่เหนือระดับของกลุ่มธนบุรี เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย เราเชื่อมั่นว่า ‘ผลิตภัณฑ์ระดับโลก ต้องมาพร้อมการดูแลแบบไทย’ และนี่คือรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืนของ GEELY ในประเทศไทย”
ภายในงาน ธนบุรีนอยสเติน เน้นย้ำทิศทางการเติบโตของแบรนด์ในปีนี้ ผ่านหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจะยกระดับความแข็งแกร่งในแต่ละด้านมากขึ้น ได้แก่
การต่อยอดความเชี่ยวชาญของกลุ่มธนบุรี ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยาวนานกว่า 85 ปี เพื่อสนับสนุนเครือข่ายผู้จำหน่ายให้สามารถเข้าถึงและเข้าใจความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ไลฟ์สไตล์การใช้งาน และแนวโน้มของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและระบบแบตเตอรียุคใหม่ พร้อมสนับสนุนกลยุทธ์การขายและการตลาดแบบ 360 องศา เพื่อเสริมศักยภาพของดีลเลอร์ทั่วประเทศ
การชูผลิตภัณฑ์คุณภาพและนวัตกรรมระดับโลกของ GEELY ซึ่งโดดเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยในปีนี้ นอกจากการเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จของ GEELY EX5 รถอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ธนบุรีนอยสเติน ยังมีแผนเปิดตัวยานยนต์รุ่นพิเศษ พร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้มากขึ้น
นอกจากนี้ การสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยมผ่านการบริการหลังการขายระดับพรีเมียม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน โดยบริษัทมุ่งพัฒนาเครือข่ายศูนย์บริการให้ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรม และการนำเทคโนโลยีการบำรุงรักษาที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดในทุกมิติ และสร้างความมั่นใจว่า GEELY จะอยู่เคียงข้างกับลูกค้าในระยะยาว
ปัจจุบัน ธนบุรีนอยสเติน ได้ขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายครอบคลุม 57 แห่งทั่วประเทศ และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 นี้ เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเปิดโชว์รูมระดับเรือธงแห่งแรกในประเทศไทยภายในปีนี้
“ความสำเร็จของ GEELY ในประเทศไทย สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างธนบุรีนอยสเตินและเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นพันธมิตรสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ โดยหัวใจสำคัญเหล่านี้จะยังคงเป็นแนวทางหลักในการดำเนินงานและจะเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จร่วมกันกับเครือข่ายผู้จำหน่าย ผลักดันการเติบโตของ GEELY และก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง” นายณรงค์ กล่าวปิดท้าย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ร่วมฉลอง 10 ปี MOONEYES นำเสนอ New Honda GB350C MoonEyes 10th Anniversary Concept คันเดียวในโลก! ในงาน 10th Anniversary MOONEYES of Bangkok
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ร่วมสร้างสีสันในงานฉลองครบรอบ 10th Anniversary MOONEYES of Bangkok งานรวมพลคนรักยานยนต์สายคัสตอมแห่งปี ด้วยการนำ New Honda GB350C MoonEyes 10th Anniversary Concept คันเดียวในโลกไปจัดแสดง และเป็นรางวัล Big Lucky Draw มูลค่า 155,900 บาท โดยคุณนคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไปสายงานสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดีที่ได้รับรถคัสตอมคันพิเศษนี้ไปครอบครอง อีกทั้งยังมีกิจกรรมสุดพิเศษที่บูธ Honda GB350C ที่จัดขึ้นเพื่อเอาใจสายคลาสสิก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ณ ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ ท่ามกลางการรวมตัวของเหล่าคนรักรถแต่งและสาย Custom Culture จากทั่วประเทศ
ไฮไลต์สำคัญของงานคือ New Honda GB350C MoonEyes 10th Anniversary Concept ที่ถูกคัสตอมใหม่ทั้งคันโดยสำนักแต่ง Fatboy Design รถคันนี้เป็นผลงานความร่วมมือระหว่างฮอนด้าบิ๊กไบค์และ MOONEYES of Bangkok เพื่อจัดทำเป็น Big Lucky Draw ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของงาน โดยต่อยอดมาจาก New Honda GB350C รถคลาสสิกภายใต้คอนเซ็ปต์ THE SOUL OF CLASSIC ที่ผสานความเท่เหนือกาลเวลากับเทคโนโลยีการขับขี่ยุคปัจจุบัน พร้อมเติมเอกลักษณ์สไตล์ MOONEYES ลงบนตัวรถอย่างโดดเด่น สะท้อนตัวตนของวัฒนธรรมรถคัสตอมที่ให้ความสำคัญกับสไตล์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ขับขี่จนกลายเป็น Custom Bike คันพิเศษที่มีเพียงคันเดียวในโลกเท่านั้น โดยรถคันดังกล่าวถูกนำมาขับขี่โชว์ภายในงานโดย Johnny Pandora ศิลปินวง Rock ’n’ Roll ที่บินตรงจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อร่วมสร้างสีสันให้กับงาน
นอกจากนี้ ภายในงาน 10th Anniversary MOONEYES of Bangkok ยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในวงการคัสตอมระดับโลก นำโดย Mr. Shige Suganuma เจ้าของแบรนด์ MOONEYES พร้อมด้วย Wildman จาก MOONEYES Japan รวมถึง Builder และศิลปินสายคัสตอมจากหลายประเทศในเอเชียที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับงาน พร้อมกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ เวทีดนตรี การแสดงสเก็ตลีลา ร้านค้าไลฟ์สไตล์สายคัสตอม และสินค้า MOONEYES Limited Edition ที่มีจำหน่ายเฉพาะภายในงานนี้เท่านั้นอีกด้วย
การร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของฮอนด้าบิ๊กไบค์ในการร่วมสร้างสีสันให้กับคอมมูนิตี้ของคนรักรถคัสตอมในประเทศไทย พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมการแต่งรถและไลฟ์สไตล์การขับขี่ในแบบฉบับของตนเอง
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH
#MOONEYESOFBANGKOK #HondaGB350C #GB350C #THESOULOFCLASSIC #Classic #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
ฮอนด้า พาร์ทเนอร์ที่คุณมั่นใจตลอดการใช้งาน “อะไหล่พร้อม ศูนย์บริการพร้อม ความพร้อมที่คุณเชื่อมั่น” มั่นใจ! ด้วยศูนย์กลางอะไหล่ระดับภูมิภาคในประเทศไทย พร้อมศูนย์บริการและโชว์รูมกว่า 200 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ
การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ ไม่ใช่เพียงการมองหาพาหนะสำหรับเคลื่อนที่ แต่คือการเลือกเพื่อนร่วมทางที่มอบความมั่นใจว่าจะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดทุกเส้นทาง บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยเบื้องหลังความสบายใจในการใช้งานรถยนต์ฮอนด้า ผ่านรากฐานที่แข็งแรงของ Honda’s Asian Parts Center (APC) ศูนย์กลางอะไหล่ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียของฮอนด้าซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย “อะไหล่พร้อม ศูนย์บริการพร้อม ความพร้อมที่คุณเชื่อมั่นครอบคลุมทุกเส้นทาง” เพื่อส่งมอบรอยยิ้มและดูแลทุกการขับขี่อย่างครอบคลุม ด้วยศูนย์บริการฮอนด้ามากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมใส่ใจดูแลครอบครัวฮอนด้าในทุกการเดินทาง
ใส่ใจดูแลด้วยความเชื่อมั่น พร้อมเคียงข้างคุณมากกว่า 20 ปี
Honda’s Asian Parts Center (APC) ศูนย์กลางอะไหล่ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียของฮอนด้าที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 129,600 ตารางเมตร เทียบเท่าขนาดสนามฟุตบอล 18 สนาม เป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการอะไหล่รถยนต์ฮอนด้า โดยอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สะสมมานานกว่า 27 ปี โดยฮอนด้าสำรองอะไหล่สำหรับรถยนต์แต่ละรุ่นกว่า 20 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นจะได้รับการดูแลด้วยอะไหล่ที่ครบครันและครอบคลุมสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นปัจจุบัน หรือรถในตำนานอย่าง Honda Civic EG และ Honda Civic EK Coupe
สปอร์ตคูเป้ยุค 90 ซึ่งฮอนด้ายังคงมีอะไหล่สำรองบางชิ้นที่เป็นอะไหล่ที่มีความต้องการใช้งานสูงของรถยนต์รุ่นนั้น
เพื่อรองรับตลอดการใช้งาน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลครอบครัวฮอนด้าไม่ได้จบลงเมื่อรถถูกส่งมอบ
แต่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลายสิบปีดูแลทันใจ เป็นพาร์ทเนอร์ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง
หัวใจสำคัญของการบริการหลังการขายสำหรับฮอนด้า คือการมุ่งเน้นให้รถยนต์ของลูกค้ากลับมาพร้อมใช้งานได้เร็วที่สุด ฮอนด้าจึงได้พัฒนาระบบบริหารจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้เพื่อให้การเบิกจ่ายอะไหล่มีความรวมเร็วและแม่นยำ โดยวางมาตรฐานจัดส่งอะไหล่ถึงมือตัวแทนจำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายใน 1 วัน และภายใน 2 วันสำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อให้การบริการและการซ่อมเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว
นวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน สร้างสังคมปลอดมลพิษ
นอกจากนี้ ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสังคมที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นหลัง ผ่านเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 โดย Honda’s Asian Parts Center ได้นำเป้าหมายนี้มาปรับใช้ในกระบวนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรด้วยการรีไซเคิลกระดาษเหลือใช้เพื่อผลิตเป็น กระดาษรังผึ้งสำหรับบรรจุภัณฑ์ ทดแทนการใช้พลาสติกและกระดาษใหม่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมิติที่ฮอนด้าได้ส่งต่อความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกระบวนการทำงาน
ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นในแบรนด์ฮอนด้าส่วนหนึ่งถูกสร้างขึ้นจากรากฐานการผลิตที่แข็งแกร่งและสร้างการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยอะไหล่ของฮอนด้ากว่า 90% ถูกผลิตขึ้นภายในประเทศไทย การใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตภายในประเทศ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและระบบขนส่งเท่านั้น แต่ยังทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยของรถยนต์อยู่ในระดับที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้ง ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ พร้อมทั้งพัฒนาองค์ความรู้และทักษะให้กับบุคลากรชาวไทย เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ความไว้วางใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
คุณวัชรรักษ์ สินทัตตโสภณ เจ้าของรถยนต์ Honda City Hatchback กล่าวด้วยความประทับใจว่า “สำหรับผม การซื้อรถหนึ่งคันเป็นเหมือนการลงทุนในระยะยาว สิ่งที่ทำให้ผมมั่นใจในฮอนด้า เพราะมีศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และสัมผัสได้ถึงมาตรฐานการดูแลและความใส่ใจของทีมช่าง ทำให้ผมมั่นใจว่าฮอนด้าพร้อมดูแลรถไปได้ยาว ๆ ครับ”
ทางด้านคุณเขมจิรา วังกะพันธ์ เจ้าของรถยนต์ Honda Civic e:HEV ถ่ายทอดความรู้สึกว่า “ฮอนด้าเป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจที่อยู่กับครอบครัวมานาน ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อคุณแม่ จนมาถึงรุ่นปัจจุบันค่ะ ไม่ว่าจะขับรถไปที่ไหน ก็จะเห็นศูนย์บริการในทุกพื้นที่ ทุกครั้งที่นำรถเข้าเช็กระยะ ก็สัมผัสได้ถึงมาตรฐานการดูแลและความใส่ใจของพี่ ๆ ทีมช่างที่ดูแลเราเหมือนคนในครอบครัว เป็นความผูกพันที่ส่งต่อกันมา และที่สำคัญขายต่อก็ได้ราคาดี ทำให้เรามั่นใจในการใช้รถและพร้อมที่จะฝากให้พาร์ทเนอร์อย่างฮอนด้าคอยดูแลไปตลอดการใช้งาน”
จากลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย มากกว่า 2.6 ล้านคัน ตลอดเวลากว่า 40 ปี ตอกย้ำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ฮอนด้าพร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์และการดูแลลูกค้าที่ดีเยี่ยมตลอดการใช้งาน ทั้งความพร้อมของอะไหล่ จากศูนย์กลางอะไหล่ระดับภูมิภาค ความเชี่ยวชาญของบุคลากร และการบริการที่เป็นเลิศของเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมที่ครอบคลุมกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์ฮอนด้าถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่เสื่อมคลาย เพราะสำหรับฮอนด้า ลูกค้าทุกคนเปรียบเสมือนคนสำคัญในครอบครัว และฮอนด้าก็พร้อมที่จะเคียงข้างคุณในทุกการขับขี่และตลอดการใช้งาน
#HondaPartnerForYourDrive
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“นีโม่-จิรัฎฐ์” ควบ Honda CRF450R ดวลเดือดสู้ไม่ถอย ศึกทางฝุ่นออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ สนามแรก ชูบุ เดิร์ทฟรีค คัพ
การแข่งขันศึกโมโตครอสชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่นรายการ ออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2026 สนามแรก ชูบุ เดิร์ทฟรีค คัพ ณ อินาเบะ มอเตอร์ สปอร์ต แลนด์ เมืองมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ นักบิดทางฝุ่นดาวรุ่งไทยจากทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี เอเชีย ลงทำการแข่งขันในคลาสสูงสุด IA-1
รอบฝึกซ้อมและทดสอบเวลา “นีโม่-จิรัฎฐ์” ควบรถ Honda CRF450R หมายเลข 23 ทำเวลา 01:32.840 นาที รั้งอยู่อันดับที่ 6 ตามหลังผู้ชนะเพียง 0.026 วินาที
เริ่มต้นฮีทแรกการแข่งขันดำเนินไปอย่างเข้มข้นช่วงออกตัวนักบิดทางฝุ่นไทยต้องหลบหลีกอุบัติเหตุทำให้เสียจังหวะลงไปอยู่อันดับต่ำกว่าท็อป 10 อย่างไรก็ตาม “นีโม่-จิรัฎฐ์” พยายามช่วงชิงจังหวะจนแซงขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 11 ทำเวลา 34.969 นาที ตามหลังผู้ชนะ 14.124 วินาที และจบการแข่งขันด้วยอันดับดังกล่าว
ต่อมาฮีทที่สอง “นีโม่-จิรัฎฐ์” เริ่มต้นเกมได้อย่างดุดันท่ามกลางการแข่งขันที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด นักแข่งไทยสู้กับนักแข่งเจ้าถิ่นอย่างสนุกก่อนที่จะจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 11 อีกครั้ง ด้วยเวลา 1:36.050 นาที ตามหลังผู้ชนะ 2.647 วินาที จากนั้นใน ฮีทสุดท้าย “นีโม่-จิรัฎฐ์” ต้องอาศัยความมุ่งมั่นในการแก้ไขสถานการณ์ก่อนจะจบด้วยอันดับที่ 14 ทำเวลาไป 1:37.317 นาที ตามหลังผู้ชนะ 12.248 วินาที
“นีโม่-จิรัฎฐ์” เก็บประสบการณ์เพื่อนำกลับมาพัฒนาเทคนิคและทักษะในการแข่งขันกับสนามสุดท้าทายต่อไป โดยรายการ ออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 2 รายการ เอชเอสอาร์ คิวชู แชมเปี้ยนชิพ จะทำการแข่งขันกันวันที่ 19 เมษายน 2026 ณ เมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #Motocross #JMX #AllJapanMotocrossChampionship
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


















































































































































































