-
News Motocycle1 Min Read
เปิดค่ายลมหายใจไร้มลทิน ประจำปี 2569 เดินหน้าขยายเครือข่าย สร้างความซื่อสัตย์สุจริต

_cuva ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมมือจัดงานค่ายลมหายใจไร้มลทิน ประจำปี 2569 โดยมี อภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวเปิดงาน โดยมีเครือข่ายเยาวชนลมหายใจไร้มลทินเข้าร่วมกว่า 60 คน สำหรับการอบรมนี้จะเสริมสร้างความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อส่งเสริมการมีคุณธรรม จริยธรรม สร้างความซื่อสัตย์สุจริต และเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้กับเด็ก และเยาวชน ณ โรงแรมตรัง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12-14 มีนาคม 2569
ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ได้ที่ lomhaijai.org dcy.go.th และ facebook.com/LomhaijaiFoundation
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
_cuva _cuva -
News Car1 Min Read
อีซูซุแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานตามแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality)
อีซูซุในฐานะผู้นำรถเพื่อการพาณิชย์ของประเทศไทยเดินหน้าสนับสนุนนโยบายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของรัฐบาลไทย ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) ตั้งแต่อีซูซุได้ประกาศ อย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นปี 2567 อีซูซุได้ทุ่มเทกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ซับซ้อนและแตกต่างกัน ได้แก่
- การเริ่มจำหน่ายรถ “อีซูซุ ดีแมคซ์ MHEV” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 โดยมีกลุ่มลูกค้าในหัวเมืองใหญ่ และ ลูกค้าองค์กรเป็นหลัก
- การเริ่มส่งออกรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” จากฐานการผลิตจากประเทศไทยเป็นยี่ห้อแรกไปยังยุโรปเมื่อกลางปี 2568 และการเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2569 นี้
- การทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้า “อีซูซุ เอลฟ์ อีวี” (Isuzu Elf EV)
- การทดลองโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในประเทศไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการขนส่ง
- และการพัฒนาไบโอดีเซลเจเนอเรชันใหม่โดยร่วมมือกับกลุ่มปตท. ในการทดสอบการใช้งานจริงกับรถเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้รถ
มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ตลอด 69 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อีซูซุได้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการโดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ตามแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy” อีซูซุเคียงข้างคุณ…เคียงคู่ไทย เราเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาโดยตลอด ทั้งการตั้งโรงงานผลิตรถอีซูซุ 2 แห่งในประเทศไทยพร้อมทั้งการลงทุนต่าง ๆ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทย การใช้ชิ้นส่วนในประเทศในระดับสูง การส่งออกรถปิกอัพจากฐานการผลิตในประเทศไทยไปมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นสินค้าเมดอินไทยแลนด์ที่มีคุณภาพสูง สร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล จนมีส่วนทำให้รถปิกอัพกลายเป็น “โปรดักแชมเปี้ยน” ของประเทศ สะท้อนจุดยืนในการสร้างคุณค่าทางสังคมของอีซูซุตลอดมา
นอกจากนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแล้ว อีซูซุยังสนับสนุนนโยบายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนที่รัฐได้ตั้งเป้าหมายไว้ในปี พ.ศ. 2593 (2050) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 (2065) ในฐานะผู้นำรถเพื่อการพาณิชย์ระดับโลก อีซูซุจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ ซึ่งมีความแตกต่างจากรถประเภทอื่น ๆ เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่ต่างกัน อาทิ ความสามารถในการบรรทุก ความแข็งแกร่งทนทาน ประสิทธิภาพการขนส่ง เป็นต้น
จากความสำเร็จในการพัฒนารถปิกอัพยอดนิยมเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 / 3.0 Ddi MAXFORCE Euro 5 ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ว่า มีสมรรถนะสูง ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม แข็งแกร่งทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ในวันนี้ อีซูซุขอแนะนำ“อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” รถปิกอัพพลังไฟฟ้า 100% เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้าชาวไทย รถรุ่นนี้ถือเป็นรถปิกอัพไฟฟ้ายี่ห้อแรกจากฐานการผลิตไทยไปจำหน่ายยังตลาดยุโรป ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา การที่อีซูซุใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” เป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและการลงทุนที่สำคัญที่สุด ไม่เฉพาะเรื่องผลิตภัณฑ์เท่านั้น เรายังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย โดยได้เตรียมความพร้อมสำหรับ“อีซูซุ ดีแมคซ์ EV”อีกด้วย โดยมีแพคเกจซ่อมบำรุงรักษาให้ลูกค้า ฟรีค่าบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ลูกค้าที่สนใจสามารถไปสัมผัสตัวจริงได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569
เราเชื่อมั่นในแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) อีซูซุนำเสนอทางเลือกของระบบขับเคลื่อนอันหลากหลาย ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละประเทศและภูมิภาค รวมถึงสภาพการใช้งานเฉพาะของพื้นที่นั้น ๆ เรายังเชื่อมั่นว่า การใช้งานเพื่อการพาณิชย์นั้น รถปิกอัพเครื่องยนต์ดีเซล ยังคงเป็นรถที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในขณะที่รถประเภทอื่น ๆ เช่น รถปิกอัพไฟฟ้า จะเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น สำหรับโครงการสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอื่น ๆ ของอีซูซุนั้น กำลังดำเนินการตามแผนที่เคยประกาศไว้ ทั้งรถบรรทุก และน้ำมันทางเลือกใหม่ ซึ่งเราจะมาแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าเป็นระยะ”
นอกจากในประเทศไทยแล้ว อีซุซุยังมีการลงทุนในศูนย์พัฒนาและทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า “The EARTH Lab” ที่เมืองฟูจิซาวะ ประเทศญี่ปุ่น การทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน การสร้างสนามทดสอบรถขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับที่สนามทดสอบรถอีซูซุ ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (ISUZU HOKKAIDO PROVING GROUND) รวมถึงการพัฒนายานยนต์ไร้คนขับรุ่นใหม่ในรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์เพื่อนำมาใช้ในการทดสอบ ซึ่งได้ผ่านการวิ่งระยะทางรวมแล้วกว่า 150,000 กิโลเมตร ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น นับตั้งแต่เริ่มการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้ดำเนินการทดสอบการขับขี่อัตโนมัติเพื่อการใช้งานจริงเชิงธุรกิจบนถนนสาธารณะสำหรับเส้นทางโลจิสติกส์ของอีซูซุในประเทศญี่ปุ่นแล้วในต้นปีนี้ ตามแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality)…ตลอดระยะเวลา 69 ปี ของการดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย อีซูซุไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาผ่านนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนตามที่ได้ตั้งไว้ ในฐานะนิติบุคคลที่ดีเสมอมาภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจของอีซูซุในประเทศไทย “วิถีอีซูซุ” (Isuzu Spirit) – – ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
ธนบุรีนอยสเติน ผนึกเครือข่ายผู้จำหน่าย ต่อยอดความสำเร็จ GEELY EX5 และ GEELY EX2 พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตในไทยอย่างยั่งยืน
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานประชุมผู้จำหน่าย “GEELY Dealer Conference 2026” ภายใต้แนวคิด “Winning the Next Era” ตอกย้ำความสำเร็จของ GEELY EX5 และ GEELY EX2 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทย พร้อมประกาศวิสัยทัศน์การยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ ไปพร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว และยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ให้ครอบคลุมในทุกมิติ
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยกำลังก้าวข้ามการแข่งขันด้านราคา สู่ยุคของการแข่งขันด้านความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง ผู้บริโภคมองหาแบรนด์ที่ไว้วางใจได้ ทั้งในด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการดูแลระยะยาว ธนบุรีนอยสเติน ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการ เรานำจุดแข็งของแบรนด์ยานยนต์คุณภาพระดับโลก ผสานกับความเข้าใจตลาดไทยอย่างลึกซึ้งและดีเอ็นเอการบริการที่เหนือระดับของกลุ่มธนบุรี เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย เราเชื่อมั่นว่า ‘ผลิตภัณฑ์ระดับโลก ต้องมาพร้อมการดูแลแบบไทย’ และนี่คือรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืนของ GEELY ในประเทศไทย”
ภายในงาน ธนบุรีนอยสเติน เน้นย้ำทิศทางการเติบโตของแบรนด์ในปีนี้ ผ่านหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจะยกระดับความแข็งแกร่งในแต่ละด้านมากขึ้น ได้แก่
การต่อยอดความเชี่ยวชาญของกลุ่มธนบุรี ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยาวนานกว่า 85 ปี เพื่อสนับสนุนเครือข่ายผู้จำหน่ายให้สามารถเข้าถึงและเข้าใจความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ไลฟ์สไตล์การใช้งาน และแนวโน้มของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและระบบแบตเตอรียุคใหม่ พร้อมสนับสนุนกลยุทธ์การขายและการตลาดแบบ 360 องศา เพื่อเสริมศักยภาพของดีลเลอร์ทั่วประเทศ
การชูผลิตภัณฑ์คุณภาพและนวัตกรรมระดับโลกของ GEELY ซึ่งโดดเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยในปีนี้ นอกจากการเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จของ GEELY EX5 รถอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ธนบุรีนอยสเติน ยังมีแผนเปิดตัวยานยนต์รุ่นพิเศษ พร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้มากขึ้น
นอกจากนี้ การสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยมผ่านการบริการหลังการขายระดับพรีเมียม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน โดยบริษัทมุ่งพัฒนาเครือข่ายศูนย์บริการให้ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรม และการนำเทคโนโลยีการบำรุงรักษาที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดในทุกมิติ และสร้างความมั่นใจว่า GEELY จะอยู่เคียงข้างกับลูกค้าในระยะยาว
ปัจจุบัน ธนบุรีนอยสเติน ได้ขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายครอบคลุม 57 แห่งทั่วประเทศ และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 นี้ เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเปิดโชว์รูมระดับเรือธงแห่งแรกในประเทศไทยภายในปีนี้
“ความสำเร็จของ GEELY ในประเทศไทย สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างธนบุรีนอยสเตินและเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นพันธมิตรสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ โดยหัวใจสำคัญเหล่านี้จะยังคงเป็นแนวทางหลักในการดำเนินงานและจะเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จร่วมกันกับเครือข่ายผู้จำหน่าย ผลักดันการเติบโตของ GEELY และก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง” นายณรงค์ กล่าวปิดท้าย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ร่วมฉลอง 10 ปี MOONEYES นำเสนอ New Honda GB350C MoonEyes 10th Anniversary Concept คันเดียวในโลก! ในงาน 10th Anniversary MOONEYES of Bangkok
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ร่วมสร้างสีสันในงานฉลองครบรอบ 10th Anniversary MOONEYES of Bangkok งานรวมพลคนรักยานยนต์สายคัสตอมแห่งปี ด้วยการนำ New Honda GB350C MoonEyes 10th Anniversary Concept คันเดียวในโลกไปจัดแสดง และเป็นรางวัล Big Lucky Draw มูลค่า 155,900 บาท โดยคุณนคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไปสายงานสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดีที่ได้รับรถคัสตอมคันพิเศษนี้ไปครอบครอง อีกทั้งยังมีกิจกรรมสุดพิเศษที่บูธ Honda GB350C ที่จัดขึ้นเพื่อเอาใจสายคลาสสิก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ณ ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ ท่ามกลางการรวมตัวของเหล่าคนรักรถแต่งและสาย Custom Culture จากทั่วประเทศ
ไฮไลต์สำคัญของงานคือ New Honda GB350C MoonEyes 10th Anniversary Concept ที่ถูกคัสตอมใหม่ทั้งคันโดยสำนักแต่ง Fatboy Design รถคันนี้เป็นผลงานความร่วมมือระหว่างฮอนด้าบิ๊กไบค์และ MOONEYES of Bangkok เพื่อจัดทำเป็น Big Lucky Draw ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของงาน โดยต่อยอดมาจาก New Honda GB350C รถคลาสสิกภายใต้คอนเซ็ปต์ THE SOUL OF CLASSIC ที่ผสานความเท่เหนือกาลเวลากับเทคโนโลยีการขับขี่ยุคปัจจุบัน พร้อมเติมเอกลักษณ์สไตล์ MOONEYES ลงบนตัวรถอย่างโดดเด่น สะท้อนตัวตนของวัฒนธรรมรถคัสตอมที่ให้ความสำคัญกับสไตล์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ขับขี่จนกลายเป็น Custom Bike คันพิเศษที่มีเพียงคันเดียวในโลกเท่านั้น โดยรถคันดังกล่าวถูกนำมาขับขี่โชว์ภายในงานโดย Johnny Pandora ศิลปินวง Rock ’n’ Roll ที่บินตรงจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อร่วมสร้างสีสันให้กับงาน
นอกจากนี้ ภายในงาน 10th Anniversary MOONEYES of Bangkok ยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในวงการคัสตอมระดับโลก นำโดย Mr. Shige Suganuma เจ้าของแบรนด์ MOONEYES พร้อมด้วย Wildman จาก MOONEYES Japan รวมถึง Builder และศิลปินสายคัสตอมจากหลายประเทศในเอเชียที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับงาน พร้อมกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ เวทีดนตรี การแสดงสเก็ตลีลา ร้านค้าไลฟ์สไตล์สายคัสตอม และสินค้า MOONEYES Limited Edition ที่มีจำหน่ายเฉพาะภายในงานนี้เท่านั้นอีกด้วย
การร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของฮอนด้าบิ๊กไบค์ในการร่วมสร้างสีสันให้กับคอมมูนิตี้ของคนรักรถคัสตอมในประเทศไทย พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมการแต่งรถและไลฟ์สไตล์การขับขี่ในแบบฉบับของตนเอง
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH
#MOONEYESOFBANGKOK #HondaGB350C #GB350C #THESOULOFCLASSIC #Classic #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
ฮอนด้า พาร์ทเนอร์ที่คุณมั่นใจตลอดการใช้งาน “อะไหล่พร้อม ศูนย์บริการพร้อม ความพร้อมที่คุณเชื่อมั่น” มั่นใจ! ด้วยศูนย์กลางอะไหล่ระดับภูมิภาคในประเทศไทย พร้อมศูนย์บริการและโชว์รูมกว่า 200 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ
การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ ไม่ใช่เพียงการมองหาพาหนะสำหรับเคลื่อนที่ แต่คือการเลือกเพื่อนร่วมทางที่มอบความมั่นใจว่าจะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดทุกเส้นทาง บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยเบื้องหลังความสบายใจในการใช้งานรถยนต์ฮอนด้า ผ่านรากฐานที่แข็งแรงของ Honda’s Asian Parts Center (APC) ศูนย์กลางอะไหล่ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียของฮอนด้าซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย “อะไหล่พร้อม ศูนย์บริการพร้อม ความพร้อมที่คุณเชื่อมั่นครอบคลุมทุกเส้นทาง” เพื่อส่งมอบรอยยิ้มและดูแลทุกการขับขี่อย่างครอบคลุม ด้วยศูนย์บริการฮอนด้ามากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมใส่ใจดูแลครอบครัวฮอนด้าในทุกการเดินทาง
ใส่ใจดูแลด้วยความเชื่อมั่น พร้อมเคียงข้างคุณมากกว่า 20 ปี
Honda’s Asian Parts Center (APC) ศูนย์กลางอะไหล่ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียของฮอนด้าที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 129,600 ตารางเมตร เทียบเท่าขนาดสนามฟุตบอล 18 สนาม เป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการอะไหล่รถยนต์ฮอนด้า โดยอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สะสมมานานกว่า 27 ปี โดยฮอนด้าสำรองอะไหล่สำหรับรถยนต์แต่ละรุ่นกว่า 20 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นจะได้รับการดูแลด้วยอะไหล่ที่ครบครันและครอบคลุมสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นปัจจุบัน หรือรถในตำนานอย่าง Honda Civic EG และ Honda Civic EK Coupe
สปอร์ตคูเป้ยุค 90 ซึ่งฮอนด้ายังคงมีอะไหล่สำรองบางชิ้นที่เป็นอะไหล่ที่มีความต้องการใช้งานสูงของรถยนต์รุ่นนั้น
เพื่อรองรับตลอดการใช้งาน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลครอบครัวฮอนด้าไม่ได้จบลงเมื่อรถถูกส่งมอบ
แต่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลายสิบปีดูแลทันใจ เป็นพาร์ทเนอร์ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง
หัวใจสำคัญของการบริการหลังการขายสำหรับฮอนด้า คือการมุ่งเน้นให้รถยนต์ของลูกค้ากลับมาพร้อมใช้งานได้เร็วที่สุด ฮอนด้าจึงได้พัฒนาระบบบริหารจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้เพื่อให้การเบิกจ่ายอะไหล่มีความรวมเร็วและแม่นยำ โดยวางมาตรฐานจัดส่งอะไหล่ถึงมือตัวแทนจำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายใน 1 วัน และภายใน 2 วันสำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อให้การบริการและการซ่อมเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว
นวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน สร้างสังคมปลอดมลพิษ
นอกจากนี้ ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสังคมที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นหลัง ผ่านเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 โดย Honda’s Asian Parts Center ได้นำเป้าหมายนี้มาปรับใช้ในกระบวนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรด้วยการรีไซเคิลกระดาษเหลือใช้เพื่อผลิตเป็น กระดาษรังผึ้งสำหรับบรรจุภัณฑ์ ทดแทนการใช้พลาสติกและกระดาษใหม่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมิติที่ฮอนด้าได้ส่งต่อความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกระบวนการทำงาน
ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นในแบรนด์ฮอนด้าส่วนหนึ่งถูกสร้างขึ้นจากรากฐานการผลิตที่แข็งแกร่งและสร้างการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยอะไหล่ของฮอนด้ากว่า 90% ถูกผลิตขึ้นภายในประเทศไทย การใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตภายในประเทศ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและระบบขนส่งเท่านั้น แต่ยังทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยของรถยนต์อยู่ในระดับที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้ง ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ พร้อมทั้งพัฒนาองค์ความรู้และทักษะให้กับบุคลากรชาวไทย เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ความไว้วางใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
คุณวัชรรักษ์ สินทัตตโสภณ เจ้าของรถยนต์ Honda City Hatchback กล่าวด้วยความประทับใจว่า “สำหรับผม การซื้อรถหนึ่งคันเป็นเหมือนการลงทุนในระยะยาว สิ่งที่ทำให้ผมมั่นใจในฮอนด้า เพราะมีศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และสัมผัสได้ถึงมาตรฐานการดูแลและความใส่ใจของทีมช่าง ทำให้ผมมั่นใจว่าฮอนด้าพร้อมดูแลรถไปได้ยาว ๆ ครับ”
ทางด้านคุณเขมจิรา วังกะพันธ์ เจ้าของรถยนต์ Honda Civic e:HEV ถ่ายทอดความรู้สึกว่า “ฮอนด้าเป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจที่อยู่กับครอบครัวมานาน ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อคุณแม่ จนมาถึงรุ่นปัจจุบันค่ะ ไม่ว่าจะขับรถไปที่ไหน ก็จะเห็นศูนย์บริการในทุกพื้นที่ ทุกครั้งที่นำรถเข้าเช็กระยะ ก็สัมผัสได้ถึงมาตรฐานการดูแลและความใส่ใจของพี่ ๆ ทีมช่างที่ดูแลเราเหมือนคนในครอบครัว เป็นความผูกพันที่ส่งต่อกันมา และที่สำคัญขายต่อก็ได้ราคาดี ทำให้เรามั่นใจในการใช้รถและพร้อมที่จะฝากให้พาร์ทเนอร์อย่างฮอนด้าคอยดูแลไปตลอดการใช้งาน”
จากลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย มากกว่า 2.6 ล้านคัน ตลอดเวลากว่า 40 ปี ตอกย้ำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ฮอนด้าพร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์และการดูแลลูกค้าที่ดีเยี่ยมตลอดการใช้งาน ทั้งความพร้อมของอะไหล่ จากศูนย์กลางอะไหล่ระดับภูมิภาค ความเชี่ยวชาญของบุคลากร และการบริการที่เป็นเลิศของเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมที่ครอบคลุมกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์ฮอนด้าถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่เสื่อมคลาย เพราะสำหรับฮอนด้า ลูกค้าทุกคนเปรียบเสมือนคนสำคัญในครอบครัว และฮอนด้าก็พร้อมที่จะเคียงข้างคุณในทุกการขับขี่และตลอดการใช้งาน
#HondaPartnerForYourDrive
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“นีโม่-จิรัฎฐ์” ควบ Honda CRF450R ดวลเดือดสู้ไม่ถอย ศึกทางฝุ่นออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ สนามแรก ชูบุ เดิร์ทฟรีค คัพ
การแข่งขันศึกโมโตครอสชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่นรายการ ออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2026 สนามแรก ชูบุ เดิร์ทฟรีค คัพ ณ อินาเบะ มอเตอร์ สปอร์ต แลนด์ เมืองมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ นักบิดทางฝุ่นดาวรุ่งไทยจากทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี เอเชีย ลงทำการแข่งขันในคลาสสูงสุด IA-1
รอบฝึกซ้อมและทดสอบเวลา “นีโม่-จิรัฎฐ์” ควบรถ Honda CRF450R หมายเลข 23 ทำเวลา 01:32.840 นาที รั้งอยู่อันดับที่ 6 ตามหลังผู้ชนะเพียง 0.026 วินาที
เริ่มต้นฮีทแรกการแข่งขันดำเนินไปอย่างเข้มข้นช่วงออกตัวนักบิดทางฝุ่นไทยต้องหลบหลีกอุบัติเหตุทำให้เสียจังหวะลงไปอยู่อันดับต่ำกว่าท็อป 10 อย่างไรก็ตาม “นีโม่-จิรัฎฐ์” พยายามช่วงชิงจังหวะจนแซงขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 11 ทำเวลา 34.969 นาที ตามหลังผู้ชนะ 14.124 วินาที และจบการแข่งขันด้วยอันดับดังกล่าว
ต่อมาฮีทที่สอง “นีโม่-จิรัฎฐ์” เริ่มต้นเกมได้อย่างดุดันท่ามกลางการแข่งขันที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด นักแข่งไทยสู้กับนักแข่งเจ้าถิ่นอย่างสนุกก่อนที่จะจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 11 อีกครั้ง ด้วยเวลา 1:36.050 นาที ตามหลังผู้ชนะ 2.647 วินาที จากนั้นใน ฮีทสุดท้าย “นีโม่-จิรัฎฐ์” ต้องอาศัยความมุ่งมั่นในการแก้ไขสถานการณ์ก่อนจะจบด้วยอันดับที่ 14 ทำเวลาไป 1:37.317 นาที ตามหลังผู้ชนะ 12.248 วินาที
“นีโม่-จิรัฎฐ์” เก็บประสบการณ์เพื่อนำกลับมาพัฒนาเทคนิคและทักษะในการแข่งขันกับสนามสุดท้าทายต่อไป โดยรายการ ออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 2 รายการ เอชเอสอาร์ คิวชู แชมเปี้ยนชิพ จะทำการแข่งขันกันวันที่ 19 เมษายน 2026 ณ เมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #Motocross #JMX #AllJapanMotocrossChampionship
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า ฉลองยิ่งใหญ่ 60 ปี จัด 2 ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ขอบคุณสื่อมวลชนและพันธมิตรร้านแต่ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย
ไทยฮอนด้า (Thai Honda) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ความประทับใจในโอกาสครบรอบ 60 ปีแห่งความสำเร็จ จัดกิจกรรมพิเศษต่อเนื่อง 2 งานใหญ่ เพื่อเป็นการขอบคุณสื่อมวลชนสายยานยนต์ และพันธมิตรร้านแต่งรถจักรยานยนต์ (Customize Shop) ที่ร่วมเดินทางและผลักดันแบรนด์ฮอนด้ามาอย่างยาวนาน ภายใต้บรรยากาศสุดพรีเมียมริมชายหาดพัทยาและเกาะล้าน
ทริปแรก: ‘Thai Honda Thanks Automotive Press’ ยกทัพสื่อมวลชนตะลุยเกาะล้าน
เมื่อวันที่ 12-13 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ไทยฮอนด้าได้จัดกิจกรรม “Thai Honda Thanks Automotive Press – Koh Larn” เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับพี่น้องสื่อมวลชนสายยานยนต์ โดยเริ่มต้นกิจกรรมอย่างคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ ก่อนออกเดินทางมุ่งหน้าสู่พัทยา
ไฮไลต์สำคัญของทริปนี้คือการล่องเรือคาตามารัน (Catamaran) ขนาดใหญ่ดื่มด่ำบรรยากาศทะเลอ่าวไทย พร้อมรับประทานอาหารเที่ยงสุดหรูบนเรือ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความสนุกบนเกาะล้านด้วยกิจกรรม “แรลลี่ ล่าขุมทรัพย์ สุดเกาะล้าน” โดยกองทัพสื่อมวลชนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคู่ใจไปตามจุดเช็คอินสำคัญรอบเกาะ เพื่อสัมผัสสมรรถนะการขับขี่ในเส้นทางจริงที่มีความลาดชันและโค้งที่หลากหลาย
ปิดท้ายวันแรกด้วยปาร์ตี้ริมหาดภายใต้คอนเซปต์ “Aloha on the Beach” ณ โรงแรม The Sky & Sea Koh Larn ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงดนตรี และกิจกรรมลุ้นรางวัลพิเศษมากมาย ก่อนจะเดินทางกลับโดยเรือ Speed Boat และแวะรับประทานอาหารกลางวันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ The Corrective Pattaya ในวันรุ่งขึ้น
ทริปที่สอง: ‘H2C x Customize Shop Riding Caravan Trip 2026’ ปาร์ตี้เรือยอร์ชขอบคุณพันธมิตร
ต่อเนื่องความสุขในวันที่ 16-17 มีนาคม 2569 ไทยฮอนด้าเอาใจสายแต่งรถด้วยงาน “H2C x Customize Shop Riding Caravan Trip 2026” ซึ่งเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่าเจ้าของสำนักแต่งชื่อดังและพาร์ทเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ H2C (Honda 2-Wheels Customized)
กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการรวมตัว ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า บางกะปิ โดยมีการอำนวยความสะดวกระดับ 5 ดาวจากทีมงาน Golden Seven Stars ก่อนจะพาสมาชิกเข้าสู่โลกของไลฟ์สไตล์ที่ Nitan Coffee’s Tale Pattaya และสัมผัสความเหนือระดับกับการล่องเรือยอร์ช Chateau Yacht พร้อมทานมื้อเที่ยงกลางทะเล
ในช่วงเย็นทางไทยฮอนด้าได้จัดเต็ม Dinner Party ณ โรงแรม Movenpick Siam Hotel หน้าจอมเทียนพัทยา เพื่อมอบความรื่นรมย์ผ่านเสียงดนตรีและกิจกรรมบนเวทีตลอดคืน และในวันที่สองยังได้จัดกิจกรรม Riding Caravan ขบวนรถแต่งสุดเท่เยี่ยมชม CUB House พัทยา พร้อมขี่รถเที่ยวชมแลนด์มาร์คสำคัญอย่าง เขาพระตำหนัก และวัดเขาชีจรรย์ ก่อนจะแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านดังอย่าง มุมอร่อย โดโม่ (Moom Aroi Como) เป็นการปิดท้ายทริปอย่างสมบูรณ์แบบ
บทสรุป 60 ปี ไทยฮอนด้า: มากกว่าแค่รถจักรยานยนต์
การจัดกิจกรรมทั้ง 2 งานนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีของไทยฮอนด้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการสร้าง “Community” ที่แข็งแกร่ง ทั้งในแง่ของการส่งต่อข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อมวลชน และการสร้างสรรค์วัฒนธรรมการแต่งรถที่โดดเด่นร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อส่งมอบความสุขและประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศต่อไป
#ThaiHonda60thAnniversary #ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda #HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า
#ThaiHondaThanksPress2026 #HondaPressTrip #เกาะล้านหวานเจี๊ยบกับฮอนด้า #AlohaOnTheBeach #RallyKohLarn
#H2C #H2CXCustomizeShop2026 #RidingCaravanTrip2026 #CUBHousePattaya #แต่งรถฮอนด้า #YachtPartyLifestyle
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM ปักหมุดเตรียมประกาศราคา ORA 5 ทั้ง HEV และ EV พร้อมพบกับ “Secret Model” และเทคโนโลยีขุมพลังระดับโลก ในงาน Bangkok International Motor Show 2026
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส GWM (Thailand) เตรียมสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวไทย หลังจากได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากการเปิดตัว GWM ORA 5 ครั้งแรกของตลาดโลกที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Bangkok International Motor Show 2026) ด้วยไฮไลต์สำคัญ กับการประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ GWM ORA 5 ยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด จาก GWM ที่นำเสนอทางเลือกด้านพลังงานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ กับทางเลือกขุมพลังทั้ง EV และ HEV ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มองหารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือผู้ที่ต้องการสมรรถนะการขับขี่ที่ผสานความประหยัดและความคล่องตัวในการใช้งานที่ยืดหยุ่นในชีวิตประจำวัน พร้อมกันนี้ GWM ยังเตรียมเผยโฉม ‘Secret Model’ กับเซอร์ไพรส์ครั้งใหม่ที่แฟนๆ GWM คาดไม่ถึงบนเวที Motor Show ปีนี้อีกด้วย
นอกจากนี้ GWM ยังขนทัพ Technology Showcase สุดล้ำ ซึ่งรวบรวมนวัตกรรมขุมพลัง 5 รูปแบบที่ออกแบบและพัฒนาเพื่อรองรับการขับเคลื่อนแห่งอนาคต (Future Mobility) โดยประกอบด้วย กลุ่มเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ได้แก่ เครื่องยนต์ V6 เครื่องยนต์ดีเซล 3.0T เทอร์โบเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ; กลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่ประกอบด้วย H8 Boxer Engine ระบบ Hi4 เทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ เครื่องยนต์ไฮบริด 2.0T / 1.5T เจเนอเรชันใหม่ที่เน้นการประหยัดพลังงานพร้อมสมรรถนะที่มากกว่า; กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ซึ่งจัดแสดงมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง ทนทานสูง พร้อมระบบจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพ; กลุ่มพลังงานไฮโดรเจน (Fuel Cell) ที่นำเสนอ Fuel Cell Engine เทคโนโลยีพลังงานสะอาดซึ่งเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นกระแสไฟฟ้าพร้อมไอเสียเป็นเพียงน้ำ และสุดท้ายคือกลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับไฮเอนด์ นำโดย SOUO Motorcycle รถจักรยานยนต์ที่สะท้อนศักยภาพด้านวิศวกรรมของ GWM ด้วยดีไซน์พรีเมียมและเครื่องยนต์สมรรถนะสูงเพื่อประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ
สำหรับ GWM ORA 5 ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญในงานมอเตอร์ โชว์ 2026 ในปีนี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความทันสมัย ความประหยัดพลังงาน และความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ ORA ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ตอบสนองการใช้งานได้ทั้งในเมืองและการเดินทางระยะไกล โดยรุ่น EV มอบระยะทางการขับขี่ที่ไกลกว่าถึง 520 กิโลเมตร (NEDC) รวมถึงประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบ นุ่มนวล และปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ขณะที่รุ่น HEV มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านสมรรถนะและการประหยัดพลังงานได้อย่างลงตัว และสามารถเดินทางได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร พร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่มากถึง 18 ระบบ
เตรียมพบกับการประกาศราคา GWM ORA 5 และ Secret Model เซอร์ไพรส์ครั้งใหม่เอาใจแฟนๆ GWM ได้ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 รอบสื่อมวลชนในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 10.40-10.55 น. ณ บูธ GWM หมายเลข A10 ณ อาคาร Challenger Hall 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับผู้ที่สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดบรรยากาศการแถลงข่าว ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ GWM Thailand ทั้ง Facebook, YouTube และ TikTok ตั้งแต่เวลา 10.20 น. เป็นต้นไป สำหรับบุคคลทั่วไป สามารถสัมผัสเทคโนโลยีอันล้ำสมัยจาก GWM นำโดย GWM ORA 5 ได้ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)
#GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA #GWMORA5SUV #GWMORA5HEV #ORA5 #ORA #MotorShow2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เอ็มจี เผย 5 จุดเด่นของ MG IM5 พร้อมให้คนไทยได้เป็นเจ้าของ
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผย 5 จุดเด่นของ MG IM5 “The First Premium Intelligent e-SEDAN” ที่เตรียมเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เป็นเจ้าของด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง เทคโนโลยีการควบคุมรถอัจฉริยะ ดีไซน์สปอร์ตที่โดดเด่น คุณสมบัติการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง รวมถึงความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว พร้อมชวนสัมผัสและทดลองขับ MG IM5 คันจริงในงานมอเตอร์โชว์ 2026
สำหรับ MG IM5 “The First Premium Intelligent e-SEDAN” มีเป้าหมายในการพัฒนาเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าในทุกมิติ โดย เอ็มจี ได้ถ่ายทอดความเหนือระดับของยนตรกรรมคันนี้ผ่าน 5 ไฮไลท์สำคัญของ MG IM5 ที่รวบรวมจุดเด่นทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี และมาตรฐานความปลอดภัยไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
1. Safety is IM’s First Priority มั่นใจทุกการเดินทางด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก
หัวใจสำคัญของ เอ็มจี ที่ถ่ายทอดสู่ MG IM5 คือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ครอบคลุมในทุกองค์ประกอบของรถ ตั้งแต่โครงสร้างตัวถัง ระบบแบตเตอรี่ ไปจนถึงแชสซีและระบบควบคุมการเคลื่อนไหวของรถ หรือ Motion Control Safety ที่พัฒนาเพื่อเสริมการปกป้องผู้โดยสารในทุกสถานการณ์ พร้อมทำงานร่วมกับเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ โดยรถยนต์ เอ็มจี ยังได้รับการยอมรับด้านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ด้วยการได้รับการรับรองระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ที่สำคัญ แบตเตอรี่ยังผ่านการทดสอบ Needle Puncture Test จากศูนย์ทดสอบยานยนต์แห่งชาติของจีน และได้รับการรับรอง 5 ดาว จาก China Electric Vehicle Fire Safety Index อย่างครบครันทั้งระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน การป้องกันไฟไหม้ และการเชื่อมโยงข้อมูล พร้อมโครงสร้างป้องกันหลายชั้น ระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูงลดอุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส ภายใน 30 วินาที และระบบ AI ที่ตรวจสอบการทำงานของแบตเตอรี่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจให้ผู้ใช้งานในทุกการเดินทาง
2. Intelligent 4-Wheel Steering System พร้อมระบบ One Touch iAD พลิกนิยามการควบคุมรถให้เหนือชั้น
MG IM5 มาพร้อมระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent 4-Wheel Steering) ที่ช่วยให้การควบคุมรถคล่องตัวและแม่นยำยิ่งขึ้น ลดรัศมีวงเลี้ยวเหลือ เพียง 4.99 เมตร ทำให้การกลับรถในที่แคบหรือการขับในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่าย พร้อมเพิ่มเสถียรภาพในการเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง ผสานการทำงานกับ เทคโนโลยี One Touch iAD ที่ช่วยให้การจอดรถและควบคุมการเคลื่อนตัวของรถเป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการจอดข้างทาง เข้าช่องจอด หรือถอยออกจากพื้นที่แคบ ระบบสามารถคำนวณและควบคุมการเคลื่อนรถได้อย่างแม่นยำ ช่วยคลี่คลายปัญหาที่จอดยากในชีวิตประจำวัน ให้ทุกสถานการณ์การจอดเป็นเรื่องง่าย สะดวก และมั่นใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้ขับขี่
3. Stunning Design ในรูปแบบ “Premium Intelligent e-SEDAN” ที่สะกดทุกสายตาในทุกมุมมอง
การดีไซน์ของ MG IM5 ถ่ายทอดความหรูหราที่ผสานพลังแห่งความสปอร์ตได้อย่างประณีต ในรูปแบบ Sport Coupe Sedan ที่โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งมนลื่นไหล สร้างภาพลักษณ์ที่พลิ้วไหวแต่แฝงด้วยความทรงพลัง สะท้อนเอกลักษณ์ รสนิยม และความมั่นใจของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน โดยมาพร้อมตัวถังที่มีความยาวถึง 4,931 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ความสง่างามและความพรีเมียมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ทุกองค์ประกอบของตัวรถได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างความโดดเด่นในทุกมุมมอง ตั้งแต่ดีไซน์ไฟหน้าที่เสริมบุคลิกความทันสมัย ไปจนถึงไฟท้ายแบบ Skyline Taillights ที่พาดยาวตลอดแนวท้ายรถ เพิ่มมิติแห่งความล้ำสมัยและเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเส้นสายตัวถังที่ลงตัวช่วยขับเน้นภาพลักษณ์ความพรีเมียม ทำให้ MG IM5 มีความสง่างาม และพร้อมสะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็น
4. สถาปัตยกรรม 800V มาพร้อมแบตเตอรี่ CATL ประสิทธิภาพสูง สามารถรับกระแสไฟสูงสุด 396 kW พร้อมมอบระยะทางการขับขี่ไกลกว่า 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
MG IM5 ถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง 800V SiC Platform ที่ออกแบบโดย SAIC MOTOR CORPORATION เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้สะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรองรับการชาร์จพลังงานความเร็วสูง ช่วยลดระยะเวลาการรอคอย ใช้เวลาการชาร์จเพียง 15 นาที ก็สามารถเดินทางต่อได้ไกลมากกว่า 600 กิโลเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 100 kWh จาก CATL รองรับแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 875 โวลต์ แผ่นปิดแบตเตอรี่ ทนความร้อนได้ถึง 1,000 องศาเซลเซียส และสารเคลือบบนเซลแบตเตอรี่ สามารถทนความร้อนได้ถึง 2,000 องศาเซลเซียส สร้างความอุ่นใจในการขับขี่และเพิ่มอิสระในการเดินทางตลอดระยะทางสูงสุดถึง 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางระยะไกล ลดความกังวลเรื่องการชาร์จระหว่างทาง ทำให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย และสบายใจยิ่งขึ้นในทุกเส้นทาง
เอ็มจี ในฐานะผู้บุกเบิกและเป็นแบรนด์แรก ที่มอบการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน หรือ EV LIFETIME WARRANTY แบบไม่ต้องซื้อเพิ่ม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในคุณภาพ มาตรฐานการพัฒนา และความทนทานของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมของ MG IM5 พร้อมมุ่งดูแลผู้ใช้งานในระยะยาว เพื่อให้ทุกการเป็นเจ้าของเต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกเส้นทาง
ด้วยการผสาน ดีไซน์อันโดดเด่น สมรรถนะไฟฟ้าทรงพลัง และเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับไฮเอนด์ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว MG IM5 “The First Premium Intelligent e-SEDAN” ถ่ายทอดความประทับใจที่สะท้อนจุดเด่นของยนตรกรรมรุ่นนี้ได้อย่างครบถ้วน ไม่เพียงเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่กล้ากำหนดเส้นทางของตนเองที่พร้อมก้าวสู่อนาคตแห่งการเดินทาง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ “มากกว่า” ในทุกมิติ ทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี และการใช้งาน ตอกย้ำภาพลักษณ์ของยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมียมเพื่อคนรุ่นใหม่
เตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมข้อเสนอพิเศษได้ที่ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 หรือ โชว์รูม เอ็มจี ทั้ง 125 แห่งทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG ThailandHashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER #MGIM5 #TheFirstPremium IntelligenteSedan
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“MOONEYES of Bangkok” ฉลองครบรอบ 10 ปี สุดยิ่งใหญ่! อิมพอร์ต “MOON BUG” รถแข่ง VW Beetle ระดับตำนาน ตอกย้ำคอมมูนิตี้การแต่งรถของคนไทยที่การันตี อวดสายตาชาวโลก THAILAND นี่แหละคือตัวจริง!
เขย่าวงการยานยนต์สายคัสตอมของไทยเตรียมกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ MOONEYES Shop BKK จัดงานฉลองวาระสำคัญ “10 Years Anniversary MOONEYES of Bangkok” ครบรอบ 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ไม่เพียงเป็นงานรวมพลคนรักยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศศักยภาพของวัฒนธรรมการแต่งรถระดับโลกที่บริหารงานโดยคนไทย พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางคอมมูนิตี้คัสตอมระดับเอเชีย
คุณ
มาร์ค จักรพันธ์ รุ่งสุขเจริญ ประธานกรรมการบริหาร MOONEYES Of Bangkok เปิดเผยว่า แนวคิดสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างเครือข่าย Kustom Kulture และยกระดับวงการรถคัสตอม โดยมีแบรนด์ MOONEYES เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงชุมชนคนรักรถจากหลากหลายประเทศพร้อมกันนี้ยังถือเป็นโอกาสสำคัญในการประกาศบทบาทใหม่ของ MOONEYES Of Bangkok ที่ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์แม่ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ให้เป็น “ตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย” นอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้าและสิทธิ์ในแบรนด์แล้ว ยังได้รับหน้าที่ใหม่ด้าน การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ MOONEYES เพื่อผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดคัสตอมระดับโลก ตั้งแต่การร่วมคิด ออกแบบ คัดสรรวัสดุ ไปจนถึงการผลิตภายใต้มาตรฐานสากลเพื่อการส่งออก
ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพทั้งด้านทักษะและเศรษฐกิจ งานครั้งนี้จึงเชิญเครือข่าย MOONEYES จากทั่วเอเชียเข้าร่วม นำโดย Mr. Shige Suganuma : Owner Of MOONEYES Japan รวมถึงผู้บริหารจากญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา พร้อมผู้แทนจำหน่ายจากหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย ไต้หวัน จีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวโลกได้รู้จัก สัมผัส และต่อยอดความหลงใหลในแบรนด์ MOONEYES สู่โอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศ
“10 ปี MOONEYES of Bangkok ไม่ใช่เพียงงานที่คนขับรถนำรถมาจอดโชว์แล้วแยกย้ายกลับบ้าน แต่คือศูนย์กลางการส่งเสริมธุรกิจและเศรษฐกิจของไทย ผ่านแบรนด์ระดับโลกที่บริหารโดยคนไทย ซึ่งสามารถขยายเครือข่ายสู่ตลาดเอเชียได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะไม่มีใครเข้าใจวัฒนธรรมและพฤติกรรมการแต่งรถ ทั้ง 4 ล้อ และ 2 ล้อ ได้ลึกซึ้งเท่าคนไทย”
ภายในงานมีสินค้า MOONEYES ให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ Equipment ไปจนถึง Apparel เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเลือกสรรไอเดียในการตกแต่งรถและไลฟ์สไตล์ เพื่อสะท้อนตัวตนของแต่ละคนอย่างเต็มที่
ไฮไลต์ระดับประวัติศาสตร์ของงานคือการปรากฏตัวครั้งแรกในประเทศไทยของ “MOON BUG” รถแข่ง VW Beetle ระดับตำนานที่บินตรงจากญี่ปุ่นมาจัดแสดงให้แฟน ๆ ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดตัวโปรเจกต์พิเศษ Custom Car & Bike by MOONEYES Of Bangkok ผลงานสร้างสรรค์โดยทีมช่างไทยที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์
นอกจากนี้ยังมีการนำเข้ารถ Original Chopper ระดับตำนานจากสำนักแต่งชื่อดังฝั่งอเมริกัน Cycle Zombies โดย Big Scoot และ Scooty สองพ่อลูกผู้เป็นไอคอนของวงการคัสตอมโลก มาจัดแสดงภายในงานอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกันยังมีการรวมตัวของศิลปินสายคัสตอมระดับแถวหน้าทั้งไทยและต่างประเทศ ในกิจกรรม Kustom Art Gathering ที่เปิดเวทีให้ชมการสร้างสรรค์งาน Pinstripe และ Airbrush บนตัวรถแบบสด ๆ นำโดยปรมาจารย์ Wildman Ishii จากญี่ปุ่น รวมถึงบิลเดอร์ระดับโลกอย่าง Gabriel (USA) และ Ben Foster (Australia) พร้อมแขกรับเชิญจากหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขยายตัวในธุรกิจคัสตอมระดับสากล
งานนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโลกของยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงวัฒนธรรมสตรีทไลฟ์สไตล์อย่างครบวงจร ทั้ง Mooneyes Skatepark & Pro Show การแสดงสเก็ตบอร์ดจากนักกีฬาดาวรุ่งที่ Mooneyes ปลุกปั้นมาอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัว Mooneyes Racing Team Thailand พร้อมฉลองความสำเร็จของทีมแข่ง Dragster สัญชาติไทยทั้ง 2 ล้อและ 4 ล้อ ที่เพิ่งคว้าแชมป์เมื่อปลายปี 2025
รวมถึงคอนเสิร์ตจากวง Rock ’n’ Roll ชื่อดังจากญี่ปุ่น Johnny Pandora ที่บินตรงมาร่วมสร้างสีสันภายในงาน และกิจกรรม The Ultimate Lucky Draw ลุ้นรับรถมอเตอร์ไซค์ Honda GB350C ที่ถูกคัสตอมใหม่ทั้งคันโดยสำนักแต่งชื่อดัง Fatboy Design ซึ่งมีเพียงคันเดียวในโลก
ทั้งนี้ งาน 10 Years Anniversary MOONEYES of Bangkok จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 ณ ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ของวงการคัสตอมไทย ที่ผลักดันโดยผู้บริหารชาวไทยซึ่งนำแบรนด์ระดับโลกมาสร้างคอมมูนิตี้และโอกาสทางธุรกิจให้เติบโต พร้อมตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมคัสตอมของเอเชียอย่างแท้จริง
สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://mooneyesbkk.com/th/
#10YearsAnniversary #MSB2026 #MOONEYESShopBKK #MOONEYESThailand #MOONEYES
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine




























































































































































































































































































































































