• Post Image

    “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” ปลุกตลาดยานยนต์ไทย สวนทางเศรษฐกิจ

    1 Min Read

    “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” ปลุกตลาดยานยนต์ไทย สวนทางเศรษฐกิจ

    ปิดฉากลงอย่างสวยงาม สำหรับงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ภายใต้ธีม “The ICONIC SYNCHRONICITY” หรือ บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ ที่จัดขึ้นท่ามกลางสภาวะความผันผวนด้านพลังงาน เนื่องจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง แต่การจัดงานยังคงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยตลอดระยะเวลาการจัดงานสามารถสร้างยอดจองรถยนต์  132,951 คัน และรถจักรยานยนต์ 2,056 คัน  ยอดผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น 1,798,312 คน สะท้อนถึงกำลังซื้อ และความเชื่อมั่นของตลาดที่เริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

    นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์​ รองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เปิดเผยว่า “แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความผันผวน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ถึงกระนั้นงาน “Bangkok International Motor Show” ยังคงเป็นงานแสดงยานยนต์ที่มีศักยภาพในการช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา”

    สำหรับไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือการขยายตัวของกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีค่ายรถชั้นนำทั้งจากเอเชียและยุโรปนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มรถอเนกประสงค์และรถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริง”

    “ความสำเร็จของงานในครั้งนี้ไม่ได้วัดเพียงยอดจองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทบาทของงานในการเป็น “แพลตฟอร์ม” เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค ตลอดจนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเปลี่ยนผ่านในยุคพลังงานใหม่อย่างเป็นรูปธรรม”

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โปรโมชั่นพิเศษ และกิจกรรมทดลองขับที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี รวมถึงการนำเสนอเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ และโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคต สำหรับภาพรวมของงานในปีนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และโครงสร้างตลาด โดยมีงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ทำหน้าที่เป็นเวทีหลักในการขับเคลื่อนและสร้างแรงส่งให้กับทั้งระบบอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

    นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  “ความสำเร็จอันงดงามของการจัดงานในปีนี้ถือเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นตั้งใจและการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่เป็นส่วนสำคัญทำให้การจัดงานเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย นอกจากนี้ ยังต้องขอขอบคุณทีมงานทุกท่านที่ได้ทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการทำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา”

    “ผมขอขอบคุณผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์และจักรยานยนต์ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงประชาชนที่ให้ความสนใจและมาเยี่ยมชมงานอย่างล้นหลาม ซึ่งทุกท่านมีส่วนร่วมสำคัญในการผลักดันให้เกิดความสำเร็จในวันนี้ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของงานแสดงยานยนต์นี้ในระดับประเทศและระดับภูมิภาค” นายจาตุรนต์กล่าว

    อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับรูปแบบการจัดงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของโลกยานยนต์ในยุคปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์  ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในงานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติที่สำคัญของภูมิภาคในอนาคต”

    เตรียมพบกับงาน “Bangkok International Motor Show” ครั้งที่ 48 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22 มีนาคม- 4 เมษายน 2570 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ที่คาดว่าจะยิ่งใหญ่ และเข้มข้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • All New Yamaha AEROX SP ซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติกคลาส 155 ซีซี ยกระดับความมันส์ สู่มิติใหม่ของการขับขี่

    2 Min Read

    All New Yamaha AEROX SP ซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติกคลาส 155 ซีซี ยกระดับความมันส์ สู่มิติใหม่ของการขับขี่

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดตัว All New Yamaha AEROX SP ซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติกคลาส 155 ซีซี เจเนอเรชันใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “SuperSport Automatic – ที่สุดแห่งซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติก สปอร์ตสุดไปอีกขั้น มันส์ขึ้นอีกทุกระดับ” ถ่ายทอด DNA ความสปอร์ตจากตระกูล R-Series ผสานเทคโนโลยีการขับขี่ล้ำสมัย พร้อมระบบส่งกำลังอัจฉริยะ YECVT ที่เปิดประสบการณ์การควบคุมสมรรถนะได้ด้วยตัวเอง ยกระดับความเร้าใจในการขับขี่ให้เหนือกว่าที่เคย

    All New Yamaha AEROX SP มาพร้อมเครื่องยนต์ Blue Core 155 ซีซี เวอร์ชันใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น ด้วยการลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ พร้อมระบบ วาล์วแปรผัน VVA (Variable Valve Actuation) ช่วยให้การเร่งเครื่องต่อเนื่องในทุกช่วงความเร็ว เสริมความแข็งแกร่งด้วย ลูกสูบแบบ Forged และพัฒนาระบบดันโซ่ราวลิ้นแบบไฮดรอลิก เพื่อเพิ่มความทนทานและความเสถียรในการทำงานของเครื่องยนต์

    ไฮไลต์สำคัญของ All New Yamaha AEROX SP คือระบบขับเคลื่อน YECVT (Yamaha Electric Continuously Variable Transmission) ที่ควบคุมชุดส่งกำลังด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์สั่งการผ่าน ECU ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกสไตล์การขับขี่ได้อย่างอิสระ พร้อม Riding Mode Selection ที่มีให้เลือก 2 โหมด ได้แก่

    • T Mode (Town Mode) ขับขี่นุ่มนวล เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง และช่วยประหยัดน้ำมัน
    • S Mode (Sport Mode) เพิ่มความเร้าใจ ตอบสนองการขับขี่สไตล์สปอร์ต

    นอกจากนี้ยังมาพร้อม Shift Down Function ที่ช่วยเพิ่มอัตราเร่งสำหรับการเร่งแซง และยังสามารถสร้างแรงหน่วงจากเครื่องยนต์ (Engine Brake) ผ่านการควบคุมด้วยปุ่ม Shift เพิ่มความสนุกและการควบคุมสมรรถนะได้ดั่งใจผู้ขับขี่

    ด้านระบบความปลอดภัยและการควบคุม All New Yamaha AEROX SP มาพร้อม ระบบ ABS ที่ล้อหน้า ช่วยป้องกันอาการล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน พร้อม ดิสก์เบรกหลังขนาดใหญ่ 230 มม. เพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดรถ และเสริมด้วย Traction Control System (TCS) ที่ช่วยควบคุมสมดุลการหมุนของล้อ ลดอาการลื่นไถลในสภาพถนนที่มีความเสี่ยง

    ในด้านการออกแบบ All New Yamaha AEROX SP ถูกพัฒนาให้มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ด้วย Full Cowl Design ชุดแฟริ่งที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อลดแรงต้านอากาศ พร้อมเฟรมใหม่ที่เพิ่มความแข็งแกร่ง ลดการบิดตัวของตัวถัง และออกแบบตำแหน่งตัวถังบริเวณช่วงเท้าให้ผู้ขับขี่สามารถหนีบตัวรถได้มั่นคงมากขึ้น เพื่อการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ตอย่างเต็มประสิทธิภาพ

    ระบบกันสะเทือนหน้าพัฒนาใหม่ด้วย Inner Front Shock แกนโช้คอัพขนาด 30 มม. เพิ่มความเสถียรในการเข้าโค้ง ขณะที่ระบบกันสะเทือนหลังแบบ Sub-Tank ช่วยเสริมบุคลิกความสปอร์ต และรองรับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ด้านระบบไฟส่องสว่างติดตั้ง Dual Projector LED Headlight พร้อม Daytime Running Light ให้ความสว่างคมชัด ดีไซน์ดุดันสไตล์สปอร์ต เสริมด้วย ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่จาก DNA R-Series และไฟเลี้ยว LED รูปทรงสปอร์ต อีกทั้งยังติดตั้ง Emergency Stop Signal (ESS) ที่จะกระพริบไฟเตือนเมื่อมีการเบรกกะทันหัน เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และรถที่ตามมา

    All New Yamaha AEROX SP ยังยกระดับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วย TFT Infotainment Meter ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงผลแบบจอสี พร้อมรูปแบบหน้าจอ 3 โหมด และสามารถแสดงผล Track Mode สำหรับบันทึกเวลาต่อรอบในสไตล์เดียวกับเรือนไมล์ของรถตระกูล R-Series

    ด้านระบบอัจฉริยะรองรับ Turn-By-Turn Navigation ที่แสดงเส้นทางจาก Google Maps บนหน้าจอเรือนไมล์ เมื่อเชื่อมต่อ Bluetooth ผ่านสมาร์ทโฟน พร้อม Y-Connect Application ที่ช่วยเชื่อมต่อข้อมูลรถผ่าน CCU ให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลและสถานะการขับขี่ผ่านสมาร์ทโฟนได้ถึง 9 ฟังก์ชัน

    ในด้านความสะดวกสบาย All New Yamaha AEROX SP มาพร้อม Smart Key System ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ ช่วยให้การสตาร์ทเครื่องยนต์ ปลดล็อกแฮนด์ เบาะ และฝาถังน้ำมันเป็นเรื่องง่าย รวมถึงช่องเก็บของด้านหน้าพร้อม ช่องชาร์จ USB Type-C และกล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ 25 ลิตร ที่สามารถเก็บหมวกกันน็อกเต็มใบได้

    All New Yamaha AEROX SP มีให้เลือกเป็นเจ้าของด้วยกัน 2 สีสันสุดเร้าใจ ได้แก่

    • สีน้ำเงิน Dark Volcano
    • สีฟ้า Blue Storm

     

    พร้อมราคาวางจำหน่ายแนะนำที่ 99,900 บาท พร้อมส่งมอบประสบการณ์ซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติกที่เหนือชั้น พร้อมความมั่นใจในคุณภาพจากยามาฮ่า ด้วยการรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร*

    ผู้ที่สนใจ All New Yamaha AEROX SP “SuperSport Automatic – ที่สุดแห่งซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติก สปอร์ตสุดไปอีกขั้น มันส์ขึ้นอีกทุกระดับได้แล้วตั้งแต่วันนี้! ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ทั่วประเทศ พิเศษสำหรับลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สามารถดาวน์โหลด และติดตั้ง “Yamaha Smart Reward” แอพพลิเคชัน พร้อมลงทะเบียนรับฟรีทันที 5,000 คะแนน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ให้กับลูกค้ายามาฮาโดยเฉพาะ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าได้ร่วมสนุกทุกการใช้จ่ายที่ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮา เพื่อสะสมแต้มนำไปแลกแลกซื้อ หรือแลกรับส่วนลดจากร้านค้าพันธมิตรมากมาย

    #ยามาฮ่า #Yamaha #AllNewAEROXSP #สปอร์ตสุดขีดสปีดสุดมันส์ #YECVT #ซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติก

    #ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ #YamahaRevsYourHeart #YamahaSocietyThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • YAMAHA THAILAND RACING TEAM ประกาศทวงบัลลังก์แชมป์เอเชียสมัยที่ 8 ส่ง ตี – ไอเดีย ลุยศึก ARRC 2026 พร้อมเดินหน้า Road To World Class ดัน 2 ดาวรุ่งไทยลุย YAMAHA R3 BLU CRU Asia-Pacific

    1 Min Read

    YAMAHA THAILAND RACING TEAM ประกาศทวงบัลลังก์แชมป์เอเชียสมัยที่ 8 ส่ง ตี – ไอเดีย ลุยศึก ARRC 2026 พร้อมเดินหน้า Road To World Class ดัน 2 ดาวรุ่งไทยลุย YAMAHA R3 BLU CRU Asia-Pacific

    ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม” เดินหน้าทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ในเอเชียอีกครั้ง พร้อมเปิดฉากภารกิจล่าแชมป์สมัยที่ 8 ในฤดูกาล 2026

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านมอเตอร์สปอร์ตของภูมิภาคเอเชีย ประกาศแผนลุยศึกความเร็วระดับทวีปในรายการ FIM Asia Road Racing Championship 2026 ภายใต้การนำของทีมแข่งชั้นนำอย่าง YAMAHA THAILAND RACING TEAM พร้อมสานต่อโร้ดแม็พพัฒนานักบิดไทยสู่เวทีโลก ผ่านโครงการ YAMAHA R3 BLU CRU Asia-Pacific 2026

    นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ในฤดูกาล 2026 นี้ ยามาฮ่ามีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการยกระดับทีม YAMAHA THAILAND RACING TEAM ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งในด้านมาตรฐานทีม เทคโนโลยี และความเป็นมืออาชีพ จากประสบการณ์ที่เราได้ร่วมทำงานกับทีมแข่งระดับโลกของยามาฮ่า”

    “มอเตอร์สปอร์ตไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อชัยชนะ แต่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี และบุคลากรของยามาฮ่า เรานำองค์ความรู้จากสนามแข่งมาต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง เพื่อยกระดับสมรรถนะ ความปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Kando’ ที่ยามาฮ่ายึดถือมาโดยตลอด”

    “โดยในปีนี้ เราส่ง 2 นักแข่งไทยลงทำการแข่งขันในรายการ FIM Asia Road Racing Championship 2026 ได้แก่ “ตี” อนุภาพ ซามูล ลงแข่งขันในรุ่น SuperSport 600cc ด้วยรถแข่ง YAMAHA YZF-R6 และ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ลงแข่งขันในรุ่น Asia Production 250cc ด้วยรถแข่ง YAMAHA YZF-R3 ซึ่งเรามุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 8 กลับมาสู่ประเทศไทย”

    “ขณะเดียวกัน เรายังคงเดินหน้าตามโร้ดแม็พ ‘Road to World Class’ อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนานักแข่งไทยตั้งแต่ระดับเยาวชน ไปจนถึงเวทีระดับนานาชาติ เพื่อสร้างเส้นทางสู่การเป็นนักแข่งระดับโลกในอนาคต ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญของยามาฮ่าในการยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

    บทสัมภาษณ์นักแข่ง

    “ตี” อนุภาพ ซามูล นักแข่งในรุ่น SuperSport 600cc เผยว่า “ปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของผมครับ การกลับมาลงแข่งขันในเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง อีกครั้ง ผมมีความมั่นใจมากขึ้นจากประสบการณ์ในระดับโลก ทั้งใน CEV Moto2 และ World Supersport ซึ่งช่วยให้ผมเข้าใจทั้งตัวรถและการแข่งขันมากขึ้น เป้าหมายของผมชัดเจนคือการพาทีมกลับไปสู่ตำแหน่งแชมป์เอเชียอีกครั้งครับ”

    ขณะที่ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ นักแข่งในรุ่น Asia Production 250cc กล่าวว่า “ผมมีความพร้อมเต็มที่สำหรับฤดูกาลนี้ครับ จากประสบการณ์ในยุโรปทั้งรายการ R3 BLU CRU European Championship และการลงแข่งในเวทีระดับโลกที่ผ่านมา ทำให้ผมพัฒนาขึ้นในหลายด้าน ทั้งความเร็ว การตัดสินใจ และการเซ็ตอัพรถ ปีนี้ผมตั้งเป้าสร้างผลงานที่ดีที่สุด และช่วยทีมคว้าแชมป์กลับมาให้ได้ครับ”

    Road to World Class – ดันดาวรุ่งไทย

    นอกจากเป้าหมายในสนามแข่งขัน ยามาฮ่ายังคงเดินหน้าพัฒนานักบิดดาวรุ่งอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด Road to World Class โดยได้รับความไว้วางใจจาก YAMAHA FACTORY RACING ให้ดำเนินโครงการพัฒนานักแข่งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ผ่านรายการ YAMAHA R3 BLU CRU Asia-Pacific Championship 2026

    โดยในปีนี้ ยามาฮ่าส่ง 2 ดาวรุ่งไทย ได้แก่  “กัส” ธีรนัย ทับทิม และ “อิงค์” อิงค์ อัศวนันท์ ลงทำการแข่งขันตลอดฤดูกาล

     “กัส” ธีรนัย ทับทิม กล่าวว่า “ผมรู้สึกภูมิใจมากครับที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยลงแข่งขันในรายการนี้ เป้าหมายของผมคือการพัฒนาตัวเองให้เร็วขึ้นในทุกสนาม และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากนักแข่งระดับนานาชาติ เพื่อก้าวไปสู่เวทีที่สูงขึ้นในอนาคตครับ”

    ด้าน “อิงค์” อิงค์ อัศวนันท์ เผยว่า “การได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ YAMAHA R3 BLU CRU เป็นโอกาสที่สำคัญมากสำหรับผมครับ ผมจะพยายามเรียนรู้ให้มากที่สุด ทั้งเรื่องเทคนิคการขี่ การแข่งขัน และการทำงานร่วมกับทีม เพื่อพัฒนาตัวเองให้พร้อมสำหรับก้าวต่อไปในเส้นทางนักแข่งอาชีพครับ”

    ภารกิจของ YAMAHA THAILAND RACING TEAM ในฤดูกาล 2026 ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ชัยชนะในสนามแข่งขัน แต่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่า “สนามแข่งคือห้องทดลองที่แท้จริง” ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้จะถูกถ่ายทอดสู่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เพื่อยกระดับสมรรถนะ ความปลอดภัย และ DNA ความเป็นสปอร์ตให้กับผู้ขับขี่ทุกคน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Profender Premium Suspension เปิดตัวโช้คอัพพรีเมียม 3 รุ่นใหม่ TYPE4 | AIR PLUS | FLASH PLUS เทคโนโลยีระดับสนามแข่ง สำหรับรถใช้งานทั่วไป

    1 Min Read

    Profender Premium Suspension เปิดตัวโช้คอัพพรีเมียม 3 รุ่นใหม่ TYPE4 | AIR PLUS | FLASH PLUS เทคโนโลยีระดับสนามแข่ง สำหรับรถใช้งานทั่วไป

    Profender Premium Suspension ประกาศเปิดตัวโช้คอัพพรีเมียม 3 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ TYPE4, AIR PLUS และ FLASH PLUS ซึ่งได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือระดับ ด้วยเทคโนโลยีช่วงล่างจากสนามแข่ง ผสานกับดีไซน์ที่สวยงามและสามารถปรับแต่งได้ตามสไตล์ของผู้ขับขี่แต่ละคน

    โช้คอัพทั้ง 3 รุ่นได้รับการออกแบบมาให้รองรับรถมอเตอร์ไซค์สกูตเตอร์ยอดนิยมอย่าง Honda Forza350, Yamaha XMAX , Honda Giorno และอีกหลายรุ่น โดยเน้นให้ผู้ขับขี่ได้รับทั้งความนุ่มนวล ความมั่นคง และความสามารถในการปรับแต่งช่วงล่างได้อย่างแม่นยำตามความต้องการของผู้ใช้งาน

     

    TYPE4

    TYPE4 คือ โช้คอัพสายการแข่งขันที่นำเทคโนโลยี Dual-Speed Adjustment มาใช้งานจริงบนท้องถนน ด้วยระบบที่สามารถแยกปรับ Hi-Speed และ Low-Speed ได้ทั้งในส่วนของ Compression และ Rebound อย่างอิสระจากกัน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถ fine-tune ช่วงล่างได้อย่างละเอียดในระดับที่หาได้ยากจากโช้คอัพทั่วไปในตลาด

    คุณสมบัติเด่น

    • ระบบปรับ Compression: Hi-Speed 3 ระดับ / Low-Speed 16 ระดับ — ควบคุมการทำงานได้ละเอียดทั้งขับเร็วและขับช้า
    • ระบบปรับ Rebound: Hi-Speed 3 ระดับ / Low-Speed 16 ระดับ — ควบคุมการคืนตัวของโช้คได้อย่างแม่นยำ ลดอาการโคลงเวลาเข้าโค้ง
    • Fin Tube — ระบบระบายความร้อนขั้นสูง ป้องกันอาการเฟดของน้ำมันแม้ขับทางไกล
    • Double Oil Seal — ซีลน้ำมันสองชั้น ป้องกันการรั่วซึม เพิ่มอายุการใช้งาน
    • แกนโช้คชุบแข็ง Hard Chrome Induction — แข็งแรง ลดแรงเสียดทาน ทนทาน
    • ตัวโช้คอลูมิเนียม 6061-T6 — น้ำหนักเบา แข็งแรง ระบายความร้อนได้ดี
    • ปรับพรีโหลด ปรับระดับความสูง 5–15 มม. และสามารถเปลี่ยนสีของชุดปุ่มปรับต่างๆได้ตามต้องการ

    *ราคาโช้คคู่ที่ 22,800 บาท และโช้คเดี่ยวที่ 12,800 บาท

    TYPE4 เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการควบคุมช่วงล่างอย่างละเอียด ชื่นชอบการ fine-tune และต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงกับสนามแข่งมากที่สุด

     

    AIR PLUS

    AIR PLUS ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่ที่ต้องการช่วงล่างที่ตอบสนองได้หลากหลาย ทั้งการขับขี่ในเมืองและการเดินทางระยะไกล ด้วยสปริงแบบ Progressive 2 ค่า ที่ให้ความนุ่มนวลในช่วงการใช้งานทั่วไป และเพิ่มความหนึบเมื่อเจอแรงกระแทกหรือการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง

    คุณสมบัติเด่น

    • ระบบปรับ Rebound 16 ระดับ — ควบคุมการคืนตัวได้อย่างแม่นยำ เสริมความมั่นคงในการเข้าโค้ง
    • สปริง Progressive 2 ค่า K — นุ่มสบายในสภาพทั่วไป หนึบมั่นใจเมื่อต้องการ
    • ปรับ Preload ด้วย Lock Nut — ตั้งค่าแรงกดสปริงได้แม่นยำตามน้ำหนักผู้ขับขี่
    • ปรับความสูง 5–15 มม. อย่างอิสระ โดยไม่กระทบค่าการทำงานของช่วงล่าง
    • SUB TANK แบบ FIN TUBE + อลูมิเนียม 6061-T6 — ระบายความร้อนได้ดี คงประสิทธิภาพต่อเนื่อง
    • แกนโช้คขนาด 14 mm. เคลือบ Hard Chrome — แข็งแรง ลดแรงเสียดทาน
    • คัสตอมสีได้ 8 สี ทั้ง Preload , Rebound และน็อตล็อกความสูง

    *ราคาโช้คคู่ที่ 9,400 บาท และโช้คเดี่ยวที่ 5,450 บาท

    AIR PLUS เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการช่วงล่างรอบด้าน ไม่ต้องปรับบ่อย แต่ยังคงฟีลดีทั้งในเมืองและบนทางโล่ง

     

    FLASH PLUS

    FLASH PLUS คือโช้คอัพที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ทุกวัน ด้วยระบบปรับ 3 จุดหลักที่ครอบคลุมทุกความต้องการพื้นฐาน โครงสร้าง Monotube ที่สามารถเปิดเซอร์วิสได้ตลอดอายุการใช้งาน และวัสดุอลูมิเนียมเกรดสูงที่เคลือบ Anodized เพื่อความทนทานและความสวยงามระยะยาว

    คุณสมบัติเด่น

    • ระบบปรับ Rebound 16 ระดับ พร้อมเลเซอร์มาร์คแสดงระดับอย่างชัดเจน
    • ปรับ Preload เพื่อความสมดุลของตัวรถในทุกสภาพการขับขี่
    • ปรับความสูงโช้คอัพได้ 5-15 มม. ตามสไตล์การขับขี่
    • โช้คเป็นระบบ Monotube — เปิดเซอร์วิสได้ตลอดอายุการใช้งาน ลดค่าบำรุงรักษาระยะยาว
    • อลูมิเนียม 6061-T6 เคลือบ Anodized — แข็งแรง น้ำหนักเบา ทนทานต่อสภาพแวดล้อม
    • ปุ่มปรับ CNC อลูมิเนียมทุกจุด — ความแม่นยำสูง สัมผัสได้ถึงคุณภาพ
    • คัสตอมสีได้ 8 สี ทั้ง Preload , Rebound และน็อตล็อกความสูง

    *ราคาโช้คคู่ที่ 7,000 บาท และโช้คเดี่ยวที่ 4,450 บาท

    FLASH PLUS เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการโช้คอัพคุณภาพสูงสำหรับการใช้งานประจำวัน เน้นความทนทานและการบำรุงรักษาง่าย

     

    ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติทั้ง 3 รุ่น

    รุ่นรถที่รองรับ

    โช้คอัพ Profender ทั้ง 3 รุ่น ได้รับการออกแบบและทดสอบมาโดยเฉพาะสำหรับรถมอเตอร์ไซค์สกูตเตอร์ยอดนิยมในตลาด ได้แก่:

    • Honda Forza 350
    • Yamaha XMAX
    • Honda Giorno

    สำหรับรุ่นรถอื่นๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงจากทางบริษัท


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ยามาฮ่าจัดแคมเปญ “สงกรานต์ SAFE & SAVE 2569” เซฟปลอดภัย เซฟประหยัด พร้อมดูแลรถให้พร้อมเดินทางช่วงปีใหม่ไทย

    1 Min Read

    ยามาฮ่าจัดแคมเปญ “สงกรานต์ SAFE & SAVE 2569” เซฟปลอดภัย เซฟประหยัด พร้อมดูแลรถให้พร้อมเดินทางช่วงปีใหม่ไทย

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมกับผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ จัดแคมเปญพิเศษ “Songkran Safe & Save 2569” เพื่อส่งมอบความห่วงใยให้กับลูกค้ายามาฮ่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สนับสนุนการขับขี่ปลอดภัยสอดคล้องกับแนวทางของกรมการขนส่งทางบกในโครงการ “ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย” พร้อมมอบโปรโมชันสุดคุ้ม “เซฟปลอดภัย เซฟประหยัด” ให้ลูกค้าเตรียมความพร้อมของรถจักรยานยนต์ก่อนออกเดินทาง

    โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง YAMALUBE ที่ร่วมรายการ รับส่วนลดสูงสุด 50% พร้อมฟรีค่าแรง ระหว่างวันที่ 1 – 6 เมษายน 2569 เท่านั้น ที่ศูนย์บริการยามาฮ่าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

    นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังมอบความอุ่นใจให้ลูกค้า ด้วยบริการ ตรวจเช็กสภาพรถฟรี ! 10 รายการ เพื่อให้มั่นใจในความพร้อมของรถจักรยานยนต์ก่อนการเดินทางในช่วงเทศกาล โดยมีรายการตรวจสอบดังนี้

    1. ตรวจสอบไส้กรองอากาศ
    2. ตรวจสอบการทำงานของเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ด้วย YDT
    3. ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง
    4. ตรวจสอบการรั่วซึม และระดับน้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำ ถังสำรอง
    5. ตรวจสอบผ้าเบรกหน้า และหลัง
    6. ตรวจสอบความตึงหย่อนของโซ่ขับ
    7. ตรวจสอบสภาพ และแรงดันไฟฟ้าแบตเตอรี่
    8. ตรวจสอบแรงดันลมยาง และเช็กสภาพยางหน้า และหลัง
    9. ตรวจสอบค่าแรงขันของน็อตแกนล้อหน้า และหลัง
    10. ตรวจสอบการทำงานระบบไฟส่องสว่าง และสัญญาณไฟต่าง ๆ

    พร้อมกันนี้ ยังจัดโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการเลือกซื้อ อะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่ง และผลิตภัณฑ์ YAMALUBE ในราคาพิเศษกว่า 100 รายการ ระหว่างวันที่ 1 – 30 เมษายน 2569

    ลูกค้ายามาฮ่าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการยามาฮ่าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • บริดจสโตน ผู้นำนวัตกรรมยางรถยนต์พรีเมียม ได้รับความไว้วางใจจากโตโยต้า เลือก “BRIDGESTONE DUELER H/T 684II” เป็นยางมาตรฐานใน “TOYOTA LAND CRUISER FJ” ใหม่ล่าสุด

    1 Min Read

    บริดจสโตน ผู้นำนวัตกรรมยางรถยนต์พรีเมียม ได้รับความไว้วางใจจากโตโยต้า เลือก “BRIDGESTONE DUELER H/T 684II” เป็นยางมาตรฐานใน “TOYOTA LAND CRUISER FJ” ใหม่ล่าสุด

     

    บริดจสโตน ผู้นำนวัตกรรมยางรถยนต์พรีเมียม สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ เมื่อ BRIDGESTONE DUELER H/T 684II” ได้รับเลือกเป็นยางมาตรฐานสำหรับ TOYOTA LAND CRUISER FJ” รถยนต์ SUV รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่
    21 มีนาคม 2569 โดยมาพร้อมเทคโนโลยีการออกแบบเฉพาะของบริดจสโตนที่ช่วยยกระดับสมรรถนะการขับขี่ พร้อมเติมเต็มความสนุกแบบออฟโรดให้คล่องตัว มั่นใจ และปลอดภัย เสริมความแข็งแกร่งและ
    ความทนทานเพื่อรองรับการเดินทางได้อย่างเหนือระดับในทุกเส้นทาง

    ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการออกแบบและการผลิตที่ทันสมัย บริดจสโตนได้พัฒนายาง BRIDGESTONE DUELER H/T 684II โดยมีคุณสมบัติเด่น ดังนี้

    • สมรรถนะรอบด้านที่เหนือชั้นสำหรับรถกระบะอเนกประสงค์และรถ SUV
    • ออกแบบเพื่อให้การขับขี่นุ่มสบาย คล่องตัวทุกพื้นผิวถนน
    • ประสิทธิภาพการยึดเกาะบนถนนเปียกและบนถนนแห้งดีเยี่ยม
    • เทคโนโลยีการออกแบบและการผลิตที่ทันสมัย ช่วยให้ยางทนทานและมีอายุการใช้งานยาวนาน

    นอกจากนี้ยังผ่านการทดสอบความแข็งแรง กระจายน้ำหนักในขณะวิ่งได้อย่างมาตรฐาน ทนทานต่อ
    ทุกสภาพถนนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จึงช่วยเติมเต็มสมรรถนะของรถยนต์ TOYOTA LAND CRUISER FJ
    ที่พัฒนาระบบเครื่องยนต์และระบบควบคุมให้ทำงานประสานกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของรถอย่างลงตัวเพื่อการขับขี่ที่มั่นใจในทุกสภาพเส้นทางและให้ผู้คนสนุกกับการขับขี่แบบออฟโรด

     

    การพัฒนายาง BRIDGESTONE DUELER H/T 684II สำหรับรถยนต์ TOYOTA LAND CRUISER FJ
    ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของบริดจสโตนในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดรถ SUV
    ในประเทศไทยผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง

    ภาพรวมของยาง BRIDGESTONE DUELER H/T 684II กับรถยนต์ TOYOTA LAND CRUISER FJ

                       รุ่นรถ                     รุ่นยาง             ขนาดยาง
    TOYOTA LAND CRUISER FJ BRIDGESTONE DUELER H/T 684II       265/60R18 110H


    คุณสมบัติเด่นของรถยนต์
    TOYOTA LAND CRUISER FJ
    โตโยต้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดกับ TOYOTA LAND CRUISER FJ สัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจ
    ครองใจผู้คนทั่วโลก “Bold & Unbound…เป็นให้ชัด ไปให้สุด” ด้วยจุดขายหลัก 5 ประการ ได้แก่ 1) ดีไซน์
    ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย 2) สมรรถนะการขับขี่ที่แข็งแกร่ง
    3) ความสะดวกสบายในการโดยสาร 4) การทรงตัวที่มั่นคงในทุกสภาพเส้นทาง และ 5) ระบบเบรก
    ที่เชื่อถือได้ ซึ่งทำให้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการขับขี่แบบออฟโรดอย่างแท้จริง

    No Comment
  • เบนท์ลีย์ แบงค็อก เชิญเหล่าแท็ตเลอร์คอมมูนิตี้สัมผัสสุดยอดสมรรถนะ New Continental GT เจนใหม่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก เชิญเหล่าแท็ตเลอร์คอมมูนิตี้สัมผัสสุดยอดสมรรถนะ New Continental GT เจนใหม่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมกับ แท็ตเลอร์ ไทยแลนด์ (Tatler Thailand) สื่อไลฟ์สไตล์แถวหน้าของเอเชีย เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วยการเชิญเหล่าแท็ตเลอร์คอมมูนิตี้ร่วมกิจกรรมทดลองขับและสัมผัสสุดยอดสมรรถนะของ New Continental GT ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้เจเนอเรชันล่าสุด เจ้าของขุมพลัง High Performance Hybrid ที่ถือเป็นการเปิดให้ทดลองขับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปีที่ผ่านมา ในงาน Bentley Bangkok X Tatler Thailand Exclusive Test Drive พร้อมยลโฉมยนตรกรรมแบบครบทุกรุ่น และร่วมกิจกรรมดูแลสุขภาพไปกับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ที่ได้มาช่วยเติมเต็มความพิเศษภายในงานฯ โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ Silverskin Cafe and Bistro ในบริเวณโครงการ เรนวูด ปาร์ค จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา

    เหล่าแท็ตเลอร์คอมมูนิตี้ได้มีโอกาสสัมผัสกับสุดยอดสมรรถนะของ New Continental GT ในบริเวณโครงการ เรนวูด ปาร์ค พร้อมชมความงดงามของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปภายในโครงการฯ ระหว่างการทดลองขับ โดยสุดยอดยนตรกรรมรังสรรค์ขึ้นในเฉดสีเทา Gravity Grey สไตล์สปอร์ตใหม่ ตัวรถมากับขุมพลัง High Performance Hybrid ระบบส่งกำลังแบบไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ที่ผสานเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตรเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง มอบพละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในเมืองด้วยพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดถึง 80 กิโลเมตร ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีระดับซิกเนเจอร์ของรถยนต์เบนท์ลีย์อย่าง Bentley Rotating Display นวัตกรรมหน้าจอแบบ 3 ด้านที่จะเผยให้เห็นหน้าจอแบบดิจิทัลสุดไฮเทค หน้าจอหน้าปัดเข็มนาฬิกา เข็มทิศ เข็มวัดอุณหภูมิแบบคลาสสิค และหน้าแผงวีเนียร์สไตล์เรียบหรู พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่เน้นความสะดวกสบายในการขับขี่อย่าง Front Seat Comfort Specification และ Front Wellness Seating ที่จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายและลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่ อีกทั้ง เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังได้จัดแสดงยนตรกรรมรุ่น Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์กับอรรถประโยชน์อันล้นเหลือ และ รุ่น Flying Spur ยนตรกรรมสปอร์ตซีดานสมรรถนะสูง ซึ่งทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับความโดดเด่นเรื่องสมรรถนะ ประสิทธิภาพในการขับขี่ และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี การออกแบบ และงานฝีมือ สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์แบบอเนกประสงค์ยังได้ทดลองขับ Bentayga Hybrid และรับข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบ และสิทธิประโยชน์จากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำมากมาย

    นอกจากแขกจากแท็ตเลอร์คอมมูนิตี้จะได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่แบบเหนือระดับแล้ว แขกภายในงานฯ ยังได้ร่วมกิจกรรมดูแลสุขภาพไปกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ พร้อมดื่มด่ำไปกับชุด High Tea ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษในบรรยากาศสบายๆ ยามบ่าย ณ Silverskin Cafe and Bistro คาเฟ่สไตล์ยุโรปที่มีการตกแต่งในแบบเฉพาะตัวย่านปทุมธานี


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • วอลโว่ จัดโปรรับซัมเมอร์ มอบข้อเสนอ Service Campaign ส่วนลดอะไหล่พิเศษ 40% พร้อมรับตุ๊กตาลิมิเต็ดเอดิชั่น Papa Moose

    1 Min Read

    วอลโว่ จัดโปรรับซัมเมอร์ มอบข้อเสนอ Service Campaign ส่วนลดอะไหล่พิเศษ 40% พร้อมรับตุ๊กตาลิมิเต็ดเอดิชั่น Papa Moose

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ต้อนรับฤดูร้อนเมืองไทยด้วยข้อเสนออะไหล่สุดพิเศษ มอบส่วนลดอะไหล่สูงสุดถึง 40% พร้อมรับตุ๊กตา Papa Moose คอลเลคชันใหม่รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นตามเงื่อนไขที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแคมเปญนี้เท่านั้น เพื่อสะท้อนความใส่ใจที่วอลโว่มีต่อลูกค้าคนสำคัญ ผ่าน Service Campaign ตลอดทั้งปี 2026 ที่นำเสนอในรูปแบบแอนิเมชั่นแสนน่ารัก อบอุ่น และเข้าใจง่าย โดยใช้ตัวละครกวางมูสอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์วอลโว่ ได้แก่ Papa Moose (คุณพ่อ), Mama Moose (คุณแม่), Moose Moose (ลูกชาย) และ Little Moose (ลูกสาว) มาถ่ายทอดข้อเสนออะไหล่สุดพิเศษภายใต้เรื่องราว ‘ภารกิจพาน้องสาวกลับบ้าน Moose Family Mission’ ที่ชวนผู้ชมร่วมเอาใจช่วยครอบครัวกวางมูสเดินทางไปรับ Little Moose กลับบ้านอย่างปลอดภัยตลอดทั้งปี

    Service Campaign คือแคมเปญสิทธิประโยชน์ด้านงานบริการหลังการขายที่วอลโว่จัดขึ้นตลอดปี 2026 เพื่อมอบข้อเสนอส่วนลดอะไหล่ให้ลูกค้าคนสำคัญ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการยกระดับคุณภาพงานบริการอย่างต่อเนื่อง วอลโว่ยึดถือมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และความเชี่ยวชาญในทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับประสบการณ์การดูแลรถที่ดีที่สุด ทั้งยังสนับสนุนให้ลูกค้านำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กตามระยะ เพื่อรักษาสมรรถนะของรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญและอะไหล่แท้มาตรฐานวอลโว่ นี่หลักการที่วอลโว่ยึดถือมาโดยตลอด เพื่อให้ทุกเส้นทางของลูกค้าเต็มไปด้วยความมั่นใจและปลอดภัยในทุกการเดินทาง

    เมื่อนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการวอลโว่ ลูกค้าจะได้รับการดูแลโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญภายใต้มาตรฐานการบริการระดับสากล พร้อมรับสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองชิ้นส่วนอะไหล่ตลอดอายุการใช้งาน**ตามเงื่อนไขสำหรับเจ้าของรถ การรับประกันอะไหล่แท้ที่เปลี่ยนโดยช่างมืออาชีพ การวิเคราะห์ที่แม่นยำและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด รวมถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดทุกครั้งที่เข้ารับบริการตรวจเช็กตามระยะทางและจะได้รับการต่ออายุบริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง โดยอัตโนมัติเป็นเวลา 1 ปีเพื่อให้ลูกค้าวางใจได้ว่ารถของตนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานสูงสุด และสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย

    มอบข้อเสนอสุดพิเศษ พร้อมเอาใจช่วยครอบครัวกวางมูสใน ‘ภารกิจพาน้องสาวกลับบ้าน Moose Family Mission’

    ถ่ายทอดข้อเสนอและสิทธิพิเศษของวอลโว่ ผ่านเรื่องราวแสนสนุกไปกับครอบครัวกวางมูสทั้ง 4 ตัวใน ภารกิจพาน้องสาวกลับบ้าน เรื่องราวที่เริ่มจากน้องสาว Little Moose ไปเข้าค่าย School Camp จนเพลิดเพลินไม่อยากกลับบ้าน ทำให้ทั้งครอบครัวต้องร่วมมือกันพาน้องสาวกลับมาให้ได้ โดยแต่ละช่วงของฤดูกาล จะมีแอนิเมชันที่ถ่ายทอดข้อเสนอประจำฤดูกาลควบคู่กับการเล่าเรื่องภารกิจของครอบครัวกวางมูส เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้านำรถเข้าตรวจเช็กเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางในช่วงวันหยุดยาว เพราะวอลโว่เชื่อว่า การดูแลรถที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัยในทุกเส้นทาง เหมือนกับที่ Papa Moose ได้นำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็กรถให้พร้อม ก่อนออกเดินทางรับลูกสาวกลับบ้าน โดยตลอดปี 2026 แคมเปญจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ Summer Campaign, Rainy Campaign และ Winter Campaign

    Summer Campaign ต้อนรับฤดูร้อน ด้วยข้อเสนอส่วนลดอะไหล่สูงสุด 40%

    วอลโว่เชิญชวนลูกค้าเตรียมรถให้พร้อมก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อน ด้วยข้อเสนอส่วนลดอะไหล่เริ่มตั้งแต่ 15% – 40% โดยข้อเสนอเริ่มตั้งแต่วันนี้ – 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569 มีรายละเอียดดังนี้

    • รับส่วนลด 50% สำหรับการล้างแอร์ เมื่อมีการเปลี่ยน คอมเพรสเซอร์ หม้อน้ำ พัดลมไฟฟ้า อย่างใดอย่างหนึ่ง
      • รับส่วนลด 40% สำหรับน้ำมันเบรก เมื่อมีการเปลี่ยนผ้าเบรกและจานเบรก
      • รับส่วนลด 25% สำหรับจานเบรก เมื่อมีการเปลี่ยนพร้อมผ้าเบรก
      • รับส่วนลด 25% สำหรับแบตเตอร์รี่ 12 โวลท์ เมื่อมีค่าใช้จ่ายอะไหล่ 7,000 บาทขึ้นไป
      • รับส่วนลด 15% สำหรับน้ำมันเครื่องคาสตรอล และ คอยล์เย็น

    นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้รับบริการตรวจเช็กรถฟรี 32 รายการ และเมื่อใช้จ่ายอะไหล่ตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป จะได้รับ ตุ๊กตา Papa Moose รุ่น Limited Edition มูลค่า 850 บาท ทันที* (มีจำนวนจำกัด)

     

    รับชมรายละเอียด Service Campaign เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ – https://cutt.ly/ftOU4RmN

    รับชมวิดีโอคลิป Summer Service Campaign ได้ที่ –  https://www.youtube.com/watch?v=vRs_PiPxzBM

    หมายเหตุ:
    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

    **ท่านสามารถอ่านข้อมูลการรับประกันอะไหล่ตลอดอายุการใช้งานสำหรับลูกค้าได้ที่ https://www.volvocars.com/th-th/l/service-and-maintenance/genuine-parts-extended-warranty/

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่

    Website – www.volvocars.com/th
    Facebook – https://www.facebook.com/volvocarsth
    YouTube – https://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
    LINE – https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

    เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446

    สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เอ็มจี ขยายกลุ่มลูกค้าครอบครัว นำ “สถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน” สะท้อนแนวทาง Drive Solution ของ NEW MG S5 EV PLUS ในหลากหลายแง่มุม

    1 Min Read

    เอ็มจี ขยายกลุ่มลูกค้าครอบครัว นำ “สถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน” สะท้อนแนวทาง Drive Solution  ของ NEW MG S5 EV PLUS ในหลากหลายแง่มุม  

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย พลิกมุมมองการสื่อสารยนตรกรรมสู่ไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน  ผ่านกลยุทธ์ “Visual Metaphor Marketing” หรือการสื่อสารด้วยภาพเปรียบเทียบเชิงไลฟ์สไตล์ พร้อมถ่ายทอดจุดเด่นของ NEW MG S5 EV PLUS ให้อยู่ในบริบทที่ผู้บริโภคคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน โดยนำองค์ประกอบจากไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบมาเปรียบเทียบอย่างสร้างสรรค์ เพื่อความชัดเจน และตรงใจผู้บริโภคในทุกช่วงวัย ตอกย้ำการเป็นอีวีมหาชนที่สามารถ Drive Solution ลบข้อกังวลที่ลูกค้าเจอในชีวิตประจำวันได้อย่างตรงจุดตอบโจทย์ทั้งความสนุกในการขับขี่ และความมั่นใจในทุกเส้นทาง

     

    เอ็มจี ต่อยอดภาพจำของ NEW MG S5 EV PLUS ในการเป็น “อีวีมหาชน” ที่ครองใจครอบครัวยุคใหม่ผ่านแนวคิดการสื่อสารที่หยิบรูปแบบโฆษณาคุ้นเคยในชีวิตประจำวันมาสร้างสรรค์ใหม่ให้โดดเด่นและน่าสนใจยิ่งขึ้นโดยประยุกต์ใช้แนวทางของผลิตภัณฑ์ FMCG ที่เน้นการสร้าง “ความรู้สึกร่วม” (Emotional Connection) ทำให้ยนตรกรรมรุ่นนี้ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์การตลาด Visual Metaphor Marketing” นำจุดเด่นของรถมาเปรียบเทียบกับสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวันในลักษณะ “เข้าใจได้ทันที โดยไม่ต้องอธิบาย” สอดคล้องกับเทรนด์การตลาดยุคใหม่ที่ตรงประเด็น และสร้างการจดจำผ่านประสบการณ์ใกล้ตัวของผู้บริโภค ควบคู่กับการสื่อสารจุดแข็ง “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม LIFETIME WARRANTY” อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็น การขับขี่ที่นุ่มนวล ช่วยลดอาการเมารถ และเวียนศีรษะ ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ขณะเดียวกันยังมาพร้อม ความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP ซึ่งสร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง

    ส่วนภายในห้องโดยสารก็ได้รับการออกแบบให้ทันสมัยด้วย หน้าจอขนาดใหญ่และระบบเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่ใช้งานง่าย มองเห็นชัดเจนรอบด้าน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากนี้ยังมี EV LIFETIME WARRANTY ที่พร้อมมอบความอุ่นใจและมั่นใจให้กับผู้ใช้งานในระยะยาวทุก ๆ วัน ทำให้ NEW MG S5 EV PLUS ไม่เพียงแต่โดดเด่นในแง่ของ e-SUV ที่ “ใหญ่ – เย็น – ยาว – เยอะ” แต่ยังสะท้อนบทบาทของแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ และสามารถเชื่อมโยงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์โดยทำให้ผู้บริโภคเห็นว่า รถคันนี้ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็นคำตอบของชีวิตในทุกวัน พร้อมเป็น Drive Solution ที่มอบแนวทางแก้ปัญหาให้กับทุกคนในครอบครัวในทุกที่นั่งของรถรุ่นนี้ และเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างกลมกลืน

    แคมเปญครั้งนี้ เน้นการขยายไปสู่กลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ ในพื้นที่ใหม่ ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการแนะนำผลิตภัณฑ์ผ่านการใช้สื่อที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั้งในออนไลน์ ออฟไลน์ รวมถึงช่องทางโมเดิร์นเทรดอย่าง Big C กว่า 65 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยจะเป็นกลุ่มครอบครัว ถือเป็นลูกค้าเป้าหมายที่ เอ็มจี ให้ความสนใจ โดยชิ้นงานจะปรากฏอยู่บนป้าย LED ตามแผนกสินค้า (Digital Category Signage) กระจายในแผนกต่าง ๆ อาทิ แผนกผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนตัว แผนกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายสำหรับบุรุษ แผนกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และแผนกเครื่องดื่ม-อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงาม เป็นต้น รวมถึงจอ LCD TV Signage ภายในสาขา และตู้ชำระเงินอัตโนมัติ (Digital Kiosk) โดยตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์และตลอดเดือนมีนาคม พบว่า มียอดทราฟฟิกรวมทุกสาขาที่เห็นชิ้นงาน NEW MG S5 EV PLUS สูงถึงกว่า 7.4 ล้านครั้งสร้างยอดลูกค้ามุ่งหวังสูงขึ้นกว่า 160%

    นายธนพง พงศ์พานิช ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดและกลยุทธ์การสื่อสาร บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับ NEW MG S5 EV PLUS เราต้องการสื่อสารในมุมที่เข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง จึงนำแนวคิดและเทรนด์การตลาดใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การสื่อสารแบรนด์และผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย เข้าถึงง่าย และสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมเล่าจุดเด่นของตัวรถในหลายแง่มุมอย่างสร้างสรรค์ โดยจุดเริ่มต้นของแคมเปญ เกิดจากการตั้งคำถามว่า “ปัญหาที่ลูกค้าเจอในชีวิตประจำวันคืออะไร” ก่อนที่ เอ็มจี จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาเหล่านั้น เพื่อสร้างและส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ตอบโจทย์ได้อย่างรอบด้าน ความสำเร็จของแคมเปญนี้ คือ การที่ เอ็มจี ได้นำผลิตภัณฑ์เข้าถึงคนไทยในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีการใหม่ ๆที่ เอ็มจี ยังไม่เคยทำมาก่อน ทุกแคมเปญที่ เอ็มจี ลงมือทำ จึงไม่เพียงสะท้อนความเป็นสากล แต่ยังต้องตอบโจทย์วิถีชีวิตและความต้องการเฉพาะตัวของคนไทย เพราะ เอ็มจี ต้องการทำให้เห็นว่ารถทุกรุ่นของ เอ็มจี คือ   แรงบันดาลใจและส่วนหนึ่งของชีวิต ที่พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาให้กับลูกค้าทุกคน”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า รับรางวัลสูงสุด Platinum Award จากเวที TAIA-AIC Traffic Safety ตอกย้ำองค์กรต้นแบบด้านความปลอดภัย เดินหน้ายกระดับ มุ่งสู่ Zero Fatalities ภายในปี 2050

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า รับรางวัลสูงสุด Platinum Award จากเวที TAIA-AIC Traffic Safety ตอกย้ำองค์กรต้นแบบด้านความปลอดภัย เดินหน้ายกระดับ มุ่งสู่ Zero Fatalities ภายในปี 2050

    บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความปลอดภัยบนท้องถนนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการคว้ารางวัลสูงสุด Platinum Award ในโครงการ TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025 ทั้งการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัย รวมถึงการสร้างจิตสำนึกให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในทุกกลุ่ม อันเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการใช้รถใช้ถนนของสังคมไทย โดยการรับรางวัลครั้งนี้มี คุณสุคติ สรรพวัฒน์ ผู้บริหารกลุ่มงานการบริหารองค์กร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นตัวแทนรับรางวัล เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

    รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดย สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ภายใต้โครงการประกวดมาตรการองค์กรส่งเสริมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เพื่อผลักดันและยกระดับแนวทางด้านความปลอดภัยในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ครอบคลุมผู้ผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือขององค์กรสมาชิกในการพัฒนาและต่อยอดมาตรการอย่างต่อเนื่อง

    ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของไทยฮอนด้าในฐานะองค์กรต้นแบบที่พร้อมผลักดันมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าพัฒนามาตรการและการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสู่ระดับศูนย์ (Zero Fatalities) ภายในปี 2050

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ของฮอนด้าขับขี่ปลอดภัยเพิ่มเติมได้ที่

    เฟซบุ๊ก : facebook.com/HondaSafetyThailand

    เว็บไซต์ : hondasafety.thaihonda.co.th

    และฝึกคาดการณ์อุบัติเหตุ ช่วยการตัดสินใจอย่างแม่นยำขณะใช้รถใช้ถนนได้ที่ : hondasafetyAPT.com

     

    #HondaSafetyThailand #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย

    #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #SafetyforEveryone

    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #Thaihonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment