-
News Car1 Min Read
โตโยต้า ผนึกกำลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มุ่งส่งเสริมการเดินทางหลากหลายรูปแบบ ผ่านโครงการ “Happiness Pathway เที่ยวภาคกลางบทใหม่ เติมไฟเติมฝัน” มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยพันธมิตรจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสื่อประชาสัมพันธ์ ร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ผ่านโครงการ “Happiness Pathway – เที่ยวภาคกลางบทใหม่ เติมไฟเติมฝัน” มุ่งส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภาคกลางในหลากหลายรูปแบบ ภายใต้แนวคิด Multi-Pathway และการใช้ยานยนต์พลังงานทางเลือก เพื่อเชิญชวนกลุ่ม Active Senior ออกค้นหาความสุขบทใหม่ ในเมืองน่าเที่ยวของภาคกลาง เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โถงธนะรัชต์ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
โครงการ “Happiness Pathway – เที่ยวภาคกลางบทใหม่ เติมไฟเติมฝัน” เป็นโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยวในภาคกลาง มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยว Gen X และ Active Senior (อายุ 50 ปี ขึ้นไป) เพื่อให้สอดรับกับโครงสร้างสังคมผู้สูงอายุ โดยมุ่งส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขที่เชื่อมโยงการเดินทาง การพักผ่อน และการค้นหาตัวตน ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Tourism) ที่เปิดโอกาสให้นักเดินทางมีส่วนร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้ง ทั้งการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยววิถีชุมชน และกิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ ที่ช่วยเติมพลังใจ เพิ่มคุณค่าประสบการณ์ชีวิต และสร้างความหมายใหม่ให้กับทุกการเดินทาง
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มุ่งสนับสนุน โครงการ “Happiness Pathway เที่ยวภาคกลางบทใหม่ เติมไฟเติมฝัน” สร้างการเดินทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัย และเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นการต่อยอดมาจาก “โครงการพัฒนาเมืองต้นแบบที่ยั่งยืนและปราศจากมลภาวะ” ซึ่งได้มีการลงนามความร่วมมือกับเมืองพัทยา โดยการดำเนินงานดังกล่าวนี้อยู่ภายใต้แนวคิด Multi-Pathway ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจที่สำคัญของโตโยต้าในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ผ่านการจัดการกระบวนการผลิต เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment) ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมในหลากหลายแนวทาง (Multi-Pathway)
ทั้งนี้ โตโยต้าได้สนับสนุนยานยนต์พลังงานทางเลือกพร้อมคนขับ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการเดินทางในแต่ละเส้นทาง พร้อมร่วมมือกับบริษัท อะครอส เอเชีย จำกัด ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความสนใจที่หลากหลายของนักเดินทาง ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดราชบุรี (Dreams in clay)
- จังหวัดสุพรรณบุรี (Echoes of culture)
- จังหวัดนครปฐม (Whispers of nature)
- จังหวัดสระบุรี (Hidden gems near the city)
- จังหวัดสมุทรสงคราม (River of inspiration)
โครงการมีกำหนดจัดกิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงเดือนมีนาคม 2569 โดยเริ่มต้นเส้นทางแรก จังหวัดนครปฐม – จังหวัดราชบุรี เพื่อเปิดประสบการณ์การเดินทางที่ผสมผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชน ควบคู่การถ่ายทอดแนวคิดการเดินทางอย่างยั่งยืนผ่านการใช้ยานยนต์พลังงานทางเลือกที่เหมาะสมกับเส้นทาง
โตโยต้าเชื่อมั่นว่าโครงการ “Happiness Pathway – เที่ยวภาคกลางบทใหม่ เติมไฟเติมฝัน” จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคกลางให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ รองรับนักท่องเที่ยวทุกช่วงวัย พร้อมสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจ ภายใต้แนวคิด Multi-Pathway และการใช้เทคโนโลยียานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) อย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
OMODA & JAECOO ประกาศความมุ่งมั่นตอกย้ำความเป็น No.1 รถยนต์ที่ครองใจชาวไทยอย่างต่อเนื่องในปี 2569
OMODA & JAECOO ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม เฉลิมฉลองความสำเร็จส่งท้ายปี 2568 ด้วยสถิติยอดขายทะลุ 18,000 คัน พร้อมสร้างสถิติยอดจดทะเบียนอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเวลา 2 เดือนซ้อน ยังคงกระแสแรงอย่างต่อเนื่องด้วยการติดอันดับ Top 3 แบรนด์ที่ถูกค้นหาออนไลน์สูงสุดต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2568 และ JAECOO 5 EV ยังครองอันดับ 1 SUV ที่มียอดจดทะเบียนสูงที่สุดในเดือนมกราคม 2569 อีกด้วย ตอกย้ำความเชื่อมั่นและการยอมรับจากลูกค้าชาวไทย ทำให้ OMODA & JAECOO กลายเป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่ลูกค้าไว้วางใจ สะท้อนถึงการเป็นแบรนด์ที่ครองพื้นที่ในใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็วและเหนียวแน่น
วิสัยทัศน์ 2569 “Future-Ready Innovation” ก้าวสู่ผู้นำ Smart EV Lifestyle ของคนรุ่นใหม่
จากความสำเร็จในฐานะแบรนด์ที่เติบโต OMODA & JAECOO พร้อมขับเคลื่อนสู่อนาคต และยกระดับเป้าหมายในปี 2569 พร้อมมุ่งเน้นสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านเทคโนโลยีและงานดีไซน์ที่ยั่งยืน เพื่อก้าวขึ้นแท่นการเป็นผู้นำ ยานยนต์พลังงานใหม่ ที่ตอบโจทย์อินไซต์และเข้าถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง
ในปี 2569 บริษัท OMODA & JAECOO เตรียมยกระดับมาตรฐานยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เพื่อตอบโจทย์ตลาดไทยในทุกมิติตั้งแต่การเสริมทัพด้วยรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดประสิทธิภาพสูง ทั้งระบบ REEV (Range-Extended) ที่จะเข้ามาเสริมทัพในปีนี้และ SHS (Super Hybrid System) ที่มอบระยะการเดินทางรวมยาวนานขึ้น ทลายขีดจำกัดสำหรับการเดินทางระยะไกล ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและความเป็นอิสระในการเลือกพลังงาน ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ NEV เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายและตรงใจมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้บริษัท OMODA & JAECOO ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาดีไซน์และเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุด และพร้อมมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนด้วยการลดการปล่อยคาร์บอนโดยการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
การบริการหลังการขายคือกลยุทธ์สำคัญที่ทางบริษัท OMODA & JAECOO ให้ความสำคัญ และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นและมั่นใจในทุกขั้นตอนของการรับประกัน ตั้งแต่การรับประกันคุณภาพรถใหม่สูงสุด 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร สำหรับ, JAECOO 6 EV, JAECOO 7 SHS, JAECOO 5 EV และJAECOO 6T EV นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังยกระดับคุณภาพของศูนย์บริการโดยการฝึกอบรมพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญและมีมาตรฐานสูงสุด พร้อมการบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ของ OMODA & JAECOO ผ่านศูนย์ Call Center ครอบคลุมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินข้างทาง บริการซ่อมบำรุงเคลื่อนที่ บริการรับ-ส่งรถยนต์ บริการรถยืมชั่วคราว และบริการพิเศษอื่น ๆ เพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดแก่ลูกค้า และมุ่งเน้นพัฒนาปรับปรุงระบบการจัดการด้านอะไหล่ให้มีการส่งมอบที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์การขยายตลาด มุ่งสู่ Top 3 ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าในไทย
OMODA & JAECOO ประกาศเป้าหมายเชิงรุกในปี 2569 ด้วยการตั้งเป้ายอดจำหน่ายรวมที่ 26,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พร้อมปักธงก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ระดับ Top 3 ในประเทศไทยอย่างเต็มตัว โดยมีกลยุทธ์ขับเคลื่อนสำคัญ ในการขยายครือข่ายผู้จำหน่าย ตั้งเป้าหมายให้ถึง 100 แห่งภายในปี 2569 ตอกย้ำความสำเร็จของบริษัทในการขยายตัวของตลาดและความสามารถของเครือข่ายผู้จำหน่ายในการสนับสนุนการเติบโต การกระจายตัวของผู้จำหน่ายใหม่จะครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศไทย ช่วยให้ลูกค้าในแต่ละภูมิภาคสามารถเข้าถึงบริการและผลิตภัณฑ์ของ OMODA & JAECOO ได้อย่างสะดวก
การสร้างแบรนด์และไลฟ์สไตล์ สะท้อนตัวตนผ่านคอมมูนิตี้ ในปี 2569 OMODA & JAECOO มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งผ่านการรวมกลุ่มผู้ใช้ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกันปักธงฐานะ “แบรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชัดเจนในรสนิยมและเป็นตัวของตัวเอง” เน้นการเลือกสิ่งที่ใช่มากกว่าการตามกระแส เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
OMODA & JAECOO ตอกย้ำกลยุทธ์ในปี 2569 พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย ส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจตอบโจทย์คนยุคใหม่ ขยายการเข้าถึงผู้จำหน่ายทั้งด้านการตลาดและการบริการ ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานของแบรนด์อย่างแท้จริง
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
มาแล้ว! Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่ รถ 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัว Multi-gen ยุคใหม่ รุ่นฮิตส่งตรงจากญี่ปุ่น เปิดจำหน่ายด้วยราคา 1.78 ล้านบาท พร้อมทยอยส่งมอบทั่วประเทศ
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาและเปิดจำหน่าย ‘Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่’ อย่างเป็นทางการ รถครอบครัว 7 ที่นั่งรุ่นยอดนิยมผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น วางจำหน่ายในราคา 1,780,000 บาท หลังจากจัดแสดงและเปิดให้จองสิทธิ์เป็นเจ้าของก่อนใครในงาน Motor Expo 2025 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมด้วยยอดจองสิทธิ์ล่วงหน้ากว่า 800 สิทธิ์ ตอกย้ำการเป็นรถ MUV สไตล์ Box Shape ที่พร้อมตอบโจทย์ Active Lifestyle ของกลุ่มครอบครัว Multi-gen ยุคใหม่ ด้วยสมรรถนะการขับขี่ของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน พร้อมด้วยฟังก์ชันเพื่อการใช้งานที่ครบครัน ทั้งหมดนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เติมเต็มไลน์อัปรถยนต์ของฮอนด้าให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นด้วยข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.39%* ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรี Honda Ultimate Care และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมทยอยส่งมอบลูกค้าทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ทุกครอบครัวได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยความสุขและคุณค่ามากยิ่งขึ้น New Honda STEP WGN e:HEV SPADA WHAT BRINGS US ‘HAPPIER’ …ยิ่งมากคน ยิ่งมากความสุข
Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกล่องที่กว้างขวาง โปร่งโล่ง พร้อมพื้นที่ภายในที่ออกแบบเพื่อการใช้งานสูงสุด มาพร้อมเบาะนั่ง 3 แถว โดยมีไฮไลต์เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman และเบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ ปรับเลื่อนและจัดรูปแบบการจัดที่นั่งได้อย่างหลากหลายตามการใช้งานสูงสุดถึง 15 รูปแบบ ครบครันด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย รวมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING มอบความมั่นใจในทุกการเดินทางสำหรับทุกคนในครอบครัว
ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐานการผลิต ‘Japanese Quality’ ผสานด้วยบริการหลังการขายผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 221 แห่งทั่วประเทศ รองรับการดูแลหลังการขายอย่างทั่วถึง เพื่อมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าที่อุ่นใจและไว้วางใจได้ตลอดอายุการใช้งาน
พิเศษ! รับ Exclusive Deal สำหรับ Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่
เมื่อจองตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569
- ดอกเบี้ย 39%* สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ย 1.69%* สำหรับลูกค้าทั่วไป
- ฟรีประกันภัย 1 ปี
- ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
หรือเลือกรับโปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
- ค่างวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 14,406 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
- ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
เพิ่มเติม! สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 สามารถทำการจองอย่างเป็นทางการได้ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 และรับรถภายใน 31 มีนาคม 2569 จะได้รับเพิ่ม
- ฟรี! บัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท
- ฟรี! กล้องติดรถยนต์หน้า-หลัง อุปกรณ์ตกแต่งแท้ของฮอนด้า มูลค่า 5,940 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่ ได้ทาง www.honda.co.th/stepwgnehev และสัมผัสได้ที่โชว์รูมฮอนด้าที่ร่วมรายการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้า
ทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
- เว็บไซต์: honda.co.th
- Facebook Official Account: Honda Thailand
- LINE Official Account: @honda-thailand
ไฮไลต์ข้อมูลผลิตภัณฑ์ New Honda STEP WGN e:HEV SPADA
WHAT BRINGS US ‘HAPPIER’ …ยิ่งมากคน ยิ่งมากความสุข
▸การออกแบบภายนอก
- กระจังหน้าโครเมียม
- กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพับเก็บอัตโนมัติ พร้อมไฟเลี้ยว
- ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
- ไฟเลี้ยวแบบ LED Sequential ด้านหน้า
- ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
- สปอยเลอร์หลัง สีเดียวกับตัวรถ
- ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า ซ้าย-ขวา
- ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
- ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลา พร้อมระบบปัดน้ำฝนด้านหลัง
▸การออกแบบภายในและฟังก์ชันการใช้งานเพื่อความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Tri-Zone
- ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
- ระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5 ภายในห้องโดยสาร
- ช่องปรับอากาศสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2 และ 3
- ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM พร้อมรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
- ช่องเชื่อมต่อ USB 6 ตำแหน่ง (ด้านหน้า Type-C 1 ตำแหน่ง และ Type-A 1 ตำแหน่ง / ด้านหลัง Type-C 4 ตำแหน่ง)
- ที่วางแก้วน้ำ 15 ตำแหน่ง
- ม่านบังแดดกระจกข้างแถว 2
▸ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Honda e:HEV – THE EXCITING HYBRID
- ผสานการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT กับเครื่องยนต์ขนาด 0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง มอบความสมูทในทุกการขับขี่
- มั่นใจไม่ต้องรอรอบในทุกการออกตัว กับแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 2,000 รอบต่อนาที
- ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 5 กม./ลิตร**
▸เทคโนโลยีความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่
- เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING มาพร้อม 5 ฟังก์ชันการทำงานหลัก
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์
คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) - ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
- เซนเซอร์กะระยะ 8 จุด (หน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด)
- ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
- ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
- ระบบเกียร์ไฟฟ้าเเบบสวิตซ์
- ปุ่ม ECON
- มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 2 นิ้ว
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB) และระบบ Auto Brake Hold
- กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
▸สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี พร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ
- สีใหม่! สีดำทไวไลต์มิสต์ (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท
- สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)
- สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท
- สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 14,000 บาท
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
เปิดตัว พรีเมียมสกู๊ตเตอร์ 300 ซีซี รุ่นใหม่ล่าสุด ราคาโดนใจ!! เต็มเติมเส้นทางใหม่ ลงตัวในแบบคุณ กับ New Horizon 300ABS Lite จาก Alpha Volantis
บริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Alpha Volantis พรีเมียมสกู๊ตเตอร์คุณภาพสูง มุ่งมั่นที่พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและการใช้งานที่ต้องการความคล่องตัว สะดวกสบาย เหมาะทุกไลฟ์สไตล์ ที่มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่น สวยงาม และราคาที่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้อย่างง่ายขึ้น
โดยล่าสุดได้เปิดตัว New Horizon 300ABS Lite สกู๊ตเตอร์พรีเมียมรุ่นพิเศษ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ชื่นชอบความเป็นอิสระ โดดเด่นมีสไตล์ และหรูหรา อีกทั้งยังเสริมความปลอดภัย แบบเต็มขั้นด้วยระบบเบรก ABS (Anti-Lock Brake System) มาตรฐานเยอรมนี แบบ 2 Channel จาก Bosch ในราคาที่จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น
New Horizon 300ABS Lite ถูกยกระดับการดีไซน์ใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Lite Up Your Ride “เต็มเติมเส้นทางใหม่ ลงตัวในแบบคุณ” ทีมวิศวกรจาก Alpha Volantis ได้พัฒนาและออกแบบเพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่ทันสมัย แต่ยังคงความหรูหรา สามารถเข้าได้กับทุกไลฟ์สไตล์ทั้งในเมืองและนอกเมือง
ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว และอัพเกรดฟีเจอร์ต่าง ๆ ของตัวรถ โดยมีเป้าหมายให้ New Horizon 300ABS Lite สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายในทุกสถานการณ์
ทั้งนี้ยังคงรูปลักษณ์การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aero Dynamics) เพื่อช่วยจัดการกับลมที่ปะทะตัวรถ จึงทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจในทุกการขับขี่ ด้วยคุณภาพและความประณีต ในทุกชิ้นส่วนของตัวรถ พร้อมด้วย Emblem Horizon 300ABS Lite ใหม่ล่าสุด บริเวณด้านหน้าและด้านข้างของตัวรถ ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ได้อย่างลงตัวและโดดเด่น พร้อมกับสีใหม่ล่าสุดอย่าง Explorer Green (สีเขียว) ที่สื่อถึงความอิสระ โดดเด่น เท่ พร้อมที่จะพาคุณไปทุกที่ได้อย่างใจต้องการ
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ New Horizon 300ABS Lite
เริ่มกันที่ด้านหน้ากับ ชุดครอบไฟหน้า (Headlight Cap) สีดำโค้งมนช่วยตัดการกระจายของแสง เพิ่มความสว่าง ทำให้มีวิสัยทัศน์ในการขับขี่ดีขึ้น แถมยังเพิ่มความสปอร์ตดูดีมีมิติให้กับตัวรถ เพิ่มลูกเล่นความสปอร์ตแฝงไปกับชิ้นงานได้อย่างลงตัว
ระบบไฟส่องสว่างแบบ Full LED รอบคัน และไฟหน้าแบบ Day Time Running Light เรือนไมล์ Full Digital แบบ LCD สามารถแสดงผลได้อย่างครบครัน สามารถปรับความสว่างได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มาพร้อม (Ring Lens) สีดำ Piano Black ที่โดดเด่น ช่องเก็บของอเนกประสงค์ด้านหน้าคนขับ ที่มีช่องจ่ายไฟสำรองแบบ USB ถึง 2 ช่อง สะดวก ง่าย ต่อการใช้งาน พร้อมกล่องเก็บของใต้เบาะที่สามารถใส่หมวกกันน็อกแบบครึ่งใบ และของใช้อื่น ๆ อย่างเต็มที่ ด้านข้างของตัวรถมีช่องดักลมขนาดใหญ่ทั้งซ้ายและขวา (Air Intake Right & Left) ทำหน้าที่ลดแรงปะทะของอากาศและนำไประบายความร้อนใต้ U – Box ก่อนจะปล่อยออกที่ช่องระบายความร้อนด้านหลังตัวรถ
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบเทเลสโคปิค พร้อมโช้คอัพหลังเดี่ยว ที่สามารถปรับ Preload ได้ถึง 5 ระดับ
มั่นใจทุกครั้งที่ต้องการหยุดรถด้วยดิสก์เบรกหน้า – หลัง ทำงานร่วมกับระบบ ABS (Anti-Lock Brake System) แบบ 2 Channel จาก Bosch ประเทศเยอรมนี ทำให้ผู้ขับขี่สามารถหยุดรถได้อย่างมั่นใจ
เบาะนั่งดีไซน์ใหม่แบบ 2 ตอน สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร (Ride & Passenger Seat) ออกแบบมาให้เว้ารับกับสรีระในขณะขับขี่ บาร์ท้ายสีดำ (Grab Bar) เพื่อให้ผู้โดยสารจับได้ถนัดมือ ไฟท้ายแบบ LED ที่เป็นเอกลักษณ์ เพิ่มความเท่ไม่เหมือนใคร
มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ ขนาด 276 ซีซี ให้สมรรถนะที่ดีและพละกำลังแรงบิดสูง ตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างเร้าใจในช่วงรอบต่ำ – กลางได้เป็นอย่างดี พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ จะเดินทางในเมือง หรือออกท่องเที่ยวต่างจังหวัดก็ไม่มีปัญหา
New Horizon 300ABS Lite พร้อมสีใหม่ล่าสุด Explore Green (สีเขียว) ให้คุณอิสระไปอีกขั้น เพื่อเปิดรับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ที่ “เต็มเติมเส้นทางใหม่ ลงตัวในแบบคุณ” การออกแบบดีไซน์กราฟิกใหม่ทั้งคันเรียบ แต่ทันสมัยสไตล์ Premium Scooter ที่ชื่นชอบและหลงใหลในการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้วยการออกแบบกราฟิกทั้งด้านหน้า และ ด้านข้างของตัวรถเพิ่มความพรีเมียมอย่างมีสไตล์ในทุกมิติ กับโลโก้ New Horizon 300ABS Lite ใหม่ล่าสุด เข้ากันกับสีใหม่ได้อย่างลงตัว ออกมาเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ง่ายขึ้นในแบบที่เป็นตัวคุณ “Lite up your ride”
ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นด้วย New Horizon 300ABS Lite กับราคาสุดพิเศษ 109,900 บาท เรียกได้ว่าเมื่อเทียบกับของที่ให้มาต้องบอกว่าเป็นราคาที่สุดคุ้มจริง ๆ
*พิเศษหากจองวันนี้รับทันที
ฟรี!! มูลค่ากว่า 3,500 บาท
- ประกันรถหาย 1 ปี
- ค่าจดทะเทียน และพรบ.
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
SLEEK EV ประกาศดีล Series A มูลค่า 270 ล้านบาท จาก KYMCO Capital ดันไทยสู่ศูนย์กลาง EV Motorcycle แห่งอาเซียน
สลีค อีวี สตาร์ทอัพ Deep Tech ไทย จับมือยักษ์ใหญ่ไต้หวัน KYMCO Capital หนุน 270 ล้านบาท เร่งพัฒนาเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน ตั้งมาตรฐานระบบชาร์จ Type-6 และ Battery Swapping Network หวังดันธุรกิจเติบโตระดับภูมิภาค เตรียมเสนอระบบปฏิบัติการเป็น National Standard ก้าวสู่ Hub ของ Electric Motorcycle ในอาเซียน
กรุงเทพฯ, 5 กุมภาพันธ์ 2569 – SLEEK EV สตาร์ทอัพมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติไทย ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A มูลค่า 8.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 270 ล้านบาท จาก KYMCO Capital บริษัทลงทุนในเครือ KYMCO ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของไต้หวัน และอันดับ 6 ของโลก เพื่อเร่งขยายธุรกิจและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการลงทุนครั้งนี้นับเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างสตาร์ทอัพ Deep Tech สัญชาติไทยกับผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก โดย KYMCO เป็นบริษัทที่ก่อตั้งมากว่า 60 ปี มียอดขายสะสมกว่า 10 ล้านคันทั่วโลก และเป็นเจ้าของเทคโนโลยี Battery Swapping System ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบสลับแบตเตอรี่ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
สำหรับเงินลงทุน จะถูกนำไปใช้ในการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีหลัก และขยาย Ecosystem ของ SLEEK EV อย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ระบบแบตเตอรี่ โครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ ไปจนถึงแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่บริหารและควบคุมการทำงานทั้งหมด เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแห่งอาเซียน โดยบริษัทตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในแง่มูลค่าธุรกรรมรวม (GMV) ภายในปี 2569
คุณกันตินันท์ ตันวีนุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สลีค อีวี จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จในการระดมทุนครั้งนี้ต่อเนื่องจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันชั้นนำในรอบก่อนหน้า อาทิ ORZON Ventures และ กรุงศรี ฟินโนเวต (Krungsri Finnovate) ในรอบ Pre-Series A ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ SLEEK EV ในฐานะแบรนด์ไทย–สิงคโปร์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเชิงลึก โดยปัจจุบัน SLEEK EV ครองตำแหน่ง Top 3 แบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยอัตราการเติบโตมากกว่า 10 เท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2565–2567) มีเครือข่ายดีลเลอร์กว่า 80 แห่งทั่วประเทศ และเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารายแรกของไทยที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Full-Stack EV Company ครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัยและพัฒนา (R&D) การออกแบบระบบแบตเตอรี่เฉพาะของ SLEEK EV ไปจนถึงเครือข่ายสถานีชาร์จ S-Charge Network ที่กำลงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
“ความร่วมมือกับ KYMCO Capital ในครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักในการร่วมกันยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน โดยจะมุ่งพัฒนามาตรฐานหัวชาร์จ Type-6 Charging Standard สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเตรียมผลักดันให้เป็นมาตรฐานระดับประเทศ (National Standard) ควบคู่กับการพัฒนา Swapping Network ระบบสลับแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดมาตรฐานสากล เพื่อวางรากฐานให้กลายเป็น Default Battery ของประเทศไทยในอนาคต” คุณกันตินันท์ กล่าว
คุณเสวี่ย เหวิน ติง Managing Partner ของ KYMCO Capital กล่าวว่า “KYMCO Capital มุ่งสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยต่อยอดจากประสบการณ์ที่เราได้สร้างในไต้หวันและจีน การลงทุนใน SLEEK EV สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลระบบนิเวศของเราในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือนี้คือก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานเมืองผ่านการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยศักยภาพของ KYMCO ผสานกับโซลูชันของ SLEEK EV เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถสนับสนุนภาคธุรกิจและภาครัฐให้ก้าวสู่พลังงานไฟฟ้า และมีบทบาทสำคัญในการสร้างอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
นอกจากนี้ SLEEK EV ยังมีแผนขยายเครือข่าย S-Charge Network ภายในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ให้ครอบคลุมกว่า 150 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2569 และต่อยอดการขยายเครือข่ายในระยะถัดไปสู่กว่า 1000 สาขา ภายในปี 2573 เพื่อสร้างมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จที่แข็งแรง ครอบคลุม และพร้อมรองรับการเติบโตในระดับภูมิภาค ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะ Hub ของอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแห่งอาเซียน อย่างแท้จริง
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
NEW GWM TANK 500 DIESEL ทางเลือกใหม่พลิกตลาด PPV ในไทย ยกระดับมาตรฐานใหม่ของความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และความคุ้มค่า
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดรถยนต์ PPV ในประเทศไทย NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยเป็นรถ PPV พรีเมียมขุมพลังดีเซล 7 ที่นั่ง ได้เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่และความแตกต่างให้ตลาด PPV ในไทยอย่างชัดเจน โดยสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค “ให้มากกว่า” ภาพจำแบบเดิม ๆ และยังยกระดับรถ PPV ให้กลายเป็น Premium Lifestyle Vehicle ที่ผสานความสะดวกสบายแบบรถหรู เทคโนโลยีอัจฉริยะระดับสูง และสมรรถนะดีเซลที่ทรงพลัง ไว้ในคันเดียว ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมือง การเดินทางเพื่อธุรกิจ และการเดินทางของครอบครัวยุคใหม่
นิยามใหม่ของ “PPV พรีเมียมดีเซล” ที่แตกต่างอย่างแท้จริง
แม้จะเป็นรถที่มีโครงสร้างแข็งแกร่ง แต่ NEW GWM TANK 500 DIESEL กลับโดดเด่นด้านความนิ่งของการขับขี่และความสบายของผู้โดยสารโดยเฉพาะในเบาะแถวสอง ซึ่งถูกยกระดับเหนือมาตรฐานรถ PPV ทั่วไป สะท้อนการพัฒนาที่คำนึงถึงผู้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงสมรรถนะอันทรงพลังที่เจ้าของรถต่างชื่นชอบ ทั้งขุมพลังดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ที่มาพร้อมแรงม้าสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ให้สมรรถนะที่ทรงพลังต่อเนื่อง ตอบสนองได้ทันใจ แต่ยังคงความนุ่มนวล เงียบ และประหยัด สร้างสมดุลระหว่างพละกำลัง ความสบาย และต้นทุนการใช้งานได้อย่างลงตัว
จุดเปลี่ยนของตลาด PPV เมื่อ “ความหรูหรา ความสบาย และเทคโนโลยีขั้นสูง” กลายเป็นมาตรฐานใหม่
- ห้องโดยสารพรีเมียมที่ยกระดับทั้งภาพลักษณ์และความสบายเหนือรถ PPV แบบเดิม
NEW GWM TANK 500 DIESEL สะท้อนการออกแบบที่ภูมิฐาน สง่างาม และเหนือระดับ โดดเด่นเหนือรถ PPV ในตลาดไทยด้วยความพรีเมียมทั้งภายนอกและภายใน ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูง พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ระบบไฟ Multi-color Ambient Lighting และระบบเครื่องเสียง Surround Sound พร้อมลำโพง 12 ตัว สร้างบรรยากาศพรีเมียมที่แตกต่างจากรถ PPV ในตลาดอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ยังมอบความสบายขั้นสูงด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางจากระยะฐานล้อยาว 2,850 มม. พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่สูงสุด 1,489 ลิตร เบาะหนัง Nappa สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมระบบ Memory Seat, Welcome Seat, Massage Seat และระบบปรับดันหลัง เสริมความเงียบภายในห้องโดยสารด้วยกระจก Double Layer Laminated Glass และระบบ Active Noise Cancellation (ANC) รวมถึงระบบปรับอากาศแยกอิสระ ระบบกรองอากาศ N95 พร้อม Ionizer และม่านบังแดดผู้โดยสารด้านหลัง ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลอย่างแท้จริง
- เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ยกระดับประสบการณ์การใช้งานในทุกมิติ
NEW GWM TANK 500 DIESEL ตอกย้ำความเป็น “รถ PPV ยุคดิจิทัล” ด้วยระบบ Smart Dual Screen Interaction ระหว่างหน้าจอ Digital Cluster ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอสัมผัส 14.6 นิ้ว พร้อมจอแสดงผลการขับขี่บนกระจกหน้า Windshield Head-Up Display ช่วยให้ผู้ขับขี่รับข้อมูลได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน เสริมความสะดวกสบายด้วยระบบชาร์จไร้สายกำลังไฟสูง 50 วัตต์ ระบบควบคุมรถจากทางไกลผ่าน GWM Application ระบบสั่งงานด้วยเสียง และกล้องแสดงภาพรอบคัน 540 องศา (รวมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ) นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ โหมดการขับขี่ถึง 8 รูปแบบ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ออฟโรดขั้นสูง เช่น Off-road Cruise Control, TANK Turn และ Differential Lock หน้า–หลัง ทำให้ TANK 500 DIESEL เป็น PPV ที่อัจฉริยะครบเครื่องและพร้อมลุยในทุกสถานการณ์
- มาตรฐานความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นใจในทุกเส้นทาง
NEW GWM TANK 500 DIESEL ถูกพัฒนาบนโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงยุบ แรงชน แรงบิด และแรงกระแทก เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น All-speed Adaptive Cruise Control (ACC), Forward Collision Warning (FCW), Autonomous Emergency Braking (AEB), Emergency Lane Keeping (ELK), Rear Cross Traffic Alert & Brake (RCTA + RCTB) และระบบความปลอดภัยอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้ TANK 500 DIESEL ไม่เพียงเป็นรถ PPV ที่โดดเด่นด้านสมรรถนะและความหรูหรา แต่ยังเป็นรถที่มอบความอุ่นใจและความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกการเดินทาง
ทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับ PPV
ด้วยการรวมความพรีเมียม ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีอัจฉริยะ สมรรถนะและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีเซล รวมต้นทุนการใช้งานที่คุ้มค่าเข้าไว้ด้วยกัน เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริงที่ชื่นชอบ NEW GWM TANK 500 DIESEL ว่าไม่ใช่เป็นเพียงรถ PPV ทางเลือกใหม่ แต่คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านตลาด PPV ไทยสู่ยุคใหม่ และเป็นคำตอบสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการมากกว่า “รถ PPV แบบเดิม ๆ” พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลถึง 1,000,000 กิโลเมตร (8 ปี) สร้างความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาว มอบความคุ้มค่าคุ้มราคา ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.399 ล้านบาท
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
ร่วมสร้างสังคมคนขับรถดี กับโตโยต้าถนนสีขาว ผ่านนิทรรศการ “White Road City เมืองคนขับรถดี” วันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ ณ ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนางเครือฟ้า บุญดวง ผูู้อำนวยการกองนโยบายและแผนงาน สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมเป็นเกียรติในการเปิดนิทรรศการ “White Road City เมืองคนขับดีกับโตโยต้า ถนนสีขาว” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ณ ซีคอนสแควร์ ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ความสำคัญในการส่งเสริมความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ภายใต้โครงการ “โตโยต้า ถนนสีขาว” ซึ่งดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมากว่า 38 ปี ครอบคลุมในทุกมิติ “คน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม” โดยเฉพาะด้าน “คน” ที่เน้นการปลูกฝังและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในทุกช่วงวัย ผ่านการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสื่อสารภายใต้แนวคิด “Save ชีวิต หยุดขับเร็ว” เน้นย้ำอันตรายจากการใช้ความเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนน
นิทรรศการ “White Road City เมืองคนขับดีกับโตโยต้า ถนนสีขาว” จัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเป้าหมายประเทศในการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลงให้เหลือไม่เกิน 12 คนต่อแสนประชากร ภายในปี 2570 ผ่านการเนรมิตพื้นที่ซีคอนสแควร์ ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ให้เป็น “เมืองคนขับดี” ตลอดวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย ควบคู่กับการปลูกฝังเทคนิคการขับรถที่ปลอดภัย และกระตุ้นให้เกิดการปรับพฤติกรรม โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โซน ดังนี้
ZONE 1 – TOYOTA THEATRE เตือนให้รู้จาก 3 เหตุการณ์ที่พร้อมเกิดขึ้นในชีวิตจริงผ่านภาพยนตร์ ที่จะปลุกความระทึกในทุกสัมผัส และรับรู้ถึงผลลัพธ์ของการขับเร็ว
ZONE 2 – เปลี่ยนความเชื่อผิดๆ เตือนและชวนคิดกับเรื่องความเร็วที่เรายังทำในชีวิตประจำวัน ฉุกคิดและเข้าใจว่าความเชื่อผิด ๆ บางอย่างอาจไม่ช่วยอะไรเราได้จากสถานการณ์จริงได้ ถ้าการเปลี่ยนแปลงไม่เริ่มจากตัวเรา
ZONE 3 – เรียนรู้การขับรถดี ติดอาวุธในทุกมุมของการขับขี่ปลอดภัย ผ่านเทคนิคการขับอย่างเทพ เซฟ X2 โดยโตโยต้า พร้อมทำความเข้าใจด้วย Tips ง่าย ๆ ที่ปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
ZONE 4 – SAVE คน-รถ-ถนน โซนกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับทุกวัย อาทิ ฐานเมืองจราจรจำลอง ที่เน้นปลูกฝังเยาวชนสู่คนขับรถดี ฐานเช็คสุขภาพการขับขี่ เพื่อวัดความพร้อมของร่างกายในส่วนที่ส่งผลต่อการขับขี่ เป็นต้น ตลอดจนการให้ความรู้เกี่ยวกับระบบความปลอดภัยภายในรถ และทำความรู้จักกับกิจกรรมที่โตโยต้าและองค์กรพันธมิตรร่วมกันดำเนินการเพื่อความปลอดภัย
ZONE 5 – คำมั่นสัญญาของคนขับดี แสดงพลังความมุ่งมั่นของการเริ่มต้นใหม่ที่จะช่วยกันสร้างสังคมคนขับรถดี และทำให้ถนนในประเทศไทยปลอดภัยสำหรับทุกชีวิต
ซึ่งเมื่อผู้ร่วมกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์ครบทุกโซน จะได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษ ปลอกหุ้มเข็มขัดนิรภัย ที่มาพร้อมตุ๊กตา Squishy Milky Way ที่จะเป็นตัวช่วยให้ผ่อนคลาย “เซฟอารมณ์และความเครียด” ระหว่างขับขี่
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนอีกมากมาย อาทิ การอบรมโดยครูฝึกหลักสูตร “โตโยต้าขับขี่ปลอดภัย” และกิจกรรมเสวนาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานพันธมิตรด้านความปลอดภัย ได้แก่ สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กรมควบคุมโรค เครือข่ายเป็นหูเป็นตาเพื่อสังคม ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ และตำรวจจราจร
มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “สังคมคนขับรถดี” ไปด้วยกัน ณ ซีคอนสแควร์ ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ตลอดวันที่ 4 – 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
HRC ฉลองครบรอบ 60 ปี “พรีเมียร์คลาส” เปิดตัวไลน์อัพ 4 นักบิดลุยศึก โมโตจีพี 2026
“ฮอนด้า” ค่ายจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลก ฉลองครบรอบ 60 ปี เอชอาร์ซี ในพรีเมียร์คลาส เปิดตัวทีมแข่งลุยศึก โมโตจีพี 2026 อย่างเป็นทางการ ด้วยภารกิจพารถแข่ง RC213V ทวงคืนความยิ่งใหญ่ที่เวทีเวิลด์คลาส นำโดย “โจอัน เมียร์” ยอดนักบิดสแปนิชและ “ลูก้า มารินี” ทีมเมทชาวอิตาเลียนภายใต้สังกัด ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล และทีมอิสระอย่าง ฮอนด้า แอลซีอาร์ ซึ่งประกอบด้วยจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสอย่าง “โยฮันน์ ซาร์โก” และรุกกี้ชาวบราซิเลียน “ดิโอโก้ โมเรร่า” พร้อมลงทดสอบอย่างเป็นทางการที่ เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย
การเปิดตัวดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันจันทร์ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ ฮอนด้า เรซซิ่ง คอร์เปอเรชั่น (HRC) สำหรับการยกระดับรถแข่ง Honda RC213V จนสามารถขยับระดับการพัฒนาเข้าสู่แรงค์กิ้ง C ซึ่งสูงขึ้นกว่าเดิม จากการคว้าชัยชนะและการขึ้นโพเดียมรวม 3 ครั้งในปีที่ผ่านมา
“โคจิ วาตานาเบะ” ประธาน ฮอนด้า เรซซิ่ง คอร์เปอเรชั่น กล่าวว่า “เป็นความยินดีอย่างยิ่งที่เราได้ทำการเปิดตัวทีมแข่ง ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล สำหรับฤดูกาล 2026 และไฮไลต์ของเราในปีนี้คือก้าวกลับคืนสู่จุดสูงสุดใน โมโตจีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ อีกครั้ง มันเป็นช่วงเวลาพิเศษเพราะอยู่ในวาระครบรอบ 60 ปี ของ เอชอาร์ซี นับตั้งแต่เข้าร่วมแข่งขันครั้งแรกในพรีเมียร์คลาส เราตั้งตารอที่จะได้เฉลิมฉลองช่วงเวลาประวัติศาสตร์นี้ตลอดทั้งปี 2026 ทุกคนในทีมต่างต้องการมีส่วนร่วม เช่นเดียวกับพันธมิตรของเราทุกคน และผมขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วม”
“เป้าหมายของเราในฤดูกาลนี้ชัดเจนมาก เราต้องเดินหน้าต่อในเส้นทางที่วางไว้ นั่นคือการต่อสู้ในแถวหน้าอย่างสม่ำเสมอ “ลูก้า มารินี” แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและไหวพริบทางเทคนิคที่เฉียบคม ขณะที่มีความมุ่งมั่นและความอดทนของ “โจอัน เมียร์” ก็เป็นแรงผลักดันให้เราทุกคน ผมขอชื่นชม คาสตรอล สำหรับความพยายามของพวกเขาเช่นกัน เพราะความร่วมมือของเรานั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
สำหรับทีมโรงงานอย่าง ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล จะนำโดย “โจอัน เมียร์” นักบิดสแปนิชดีกรีแชมป์โลกปี 2020 โดยเจ้าตัวจะใช้รถแข่งหมายเลข 36 จับคู่กับ “ลูก้า มารินี” ทีมเมทชาวอิตาเลียน เจ้าของหมายเลข 10
ส่วนทีมแซทเทิลไลต์อย่าง ฮอนด้า แอลซีอาร์ ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านั้น 1 วัน ประกอบด้วยจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสอย่าง “โยฮันน์ ซาร์โก” เจ้าของหมายเลข 5 จับคู่กับ “ดิโอโก้ โมเรร่า” นักบิดรุกกี้ชาวบราซิเลียน ที่ขยับขึ้นสู่โมโตจีพีเป็นฤดูกาลแรกด้วยหมายเลข 11
สำหรับ ทัพนักบิดฮอนด้า มีคิวลงทดสอบอย่างเป็นทางการใน ออฟฟิเชียล เทสต์ ครั้งแรกของ โมโตจีพี 2026 ระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ก่อนจะเดินทาง มาทดสอบครั้งสุดท้ายที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์นี้ และดวลความเร็วสนามแรกของฤดูกาลในศึก ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคมนี้
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
โตโยต้าเปิดปีสุดว้าว! ชวนมางาน “Drive Fin In Love” โปรสุดฟิน ดีลสุดว้าว ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ 11–15 กุมภาพันธ์ 2569
โตโยต้าเดินหน้าเปิดปี 2569 ด้วยอีเวนต์สุดพิเศษเพื่อคนเมืองกับงาน “Drive Fin In Love” โปรสุดฟิน ดีลสุดว้าว จัดเต็มใจกลางกรุงเทพฯ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 11–15 กุมภาพันธ์ 2569 ชั้น 1 Central Court, Eden Zone และ Square A พร้อมเชิญชวนลูกค้าที่กำลังมองหารถคันใหม่ ทั้ง รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และ รถยนต์ไฮบริด (HEV) มาสัมผัสรถจริง ทดลองขับจริง และรับข้อเสนอพิเศษจัดเต็มเฉพาะภายในงานเท่านั้น
กิจกรรมนี้จัดเต็มตั้งแต่ ลาน EDEN และ Central Court พร้อมไฮไลท์ใหม่ “ลานทดลองขับ” ที่ลานSquare A หน้า Apple Store กับกิจกรรมทดลองขับรถโตโยต้าตะลุยฐานสุดคิวท์ สัมผัสฟีเจอร์ล้ำและฟีลลิ่งขับขี่ที่คล่องตัวสำหรับคนเมือง พร้อมรับ ดีลสุดว้าว เงื่อนไขดีที่สุด พร้อมจบทุกดีลในงาน
ภายในงาน โตโยต้ายังยกระดับประสบการณ์ให้ “ว้าว” มากกว่าที่เคย ด้วยการเนรมิตพื้นที่จัดแสดงตั้งแต่ Central Court และ Eden Zone บริเวณกลางศูนย์การค้า เพื่อโชว์รุ่นเปิดตัวใหม่ล่าสุด อย่าง รถยนต์ไฟฟ้า 100% bZ4X, Yaris Cross Night Shade, Corolla Cross GR Sport ใหม่ และรุ่นอื่นๆอีกมากมายทั้ง Veloz, Innova, Alphard พร้อมกับ ปิดลาน Square A หน้า Apple Store แปลงโฉมเป็น “ลาน TEST DRIVE สุดฟิน ให้ลูกค้าได้ชม ทดลองขับ และเลือกเปรียบเทียบได้ครบในที่เดียว
พิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับ ดีลสุดว้าว เงื่อนไขดีที่สุด พร้อมจบทุกดีลในงานเดียว ที่ช่วยให้การออกรถเป็นเรื่องง่ายขึ้น กับแคมเปญสุดฟิน “จองรถในงานรับโชค 4 ชั้น” และพลาดไม่ได้กับ มินิคอนเสิร์ตเวลา 18.00 น. ทุกวัน ณ ลาน EDEN กับศิลปินรับเชิญที่จะมาสร้างบรรยากาศให้คึกคักตลอดช่วงจัดงาน รับรองได้ว่ามางานเดียว ได้ทั้งความคุ้มค่าและความสนุกฟินๆ อย่างแน่นอน
“โปรสุดฟิน ดีลสุดว้าว” เงื่อนไขดีที่สุด พร้อมจบทุกดีลในงานเดียว
พิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงานรับโปรสุดฟิน ดีลสุดว้าว เงื่อนไขดีที่สุดพร้อมจบทุกดีลในงานเดียว ที่ช่วยให้การออกรถเป็นเรื่องง่ายขึ้น กับแคมเปญสุดฟิน “ จองรถในงานรับโชค 4 ชั้น”
โชคชั้นที่ 1 เลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษ
> เลือกรับส่วนลดเงินดาวน์ 10,000 บาท หรือ
> เลือกรับส่วนลดดอกเบี้ย 0.5%โชคชั้นที่ 2 จองรถ Yaris / Yaris Ativ / Yaris Cross / Corolla Cross หรือ bZ4X
รับฟรี บัตร Cenpay มูลค่า 2,000บาทโชคชั้นที่ 3 ลูกค้าเก่าโตโยต้า จองรถในงานรับฟรี บัตร Cenpay มูลค่า 2,000บาท
โชคชั้นที่ 4 ทดลองขับ และจองรถภายในงานรับฟรี บัตร Cenpay มูลค่า 500 บาท
ไฮไลท์ใหม่ปีนี้! ปิดลาน Square A หน้า Apple Store แปลงโฉมเป็น “ลาน TEST DRIVE สุดฟิน”
หนึ่งในความพิเศษที่เป็นไฮไลท์ของงานในปีนี้ คือ โตโยต้าได้ปิดพื้นที่ ลาน Square A บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า (หน้า Apple Store) เพื่อปรับเป็น ลานทดลองขับ ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ทดลองขับแบบเต็มอารมณ์ พร้อมกิจกรรมขับผ่าน ฐานทดสอบสุดคิวท์ ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับได้ลองใช้งานฟีเจอร์เด่นที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงสัมผัส ฟิลลิ่งการขับขี่ที่ขับง่าย คล่องตัว และเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยภายในงานมีรถให้ทดลองขับมากถึง 4 รุ่น ครอบคลุมทั้งกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้เลือกคันที่ใช่ได้ง่ายขึ้น
Influencer Talk : กูรูเลือกให้ รุ่นไหนใช่สำหรับคุณ
สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์ไฮบริดจากโตโยต้า แต่ยังไม่แน่ใจว่ารุ่นไหนเหมาะกับตนเอง โตโยต้าเตรียมกิจกรรมพิเศษ Influencer Talk โดยเชิญ กูรูสายยานยนต์ชื่อดัง “ตัวพ่อของวงการ” มาร่วมพูดคุยให้ความรู้แบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพทั้งจุดเด่น และความแตกต่างของรถทั้งสองประเภท เพื่อเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับการใช้งานจริงของแต่ละคนได้อย่างมั่นใจพบกับ คุณจิมมี่ Headlightmag และ คุณเบิร์ธ MassAutoCar
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 – 18.00 น.
มินิคอนเสิร์ตทุกวัน เวลา 18.00 น. ณ ลาน EDEN
เติมสีสันให้การมางานสนุกยิ่งขึ้น กับ มินิคอนเสิร์ตทุกวัน เวลา 18.00 น. ณ ลาน EDEN พร้อมศิลปินรับเชิญที่จะมาสร้างบรรยากาศให้คึกคักตลอดช่วงจัดงาน
- 11 กุมภาพันธ์ 2569 พบกับ อิงค์ วรันธร
- 12 กุมภาพันธ์ 2569 พบกับ โฟร์ท ณัฐวรรธน์
- 13 กุมภาพันธ์ 2569 พบกับ BB Memory
- 14 กุมภาพันธ์ 2569 พบกับ แอลลี่ อชิรญา
- 15 กุมภาพันธ์ 2569 พบกับ ETC
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า มอบทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษา กว่า 1.2 ล้านบาท ส่งเสริมการศึกษาและสร้างอนาคตเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย มุ่งส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาเยาวชนไทย ภายใต้โครงการ “ไทยฮอนด้า เติมฝัน สู่อนาคต” ปีการศึกษา 2568 โดยมอบทุนการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาให้แก่นักเรียน รวมมูลค่ากว่า 1,200,000 บาท โดยมีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้สามารถสำเร็จการศึกษาในระดับพื้นฐานได้ตามเป้าหมาย ลดปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา อีกทั้งส่งเสริมศักยภาพเยาวชนให้สามารถเรียนรู้และเติบโตได้อย่างเต็มที่ สร้างอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป
ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ไทยฮอนด้าเชื่อมั่นว่าการศึกษาคือรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า การมอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ ไทยฮอนด้า เติมฝันสู่อนาคต ในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการสนับสนุนทางการเงิน แต่คือการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม เพื่อให้เยาวชนไทยที่มีศักยภาพได้มีกำลังใจในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เรามุ่งหวังที่จะเห็นเยาวชนเหล่านี้เติบโตขึ้นเป็นบุคลากรที่พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคม โดยไทยฮอนด้าพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนการเรียนรู้ในทุกมิติ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้คนรุ่นใหม่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของชีวิตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”
โดยครั้งนี้ ไทยฮอนด้าได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษา ณ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมคณะ และตัวแทนนักเรียนเข้ารับมอบทุนการศึกษา โดยมอบแก่นักเรียนทุนรุ่นที่ 1 และ รุ่นที่ 2 ที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์จำนวน 300 ทุน ทุนละ 4,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 1,200,000 บาท ซึ่งไทยฮอนด้าได้จัดมอบทุนการศึกษาสำหรับระดับมัธยมศึกษาต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว
การดำเนินโครงการ “ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย” สะท้อนถึงเป้าหมายของบริษัทฯ ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต และเติบโตขึ้นไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ ไทยฮอนด้า เชื่อมั่นว่า “การศึกษา” คือรากฐานที่มั่นคงของการพัฒนาสังคม และจะยังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง
#ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine








































































































































