• รถจักรยานยนต์ฮอนด้า แจกความคุ้มส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับโปรโมชัน “ยางไงก็คุ้ม” ยางคุณภาพราคาพิเศษ เสริมความมั่นใจทุกการเดินทาง

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า แจกความคุ้มส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับโปรโมชัน “ยางไงก็คุ้ม”  ยางคุณภาพราคาพิเศษ เสริมความมั่นใจทุกการเดินทาง

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เดินหน้าดูแลผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศรับช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เปิดโปรโมชันพิเศษ “ยางไงก็คุ้ม” มอบความคุ้มค่าและความปลอดภัยในการเดินทาง ด้วยยางรถจักรยานยนต์คุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ ในราคาพิเศษ พร้อมบริการตรวจเช็กและเปลี่ยนยางโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ณ ศูนย์บริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

     

    โปรโมชัน “ยางไงก็คุ้ม” คัดสรรยางที่เหมาะสมกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าหลากหลายรุ่น ครอบคลุมทั้งรถครอบครัวและรถออโตเมติก ตอบโจทย์การใช้งานจริงทั้งด้านคุณภาพ ความทนทาน และความคุ้มค่า โดยมีรายละเอียดดังนี้

     

    ยาง V-Rubber

    คุ้มจริง ถูกใจ Wave110i / Wave125i (ล้อซี่ลวด และล้อแม็ก ใช้ยางใน)

    • ยางหน้าขนาด 70/90-17 ราคา 440 บาท
    • ยางหลังขนาด 80/90-17 ราคา 520 บาท

    คุ้มค่า พร้อมชิล Scoopy / Click (ล้อซี่ลวด ใช้ยางใน)

    • ยางหน้าขนาด 80/90-14 ราคา 405 บาท
    • ยางหลังขนาด 90/90-14 ราคา 505 บาท

    คุ้มครบ จัดเต็ม Click (ล้อแม็ก ไม่ใช้ยางใน)

    • ยางหน้าขนาด 80/90-14 ราคา 520 บาท
    • ยางหลังขนาด 90/90-14 ราคา 595 บาท

     

    ยาง MICHELIN

    PCX150 แบบไม่ใช้ยางใน (ปี 2018–2020)

    • ยางนอกล้อหน้าขนาด 100/80-14 M/C 48P ราคาเส้นละ 1,930 บาท
    • ยางนอกล้อหลังขนาด 120/70-14 M/C 61P ราคาเส้นละ 2,350 บาท

    PCX160 แบบไม่ใช้ยางใน (ปี 2023 เป็นต้นไป)

    • ยางนอกล้อหน้าขนาด 110/70-14 M/C 50P ราคาเส้นละ 1,580 บาท
    • ยางนอกล้อหลังขนาด 130/70-13 M/C 63P ราคาเส้นละ 1,850 บาท

     

    โปรโมชัน “ยางไงก็คุ้ม” มอบราคาพิเศษตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2569 เพื่อให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้ามั่นใจทุกเส้นทาง กับยางคุณภาพที่ช่วยเสริมความปลอดภัยในทุกการเดินทาง

    ทั้งนี้ โปรโมชันดังกล่าวสามารถใช้ได้กับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเฉพาะรุ่นที่บริษัทฯ กำหนด โดยราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าติดตั้ง ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ

     

    สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

     

    #ยางไงก็คุ้ม #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #HondaWingCenter


    No Comment
  • “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์“ กับเส้นทางความสำเร็จ พร้อมผลักดันทีมไทย สร้างชื่อระดับโลก

    1 Min Read

    “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์“ กับเส้นทางความสำเร็จ พร้อมผลักดันทีมไทย สร้างชื่อระดับโลก

    เพราะความสำเร็จในโลกมอเตอร์สปอร์ต 2 ล้อ หรือ จักรยานยนต์ทางเรียบ ไม่ได้มีเพียงเส้นทางของ “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์” ซึ่งใช้รถแข่งโปรโตไทป์ลงต่อสู้กันในสังเวียนความเร็ว

    แต่ทางคู่ขนานโลกของยานยนต์ก็ขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่เรียกว่า “โปรดักชั่นไบค์” หรือจักรยานยนต์ที่ถูกวางจำหน่ายจริงในตลาดทั่วโลก ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของแต่ละแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

    “ฮอนด้า” เป็นหนึ่งในค่ายมอเตอร์ไซค์ที่ทุ่มสุดความสามารถทั้งการแข่งขันด้วยโปรโตไทป์ และรถแข่งที่มาจากโปรดักชั่นไบค์ทุกระดับทั้งใน เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ และการแข่งขันระดับภูมิภาคเพื่อผลักดันนักบิดขึ้นสู่ระดับสูงสุดของโลกในแต่ละสาย

     

    สำหรับ ไทยฮอนด้า ที่ยังคงให้ความสำคัญในการผลักดันเด็กไทยสู่การแข่งขันแต่ละระดับ นอกจากนักกีฬา ยังมีทีมช่าง วิศวกรการแข่งขัน และการบริหารงานในเรซระดับนานาชาติ

     

    ขณะเดียวกันยังเป็นการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของรถแข่ง ฮอนด้า ในแต่ละคลาสที่ลงสู่สนามด้วย

     

    ในปี 2025 นับเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 10 ปี ที่ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กลับมาสร้างทีมของตัวเองในการแข่งขันระดับชิงแชมป์เอเชีย โดยทีมชุดนี้ประกอบด้วยทีมช่างและวิศวกรการแข่งขัน ที่สั่งสมประสบการณ์ทั้งในระดับโลกและเอเชียมาแล้ว ขณะเดียวกันยังนำโดยนักบิดมากประสบการณ์อย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ อดีตนักบิดโมโตทรีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์

     

    “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ในปี 2025 โชว์ความแข็งแกร่งอย่างมากในศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ โดยเฉพาะในรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ภายใต้การบิดของ “ชิพ-นครินทร์” กับรถแข่งคู่ใจอย่าง Honda CBR1000RR หมายเลข 41

     

    “ชิพ-นครินทร์” เปิดตัวร้อนแรงด้วยการคว้าชัยชนะทั้ง 2 เรซ ในสนามแรกที่ บุรีรัมย์ มีลุ้นแชมป์เอเชียอย่างเต็มตัว ก่อนจะเดินหน้าเก็บแต้มอย่างต่อเนื่อง แต่จากจุดเปลี่ยนหลายอย่างส่งผลให้ตกเป็นรองคู่แข่งหลังผ่าน 4 สนามแรก

    ทว่าเมื่อเข้าสู่สนามรองสุดท้ายที่ มาเลเซีย นักบิดไทยพลิกกลับมาเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง ก่อนกลับมาลุ้นแชมป์ในโฮมเรซ ซึ่งเป็นสนามสุดท้าย โดย “ชิพ-นครินทร์” โชว์ฟอร์มร้อนแรงคว้าชัยชนะเรซสุดท้ายมาครอง ส่งผลให้เขาผงาดรั้งตำแหน่งรองแชมป์เอเชียอย่างสมภาคภูมิ ด้วยคะแนนเป็นรองเพียง 3 แต้มเท่านั้น

     

    ตลอดทั้งปี “ชิพ-นครินทร์” คว้ามาได้ทั้งสิ้น 6 โพเดียม และ 3 ชัยชนะ นอกจากนี้เขายังได้รับโอกาสขึ้นไปแข่งขันใน โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 ร่วมกับ อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ทั้งสิ้น 5 สนาม ได้แก่ สเปน, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรีย และ ฮังการี โดยเจ้าตัวมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเก็บประสบการณ์ในศึก เอ็มเอฟเจ ออลเจแปน โร้ด เรซ แชมเปี้ยนชิพ 2025 ด้วย

     

    นอกจากนี้ “ชิพ-นครินทร์” ยังได้รับโอกาสสำคัญเข้าร่วมแข่งขันในศึก เอ็นดูรานซ์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 กับรายการระดับตำนานของโลกอย่าง ซูซูกะ 8 ชั่วโมง 2025 ร่วมกับสังกัด ฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม ด้วยการผนึกกำลังกับ อัซรอย ฮาคีม อานัวร์ และ ซัควาน ไซดี้ สร้างผลงานที่แข็งแกร่งด้วยการคว้าอันดับ 10 มาครองได้สำเร็จ

     

    ซึ่งหากดูจากรายการที่ลงแข่งแล้ว “ชิพ-นครินทร์” อาจถูกจัดเป็นนักบิดที่ลงแข่งหลายรายการมากที่สุดในโลกสำหรับฤดูกาล 2025 ก็เป็นได้

     

    ความท้าทายของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ไม่ได้มีเพียงในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี เพราะในปีนี้พวกเขายังส่งทีมเข้าร่วมล่าความสำเร็จในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ด้วยกองทัพดาวรุ่งเลือดใหม่ ประกอบด้วย “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว และ “ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ ซึ่งถูกวางเป็นกำลังของทีมในอนาคต

     

    “มิกซ์-ธนัช” สร้างผลงานอย่างโดดเด่นด้วยการขยับขึ้นไปลุ้นชัยชนะได้ทุกเรซ เก็บมาได้ทั้งสิ้น 120 คะแนน รั้งอันดับ 5 บนตารางคะแนนสะสมเมื่อจบฤดูกาล ผลงานดีที่สุดคือการคว้าชัยชนะเรซสุดท้ายในโฮมเรซที่ บุรีรัมย์ ขณะที่ “ไฮเปค-กฤษฎา” ถือเป็นปีที่เขาได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ ผลงานดีที่สุดคือการคว้าอันดับ 2 ที่ อินโดนีเซีย และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ เก็บไปทั้งสิ้น 75 คะแนน

     

    ส่วนในรุ่นเล็กอย่าง เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ในปีนี้ ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ใช้การแข่งขันในรุ่นนี้มอบโอกาสสำหรับดาวรุ่งจากโครงการ “ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ” ให้ได้สัมผัสการต่อสู้ระดับสูง ด้วยการสอบสิทธิ์ไวลด์การ์ดให้ลงแข่งในโฮมเรซ ทั้งสนามแรกและสนามสุดท้าย ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

     

    “อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ ดาวรุ่งวัย 17 ปี สร้างผลงานอย่างโดดเด่นในการแข่งขันด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ด เขาพารถแข่ง Honda CBR250RR ขึ้นไปต่อสู้ในกลุ่มหน้ากับคู่แข่งที่ผ่านการแข่งขันระดับโลกมาแล้วอย่างสุดมันส์ ก่อนจะคว้าโพเดียมมาได้ทั้ง 2 เรซ นั่นคืออันดับ 3 จากเรซแรก และอันดับ 2 จากเรซสุดท้าย ถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว ส่วนทีมเมทอย่าง “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร โดดเด่นไม่แพ้กันด้วยการคว้าอันดับ 6 และอันดับ 5 มาครอง

     

    นอกจากนี้ ยังมีชื่อ “ชินโจ” ณภัทร จาตูม นักบิดดาวรุ่งของทีมที่ได้สิทธิ์ไวลด์การ์ดลงแข่งขันในรุ่นนี้ตั้งแต่สนามแรกของปี โดยเจ้าตัวลงเก็บประสบการณ์และบิดคว้าแต้มมาได้สำเร็จทั้ง 2 เรซ ด้วยการคว้าอันดับ 10 และ 11 มาครอง

     

    เส้นทางของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะผลักดันให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยแข็งแกร่งในทุกระดับ ในการแข่งขันระดับนานาชาติถูกวางไว้อย่างเป็นรูปแบบ มีการปั้นนักบิดระดับเยาวชนขึ้นมาเสริมทัพอย่างต่อเนื่องในทุกปี และยังคงเฟ้นหา “เพชรเม็ดงาม” เสมอเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเป้าหมายอันยิ่งใหญ่นี้

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #ARRC2025 #AsiaRoadRacingChampionship2025 #HondaCBR #Chip41 #Kaowkong20 #Mix31 #HiPeck18


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า เดินหน้าใช้เทคโนโลยี AI ในโครงการตรวจนับการสวมใส่หมวกกันน็อกผ่านกล้อง CCTV พร้อมจัดกิจกรรม Safety Caravan รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า เดินหน้าใช้เทคโนโลยี AI ในโครงการตรวจนับการสวมใส่หมวกกันน็อกผ่านกล้อง CCTV พร้อมจัดกิจกรรม Safety Caravan รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมมือกับสถานีตำรวจนครบาลฉลองกรุง และชุมชนหมู่บ้านพัฒนาทิพพาวาส เขตลาดกระบัง จัดกิจกรรม Safety Caravan คาราวานรถมอเตอร์ไซค์กว่า 100 คัน ระยะทางกว่า 14 กิโลเมตรตอกย้ำการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการสวมหมวกกันน็อก กิจกรรมคาราวานครั้งนี้เป็นการคิกออฟโครงการรณรงค์ตรวจนับการสวมใส่หมวกกันน็อกผ่านระบบตรวจจับด้วยกล้อง CCTV AI ที่ทางไทยฮอนด้าจะร่วมติดตั้งกล้อง Smart CCTV เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถจักรยานยนต์ ผ่านการเพิ่มอัตราการสวมใส่หมวกกันน็อกในพื้นที่เป้าหมาย ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยแก่ประชาชน โดยใช้พื้นที่ในเขตความรับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลฉลองกรุง เขตลาดกระบัง เป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรก และมีแผนขยายการดำเนินโครงการไปยังพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปในอนาคต เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

    การสวมใส่หมวกกันน็อกของประชาชนชาวไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างมีนัยสำคัญ เพราะฉะนั้นการยกระดับจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถจักรยานยนต์ และการลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ตรวจจับพฤติกรรมการสวมใส่หมวกกันน็อกผ่านกล้อง CCTV ควบคู่กับการจัดกิจกรรมรณรงค์และสนับสนุนการสวมใส่หมวกกันน็อกในระดับชุมชน จะช่วยสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

    ด้วยแนวคิดดังกล่าว ไทยฮอนด้าได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ได้ส่งมอบหมวกนิรภัยให้แก่ภาครัฐและประชาชนทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี วันนี้เราได้ต่อยอดสู่การรณรงค์สร้างพฤติกรรมการสวมใส่หมวกกันน็อกอย่างยั่งยืน ด้วยการเป็นเจ้าภาพดำเนินโครงการติดตั้งกล้อง Smart CCTV ที่ใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจนับผู้ไม่สวมหมวกนิรภัยในพื้นที่เป้าหมาย ช่วยวิเคราะห์ภาพแบบเรียลไทม์ ตรวจจับ แยกแยะ และแจ้งเตือนเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูตลอดเวลา อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย พร้อมผนึกความร่วมมือกับสถานีตำรวจนครบาลฉลองกรุง ในด้านการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย และทำงานร่วมกับสำนักงานเขตลาดกระบัง รวมถึงผู้นำชุมชนในพื้นที่ฉลองกรุง ในฐานะพื้นที่ Pilot เพื่อขยายการสื่อสารและรณรงค์ด้านความปลอดภัยให้เข้าถึงประชาชนอย่างกว้างขวาง

    กิจกรรม Safety Caravan ในครั้งนี้ มีตัวแทนจากไทยฮอนด้า สน.ฉลองกรุง รวมทั้งตัวแทนเขตลาดกระบังและชุมชนหมู่บ้านพัฒนาทิพพาวาส เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก มีรถมอเตอร์ไซค์ร่วมขบวนกว่า 100 คัน พร้อมด้วยรถกระจายเสียงให้ความรู้และย้ำเตือนเรื่องการสวมหมวกนิรภัยตลอดเส้นทางกว่า 14 กิโลเมตร โครงการรณรงค์ตรวจนับการสวมใส่หมวกกันน็อกผ่านระบบตรวจจับด้วยกล้อง CCTV AI คาดว่าจะช่วยให้อัตราการสวมใส่หมวกกันน็อกของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ลดจำนวนอุบัติเหตุและความรุนแรงที่เกิดจากการไม่สวมหมวกกันน็อก พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน โดยข้อมูลที่ได้จากระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์และพัฒนานโยบายด้านความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต


    No Comment
  • วอลโว่ ทรัคส์ มอบของขวัญปีใหม่ เปิดตัว “Volvo FM13 PRO” รถบรรทุกพรีเมียมสเปคคุ้มค่า ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

    1 Min Read

    วอลโว่ ทรัคส์ มอบของขวัญปีใหม่ เปิดตัว “Volvo FM13 PRO” รถบรรทุกพรีเมียมสเปคคุ้มค่า ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

    วอลโว่ ทรัคส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถบรรทุกจากประเทศสวีเดน ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมขนส่ง มอบของขวัญปีใหม่แก่ผู้ประกอบการไทยด้วยการเปิดตัวรถบรรทุกรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด “Volvo FM13 PRO” ภายใต้แนวคิด “The Professional Choice for Every Journey” โดยเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของรุ่น Euro 5 ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อส่งมอบสมรรถนะระดับมืออาชีพในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม พร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมขนส่งไทยสู่ความยั่งยืน

     

    นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่าย วอลโว่ ทรัคส์ (ประเทศไทย) อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า “เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีและเข้าสู่เทศกาลแห่งความสุข วอลโว่ ทรัคส์ ขอมอบ ‘ของขวัญ’ ชิ้นพิเศษให้กับผู้ประกอบการขนส่งชาวไทย ด้วยการเปิดตัว Volvo FM13 PRO ซึ่งเราตั้งใจออกแบบมาให้เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับธุรกิจ โดยการปรับจูนสเปคให้ตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบ ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัย สมรรถนะ และความเป็นมืออาชีพตามแบบฉบับของวอลโว่ ทรัคส์ อย่างครบถ้วน”

    “เราเชื่อว่า Volvo FM13 PRO จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจโลจิสติกส์ และพันธมิตรทางธุรกิจของเราสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมตอบโจทย์การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานไอเสีย Euro 5” นางสาววิลาวัลย์กล่าวเสริม

    ไฮไลต์เทคโนโลยีและข้อมูลผลิตภัณฑ์ Volvo FM13 PRO:

    • สมรรถนะเครื่องยนต์: เครื่องยนต์ 13 ลิตร 380 แรงม้า มาตรฐาน Euro 5 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี SCR ช่วยบำบัดไอเสียอย่างมีประสิทธิภาพและรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงไบโอดีเซล
    • ระบบส่งกำลัง: เกียร์กึ่งอัตโนมัติ I-Shift Generation G ช่วยให้การขับขี่สะดวกสบาย เปลี่ยนเกียร์รวดเร็ว และเพิ่มอัตราการประหยัดน้ำมัน
    • ช่วงล่างและระบบเบรก: ระบบช่วงล่างถุงลมพร้อมดิสก์เบรก ระบบควบคุมเบรกแบบไฟฟ้า (EBS) เพื่อการรับน้ำหนักและสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่เหนือกว่า พร้อมเบรกเสริม Volvo Engine Brake (VEB) เพิ่มความปลอดภัย
    • ความปลอดภัยอัจฉริยะ: ระบบถุงลมพวงมาลัย (Airbag) และทางออกฉุกเฉินทางหลังคา (Sky Window) ตามมาตรฐานสากล
    • ความสะดวกสบายของผู้ขับขี่: เบาะนั่งแบบถุงลมลดความเมื่อยล้า จอแสดงผลข้อมูลดิจิทัลขนาด 12 นิ้วที่อ่านง่าย และระบบ Central door locks พร้อมรีโมทคอนโทรล
    • ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์: โคมไฟหน้าโฉมใหม่พร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน (Daytime Running Light) รูปตัว “V” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความพรีเมียมของแบรนด์

     

    ด้าน นายมาร์ติน ซอมเมอร์ รองประธานฝ่ายขาย วอลโว่ ทรัคส์ (ประเทศไทย) กล่าวถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ว่า “Volvo FM13 PRO คือรถบรรทุกที่ให้ความโปรเฟชชั่นนัลในทุกมิติ โดยเรายังคงใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ 13 ลิตร 380 แรงม้า มาตรฐาน Euro 5 และเกียร์ I-Shift Generation – G รุ่นล่าสุดที่ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัดน้ำมันและการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น โดยรุ่น PRO นี้มีการปรับฟีเจอร์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับรถบรรทุกสมรรถนะสูงในงบประมาณที่คุ้มค่าที่สุด”

    นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแล้ว วอลโว่ ทรัคส์ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขายอย่างมืออาชีพผ่านเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 23 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการเดินทางของลูกค้าจะเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นคง

     

    “เรามั่นใจว่า Volvo FM13 PRO จะเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง (The pro choice) สำหรับทุกเส้นทางและทุกธุรกิจขนส่งที่มองหาความคุ้มค่าโดยไม่สูญเสียมาตรฐานระดับพรีเมียม” นายมาร์ติน กล่าวปิดท้าย

    วอลโว่ ทรัคส์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมขนส่งไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการพัฒนาและปรับปรุงสเปครถบรรทุกให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงในประเทศไทยอย่างสูงสุด (Specification Optimization) เพื่อให้รถบรรทุกของเราเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างแท้จริง เราเชื่อมั่นว่าการมอบสมรรถนะมาตรฐานยุโรปในรูปแบบที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจโลจิสติกส์ไทยแข็งแกร่งขึ้น สามารถปรับตัวและอยู่รอดได้ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย พร้อมเติบโตได้อย่างมั่นคงควบคู่ไปกับความปลอดภัยที่เป็นเลิศและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • กรังด์ปรีซ์ฯ คว้ารางวัลดีเด่น “อาคารสร้างสรรค์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน” จาก พพ. กระทรวงพลังงาน ในงาน Thailand Energy Awards 2024

    1 Min Read

    กรังด์ปรีซ์ฯ คว้ารางวัลดีเด่น “อาคารสร้างสรรค์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน” จาก พพ. กระทรวงพลังงาน ในงาน Thailand Energy Awards 2024

    บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดย นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้ารับรางวัลดีเด่น ประเภทอาคารสร้างสรรค์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน สาขา อาคารปรับปรุงเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (Retrofitted Building) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลอันทรงเกียรติ ในงาน “Thailand Energy Awards 2024” จัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน โดยได้รับเกียรติจาก นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ห้องแซฟไฟร์ 202 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ชั้น 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

    ภายในงานยังมีการจัด “นิทรรศการความสำเร็จ Thailand Energy Awards 2024” โดย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางสาวนันธิกา ทั้งสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ให้เกียรติเดินเยี่ยมชมผลงานที่ได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่างๆ สำหรับผลงานของบริษัท กรังด์ปรีซ์ฯ มี นางสาวชิดชนก ไทยสาครพันธ์ หัวหน้างานอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม/QMR  เป็นผู้แทนนำเสนอผลงาน

    การประกวด Thailand Energy Awards มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูหน่วยงานและอาคารที่มีผลงานโดดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน โดยเน้นการออกแบบและการบริหารจัดการพลังงานอย่างสร้างสรรค์ สะท้อนศักยภาพของคนไทยในการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านพลังงานให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ และสอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี ค.ศ. 2050

    ทั้งนี้ โครงการ Thailand Energy Awards ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 25 โดยในปี 2024 (พ.ศ. 2567) มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 109 ผลงาน คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาคัดเลือกอย่างเข้มข้น จนได้ผลงานที่สมควรได้รับรางวัลจำนวน 54 ผลงาน ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้พลังงานคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 11,357 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 2.20 ล้านตัน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ส่งผลงานเข้าประกวดในเวที ASEAN Energy Awards 2024 และสามารถคว้ารางวัลมาได้ถึง 19 รางวัล ซึ่งบริษัท กรังด์ปรีซ์ฯ ก็สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภท Retrofitted Building of the ASEAN Energy Efficiency and Conservation Best Practices Awards 2024 มาด้วยในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านพลังงานของประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

    บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) พร้อมยืนหยัดในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  •  รถจักรยานยนต์ฮอนด้า – ททท. เปิดฉากความมันส์สายท่องเที่ยว คัด 20 ครีเอเตอร์ทั่วไทยเข้ารอบสุดท้าย ลุยภารกิจเฟ้นหาผู้ชนะ “Thai Honda Creator Connect Club 2 : สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย”

    1 Min Read

     รถจักรยานยนต์ฮอนด้า – ททท. เปิดฉากความมันส์สายท่องเที่ยว คัด 20 ครีเอเตอร์ทั่วไทยเข้ารอบสุดท้าย ลุยภารกิจเฟ้นหาผู้ชนะ “Thai Honda Creator Connect Club 2 : สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย”

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศรายชื่อ 20 ครีเอเตอร์ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในแคมเปญ Thai Honda Creator Connect Club 2 : สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย” หลังได้รับการตอบรับอย่างคึกคักจากครีเอเตอร์ทั่วประเทศ โดยมีผลงานวิดีโอส่งเข้าร่วมกิจกรรมเกือบ 400 คลิป จากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย สะท้อนถึงพลังของครีเอเตอร์รุ่นใหม่ในการถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยวไทยผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์และหลากหลาย

     

    ตลอดช่วงการเปิดรับสมัครที่ผ่านมา คอนเทนต์ที่ถูกส่งเข้ามาไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิต และวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ แต่ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการรับรู้ด้านการท่องเที่ยว และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ผ่านการเล่าเรื่องจากประสบการณ์จริงของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซึ่งเป็นพาหนะที่อยู่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของคนไทย

     

    ไทยฮอนด้าและ ททท. ขอขอบคุณครีเอเตอร์ทุกคนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญในครั้งนี้ โดยผลงานทุกคลิปช่วยขยายฐานผู้สื่อสารด้านการท่องเที่ยวไทย และเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ท้องถิ่นได้แสดงศักยภาพ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวผ่านคอนเทนต์ที่เข้าถึงได้ง่ายและสร้างแรงบันดาลใจในการออกเดินทางเที่ยวทั่วไทยได้จริง

     

    สำหรับครีเอเตอร์ 20 คนสุดท้าย จะได้เข้าร่วม Thai Honda Creator Connect Camp ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 3 วัน 2 คืน ที่เป็นกระบวนการพัฒนาครีเอเตอร์อย่างเข้มข้น ผ่านการเรียนรู้ใกล้ชิดกับครีเอเตอร์มืออาชีพ การลงพื้นที่ท่องเที่ยวจริง และการฝึกฝนทักษะการเล่าเรื่องผ่านการขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า โดยผู้เข้าร่วมจะต้องร่วมทำ Assignment เพื่อเฟ้นหาผลงานที่สามารถถ่ายทอด “ความสุขจากการขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย” ได้อย่างโดดเด่น และต่อยอดสู่การเป็นผู้ชนะของโครงการ คว้ารางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

     

    รายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย Thai Honda Creator Connect Club 2 : สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย จำนวน 20 ท่าน

    1. พัชรพล พิริยานุพงศ์             Facebook : @Navigatier
    2. ณัฏฐณิชา เหลืองสอาดกุล     Facebook : FenderFotoPortfolio
    3. ศิริศักดิ์ รินทะ                     TikTok : @khuntanriderv1
    4. สุปาณี เทียนชัย                   TikTok : @fern.stf
    5. พีรพล พงษ์ประยูร                TikTok : @aumpheera
    6. ศิรภัสสร โรจนเดชานนท์        TikTok : @maichuanrok
    7. สุทธิเดช คำมณี                   TikTok : @nooknsk
    8. นาวี อุดมพันธ์                    TikTok : Nawee9898
    9. ศรัณย์ภัทร สว่างแสง            Facebook : JapanSalaryman
    10. สโรชา หงส์พรรคมนุญ          Facebook : @nursenheetiew
    11. สราญกุล เย็นสุวรรณ์           TikTok : ไดอารี่สีเขียว
    12. ปฏิญญา คูณค้ำ                  Facebook : Meen Patinya
    13. ปัฐวีกาญจน์ ศรีวะสุทธิ์          TikTok : Go_Kan
    14. ปิยะวัชร เขตนิมิตร               TikTok : @paintyourdream_
    15. อนันตชัย บุญมาก                TikTok : ลองตะลุย
    16. สุภัสสร บุบพันธุ์                  TikTok : @toeytii_su
    17. ชานนทร์ รอดนิ่ม                 Instagram : @stobcnr
    18. สุรชัย ดอนเตาเหล็ก              Facebook : ต้อมหัวหยอง
    19. คนางค์นุช บุญพัฒน์            TikTok : @pownproud
    20. อ่องคำ อ้ายส่า                    TikTok : Goldzonex

     

    ทั้งนี้ ทีมงานได้ทำการติดต่อผู้ผ่านเข้ารอบเพื่อยืนยันสิทธิ์ผ่านทางอีเมลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีการแจ้งรายละเอียดกิจกรรมในลำดับถัดไป โดยลำดับรายชื่อผู้เข้ารอบดังกล่าว ไม่เรียงตามคะแนนหรือผลการตัดสิน และ ไม่มีผลต่อการพิจารณาคะแนนในรอบถัดไป

     

    สำหรับรางวัลมีรายละเอียดดังนี้*

    • รางวัลผู้ชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ได้แก่ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า All New Honda Scoopy รุ่น Club12 จำนวน 1 คัน เงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท และ Gift Voucher ท่องเที่ยวไทยมูลค่า 25,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมงานกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัลมูลค่ากว่า 50,000 บาท และ Gift Voucher ท่องเที่ยวไทยมูลค่า 25,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมงานกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับเงินรางวัลมูลค่ากว่า 30,000 บาท และ Gift Voucher ท่องเที่ยวไทยมูลค่า 25,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมงานกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
    • รวมถึงรางวัลชมเชยอีก 6 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท

    แคมเปญ Thai Honda Creator Connect Club 2 : สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย จะเดินหน้าสู่กิจกรรม Thai Honda Creator Connect Camp เพื่อเฟ้นหาครีเอเตอร์ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยวไทยผ่านมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าได้อย่างโดดเด่นที่สุด และคัดเลือกผู้ชนะของแคมเปญต่อไป สามารถติดตามและร่วมลุ้นผลผู้ชนะได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า

    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

     

    #สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย #ThaiHondaCreatorConnectClub2025 #HondaBigBike #CUBHouse #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #HondaSafetyThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • อีซูซุร่วมกับเอส เอฟ เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “ISUZU V-CROSS 4×4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE”

    1 Min Read

    อีซูซุร่วมกับเอส เอฟ เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “ISUZU V-CROSS 4×4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE”

    บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ร่วมกับ    โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ โดย คุณสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณสุวิทย์  ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด ISUZU V-CROSS 4×4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE” พร้อมสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงอย่างใกล้ชิดของ ISUZU V-CROSS 4x4 “THE ONE & ONLY” ปิกอัพสปอร์ตออฟโรด รุ่นใหม่ล่าสุด ในสนามทดสอบรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ISUZU 4×4 Experience” ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

                คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า อีซูซุ และ    SF Cinema เป็นพันธมิตรที่ร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องมา 17 ปีแล้ว โดยในปีนี้เป็นการร่วมมือกันสร้างภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดที่ 16 ยกระดับประสบการณ์การรับชมทั้งภาพและเสียงให้ทรงพลังยิ่งขึ้น สำหรับปีนี้จะเป็นการเล่าถึงสมรรถนะของ ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ผ่าน ISUZU 4×4 EXPERIENCE สนามทดสอบรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งประกอบด้วย 9 สถานี ที่ออกแบบและปรับปรุงโดย nendo บริษัทดีไซน์ระดับโลกจากญี่ปุ่น ในภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ เรานำเอกลักษณ์ของสถานีต่าง ๆ มาผสานเข้ากับภาพและเสียงจากธรรมชาติ เช่น ป่า ลม หรือภูเขา เพื่อสะท้อน “สมรรถนะหนึ่งเดียว” ของ ISUZU V-CROSS 4×4 ในสภาพแวดล้อมจริงอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งภาพยนตร์ชุดนี้จะทำให้ผู้ชม ได้สัมผัสสมรรถนะของรถทั้งภาพและเสียงตั้งแต่วินาทีแรก และนี่คือที่มาของการสร้างสรรค์ Digital Sound Check ชุดใหม่ในปีนี้”

     

                คุณสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีภาพและเสียงในโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ยังคงมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง และในปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความร่วมมืออันแข็งแกร่งกับอีซูซุในการนำเสนอ Digital Sound Check ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ มาอย่างยาวนาน โดยภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุด ISUZU V-CROSS 4x4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE” จะพาผู้ชมทั่วประเทศสัมผัสถึงศักยภาพของภาพและเสียงที่ดีที่สุดในโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ ทุกโรง ทุกรอบ ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป โดยความพิเศษในวันนี้ ทุกท่านจะได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ดังกล่าวก่อนใคร ณ โรงภาพยนตร์ Zigma CineStadium ด้วย ระบบฉาย Digital 4K ผสานกับระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสูงสุดในโลกภาพยนตร์”

                ภายในงานยังได้พบกับแขกรับเชิญพิเศษ “คุณนนน กรภัทร์ เกิดพันธุ์” ที่ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์   การขับรถ ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ที่สนาม ISUZU 4×4 EXPERIENCE กับพิธีกรหนุ่ม “คุณแบม ปีติภัทร คูตระกูล” โดยเผยว่า “ผมมีโอกาสได้ไปถ่ายรายการที่สนาม ISUZU 4x4 EXPERIENCE มาแล้วครับ ต้องบอกเลยว่าสนามสวยมาก การใช้เส้นสายตกแต่งหลากสี กับความท้าทายของสถานีทดสอบนี่มันลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วภาพที่ออกมาในรายการนี่สวยและโหดมากครับ ที่สำคัญคือได้ขับ ISUZU V-CROSS 4×4 คันนี้ บอกเลยว่าสมรรถนะนี่สุด ๆ ผ่านทุกสถานการณ์ยาก ๆ ไปได้แบบนิ่ง ๆ ชิล ๆ แถมยังมีฟังก์ชันที่ช่วยให้ลุยได้ง่ายและมั่นใจอย่าง พวงมาลัยไฟฟ้า EPS และกล้องรอบคัน 360 องศา พร้อมมุมมองใต้ท้องรถอีกด้วย อย่างที่ทางอีซูซุบอกเลยว่าเป็น THE ONE & ONLY จริง ๆ ครับ อยากให้   ทุกท่านรอติดตามชมความสนุกกันในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ครับ”

                เชิญร่วมสัมผัสปรากฏการณ์เหนือระดับของ ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ปิกอัพสปอร์ตออฟโรดรุ่นล่าสุดได้อย่างเต็มอรรถรส ผ่านภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุด “ISUZU V-CROSS 4×4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE” ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ในโรงภาพยนตร์เครือ เอส เอฟ ซีเนม่า ทุกสาขาทั่วประเทศ และติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com  และ LINE Official: @isuzuthai


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GEELY EX2 ล็อตแรกออกเดินทางสู่ประเทศไทย เตรียมพร้อมทยอยส่งมอบให้ลูกค้าตามแผน

    1 Min Read

    GEELY EX2 ล็อตแรกออกเดินทางสู่ประเทศไทย เตรียมพร้อมทยอยส่งมอบให้ลูกค้าตามแผน

    บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เผยความคืบหน้า GEELY EX2 ล็อตแรกกำลังออกจากท่าเรือกวางโจว ประเทศจีน และจะเดินทางถึงไทยเร็วๆ นี้ หลังสร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในระหว่างงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ที่ผ่านมา โดยกวาดยอดจองถึง 4,016 คัน ทั้งนี้ GEELY EX2 จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐาน ก่อนทยอยส่งมอบให้ลูกค้าที่จองครบ 2,000 สิทธิ์แรก และพร้อมรับรถภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ตอกย้ำความพร้อมในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดีที่สุด พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอน

    นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จของ GEELY EX2 ที่สะท้อนผ่านยอดจองทั่วประเทศ 4,016 คัน พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนถึงศักยภาพของแบรนด์ในการขยายตลาดและเติบโตอย่างมั่นคงในประเทศไทย จากความโดดเด่นของนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและคุณภาพคุ้มค่าเกินราคาของ GEELY อีกทั้งบริการหลังการขายที่มั่นใจได้จากประสบการณ์กว่า 85 ปี ของกลุ่มธนบุรี การเร่งนำ GEELY EX2 ล็อตแรกเข้าไทยนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของธนบุรีนอยสเตินในการทำงานร่วมกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น อย่างใกล้ชิด และยังมีแผนทยอยนำเข้าล็อตใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กระบวนการส่งมอบรถเป็นไปอย่างราบรื่นและให้ลูกค้าได้รับรถโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าวางรากฐานระยะยาวผ่านแผนขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มเครือข่ายเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 เพื่อเสริมความเชื่อมั่นของแบรนด์ GEELY ในประเทศไทย”

    GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% เปิดตัวด้วย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น PRO และรุ่น MAX มาพร้อมแนวคิด EXtra in Ordinary เปลี่ยนทุกวันธรรมดา…ให้พิเศษ มากกว่าเดิม” โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วย Global Intelligent Electric Architecture (GEA) แพลตฟอร์มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 11-in-1 Intelligent Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างแบบ Multi-link ให้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงและนุ่มนวล ขุมพลังแบตเตอรีลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ขนาด 39.4 kWh วิ่งได้ไกล 395 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC อัดแน่นด้วยฟังก์ชันดีที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.95 เมตร เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในทุกสภาพจราจร พื้นที่เก็บของทางด้านหน้าขนาดใหญ่ ความจุถึง 70 ลิตร มอบประโยชน์ใช้สอยได้เต็มพิกัด

     

    พร้อมกันนี้ ธนบุรีนอยสเตินร่วมกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศมอบของขวัญปีใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยการขยายระยะเวลาแคมเปญโปรโมชันพิเศษ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ดังนี้

    • GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 399,990 บาท
    • GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 429,990 บาท

    พร้อมรับสิทธิพิเศษ ภายใต้ Basic Package ได้แก่

    • ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
    • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
    • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี Portable Charger
    • ฟรี พรมปูพื้น

     

    สำหรับลูกค้าที่จองรถ GEELY EX2 ในแคมเปญราคาพิเศษนี้ จะต้องรับรถภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรักษาสิทธิ์ตามโปรโมชัน โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

     

    ทั้งนี้ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ที่ผ่านมา GEELY สามารถทำยอดจองรวมทั่วประเทศได้ถึง 4,831 คัน เป็น GEELY EX2 4,016 คัน และ GEELY EX5 815 คัน โดยการนำเข้า GEELY EX2 ล็อตแรกนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความพร้อมของแบรนด์ในการรุกตลาดไทยอย่างจริงจัง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ รวมถึงระบบบริการหลังการขายที่พร้อมรองรับลูกค้าอย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อน GEELY สู่ผู้นำตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทยในอนาคต

     

    สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์  www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ก Geely Thonburi Thailand


    No Comment
  • รถจักรยานยนต์ฮอนด้าห่วงใยทุกการเดินทาง แจกฟรี ‘Safety Sticker Have a Good Ride’ สติกเกอร์เรืองแสง เพิ่มทัศนวิสัย ขับขี่ปลอดภัยตลอดช่วงปีใหม่

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้าห่วงใยทุกการเดินทาง แจกฟรี ‘Safety Sticker Have a Good Ride’ สติกเกอร์เรืองแสง เพิ่มทัศนวิสัย ขับขี่ปลอดภัยตลอดช่วงปีใหม่

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน ชวนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ร่วมดูแลความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ ผ่านแคมเปญ Safety Sticker Have a Good Ride’ ก่อนเทศกาลปีใหม่นี้ขับขี่ปลอดภัย นำรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นเข้ารับบริการตรวจเช็กฟรี 10 รายการ ที่ Honda Wing Center รับฟรีทันที ‘Safety Sticker Have a Good Ride’ สติกเกอร์สะท้อนแสงช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจยังสามารถติดต่อเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการฮอนด้าจนกว่าสินค้าจะหมด และเตรียมมอบเพิ่มเติมอีก 100,000 แผ่นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 รวมทั้งสิ้นมูลค่ากว่า 4,000,000 บาท

    ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “การส่งเสริมความปลอดภัยในการขับขี่เป็นสิ่งที่ฮอนด้าดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจในการช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและลดความเสี่ยงบนท้องถนน เพื่อให้ทุกคนเดินทางในช่วงปีใหม่ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น เดินทางถึงบ้านและที่หมายอย่างปลอดภัย มาร่วมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมการขับขี่ ​และทำให้ทุกเส้นทางในช่วงปีใหม่นี้ปลอดภัยที่สุดไปกับฮอนด้ากัน”

    Honda Safety Sticker เป็นสติกเกอร์สะท้อนแสงที่ช่วยให้รถจักรยานยนต์มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในที่มืด ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญของ Honda Wing Center พร้อมให้บริการติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมตามความสมัครใจของผู้ใช้รถ กิจกรรมนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการส่งเสริมวัฒนธรรมการขับขี่อย่างปลอดภัย และร่วมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้ทุกการเดินทางในช่วงปีใหม่นี้เต็มไปด้วยความอุ่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

     

    #HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda  #ไทยฮอนด้า

    No Comment
  • ปอร์เช่ ประเทศไทย มอบประสบการณ์ที่มากกว่าการขับขี่ ขับเคลื่อนปีแห่งสมรรถนะ การรวมตัว และความหลงใหลในปอร์เช่

    1 Min Read

    ปอร์เช่ ประเทศไทย มอบประสบการณ์ที่มากกว่าการขับขี่ ขับเคลื่อนปีแห่งสมรรถนะ การรวมตัว และความหลงใหลในปอร์เช่

    ปัจจุบันความสำเร็จในอุตสาหกรรมรถยนต์ ไม่เพียงแค่วัดผลจากยอดจดทะเบียนเพียงอย่างเดียว แต่ยังวัดจากคุณค่าของแบรนด์ ความสัมพันธ์กับลูกค้า และพลังการเชื่อมโยงกับผู้คน โดยในปี 2568 ปอร์เช่ ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนและการสร้างกลุ่มผู้หลงใหลในแบรนด์ที่แข็งแกร่งไม่ได้แยกจากกัน แต่มีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ด้วยความมุ่งมั่นต่อลูกค้าและแฟนๆ ของปอร์เช่ ควบคู่กับกลุ่มรถยนต์ที่พร้อมรับความต้องการในอนาคต และกลยุทธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จในฐานะหนึ่งในผู้นำกลุ่มรถยนต์ระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

    ไมเคิล เวตเตอร์ (Michael Vetter) กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “การเติบโตของเราในปี 2568 ไม่ได้เพียงวัดจากยอดจดทะเบียนหรือยอดจองรถ แต่ยังสะท้อนผ่านความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ที่เราสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่องกับลูกค้าและกลุ่มผู้หลงใหลปอร์เช่ในวงกว้าง เรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนกิจกรรมและประสบการณ์ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณและเอกลักษณ์ของปอร์เช่ การรวมกลุ่มของผู้หลงใหลไม่เพียงช่วยเสริมความสัมพันธ์กับแบรนด์ให้แน่นแฟ้นขึ้น แต่ยังทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเดียวกัน ปอร์เช่ ประเทศไทย ภูมิใจที่ได้สนับสนุนทุกกิจกรรมของผู้หลงใหลในปอร์เช่ เพื่อร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”

    พลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งท่ามกลางสภาพตลาดที่ท้าทาย

    แม้ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมจะมีการแข่งขันสูง และยังต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในระดับโลก ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังคงรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งตลอดช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 โดยมีแรงขับคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

    ในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายนที่ผ่านมา รถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) คิดเป็นสัดส่วนถึง 89% ของยอดจำหน่ายรวมของปอร์เช่ ประเทศไทย สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าอย่างชัดเจน และความเชื่อมั่นต่อกลยุทธ์ในการนำเสนอระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายของแบรนด์ การเติบโตดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนถึงความต้องการซื้อที่ยังคงมีความแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังเป็นผลจากกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่สมดุลและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดในประเทศ

    หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นประกอบในประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์เอสยูวีระดับพรีเมียมยังคงเป็นกลุ่มตลาดที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งคาเยนน์ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำของปอร์เช่ในเซกเมนต์ดังกล่าว ด้วยการผสานดีเอ็นเอ แห่งรถสปอร์ตเข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ส่งผลให้สามารถดึงดูดทั้งลูกค้าใหม่และผู้หลงใหลในปอร์เช่มาอย่างต่อเนื่อง

    เดินหน้าขยายเครือข่าย เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

    ตลอดปี 2568 ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้เดินหน้าขยายและพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด ”Destination Porsche” เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ และชลบุรี ครอบคลุมตั้งแต่ Porsche Centre Bangna, Porsche Centre Pattanakarn และ Porsche Centre Pattaya   ซึ่งทุกที่ได้ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่สอดคล้อง เป็นหนึ่งเดียว และสะท้อนตัวตนของปอร์เช่

    การพัฒนา Porsche Centre Bangkok นับเป็นหมุดหมายสำคัญลำดับถัดไป โดยเป็นการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 โดยจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์บริการปอร์เช่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งงานขาย บริการหลังการขาย และพื้นที่สำหรับชุมชนอย่างครบวงจรในแห่งเดียว รวมถึงการเตรียมเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ Porsche Centre Kanlapaphruek ในช่วงปลายปี 2569 เพื่อขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงอีกหนึ่งแห่ง

    โดยภายในสิ้นปี 2569 ปอร์เช่ ประเทศไทย จะมีเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรวมทั้งสิ้น 6 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Destination Porsche” เพื่อสร้างเครือข่ายที่พร้อมสำหรับอนาคต ที่จะรองรับทั้งการเติบโตและความพึงพอใจของลูกค้า

    ตำนานรถยนต์ที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบัน

    ทิศทางธุรกิจของปอร์เช่ ประเทศไทย ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มรถยนต์ที่สืบสานเอกลักษณ์เดิมและพร้อมมุ่งสู่อนาคต โดยในปี 2568 ได้เปิดตัวรุ่นใหม่หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น  911 จีทีเอส ที-ไฮบริด (911 GTS T-Hybrid) รุ่นล่าสุด ซึ่งพิสูจน์ความคล่องตัวบนเส้นทางภูเขาในจังหวัดเชียงใหม่ และ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นปี 2026 ที่ยกระดับอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่นปีล่าสุด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรุ่นหรือระบบขับเคลื่อนแบบใด จิตวิญญาณจากสนามแข่งยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และหล่อหลอมอยู่ในปอร์เช่ทุกคัน

    ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในทิศทางหลักของปอร์เช่ ประเทศไทย โดยรุ่นสำคัญอย่าง ไทคานน์ (Taycan) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกของปอร์เช่ ยังคงสร้างมาตรฐานใหม่ด้านสมรรถนะไฟฟ้า ขณะที่ มาคันน์ (Macan) เอสยูวีที่ผสานความสปอร์ตและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์การขับขี่ในเมือง ได้ถ่ายทอดการผสานพลังงานไฟฟ้าและอารมณ์การขับขี่แบบปอร์เช่ สู่อีกหนึ่งกลุ่มตลาดสำคัญของประเทศไทย

     

    ปอร์เช่ยังคงยึดมั่นในแนวคิดว่ารถสปอร์ตแห่งอนาคตจะต้องรองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย จึงได้พัฒนาเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด และระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าไปพร้อมกัน ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัว
    คาเยนน์ อิเล็กทริค (Cayenne Electric) ที่มีพละกำลังสูงสุดถึง 1,156 แรงม้า ตอกย้ำบทบาทของปอร์เช่ในการสร้างมาตรฐานใหม่อีกครั้ง ซึ่งไม่เพียงแค่ด้านสมรรถนะ แต่ยังเปิดมิติใหม่ในด้านความสามารถในการชาร์จ ประสิทธิภาพ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน

    นอกเหนือจากทางเลือกระบบขับเคลื่อน การปรับแต่งเฉพาะบุคคลได้มีบทบาทสำคัญในการสร้างประสบการณ์ร่วมกับปอร์เช่ ผ่านโปรแกรม Porsche Exclusive Manufaktur เปิดโอกาสให้เจ้าของรถได้ถ่ายทอดตัวตนผ่านรถของตนเอง เปลี่ยนปอร์เช่แต่ละคันให้เป็นผลงานที่สะท้อนเอกลักษณ์ส่วนบุคคล มากกว่าเพียงรถยนต์หนึ่งคัน

     

     

    ชุมชนและประสบการณ์ที่มากกว่าแค่รถยนต์

    สำหรับปอร์เช่ การสร้างชุมชนไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงหลังพวงมาลัย โดยตลอดปี 2568 ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน โดยมองลูกค้าในฐานะกลุ่มผู้หลงใหลในปอร์เช่ร่วมกัน

    ปอร์เช่ ประเทศไทย สร้างประสบการณ์ร่วมผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ในด้านประสบการณ์การขับขี่อย่าง การเดินทาง Epic Road Trip จากกรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตอย่าง ปอร์เช่ คาร์เรร่า คัพ เอเชีย 2025 (PCCA) ที่บางแสน กิจกรรมขับรถในสนามแข่งต่างๆ กิจกรรมโรดโชว์จากตัวแทนจำหน่าย นิทรรศการต่าง ๆ ที่ เคอร์วิสตาน แบงคอก (Curvistan Bangkok) ซึ่งได้จัดแสดงรถแข่งระดับตำนานอย่างปอร์เช่ 956 (Porsche 956) รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมของ Porsche Club Thailand อย่างต่อเนื่อง อาทิ Drive of the year, Grand Summer Trip และ Track Day ซึ่งทุกกิจกรรมสะท้อนแนวคิดของปอร์เช่ที่เชื่อว่าการเป็นเจ้าของปอร์เช่ยกระดับคุณค่าผ่านการเดินทางและการสร้างความทรงจำร่วมกัน

    กิจกรรมที่โดดเด่นที่สุดคือดาส เทรฟเฟ่น ครั้งที่ 10 (Das Treffen X) งานรวมตัวของคนรักปอร์เช่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งฉลองครบรอบ 10 ปี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ที่กรุงเทพฯ โดยปอร์เช่ ประเทศไทย สนับสนุนงานนี้อย่างต่อเนื่องมากว่าทศวรรษ และในวันนี้ ดาส เทรฟเฟ่น ได้เติบโตจนเป็นหมุดหมายทางวัฒนธรรมของชุมชนปอร์เช่ในภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดูแลและเชื่อมโยงผู้คนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างคุณค่าลึกซึ้งและยั่งยืนยิ่งกว่าตัวเลขทางธุรกิจ

    นอกเหนือจากประสบการณ์ ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังเชื่อว่าสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นอีกหนึ่งการแสดงตัวตนของแบรนด์ ตั้งแต่การร่วมออกแบบคอลเลคชั่นร่วมกับดีไซเนอร์ต่างๆ ไปจนถึงเสื้อผ้ารุ่นพิเศษ โดยสินค้าปอร์เช่ ไลฟ์สไตล์ (Porsche Lifestyle) ได้ต่อยอดความผูกพันกับผู้หลงใหลให้ไปไกลกว่าแค่รถยนต์ อย่างเสื้อยืดรุ่นพิเศษที่ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัวล่าสุด ที่ได้ร่วมสร้างสรรค์กับ TRK หรือ เติ้ล – ธีระยุทธ พืชเพ็ญ ศิลปินสตรีทอาร์ตชาวไทยชื่อดัง ก็ได้ถ่ายทอดงานออกแบบสุดพิเศษที่ผสานความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย วัฒนธรรมไทย และจิตวิญญาณของปอร์เช่ ผ่านลวดลายที่โดดเด่น

     

    ทุก ๆ การดำเนินงานตลอดปี 2025 ได้ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของปอร์เช่ ประเทศไทย ที่เชื่อว่าชุมชนที่แข็งแกร่งไม่ได้เกิดจากรถยนต์และกิจกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้างคุณค่าให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตร่วมกับปอร์เช่ในทุกวัน ผ่านทั้งในสิ่งที่สัมผัสได้และความรู้สึกในระดับลึกซึ้ง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment