-
News Motocycle2 Min Read
CUB House เปิดตัว New Honda Monkey และ New Honda C125 อัพเกรดคู่สีใหม่ เพิ่มความมั่นใจด้วยระบบเบรก ABS
CUB House by Honda เปิดตัว New Honda Monkey และ New Honda C125 สองโมเดลสุดไอคอนิกที่สะท้อนเสน่ห์คนละขั้วอย่างชัดเจน นำโดย New Honda Monkey กลับมายกระดับความซนโดดเด่นด้วย 3 คู่สีใหม่ ‘สีดำด้าน Matt-Naughty Black‘ ‘สีเทา-แดง Silver Red Mischief’ และ ‘สีขาว-เหลือง Cheeky Yellow’ ตามด้วย New Honda C125 นำเสนอความคราฟต์ด้วย 2 คู่สีใหม่ ‘สีเทาโมโนโทน Ashy Gray’ และ ‘สีเทา-ขาว Polished Silver’ สะท้อนความพรีเมียมอย่างมีรสนิยม อีกทั้ง 2 รุ่น มาพร้อม New ABS Break ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยในทุกเส้นทาง พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ทั่วประเทศ
New Honda Monkey ยกระดับความซนไปอีกขั้น ภายใต้แนวคิด ‘Level-up Your Naughty ซนไปอีกขั้น’ ถ่ายทอดตัวตนความซนระดับตำนาน อัปเกรดทั้งดีไซน์คู่สี ได้แก่ สีดำด้าน (Matt-Naughty Black)‘ ดำด้านสุดเท่ ซนลึก ดุดันทุกมุมมอง ‘สีเทา-แดง (Silver Red Mischief)’ คู่สีสุดแสบ โดดเด่น เร้าใจทุกสายตา และ ‘สีขาว-เหลือง (Cheeky Yellow)’ ซนสดใส ตัวจี๊ดสายสนุก ยังคงเอกลักษณ์ความซนด้วยเบาะนั่ง Tartan seat ลวดลายตารางทาร์ทัน เสริมลุคซนด้วย Never Lower Muffler ท่อยกสูงสไตล์ Monkey ด้วยแผ่นกันความร้อนชุบโครเมียม พร้อมคงเอกลักษณ์ Origin Round Headlight ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟท้าย LED ทรงกลม และ Digital Meter แสบทะลุจอกับเรือนไมล์ดิจิทัล LCD แบบ Negative Meter กราฟฟิกหน้าลิงสะท้อนตัวตนความซนในแบบฉบับ Monkey ได้อย่างชัดเจน
New Honda Monkey มาพร้อมฟีเจอร์ระบบเบรก ABS ใหม่ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ อีกทั้งขับขี่ง่ายและขนาดกะทัดรัด เครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี ส่งกำลังด้วยระบบคลัชท์มือ เกียร์ 5 สปีด ตอบสนองความแสบแบบขั้นสุด วางจำหน่ายใน 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีดำ Matt-Naughty Black, สีเทา-แดง Silver-Red Mischief และสีขาว-เหลือง Cheeky-Yellow ในราคาแนะนำ 106,400 บาท
ตามมาด้วย New Honda C125 มาในคอนเซ็ปต์ ‘Craft All Curves คราฟต์ทุกเส้น เด่นทุกทาง’ ยกระดับภาพลักษณ์ความคลาสสิกด้วยการผสานความคราฟต์ทั้งในด้านดีไซน์คู่สี นำเสนอความคลาสสิกแบบร่วมสมัยด้วย ‘สีเทาโมโนโทน (Ashy Gray)’ เทาเข้มเรียบเท่ และ ‘สีเทา-ขาว (Polished Silver)’ เงางามทุกมิติ สะท้อนความพรีเมียมอย่างมีรสนิยม อีกทั้งเอกลักษณ์ S-Shape Design อันเป็นไอคอนของ Honda Super Cub ตั้งแต่ปี 1958 ที่ถ่ายทอดเส้นสายอันสง่างามและเหนือกาลเวลา พร้อมยกระดับความมั่นใจในการขับขี่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างครบครันด้วยระบบเบรก ABS ใหม่เสริมความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ และไฟส่องสว่าง Full LED Light ดีไซน์ทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์, หน้าจอ LCD Meter แบบดิจิทัลที่แสดงผลคมชัด, เบาะนั่งคู่ Double Seat ที่มอบความสบายและเสริมความสง่า New Honda C125 พร้อมวางจำหน่าย 2 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีเทา-ขาว Polished Silver และ สีเทา Ashy Gray พร้อมกับสียอดนิยม สีดำ Matt Gentle Black ในราคาแนะนำ 94,600 บาท
สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของความซนไปอีกขั้นกับ New Honda Monkey และสัมผัสความคลาสสิกที่ร่วมสมัยของ New Honda C125 สามารถสัมผัสรถคันจริงและเลือกเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ CUB House ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th/cubhouse
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊ก CUBhouse : fb.com/cubhousebyhonda
#HondaMonkey #Monkey125 #LevelUpYourNaughty #ซนไปอีกขั้น #C125 #CraftAllCurves #คราฟต์ทุกเส้นเด่นทุกทาง #CUBHouse #CUBHousebyHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
GWM สร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปิดปี 2568 ทะลุ 18,096 คัน นำโดย TANK 300 และ ORA Good Cat สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยยอดขายประจำปี 2568 กว่า 18,096 คัน เติบโต 146% จากปี 2567 ที่ผ่านมา ทำสถิติยอดขายสูงสุดในรอบ 5 ปีตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนธันวาคม 2568 ยังสามารถทำสถิติยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 3,182 คัน ตอกย้ำการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อผลิตภัณฑ์ในทุกกลุ่มพลังงานของ GWM

จากยอดขายรวมในปี 2568 จำนวน 18,096 คันนั้น มาจากความสำเร็จอย่างท้วมท้นของ GWM TANK 300 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 7,574 คัน เติบโตจากปี 2567 ถึง 1,146% และความนิยมอย่างต่อเนื่องของเจ้าเหมียวไฟฟ้า GWM ORA Good Cat ซึ่งมียอดขายทั้งหมด 7,080 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ถึง 142% ซึ่งยอดขายรวมของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นยอดขายรวมรายปีที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเฉพาะเดือนธันวาคม 2568 GWM (Thailand) มียอดขายสูงถึง 3,182 คัน ซึ่งถือเป็นยอดขายรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน และเป็นเดือนที่ GWM TANK 300 และ GWM ORA Good Cat มียอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,155 คัน และ 1,573 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดจากเดือนธันวาคมปี 2567 ถึง 1,400% และ 2,376% ตามลำดับ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GWM ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย
ปี 2568 ถือเป็นปีที่มีความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ GWM (Thailand) ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในปี 2568 มาจาก 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

- การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน หรือ Multi-powertrain ซึ่งถือเป็นจุดแข็งท่ามกลางแบรนด์รถสัญชาติจีนที่สร้างโอกาสทางการขายให้กับ GWM ในหลากหลายเซ็กเมนต์ ครอบคลุมถึง 85% ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยในปี 2568 GWM (Thailand) มีการแนะนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล 4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด และเทคโนโลยีระบบไฮบริดขับเลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส โดยมีผลิตภัณฑ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 6 รุ่น ซึ่ง 3 รุ่นอยู่ภายใต้ GWM Diesel Family ทั้ง GWM TANK 300 Diesel, GWM TANK 500 Diesel และ GWM POER SAHAR Diesel อีก 2 รุ่นในกลุ่มคอมแพกเอสยูวี ได้แก่ GWM HAVAL H6 ทั้งรุ่น PHEV และ HEV และล่าสุดกับ WEY G9 Hi4 Ultra รถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี่ ซึ่งรถยนต์ทั้ง 6 รุ่นนี้ ถือเป็นเหตุผลสำคัญของความสำเร็จของ GWM ที่มอบคุณภาพและความคุ้มค่าที่ตอบความต้องการผู้ใช้ชาวไทยได้อย่างตรงจุด จากเทคโนโลยี ความปลอดภัย ความสะดวกสบายและสมรรถนะที่เหนือกว่า ในราคาที่คุ้มค่า ทำให้ได้รับเสียงตอบรับดีจากผู้ใช้จริงทั่วประเทศ
- การรับฟังเสียงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง หรือ User-Centric ถือเป็นกลยุทธ์ที่ GWM ยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้จริงและนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่องและตรงจุด ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ การนำเครื่องยนต์ดีเซล 4T เข้ามาในรถยนต์ตระกูล GWM TANK การปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน หรือการเพิ่มฟังก์ชันต่าง ๆ เข้ามาในรถยนต์ที่สร้างความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้ใช้ ส่งผลให้ GWM สามารถสร้างการเติบโตทั้งทางธุรกิจและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม
- การพัฒนาด้านบริการหลังการขายอย่างจริงจัง บริการหลังการขายถือเป็นข้อกังวลที่สำคัญที่สุดของคนไทยที่มีต่อแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน แต่สำหรับ GWM เรามีการสร้างรากฐานและความแข็งแกร่งของแบรนด์ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผ่านการยกระดับการบริการหลังการขายอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการอะไหล่ การเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถของช่างเทคนิค และระบบประเมินคุณภาพงานบริการ การรับประกัน การซ่อมบำรุง รวมถึงการสร้างระบบและทีมงานเต็มรูปแบบในการรับฟังและบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ของลูกค้าบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ ความพยายามต่าง ๆ เหล่านี้ สร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อ GWM ในระยะยาว ส่งผลให้ GWM ได้รับการจัดอันดับ 3 จากทั้งหมด 13 แบรนด์รถยนต์หลักที่คนไทยมีความพึงพอใจสูงสุดด้านการบริการหลังการขายในปี 2568 จาก Differential และเป็นอันดับ 1 ของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน
- การขายราคาเดียวและข้อเสนอเดียวกันทั่วประเทศ หรือ One-Price Policy GWM ยึดมั่นการขายราคาเดียวกันทั่วประเทศมาตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจจวบจนถึงปัจจุบัน และในปี 2569 ก็ยังยึดถือการบริหารงานด้วยนโยบายราคาเดียวต่อไปอย่างเคร่งครัด ภายใต้ระบบการบริหารเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สโตร์ที่มีประสิทธิภาพ โดยมี GWM application เป็นศูนย์กลางของการขายและการชำระค่าสินค้า ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ สโตร์ใด ในจังหวัดใด ลูกค้าก็จะได้รับราคาและโปรโมชันเดียวกันที่กำหนดจากส่วนกลางเหมือนกันทั่วประเทศ ลดข้อกังวลของลูกค้าแบบเดิม ๆ ที่ต้องตรวจสอบราคาและข้อเสนอจากดีลเลอร์หลากหลายเจ้าเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ป้องกันการตัดราคาระหว่างผู้จำหน่าย ทำให้ลูกค้าอุ่นใจในการตัดสินใจซื้อรถยนต์คุณภาพจาก GWM ทุกรุ่นและทุกที่ทั่วไทย
เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าว “ผมขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้ GWM ตลอดเส้นทางกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จด้านยอดขายที่เราได้รับในปี 2568 นี้ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขสะท้อนการเติบโตของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน ในปี 2569 เรายังคงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าไว้วางใจ ทั้งในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การรับฟังเสียงจากลูกค้า การบริการหลังการขาย และการรักษานโยบายราคาเดียว การสนับสนุนจากลูกค้าคือแรงผลักสำคัญที่ทำให้เราขยับเข้าใกล้เป้าหมายในการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับหนึ่งด้านบริการหลังการขายในประเทศไทยและแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้บริโภคชาวไทย เราขอยืนยันว่า GWM จะยังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้บริโภคชาวไทย เพื่อให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์และการดูแลที่ดีที่สุดจากเรา ตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ของ GWM ซึ่งเป็นพันธกิจที่เรายึดมั่นและจะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงในปีต่อ ๆ ไป”
#GWM #GWMThailand #GWMTANK300 #TANK #GWMORAGoodCat #ORA
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
ธนบุรีนอยสเตินเปิดวิสัยทัศน์สู่อนาคต จัด Investor Forum ผลักดัน GEELY ขึ้นแท่นผู้นำตลาดอีวีไทย
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้าแผนขยายธุรกิจ จัดงาน Investor Forum ณ โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และแผนธุรกิจระยะยาวที่จะสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ด้วยศักยภาพของ GEELY ในฐานะผู้นำยนตรกรรมระดับโลก ผสานความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 85 ปี ของกลุ่มธนบุรี พร้อมผลักดัน GEELY ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีนักลงทุนและนักธุรกิจชั้นนำกว่า 40 ท่าน ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน
ภายในงาน ทีมผู้บริหารและผู้แทนจากทุกฝ่ายของบริษัท ได้แก่ ฝ่ายขายและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ฝ่ายการตลาด และฝ่ายบริการหลังการขาย ได้ร่วมกันนำเสนอแผนงานสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนและผู้ประกอบการทั้งที่อยู่ในธุรกิจยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น กลยุทธ์เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่างน้อยหนึ่งรุ่นทุกปี เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคไทย ควบคู่กับกลยุทธ์การขายและการตลาดที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับทั้งธุรกิจและแบรนด์ GEELY พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายด้วยแผนการขยายโชว์รูม และศูนย์บริการให้ครบ 65 แห่งภายในปีนี้ รวมถึงการเปิดโชว์รูมเรือธงแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้า
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “นอกจากจุดแข็งของ GEEY ที่มีผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย และการออกแบบอย่างประณีต ผสานความเชี่ยวชาญและความเข้าใจตลาดของกลุ่มธนบุรีแล้ว เราเชื่อว่า ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสร่วมงานกับนักธุรกิจและผู้ประกอบการชั้นนำของไทย ที่มีวิสัยทัศน์และเป้าหมายสอดคล้องกันกับบริษัท ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า บริษัทพร้อมสนับสนุนพันธมิตร ทั้งด้านทุน องค์ความรู้ และการพัฒนาทักษะบุคลากร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ทั้งบริษัทและพันธมิตรสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปด้วยกัน และผลักดันให้ GEELY ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดอีวีไทยได้อย่างมั่นคง”
ปัจจุบัน GEELY ในประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์เรือธง 2 รุ่นคือ GEELY EX5 รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า และ GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดย GEELY EX5 รุ่น PRO สามารถจำหน่ายออกจนหมดสต๊อก ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวงเลือกใช้เป็นรถสำหรับปฏิบัติงาน ขณะที่ GEELY EX2 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ในปลายปีที่ผ่านมา ก็สร้างความคึกคักให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดจองทั่วประเทศในช่วงระหว่างงานถึง 4,016 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของทั้งผู้บริโภคและหน่วยงานภาครัฐมีต่อรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง รวมถึงมาตรฐานบริการหลังการขายที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกมิติ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
อีซูซุชวนน้องๆ มัธยมปลดปล่อยไอเดียสุดคูล ในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2568”
กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จับมือกับ สพฐ. เปิดโอกาสให้เหล่าศิลปินวัยรุ่นระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเพื่อโชว์ฝีมือวาดภาพดิจิทัล (Digital Painting) พร้อมแนวคิดภายใต้หัวข้อ “SOFT POWER ไทย หลากหลายกว่าที่คุณคิด” ในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2568 ผ่านเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569 ชิงรางวัลทุนการศึกษา พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท
ไฮไลต์ที่สำคัญของการประกวดในปีนี้คือการเปิดกว้างให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ได้ร่วมตีความหัวข้อ “SOFT POWER ไทย หลากหลายกว่าที่คุณคิด” ซึ่งเป็นเวทีที่ท้าทายให้เยาวชนได้นำเสนอวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่แฝงอยู่ในทุกมิติของสังคมไทยในมุมมองที่แตกต่างกันออกไป รวมถึง อัตลักษณ์ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้เข้าประกวดจะได้ปลดปล่อยจินตนาการผ่านลายเส้นดิจิทัล เพื่อนำเสนอ Soft Power ในสายตาของคนรุ่นใหม่ที่สะท้อนตัวตนความเป็นไทยที่ทันสมัยและเป็นสากลได้อย่างไร้ขีดจำกัด
สำหรับผลงานที่โดดเด่น สามารถสื่อสารตามหัวข้อที่กำหนดได้อย่างยอดเยี่ยม จะได้รับรางวัลต่าง ๆ ดังนี้
- รางวัลชนะเลิศจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
- รางวัลชมเชยจำนวน 14 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 7 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
- รางวัล Popular Vote จำนวน 10 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 5 คน จะได้รับทุนการศึกษาคนละ 2,500 บาท
ทั้งนี้ สำหรับเยาวชนทุกคนที่ร่วมส่งผลงานแสดงฝีมือ จะได้รับประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ตั้งแต่ในรอบคัดเลือก เพื่อเป็นการสนับสนุนทุกความตั้งใจ และช่วยให้เยาวชนรุ่นใหม่ มีผลงานที่โดดเด่นสำหรับนำไปต่อยอด ในแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เพื่ออนาคตทางการศึกษาต่อไป
ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzu-youth
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
“จากัวร์-แลนด์โรเวอร์” ชวนนักสะสมและคนรักรถร่วมเป็นเจ้าของรถยนต์คลาสสิก
บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เดินหน้าสนับสนุนแนวนโยบายของภาครัฐในการนำเข้า “รถยนต์โบราณ (Classic Cars)” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมรถยนต์คลาสสิกและยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางรถโบราณในภูมิภาคโดยเปิดโอกาสให้นักสะสมและผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมระดับตำนานจาก “จากัวร์” และ “แลนด์โรเวอร์” มาร่วมเป็นเจ้าของรถยนต์คลาสสิกรุ่นเด่นจากทั้งสองแบรนด์ ส่งตรงจาก สหราชอาณาจักร โดยผู้สนใจสามารถมาใช้ทั้งบริการจัดหารถยนต์คลาสสิกแบบครบวงจร รวมไปถึงบริการบูรณะและปรับสภาพรถยนต์คลาสสิกที่อยู่ในความครอบครองอยู่แล้วเพื่อให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ภายใต้การดำเนินธุรกิจในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย นอกจากการจัดจำหน่ายรถยนต์รุ่นใหม่จากทั้งสองแบรนด์แล้ว บริษัทฯ ยังมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการดูแลรถยนต์คลาสสิกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการรับซื้อรถยนต์คลาสสิกเพื่อนำมาฟื้นฟูสภาพและจำหน่ายภายในประเทศ รวมถึงการให้บริการปรับสภาพรถยนต์คลาสสิกของลูกค้า โดยดำเนินงานภายใต้มาตรฐานโรงงาน และมุ่งเน้นการคงคุณค่าดั้งเดิมและเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของรถยนต์แต่ละคันให้มากที่สุด ตัวอย่างรถยนต์คลาสสิกที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการฟื้นฟู อาทิ Jaguar E-Type, Land Rover Series I และ Land Rover Series II ซึ่งได้รับการดูแลให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ทั้งด้านโครงสร้าง สมรรถนะ และรายละเอียดสำคัญ เพื่อให้สามารถใช้งานได้จริงควบคู่ไปกับการรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของรถยนต์แต่ละคัน
การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์รถยนต์โบราณภายใต้กรอบอัตราภาษีสรรพสามิตที่ชัดเจน โปร่งใส และเอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน อันจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจ ส่งเสริมธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และสร้างรายได้ให้แก่ประเทศในระยะยาว บริษัทฯ จึงพร้อมเปิดโอกาสให้นักสะสมและผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมระดับตำนาน สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์จากัวร์และแลนด์ โรเวอร์รุ่นคลาสสิกแท้จากสต็อกรถยนต์ที่ได้รับการรับรองจากทั้งสองแบรนด์ ส่งตรงจากสหราชอาณาจักร โดยรถยนต์ทุกคันเป็นรถยนต์ที่มีประวัติชัดเจน ตรวจสอบที่มาและประวัติการดูแลรถได้ ภายใต้การรับรองอย่างเป็นทางการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือก การนำเข้า เรื่อยไปจนถึงการดูแลหลังการขาย”
“รถยนต์คลาสสิกทุกคันที่บริษัทฯ เป็นผู้นำเข้า เป็นรถยนต์ที่ผ่านการคัดเลือกและดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญของ แบรนด์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์โดยตรง มีใบรับรองความถูกต้องจากโรงงาน (Certificate of Authenticity) ยืนยันประวัติ หมายเลขตัวถัง เครื่องยนต์ และสเปกดั้งเดิมของรถแต่ละคันชัดเจน นี่จึงเป็นโอกาสของนักสะสมและลูกค้าที่สนใจอยากเป็นเจ้าของรถยนต์คลาสสิกจากจากัวร์และแลนด์โรเวอร์ ที่จะมีทางเลือกมากขึ้นในการเข้าถึงซัพพลายรถยนต์คลาสสิกที่มีความหลากหลายและได้มาตรฐาน มั่นใจได้อย่างเต็มที่ในคุณภาพและประสิทธิภาพของรถยนต์คลาสสิกทุกคัน ที่สำคัญ รถยนต์คลาสสิกทุกคันที่เรานำเสนอ ยังเป็นสินทรัพย์การลงทุนที่มีมูลค่า ทั้งในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศด้วย” นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติม ตัวอย่างรถยนต์คลาสสิก* รุ่นที่ได้รับความนิยมและบริษัทพร้อมจัดหามาให้กับนักสะสมชาวไทย อาทิ
1.รถยนต์ Jaguar E-Type รุ่นปี 1964 – รถสปอร์ตไอคอนระดับโลก โดดเด่นด้วยงานบูรณะคุณภาพสูงในทุก รายละเอียด ทว่ายังคงไว้ซึ่งชิ้นส่วนดั้งเดิม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์คลาสสิกคันนี้สำหรับการขับขี่ใช้งานจริง
- รถยนต์ Jaguar MkII รุ่นปี 1967 – รถยนต์ซีดาน 4 ประตูเครื่องยนต์ 3.4 ลิตรสุดคลาสสิก ที่ผ่านการบูรณะใหม่ทั้งระบบ พร้อมประวัติการใช้งานที่โดดเด่น เหมาะสำหรับการใช้งานต่อได้อย่างยาวนาน
- รถยนต์ Jaguar XK120 FHC รุ่นปี 1953 – รถยนต์สปอร์ต 2 ประตูระดับตำนานที่ผลิตในสหราชอาณาจักร ผ่านการใช้งานยาวนานในสหรัฐอเมริกา ก่อนมาผ่านการบูรณะทั้งระบบตามสเปกเดิมในเยอรมนี มอบความคลาสสิกของเส้นสายที่โค้งมนงดงามผสานกับสมรรถนะได้อย่างโดดเด่น
- รถยนต์ Land Rover Series 1 “Reborn” รุ่นปี 1950 – รถยนต์เอสยูวีคลาสสิกที่แลนด์โรเวอร์ประกาศ “รีบอร์น” ครั้งแรกในปี 2016 และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ แลนด์โรเวอร์ ด้วยเอกลักษณ์ที่ โดดเด่นของความเป็นรถยนต์สายลุยในทุกผิวถนน
5.รถยนต์ Land Rover Series 1 Soft Top รุ่นปี 1951 – รถยนต์เปิดประทุนรุ่นสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของแลนด์โรเวอร์ที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ด้วยตัวถังอลูมิเนียมบนโครงเหล็กที่มีความแข็งแกร่งและทนทาน ภายใต้ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง
นอกจากบริการจัดหารถยนต์คลาสสิกที่บริษัทฯ ดำเนินการอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนแล้ว ทางบริษัทฯ ยังมีบริการบูรณะและปรับสภาพ (Restoration & Recommissioning) ครบวงจรตามมาตรฐานโรงงาน รวมถึงบริการฟื้นฟูรถยนต์คลาสสิกเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความคำนึงถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของรถยนต์แต่ละคัน สอดคล้องกับแนวนโยบายของภาครัฐที่มุ่งสนับสนุนการอนุรักษ์ยานยนต์ซึ่งถือเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมยานยนต์โลก
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เบนท์ลีย์ แบงค็อก ประกาศปรับราคา New Continental GT – New Flying Spur หลังภาษีใหม่ ’69 มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ประกาศปรับราคาขายรถยนต์เบนท์ลีย์ลง 15% ในรุ่น New Continental GT และ รุ่น New Flying Spur เครื่องยนต์แบบ V8 Hybrid หลังโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ปี 2569 ในกลุ่มรถยนต์แบบเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีความจุเครื่องยนต์มากกว่า 3.0 ลิตรมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569
สำหรับอัตราโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ปี 2569 ที่ปรับลดลงเหลือ 30% ในกลุ่มรถยนต์แบบเครื่องยนต์ไฮบริด (PHEV) ที่มีเครื่องยนต์ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร ขึ้นไป เป็นนโยบายจากทางภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนรถยนต์พลังงานสะอาด รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริด โดยจะส่งผลให้ราคาขายรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น New Continental GT เดิมมีราคาเริ่มต้น 21.9 ล้านบาท ปรับลดลง 3.5 ล้านบาท เหลือราคาเริ่มต้น 18.4 ล้านบาท และ รุ่น New Flying Spur เดิมมีราคาเริ่มต้น 20.2 ล้านบาท ปรับลดลง 3.3 ล้านบาท เหลือราคาเริ่มต้น 16.9 ล้านบาท
ดังนั้น ลูกค้าที่กำลังตัดสินใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น New Continental GT และ New Flying Spur จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่และราคารถยนต์รุ่นใหม่ที่ถูกลงและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังได้รับการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตและข้อเสนอพิเศษมูลค่าสูงจากทางเบนท์ลีย์ แบงค็อก ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์จากผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในเรื่องของภาษีและการจดทะเบียนที่ถูกต้อง อีกทั้ง บริษัทฯ ยังดูแลในเรื่องของระบบซอฟต์แวร์และการรับประกันระบบไฮบริดด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 40 ปีในการบริการก่อนและหลังการขายให้แก่กลุ่มลูกค้ารถยนต์ระดับบนด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือตรวจสอบและวิเคราะห์สำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์โดยเฉพาะที่นำเข้าจากโรงงานผู้ผลิต การรับประกันอะไหล่แท้ บุคลากรที่ผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น และ Qualified High Voltage Technician ที่จะรับรองงานบำรุงรักษาระบบไฮบริดให้เป็นไปตามมาตรฐานสูงสุดภายใต้การกำกับดูแลโดยโรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประเทศอังกฤษตลอดอายุการใช้งาน
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์พร้อมส่งมอบหรือสำรองเวลาทดลองขับได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
GWM สร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปิดปี 2568 ทะลุ 18,096 คัน นำโดย TANK 300 และ ORA Good Cat สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยยอดขายประจำปี 2568 กว่า 18,096 คัน เติบโต 146% จากปี 2567 ที่ผ่านมา ทำสถิติยอดขายสูงสุดในรอบ 5 ปีตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนธันวาคม 2568 ยังสามารถทำสถิติยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 3,182 คัน ตอกย้ำการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อผลิตภัณฑ์ในทุกกลุ่มพลังงานของ GWM
จากยอดขายรวมในปี 2568 จำนวน 18,096 คันนั้น มาจากความสำเร็จอย่างท้วมท้นของ GWM TANK 300 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 7,574 คัน เติบโตจากปี 2567 ถึง 1,146% และความนิยมอย่างต่อเนื่องของเจ้าเหมียวไฟฟ้า GWM ORA Good Cat ซึ่งมียอดขายทั้งหมด 7,080 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ถึง 142% ซึ่งยอดขายรวมของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นยอดขายรวมรายปีที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเฉพาะเดือนธันวาคม 2568 GWM (Thailand) มียอดขายสูงถึง 3,182 คัน ซึ่งถือเป็นยอดขายรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน และเป็นเดือนที่ GWM TANK 300 และ GWM ORA Good Cat มียอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,155 คัน และ 1,573 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดจากเดือนธันวาคมปี 2567 ถึง 1,400% และ 2,376% ตามลำดับ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GWM ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย
ปี 2568 ถือเป็นปีที่มีความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ GWM (Thailand) ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในปี 2568 มาจาก 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่
- การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน หรือ Multi-powertrain ซึ่งถือเป็นจุดแข็งท่ามกลางแบรนด์รถสัญชาติจีนที่สร้างโอกาสทางการขายให้กับ GWM ในหลากหลายเซ็กเมนต์ ครอบคลุมถึง 85% ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยในปี 2568 GWM (Thailand) มีการแนะนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล 4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด และเทคโนโลยีระบบไฮบริดขับเลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส โดยมีผลิตภัณฑ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 6 รุ่น ซึ่ง 3 รุ่นอยู่ภายใต้ GWM Diesel Family ทั้ง GWM TANK 300 Diesel, GWM TANK 500 Diesel และ GWM POER SAHAR Diesel อีก 2 รุ่นในกลุ่มคอมแพกเอสยูวี ได้แก่ GWM HAVAL H6 ทั้งรุ่น PHEV และ HEV และล่าสุดกับ WEY G9 Hi4 Ultra รถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี่ ซึ่งรถยนต์ทั้ง 6 รุ่นนี้ ถือเป็นเหตุผลสำคัญของความสำเร็จของ GWM ที่มอบคุณภาพและความคุ้มค่าที่ตอบความต้องการผู้ใช้ชาวไทยได้อย่างตรงจุด จากเทคโนโลยี ความปลอดภัย ความสะดวกสบายและสมรรถนะที่เหนือกว่า ในราคาที่คุ้มค่า ทำให้ได้รับเสียงตอบรับดีจากผู้ใช้จริงทั่วประเทศ
- การรับฟังเสียงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง หรือ User-Centric ถือเป็นกลยุทธ์ที่ GWM ยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้จริงและนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่องและตรงจุด ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ การนำเครื่องยนต์ดีเซล 4T เข้ามาในรถยนต์ตระกูล GWM TANK การปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน หรือการเพิ่มฟังก์ชันต่าง ๆ เข้ามาในรถยนต์ที่สร้างความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้ใช้ ส่งผลให้ GWM สามารถสร้างการเติบโตทั้งทางธุรกิจและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม
- การพัฒนาด้านบริการหลังการขายอย่างจริงจัง บริการหลังการขายถือเป็นข้อกังวลที่สำคัญที่สุดของคนไทยที่มีต่อแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน แต่สำหรับ GWM เรามีการสร้างรากฐานและความแข็งแกร่งของแบรนด์ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผ่านการยกระดับการบริการหลังการขายอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการอะไหล่ การเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถของช่างเทคนิค และระบบประเมินคุณภาพงานบริการ การรับประกัน การซ่อมบำรุง รวมถึงการสร้างระบบและทีมงานเต็มรูปแบบในการรับฟังและบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ของลูกค้าบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ ความพยายามต่าง ๆ เหล่านี้ สร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อ GWM ในระยะยาว ส่งผลให้ GWM ได้รับการจัดอันดับ 3 จากทั้งหมด 13 แบรนด์รถยนต์หลักที่คนไทยมีความพึงพอใจสูงสุดด้านการบริการหลังการขายในปี 2568 จาก Differential และเป็นอันดับ 1 ของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน
- การขายราคาเดียวและข้อเสนอเดียวกันทั่วประเทศ หรือ One-Price Policy GWM ยึดมั่นการขายราคาเดียวกันทั่วประเทศมาตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจจวบจนถึงปัจจุบัน และในปี 2569 ก็ยังยึดถือการบริหารงานด้วยนโยบายราคาเดียวต่อไปอย่างเคร่งครัด ภายใต้ระบบการบริหารเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สโตร์ที่มีประสิทธิภาพ โดยมี GWM application เป็นศูนย์กลางของการขายและการชำระค่าสินค้า ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ สโตร์ใด ในจังหวัดใด ลูกค้าก็จะได้รับราคาและโปรโมชันเดียวกันที่กำหนดจากส่วนกลางเหมือนกันทั่วประเทศ ลดข้อกังวลของลูกค้าแบบเดิม ๆ ที่ต้องตรวจสอบราคาและข้อเสนอจากดีลเลอร์หลากหลายเจ้าเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ป้องกันการตัดราคาระหว่างผู้จำหน่าย ทำให้ลูกค้าอุ่นใจในการตัดสินใจซื้อรถยนต์คุณภาพจาก GWM ทุกรุ่นและทุกที่ทั่วไทย
เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าว “ผมขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้ GWM ตลอดเส้นทางกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จด้านยอดขายที่เราได้รับในปี 2568 นี้ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขสะท้อนการเติบโตของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน ในปี 2569 เรายังคงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าไว้วางใจ ทั้งในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การรับฟังเสียงจากลูกค้า การบริการหลังการขาย และการรักษานโยบายราคาเดียว การสนับสนุนจากลูกค้าคือแรงผลักสำคัญที่ทำให้เราขยับเข้าใกล้เป้าหมายในการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับหนึ่งด้านบริการหลังการขายในประเทศไทยและแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้บริโภคชาวไทย เราขอยืนยันว่า GWM จะยังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้บริโภคชาวไทย เพื่อให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์และการดูแลที่ดีที่สุดจากเรา ตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ของ GWM ซึ่งเป็นพันธกิจที่เรายึดมั่นและจะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงในปีต่อ ๆ ไป”
#GWM #GWMThailand #GWMTANK300 #TANK #GWMORAGoodCat #ORA
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า แจกความคุ้มส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับโปรโมชัน “ยางไงก็คุ้ม” ยางคุณภาพราคาพิเศษ เสริมความมั่นใจทุกการเดินทาง
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เดินหน้าดูแลผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศรับช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เปิดโปรโมชันพิเศษ “ยางไงก็คุ้ม” มอบความคุ้มค่าและความปลอดภัยในการเดินทาง ด้วยยางรถจักรยานยนต์คุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ ในราคาพิเศษ พร้อมบริการตรวจเช็กและเปลี่ยนยางโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ณ ศูนย์บริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
โปรโมชัน “ยางไงก็คุ้ม” คัดสรรยางที่เหมาะสมกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าหลากหลายรุ่น ครอบคลุมทั้งรถครอบครัวและรถออโตเมติก ตอบโจทย์การใช้งานจริงทั้งด้านคุณภาพ ความทนทาน และความคุ้มค่า โดยมีรายละเอียดดังนี้
ยาง V-Rubber
คุ้มจริง ถูกใจ Wave110i / Wave125i (ล้อซี่ลวด และล้อแม็ก ใช้ยางใน)
- ยางหน้าขนาด 70/90-17 ราคา 440 บาท
- ยางหลังขนาด 80/90-17 ราคา 520 บาท
คุ้มค่า พร้อมชิล Scoopy / Click (ล้อซี่ลวด ใช้ยางใน)
- ยางหน้าขนาด 80/90-14 ราคา 405 บาท
- ยางหลังขนาด 90/90-14 ราคา 505 บาท
คุ้มครบ จัดเต็ม Click (ล้อแม็ก ไม่ใช้ยางใน)
- ยางหน้าขนาด 80/90-14 ราคา 520 บาท
- ยางหลังขนาด 90/90-14 ราคา 595 บาท
ยาง MICHELIN
PCX150 แบบไม่ใช้ยางใน (ปี 2018–2020)
- ยางนอกล้อหน้าขนาด 100/80-14 M/C 48P ราคาเส้นละ 1,930 บาท
- ยางนอกล้อหลังขนาด 120/70-14 M/C 61P ราคาเส้นละ 2,350 บาท
PCX160 แบบไม่ใช้ยางใน (ปี 2023 เป็นต้นไป)
- ยางนอกล้อหน้าขนาด 110/70-14 M/C 50P ราคาเส้นละ 1,580 บาท
- ยางนอกล้อหลังขนาด 130/70-13 M/C 63P ราคาเส้นละ 1,850 บาท
โปรโมชัน “ยางไงก็คุ้ม” มอบราคาพิเศษตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2569 เพื่อให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้ามั่นใจทุกเส้นทาง กับยางคุณภาพที่ช่วยเสริมความปลอดภัยในทุกการเดินทาง
ทั้งนี้ โปรโมชันดังกล่าวสามารถใช้ได้กับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเฉพาะรุ่นที่บริษัทฯ กำหนด โดยราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าติดตั้ง ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ยางไงก็คุ้ม #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #HondaWingCenter
-
News Motocycle1 Min Read
“ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์“ กับเส้นทางความสำเร็จ พร้อมผลักดันทีมไทย สร้างชื่อระดับโลก
เพราะความสำเร็จในโลกมอเตอร์สปอร์ต 2 ล้อ หรือ จักรยานยนต์ทางเรียบ ไม่ได้มีเพียงเส้นทางของ “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์” ซึ่งใช้รถแข่งโปรโตไทป์ลงต่อสู้กันในสังเวียนความเร็ว
แต่ทางคู่ขนานโลกของยานยนต์ก็ขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่เรียกว่า “โปรดักชั่นไบค์” หรือจักรยานยนต์ที่ถูกวางจำหน่ายจริงในตลาดทั่วโลก ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของแต่ละแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
“ฮอนด้า” เป็นหนึ่งในค่ายมอเตอร์ไซค์ที่ทุ่มสุดความสามารถทั้งการแข่งขันด้วยโปรโตไทป์ และรถแข่งที่มาจากโปรดักชั่นไบค์ทุกระดับทั้งใน เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ และการแข่งขันระดับภูมิภาคเพื่อผลักดันนักบิดขึ้นสู่ระดับสูงสุดของโลกในแต่ละสาย
สำหรับ ไทยฮอนด้า ที่ยังคงให้ความสำคัญในการผลักดันเด็กไทยสู่การแข่งขันแต่ละระดับ นอกจากนักกีฬา ยังมีทีมช่าง วิศวกรการแข่งขัน และการบริหารงานในเรซระดับนานาชาติ
ขณะเดียวกันยังเป็นการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของรถแข่ง ฮอนด้า ในแต่ละคลาสที่ลงสู่สนามด้วย
ในปี 2025 นับเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 10 ปี ที่ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กลับมาสร้างทีมของตัวเองในการแข่งขันระดับชิงแชมป์เอเชีย โดยทีมชุดนี้ประกอบด้วยทีมช่างและวิศวกรการแข่งขัน ที่สั่งสมประสบการณ์ทั้งในระดับโลกและเอเชียมาแล้ว ขณะเดียวกันยังนำโดยนักบิดมากประสบการณ์อย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ อดีตนักบิดโมโตทรีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์
“ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ในปี 2025 โชว์ความแข็งแกร่งอย่างมากในศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ โดยเฉพาะในรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ภายใต้การบิดของ “ชิพ-นครินทร์” กับรถแข่งคู่ใจอย่าง Honda CBR1000RR หมายเลข 41
“ชิพ-นครินทร์” เปิดตัวร้อนแรงด้วยการคว้าชัยชนะทั้ง 2 เรซ ในสนามแรกที่ บุรีรัมย์ มีลุ้นแชมป์เอเชียอย่างเต็มตัว ก่อนจะเดินหน้าเก็บแต้มอย่างต่อเนื่อง แต่จากจุดเปลี่ยนหลายอย่างส่งผลให้ตกเป็นรองคู่แข่งหลังผ่าน 4 สนามแรก
ทว่าเมื่อเข้าสู่สนามรองสุดท้ายที่ มาเลเซีย นักบิดไทยพลิกกลับมาเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง ก่อนกลับมาลุ้นแชมป์ในโฮมเรซ ซึ่งเป็นสนามสุดท้าย โดย “ชิพ-นครินทร์” โชว์ฟอร์มร้อนแรงคว้าชัยชนะเรซสุดท้ายมาครอง ส่งผลให้เขาผงาดรั้งตำแหน่งรองแชมป์เอเชียอย่างสมภาคภูมิ ด้วยคะแนนเป็นรองเพียง 3 แต้มเท่านั้น
ตลอดทั้งปี “ชิพ-นครินทร์” คว้ามาได้ทั้งสิ้น 6 โพเดียม และ 3 ชัยชนะ นอกจากนี้เขายังได้รับโอกาสขึ้นไปแข่งขันใน โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 ร่วมกับ อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ทั้งสิ้น 5 สนาม ได้แก่ สเปน, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรีย และ ฮังการี โดยเจ้าตัวมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเก็บประสบการณ์ในศึก เอ็มเอฟเจ ออลเจแปน โร้ด เรซ แชมเปี้ยนชิพ 2025 ด้วย
นอกจากนี้ “ชิพ-นครินทร์” ยังได้รับโอกาสสำคัญเข้าร่วมแข่งขันในศึก เอ็นดูรานซ์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 กับรายการระดับตำนานของโลกอย่าง ซูซูกะ 8 ชั่วโมง 2025 ร่วมกับสังกัด ฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม ด้วยการผนึกกำลังกับ อัซรอย ฮาคีม อานัวร์ และ ซัควาน ไซดี้ สร้างผลงานที่แข็งแกร่งด้วยการคว้าอันดับ 10 มาครองได้สำเร็จ
ซึ่งหากดูจากรายการที่ลงแข่งแล้ว “ชิพ-นครินทร์” อาจถูกจัดเป็นนักบิดที่ลงแข่งหลายรายการมากที่สุดในโลกสำหรับฤดูกาล 2025 ก็เป็นได้
ความท้าทายของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ไม่ได้มีเพียงในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี เพราะในปีนี้พวกเขายังส่งทีมเข้าร่วมล่าความสำเร็จในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ด้วยกองทัพดาวรุ่งเลือดใหม่ ประกอบด้วย “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว และ “ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ ซึ่งถูกวางเป็นกำลังของทีมในอนาคต
“มิกซ์-ธนัช” สร้างผลงานอย่างโดดเด่นด้วยการขยับขึ้นไปลุ้นชัยชนะได้ทุกเรซ เก็บมาได้ทั้งสิ้น 120 คะแนน รั้งอันดับ 5 บนตารางคะแนนสะสมเมื่อจบฤดูกาล ผลงานดีที่สุดคือการคว้าชัยชนะเรซสุดท้ายในโฮมเรซที่ บุรีรัมย์ ขณะที่ “ไฮเปค-กฤษฎา” ถือเป็นปีที่เขาได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ ผลงานดีที่สุดคือการคว้าอันดับ 2 ที่ อินโดนีเซีย และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ เก็บไปทั้งสิ้น 75 คะแนน
ส่วนในรุ่นเล็กอย่าง เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ในปีนี้ ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ใช้การแข่งขันในรุ่นนี้มอบโอกาสสำหรับดาวรุ่งจากโครงการ “ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ” ให้ได้สัมผัสการต่อสู้ระดับสูง ด้วยการสอบสิทธิ์ไวลด์การ์ดให้ลงแข่งในโฮมเรซ ทั้งสนามแรกและสนามสุดท้าย ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
“อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ ดาวรุ่งวัย 17 ปี สร้างผลงานอย่างโดดเด่นในการแข่งขันด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ด เขาพารถแข่ง Honda CBR250RR ขึ้นไปต่อสู้ในกลุ่มหน้ากับคู่แข่งที่ผ่านการแข่งขันระดับโลกมาแล้วอย่างสุดมันส์ ก่อนจะคว้าโพเดียมมาได้ทั้ง 2 เรซ นั่นคืออันดับ 3 จากเรซแรก และอันดับ 2 จากเรซสุดท้าย ถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว ส่วนทีมเมทอย่าง “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร โดดเด่นไม่แพ้กันด้วยการคว้าอันดับ 6 และอันดับ 5 มาครอง
นอกจากนี้ ยังมีชื่อ “ชินโจ” ณภัทร จาตูม นักบิดดาวรุ่งของทีมที่ได้สิทธิ์ไวลด์การ์ดลงแข่งขันในรุ่นนี้ตั้งแต่สนามแรกของปี โดยเจ้าตัวลงเก็บประสบการณ์และบิดคว้าแต้มมาได้สำเร็จทั้ง 2 เรซ ด้วยการคว้าอันดับ 10 และ 11 มาครอง
เส้นทางของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะผลักดันให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยแข็งแกร่งในทุกระดับ ในการแข่งขันระดับนานาชาติถูกวางไว้อย่างเป็นรูปแบบ มีการปั้นนักบิดระดับเยาวชนขึ้นมาเสริมทัพอย่างต่อเนื่องในทุกปี และยังคงเฟ้นหา “เพชรเม็ดงาม” เสมอเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเป้าหมายอันยิ่งใหญ่นี้
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #ARRC2025 #AsiaRoadRacingChampionship2025 #HondaCBR #Chip41 #Kaowkong20 #Mix31 #HiPeck18
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ZEEKR มอบความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีม้าทอง 2569 ขยายสิทธิพิเศษชาร์จฟรีสำหรับผู้ใช้รถ ZEEKR ที่ ZEEKR Power เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมแนะนำเคล็ดลับขับขี่ทางไกลให้ปลอดภัยทุกเส้นทาง
ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี แนะเคล็ดลับขับขี่ทางไกลให้ปลอดภัยทุกเส้นทาง พร้อมตอบแทนลูกค้าผู้มีอุปการคุณโดยการขยายสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้รถ ZEEKR สามารถชาร์จฟรีที่สถานีชาร์จ ZEEKR Power เซ็นทรัลเวิลด์ ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569
ก้าวสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปี 2569 ที่กำลังใกล้จะมาถึง ZEEKR Thailand ขอส่งมอบความสุขความปรารถนาดี และความห่วงใยมายังผู้ขับขี่ที่วางแผนเดินทางไกลเพื่อการท่องเที่ยวหรือกลับบ้านที่ต่างจังหวัด โดยเน้นย้ำที่การเตรียมพร้อมทั้งผู้ขับขี่ที่ควรพักผ่อนให้พอ และแนะเคล็ดลับการขับรถอีวีทางไกลให้มีความปลอดภัยสูงสุดดังนี้
- แบตเตอรี่: ควรชาร์จให้เต็ม (80-100%) หรืออย่างน้อย 80% เพื่อให้ระบบทำงานเต็มประสิทธิภาพ และช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น
- ยาง: เช็กลมยางตามค่าที่ศูนย์บริการแนะนำ (อาจต้องเพิ่มแรงดันมากกว่าปกติสำหรับการใช้งานต่อเนื่องและระยะทางไกล) และตรวจสอบสภาพดอกยางที่มีดอกยางลึกเพียงพอ สภาพยางสมบูรณ์ไม่มีรอยแตก
- ระบบไฟ: เช็กไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ว่าทำงานดีปกติ
- ระบบเบรก: ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรก และสภาพน้ำมันเบรกตามคู่มือรถเพื่อความปลอดภัยเสมอ
- ระบบระบายความร้อน: ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นแบตเตอรี่ / มอเตอร์ (ถ้ามี) และรักษาระบบแบตเตอรี่ไม่ให้ร้อนหรือเย็นจัดเกินไป
- ที่ปัดน้ำฝน / น้ำฉีดกระจก: เติมให้เต็มพร้อมใช้งาน ปรับความเร็วของที่ปัดน้ำฝนให้เหมาะกับความแรงของฝน เพื่อช่วยให้มองเห็นวิสัยทัศน์ได้ดีขึ้น ไม่เสียสมาธิในการขับขี่
ที่สำคัญจัดเตรียมสายพ่วงแบตเตอรี่ (สำหรับฉุกเฉิน), สายลากจูง และชุดปฐมพยาบาล, ไฟฉาย, ป้ายสะท้อนแสง ติดรถ รวมถึงการพกกุญแจรีโมทติดตัวเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้นเมื่อเดินทางไกล เนื่องจากในบางพื้นที่อาจมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเบาบาง
พร้อมเตรียมออกเดินทางไปกับ ZEEKR ด้วยรถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรีหลากหลายรุ่นที่เหมาะสำหรับทุกกิจกรรมในช่วงเทศกาลแห่งการท่องเที่ยว
ZEEKR 7X
กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัว…มั่นใจทุกเส้นทาง
ZEEKR 7X คือ The Next Generation of Tech-Luxe SUV ที่มอบความสะดวกสบายระดับลักชูรีทั้งกลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวตั้งแต่การเข้าออกรถยนต์ด้วยประตูไฟฟ้า ระบบประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติทั้ง 4 บาน ที่มากับสมรรถนะเหนือชั้นด้วยระบบขับเคลื่อน Intelligent AWD Lightning Switch ปรับกำลังขับอัตโนมัติทันทีตามสภาพถนน และโหมด Off-Road สามารถยกความสูงตัวรถได้ถึง 230 มิลลิเมตร รองรับการขับขี่ทุกเส้นทาง ให้ระยะทางวิ่งมากกว่า 700 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) และชาร์จไวเพียง 16 นาที จาก 10%–80%
ZEEKR 009 รุ่น 6-Seater
รถเอ็มพีวีไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชูรี 6 ที่นั่ง อีกหนึ่งในสมาชิกครอบครัวที่มอบความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส
การเดินทางไกลสำหรับทุกคนในครอบครัวจะเป็นเรื่องของความสุขตลอดไป ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่ง ออกแบบมาเพื่อนำเสนอประสบการณ์การเดินทางคุณภาพระดับเฟิร์สคลาสของสายการบิน พร้อมเบาะที่นั่งผู้โดยสารแถวสองแบบ Sofaro First Class Airline Seats และโหมดการปรับแบบ Eames Lounge Chair Mode ที่สามารถปรับเอนนอนได้เพียงปุ่มเดียว และโต๊ะแบบพับเก็บได้ รวมถึงระบบเสียงรอบทิศทางจาก YAMAHA 30 ตำแหน่งที่พร้อมให้ความบันเทิงได้ในทุกการเดินทาง
ZEEKR 009 รุ่น 7-Seater
บทสรุปที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางทั้งครอบครัวขนาดใหญ่
นิยามใหม่ของความพรีเมียมทั้งสมรรถนะที่แข็งแกร่ง ห้องโดยสารระดับเฟิร์สคลาส และวัสดุคุณภาพสูงที่สะท้อนถึงความประณีตในทุกรายละเอียด โดยรุ่นนี้ยังคงไว้ซึ่งฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์อย่างครบครัน ให้ทุกเส้นทางเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย หรูหราอย่างแท้จริง และด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงถึง 603 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
เพียง 4.5 วินาที แบตเตอรี่ขนาด 116 kWh ที่ให้ระยะทางการขับขี่ 686 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDCZEEKR 009 รุ่น Standard 7-Seater
จะเดินทางใกล้ไกล…ความสะดวกสบายคือเรื่องหลัก
รุ่นนี้ครอบคลุมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไว้อย่างครบครัน รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 7 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางและพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพียงพอ เหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อนขนาดใหญ่ ลูกค้าองค์กร กลุ่มการบริการ หรือการเดินทางที่มีผู้โดยสารและสัมภาระจำนวนมาก หรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางท่องเที่ยว หรือต้องการเดินทางระยะไกลในขณะที่ยังได้รับความสะดวกสบายในทุกมิติ โดยช่วงล่างของรถเป็นแบบ High Performance Air Suspension Package หรือช่วงล่างแบบถุงลมประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบกันสะเทือน CCD Electromagnetic Vibration Reduction System ช่วยลดแรงกระแทกที่จะเข้าสู่ห้องโดยสารเพื่อให้ทุกการเดินทางนุ่มนวล และผ่อนคลาย พร้อมสมรรถนะที่วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 712 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ
ZEEKR X
โกลบอล พรีเมียม คอมแพค เอสยูวี สำหรับคนเมือง
ด้วยพลังขับเคลื่อนที่วิ่งไกลได้ถึง 540 กิโลเมตร โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีแห่งยุคอนาคตและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมนวัตกรรมการขับขี่สุดไฮเทคและแพลตฟอร์ม SEA อัจฉริยะ
เริ่มต้นเดินทางไปกับ ZEEKR ด้วยรถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรีในปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง พร้อมเพิ่มความอุ่นใจตลอดการเดินทางเมื่อรถเกิดเหตุฉุกเฉิน รับสิทธิ์บริการช่วยเหลือได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงที่ ZEEKR Call Centre โทร 02-086-9999 สำหรับผู้สนใจจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ZEEKR ทุกรุ่นได้ที่ ZEEKR House ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ หรือติดตามโปรโมชันพิเศษได้ทาง www.zeekrlife.com
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine





































































































