-
โตโยต้าคว้ารางวัล Human Resources Excellence Awards 2026 ด้าน Excellence in Diversity, Equity & Inclusion (DE&I) ตอกย้ำองค์กรแห่งโอกาส เคารพความแตกต่าง และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รับรางวัล Human Resources Excellence Awards 2026 สาขา Excellence in Diversity, Equity & Inclusion (DE&I) โดยได้รับรางวัลระดับ Silver (รองชนะเลิศอันดับ 1) จาก Human Resources Online สื่อและผู้จัดงานด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้จัดเวที Human Resource Excellence Awards เพื่อยกย่ององค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและการพัฒนาองค์กรในระดับประเทศ โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ
รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการให้ความสำคัญกับ “คน” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง เคารพความแตกต่าง ส่งเสริมความเท่าเทียม และเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมและแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับหลัก “Show respect for People” หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Toyota Way ตลอดจนวิสัยทัศน์ “Happiness for All” ที่มุ่งสร้างความสุขและคุณค่าให้แก่ผู้คน สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้ดำเนินนโยบาย DE&I อย่างเป็นรูปธรรม โดยประกาศใช้นโยบาย DE&I อย่างเป็นทางการในปี 2566 พร้อมพัฒนาแนวทางการดำเนินงานผ่านกรอบ “3E Framework” (Engage, Enrich, Evolve) โดยมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของพนักงาน (Engage) เสริมสร้างศักยภาพผ่านความหลากหลายและโอกาสที่เท่าเทียม (Enrich) และต่อยอดสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและสังคมให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (Evolve)
นอกจากนี้ โตโยต้ายังดำเนินกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องความหลากหลาย และลดอคติที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว (Unconscious Bias) การส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยและกล้าแสดงความคิดเห็น รวมทั้งการพัฒนาสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานที่หลากหลาย ตลอดจนการสนับสนุนสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมสำหรับทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม
ผลจากการดำเนินงานสะท้อนผ่านคะแนน Employee Engagement ในมิติ DE&I ที่ 81% รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมการทำงานที่พนักงานเปิดรับความคิดเห็นและมุมมองที่แตกต่าง กล้าแสดงความคิดเห็น และร่วมกันสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ มากขึ้น ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความผูกพันภายในองค์กร แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างองค์กรที่เข้มแข็งและได้รับความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว
โตโยต้าเชื่อมั่นว่า ความหลากหลายคือพลังสำคัญของการพัฒนาองค์กร ที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม สร้างสรรค์แนวคิดใหม่ และความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โตโยต้ากำลังก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งการขับเคลื่อน (Mobility Company) ที่ต้องอาศัยมุมมองและประสบการณ์ที่หลากหลายในการตอบสนองความต้องการของผู้คนและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
ในอนาคต โตโยต้าจะยังคงเดินหน้าพัฒนามาตรฐานด้าน DE&I อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานสากล ISO 30415 และขยายองค์ความรู้ด้าน DE&I ไปยังเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เปิดกว้าง อย่างเท่าเทียม
โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะเติบโตเคียงคู่สังคมไทย ด้วยการให้ความสำคัญกับผู้คนในทุกมิติ เพราะเชื่อว่า เมื่อทุกคนได้รับโอกาส ได้รับการยอมรับ และสามารถแสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ ความหลากหลายจะกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและสังคมไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
Vintage Car Show at ICONSIAM จัดแสดงรถคลาสสิคยุค ’60 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์ริมเจ้าพระยา จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” อวดโฉมรถสุดคลาสสิคระดับตำนานยุค ’60 ที่หาชมยาก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569
ดร. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “Vintage Car Show at ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “ยุคแห่งความงามสุดคลาสสิค – The Beauty of 60s Classics” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยนำ รถคลาสสิคในช่วงทศวรรษ 1960 ที่มีเส้นสาย ทรวดทรงงดงามราวกับงานศิลปะที่ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา มาให้ชมอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา”
คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามมุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์เหนือระดับที่ผสานสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและสิ่งที่ดีที่สุดของโลกเข้าไว้ด้วยกัน ในฐานะ ‘Global Experiential Destination’ การจัดงาน Vintage Car Show ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงรถยนต์โบราณทั่วไป แต่เป็นการผสานงานศิลป์ ประวัติศาสตร์ และไลฟ์สไตล์วินเทจระดับเวิลด์คลาส เข้ากับทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของโค้งน้ำเจ้าพระยา เพื่อส่งมอบความประทับใจที่แตกต่างและเป็นมิติใหม่แห่งการท่องเที่ยว ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทุกมุมโลก”
ไฮไลต์ในงานปีนี้ ได้แก่ Mercedes-Benz 190SL ปี 1958 หนึ่งในรถสปอร์ทเปิดประทุนระดับตำนานของโลก Triumph TR3A Roadster ปี 1961 รถสปอร์ทอังกฤษพันธุ์แท้จากเมืองโคเวนทรี รูปทรงปราดเปรียว Fiat 500N ปี 1957 รถที่มีความนิยมจนเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอิตาลี ขนาดกะทัดรัด มีเสน่ห์ที่ประตูย้อน และหลังคาผ้าใบสามารถเปิดม้วนเก็บได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมี Alfa Romeo 2600 Sprint ปี 1962, Morris Mini Traveller MK I Woody ปี 1962, Mercedes-Benz 230SL Pagoda ปี 1963, Jaguar E-Type Series I ปี 1964, Ford Mustang Hardtop ปี 1966, Jaguar Mark II ปี 1967 และ Nissan Skyline KGC10 ปี 1970
งานนี้ได้รับการสนับสนุนจาก TOYOTA, ZEEKR, พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK, JOIN BOAT PLATFORM, บริษัท เมกไกวส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43”
เชิญชมรถทรงคุณค่า หายากในงาน “Vintage Car Show at ICONSIAM” ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Vintage Car Club of Thailand และ www.iconsiam.com
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
ตอกย้ำความเชื่อมั่น! Honda HRC ประกาศต่อสัญญา “ก้อง-สมเกียรติ” ลุย WorldSBK 2027 เต็มฤดูกาล ต่อเนื่องปีที่ 2 บนเวทีโลก
Honda HRC ประกาศต่อสัญญา “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดชาวไทยอย่างเป็นทางการ ร่วมทีมโรงงาน Honda HRC ต่อเนื่องในศึก FIM Superbike World Championship หรือ WorldSBK ฤดูกาล 2027 แบบเต็มฤดูกาล
การต่อสัญญาครั้งนี้ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นที่ Honda HRC มีต่อ “ก้อง-สมเกียรติ” พร้อมมองเห็นศักยภาพที่จะพัฒนาร่วมกันต่อไป โดยในฤดูกาล 2027 นักบิดชาวไทยจะยังคงจับคู่กับ “เจค ดิ๊กสัน” (Jake Dixon) นักบิดชาวอังกฤษ ภายใต้สังกัด Honda HRC ซึ่งยังคงไลน์อัพนักแข่งชุดเดิม เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการพัฒนาทีมและเดินหน้ายกระดับโปรเจกต์ WorldSBK ของ Honda HRC ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ด้าน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา กล่าวว่า “ผมมีความสุขมากที่จะได้ร่วมงานกับ Honda HRC ในศึก WorldSBK ต่ออีกหนึ่งฤดูกาล ปีนี้ถือเป็นความท้าทายใหม่สำหรับผม ทั้งการแข่งขันรายการใหม่ รถแข่งคันใหม่ และสนามใหม่ๆ อีกหลายแห่งที่ต้องเรียนรู้ แต่ผมค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์และมีความเข้าใจใน Honda CBR1000RR-R SP มากขึ้นเรื่อยๆ”
“ผมรู้สึกขอบคุณอย่างมากสำหรับความไว้วางใจที่ Honda HRC มีให้กับผมมาโดยตลอด และขอขอบคุณทีมงานทุกคนสำหรับการทำงานอย่างหนักและการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยม ผมรู้สึกว่าเรายังมีศักยภาพอีกมากที่จะพัฒนาไปด้วยกัน และผมมีแรงผลักดันอย่างเต็มที่ที่จะเดินหน้าทำงาน พัฒนาตัวเองให้ก้าวไปอีกขั้น และสร้างผลงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในปี 2027”
ด้าน “ไทชิ ฮอนด้า” (Taichi Honda) ผู้จัดการทั่วไป HRC กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างมากที่จะได้เดินหน้าร่วมกับสมเกียรติต่อในฤดูกาล 2027 ในปีนี้เขาลงแข่งขัน WorldSBK เป็นฤดูกาลแรกด้วยความมุ่งมั่นอย่างมากและมีทัศนคติที่ยอดเยี่ยม โดยทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทีมและวิศวกรของเรา ขณะเดียวกันก็สามารถปรับตัวเข้ากับการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง”
“เราเชื่อว่ายังมีศักยภาพอีกมากที่จะพัฒนาร่วมกัน และการรักษาไลน์อัพนักแข่งชุดเดิมอย่างต่อเนื่องจะมีความสำคัญ ขณะที่ Honda HRC เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับโปรเจกต์ WorldSBK เรารอคอยที่จะเดินทางบนเส้นทางนี้ร่วมกับสมเกียรติต่อไป และได้เห็นเขาก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นในปี 2027”
โดยแฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และนักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2027 #WSBK2027
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
เรนาสโซ มอเตอร์ ฉลองครบรอบ 8 ปีแห่งความประทับใจ นับตั้งแต่วันแรกที่ส่งมอบ Lamborghini Huracan คันแรกอย่างเป็นทางการ พร้อมส่งท้ายปลายปีด้วยแคมเปญสุดพิเศษ “Lamborghini Huracan Aftersales Privilege” มอบเอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับบริการหลังการขาย เริ่มแล้ววันนี้ – 28 ธันวาคม 2569 ณ โชว์รูมลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ
บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ ฉลองครบรอบ 8 ปีแห่งความประทับใจ นับตั้งแต่วันแรกที่ส่งมอบ Lamborghini Huracan คันแรกอย่างเป็นทางการ พร้อมส่งท้ายปลายปีด้วยแคมเปญสุดพิเศษ “Lamborghini Huracan Aftersales Privilege” มอบเอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับบริการหลังการขายให้กับ Huracan ทุกรุ่น เริ่มแล้ววันนี้ – 28 ธันวาคม 2569 ณ โชว์รูมลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ
สิทธิพิเศษสำหรับท่านเจ้าของรถ Lamborghini Huracan ทุกรุ่น:
– รับสิทธิพิเศษสำหรับบริการหลังการขาย ส่วนลดค่าแรง 10%*
– ส่วนลดค่าอะไหล่ 25%* พร้อมบริการตรวจเช็กสภาพรถจากช่างเทคนิคโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน Lamborghini
– ส่วนลดพิเศษสำหรับ original accessories – Doorlight Logo, Phone Holder, Battery Maintainer, Apple Carplay*
-บริการพิเศษ Car Hotel by Renazzo Group บริการที่จอดรถรายวันและรายเดือน
-ส่วนลดสูงสุด 31% สำหรับ Professional Car Detailing Service*
-ส่วนลดสูงสุด 25% สินค้าแบรนด์ Lamborghini**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์ได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
เตรียมตังค์ให้พร้อม! “ThaiGP 2027” ประกาศแถลงข่าวใหญ่ 3 พ.ย. นี้ พร้อมเปิดขายบัตรพร้อมกันทั่วโลก 14.00 น. ปักหมุดเจ้าภาพ MotoGP ยุคใหม่
ประเทศไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เตรียมจัดงานแถลงข่าวการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP สนามที่ 1 ประจำปี 2027 ในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 25 การกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก)กรุงเทพ ผนึกพันธมิตรประกาศความพร้อมการจัดการแข่งขัน และเปิดจำหน่ายบัตรพร้อมกันทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ขณะที่ฝ่ายจัดการแข่งขันเผยทิศทางการเป็นเจ้าภาพในปีแรกของสัญญาฉบับใหม่ 2027–2031 มุ่งสร้างมาตรฐานการจัดงานและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลก มากกว่าการแข่งขัน สร้างสถิติยอดขายบัตร พร้อมใช้โอกาสการเป็นสนามเปิดฤดูกาล MotoGP เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน นำเสนอศักยภาพและเสน่ห์ของประเทศไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก
ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “MotoGP” สนามประเทศไทย ล่าสุด ThaiGP 2027 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 5–7 มีนาคม 2570 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นสนามเปิดฤดูกาลและจัด พรีซีซั่น-เทสต์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นสนามแรกของโลกที่จะเปิดฉากการแข่งขันภายใต้กฎเทคนิคใหม่ของ MotoGP ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2027
ปี 2027 ยังเป็นปีแรกของสัญญาฉบับใหม่ Grand Prix of Thailand ระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2027–2031 หลังประเทศไทยประสบความสำเร็จในการจัดการแข่งขันและได้รับความไว้วางใจให้เดินหน้าต่อเนื่องอีกหนึ่งวาระ โดยในช่วงสัญญาใหม่นี้ ฝ่ายจัดวางเป้าหมายให้ MotoGP สร้างผลลัพธ์กลับคืนสู่ประเทศได้มากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านเวทีกีฬาระดับโลก
นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ThaiGP พิสูจน์ให้เห็นถึงความนิยมที่แข็งแกร่งในประเทศไทย ทั้งยอดผู้ชมในสนามและกระแสตอบรับจากแฟนความเร็ว โดยเฉพาะบัตร Grandstand ที่ได้รับความสนใจอย่างสูงทุกครั้งที่เปิดจำหน่าย
ย้อนหลัง 3 ปี บัตร Grandstand ของ ThaiGP สามารถจำหน่ายหมดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที โดยปี 2024 Sold Out ภายใน 3 นาที 12 วินาที ก่อนทำสถิติเร็วขึ้นในปี 2025 ด้วยเวลาเพียง 2 นาที 55 วินาที จากจำนวนกว่า 10,000 ที่นั่ง ขณะที่ปี 2026 ยังคง Sold Out อย่างรวดเร็วภายใน 3 นาที 21 วินาที สะท้อนฐานแฟน MotoGP ที่แข็งแกร่ง และความต้องการเข้าชมการแข่งขันสนามประเทศไทยที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ThaiGP 2026 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมงานตลอด 3 วัน จำนวน 228,228 คน สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดอื่นๆ รวมประมาณ 5,139 ล้านบาท ขณะที่การถ่ายทอดสดการแข่งขันเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกมากกว่า 800 ล้านคน ในกว่า 200 ประเทศ
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นว่า มูลค่าของ MotoGP ที่ประเทศไทยได้รับไม่ได้อยู่เฉพาะจำนวนผู้ชมในสนามหรือยอดจำหน่ายบัตร แต่ยังมีเม็ดเงินจากการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร การท่องเที่ยว สินค้าและบริการ รวมถึงโอกาสในการนำเสนอประเทศไทยไปยังผู้ชมทั่วโลก
“ถ้าถามว่าอยากให้บัตร Sold Out ไหม แน่นอนว่าอยากเห็น แต่ Sold Out ไม่ควรเป็นเส้นชัยของเรา เป้าหมายที่ใหญ่กว่าคือ ทุกครั้งที่ MotoGP เกิดขึ้นในประเทศไทย คนไทยและประเทศต้องได้รับประโยชน์กลับมามากที่สุด” ผู้ว่าการ กกท. กล่าว
การเริ่มต้นสัญญาฉบับใหม่จึงต้องมองผลที่ประเทศไทยได้รับจาก MotoGP ให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ซึ่งแฟนกีฬาต่างชาติมีการเดินทางและใช้จ่ายตั้งแต่ก่อนถึงวันแข่งขัน ขณะที่จังหวัดบุรีรัมย์และพื้นที่โดยรอบมีโอกาสรับรายได้จากผู้ชมจำนวนมากที่เข้ามาในช่วงการแข่งขัน
ที่ผ่านมา ThaiGP มีจุดแข็งในการนำการแข่งขันระดับโลกมาผสมผสานกับเสน่ห์แบบไทย ทั้งอาหาร สินค้าท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม มวยไทย คอนเสิร์ต และกิจกรรม Fan Zone รวมถึงกิจกรรมสร้างสีสันที่ได้รับความสนใจจากสื่อและแฟน MotoGP ในต่างประเทศ โดยปี 2027 ฝ่ายจัดเตรียมพัฒนากิจกรรมทั้งในและนอกสนาม เพื่อกระจายการใช้จ่ายและเปิดพื้นที่ให้สินค้า บริการ และของดีจากประเทศไทยเข้าถึงแฟนมอเตอร์สปอร์ตได้มากขึ้น และมีการเตรียมการเพิ่มศิลปะวัฒนธรรมไทยเข้าไปในการจัดงานเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ขณะเดียวกัน การเป็นสนามเปิดฤดูกาลติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากวงการ MotoGP ตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะฤดูกาล 2027 ซึ่งจะเริ่มใช้รถแข่งสเปกใหม่ 850 ซีซี และกฎเทคนิคชุดใหม่พร้อมกันทั้งรายการ ทำให้ ThaiGP เป็นสนามแรกที่แฟนทั่วโลกจะได้เห็นรถแข่งยุคใหม่ลงแข่งขันจริงเพื่อชิงคะแนนสะสมชิงแชมป์โลก
ก่อนเข้าสู่การแข่งขัน ประเทศไทยยังได้รับสิทธิ์จัดพรีซีซั่น เทสต์ ภายใต้ชื่อ Buriram Test ระหว่างวันที่ 6–7 กุมภาพันธ์ 2570 เปิดโอกาสให้ทีมแข่งและนักบิด MotoGP ลงทดสอบรถสเปกใหม่ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ก่อนเปิดศึกชิงแชมป์โลกสนามแรก ระหว่างวันที่ 5–7 มีนาคม
สำหรับรายละเอียด ราคาและประเภทบัตร สิทธิประโยชน์ รวมถึงกิจกรรมสำคัญของ ThaiGP 2027 จะประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป แฟนความเร็วสามารถติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยยามาฮ่าผนึกกำลังอาชีวศึกษาเอกชน พัฒนากำลังคนคุณภาพ ยกระดับทักษะวิชาชีพสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความร่วมมือด้านการศึกษา ร่วมกับสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ภายในวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนทั่วประเทศ มุ่งยกระดับการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ พัฒนาทักษะวิชาชีพ และเสริมสร้างความพร้อมของเยาวชนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต
ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยยามาฮ่ามอเตอร์ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้และประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมสู่ภาคการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง และสนับสนุนการพัฒนากำลังคนคุณภาพที่มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยโครงการความร่วมมือประกอบด้วย 5 กิจกรรมหลัก ดังนี้
- โครงการศูนย์อบรมเทคนิคยามาฮ่า (YAMAHA Technical Training Center)
สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ พร้อมสื่อการเรียนการสอน และการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าภายในสถานศึกษา โดยพัฒนารูปแบบตามมาตรฐานศูนย์บริการรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เพื่อยกระดับการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ และเตรียมความพร้อมนักเรียนและนักศึกษาให้มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่สามารถต่อยอดสู่การประกอบอาชีพ รวมถึงรองรับความต้องการบุคลากรในเครือข่ายผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ
- โครงการ YAMAHA MOTO CHALLENGE
ส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ เปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการทำงานด้านมอเตอร์สปอร์ตจากประสบการณ์จริง พร้อมปลูกฝังความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม น้ำใจนักกีฬา และวินัยในการทำงาน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในอนาคต
- โครงการการแข่งขันทักษะฝีมือนักศึกษา สาขาวิชารถจักรยานยนต์
จัดการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาได้แสดงศักยภาพด้านวิชาชีพ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาทักษะการทำงานด้านเทคนิค พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์สู่การประกอบอาชีพในอนาคต
- โครงการฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยภายในสถานศึกษา
ส่งเสริมความรู้และพัฒนาทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกต้องและปลอดภัย เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนให้กับนักเรียนและนักศึกษา พร้อมลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และส่งเสริมการใช้รถใช้ถนนอย่างมีความรับผิดชอบ
- โครงการการแข่งขันสร้างสรรค์วิดีโอสั้นและแผนการตลาด
เปิดพื้นที่ให้นักเรียนและนักศึกษาได้แสดงศักยภาพด้านการตลาด การสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัล และการคิดเชิงกลยุทธ์ ผ่านการแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ พร้อมส่งเสริมการประยุกต์ใช้องค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง และคัดเลือกผู้มีผลงานโดดเด่นเพื่อรับทุนการศึกษาในระดับประเทศ
ความร่วมมือดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียานยนต์ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต
ทั้งนี้ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมสู่ภาคการศึกษา เพื่อร่วมสร้างบุคลากรคุณภาพให้ก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และรองรับการเติบโตของประเทศในระยะยาว
ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th และ Facebook : Yamaha Society Thailand พร้อมรับข่าวสาร สิทธิพิเศษ และร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน LINE Official Account Yamaha Society TH โดยค้นหา @yamahasociety และกดเพิ่มเพื่อน หรือสมัครได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อไม่พลาดทุกกิจกรรมพิเศษจากยามาฮ่า
#Yamaha#ยามาฮ่า #RevsYourHeart #เร่งชีวิตให้เร้าใจ
#YamahaTechnicalTrainingCenter
#YamahaMotoChalleng #YamahaSafetyRiding #ยามาฮ่าอาชีเวิร์ค
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขยายแคมเปญ StarFest 2026 สนับสนุนส่วนลดสำหรับการซื้อรถยนต์คันใหม่ On-Top สูงสุด 200,000 บาท พร้อมมอบส่วนลดค่าอะไหล่ขั้นต่ำ 30% ให้กับผู้ประสบอุทกภัย
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประกาศขยายระยะเวลาข้อเสนอพิเศษของแคมเปญ “Mercedes-Benz StarFest 2026: Celebrating The Extraordinary” ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เนื่องด้วยเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา พร้อมสนับสนุนส่วนลดเพิ่มเติมในช่วงอุทกภัย (Flood Support Discount) สำหรับการซื้อรถยนต์คันใหม่ On-Top สูงสุด 200,000บาท* รวมส่วนลดสูงสุดกว่า 600,000 บาท* เฉพาะรถยนต์ที่ส่งมอบตั้งแต่วันนี้ – 29 ธันวาคม 2569 โดยมีรายละเอียดของรุ่นที่ร่วมแคมเปญ ดังนี้
- C 220 d AMG Line (Night Edition) — ราคาจำหน่าย 2,690,000 บาท
รับส่วนลด Flood Support 30,000 บาท - C 350 e plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 2,890,000 บาท
รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 200,000 บาท และส่วนลด Flood Support 30,000 บาท - CLE 300 4MATIC Coupe (Night Edition) — ราคาจำหน่าย 3,950,000 บาท
รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 100,000 บาท และส่วนลด Flood Support 50,000 บาท
- E 220 d AMG Line — ราคาจำหน่าย 3,930,000 บาท
รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 500,000 บาท และส่วนลด Flood Support 100,000 บาท - E 350 e plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 3,690,000 บาท
รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 100,000 บาท และส่วนลด Flood Support 100,000 บาท - GLC 220 d 4MATIC — ราคาจำหน่าย 3,490,000 บาท
รับส่วนลด Flood Support 50,000 บาท - GLC 350 e 4MATIC Coupe plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 3,990,000 บาท
รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 100,000 บาท และส่วนลด Flood Support 50,000 บาท
- GLE 300 d 4MATIC — ราคาจำหน่าย 4,950,000 บาท
รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 240,000 บาท และส่วนลด Flood Support 150,000 บาท
- GLS 450 d 4MATIC — ราคาจำหน่าย 5,950,000 บาท
รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 220,000 บาท และส่วนลด Flood Support 200,000 บาท - Mercedes-AMG GLE 53 Hybrid 4MATIC+ — ราคาจำหน่าย 5,590,000 บาท
รับส่วนลด Flood Support 200,000 บาท
นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังมอบส่วนลดค่าอะไหล่อย่างน้อย 30%* สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น
ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัย เพื่อเป็นการช่วยเหลือและฟื้นฟูรถยนต์ของลูกค้าทุกคนให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดแคมเปญผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine - C 220 d AMG Line (Night Edition) — ราคาจำหน่าย 2,690,000 บาท
-
มาสด้าเปิดตัว THE ALL-ELECTRIC MAZDA CX-6e รถไฟฟ้าอเนกประสงค์อัจฉริยะสำหรับครอบครัว ถ่ายทอดเอกลักษณ์มาสด้าในยุคอีวีได้อย่างลงตัว
บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้าเต็มรูปแบบ เผยโฉมยนตรกรรมไฟฟ้าอเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุด The All-Electric Mazda CX-6e พร้อมแนวคิด “Crafted to Move You” ทุกรายละเอียด เพื่อชีวิตในแบบคุณ ด้วยการเป็นรถเอสยูวีที่จะมาเติมเต็มทุกช่วงเวลาของครอบครัวสู่ประสบการณ์ใหม่ในทุกเส้นทาง มาในรูปแบบ Intelligent Family e-SUV หรือเอสยูวีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสำหรับครอบครัว ที่ผสานเอกลักษณ์ของมาสด้าทั้งด้านการออกแบบและสมรรถนะการขับขี่แบบ “Jinba-Ittai” เข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนี่งเดียว มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 555 กม.* รองรับชาร์จเร็ว DC Fast Charging ชาร์จพลังงานจาก 30%-80% ในเวลาเพียง 15 นาที** มอบความปลอดภัยและล้ำสมัยด้วยกระจกมองข้างและมองหลังแบบดิจิทัล มาพร้อม 2 ทางเลือก 2 สไตล์ ในรุ่น Premium และ Premium Sports วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,259,000 บาท ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสรถรุ่นนี้ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือผ่าน Mazda Virtual Showroom และจองออนไลน์ได้ทันที
มร. โทรุ นากาจิม่า, Senior Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “มาสด้าตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกภูมิภาค ซึ่งมาสด้าได้เดินหน้าเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายอย่างชัดเจน ตามแนวทาง Multi-solution เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า แต่ไม่ว่ารูปแบบพลังงานจะเป็นแบบใดก็ตาม สิ่งที่มาสด้ายังคงยึดมั่นไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ “ความสุขในการขับขี่” และ DNA ของแบรนด์มาสด้า ที่จะยังคงเป็นคุณค่าหลักของเราเช่นเดิม นี่คือรากฐานสำคัญที่นำพาให้เราก้าวเดินมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงในยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อมอบความเป็นกลางทางคาร์บอน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสร้างสรรค์โลกที่ยั่งยืน”
The All-Electric Mazda CX-6e คือรถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม ที่พัฒนาขึ้นจากแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง โดยผลิตขึ้นที่โรงงานของมาสด้าในประเทศจีน ภายใต้ชื่อ ฉางอัน มาสด้า ออโตโมบิล (CMA) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และ ฉางอัน ออโตโมบิล โดยทั้งสองบริษัทเป็นพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันมายาวนานกว่า 20 ปี โดยมาสด้าได้อาศัยความร่วมมือในการผสานเทคโนโลยีด้านระบบไฟฟ้าและระบบอัจฉริยะของพันธมิตร เข้ากับจุดแข็งของมาสด้า ทั้งในด้านการออกแบบ และเอกลักษณ์ในการขับขี่ จินบะ-อิตไต พร้อมทั้งสะท้อนถึงแนวทางการผลิตรถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความประณีตในทุกรายละเอียด และมาตรฐานการผลิต ที่มาสด้ายึดถือมาโดยตลอด นี่คือจุดเริ่มต้นของอนาคตยานยนต์ไฟฟ้าของมาสด้าในประเทศไทย ที่จะมาตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าและแฟนมาสด้า ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นมาสด้าอย่างครบถ้วน
“การเปิดตัว The All-Electric Mazda CX-6e คือก้าวสำคัญของมาสด้า ในการเดินหน้าสู่เส้นทางของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ถ่ายทอดให้เห็นถึงความมุ่งมั่นเพื่อนำเสนอรูปแบบพลังงานที่หลากหลายให้กับลูกค้า ควบคู่กับการยึดมั่นในคุณค่าและจิตวิญญาณในการขับขี่ที่ถ่ายทอดในรถยนต์มาสด้าทุกคัน และการเดินทางบนเส้นทางนี้ มาสด้าจะยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนด้านการผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำถึงความสำคัญของประเทศไทยในการเป็นตลาดหลักและเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของมาสด้าในอนาคต พร้อมส่งมอบทั้ง “ความสุขในการขับขี่” และ “ความสุขในการใช้ชีวิต” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ขับขี่ในวันนี้และส่งต่อไปยังผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป” มร. โทรุ นากาจิม่า กล่าว
นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The All-Electric Mazda CX-6e เป็นยนตรกรรมไฟฟ้าอเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัปกลุ่มผลิตภัณฑ์ CX ซีรีย์ ของมาสด้า ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด The Art of Human e-SUV เป็นยนตรกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความเข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ที่จะเข้ามาสร้างนิยามใหม่ของรถครอบครัวอเนกประสงค์ เพื่อให้ทุกเส้นทางเป็นไปได้มากกว่าการเดินทาง มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Crafted to Move You” ทุกรายละเอียด…เพื่อชีวิตในแบบคุณ ที่พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของครอบครัว สู่ประสบการณ์ใหม่ในทุกเส้นทาง ด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ที่เก็บทุกรายละเอียดในการขับขี่ เติมเต็มความรู้สึก และยกระดับประสบการณ์ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ ที่มองหารถยนต์ที่มีนวัตกรรมระดับพรีเมี่ยม แต่ยังคงคุณค่ากับความสุนทรีย์ในการขับขี่ มีดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนและมีเอกลักษณ์เฉพาะ”
การสื่อสารการตลาดของ The All-Electric Mazda CX-6e ในครั้งนี้ ยังได้ถูกถ่ายทอดผ่าน 3 กลุ่มครอบครัวของคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า Friends of Mazda ทั้ง Art of Choice: กลุ่มคนที่มี Thoughtful Choice เลือกในทุกรายละเอียด บ่งบอกรสนิยม มองรถว่าเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์, Art of Motion: กลุ่มคนที่ใช้ชีวิต Active Life in Motion เพื่อขับเคลื่อนชีวิต ให้พร้อมออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ กับรถยนต์ให้ทั้งสมรรถนะ ความสนุก และความมั่นใจ และ Art of Caring: กลุ่ม Human Protection ที่ใส่ใจคนรอบตัว ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความอุ่นใจ ในทุกการเดินทาง สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน
ในด้านผลิตภัณฑ์ The All-Electric Mazda CX-6e ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างประณีต โดยคงเอกลักษณ์และ DNA ของมาสด้าไว้อย่างครบถ้วนไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อแสดงให้เห็นว่ามาสด้าได้นำเอาเทคโนโลยีขั้นสูง การออกแบบอันล้ำสมัย และความประณีตประดุจงานฝีมือ มาหลอมรวมเป็นรถรุ่นนี้ โดยถ่ายทอดบนคุณค่า 4 แกนหลัก ประกอบด้วย
- คุณค่าที่ 1: FUTURE + SOUL × MODERN KODO DESIGN
พัฒนาภายใต้แนวคิด “Soulful Futuristic Modern” โดยผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับ Kodo Design และเอกลักษณ์การขับขี่ที่เป็นหนึ่งเดียวของมาสด้า ทำให้ยังคง DNA ความเป็นมาสด้าไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับแนวคิด “Jinba-Ittai” ขึ้นไปอีกระดับ ผ่านการปรับจูนการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่ ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดประเทศไทย
- คุณค่าที่ 2: HIGH-TECH SMART COMFORTABLE SPACE
มาพร้อม Smart Cabin หรือห้องโดยสารอัจฉริยะ ที่ต่อยอดแนวคิด Human-centric ของ Mazda สู่ HMI รูปแบบใหม่ ให้คนและรถเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้งานง่าย และสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น AR Head-Up Display ขนาดใหญ่ พร้อมหน้าจอ Ultra-Wide Center Display ขนาด 45 นิ้ว ความละเอียด 5K ที่รองรับการแบ่งหน้าจอแบบ Dual-split ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเข้าถึงข้อมูลหรือฟังก์ชันที่ต้องการได้อย่างเป็นอิสระ หน้าจอสัมผัสสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง REAR TOUCHSCREEN รวมถึงระบบเชื่อมต่อด้วยสมาร์ทโฟน ผ่าน Mazda connectivity app เป็นต้นนอกจากนี้ ยังรองรับระบบสั่งงานด้วยเสียงและการควบคุมการทำงานด้วยท่าทาง (Voice & Gesture Control) และมาพร้อมกระจกมองข้างและมองหลังแบบดิจิทัล ที่ช่วยลดจุดอับสายตาและช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นรอบตัวรถได้ดียิ่งขึ้น พร้อมมอบสุนทรียภาพตลอดการเดินทาง ด้วย Ambient Lighting 256 สี รวมถึงระบบเสียงคุณภาพสูงพร้อมลำโพง 23 ตัว เพื่อยกระดับความเพลิดเพลินให้กับผู้โดยสารไปตลอดการเดินทาง
- คุณค่าที่ 3: NEAR FUTURE DRIVING EXPERIENCE
มอบประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับขี่ง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของมาสด้าไว้อย่างชัดเจนบนพื้นฐาน Jinba-Ittai โดยทีมวิศวกรของมาสด้าได้พัฒนาระบบช่วงล่างและการควบคุม เพื่อให้รถตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำ เป็นธรรมชาติ และสอดคล้องกับสัญชาตญาณของผู้ขับขี่ มีการปรับจูนอย่างละเอียดในทุกด้าน เพื่อให้ได้เอกลักษณ์ในการขับขี่ตามแบบฉบับมาสด้า ไม่ว่าจะเป็นระบบพวงมาลัย การควบคุมการทรงตัว ความนุ่มนวลในการขับขี่ อัตราเร่ง การตอบสนองของช่วงล่างและระบบเบรก มีการกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง ในสัดส่วนใกล้เคียง 50:50 เพื่อสร้างความสมดุล เสถียรภาพในการขับขี่ และมอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถอย่างชัดเจน รถรุ่นนี้ยังได้มีการนำ Aerodynamic Technology มาใช้ในการออกแบบตัวถัง ทำให้ช่วยควบคุมกระแสอากาศรอบตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพมาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 77.9 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 190 kW หรือ 258 PS และแรงบิด 290 Nm สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 555 กิโลเมตร* ตามมาตรฐาน NEDC รองรับทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล และ รองรับ DC Fast Charge ชาร์จพลังงานจาก 30%-80% ภายในเวลาเพียง 15 นาที**
มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (State-of-the-Art ADAS) มากถึง 17 ระบบ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยที่ครบครัน และติดตั้งถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง พร้อมสำหรับการปกป้องผู้โดยสาร ทุกสถานการณ์ในการขับขี่
- คุณค่าที่ 4: SIGNATURE OWNERSHIP EXPERIENCE
มอบความอุ่นใจตลอดการเป็นเจ้าของด้วย Mazda Signature Experience ซึ่งเป็นการบริการที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดแบบญี่ปุ่น ที่ครอบคลุมตั้งแต่ เครือข่ายศูนย์บริการ ไปจนถึงศูนย์ซ่อมตัวถังและสีที่ครอบคลุม บุคลากรและช่างเทคนิคที่ได้มาตรฐานมาสด้า โปรแกรมการบำรุงรักษาอย่างครบวงจร และการบริหารจัดการอะไหล่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ลูกค้าไว้วางใจได้ว่า จะได้รับการดูแลจากมาสด้าไปตลอดการเป็นเจ้าของ
The All-Electric Mazda CX-6e มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น ใน 2 สไตล์ ที่แตกต่าง
- รุ่น Premium มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ตกแต่งภายในห้องโดยสารอย่างพิถีพิถัน ด้วยผ้าและหนังสีดำ สะท้อนความประณีตในทุกจุดสัมผัส ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 555 กิโลเมตร* วางราคาจำหน่าย 1,259,000 บาท
- รุ่น Premium Sports ยกระดับความสปอร์ต ด้วยล้ออัลลอย Black Diamond Cut Double 5-Spoke Design ขนาด 21 นิ้ว ถ่ายทอดความสง่างามและความหรูหราในระดับ Masterpiece ด้วยห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุหนังสีทูโทน สีม่วง-ขาว กระจกมองข้างแบบดิจิทัลที่สามารถปรับและพับด้วยไฟฟ้า และกระจกมองหลังแบบดิจิทัล พร้อมดีไซน์พิเศษในทุกองค์ประกอบ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางสู่ความสมบูรณ์แบบอีกขั้น ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 524 กิโลเมตร* วางราคาจำหน่าย 1,299,000 บาท
ภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย
- สีม่วง ไนท์ฟอล ไวโอเลต / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Nightfall Violet / Jet Black)
- สีเทา แมชชีน เกรย์ / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Machine Gray / Jet Black)
- สีแดง โซล เรด คริสตัล / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Soul Red Crystal / Jet Black)
- สีขาว คริสตัล ไวท์ เพิร์ล / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Crystal White Pearl / Jet Black)
- สีเทา แอโร เกรย์ / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Aero Gray / Jet Black)
- สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของยนตรกรรม The All-Electric Mazda CX-6e ในเดือนตุลาคมนี้ มาสด้ายินดีมอบแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ประกอบด้วย
- ดอกเบี้ยพิเศษ 88%1
- ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
- ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า 8 ปี
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 8 ปี3
- คุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน นาน 8 ปี4
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี5
- ฟรี Home Charger แบรนด์ ABB ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมติดตั้งฟรีทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มูลค่า 39,990 บาท6
- ฟรี ระบบ Mazda Connectivity 5 ปี สำหรับใช้งานแอปพลิเคชั่น MAZDA 6e, ระบบสั่งการด้วยเสียง และระบบนำทาง7
ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงพัฒนายนตรกรรมของเราให้ดียิ่งขึ้นต่อไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับ การมุ่งมั่นสานต่อแนวคิด “Joy Drives Lives” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้าทุกคน เพราะมาสด้าเชื่อเสมอว่า ความสุข คือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิต เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่มอบความประทับใจในชีวิตประจำวันของลูกค้าอย่างไม่รู้จบ ทั้งในวันนี้ และต่อไปจนถึงอนาคต เพื่อผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป
หมายเหตุ:
*อ้างอิงจากผลการทดสอบมาตรฐาน NEDC ระยะทางจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และปัจจัยเฉพาะบุคคล
**อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่ และอุณหภูมิแวดล้อม
1 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น ธนาคารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเงื่อนไขทางการเงินโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
2 ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. ธนชาตประกันภัย (2) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (3) บมจ. แอกซ่าประกันภัย และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ โดยเพิ่มความคุ้มครองความเสียหายต่อเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่เกิดจากอุบัติเหตุในขณะกำลังใช้งาน ทั้งนี้ความคุ้มครองดังกล่าวจะครอบคลุมเฉพาะเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่ได้รับมาตรฐาน มอก. และได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้องตามคู่มือของผู้ผลิตรถยนต์ หรือผู้ผลิตเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น
เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับผู้ซื้อที่ชำระเป็นเงินสดเต็มจำนวน หรือผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ.ธนาคารทิสโก้ และทีเอ็มบีธนชาตเท่านั้น
³ ตามเงื่อนไขโปรแกรมการขยายรับประกันคุณภาพรถ นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
4 เงื่อนไขคุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูง (High Voltage Battery) เท่านั้น นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
5 เงื่อนไขบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
6 รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว สำหรับงานติดตั้งวงจรที่ 1 (สายไฟ 1 เฟส กำลังไฟ 7.4 kW) โดยมีรายละเอียดอุปกรณ์การติดตั้ง Home Charger ตามด้านล่างนี้
– เซอร์กิตเบรกเกอร์ 40A 1 pole (ABB) 1 หน่วย
– เบรกเกอร์กันดูด typeA 40A 2 pole (ABB) 1หน่วย
– สายไฟฟ้า IEC01 เบอร์ 10 (THW) (L, N, G) 15 เมตร
– ท่อร้อยสายไฟขนาด 20 mm.15 เมตร
– กล่องใส่เบรกเกอร์และ RCCB (ABB) 1 หน่วย
– อุปกรณ์ประกอบท่อและเข้าสายไฟ 1 หน่วย
พร้อมรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี และรับประกันงานติดตั้ง 1 ปี โดยสามารถโอนสิทธิ์การติดตั้งได้ 1 ครั้ง และสิทธิ์การติดตั้งมีอายุไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันออกรถ และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการหา Home Charger ทดแทนที่มีคุณภาพและมูลค่าเทียบเท่า กรณีที่เกิดเหตุขัดข้องในการจัดหากรณีมีการเข้าสำรวจก่อนติดตั้ง มีค่าสำรวจเพิ่มเติม 1,500 บาท/ครั้ง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
กรณีติดตั้งบริเวณพื้นที่เกาะ มีค่าบริการเพิ่มเติม 3,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
เงื่อนไขและรายละเอียดการติดตั้งเป็นไปตามที่บริษัทฯและบริษัทฯที่ให้บริการการติดตั้งกำหนด7 ไม่รวมการอัพเดทซอฟแวร์ผ่านอินเตอร์เน็ตดาต้า (รองรับการอัพเดทซอฟแวร์ผ่าน Wi-Fi)
-
สิทธิพิเศษดังกล่าวสำหรับลูกค้า ที่จองรถภายใน วันที่ 7 ตุลาคม 2569 – 31 ตุลาคม 2569 และออกรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เท่านั้น
-
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละผลิตภัณฑ์จากที่ปรึกษาการขาย หรือmazda.co.th
เงื่อนไขเพิ่มเติม ;
-
เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น
-
ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต ที่จองและออกรถ ภายในวันที่ 7 – 31 ตุลาคม 2569 เท่านั้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
- คุณค่าที่ 1: FUTURE + SOUL × MODERN KODO DESIGN
-
โตโยต้า เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 อย่างต่อเนื่อง ผนึกกำลังผู้แทนจำหน่ายและเครือข่ายพันธมิตร ส่งมอบกล่องยังชีพ พร้อมข้าวรัชมงคล ขยายความร่วมมือส่งต่อความช่วยเหลือในพื้นที่ภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน”
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย สานต่อการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบมหาอุทกภัยปี 2569 พร้อมขยายความร่วมมือกับผู้แทนจำหน่าย โตโยต้า เครือข่ายพันธมิตร หน่วยงานภาครัฐ และผู้นำชุมชนในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อส่งมอบกล่องยังชีพ ข้าวรัชมงคล และสิ่งของจำเป็นให้เข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และตอบสนองความต้องการในแต่ละพื้นที่ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
จากสถานการณ์อุทกภัยที่ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ โตโยต้าได้เดินหน้าส่งต่อความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยประสานความร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า เครือข่ายพันธมิตร หน่วยงานภาครัฐ และผู้นำชุมชน เพื่อให้การช่วยเหลือสอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็นของผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ พร้อมสนับสนุนรถขนส่งและจัดคาราวานรถนำกล่องยังชีพ ข้าวรัชมงคล และสิ่งของจำเป็นลงสู่ชุมชน เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือถึงมือประชาชนและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจให้ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง
การช่วยเหลือในครั้งนี้มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลการดำรงชีวิตของผู้ประสบภัย โดยส่งมอบชุดช่วยเหลือรวม 4,400 ชุด พร้อมข้าวรัชมงคล 2,400 กิโลกรัม เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีสิ่งของจำเป็นและอาหารสำหรับดำรงชีวิตในช่วงเผชิญอุทกภัย ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมสำหรับการฟื้นฟูชุมชนภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย
การดำเนินงานภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” สะท้อนความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการเคียงข้างสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดพลังความร่วมมือของมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า และเครือข่ายพันธมิตรในพื้นที่ ให้สามารถร่วมดูแลและส่งต่อความช่วยเหลือแก่ชุมชน พร้อมส่งกำลังใจให้ประชาชนก้าวผ่านสถานการณ์อุทกภัยและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ไปด้วยกัน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้าแนะวิธีดูแลรถจักรยานยนต์เบื้องต้น หลังขี่ลุยน้ำและรถที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเผชิญกับปัญหาอุทกภัยและน้ำท่วมขังบนเส้นทางสัญจร โดยเฉพาะผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องขับขี่ผ่านพื้นที่น้ำขัง ซึ่งนอกจากจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่แล้ว การดูแลและตรวจเช็กสภาพรถหลังผ่านน้ำก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย จึงขอแนะนำวิธีดูแลและตรวจเช็กรถจักรยานยนต์เบื้องต้น สำหรับผู้ที่ต้องขับขี่ผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงรถที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวรถ และเตรียมรถให้กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย
สำหรับการตรวจเช็กและดูแลรถจักรยานยนต์เบื้องต้นหลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ผู้ใช้รถสามารถเริ่มต้นดูแลได้ด้วยตัวเอง โดยมีจุดสำคัญที่ควรตรวจสอบตามประเภทของรถ ดังนี้
รถจักรยานยนต์แบบเกียร์
- ทำความสะอาดตัวรถ ล้างคราบน้ำ โคลน และสิ่งสกปรก รวมถึงทำความสะอาดภายในกล่องเก็บของให้เรียบร้อย
- ตรวจสอบน้ำมันเครื่อง หากพบว่ามีลักษณะเป็นสีขาวขุ่น อาจเป็นสัญญาณว่ามีน้ำเข้าไปปะปน ควรถ่ายน้ำมันเครื่องออกและตรวจสอบก่อนใช้งาน
- ตรวจสอบท่อไอเสีย หากมีน้ำค้างอยู่ภายใน ควรระบายน้ำออกให้หมด
- ตรวจสอบกรองอากาศ ว่ามีน้ำหรือโคลนเข้าไปหรือไม่ พร้อมทำความสะอาดหรือเปลี่ยนหากจำเป็น
- ตรวจสอบห้องเผาไหม้และหัวเทียน ให้แน่ใจว่าไม่มีน้ำตกค้างและอยู่ในสภาพแห้งพร้อมใช้งาน
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้า เช็กจุดเชื่อมต่อและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ก่อนทดลองสตาร์ทเครื่องยนต์
รถจักรยานยนต์แบบออโตเมติก หรือ A.T.
- ทำความสะอาดตัวรถ ล้างคราบน้ำ โคลน และสิ่งสกปรกที่อาจตกค้างตามส่วนต่างๆ ของรถ
- ตรวจสอบน้ำมันเครื่องและน้ำมันเฟืองท้าย หากพบว่ามีลักษณะเป็นสีขาวขุ่น ควรได้รับการตรวจสอบและเปลี่ยนถ่ายอย่างเหมาะสม
- ตรวจสอบท่อไอเสียและกรองอากาศ ไม่ให้มีน้ำหรือสิ่งสกปรกตกค้างอยู่ภายใน
- ตรวจสอบห้องเผาไหม้และหัวเทียน
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์
ทั้งนี้ หากรถดับขณะขับผ่านน้ำ หรือรถถูกน้ำท่วมจนมีน้ำเข้าสู่ตัวรถ ไม่ควรเปิดสวิตช์หรือพยายามสตาร์ทเครื่องยนต์ซ้ำทันที เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหายมากขึ้น และหากไม่มั่นใจในการตรวจเช็กด้วยตัวเอง ควรนำรถเข้ารับการตรวจสอบโดยช่างผู้เชี่ยวชาญก่อนกลับมาใช้งาน เพื่อความปลอดภัยและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวรถ
นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 5–9 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00–17.00 น. ภายใต้โครงการ “ไทยฮอนด้าร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม” เพื่อช่วยเหลือลูกค้ารถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่ใกล้เคียง โดยให้บริการตรวจเช็กและดูแลรถโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมสิทธิประโยชน์ในการเปลี่ยนอะไหล่และส่วนลดตามประเภทรถ ณ จุดบริการ 4 แห่งในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ไทยฮอนด้า สาขาสำโรง, ร้านยศเจริญ ฮอนด้า สาขานิคมลาดกระบัง, ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยกรุงเทพ (รามคำแหง) และ Honda BigWing เลียบด่วน-รามอินทรา รวมทั้งร้านผู้จำหน่ายมอเตอร์ไซค์ภาคกลาง 18 จังหวัด (ฮอนด้าวิงเซ็นเตอร์ และ ฮอนด้าวิงช็อป) ได้แก่ ชัยนาท อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ระยอง ชลบุรี นครปฐม กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และ สมุทรปราการ เพื่อช่วยให้รถกลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA#น้ำท่วม #ช่วยน้ำท่วม #น้ำท่วมกรุงเทพ #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ #HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda
















































































































