• ไทยฮอนด้า สนับสนุนการศึกษาเยาวชนไทย มอบทุนการศึกษากว่า 1.7 ล้านบาท ครอบคลุมทุกระดับ

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า สนับสนุนการศึกษาเยาวชนไทย มอบทุนการศึกษากว่า 1.7 ล้านบาท ครอบคลุมทุกระดับ

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ตอกย้ำพันธกิจในการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา รวมมูลค่ากว่า 1,718,400 บาท โดยมุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทย อันเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต ภายใต้ความเชื่อว่า “การศึกษา คือ รากฐานที่มั่นคงในการพัฒนาสังคม

    โดยมีรายละเอียดการมอบทุนการศึกษาในระดับต่าง ๆ ดังนี้

    • ระดับประถมศึกษา: มอบทุนสนับสนุนการศึกษาระดับประถมศึกษา ภายใต้โครงการ“ไทยฮอนด้า เพื่อน้อง” ให้แก่สถานศึกษาในระดับประถมศึกษาจำนวน 4 แห่ง แห่งละ 50,000 บาท รวมมูลค่า 200,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนวัดทิพพาวาส โรงเรียนวัดบึงบัว โรงเรียนวัดอู่ตะเภา และโรงเรียนอิสลามลำไทร โดยมีคณะครูและตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนที่ได้รับทุนเป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ณ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด (สำนักงานใหญ่)
    • ระดับอาชีวศึกษา: มอบทุนการศึกษาระดับอาชีวศึกษา จำนวน 40 ทุน รวมมูลค่า 494,400 บาท โดยมี นายสุรินทร์ บุญสนอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ คณะอาจารย์และนักเรียนผู้รับทุนเป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ณ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ
    • ระดับอุดมศึกษา: มอบทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 33 ทุน ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 รวมมูลค่า 1,024,000 บาท โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ ตริตระการ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำนักศึกษาผู้ได้รับทุนการศึกษาเข้ารับมอบ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

    การดำเนินโครงการมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแรงผลักดันให้เยาวชนไทยสามารถก้าวสู่อนาคตที่สดใส และเติบโตเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการศึกษาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    ติดตามข่าวสารของไทยฮอนด้าเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: fb.com/hondamotorcyclethailand
    IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    ​#ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ทีมแพทย์แถลง “ก้อง-สมเกียรติ” ล้มซ้อม 3 พลาดเรซแรก ลุ้นฟื้นตัวเรซ 2 “แฟนชาวไทย” ส่งกำลังใจให้คัมแบ็กวันอาทิตย์ที่ แอสเซ่น

    1 Min Read

    ทีมแพทย์แถลง “ก้อง-สมเกียรติ” ล้มซ้อม 3 พลาดเรซแรก ลุ้นฟื้นตัวเรซ 2 “แฟนชาวไทย” ส่งกำลังใจให้คัมแบ็กวันอาทิตย์ที่ แอสเซ่น

    “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดชาวไทยหนึ่งเดียวในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ จากสังกัดทีมโรงงาน ฮอนด้า เอชอาร์ซี เสียหลักล้มในการซ้อมครั้งที่ 3 ก่อนที่ทีมแพทย์จะแถลงมีมติให้ถอนตัวจากการแข่งขันเรซแรกในวันเสาร์ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ เตรียมลุ้นคัมแบ็กในวันอาทิตย์นี้ที่ ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์

     

    นักบิดชาวไทยเจ้าของรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 35 พลาดล้มในช่วงกลางการซ้อมรอบ FP3 ที่โค้ง 5-6 ก่อนจะมีธงแดงและส่งตัวเข้าตรวจร่างกายที่ศูนย์การแพทย์ในสนาม แอสเซ่น โดยแถลงการณ์ระบุว่า “สมเกียรติ มีอาการฟกช้ำที่หลังส่วนล่าง กล้ามเนื้อต้นขาฟกช้ำและมีเลือดคั่ง จึงไม่สามารถลงแข่งขันในวันนี้ได้ โดยจะมีตรวจอาการอีกครั้งในเช้าวันอาทิตย์ก่อนการวอร์มอัพ”

    ทั้งนี้ “ก้อง-สมเกียรติ” ไม่มีอาการบาดเจ็บกระดูกส่วนใดแตกหัก มีเพียงอาการฟกช้ำที่ทำให้เจ็บปวดร่างกาย ยังมีลุ้นที่จะกลับมาแข่งขันได้ในวันอาทิตย์ สำหรับรอบ “ซูเปอร์โพลเรซ” และ เรซที่ 2 โดยต้องเข้ารับการตรวจร่างกายกับทีมแพทย์อีกครั้งช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ ขณะที่แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตชาวไทยต่างร่วมส่งกำลังใจให้หายกลับมาลงสนามอีกครั้ง

    สำหรับ ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 3 จะดวลความเร็วในรอบ “ซูเปอร์โพล เรซ” ในวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายนนี้ เวลา 16.10 น. และปิดท้ายด้วยเรซที่ 2 เวลา 20.30 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV

     

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #JR65 #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026 #DutchWorldSBK


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569 จากการสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษา และพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569 จากการสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษา และพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย

    ไทยฮอนด้า ได้รับเกียรติเข้ารับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569 จากบทบาทในการสนับสนุนและขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่อง โดยมี ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัล พร้อมรับมอบประกาศเกียรติคุณและเข็มที่ระลึก “เสมาคุณากร” จาก นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเร็ว ๆ นี้

     

    รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติบุคคล องค์กร และหน่วยงานที่มีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษาของประเทศ โดยสะท้อนถึงความสำคัญของภาคีเครือข่ายในการร่วมพัฒนาทักษะ สร้างโอกาสทางการเรียนรู้ และยกระดับกำลังคนคุณภาพให้กับสังคมไทย

    ไทยฮอนด้าสนับสนุนงานด้านการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านหลากหลายโครงการสำคัญ อาทิ

    • กิจกรรมอบรมขับขี่ปลอดภัยสร้างวินัยจรารจรในสถานศึกษา 358 แห่ง ครอบคลุมนักเรียนกว่า 150,423 คน
    • การแข่งขันทักษะขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
    • โครงการอบรมอาชีวะรุ่นใหม่ มีใบขับขี่ สวมหมวกกันน็อก 100% พร้อมสนับสนุนหมวกกันน็อกจำนวน 6,000 ใบ
    • โครงการอบรมเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุดแก่ครู 335 คน เพื่อนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดสู่ผู้เรียน
    • การแข่งขันฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง เพื่อส่งเสริมความรู้ ทักษะ และแนวคิดด้านนวัตกรรมในกลุ่มเยาวชนไทย

    นอกจากนี้ ไทยฮอนด้ายังเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมควบคู่กันอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นโครงการ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ที่มอบหมวกกันน็อกจำนวน 112,440 ใบ โดยมุ่งส่งเสริมความปลอดภัยในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงการสนับสนุนโครงการอาชีวะช่วยประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ ด้วยการมอบน้ำมันเครื่อง 7,200 ขวด และเซฟตี้สติกเกอร์สะท้อนแสงสำหรับติดรถจักรยานยนต์อีก 4,000 ชุด ซึ่งมีส่วนช่วยเปิดโอกาสให้นักเรียนอาชีวะได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม การสนับสนุนดังกล่าวมีส่วนช่วยยกระดับทั้งทักษะ ความปลอดภัย และโอกาสทางการเรียนรู้ของเยาวชนไทย พร้อมปูพื้นฐานสำคัญสู่การพัฒนาตนเองและการเติบโตเป็นกำลังคุณภาพของประเทศในอนาคต

    การได้รับรางวัลครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมภาคการศึกษาและอาชีวศึกษา ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยให้พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน

     

    ติดตามข่าวสารของไทยฮอนด้าเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: fb.com/hondamotorcyclethailand
    IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

     

    #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ก้อง-สมเกียรติ” จับคู่ “โจนาธาน เรีย” พร้อมลุยศึก “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 3” ตั้งเป้ายกระดับผลงานที่ “แอสเซ่น” สานต่อความคืบหน้าหลังคว้าแต้มแรก

    1 Min Read

    “ก้อง-สมเกียรติ” จับคู่ “โจนาธาน เรีย” พร้อมลุยศึก “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 3” ตั้งเป้ายกระดับผลงานที่ “แอสเซ่น” สานต่อความคืบหน้าหลังคว้าแต้มแรก

    ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 ได้ฤกษ์กลับมาดวลความเร็วสนามที่ 3 ของฤดูกาล หลังจากที่เว้นวรรคไปกว่า 3 สัปดาห์ โดยจะแข่งขันระหว่างวันที่ 17-19 เมษายนนี้ ที่ สนาม ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสนามที่มีความคลาสสิคเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    โดยสุดสัปดาห์นี้ “ก้อง”  สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดชาวไทยเจ้าของรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 35 จากทีมโรงงาน ฮอนด้า เอชอาร์ซี จะลงทำการแข่งขันเป็นสนามที่ 2 ของฤดูกาล หลังจากเปิดตัวลงแข่งใน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ครั้งแรกที่ ปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส ด้วยการคว้าแต้มแรกมาได้สำเร็จ

    ล่าสุดนักบิดขวัญใจชาวไทยได้เดินทางถึง ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น เพื่อร่วมกับทีมงานในการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันแล้ว โดยจะจับคู่กับแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง “โจนาธาน เรีย” นักบิดจอมเก๋าชาวไอริช หมายเลข 65 ที่ลงแข่งขันแทน “เจค ดิ๊กสัน” นักบิดชาวอังกฤษเป็นสนามที่ 2 ติดต่อกัน

     

    “ก้อง-สมเกียรติ” กล่าวว่า “ใน โปรตุเกส ผมเก็บแต้มแรกของตัวเองใน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ มาได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องพัฒนาไปทีละขั้นตลอดทั้งสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับเราทุกคน ตอนนี้เราเตรียมลงแข่งที่ แอสเซ่น ซึ่งเป็นสนามที่ผมเคยทำผลงานได้ดีในอดีต และเป็นแทร็กที่ผมชอบมาก”

    “แอสเซ่น เป็นเซอร์กิตที่แตกต่างออกไป มีระดับของพื้นผิวแทร็กที่ราบกว่าที่อื่นๆ (การขึ้นลงเนินน้อย) ดังนั้นจึงน่าสนใจว่า ผมจะเก็บข้อมูลกับสมรรถนะ Honda CBR1000RR-R ได้มากน้อยขนาดไหน เราต้องทำงานต่อเนื่องจาก ปอร์ติเมา และต่อยอดความคืบหน้าให้ได้ พัฒนาต่อไปทีละรอบของการแข่งขัน และก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับทีม”

    ทั้งนี้ ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 3 จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 17 เมษายนนี้ ก่อนจะจับเวลารอบ “ซูเปอร์โพล” เพื่อจัดอันดับสตาร์ต และดวลความเร็วในวันเสาร์ที่ 18 เมษายนนี้ 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นจะดวลความเร็วในรอบ “ซูเปอร์โพล เรซ” ในวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายนนี้ เวลา 16.10 น. และปิดท้ายด้วยเรซที่ 2 เวลา 20.30 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV

     

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #JR65 #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026 #DutchWorldSBK


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ปอร์เช่ เปิดตัว 911 GT3 S/C ใหม่ รถเปิดประทุนสมรรถนะสูง น้ำหนักเบา ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศรอบสูงและเกียร์ธรรมดา

    2 Min Read

    ปอร์เช่ เปิดตัว 911 GT3 S/C ใหม่ รถเปิดประทุนสมรรถนะสูง น้ำหนักเบา ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศรอบสูงและเกียร์ธรรมดา

    ปอร์เช่เปิดตัว 911 GT3 พร้อมหลังคาเปิดประทุนระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก ในรุ่น 911 GT3 S/C ออกแบบมาเพื่อเน้นความเร้าใจในการขับขี่เป็นหลัก ทั้งยังได้ผสานโครงสร้างน้ำหนักเบาจาก 911 S/T เข้ากับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 4.0 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศจาก 911 GT3 ให้กำลัง 375 กิโลวัตต์ (510 แรงม้า) และแรงบิด 450 นิวตันเมตร การออกแบบโดดเด่นด้วยปีกและประตูแบบเดียวกับใน 911 S/T ผสานกรอบกระจกหน้าสีดำ สร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนให้กับ 911 GT3 S/C ใหม่ และด้วยแนวคิดที่เน้นผู้ขับเป็นศูนย์กลาง รถสปอร์ตรุ่นพิเศษนี้จึงมาพร้อมเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ แบบสปอร์ต อัตราทดสั้น น้ำหนักเบา เพียงทางเลือกเดียว โดย 911 GT3 S/C เป็นรุ่นเปิดประทุนเพียงรุ่นเดียวในตระกูล 911 ปัจจุบัน ที่ออกแบบให้เป็นรถ 2 ที่นั่งล้วน โดยให้ความรู้สึกเหมือนกับใน 911 สปีดสเตอร์ในปี 2019 แต่อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ไม่ได้เป็นรุ่นลิมิเต็ดเหมือนกับสปีดสเตอร์ และลูกค้าสามารถเลือกติดตั้งแพ็กเกจ Street Style ใหม่ เพื่อปรับแต่งตัวรถให้สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น แฟรงค์ โมเซอร์ (Frank Moser) หัวหน้าสายการผลิตรุ่น 911 และ 718 กล่าวถึง 911 GT3 S/C รุ่นใหม่ว่า สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มองหารถสปอร์ตที่เน้นความสนุกในการขับขี่เป็นพิเศษ “ระบบขับเคลื่อนที่เปี่ยมอารมณ์ของ 911 GT3 ถ่ายทอดความเร้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อขับแบบเปิดประทุนบนถนนที่คดเคี้ยว โดยยังคงน้ำหนักของตัวรถไว้ที่เพียง 1,497 กิโลกรัม แม้ติดตั้งหลังคาผ้าใบระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งมากกว่า 911 สปีดสเตอร์ รหัสตัวถัง 991 เพียงประมาณ 30 กิโลกรัม”

    โครงสร้างน้ำหนักเบาอย่างรอบด้าน เพื่อความสนุกในการขับขี่สูงสุด

    การผสานวัสดุน้ำหนักเบาและคุณภาพสูงในทุกองค์ประกอบ ทำให้ 911 GT3 S/C โดดเด่นด้วยความคล่องตัวตามแบบฉบับของปอร์เช่ จีที โดยชิ้นส่วนตัวถังน้ำหนักเบาได้ถ่ายทอดมาจาก 911 S/T ซึ่งสามารถสังเกตได้ตั้งแต่แรกเห็น ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรงหน้า ซุ้มล้อ และประตูที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ รวมถึงเหล็กกันโคลงและแผ่นเสริมความแข็งแกร่งช่วงล่างทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ เช่นเดียวกับ 911 S/T รุ่นหลังคาปิด ระบบเบรกและล้อใช้แนวคิดน้ำหนักเบาเดียวกับ 911 S/T โดยติดตั้งระบบเบรก PCCB เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าจานเบรกเหล็กหล่อมากกว่า 20 กิโลกรัม ล้อแบบ Centre-lock ขนาด 20 นิ้วที่เพลาหน้า และ 21 นิ้วที่เพลาหลัง ซึ่งก็เป็นแบบเดียวกันกับใน 911 S/T โดยผลิตจากแมกนีเซียมน้ำหนักเบา ช่วยลดน้ำหนักหมุน (Rotating Mass) ได้ประมาณ 9 กิโลกรัม 911 GT3 S/C ยังใช้แมกนีเซียมในโครงสร้างหลังคาเปิดประทุนระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 40 แอมแปร์ชั่วโมง ที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ช่วยลดน้ำหนักได้ประมาณ 4 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่แบบทั่วไป

    ห้องโดยสารสปอร์ตผสานความหรูหรา

    ห้องโดยสารมาพร้อมพรมและแผงประตูน้ำหนักเบา พร้อมมือจับแบบคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งถ่ายทอดมาจาก 911 S/T โดย 911 GT3 S/C ติดตั้งเบาะ 2 ที่นั่งแบบ Sports Seats Plus ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และลูกค้ายังสามารถเลือกติดตั้งเบาะสปอร์ตน้ำหนักเบาพร้อมพนักพิงพับได้และโครงเบาะคาร์บอนไฟเบอร์ โดยเบาะสปอร์ตแบบพับได้นี้มาพร้อมกับถุงลมนิรภัยป้องกันบริเวณทรวงอก ปรับความสูงด้วยระบบไฟฟ้า และตำแหน่งหน้า-หลังแบบปรับมือ อีกทั้งยังสามารถเลือกติดตั้งระบบทำความร้อนเบาะนั่ง 3 ระดับ ภายในหุ้มด้วยหนังสีดำเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ครอบคลุมถึงแผงบังแดดและเสา A พร้อมปัก
    โลโก้ GT3 S/C บริเวณแผงกั้นด้านหลัง เบาะที่นั่งตกแต่งด้วยหนังแบบระบายอากาศ เช่นเดียวกับพวงมาลัยที่หุ้มหนังแบบระบายอากาศตามแบบ 911 S/T และเช่นเดียวกับ 911 GT3 รุ่นหลังคาปิดในปัจจุบัน
    911 GT3 S/C ใช้สวิตช์สตาร์ทแบบหมุนที่ติดตั้งด้านซ้ายของพวงมาลัยแทนปุ่มกด หน้าจอมาตรวัดดิจิทัลแสดงผลอย่างชัดเจนและใช้งานง่าย โดยโหมด Track Screen จะลดการแสดงผลบนหน้าจอดิจิทัลด้านซ้ายและขวาของมาตรวัดรอบ ให้เหลือเฉพาะข้อมูลสำคัญ เช่น ยาง น้ำมันเครื่อง ระบบหล่อเย็น และระดับเชื้อเพลิง ไฟเปลี่ยนเกียร์ที่อยู่ด้านซ้ายและขวาของมาตรวัดรอบจะช่วยบอกจังหวะเปลี่ยนเกียร์ที่เหมาะสม โดยผู้ขับสามารถปรับหน้าจอให้แสดงรอบเครื่องสูงสุดที่ 9,000 รอบต่อนาทีไว้ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาได้ตามต้องการ

    เครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศรอบสูง ให้พละกำลัง 510 แรงม้า

    เครื่องยนต์ 4.0 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศของ 911 GT3 S/C รุ่นใหม่ได้พัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานการปล่อยไอเสียล่าสุด อุปกรณ์กรองไอเสีย (Catalytic Converters) 4 ชุด โดยถึงแม้จะใช้ระบบบำบัดไอเสียประสิทธิภาพสูง ปอร์เช่ยังคงสามารถถ่ายทอดเสียงเครื่องยนต์ที่เปี่ยมอารมณ์ และชัดเจนมากยิ่งขึ้นเมื่อเปิดประทุน พร้อมได้ปรับปรุงหัวสูบใหม่จาก 911 GT3 รุ่นก่อนหน้า พร้อมติดตั้งเพลาลูกเบี้ยว (Camshaft) ที่มีความดุดันมากขึ้นจาก 911 GT3 RS เพื่อเพิ่มการตอบสนองในช่วงรอบสูง ระบบขับเคลื่อนยังมาพร้อมลิ้นปีกผีเสื้อ (Throttle Body) แบบแยกต่อสูบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของอากาศและระบบระบายความร้อนน้ำมันเครื่องที่พัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 6 สูบ ให้กำลังสูงสุด 375 กิโลวัตต์ (510 แรงม้า) ระบบส่งกำลังใช้เกียร์ธรรมดา GT 6 จังหวะ พร้อมอัตราทดเฟืองท้ายแบบสปอร์ตที่สั้นตามแบบฉบับ 911 S/T และ 911 GT3 ทำให้ 911 GT3 S/C มีอัตราเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ได้ใน 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 313 กม./ชม.

    โครงหลังคาแมกนีเซียมในระบบเปิดประทุนอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ

    ใน 911 GT3 S/C ไม่ได้ติดตั้งโครงหลังคาแบบ Double-Bubble เหมือนกับใน 911 สปีดสเตอร์ ทำให้สามารถติดตั้งหลังคาผ้าใบระบบไฟฟ้าแบบน้ำหนักเบาจากตระกูล 911 รุ่นปัจจุบัน แทนหลังคาผ้าใบแบบเปิด-ปิดด้วยมือ ด้วยโครงสร้างแมกนีเซียมล้ำสมัย เมื่อปิดหลังคาผ้าใบจะยังคงให้รูปทรงแบบคูเป้ และหลังคาผ้าใบยังมีรูปทรงกลมกลืนและโค้งรับอย่างลงตัวจากกรอบกระจกหน้าไปยังฝาปิดช่องเก็บหลังคาโดยไม่เห็นโครงสร้างใด ๆ ใต้ผืนผ้าใบและไม่มีส่วนใดลดทอนความต่อเนื่องของรูปทรง Flyline ที่เป็นเอกลักษณ์ของ 911 ซึ่งยังช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิก ด้วยอุปกรณ์กลไกที่ควบคุมการเปิด-ปิดหลังคา (Roof Actuators) แบบไฮดรอลิกที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ทำให้หลังคาสามารถเปิดหรือปิดได้ภายในเวลาประมาณ 12 วินาที ทั้งในขณะจอดนิ่งหรือขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม. และนอกจากโครงสร้างหลังคาที่ประกอบด้วยแมกนีเซียมแบบแบน 2 ชิ้นแล้ว โครงหลังคาด้านหน้าและกรอบกระจกหลังยังผลิตจากแมกนีเซียมอีกด้วย อีกทั้งแผ่นกันลมแบบไฟฟ้าที่ติดตั้งมาในตัว ช่วยให้การขับขี่แบบเปิดประทุนยังคงความเร้าใจแม้ใช้ในความเร็วสูงหรือในสภาพอากาศเย็น โดยสามารถเปิดได้ภายใน 2 วินาทีเพียงกดปุ่ม และควบคุมการเปิด-ปิดได้ที่ความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม. ผ่านปุ่มบนคอนโซลกลาง

     

    การออกแบบที่โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์

    หลังคาสีดำจับคู่กับกรอบกระจกหน้าที่ตกแต่งด้วยฟิล์มสีดำ พร้อมฟิล์มกันสะเก็ดหินบริเวณแผงด้านข้างในโทนสีดำด้านสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับ 911 GT3 S/C พร้อมไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่รวมทุกฟังก์ชันไฟส่องสว่างไว้ในชุดเดียว จึงไม่จำเป็นต้องติดตั้งไฟเพิ่มเติมในกันชนหน้า ซึ่งทำให้พื้นที่บริเวณช่องรับอากาศมีขนาดใหญ่ขึ้นและการออกแบบโดยรวมดูลงตัวมากยิ่งขึ้น และเป็นครั้งแรกใน 911 รุ่นเปิดประทุนที่สามารถติดตั้งสปอยเลอร์หลังแบบยกขึ้นได้ พร้อม Gurney flap เช่นเดียวกับใน 911 S/T และ 911 GT3 พร้อมทัวร์ริ่ง แพ็กเกจ (Touring Package) อีกทั้งลิ้นสปอยเลอร์ด้านหน้าและดิฟฟิวเซอร์ด้านหลังยังถ่ายทอดมาจาก 911 GT3 รุ่นปัจจุบัน

    ยกระดับความสนุกในการขับขี่ไปอีกขั้น

    อันเดรียส พรอยนิงเกอร์ (Andreas Preuninger) ผู้อำนวยการสายการผลิตโมเดล GT กล่าวว่า “เราได้เรียนรู้จาก 911 สปีดสเตอร์ และ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส (718 Spyder RS) ว่าเครื่องยนต์รอบสูงแบบไร้ระบบอัดอากาศ ผสานกับการตั้งค่าช่วงล่างที่เน้นความเร้าใจ และโครงสร้างน้ำหนักเบาอย่างรอบด้าน สามารถสร้างรถยนต์แบบเน้นผู้ขับเป็นศูนย์กลางในรูปแบบเปิดประทุนได้อย่างสมบูรณ์แบบ และ 911 GT3 S/C ยังนำระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) มาใช้กับ 911 รุ่นเปิดประทุนเป็นครั้งแรก เมื่อทำงานร่วมกับยางสปอร์ตที่มีแรงยึดเกาะสูงเป็นพิเศษและน้ำหนักตัวรถที่เบา จึงมอบความสนุกในการขับขี่บนถนนคดเคี้ยวในระดับที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรถเปิดประทุน” การตั้งค่าช่วงล่างของ 911 GT3 S/C ใหม่ ใช้แนวทางเดียวกันกับ 911 GT3 พร้อมทัวร์ริ่ง แพ็กเกจ และเช่นเดียวกันกับใน 911 GT3 ทุกรุ่น รถได้ติดตั้งยางขนาด 255/35 ZR 20 นิ้ว ที่ล้อหน้า และ 315/30 ZR 21 นิ้ว ที่ล้อหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

    แพ็กเกจ Street Style สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น

    โปรแกรมเอ็กซ์คลูซีฟ แมนูแฟคเตอร์ (Exclusive Manufaktur) พร้อมนำเสนอแพ็กเกจ Street Style เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับ 911 GT3 S/C ใหม่ โดยตกแต่งลวดลายบนซุ้มล้อหน้าและตัวอักษร PORSCHE บริเวณด้านข้างตัวรถด้วยสี Pyro Red ที่สะดุดตา พร้อมล้อพ่นสี Slate Grey Neo ให้ความกลมกลืนกับสีตกแต่งภายนอก คาลิเปอร์เบรกในสี Victory Gold พร้อมตัวอักษร PORSCHE สีดำ ขอบล้อเสริมแถบสี Pyro Red เพิ่มความโดดเด่น ด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟหน้า HD-Matrix แบบรมดำ และ Airblade สีเดียวกับตัวรถ เพิ่มการตกแต่งที่สะดุดตายิ่งขึ้น

    ภายในห้องโดยสารประกอบด้วยเบาะ Adaptive Sports Seats Plus โดดเด่นด้วยลายปักเส้นขอบสัญลักษณ์ปอร์เช่ เบาะส่วนกลางหุ้มด้วยหนังถัก 4 โทนสี ได้แก่ Slate Grey, Guards Red, Magnesium Grey และ Kalahari และวัสดุที่ผลิตอย่างประณีตนี้ยังตกแต่งอยู่บริเวณช่องเก็บของด้านหน้า นอกจากนี้ ห้องโดยสารยังหุ้มด้วยหนังทูโทนสี Slate Grey และ Guards Red แทบทั้งบริเวณห้องโดยสาร พร้อมตะเข็บตกแต่ง ห่วงมือจับประตู มือจับเบาะ และเข็มขัดนิรภัยในสี Guards Red ที่ตัดกับโทนภายในอย่างชัดเจน

    กรอบคอพวงมาลัย คอนโซลเบาะ ขอบกาบประตูด้านใน และฝาครอบฟิวส์ ตกแต่งด้วยหนัง เช่นเดียวกับช่องแอร์รวมถึงครีบช่องลม พรมปูพื้นตกแต่งด้วยขอบหนัง แผงบังแดด คอนโซลกระจกมองหลัง และกรอบกระจกหน้า รวมถึงซับในหลังคาเปิดประทุน หุ้มด้วยวัสดุ Race-Tex สี Slate Grey แบบระบายอากาศ

    คันเกียร์โทนสีเข้มโดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบและสัมผัส พร้อมกับหัวเกียร์ไม้ลามิเนตและลายผังเกียร์ในสี Pyro Red พร้อมสัญลักษณ์ GT3 S/C ใต้คันเกียร์ แถบตกแต่งบนแผงแดชบอร์ด และสัญลักษณ์ 911 ในฝั่งผู้โดยสารก็ตกแต่งด้วยสี Pyro Red เช่นกัน นอกจากนี้ปอร์เช่ ดีไซน์ (Porsche Design) ยังได้นำเสนออุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มแพ็กเกจ Street Style อีกด้วย

    กล่องเก็บสัมภาระน้ำหนักเบาในพื้นที่ด้านหลังห้องโดยสาร

    กล่องเก็บสัมภาระน้ำหนักเบาจากปอร์เช่ ช็อป (Porsche Shop) พร้อมนำเสนอเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับ 911 GT3 S/C เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บบริเวณด้านหลังตัวรถ โดยกล่องมีน้ำหนักเพียง 10 กิโลกรัม ความจุ 80 ลิตร และหุ้มด้วยหนังด้านนอก ฝาปิดด้านบนแบบล็อกได้ 2 ฝา มาพร้อมห่วงจับผ้าที่สามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายด้วยการยึดผ่านแกนบนโครงสร้างตัวถัง อีกทั้งลูกค้ายังสามารถเลือกปรับแต่งแถบตกแต่ง ตะเข็บ และสีของห่วงจับผ้าให้สอดคล้องกับการออกแบบภายในที่เลือก นอกจากนี้ยังมีกล่องเก็บสัมภาระเวอร์ชันที่ออกแบบให้เข้ากับแพ็กเกจ Street Style อีกด้วย

    911 GT3 S/C ในรูปแบบนาฬิกาข้อมือ

    พิเศษสำหรับเจ้าของ 911 GT3 S/C ปอร์เช่ ดีไซน์นำเสนอนาฬิกาที่ถ่ายทอดดีไซน์และสมรรถนะของรถสปอร์ตสู่ข้อมือ โครโนกราฟ 911 GT3 S/C (Chronograph 911 GT3 S/C) มาพร้อมระบบ Porsche Design calibre WERK 01.200 ที่ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงจาก COSC และฟังก์ชัน Flyback ตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียมน้ำหนักเบาพิเศษ พร้อมตัวเลือกเคลือบไทเทเนียมคาร์ไบด์สีดำ ผสานดีไซน์รถสปอร์ตเข้ากับศิลปะการผลิตนาฬิการ่วมสมัย หน้าปัดดีไซน์ GT 3 ตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองและลวดลายหกเหลี่ยม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากแผงหน้าปัดของรถ พร้อมโรเตอร์ไขลานที่ออกแบบตามล้อแมกนีเซียม ขอบสีของหน้าปัดสามารถเลือกได้ตามสีภายนอกของ 911 GT3 S/C รวมถึงสีจากโปรแกรม Paint to Sample และสายนาฬิกาที่ผลิตจากหนังภายในรถปอร์เช่พร้อมด้ายเย็บที่ปรับให้เข้ากับรูปแบบของรถแต่ละคันอย่างเฉพาะตัว

    911 GT3 S/C ใหม่ พร้อมเปิดให้สั่งจองแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยราคาเริ่มต้นที่ 35,500,000 บาท และแพ็กเกจ Street Style ราคาเริ่มต้นที่ 949,000 บาท


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ดาวรุ่ง “เฟอร์ – ปัญจรุจน์” ดวลมือท็อปเอเชียถึงโค้งสุดท้ายคว้าท็อป 4 เรซที่ 2 คลาส AP250 ที่เซปัง

    1 Min Read

    ดาวรุ่ง “เฟอร์ – ปัญจรุจน์” ดวลมือท็อปเอเชียถึงโค้งสุดท้ายคว้าท็อป 4 เรซที่ 2 คลาส AP250 ที่เซปัง

    ดาวรุ่งนักบิดไทย “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์“ “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร สร้างผลงานการแข่งขันระดับเอเชียอีกครั้ง ออกสตาร์ตจากกริดที่ 11 พัฒนาความเร็วและรับมือกับการแข่งขันที่เข้มข้นกดดันในทุกโค้ง ลุ้นโพเดียมจนถึงเส้นชัยก่อนคว้าท็อป 4 มาครอง ในศึก FIM Asia Road Racing Championship 2026 สนามแรก คลาส เอเชีย โปรดัคชั่น 250 (AP250) เรซที่ 2 ที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย

    การแข่งขันเรซที่ 2 ซึ่งสภาพสนามมีความชื้นจากฝนที่ตกในรุ่นก่อนหน้า “เฟอร์-ปัญจรุจน์” บิด Honda CBR250RR  หมายเลข 12 เริ่มต้นการแข่งขันอย่างสุขุม เกาะอยู่ในกลุ่มนำพร้อมทั้งพยายามแซงผ่านคู่แข่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในด้านการบริหารจัดการเกมของดาวรุ่งไทย ชิงจังหวะลุ้นอันดับบนโพเดียมจนถึงโค้งสุดท้าย โดยผ่านเข้าเส้นชัยด้วยการคว้าท็อป 4 เป็นการเซ็ตมาตรฐานการแข่งขันที่กลุ่มนำได้อย่างยอดเยี่ยมของดาวรุ่งนักบิดไทย

    โปรแกรมการแข่งขันสนามที่ 2 รายการ FIM Asia Road Racing Championship 2026 จะกลับมาดวลความเร็วที่ประเทศไทยโฮมเรซ ในระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2569 นี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศไทย

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #ARRC2026 #AsiaRoadRacingChampionship2026 #HondaCBR #Chip41 #Mix31 #HiPeck18 #Fer12 #Idemitsu #EEST #SittipolGroup #KrungsriAuto #YumYum #KELA #Kushitani #SHOWA #ARAI #DID #NGK #RCB #SKF #RuamJaiRakHospital #StormAeroPart #Nissin #H2C #HondaChemicals


    No Comment
  • มันส์หยดทุกโค้ง! “มิกซ์-ธนัช” รีดสมรรถนะ Honda CBR600RR ทะลุขึ้นโพเดียมอันดับ 3 คลาส SS600 เรซ 2 ที่เซปัง ARRC

    1 Min Read

    มันส์หยดทุกโค้ง! “มิกซ์-ธนัช” รีดสมรรถนะ Honda CBR600RR ทะลุขึ้นโพเดียมอันดับ 3 คลาส SS600 เรซ 2 ที่เซปัง ARRC

    ดาวรุ่งนักบิด “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์”  “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว บิด Honda CBR600RR ประเดิมโพเดียมให้กับแฟนความเร็วชาวไทยได้ทันทีตั้งแต่การแข่งขันสนามแรกระเบิดผลงานในต่างแดน ศึก FIM Asia Road Racing Championship 2026 สนามที่ 1 คลาส ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) เรซที่ 2 สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย

    นักบิดไทย “มิกซ์-ธนัช” สตาร์ตออกมาขึ้นนำได้ทันที ซึ่งเรซนี้สภาพสนามที่มีความชื้นสลับบางจุด นักแข่งประสบอุบัติเหตุหลายคัน โดยดาวรุ่งไทยรีดศักยภาพ Honda CBR600RR หมายเลข 31 ปักหลักต่อสู้ในกลุ่มนำตลอดเกมก่อนทะยานคว้าโพเดียมอันดับที่ 3 มาครอง เป็นการทำผลงานในท็อป 3 ได้ทันทีในสนามต่างประเทศ

    ขณะที่ทีมเมท “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 หลังจากโชคร้ายประสบอุบัติเหตุต้องออกจากการแข่งขันในเรซแรก ใช้ประสบการณ์ในการพัฒนาการแข่งขัน ยกระดับผลงานด้วยการบิดเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 10 ประเดิมคะแนนสะสมได้ในเรซนี้

    ทั้งนี้ การแข่งขันรายการ FIM Asia Road Racing Championship 2026 สนามที่ 2 จะโยกไปแข่งขันกันที่ประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2569 นี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #ARRC2026 #AsiaRoadRacingChampionship2026 #HondaCBR #Chip41 #Mix31 #HiPeck18 #Fer12 #Idemitsu #EEST #SittipolGroup #KrungsriAuto #YumYum #KELA #Kushitani #SHOWA #ARAI #DID #NGK #RCB #SKF #RuamJaiRakHospital #StormAeroPart #Nissin #H2C #HondaChemicals


    No Comment
  • “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กดเวลากระหึ่มเซปัง! “มิกซ์-ธนัช” บิด CBR600RR คว้ากริดสตาร์ตที่ 2 แถวหน้าสุด ศึก FIM Asia Road Racing สนามแรก

    1 Min Read

    “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กดเวลากระหึ่มเซปัง! “มิกซ์-ธนัช” บิด CBR600RR คว้ากริดสตาร์ตที่ 2 แถวหน้าสุด ศึก FIM Asia Road Racing สนามแรก

    ดาวรุ่งนักบิดไทยจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” รีดสมรรถนะ Honda CBR Series พัฒนาความเร็วได้อย่างเหนือชั้น ในการลงสนามรอบควอลิฟายเพื่อออกสตาร์ต คว้ากริดสตาร์ตแถวหน้ามาครองก่อนดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศการแข่งขัน ศึก FIM Asia Road Racing Championship 2026 สนามแรกที่ สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย เรซที่ 1 บ่ายวันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 นี้

    คลาส ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) 2 นักแข่งไทยรีดความเร็ว Honda CBR600RR  ยกระดับเบียดหัวแถวของเอเชียขึ้นมาคว้ากริดสตาร์ตแถวหน้าได้อย่างสุดมันส์ โดยผลงานของ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31 ทำเวลาต่อรอบดีที่สุดที่ 2.09.421 นาที คว้ากริดสตาร์ตที่ 2 มาครอง ด้านทีมเมท “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18จะเริ่มต้นการแข่งขันจากกริดที่ 9 หลังจากทำเวลาต่อรอบที่ดีที่สุดมาที่ 2.10.458 นาที

    ด้าน คลาส เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี (AP250) ดาวรุ่งไทย “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร แม้จะต้องเจอธงแดงระหว่างการควอลิฟายจากอุบัติเหตุของคู่แข่งมาเบรกความต่อเนื่อง แต่สามารถบิด Honda CBR250RR  ทำเวลาต่อรอบที่ดีที่สุด 2.24.787 นาที ออกสตาร์ตจากแถวที่ 4 กริดที่ 11

    โดยโปรแกรมดวลความเร็วเรซแรก มีขึ้นในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 11 เมษายน คลาส SS600 แข่งขันชิงชนะเลิศเรซในเวลา 14.00 น. ด้าน คลาส AP250 ลงสนามดวลกันในเวลา 13.10 น. ตามเวลาประเทศไทย

    ตามเชียร์ติดขอบจอผ่านทางถ่ายทอดสด https://www.facebook.com/AsiaRoadRacing

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #ARRC2026 #AsiaRoadRacingChampionship2026 #HondaCBR #Chip41 #Mix31 #HiPeck18 #Fer12 #Idemitsu #EEST #SittipolGroup #KrungsriAuto #YumYum #KELA #Kushitani #SHOWA #ARAI #DID #NGK #RCB #SKF #RuamJaiRakHospital #StormAeroPart #Nissin #H2C #HondaChemicals


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Post Image

    ธนบุรีนอยสเติน ขยายโปรโมชันยาวถึงสิ้นเมษายน ฉลองยอดจอง GEELY สูงเป็นประวัติการณ์ ระหว่างมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

    1 Min Read

    ธนบุรีนอยสเติน ขยายโปรโมชันยาวถึงสิ้นเมษายน  ฉลองยอดจอง GEELY สูงเป็นประวัติการณ์ ระหว่างมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

    บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ด้วยยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าเรือธง ทั้ง GEELY EX5 1,706 คัน และ GEELY EX2 6,105 คัน รวม 7,811 คัน ตลอดช่วงการจัดงาน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทย พร้อมต่อยอดความแรงของกระแสความนิยมด้วยการขยายระยะเวลาโปรโมชันพิเศษจนถึง 30 เมษายน 2569 เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่สนใจได้เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ในราคาสุดคุ้ม สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อคุณภาพ เทคโนโลยี ตลอดจนความคุ้มค่าของรถยนต์ไฟฟ้า GEELY และความพร้อมในด้านบริการหลังการขายเหนือระดับที่เป็นดีเอ็นเอของกลุ่มธนบุรีได้อย่างชัดเจน

    ความสำเร็จดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ GEELY EX5 MAX+ รถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ยกระดับไปอีกขั้น พร้อมการเผยโฉม GEELY EX2 Shooting Star ซิตี้คาร์ไฟฟ้ารุ่นพิเศษดีไซน์โดดเด่น ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้เข้าชมงานและกลุ่มลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้าทุกเซกเมนต์

    นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “ยอดจองรวม 7,811 คันภายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์สำคัญถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ
    แบรนด์ GEELY ในประเทศไทย และสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ในฐานะแบรนด์ยานยนต์ระดับโลก เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ามาตรฐานสากล ควบคู่กับความตั้งใจในการเข้าใจและตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง การเปิดตัว GEELY EX5 MAX+ และ GEELY EX2 Shooting Star จึงไม่เพียงตอกย้ำศักยภาพด้านนวัตกรรมของ GEELY เท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวคิดการดำเนินธุรกิจในแบบ ‘แบรนด์จีน หัวใจไทย’ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความคุ้มค่า และมาตรฐานบริการหลังการขายที่ลูกค้าชาวไทยไว้วางใจ ภายใต้ประสบการณ์กว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี”

     

     

    GEELY EX5 MAX+ อีกขั้นของยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะ

    หนึ่งในรุ่นที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 คือ GEELY EX5 MAX+ ที่ยกระดับจากรถไฟฟ้าอเนกประสงค์ GEELY EX5 ด้วยแบตเตอรี่ Short Blade Battery ใหม่ ขนาด 68.39 kWh ให้ระยะทางสูงสุด 525 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เสริมความโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางจากกู๊ดเยียร์ และสีภายนอกใหม่ ‘สีเขียว มอส กรีน’ ที่ช่วยขับภาพลักษณ์พรีเมียมให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

     

    GEELY EX5 MAX+ ยังคงความแข็งแกร่งของโครงสร้างและประโยชน์จากพื้นที่ใช้สอย ด้วยแพลตฟอร์ม Global Intelligent Electric Architecture (GEA) และเทคโนโลยี Cell-to-Body Integration พร้อมระบบขับเคลื่อน 11-in-1 Intelligent Electric Drive มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Level-2 ADAS และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Flyme Auto เสริมประสบการณ์การใช้งานที่ล้ำสมัย เปิดราคาจำหน่ายที่ 929,000 บาท และราคาแนะนำพิเศษสำหรับลูกค้า 400 คันแรกที่ 899,000 บาท

     

    GEELY EX2 Shooting Star โดดเด่นด้วยดีไซน์เป็นเอกลักษณ์

    GEELY EX2 Shooting Star รุ่นพิเศษ ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องจาก GEELY EX2 มาพร้อมชุดตกแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน ยกระดับสไตล์ให้ผู้ขับขี่ได้สนุกกับทุกเส้นทาง ได้แก่ ชุดสเกิร์ตด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ชุดแต่งด้านหน้าดีไซน์สปอร์ต และสปอยเลอร์หลัง ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้มีความสปอร์ตและโดดเด่นยิ่งขึ้น เปิดจำหน่ายในราคา 484,990 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพอุปกรณ์ตกแต่งสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

     

    ขยายเวลาโปรโมชันสุดคุ้ม

    จากกระแสความนิยมและเสียงตอบรับอย่างถล่มทลายภายในงาน ธนบุรีนอยสเติน จึงตัดสินใจขยายระยะเวลาโปรโมชันพิเศษจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าที่สนใจได้เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ในราคาที่คุ้มค่า พร้อมข้อเสนอและสิทธิพิเศษครบครันที่ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่า และความอุ่นใจตลอดการใช้งาน

     

    ข้อเสนอสำหรับ GEELY EX5

    GEELY EX5 รุ่น PRO รับส่วนลด 60,000 บาท* ในราคาพิเศษ 739,000 (จากราคาปกติ 799,000 บาท)

    GEELY EX5 รุ่น MAX รับส่วนลด 50,000 บาท* ในราคาพิเศษ 849,000 บาท (จากราคาปกติ 899,000 บาท) หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน (สำหรับราคาปกติ)

     

    พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ได้แก่

    • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 98% ดาวน์ 25 % ผ่อน 48 เดือน
    • รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 160,000 กม.
    • รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี
    • ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ค่าจดทะเบียนรถยนต์ และพรมปูพื้น
    • Portable charger
    • ฟรี! ฟิล์มรถยนต์​ Lamina รุ่น Ceramic Onyx Boost (เฉพาะ GEELY EX5 รุ่น MAX และ MAX+)

     

    ข้อเสนอสำหรับ GEELY EX2

    GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 429,990 บาท​

    GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 459,990 บาท​

    GEELY EX2 รุ่น Shooting Star ราคา 484,990 บาท

     

    พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย​ ได้แก่

    • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 98% ดาวน์ 25 % ผ่อน 48
    • รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 150,000 กม. ​
    • รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง นาน 8 ปี หรือ 150,000 กม.​
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี ​
    • Portable charger ​
    • พรมปูพื้น ​

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

     

    นอกจากการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ธนบุรีนอยสเติน ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้า ผ่านแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าขยายเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 พร้อมแผนเปิดตัวโชว์รูมระดับเรือธงแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


    No Comment
  • สลีค อีวี ชี้ “วิกฤตพลังงานโลก” สร้าง “จุดเปลี่ยน” ส่งสัญญาณความพร้อมรับมือระบบพลังงานที่ควบคุมไม่ได้ ยืนยัน! มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สะดวก ปลอดภัย คุ้มค่าระยะยาว

    1 Min Read

    สลีค อีวี ชี้ “วิกฤตพลังงานโลก” สร้าง “จุดเปลี่ยน” ส่งสัญญาณความพร้อมรับมือระบบพลังงานที่ควบคุมไม่ได้ ยืนยัน! มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สะดวก ปลอดภัย คุ้มค่าระยะยาว

    สลีค อีวี (SLEEK EV) มองเห็นสัญญาณการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ มุ่งเป้าแก้ปัญหาการพึ่งพาระบบพลังงานที่ควบคุมไม่ได้ ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ดัน ‘โอกาส’ มอเตอร์ไซค์อีวี สร้างความยั่งยืนทั่วประเทศ

    คุณกันตินันท์ ตันวีนุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สลีค อีวี จำกัด กล่าวว่า “ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตพลังงานโลก ผู้บริโภคจะเริ่มตั้งคำถามถึงความไม่แน่นอนของน้ำมัน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดและผันผวนตามปัจจัยเศรษฐกิจและการเมือง สิ่งที่เห็นได้ชัดในวันนี้คือ คนไม่ได้มองหาแค่ทางเลือกที่ประหยัดกว่า แต่กำลังมองหาทางเลือกที่ไม่ต้องพึ่งพาความผันผวนอีกต่อไป มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจึงกลายเป็นคำตอบสำคัญ แม้ค่าไฟฟ้าในไทยยังมีความเชื่อมโยงกับต้นทุนเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบต้นทุนต่อระยะทาง ยังต่ำกว่ารถน้ำมันหลายเท่าตัว โดยสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 70–80% ขณะเดียวกันยังเป็นพลังงานที่ต่อยอดสู่ความยั่งยืนได้จากแหล่งพลังงานหมุนเวียน ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่า เรากำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่ผู้บริโภคพร้อมจะก้าวออกจากการพึ่งพาระบบพลังงานที่ควบคุมไม่ได้ ไปสู่ทางเลือกที่มั่นคงกว่าในระยะยาว”

    จากข้อมูลยอดจดทะเบียนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในช่วง Q1 ปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดย SLEEK EV เติบโตต่อเนื่องจากฐานที่ปัจจุบันมีรถบนท้องถนนกว่า 4,000 คัน ผ่านเครือข่ายดีลเลอร์กว่า 80 แห่งใน 22 จังหวัด ทั่วประเทศ รวมไปถึงข้อบ่งชี้ที่เห็นว่าเป็นอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของภาพรวมตลาดมอเตอร์ไซค์อีวี อาทิ การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ ๆ ในตลาด และการตั้งเป้ารายได้ยอดขายของแต่ละแบรนด์ที่สูงขึ้นอย่างน่าจับตามอง

    ทั้งนี้ สลีค อีวี ตระหนักดีว่าการตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่คือความมั่นใจในระยะยาว บริษัทจึงพัฒนาและขยาย Ecosystem ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความกังวล ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการที่มีกระจายอยู่ครอบคลุมทั้ง 22 จังหวัด พร้อมทีมช่างที่ผ่านการอบรมมาตรฐานจาก SLEEK EV โดยตรง รองรับทั้งการซ่อมบำรุงทั่วไปและการอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบของรถ รวมไปถึงการเร่งสร้าง Ecosystem ที่ครอบคลุมทุกมิติของการเดินทางด้วยพลังงานสะอาด ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อเมืองไทยโดยเฉพาะ เครือข่าย S-CHARGE ไปจนถึงแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับรถแบบเรียลไทม์ พร้อมขยายจุดชาร์จอย่างต่อเนื่องทั่วกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก โดยมีเป้าหมายให้การชาร์จไฟเป็นเรื่องปกติในทุกที่ที่ผู้ใช้จอดรถ ไม่จำเป็นต้องวางแผนการชาร์จล่วงหน้า

    ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าชั้นนำของไทย มองว่าปัญหาพลังงานที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่วิกฤต แต่คือ “โอกาส”ในการเข้าต่อสู้ในตลาดอีกครั้งเพื่อยกระดับสินค้า และการให้บริการที่จะเปลี่ยนโลกไปในรูปแบบที่ดีขึ้นกว่าเดิม ปรับมุมมอง เปลี่ยนมุมคิดให้กับการใช้พลังงานทางเลือกที่ยั่งยืน และพึ่งพาทรัพยากรภายในประเทศ ตลอดจนการใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศได้โดยตรง

    “นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์และบริการ ในด้านความแข็งแกร่งขององค์กร บริษัทประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A มูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่อศักยภาพการเติบโตของธุรกิจและทิศทางของตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อต่อยอดงานด้านการผลิต และสานต่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย ยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน โดยจะมุ่งพัฒนามาตรฐานและวางรากฐานแบบยั่งยืนทั้งระบบ อาทิ หัวชาร์จ Ecosystem โครงข่ายประสิทธิภาพสูงเพื่อการใช้งานของลูกค้า” คุณกันตินันท์กล่าวเสริม


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment