• เจาะลึกสรุปผลงานครึ่งฤดูกาล!  “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” หลังคว้าโพเดียมและเก็บคะแนนสะสมต่อเนื่อง ตอกย้ำพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมของนักบิดไทยบนเวทีโลก

    1 Min Read

    เจาะลึกสรุปผลงานครึ่งฤดูกาล!  “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” หลังคว้าโพเดียมและเก็บคะแนนสะสมต่อเนื่อง ตอกย้ำพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมของนักบิดไทยบนเวทีโลก

    นักบิดดาวรุ่งไทย “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เข้าร่วมการแข่งขันรายการเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ คลาส โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ และเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ ต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกันหลังจากที่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเข้มข้นมาแล้วในปี 2025 ที่ผ่านมา โดยนักแข่งดาวรุ่งไทยมีการพัฒนาทักษะการแข่งขัน ความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการควบคุมโภชนาการอย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการพัฒนาเรื่องการสื่อสารกับทีมงานอันจะนำมาซึ่งผลงานในสนามที่ดีตามความตั้งใจ

    สำหรับรายการเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ นักแข่งทุกคนจะได้รับรถสเปคเดียวกันทำให้ผลการแข่งขันจะตัดสินกันจากทักษะและฝีมือของตัวนักแข่งเป็นหลัก โดยในฤดูกาลนี้ “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างร้อนแรง เมื่อสามารถคว้าโพเดียมแรกในรายการนี้มาครองได้จากการจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 3 ในเรซเปิดฤดูกาลที่ เฆเรซ ประเทศสเปนท่ามกลางการแข่งขันที่สุดดุเดือด ก่อนที่ในเรซต่อมานักแข่งดาวรุ่งไทยยังสามารถรักษามาตรฐานคว้าอันดับที่ 7 เก็บคะแนนสะสมมาเพิ่มอีก 9 คะแนน

     

    ศึกเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ สนามที่ 2 เลอม็องส์ ราวด์ ประเทศฝรั่งเศส “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ต้องพบกับสถานการณ์สุดท้าทายแม้จะสามารถจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 7 ได้ในเรซแรก เก็บคะแนนสะสมเพิ่มมาได้ 9 คะแนน แต่ในเรซที่ 2 นักแข่งดาวรุ่งไทยเร่งเกมจนพลาดล้ม

    สนามที่ 3 มูเจลโล ราวด์ ประเทศอิตาลี “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ต้องพบกับความเข้มข้นดุเดือดตั้งแต่รอบฝึกซ้อมจนไปถึงรอบคัดเลือก อีกทั้งสนามแห่งนี้ยังเป็นสนามที่ต้องใช้ทักษะสูง แต่สุดท้ายแล้วนักแข่งไทยก็ยังคงทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจเมื่อสามารถฝ่าอุปสรรคจนคว้าอันดับที่ 13 ในเรซแรกก่อนจะพลิกสถานการณ์มาคว้าอันดับที่ 6 ได้ในเรซที่ 2 เก็บคะแนนสะสมรวม 13 คะแนน

    สนามที่ 4 แอสเซ่น ราวด์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมโดยในเรซแรกออกสตาร์ตเป็นลำดับที่ 9 แต่ก็สามารถหาจังหวะเร่งแซงจนมาจบการแข่งขันด้วยอันดับ 6 เก็บคะแนนสะสมไป 10 คะแนน เรซที่สอง “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ออกสตาร์ตด้วยลำดับที่ 11 ก่อนจะพุ่งทะยานคว้าท็อป 5 เก็บคะแนนสะสมไป 11 คะแนน

     

    ล่าสุดในสนามที่ 5 ซัคเซนริง ราวด์ ประเทศเยอรมนี นักแข่งไทยโชว์ฟอร์มสุดแกร่งแซงจากการออกสตาร์ตในลำดับที่ 22 จนมาจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 3 คว้าโพเดียมมาครองได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ก่อนที่ในเรซต่อมาจะยังคงรักษามาตรฐานจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 11 เก็บคะแนนสะสมได้อย่างต่อเนื่อง

    “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” มีคะแนนสะสมในรายการเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ รวมทั้งหมด 89 คะแนนอยู่อันดับที่ 6 ของตารางแข่งขันประจำฤดูกาล โดยจะเหลือการแข่งขันอีก 2 สนาม ที่มิซาโน ราวด์ วันที่ 11-13 กันยายน และที่เรดบูล ริง วันที่ 19-20 กันยายนนี้

     

    ด้านรายการเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ คลาส โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่จะใช้รถแข่งสเปคเดียวกับรถที่เคยใช้แข่งขันในระดับโมโตทรี เพื่อเป็นการฝึกฝนให้บรรดานักแข่งดาวรุ่งได้เรียนรู้รายละเอียดการเซตติ้งรถที่มีความซับซ้อนสูงนั้น “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ก็พัฒนาผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกันโดยสร้างสถิติเก็บคะแนนสะสมได้ทุกเรซ

     

    เริ่มจากสนามแรก มงต์เมโล ราวด์ ประเทศสเปน “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เริ่มต้นฤดูกาลด้วยความร้อนแรงคว้าอันดับที่ 6 เก็บคะแนนสะสม 10 คะแนนจากนั้นในเรซต่อมานักแข่งไทยก็ต่อสู้ได้อย่างเข้มข้นก่อนจะจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 12 เก็บคะแนนสะสมเพิ่มอีก 4 คะแนน

    สนามที่ 2 เอสโตริล ราวด์ ประเทศโปรตุเกส นักแข่งไทยทำผลงานรอบคัดเลือกได้อย่างแข็งแกร่งเมื่อสามารถคว้าตำแหน่งโพลโพซิชั่นมาครองได้ ก่อนที่จะขับเคี่ยวกับดาวรุ่งระดับโลกอย่างเข้มข้นจนจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 7 เก็บคะแนนสะสมเพิ่มอีก 9 คะแนน

     

    สนามที่ 3 เฆเรซ ราวด์ ประเทศสเปน “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ยังคงมีพัฒนาการผลงานที่น่าพอใจเมื่อบิดบู๊อย่างสุดมันส์แซงไปมาหลายจังหวะก่อนจะสามารถจบการแข่งขันด้วยอันดับ 10 และอันดับที่ 6 เก็บคะแนนสะสมรวม 16 คะแนน

     

    ล่าสุดสนามที่ 4 มัญญี-กูร์ ราวด์ ประเทศฝรั่งเศส นักแข่งดาวรุ่งไทยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตั้งแต่รอบคัดเลือกเมื่อสามารถคว้ากริดสตาร์ตอันดับที่ 2 ก่อนที่ในเรซการแข่งขัน “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” พลิกสถานการณ์จนจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 8 เก็บคะแนนสะสมเพิ่มอีก 8 คะแนน

     

    “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” มีคะแนนสะสมในรายการเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ คลาส โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ รวมทั้งหมด 47 คะแนนอยู่อันดับที่ 9 ของตารางคะแนนสะสมประจำฤดูกาล โดยจะเหลือการแข่งขันอีก 3 สนาม 6 เรซ โดยสนามต่อไปจะทำการแข่งขันที่ บาเลนเซีย ประเทศสเปน วันที่ 4-6 กันยายน 2026

     

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #JuniorGP #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85


    No Comment
  • ททท. X BRIC Superbike เปิดโปรเจกต์ “Buriram Check-in with Local Guide” ชวน 4 นักบิดดังออกเดินทางค้นพบเสน่ห์บุรีรัมย์

    1 Min Read

    ททท. X BRIC Superbike เปิดโปรเจกต์ “Buriram Check-in with Local Guide” ชวน 4 นักบิดดังออกเดินทางค้นพบเสน่ห์บุรีรัมย์

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย ททท. สำนักงานบุรีรัมย์ ร่วมกับสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในฐานะโปรโมเตอร์มอเตอร์สปอร์ตชั้นนำของประเทศไทย เปิดตัวโปรเจกต์คอนเทนต์พิเศษ “Buriram Check-in with Local Guide” ถ่ายทอดมุมมองใหม่ของการเดินทาง 4 นักแข่งดาวดังที่ออกไปสัมผัสเสน่ห์ของบุรีรัมย์ในหลากหลายมิติ ก่อนกลับมาทำหน้าที่ในสนาม เชื่อมประสบการณ์ระหว่างสนามแข่งขันกับเมืองบุรีรัมย์ ทำให้ทุกจุดเช็กอิน ทุกเมนูอาหาร และทุกกิจกรรม กลายเป็นส่วนหนึ่งของสุดสัปดาห์แห่งมอเตอร์สปอร์ต

     

    นางสาวกาญจน์นภัทร จิรไกรพงศ์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานบุรีรัมย์ กล่าวว่า บุรีรัมย์ในวันนี้ก้าวขึ้นเป็นทั้งเมืองกีฬาและจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางเชื่อมโยงไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในกลุ่มอีสานใต้ได้อย่างสะดวก โครงการ “Buriram Check-in with Local Guide” จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการใช้พลังของกีฬาและคอนเทนต์ดิจิทัล ถ่ายทอดเสน่ห์ของบุรีรัมย์ผ่านมุมมองของนักกีฬา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางตามรอย และต่อยอดการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในภูมิภาคอีสานใต้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริม Sports Tourism ของ ททท.

    ด้าน นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า บทบาทของฝ่ายจัดการแข่งขันยุคนี้ ไม่ได้จบแค่ในสนามด้วยการจัดการแข่งขันให้สนุกและมีมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างคุณค่าให้เกิดกับเมืองและเศรษฐกิจในพื้นที่ ความร่วมมือกับ ททท. สำนักงานบุรีรัมย์ ในครั้งนี้ จึงเป็นการใช้พลังของมอเตอร์สปอร์ตเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว เพื่อให้บุรีรัมย์เป็นจุดหมายที่ผู้คนอยากกลับมาอีกครั้ง แม้จะไม่มีการแข่งขันก็ตาม

    เบื้องหลังการถ่ายทำคอนเทนต์ชุดนี้ เกิดขึ้นจากแนวคิดว่า “การแข่งขันไม่ได้เริ่มต้นเมื่อไฟสตาร์ตดับ แต่เริ่มตั้งแต่วินาทีที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตเดินทางมาถึงบุรีรัมย์” โดยมี “ลูกปลา” สาวชาวบุรีรัมย์ รับหน้าที่เป็นเจ้าบ้านและ Local Guide พาเหล่านักแข่งออกไปสัมผัสวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ผ่านสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ธรรมชาติ และอาหารท้องถิ่น ถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองบุรีรัมย์ผ่านมุมมองของนักแข่ง ไม่ใช่การพาเที่ยวแบบทั่วไป แต่เป็นการเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตของคนบุรีรัมย์เข้ากับโลกของมอเตอร์สปอร์ต ทำให้ทุกการเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ Race Weekend

    Location 1 : Prepare |ศาลหลักมือง :   “อิงค์” อัฏฐ์ อัศวานันท์ จากทีม Black Bull Racing นักแข่งรุ่น Super Sport 600cc. SS1 เดินทางไปสักการะ ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ สถานที่ที่ชาวบุรีรัมย์นิยมขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนลงแข่งขัน ก่อนแวะเติมพลังกับ “ปาท่องโก๋ชุมพล” ร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังที่อยู่คู่เมืองบุรีรัมย์มายาวนาน สะท้อนอีกหนึ่งเสน่ห์ของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการกินของคนในพื้นที่

     

    Location 2 : Check-in |ช้าง อารีนา : “เบนซ์ เรซซิ่ง” อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช นักแข่งจาก Yamalube R-Series Team รุ่น R9 Cup เช็กอินแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดอย่าง ช้าง อารีนา เดินลอดอุโมงค์นักเตะ พร้อมสัมผัสบรรยากาศสนามฟุตบอลมาตรฐานระดับโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวสายกีฬา และเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวบุรีรัมย์

    Location 3 : Warm Up |อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก : ปิดท้ายด้วย “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว นักแข่งรุ่น Super Sport 600cc. SS1 Pro และ “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ผู้จัดการทีม จาก Idemitsu Honda Team Christmas ที่ออกเดินทางไปกับ ลูกปลา เพื่อวอร์มร่างกายด้วยการปั่นจักรยานรอบ อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก พร้อมค้นหามุมถ่ายภาพวิวสวยและสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ แนะนำอีกหนึ่งพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวบุรีรัมย์ที่เหมาะสำหรับการออกกำลังกายและท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์

    ทั้งนี้ “Buriram Check-in with Local Guide” เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และพันธมิตร เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์และกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ ผ่านรูปแบบ Storytelling ที่เข้าถึงทั้งแฟนมอเตอร์สปอร์ตและนักเดินทางรุ่นใหม่ สะท้อนแนวคิด Sports Tourism ที่ใช้การแข่งขันกีฬาเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยว กระตุ้นการเดินทาง การใช้จ่าย และการกระจายรายได้สู่ชุมชน

    แฟนความเร็วสามารถติดตามชมการแข่งขัน NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 สนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 16- 18 ตุลาคม 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซื้อบัตรได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางขึ้น Grandstand สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่นั่งแกรนด์สแตนด์ ราคา 100 บาท / 1 วัน, บัตร VIP ราคา 500 บาท / 1 วัน (จำหน่ายบัตรเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2026


    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็มจี ประกาศความสำเร็จครึ่งปีแรก โตแรง 67% เหนือกระแสตลาด พร้อมปรับเป้าใหม่ 36,000 คัน เดินเกมด้วย “DUAL-MARKET” รุกหนักทั้งแมส และพรีเมียม

    1 Min Read

    เอ็มจี ประกาศความสำเร็จครึ่งปีแรก โตแรง 67% เหนือกระแสตลาด  พร้อมปรับเป้าใหม่ 36,000 คัน เดินเกมด้วย “DUAL-MARKET”  รุกหนักทั้งแมส และพรีเมียม

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จครึ่งปีแรกด้วยยอดจดทะเบียน 16,920 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 67% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รั้งตำแหน่ง TOP 5 ของตลาดรถยนต์ไทย พร้อมประกาศปรับเป้าหมายยอดขายประจำปีสู่ 36,000 คัน เดินหน้าครึ่งปีหลังด้วยกลยุทธ์ “DUAL-MARKET” รุกหนักทั้งตลาดแมส และพรีเมียม ภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL ที่ยึดมั่นเจตนารมณ์ “IN THAILAND FOR THAILAND” เข้าใจคนไทย ส่งมอบคุณค่าที่ใช่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุด

    ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มียอดจดทะเบียนสะสมรวมอยู่ที่ 374,424 คัน เติบโตขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ เอ็มจี เติบโตเหนือตลาดด้วยยอดจดทะเบียน 16,920 คัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 67% โดยมี 3 รุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV ขวัญใจมหาชน จำนวน 6,341 คัน ตามมาด้วย MG4 ELECTRIC แฮทช์แบ็กอีวีโกลบอลโมเดลยอดฮิต จำนวน 6,018 คัน และ MG IM6 รถ e-SUV อัจฉริยะที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ จำนวน 1,013 คัน ส่งผลให้ เอ็มจี รั้งตำแหน่งในกลุ่ม Top 5 ของตลาดรถยนต์ไทยอย่างแข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 4.5% ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL มุ่งเน้นการถ่ายทอดนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกสู่ผู้ใช้งานคนไทยอย่างตรงจุดผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ (GLOBAL INNOVATION) ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์อย่างยั่งยืน ด้วยการเพิ่มระบบในการดำเนินงานเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติของงานบริการ (THAI PASSION) ในขณะที่ลูกค้าต่างสัมผัสได้ถึงคุณค่าที่ไม่ใช่เพียงราคาค่าตัวของรถยนต์ แต่ยังรวมถึงคุณค่าด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่  ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การขับขี่บนถนนเมืองไทย เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยให้การขับขี่ในยุคปัจจุบันทำได้ง่าย และปลอดภัยยิ่งขึ้น (VALUE CHOICE)

    ด้าน นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากทิศทางการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ เอ็มจี เติบโตในทุกมิติอย่างมั่นคง ด้วยจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์กลุ่มอีวีที่มีความครอบคลุมทุกเซกเมนต์หลักของตลาด และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่สามารถรองรับการเติบโตได้เป็นอย่างดี เอ็มจี จึงได้ตัดสินใจปรับเป้าหมายยอดขายใหม่ของปี 2569 จากเดิม 30,000 คัน สู่ 36,000 คัน พร้อมวางกลยุทธ์ช่วงครึ่งปีหลัง “ด้านผลิตภัณฑ์” เอ็มจี ชูความได้เปรียบด้านความหลากหลาย หากพิจารณายอดขายอีวีครึ่งปีแรกพบว่า 3 เซกเมนต์ที่เติบโตสูงสุดได้แก่ B-SUV, ECO CAR & B CAR และ C-SUV ตามลำดับ ในขณะที่ D CAR มีแนวโน้มเติบโต ครึ่งปีหลังจึงยังคงเดินหน้าผลักดัน อีวีกลุ่มตลาดแมส (MASS MARKET) ที่สอดรับกับเทรนด์ตลาดไม่ว่าจะเป็น NEW MG S5 EV PLUS ในฐานะ e-SUV ขวัญใจมหาชน NEW MG URBAN ซิตี้ คาร์ ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะที่เกินราคาค่าตัว เสริมทัพด้วยโมเดลยอดนิยมอย่าง MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวหอกหลักของการทำตลาดรถไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการขยายตลาดอีวีกลุ่มพรีเมียม (PREMIUM MARKET) อย่าง MG IM6 และ MG IM5 โดยเตรียมแผนส่งรุ่น LIMITED EDITION สร้างสีสันในตลาดเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังมี 2 e-MPV อย่าง MG MAXUS 7 และ MG MAXUS 9 ทางเลือกสำหรับกลุ่มครอบครัว พร้อมสื่อสาร EV LIFETIME WARRANTY ในทุกรุ่น ขณะที่กลุ่มเครื่องยนต์สันดาปจะใช้ MG3 HYBRID+ เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการขยายส่วนแบ่งการตลาด


    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GAC AION Thailand เปิดจำหน่าย GAC GN8 PHEV ราคาเริ่มต้น 2.199 ล้านบาท พร้อมแคมเปญพิเศษช่วงเปิดตัว และบริการหลังการขายระดับพรีเมียม

    2 Min Read

    GAC AION Thailand เปิดจำหน่าย GAC GN8 PHEV ราคาเริ่มต้น 2.199 ล้านบาท พร้อมแคมเปญพิเศษช่วงเปิดตัว และบริการหลังการขายระดับพรีเมียม

    GAC AION Thailand ประกาศเปิดจำหน่าย GAC GN8 PHEV รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมแบบปลั๊กอินไฮบริด (Premium Plug-in Hybrid MPV) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์พลังงานทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “SMART LUXURY FOR EXECUTIVES” ผสานความหรูหรา เทคโนโลยีอัจฉริยะ ความสะดวกสบาย และสมรรถนะการขับขี่ เพื่อรองรับกลุ่มผู้บริหารและครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2.0T Plug-in Hybrid (PHEV) ให้ระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 120 กิโลเมตร (NEDC) และระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,032 กิโลเมตร (WLTC) พร้อมราคาแนะนำช่วงเปิดตัว 2,199,000 บาท

     

    ดีไซน์หรูสง่างาม สะท้อนภาพลักษณ์ผู้บริหารยุคใหม่

    GAC GN8 PHEV ถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบ COMMANDING EXECUTIVE DESIGN ที่สะท้อนความสง่างามและความภูมิฐานระดับผู้บริหาร โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์เอกลักษณ์ LION CLAW GRILLE สอดรับกับไฟหน้า GRAND LION HEADLIGHTS ที่โฉบเฉี่ยวทรงพลัง ผสานเทคโนโลยีมิติของแสงและเงาอันเป็นเอกลักษณ์ และไฟท้าย LED ดีไซน์เขี้ยวสิงโต LION FANG TAIL LIGHTS ที่สะท้อนเอกลักษณ์อันทรงพลังในทุกมุมมอง พร้อมเพิ่มความสะกดทุกสายตาด้วย FLOATING EMBLEM HUB หรือฝาครอบดุมล้อแบบลอยตัวที่ช่วยรักษาตำแหน่งโลโก้ GAC ให้คงที่ตั้งตรงขณะขับขี่ นอกจากนี้ ตัวรถยังได้รับการปรับรายละเอียดกันชนหน้า–หลัง รวมถึงองศามุมไต่และมุมจาก (Approach & Departure Angles) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่และการใช้งานจริง ทั้งในเมือง บนทางลาด อาคารจอดรถ และการเดินทางระยะไกล

     

    ห้องโดยสารระดับ Executive Comfort มอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับ

    ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับความสบายสูงสุดภายใต้แนวคิด UPGRADED EXECUTIVE COMFORT สัมผัสความประณีตด้วยเบาะหนัง NAPPA เกรดพรีเมียม LUXURIOUS LEATHER SEATS พร้อมงานเย็บตะเข็บ 3 มิติ และการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โดยเบาะนั่งคู่หน้า UPGRADED EXECUTIVE FRONT-ROW SEATS มาพร้อมระบบนวด 10 จุด ปรับได้ 3 โหมด ที่รองขาปรับได้ 60 มิลลิเมตร และฟังก์ชัน ONE-TOUCH SPA เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง

    ขณะที่เบาะโดยสารแถวที่สองมอบความสบายขั้นสุดด้วยเบาะนั่ง DUAL ZERO-GRAVITY ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ผสานระบบนวด 3 โหมด รวม 16 จุด (เบาะรองนั่ง 6 จุด และพนักพิง 10 จุด) ระบบดันหลังปรับไฟฟ้า ที่รองขาปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชัน SPA ในตัว ผ่อนคลายเพียงสัมผัสเดียวด้วยโหมด ONE-TOUCH ZERO-GRAVITY เพิ่มความสะดวกสบายด้วยหน้าจอควบคุมส่วนตัว EXECUTIVE ARMREST TOUCH COMMAND ขนาด 5 นิ้ว บนที่วางแขน ช่วยให้ผู้โดยสารแถวที่สองสามารถควบคุมการปรับตำแหน่งเบาะ ระบบปรับอากาศ การเปิด-ปิดประตูและหน้าต่าง ม่านบังแดดเหนือศีรษะ และระบบความบันเทิงได้อย่างอิสระ พร้อมด้วย EXECUTIVE FLOATING TABLE โต๊ะพับอเนกประสงค์หลังพนักพิงเบาะหน้า ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการพักผ่อนตลอดการเดินทางอย่างลงตัว

    เบาะโดยสารแถวที่สามมาพร้อมรางเลื่อนยาวพิเศษ ช่วยให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องโดยสารได้อย่างอิสระ สามารถพับแยกแบบ 40:60 และพับได้เพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังให้มีความจุสูงสุดถึง 1,500 ลิตร พร้อมรองรับกระเป๋าเดินทางได้ถึง 6–7 ใบ แม้ในขณะที่ใช้งานเบาะที่นั่งครบทั้ง 7 ตำแหน่ง

    นอกจากนี้ GAC GN8 PHEV ยังมอบบรรยากาศการเดินทางที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวขั้นสุดด้วย LEADING QUIET NVH EXPERIENCE ผ่านการติดตั้งวัสดุซับเสียงคุณภาพสูงมากกว่า 100 จุดทั่วคัน ทำงานร่วมกับระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยก 3 โซนแบบไร้ลมปะทะตัว พร้อมระบบฟอกอากาศพลาสมาและระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ PM2.5 เพื่อสุขอนามัยและความผ่อนคลายระดับพรีเมียมตลอดการเดินทาง

    เติมเต็มทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและความบันเทิงระดับพรีเมียม โดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8155 ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ ADiGO 6.0 รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายและสาย พร้อมระบบปรับกลิ่นหอมภายในห้องโดยสาร รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง 4-ZONE VOICE CONTROL อิสระทุกตำแหน่งที่นั่ง เสริมความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้วยหน้าจอความละเอียดสูงติดเพดานขนาด 15.6 นิ้ว ทำงานร่วมกับระบบเสียง YAMAHA Premium Audio System 16 ลำโพง พร้อมลำโพงพิเศษบริเวณพนักพิงศีรษะแถวที่ 2 ถ่ายทอดมิติเสียงคมชัดสมจริง โอบล้อมรอบทิศทาง มอบพื้นที่ส่วนตัวสุดพิเศษตลอดการเดินทาง

    ขุมพลัง PHEV สมรรถนะสูง ประหยัดพลังงาน

    GAC GN8 PHEV ขับเคลื่อนด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริด 2.0T ทำงานร่วมกับเกียร์ GMC400 (2-Speed DHT) ให้กำลังสูงสุด 274 กิโลวัตต์ (373 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 630 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.ใน 8.8 วินาที สามารถขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 120 กิโลเมตร (NEDC) และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,032 กิโลเมตร (WLTC) ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพียง 6.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร

     

    เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่

    GAC GN8 PHEV ติดตั้งระบบกันสะเทือนไฟฟ้า SDC (Electromagnetic Damping Suspension) และระบบควบคุมเสถียรภาพ AVDC (Adaptive Vehicle Dynamic Control) ช่วยเพิ่มความนุ่มนวล ลดอาการโคลงขณะเข้าโค้ง และเพิ่มความมั่นใจในทุกสภาพถนน พร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ กล้องและเรดาร์ 3 มิติ ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถแบบโปร่งใส ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ FAPA และระบบถุงลมนิรภัยรอบคันแบบ Matrix เพื่อเพิ่มการปกป้องผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง

    ความปลอดภัยอัจฉริยะรอบด้าน 360 องศา (360 Protection)

    GAC GN8 PHEV มอบความปลอดภัยสูงสุดระดับ ALL-AROUND SAFETY เพื่อปกป้องผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง

    • GPMA SAFETY ARCHITECTURE: โครงสร้างตัวถัง GPMA ประกอบด้วยเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High-Strength Steel) สูงถึง 81.7% เสริมความแข็งแกร่งและรักษาโครงสร้างห้องโดยสารเพื่อการปกป้องสูงสุดแม้เกิดการชนรุนแรง
    • GAC MAGAZINE BATTERY: มั่นใจด้วยแบตเตอรี่ความปลอดภัยสูง พร้อมระบบป้องกันความร้อนรอบทิศทาง 360 องศา ทนต่ออุณหภูมิสูงถึง 800°C และระบบความปลอดภัย 10 ชั้น ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานขั้นสูง ป้องกันการลุกไหม้และระเบิดอย่างสิ้นเชิง
    • ALL-SCENARIO ACTIVE SAFETY (Level 2+): ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ตอบสนองในระดับมิลลิวินาที แจ้งเตือนความเสี่ยงล่วงหน้า ครอบคลุมทุกความเร็ว ทุกทิศทาง และทุกสภาพแวดล้อม
    • FULL-COVERAGE MATRIX AIRBAGS: ถุงลมนิรภัยรอบคันแบบ MATRIX ครอบคลุมทุกตำแหน่งที่นั่งรวมถึงบริเวณกระจกบังลมหลัง ด้วยพื้นที่การปกป้องรวมกว่า 148 ตารางฟุต
    • 360 PROTECTION & ADVANCED DRIVER ASSIST: ทำงานร่วมกับเรดาร์ 3 มิติ, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถแบบโปร่งใส, ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ FAPA, ระบบเตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถหรือวัตถุเคลื่อนผ่าน Door Opening Warning (DOW), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)

     

     

     

     

     

     

     

     

    แคมเปญพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถ GAC GN8 PHEV ระหว่างวันที่ 3 สิงหาคม 2569 – 31 สิงหาคม 2569

    • ราคาเริ่มต้น 2,199,000 บาท*
    • สิทธิพิเศษช่วงเปิดตัว เมื่อซื้อ GN8 PHEV (รับสิทธิ์เลือก 1 ใน 2 แพ็กเกจสุดพิเศษ)
      • Package A : HUAWEI FUSION SOLAR PACKAGE ระบบโซลาร์เซลล์อัจฉริยะสำหรับที่อยู่อาศัย พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 130,900 บาท*
      • Package B : GAC PREMIUM ACCESSORY PACKAGE ฟิล์มกรองแสงเซรามิกไทเทเนียมไนไตรด์ พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 30,000 บาท*
    • พร้อมรับเพิ่ม: ของแถมอุปกรณ์ตกแต่ง (พรมปูพื้น, ฟิล์มกรองแสงเซรามิก GAC และ HOME CHARGER) รวมมูลค่า 49,700 บาท*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

     

    สิทธิพิเศษหลังการขายและการรับประกันคุณภาพ (Service Benefits & Warranty)

    GAC AION Thailand มอบเอกสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ GAC GN8 PHEV ด้วยบริการหลังการขายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “GAC Care” ที่มาพร้อมที่ปรึกษางานบริการส่วนตัวแบบตัวต่อตัว (Exclusive Service Advisor) และสิทธิประโยชน์การรับประกันคุณภาพรวม 10 รายการ ได้แก่

    1. LIFETIME WARRANTY: รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน และชุดเกียร์มอเตอร์ไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งาน (ประเมินมูลค่าความคุ้มครอง 100,000 บาท)*
    2. WARRANTY: รับประกันตัวรถ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    3. HOME CHARGER: ฟรีเครื่องชาร์จ พร้อมบริการติดตั้ง* มูลค่า 25,800 บาท (สิทธิ์ติดตั้ง 1 ปี นับจากวันที่ออกรถตามใบกำกับภาษี)
    4. FREE FIRST MAINTENANCE: ฟรีการตรวจสอบ PDI และฟรีการเข้ารับบริการบำรุงรักษาครั้งแรก
    5. LOANER CAR SERVICE: บริการรถสำรองใช้ระหว่างซ่อม (กรณีเกิดปัญหาคุณภาพภายในระยะรับประกัน* ตามข้อกำหนดของทาง GAC Thailand)
    6. PRIORITY SERVICE APPOINTMENT: สิทธิ์การนัดหมายบริการหลังการขายแบบพิเศษ (ได้รับการดูแลเป็นลำดับแรก)
    7. FREE ROADSIDE SERVICE: ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน ตลอด 24 ชั่วโมงนาน 8 ปี
    8. GENUINE PARTS & TECHNICAL SERVICE: อะไหล่แท้ พร้อมการสนับสนุนด้านเทคนิคและการให้บริการโดยช่างผู้ชำนาญการ
    9. FREE INTERNET: ฟรีอินเทอร์เน็ตบนรถยนต์ 2GB/เดือน นาน 2 ปี
    10. FREE OTA UPDATE: ฟรีอัปเดต OTA ตลอดอายุการใช้งาน*
    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
    *รายละเอียดและเงื่อนไขของรถแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่าย GAC AION ทุกสาขาทั่วประเทศ
    *มูลค่าการรับประกันตลอดอายุการใช้งานที่แสดงเป็นการประมาณการมูลค่าการคุ้มครองต่อคัน เพื่อใช้ในการสื่อสารเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการกำหนดหรือจำกัดยอดเคลมจริง

     ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้แทนจำหน่าย GN8 Exclusive Center ทั้ง 20 สาขา ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของ GAC AION Thailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า พร้อมลุยครึ่งปีหลัง ชู Honda 160 Series นำทัพ เปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ 4 รุ่น พร้อมเติมสีสันคอลแลบดิสนีย์และพิกซาร์ BUZZ LIGHTYEAR และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition เสริมทัพทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด

    2 Min Read

    ไทยฮอนด้า พร้อมลุยครึ่งปีหลัง ชู Honda 160 Series นำทัพ เปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ 4 รุ่น พร้อมเติมสีสันคอลแลบดิสนีย์และพิกซาร์ BUZZ LIGHTYEAR และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition เสริมทัพทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าว Thai Honda Press Conference & Mid Year Meeting 2026 : Move Up to Future Ahead” ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานได้สรุปภาพรวมผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมเปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026 พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเปิดตัวรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่ถึง 4 รุ่น นำโดย New Honda Click160 และ New Honda PCX160 ที่ร่วมตอกย้ำความแข็งแกร่งของ Honda 160 Series ควบคู่กับ New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition สะท้อนการเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของฮอนด้าทั้งในกลุ่มพรีเมียมเอ.ที. กลุ่มสปอร์ตเอ.ที. และกลุ่มไลฟ์สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ในทุกเซกเมนต์ 

    มร.มาซายูกิ ฮามามัตสึ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 แม้ตลาดรถจักรยานยนต์จะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ด้วยแรงสนับสนุนและความไว้วางใจที่ทุกท่านมีให้กับไทยฮอนด้าเสมอมา ทำให้ไทยฮอนด้ายังคงรักษาความเป็นผู้นำของตลาดได้อย่างต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตคิดเป็น 102% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2025 และสำหรับช่วงครึ่งปีหลัง เราคาดว่าตลาดรวมตลอดทั้ง ปีจะอยู่ประมาณ 1.73–1.77 ล้านคัน และเราตั้งเป้าหมายยอดจำหน่ายของฮอนด้าไว้ที่ 1.40–1.43 ล้านคัน ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดและฐานการผลิตที่สำคัญของฮอนด้าในระดับโลก ไทยฮอนด้าจึงพร้อมเดินหน้าลงทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ควบคู่กับการสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย และเดินหน้าสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

    “สำหรับการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง ไทยฮอนด้าได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่รวม 4 รุ่น มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Premium A.T. , Sport A.T. และ Lifestyle โดยยังคงเดินหน้าพัฒนาทั้งรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป เพื่อมอบทางเลือกที่เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้าในแต่ละไลฟ์สไตล์ ในส่วนของรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป ฮอนด้ายังคงเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของ Honda 160 Series ผ่าน New Honda Click160 สปอร์ตเอ.ที. ดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยวสปอร์ตขั้นกว่า และ New Honda PCX160 พรีเมียมเอ.ที. เฉดสีใหม่ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในเซกเมนต์ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเพิ่มสีสันให้กับตลาดรถจักรยานยนต์แฟชั่นเอ.ที. ด้วย New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition จำนวนจำกัด 2,000 คันเท่านั้น และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition ที่นำเสน่ห์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่นยุค 80s มาสร้างสรรค์เป็นรถลิมิเต็ดอิดิชัน จำนวนจำกัด 500 คันเท่านั้น” มร.มาซายูกิ กล่าวเสริม

    หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือ New Honda Click160 ภายใต้คอนเซปต์ Click อย่างผู้นำ จ่าฝูงทุกเส้นทาง” ตัวจริงสายสปอร์ตแห่ง Honda 160 Series ที่มอบความคล่องตัวและแรงเร้าใจในทุกการขับขี่ โดยได้รับการยกระดับดีไซน์ให้โฉบเฉี่ยวและคล่องตัวยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยลวดลาย Forged Composite Carbon และ New Soft Emblem Click สี Hologram เสริมความพรีเมียมสปอร์ต ตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 157 ซีซี ให้สมรรถนะที่สนุก เร่งได้ดั่งใจ เสริมความมั่นใจด้วยระบบ ABS ที่ล้อหน้า และ Disc Brake ดิสก์เบรกหน้า-หลัง ระบบไฟ Full LED Lighting, หน้าจอ Full Digital Speedometer, Honda SMART Key ที่มาพร้อมฟังก์ชันระบุตำแหน่งรถและป้องกันการโจรกรรม, USB-C Charger, Pop-up Hook และพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะขนาด 18 ลิตร โดยมีให้เลือก 4 สีใหม่ ได้แก่ สีเหลือง-ดำ , สีขาว-ดำ, สีดำ, และสีเขียว-ดำ วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 69,900 บาท

    นอกจากนี้ New Honda Click160 ยังเปิดตัว CLICK160 R Limited Edition รุ่นตกแต่งพิเศษสไตล์สปอร์ตจาก H2C โดดเด่นด้วยโช้กอัพหลัง Profender AIR PLUS รุ่นพรีเมียมล่าสุด ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 76,400 บาท รวมถึงมีอุปกรณ์ตกแต่ง H2C ให้เลือกเพิ่มเติมอย่างครบครัน

     

    New Honda PCX160 ตัวจริงแห่งความพรีเมียมของ Honda 160 Series ที่มอบความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง ภายใต้คอนเซปต์ Be The Mark of PRIDE อีกระดับความภูมิใจ สู่ความเชื่อมั่นไม่สิ้นสุด”  มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมใน 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีเทา-ดำ Matt Guardian Silver สำหรับรุ่น RoadSync Type และสีเขียว-ดำ Vapor Green กับสีน้ำเงิน-ดำ Blue Metallic สำหรับรุ่น Standard Type สะท้อนภาพลักษณ์ที่ความโดดเด่นและสร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 157 ซีซี มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบ ABS และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ พร้อมวางจำหน่ายรวม 6 สี โดยรุ่น RoadSync Type วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 99,900 บาท และรุ่น Standard Type วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 96,000 บาท

    ไทยฮอนด้าเติมสีสันให้ตลาดรถจักรยานยนต์ไลฟ์สไตล์ด้วย New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition ผลงานคอลแลบครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างไทยฮอนด้า และ Disney & Pixar ที่พา BUZZ LIGHTYEAR คาแรกเตอร์ระดับไอคอนจากภาพยนตร์แอนิเมชัน Toy Story ซึ่งครองใจแฟน ๆ ทั่วโลกมายาวนานกว่า 30 ปี ออกเดินทางครั้งใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ Beyond The New High สู่สไตล์ใหม่ อันไกลโพ้น” ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ BUZZ LIGHTYEAR ลงบนรถจักรยานยนต์ดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างกลมกลืน ตั้งแต่ตัวรถโทนสีขาว เขียว และม่วงที่ชวนให้นึกถึงชุด Space Suit พร้อมรายละเอียดเฉพาะที่แฟนตัวจริงจดจำได้ทันที อาทิ Classic LED Headlight ดีไซน์ครอบไฟหน้าและเรือนไมล์สีม่วง โดดเด่น มีสไตล์, Space Ranger Icon ไอคอนเอกลักษณ์ประจำหน่วยสำรวจจักรวาล, Buzz Space Soft Emblem ปุ่มสามสี เหมือนชุดอวกาศของ BUZZ LIGHTYEAR, Buzz Red Soft Emblem ปุ่มสีแดงตรงหน้าอกซ้าย BUZZ LIGHTYEAR, Andy Signature สติกเกอร์ลายเซ็นใต้เท้า BUZZ LIGHTYEAR, BUZZ LIGHTYEAR Aluminium Floor Mat แผ่นรองเท้าดีไซน์พิเศษ ลวดลายปั๊มนูนรูปยานอวกาศ, Toy Story Soft Emblem สัญลักษณ์โลโก้ลิขสิทธิ์จาก Disney & Pixar, Space Ranger License Plate กรอบป้ายทะเบียนดีไซน์ลิมิเต็ด รวมถึง Running Number Sticker ตั้งแต่คันที่ 1 ถึง 2,000 ตอกย้ำความเป็นลิมิเต็ดอิดิชันสำหรับแฟน Disney & Pixar รวมถึงนักสะสมโดยเฉพาะ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,000 คัน วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 74,900 บาท

    อีกหนึ่งรุ่นพิเศษที่เปิดตัวในครั้งนี้คือ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition ที่ออกแบบพิเศษสำหรับผู้ที่หลงใหลในเจแปนวินเทจ ถ่ายทอดเสน่ห์ของ Tokyo Vibes ยุค 80s ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ผ่านการดีไซน์เฉดสี ลายเส้น และชุดแต่งพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากป๊อปอาร์ตญี่ปุ่น ชวนให้ผู้ขับขี่ได้ย้อนกลับไปสัมผัสสีสันและบรรยากาศแบบซิตี้ป๊อปอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นยุค 80s มาพร้อม Light Brown Wind Shield บังลมหน้าสั้นดีไซน์ใหม่ เติมความวินเทจในทุกเส้นทาง, Tokyo 80s Body Sticker เรซินสติกเกอร์ลาย Tokyo 80s ด้วยดีไซน์และโทนสีสไตล์ป๊อปอาร์ตญี่ปุ่น, Chrome Body Protector & Front Carrier กันลายและตะแกรงหน้าสีโครเมียม, Tokyo 80s Classic Helmet หมวกกันน็อกทรงคลาสสิกเฉดสีเดียวกับตัวรถ และ Tokyo 80s Jacket ลายพิเศษที่ออกแบบมาให้แมตช์กับตัวรถอย่างลงตัว เติมเต็มแฟชั่นญี่ปุ่นยุค 80s ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดย Super Cub Tokyo 80s Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน มาพร้อมตัวรถ โทนสีขาว-เหลือง วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 54,000 บาท

    ภายใต้ทิศทาง “Move Up to Future Ahead” ไทยฮอนด้าพร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 รุ่นในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทย ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในตลาดและฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของฮอนด้าในระดับโลก ด้วยศักยภาพของตลาด เครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง และความพร้อมด้านการวิจัยและพัฒนาสำหรับภูมิภาคอาเซียน พร้อมกันนี้ไทยฮอนด้ายังเดินหน้าต่อยอด Honda 160 Series และรถจักรยานยนต์ไลฟ์สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ และรักษาความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

    โดยรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 รุ่นจะพร้อมวางจำหน่ายภายในเดือนสิงหาคมนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ใกล้บ้าน

     

    สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #NewPCX160 #MattGuardianSilver #VaporGreen
    #BlueMetallic #BeTheMarkOfPride #อีกระดับของความภูมิใจสู่ความเชื่อมั่นที่ไม่สิ้นสุด #ใช้ชีวิตที่ใช่มั่นใจทุกเส้นทาง #เครื่องยนต์eSP+ #ผู้นำออโตเมติกคือฮอนด้า #ออโตเมติก4วาล์วคือฮอนด้า
    #NewHondaClick160 #Clickอย่างผู้นำจ่าฝูงทุกเส้นทาง #TheOneSixtiERตัวจริง160
    #BeyondTheNewHigh #สู่สไตล์ใหม่อันไกลโพ้น #Giorno+
    #HondaSupercub #Tokyo80s
    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand​ #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า เดินหน้า “Thai Honda Forest Fortress” ฟื้นฟูผืนป่า สร้างแนวกันไฟป่าเปียก 100 กิโลเมตร ณ ป่าสงวนแห่งชาติสระบุรี-ลพบุรี

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า เดินหน้า “Thai Honda Forest Fortress” ฟื้นฟูผืนป่า สร้างแนวกันไฟป่าเปียก 100 กิโลเมตร ณ ป่าสงวนแห่งชาติสระบุรี-ลพบุรี

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรม Thai Honda Forest Fortress : คืนบ้านให้สัตว์ป่า คืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับโลก” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ณ โครงการเขาพระยาเดินธง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี) หน่วยงานภาครัฐ และชุมชนในพื้นที่ จัดทำแนวกันไฟแบบป่าเปียก เป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร ภายในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติสระบุรี-ลพบุรี เพื่อร่วมป้องกันไฟป่า ลดการเกิดจุดความร้อน และบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อันเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

    กิจกรรมในปีนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการ Thai Honda Forest Fortress ที่ทางไทยฮอนด้าได้ริเริ่มขึ้นในปี 2568 ณ พื้นที่เดียวกัน โดยหลังจากร่วมสนับสนุนการป้องกันไฟป่าและวงรากฐานการฟื้นฟูที่ในปีแรก  ในปีนี้ไทยฮอนด้ากลับมาสานต่อการดูแลผืนป่าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการปลูกไม้อุ้มน้ำ (ต้นกล้วยป่า) ขุดหลุมซับน้ำ และทำฝายชะลอน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ ของดิน น้ำ และระบบนิเวศ พร้อมเสริมประสิทธิภาพของแนวกันไฟป่าเปียกให้สามารถป้องกันไฟป่าได้อย่างยั่งยืน โดยได้รับ เกียรติจาก นายถนอมพงษ์ สังข์ธูป ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี), นายสุรศักดิ์ เจิมสม นายกเทศมนตรีตำบลเขาพระยาเดินธง, นายอรัญ แก้วเพ็ชร รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและพนักงานไทยฮอนด้า กว่า 150 คน ร่วมลงพื้นที่ทำกิจกรรม เสริมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ไฟป่าอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

    กิจกรรม Thai Honda Forest Fortress สะท้อนความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืน ผ่านการฟื้นฟูผืนป่า การป้องกันไฟป่า และการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อร่วมคืนบ้านให้สัตว์ป่า คืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับโลก และเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน

     

    สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #ThaiHondaForestFortress
    #HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • สุดเดือด! “ธนัช-พีระพงษ์” ผงาดคว้าโพล “มุกข์ลดา” คัมแบ็กแรงยึดแถวหน้า NEXZTER BRIC Superbike สนาม 2

    1 Min Read

    สุดเดือด! “ธนัช-พีระพงษ์” ผงาดคว้าโพล “มุกข์ลดา” คัมแบ็กแรงยึดแถวหน้า NEXZTER BRIC Superbike สนาม 2

    ศึกซูเปอร์ไบค์เบอร์หนึ่งของไทย รายการ “เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2026″ ดวลความเร็วสนาม 2 ด้วยการแข่งขันรอบควอลิฟายสุดเข้มข้น โดยรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว คว้าโพล ขณะที่ “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช ประเดิมสนามแรกของฤดูกาลด้วยการออกตัวจากแถวหน้า ส่วนรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง ครองตำแหน่งโพลโพซิชั่น ขณะ “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี นักแสดงซูเปอร์สตาร์หนุ่มจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ยกระดับความเร็วขยับคว้าอันดับ 5 ซูเปอร์สต็อก (ST3)  ก่อนลุ้นแชมป์รอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.นี้ ที่สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์

    การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 สนาม 2 ดวลความเร็วระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-2 สิงหาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

     

    หลังผ่านสนามแรกด้วยการขับเคี่ยวอย่างเข้มข้น นักบิดทุกคนกลับมาสู่สนามนี้อีกครั้งด้วยความพร้อมที่มากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อการยกระดับผลงานของตัวเอง และความคาดหวังในการลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาล โดยไฮไลต์ยังคงอยู่ที่การต่อสู้อย่างสนุกในทุกคลาสของการแข่งขัน

    โดยผลควอลิฟายในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ปรากฏว่าตำแหน่งโพลตกเป็นของ ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสเตรเลียนจาก สวิฟท์ โกรว เรซซิ่ง ทีม ผู้ชนะสนามแรกที่ยังคงฟอร์มแรงต่อเนื่อง ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 38.478 วินาที ทิ้งห่าง เหนือกริดที่ 2 อย่าง ชญากร แซ่อ๋อง นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ถึง 1.264 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ โคลิน บัตเลอร์ นักบิดชาวแคนาดาจาก ศาวิตาร์ ทีม เอเชีย ตามหลัง 1.974 วินาที

    ด้านตำแหน่งโพลในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี ตกเป็นของ ตะวัน ตั้งจิตเจริญกุล จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 40.060 วินาที เฉือน เอเดน ท้าว นักบิดอเมริกันจาก สาวิตา ทีม เอเชีย กริดที่ 2 เพียง 0.304 วินาที ตามด้วยจอมเก๋าอย่าง ออ ปิตะบุตร จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ในอันดับ 3 ตามหลัง 0.308 วินาที

     

    ส่วนรุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB3) และ ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ซึ่งลงแข่งพร้อมกัน ปรากฏว่าตำแหน่งโพลในรุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB3) ของ รอนนี่ สุลบิยักโต นักบิดอินโดนีเซียจาก มูเลีย จาย่า อาร์ไอที ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 44.956 วินาที เหนือกริดที่ 2 อย่าง จิณณวัตร ดีวิเศษ จาก ยามาฮ่า บลู ครู ไรเดอร์ส คลับ ยามาลู้ป เน็กซเตอร์ ถึง 1.599 วินาที ส่วนกริดที่ 3 ได้แก่ ณัฐกร อิ่มใจสุข จาก ออร์คิด ปาล์ม โฮมส์ หัวหิน ซีพีทู เรซซิ่ง ทีม ฮอนด้า บิ๊กวิง รามอินทรา ตามหลัง 1.870 วินาที

     

    ขณะที่โพลในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ได้แก่ รณชัย ใจยา นักบิดชาวไทยจาก เดอะ ชไวน์ การาจ แซดทีอาร์ เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลา 1 นาที 47.087 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง ซานติ หม่า นักบิดชาวเมียนมาร์ เพื่อนร่วมทีม อยู่ 0.515 วินาที

    ส่วน “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกหนุ่มชื่อดังจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ยกระดับความเร็วอย่างน่าพอใจ รั้งอันดับ 5 ในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 48.577 วินาที ด้านอินฟลูเอ็นเซอร์สาวชื่อดังอย่าง “แพร” ทวินันท์ เพิ่มพูน จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ต้องพลาดลงแข่งสนามนี้หลังได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมส่วนตัว

     

    รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ดวลความเร็วกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม รวมพลนักบิดดาวดังระดับท็อปของเมืองไทยจากทุกค่าย มาร่วมเปิดศึกสู้กันอย่างดุเดือด โดยไฮไลต์สำคัญในเรซนี้ อยู่ที่การกลับคืนสู่สังเวียนอีกครั้งของ มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวแกร่ง ที่ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกของฤดูกาลในสนามที่ 2 ให้กับ เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม โดยเพิ่งคว้าโพเดียมระดับโลกมาได้ในยุโรป ถูกใส่ชื่อลงบิดแทนนักบิดเวิลด์คลาสอย่าง ฮอร์เก นาบาร์โร ให้กับทีม เพิ่มความเข้มข้นให้กับการลุ้นแชมป์เป็นอย่างมาก

     

    โดยผลควอลิฟายปรากฏว่า ตำแหน่งโพลตกเป็นของดาวรุ่งชาวไทยอย่าง “มิกซ์”  ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ผู้ชนะสนามแรกด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 39.260 วินาที ส่วน “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวจอมเก๋า คว้ากริดที่ 2 มาครอง ตามหลังเจ้าของโพล 1.117 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ดาวรุ่งจาก เรย์บริก ทูราโน ฮอนด้า ทีซีเค เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.331 วินาที

     

    ตามด้วย “ต่อ” ต่อศักดิ์ นวลสาย นักบิดเจ้าถิ่นชาวบุรีรัมย์จาก ไบค์สตอรี พีทีที ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ได้ออกตัวจากกริดที่ 4 ตามหลัง 1.619 วินาที ส่วนกริดที่ 5 เป็นของ โกยุ นาคากาวะ ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 2.238 วินาที

    สำหรับผลควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี แข่ง 9 รอบ ปรากฏว่านักบิดจอมเก๋าอย่าง “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก ยามาฮ่า สปีด800 ยัวซ่า เรซซิ่ง ทีม คว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 54.352 วินาที ขนาบข้างด้วย “เอิร์ธ” ธุรกิจ บัวผา ดาวรุ่งจาก ไฮสปีด เคทีเอ็ม เรซซิ่ง ทีม ในกริดที่ 2 ตามหลัง 0.538 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “เชลล์” ศักดิ์ชัย คงดวงดี จาก ไฮสปีด ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี สมาร์ทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ ตามหลัง 0.570 วินาที

     

    ทั้งนี้ ศึก เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2026 สนามที่ 2 จะดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม ซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางขึ้น Grandstand สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่นั่งแกรนด์สแตนด์ ราคา 100 บาท / 1 วัน, บัตร VIP ราคา 500 บาท / 1 วัน

     

    รับชมถ่ายทอดสดได้ทาง True Sports 1 ช่อง 666 วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม เวลา 14.30-17.30 น. หรือชม Live Streaming ทางเพจ Chang Circuit Buriram / BRIC Superbike 2026 และ Youtube : Chang International Circuit ตั้งแต่ 9.00 น. เป็นต้นไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้าแนะนำ TOYOTA ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด HEV SMART ราคาเริ่มต้น 3,590,000 บาท พร้อมส่งมอบ

    2 Min Read

    โตโยต้าแนะนำ TOYOTA ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด HEV SMART ราคาเริ่มต้น 3,590,000 บาท พร้อมส่งมอบ

     

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ระดับ LUXURY 7 ที่นั่ง ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “SEAMLESS SERENITY” ซึ่งนำเสนอ Ultimate Inclusive Program แพคเกจบำรุงรักษาที่ให้ความสบายใจไร้กังวลตลอดการใช้งาน เอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เท่านั้น พร้อมรุ่นย่อยใหม่ “HEV Smart” กับล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เบาะนั่งแถวสองปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางควบคุมผ่าน Detachable Tablet พร้อมระบบผ่อนคลาย Massage Relaxation, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน และระบบ T-Connect  นอกจากนี้มาพร้อมทางเลือกอีก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ HEV Premium และ HEV Premium Luxury ที่ยกระดับความหรูหราสะดวกสบายเหนือระดับด้วยบันไดข้างแบบกางออกอัตโนมัติ Retractable Step ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นด้วยทางเลือกพิเศษ Eclipse Edition ด้วยฟิล์มปกป้องสีรถภายนอกแบบด้าน (Matte Paint Protection Film) เพิ่มความทนทานและปกป้องสีรถได้อย่างมั่นใจ ติดตั้งและรับประกันโดยโตโยต้า

     

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำเสนอ TOYOTA ALPHARD และ TOYOTA VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 รถยนต์อเนกประสงค์ระดับ LUXURY 7 ที่นั่ง ได้รับการพัฒนาให้เป็นยนตรกรรมที่ยกระดับความหรูหราสะดวกสบายเหนือระดับ ขับเคลื่อนนุ่มนวล ทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร ที่ผสาน 2 พลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร Dual VVT-i ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ประหยัดน้ำมันสูงสุด 17.9 กม./ลิตร* (*อ้างอิงจาก ECO Sticker) พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เทคโนโลยี E-Four ใหม่ และโครงสร้างสถาปัตยกรรมยานยนต์ TNGA ที่ออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัว และเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม มั่นใจกว่าด้วยความปลอดภัยเหนือระดับ Toyota Safety Sense เวอร์ชั่นใหม่ ให้ทุกการขับเคลื่อนเต็มไปด้วยสมรรถนะที่ดีเยี่ยมและนุ่มนวลเป็นที่สุดแห่งสุนทรียะในทุกการเดินทางด้วยราคาเริ่มต้น 3,590,000 บาท

     

    Alphard และ Vellfire รุ่นปรับปรุงปี 2569

    รุ่นย่อยใหม่! Alphard HEV Smart     ราคา 3,590,000 บาท
    Complete Luxury กับความสะดวกสบายที่ครบครัน

    ภายนอก

    • ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว
    • ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential

    ภายใน

    • หน้าจอ MID ขนาด 3 นิ้ว
    • หน้าจอเครื่องเสียงแบบสัมผัสขนาด 14 นิ้ว
    • ระบบนำทาง navigator และระบบ T-Connect
    • เบาะหนัง Premium Nappa และหนังสังเคราะห์ ปรับไฟฟ้า พร้อม seat heater และ ventilator คู่หน้าและผู้โดยสารแถวสอง
    • เบาะนั่งผู้โดยสารแถวสองพร้อมระบบ Massage Relaxation และ Smart Comfort Program
    • Detachable Tablet ควบคุมฟังก์ชันการทำงานของเบาะนั่ง และฟังก์ชันภายในห้องโดยสาร
    • กระจกประตูหลังแบบ Privacy Glass
    • ม่านบังแดดกระจกข้างผู้โดยสารแถวสองและแถวสามปรับไฟฟ้า
    • กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ
    • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระ 4 โซน พร้อม nanoeTM X สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า

    สมรรถนะการขับขี่และระบบความปลอดภัย

    • เครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 250 แรงม้า
    • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four
    • Toyota Safety Sense
    • ถุงลมเสริมความปลอดภัย 6 ตําแหน่ง
    • กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor)

    Alphard HEV Premium          ราคา 4,290,000 บาท

    Comfort Luxury กับความหรูหรา สะดวกสบาย เสมือนห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่

    *ไฮไลท์รุ่น Alphard HEV Premium

    ภายนอก

    • (ใหม่!) บันไดข้างแบบกางออกอัตโนมัติ Retractable Step

    ภายใน

    • หลังคา Twin Moon Roof สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมม่านบังแดดปรับไฟฟ้า
    • หน้าจอ HUD แบบสี
    • กระจกมองหลังแบบดิจิตอล
    • หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 14 นิ้ว
    • กล้องวีดิโอบันทึกภาพติดรถยนต์ (DVR) ด้านหน้าและด้านหลัง ความชัด 4K
    • พรมรองพื้นห้องโดยสาร

    Vellfire HEV Premium           ราคา 4,290,000 บาท

    Sport Luxury กับความหรูหราสะดวกสบาย พร้อมรูปลักษณ์ดุดัน

    *ไฮไลท์รุ่น Vellfire HEV Premium

    ภายนอก

    • (ดีไซน์เฉพาะ Vellfire) ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential
    • (ดีไซน์เฉพาะ Vellfire) กันชนหน้าและหลัง

    Alphard HEV Premium Luxury ราคา 4,590,000 บาท

    High End Elegance กับการนั่งโดยสารระดับเฟิร์สคลาส

    *ไฮไลท์รุ่น Alphard HEV Premium Luxury
    ภายนอก

    • (ใหม่!) บันไดข้างแบบกางออกอัตโนมัติ Retractable Step
    • สัญลักษณ์ “Executive Lounge”

    ภายใน

    • เบาะนั่งผู้โดยสารแถวสองแบบ “Executive Lounge”
    • โต๊ะส่วนตัวแบบพับได้สำหรับผู้โดยสารแถวสอง
    • วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยลายไม้แบบ Uzuramoku
    • เพิ่มวัสดุบุนุ่มภายในห้องโดยสาร
    • กระจกห้องโดยสารแถวที่ 1 และ 2 แบบ Acoustic Glass ลดเสียงรบกวน
    • nanoeTM X สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

    ***ทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมทางเลือกพิเศษ Eclipse Edition ที่มาพร้อมฟิล์มปกป้องสีรถภายนอกแบบด้าน (Matte Paint Protection Film) เพิ่มความทนทานและปกป้องสีรถได้อย่างมั่นใจ (เฉพาะสีภายนอก Neutral Black)***
    (หมายเหตุ : Paint protection film เป็นฟิล์มใสแบบด้านปกป้องสีรถจากสะเก็ดหิน คราบแมลง ฟื้นฟูรอยขีดข่วนเล็กๆได้
    ติดตั้งและรับประกันคุณภาพโดยโตโยต้า)

     

    เลือกเป็นเจ้าของ ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569
    รุ่นย่อย ดังนี้

    • ใหม่! รุ่น ALPHARD HEV PREMIUM LUXURY Eclipse Edition     4,720,000 บาท
    • รุ่น ALPHARD HEV PREMIUM LUXURY                         4,590,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น VELLFIRE HEV PREMIUM Eclipse Edition 4,420,000 บาท
    • รุ่น VELLFIRE HEV PREMIUM                                             4,290,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น ALPHARD HEV PREMIUM Eclipse Edition           4,420,000 บาท
    • รุ่น ALPHARD HEV PREMIUM                                        4,290,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น ALPHARD HEV SMART Eclipse Edition             3,720,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น ALPHARD HEV SMART                         3,590,000 บาท

     

    สีภายนอก มีให้เลือก 3 สี

    • สีขาว Platinum White Pearl
    • สีเงิน Precious Metal
    • สีดำ Neutral Black

     

    รุ่น Eclipse Edition (Matte Paint Protection Film)

    • เลือกได้เฉพาะสีภายนอกสีดำ Neutral Black

     

    เลือกจับคู่สีภายในได้ 3 สี

    • สี Sunset Brown
    • สี Black
    • สี Neutral Beige

     

    **ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม

    เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

     

    พบกับ Alphard และ Vellfire รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2569 ได้ที่บูธโตโยต้า ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ บูธ A03 ฮอลล์ EH 101-102 ไบเทค บางนา

    จองทดลองขับ ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 และรถรุ่นอื่นๆ บนสนามทดสอบเต็มรูปแบบ ได้ที่ https://www.toyota.co.th/alive/testdrive-reservation  


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ยามาฮ่า จับมือ ซัมซุง สร้างปรากฏการณ์ “มหาลัยโคตรฟาซ” จุดพลังครีเอเตอร์ Gen Z กวาดกว่า 22 ล้านวิว พร้อมส่งมอบ Feel The Unique Experience ผ่าน “คอนโคตรฟาซ”

    1 Min Read

    ยามาฮ่า จับมือ ซัมซุง สร้างปรากฏการณ์ “มหาลัยโคตรฟาซ” จุดพลังครีเอเตอร์ Gen Z กวาดกว่า 22 ล้านวิว พร้อมส่งมอบ Feel The Unique Experience ผ่าน “คอนโคตรฟาซ”

     

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของแคมเปญ “มหาลัยโคตรฟาซ” กิจกรรมสุดสร้างสรรค์ที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษา Gen Z จาก 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ได้ปลดปล่อยไอเดีย ถ่ายทอดตัวตน และสร้างคอนเทนต์ในแบบฉบับของตัวเอง ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โคตรฟาซ กับ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด” จนสามารถสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ และมียอดการรับชมรวมมากกว่า 22 ล้านวิว

    แคมเปญดังกล่าวจัดขึ้นใน 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านคอนเทนต์ที่สะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และมุมมองที่แตกต่างของ Gen Z ในแบบที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริง

    ภายใต้แนวคิด “Feel The Unique Experience” ที่ยามาฮ่ามุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการเดินทาง ด้วยการเชื่อมโยงโลกของไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ดนตรี เทคโนโลยี และคอมมูนิตี้ของ Gen Z เข้าไว้ด้วยกัน ผ่าน Yamaha Fazzio Hybrid รถจักรยานยนต์แฟชั่นออโตเมติกที่สะท้อนความเป็นตัวเอง พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ออกไปค้นหาแรงบันดาลใจ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ และสนุกกับทุกช่วงเวลาของชีวิตในแบบที่แตกต่าง

    จากการแข่งขันตลอดโครงการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สามารถคว้าตำแหน่งมหาวิทยาลัยผู้ชนะด้วยยอดรับชมบน TikTok สูงถึง 5,544,813 วิว พร้อมรับรางวัลใหญ่ “คอนโคตรฟาซ” คอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากวง PURPEECH ที่ยกความสนุกมาเสิร์ฟถึงภายในมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จและสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับนักศึกษาแบบใกล้ชิด

    นอกจากนี้ ยามาฮ่าและซัมซุง ยังได้ร่วมกับองค์การบริหารสโมสรนักศึกษาของทั้ง 4 มหาวิทยาลัย มอบรางวัลให้แก่นักศึกษาผู้สร้างสรรค์ผลงานที่มียอดรับชมสูงสุด โดยผู้ชนะอันดับ 1 ของแต่ละมหาวิทยาลัยได้รับ Yamaha Fazzio Hybrid Lite มูลค่า 49,900 บาท ผู้ชนะอันดับ 2 ได้รับ Samsung Galaxy A57 5G (12GB/256GB) มูลค่า 17,999 บาท และผู้ชนะอันดับ 3-9 ได้รับ Samsung Galaxy Buds4 มูลค่า 5,990 บาท

    พร้อมกันนี้ ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ร่วมกิจกรรมพร้อมติดแฮชแท็ก #withGalaxyA57 โดยผู้ชนะจะได้รับ Samsung Galaxy A57 5G เพิ่มเติมอีกมหาวิทยาลัยละ 1 รางวัล เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์คอนเทนต์และส่งเสริมศักยภาพของครีเอเตอร์ Gen Z รุ่นใหม่

    ความสำเร็จของแคมเปญ “มหาลัยโคตรฟาซ” สะท้อนถึงความร่วมมือของสองแบรนด์ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของ Gen Z อย่างแท้จริง ผ่านการผสานจุดแข็งของ Yamaha Fazzio Hybrid และ Samsung Galaxy A57 5G เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการแสดงออก เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ถ่ายทอดตัวตน และสร้างแรงบันดาลใจผ่านคอนเทนต์ในแบบของตัวเอง

    มากกว่าการประกวดคอนเทนต์ แคมเปญนี้ยังเป็นการส่งมอบ Unique Experience ที่เชื่อมโยงผู้คน ดนตรี เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และคอมมูนิตี้ของ Gen Z เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมตอกย้ำแนวคิด “Feel The Unique Experience” ของ Yamaha Fazzio Hybrid ที่เชื่อว่าทุกคนสามารถออกไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง และค้นพบประสบการณ์ที่แตกต่างได้ในทุกเส้นทาง

    ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th และ Facebook : Yamaha Society Thailand พร้อมรับข่าวสาร สิทธิพิเศษ และร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน LINE Official Account Yamaha Society TH โดยค้นหา @yamahasociety และกดเพิ่มเพื่อน หรือสมัครได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อไม่พลาดทุกกิจกรรมพิเศษจากยามาฮ่า

     

    #มหาลัยโคตรฟาซ #Fazzio #GalaxyA57

    #Yamaha #ยามาฮ่า #FAZZIO #ฟาซซิโอ้


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • NEXZTER BRIC Superbike ผ่านครึ่งทาง ลุ้นแชมป์เดือด! “คาร์เบอร์รี-ธนัช” โชว์ฟอร์มโหดเข้าวิน 2 สนามติด

    1 Min Read

    NEXZTER BRIC Superbike ผ่านครึ่งทาง ลุ้นแชมป์เดือด! “คาร์เบอร์รี-ธนัช” โชว์ฟอร์มโหดเข้าวิน 2 สนามติด

    ศึกสองล้อเบอร์หนึ่งของไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 ดวลสนาม 2 สุดมันส์ในรูปแบบเรซระดับนานาชาติ มีนักบิดไทย-เทศตบเท้าเข้าร่วมล่าแชมป์มากมาย จาก 17 ชาติ ผลรุ่นใหญ่ปรากฏว่า ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสซี คว้าแชมป๋ 2 สนามติด คว้าชัยรุ่นใหญ่ 2 สนามติด ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยอย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส นำม้วนเดียวเข้าวินในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี สองเรซติด ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้การลุ้นแชมป์ประจำปียังคงเข้มข้นหลังผ่านครึ่งทางแรกของฤดูกาล

    การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2026 สนาม 2  ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569

    ปัจจุบัน NEXZTER BRIC Superbike Championship ได้รับความนิยมอย่างมากในระดับนานาชาติ เพราะไม่เพียงนักบิดและทีมแข่งแถวหน้าของไทยเท่านั้นที่ลงแข่งขัน แต่ยังสามารถดึงดูดนักแข่งและทีมต่างชาติให้เข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย โดยมีผลมาจากมาตรฐานของการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับสากล ซึ่งในสนามนี้มีนักบิดลงแข่งขันมากมาย จากทั้งสิ้น 17 ชาติ ได้แก่ ไทย, มาเลเซีย, ออสเตรเลีย, สวีเดน,รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, อินเดีย, ไต้หวัน, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, อินโดนีเซีย, จีน, เมียนมาร์, สปป.ลาว, ญี่ปุ่น, สเปน

    รุ่นใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี แข่ง 12 รอบ ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสเตรเลียนจาก สวิฟท์ โกรว เรซซิ่ง ทีม คว้าแชมป์ 2 สนามติด ทำเวลาได้ 19 นาที 56.384 วินาที ตามมาด้วย ชญากร แซ่อ๋อง นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ตามหลัง 11.790 วินาที อันดับ 3 เฟอร์” ปัญจพล จรุงกิจกูล จาก เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม เวลาตามหลัง 22.697 วินาที

    ส่วนผลการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี แข่ง 12 รอบ ต้องมาตัดสินกันถึงช่วงปลายเรซ โดยชัยชนะตกเป็นของเจ้าของโพลอย่าง ตะวัน ตั้งจิตเจริญ จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ที่บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 11.241 วินาที คว้าแชมป์ 2 สนามติดต่อกัน เฉือนอันดับ 2 อย่าง เอเดน ท้าว นักบิดอเมริกันจาก สาวิตา ทีม เอเชีย เพียง 0.565 วินาที และ ออ ปิตะบุตร จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ในอันดับ 3 ตามหลัง 13.735 วินาที

    อีกหนึ่งในรุ่นไฮไลต์ของปีนี้อย่าง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ซึ่งรวมเอาดาวรุ่งแถวหน้าของไทยไว้หลายคนถือว่ามีเกมที่ขับเคี่ยวกันอย่างสนุกทั้งสิ้น 12 รอบสนาม ทว่าในเรซนี้ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส สามารถครองความได้เปรียบได้ตั้งแต่ต้นเกม หลังออกสตาร์ทจากโพล ก่อนจะบิดนำม้วนเดียวจบเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 10.608 วินาที คว้าชัยชนะ 2 สนามติดต่อกัน

    ขณะที่อันดับ 2 เป็นการไล่บี้กันอย่างสุดมันส์ระหว่าง “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ดาวรุ่งจาก เรย์บริก ทูราโน ฮอนด้า ทีซีเค เรซซิ่ง ทีม และนักบิดเจ้าถิ่นอย่าง “ต่อ” ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ไบค์สตอรี พีทีที ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม  ก่อนที่ “ข้าวกล้อง-จักรีภัทร” จะแซงเข้าป้ายในอันดับ 2 ทำเวลาตามหลัง 4.108 วินาที ตามด้วย ต่อศักดิ์ ในอันดับ 3  ตามหลัง 6.883 วินาที ส่วน อิงค์ อัศวานนท์ นักบิดซูเปอร์สตาร์หนุ่มจาก แบล็ค บูลล์ เรซซิ่ง บิดเข้าป้ายในอันดับ 5 ด้าน “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวจอมเก๋าจาก เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม พลาดล้มในโค้งแรก

    ด้านผลการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สต็อค ST3 และ ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี SB3 ลงแข่งพร้อมกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม ปรากฏว่าชัยชนะในรุ่น SB3 ตกเป็นของ จิณณวัตร ดีวิเศษ จาก ยามาฮ่า บลู ครู ไรเดอร์ส คลับ ยามาลู้ป เน็กซเตอร์ ด้วยเวลา 17 นาที 54.137 วินาที เฉือน เจี้ยน หยู หลิว นักบิดไต้หวันจาก เน็กซเตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเทค บริดจสโตน เอวีอาร์พี เรซซิ่ง อันดับ 2 เพียง 0.236 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ณัฐกร อิ่มใจสุข จาก ออร์คิด ปาล์ม โฮมส์ หัวหิน ซีพีทู เรซซิ่ง ทีม ฮอนด้า บิ๊กวิง รามอินทรา ตามหลัง 1.520 วินาที

    สำหรับ “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกหนุ่มชื่อดังจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม คว้าท็อปเท็นในรุ่น ซูเปอร์สต็อค ST3 ส่วนผู้ชนะในรุ่นนี้ได้แก่ ณัฐวัฒน์ แท่งทอง ด้วยเวลา 18 นาที 10.909 วินาที ตามด้วย นรินทร์ ม่วงทอง ในอันดับ 2 และ ซานติหม่า นักบิดชาวเมียนมาร์จาก พีทีเอ็ม เรซซิ่ง ในอันดับ 3

    นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี ที่รวมเอาดาวรุ่งฝีมือดีไว้มากที่สุดในประเทศไทย และถือเป็นเกมที่ขับเคี่ยวกันโค้งสุดท้ายเพื่อวัดชัยชนะของนักบิดถึง 7 คนในกลุ่มหน้า ตลอดการชิงชัยทั้งสิ้น 10 รอบสนาม

    โดยชัยชนะตกเป็นของ “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก ยามาฮ่า สปีด800 ยัวซ่า เรซซิ่ง ทีม เจ้าของโพลที่ชิงจังหวะได้ดีในรอบสุดท้าย บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 20.634 วินาที เฉือน “เชลล์” ศักดิ์ชัย คงดวงดี ดาวรุ่งจาก ไฮสปีด ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี สมาร์ทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ อันดับ 2 เพียง 0.088 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น จาก ไฮสปีด เคทีเอ็ม เรซซิ่ง ทีม ตามหลังเพียง 0.211 วินาทีเท่านั้น

    ทั้งนี้ ศึก NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment