-
LAMBORGHINI NIGHT 2025: BLACK AND WHITE GLAMOUR ค่ำคืนแห่งสไตล์และความสำเร็จ ส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดประมูลผลงานศิลป์ เพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่
นับเป็นอีกครั้งที่ครอบครัวลัมโบร์กินีในประเทศไทยรวมตัวกันอย่างยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี! กับงาน “LAMBORGHINI NIGHT 2025″ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่อีเวนต์ประจำปี แต่นี่คือประเพณีสำคัญที่ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันแข็งแกร่ง อีกทั้งแสดงความขอบคุณอย่างลึกซึ้งต่อลูกค้าคนสำคัญ ที่มอบความไว้วางใจและเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจตลอดปีที่ผ่านมา
เพื่อเฉลิมฉลองบทสรุปอันงดงามและนับถอยหลังสู่การเริ่มต้นที่น่าตื่นเต้นในปีถัดไปร่วมกัน เรนาสโซ มอเตอร์ นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ พร้อมด้วย ภานุเมศ จงกลรัตนาภรณ์ ประธาน ลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์ (LCT) ร่วมกันจัดงาน LAMBORGHINI NIGHT 2025 ที่ปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ BLACK AND WHITE GLAMOUR เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ณ แมกโนเลีย บอลรูม โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ ซึ่งนอกจากจะอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยกลุ่มคนที่มีแพชชั่นและไลฟ์สไตล์เดียวกันแล้ว งานนี้ เรนาสโซ มอเตอร์ ยังได้ชวนเหล่าแฟนพันธุ์แท้ลัมโบร์กินีร่วมกันส่งต่อความสุขส่งท้ายปีผ่านกิจกรรมการประมูลเพื่อการกุศลอีกด้วย ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยการแสดงจาก อ๊อฟ ปองศักดิ์ ศิลปินท็อปโวคอลของวงการ
โดยไฮไลต์ของงานคือ การเปิดประมูลผลงานศิลปะที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกอย่าง ล้อรถลวดลายกราฟฟิตี้ ซึ่งที่ได้รับเกียรติจาก BIGDEL ศิลปินผู้คร่ำหวอดในวงการกราฟฟิตี้และสตรีทอาร์ตมาร่วมครีเอท โดยสมาชิกที่ได้ผลงานสุดพิเศษนี้ไปครอบครอง คือ คุณอัครวรรษ์ รามภาพ ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 738,000 บาท จะถูกนำไปสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อฟื้นฟูจากสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงส่งมอบให้กับองค์กรการกุศลชั้นนำระดับโลกอย่าง Movember ประจำปี 2025 อีกด้วย
ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle2 Min Read
CUB House by Honda ส่งโปรโมชันแรงในงาน Motor Expo 2025 ดอกเบี้ย 0.69% ครบทุกรุ่น พร้อมโปรแรงชุดแต่ง KITACO Special Sets ราคาพิเศษ
CUB House by Honda เชิญชวนสาวกรถจักรยานยนต์สไตล์คัสตอมร่วมสัมผัสความพิเศษด้วยโปรโมชันสุดคุ้มในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Thailand International Motor Expo 2025) สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ CUB House ไม่ว่าจะเป็น Honda Dax, Honda Monkey, Honda C125 และ Honda CT125 พร้อมสิทธิพิเศษครบชุด ทั้งดอกเบี้ยพิเศษ 0.69%, ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,800 บาทต่อเดือน, และฟรีหมวกกันน็อกพร้อมทะเบียนและ พ.ร.บ.* ตลอดจนสิทธิ์การซื้อชุดแต่ง KITACO Special Sets ในราคาสุดคุ้ม เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้อัปเกรดความเท่ในแบบคัสตอมอย่างเต็มสไตล์ CUB House เฉพาะในงานเท่านั้น
โปรโมชันรถใหม่มาพร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% ครบทุกซีรีส์ ลูกค้าที่สนใจรถจักรยานยนต์ตระกูล Monkey, C125, CT125 และ Dax125 สามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- Monkey ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69%* ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,211 บาท/เดือน*,
- C125 ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69%* ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,931 บาท/เดือน*
- CT125 ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69%* ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,911 บาท/เดือน*
- Dax125 ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69%* ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,800 บาท/เดือน* พิเศษ! รับเพิ่ม Exclusive DAX125 Carpet (ของมีจำนวนจำกัด)*
- ทุกรุ่น ฟรีหมวกกันน็อก พร้อมทะเบียนและ พ.ร.บ.*
โปรโมชันมีให้เลือกทั้งที่งาน Motor Expo 2025 และที่ CUB House Flagship Store ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568
นอกจากนี้ CUB House ร่วมกับ KITACO จากญี่ปุ่น มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถรุ่น Dax, Monkey และ CT125 กับชุดแต่ง KITACO Special Sets โดยในแต่ละรุ่นจะได้รับสิทธิ์ซื้อชุดแต่ง 6 ชิ้นในราคาพิเศษ ซึ่งออกแบบเฉพาะให้เข้ากับสไตล์ของตัวรถ พร้อมของพรีเมียมเฉพาะรุ่น และส่วนลดสูงสุดกว่า 30% เฉพาะภายในงานเท่านั้น โดยสามารถเลือกซื้อ KITACO Special Sets ได้ในราคาพิเศษดังนี้
- Dax KITACO Set ราคา 9,300 บาท จากปกติ 13,610 บาท เฉพาะ 30 คันแรกเท่านั้น* รับรายการชุดแต่ง 6 ชิ้น ประกอบด้วย Fender Less Black, Seat Super Soft Black, Katakana Sticker, Headlight Visor Chrome, Front Emblem และ Fender Chrome พร้อมรับของพรีเมียม KITACO Soft Emblem และ Pouch Navy Check
- Monkey KITACO Set ราคา 9,980 บาท จากปกติ 13,445 บาท เฉพาะ 30 คันแรกเท่านั้น*
รับรายการชุดแต่ง 6 ชิ้น ประกอบด้วย Head Light Guard, Front Carrier, Head Side Cover, Big Foot, Fender Less V.2 Black และ Chain Cover พร้อมรับของพรีเมียม KITACO Soft Emblem, Coasters Blue, Pouch Red Check และหมวกกันน็อก CUB House Open Face Helmet
- CT125 KITACO Set ราคา 15,700 บาท จากปกติ 21,030 บาท เฉพาะ 50 คันแรกเท่านั้น*
รับรายการชุดแต่ง 6 ชิ้น ประกอบด้วย Rear Shock CT125, Seat Super Soft Black, Engine Guard Black, Center Carrier CT125, Front Carrier CT125 และ Front Emblem CT125 พร้อมรับของพรีเมียม KITACO Soft Emblem และ Pouch Black
- Dax Over Racing Muffler Set ราคา 16,900 บาท จากปกติ 22,470 บาท เฉพาะ 30 คันแรกเท่านั้น* พร้อมรับของพรีเมียม ST125 Carpet และ Pouch Green Check
สำหรับผู้ที่สนใจอยากสัมผัสรถคันจริงและรับสิทธิ์โปรโมชันทั้งหมด สามารถพบ CUB House และรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นอื่น ๆ ได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 (Thailand International Motor Expo 2025) ณ บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า (G01) ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 หรือที่ CUB House Flagship Store ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th/cubhouse
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊ก CUBhouse : fb.com/cubhousebyhonda
#HondaRideAndRush #MotorExpo2025 #CUBHouse #CUBHousebyHonda
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
ZONTES ยกทัพสกู๊ตเตอร์พรีเมียมลุย Motor Expo 2025 เผยโฉม 703F ครั้งแรกในไทย!
งาน Motor Expo 2025 ปีนี้ บูธ ZONTES (ซอนเทส) คือหนึ่งในโซนที่สายสกู๊ตเตอร์และสายลุยไม่ควรพลาด! เพราะ ZONTES Thailand โดย บริษัท ไดนามิค มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ZONTES อย่างเป็นทางการในไทย ขนทัพสกู๊ตเตอร์พรีเมียมครบทุกรุ่นที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน ทั้ง ZONTES 350E, 368D, 368K และ 368G มาให้ชมกันเต็มไลน์ พร้อมไฮไลต์สำคัญที่หลายคนรอคอยอย่างการ “เผยโฉมคันจริงของ ZONTES 703F” แอดเวนเจอร์ไบค์เครื่องยนต์ 3 สูบ ครั้งแรกในประเทศไทย!
หลังจากบริษัท ไดนามิค มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด นำแบรนด์ ZONTES เข้าทำตลาดในประเทศไทย กับการเปิดตัวรถสกู๊ตเตอร์รุ่นแรกที่จำหน่ายไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันนี้ กระแสตอบรับจากผู้ใช้ชาวไทยก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด จนเรียกได้ว่ากลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยจุดเด่นทั้งด้านดีไซน์ล้ำสมัย เทคโนโลยีทันสมัย คุณภาพวัสดุระดับพรีเมียม และฟีเจอร์ที่ “จัดเต็มทุกซีรีส์” ในราคาที่จับต้องได้ ทำให้ ZONTES ค่อย ๆ สร้างฐานแฟนในไทยอย่างมั่นคง และได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการรถสไตล์ใหม่ที่แตกต่างจากเดิม
สำหรับ ZONTES 703F ถือเป็นโมเดลที่แฟนๆ ชาวไทยจับตามองมาตั้งแต่การเปิดตัวในงาน EICMA ที่ประเทศอิตาลี จากภาพและสเปกเทพที่ปล่อยออกมาทำให้หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในแอดเวนเจอร์สายลุยที่น่าจับตามอง ด้วยบุคลิกตัวรถที่ดุดันทันสมัย เส้นสายตัวถังคมชัดและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และด้วยกระแสตอบรับจากแฟนๆ ชาวไทยที่ติดตามข่าวของรุ่นนี้อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่มีการเปิดตัวในต่างประเทศ ล่าสุด ZONTES Thailand จึงตัดสินใจนำ 703F คันจริงมาโชว์ตัวในงาน Motor Expo 2025 ให้ได้สัมผัสกันแบบเต็มตาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย แม้ในขณะนี้จะยังไม่เปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีแผนคาดการณ์เปิดจำหน่ายภายในปี 2026 ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับคนที่กำลังมองหาแอดเวนเจอร์ไบค์ 3 สูบ ที่สเปกจัดเต็มในสไตล์ ZONTES
คุณกวิน ร่วมใจพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไดนามิค มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในงาน Motor Expo 2025 ครั้งนี้ เราตั้งใจนำเสนอภาพลักษณ์ของ ZONTES ในฐานะแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่ให้เทคโนโลยีล้ำหน้า ออปชันจัดเต็ม และดีไซน์พรีเมียม ในราคาที่คุ้มค่า ซึ่งการนำ 703F คันจริงมาโชว์ตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย คือการสะท้อนให้เห็นว่า ZONTES ให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศไทย และเราพร้อมจะยกระดับทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าที่
ชื่นชอบรถสายแอดเวนเจอร์ระดับสากลเช่นกัน ปัจจุบัน ZONTES ขยายตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปแล้วกว่า 91 สาขาทั่วประเทศ และยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับ Product line-up ใหม่ๆ ที่เตรียมจะเข้ามาเสริมทัพในอนาคตอันใกล้ ”นอกจากไฮไลต์อย่าง 703F แล้ว ภายในบูธ ZONTES ยังยกขบวนสกู๊ตเตอร์พรีเมียมครบทุกสไตล์การใช้งาน เริ่มจาก ZONTES 368K ในบทบาท Ultra-Luxury สกู๊ตเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อคนเมืองที่ต้องการภาพลักษณ์หรูหรา ดีไซน์เนี้ยบในทุกมุมมอง ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยกับความพรีเมียมได้อย่างลงตัว ถัดมาคือ ZONTES 368G สาย Adventure Scooter ที่เหมาะสำหรับคนชอบออกทริปและหลงใหลในการเดินทางค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ท่านั่งสบาย ตอบโจทย์ความอเนกประสงค์ในการเดินทาง และฟังก์ชันที่ให้มาแบบจัดเต็ม ส่วนใครกำลังมองหารถใช้งานในเมืองแบบคล่องตัวแต่ยังอยากได้ฟีลลิ่งพรีเมียม ZONTES 368D ในคาแรกเตอร์ City Style ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ด้วยมิติรถที่เหมาะกับการใช้งานในเมือง มิติที่คอนโทรลรถได้อย่างกระชับ มั่นใจ และได้ฉายาว่าเป็นรถที่ “แรงที่สุดในคลาส ไม่เกิน 400 ซีซี” ขณะที่ ZONTES 350E ในภาพลักษณ์ Luxury Style ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ให้เมืองและออกเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด ออกแบบมาเพื่อความสะดวก สบายในการเดินทาง ทั้งเบาะนั่ง พื้นที่พักเท้า และฟังก์ชันอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ล้วนถูกคิดมาเพื่อใช้งานจริงทั้งในชีวิตประจำวันและทริปเดินทาง
และเพื่อให้แฟนๆ ได้เห็นมิติที่แตกต่างของ ZONTES มากยิ่งขึ้น ภายในงาน Motor Expo 2025 ยังมีการจัดแสดงรถคัสตอมตกแต่งพิเศษ เพิ่มความหล่อไปอีกขั้น ทั้งในรุ่น 368D และ 368K จากสำนักแต่งชื่อดัง Jack Shop ที่หยิบเอาดีเอ็นเอของสกู๊ตเตอร์พรีเมียมมาขยายต่อในสไตล์สปอร์ต สายซิ่ง ด้วยสีสันจัดจ้าน ของแต่งเทพแบบจัดเต็ม!
ไม่เพียงเท่านั้น ZONTES ยังนำรถคัสตอมในสายการแข่งขันมาจัดแสดงภายในบูธด้วย ได้แก่รถแข่งในรุ่น 368G และ 350E ที่ถูกพัฒนาเซ็ตอัปเพื่อใช้ลงแข่งขันในสนามจริง โดยทั้งสองคันเคยผ่านศึกในรายการ SuperbikeMag. com Trophy 2025 R. 3 ในรุ่น Scooter 400 cc. A มาแล้ว และสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยหนึ่งคันคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 3 และอีกหนึ่งคันคว้ารางวัลอันดับที่ 1 มาครองสำเร็จ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านสมรรถนะ ของ ZONTES ที่ไม่ได้โดดเด่นแค่บนท้องถนนในชีวิตประจำวัน แต่ยังพร้อมยืนบนกริดสตาร์ทในสนามแข่งขันได้อย่างภาคภูมิ
โปรโมชั่นพิเศษ! ช่วงงาน Motor Expo 2025
เพียงจองรถ ZONTES ภายในงาน Motor Expo 2025
หรือ จองผ่านทางเว็บไซต์ https://booking.zontes.co.th
(ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธ.ค. 68) *รับข้อเสนอเดียวกันกับงาน Motor Expo 2025
- รุ่น 368G รับฟรี Voucher มูลค่า 3,000 บาท
(หักส่วนลดแล้วเหลือเพียง 179,800 บาท จากราคาปกติที่ 182,800 บาท)
- รุ่น 368K รับ Voucher มูลค่า 4,000 บาท
(หักส่วนลดแล้วเหลือเพียง 169,000 บาท จากราคาปกติที่ 173,000 บาท)
- รุ่น 350E รับ Voucher มูลค่า 4,000 บาท
(หักส่วนลดแล้วเหลือเพียง 155,000 บาท จากราคาปกติที่ 159,000 บาท)
- รุ่น 368D รับ Voucher มูลค่า 4,000 บาท
(หักส่วนลดแล้วเหลือเพียง 139,900 บาท จากราคาปกติที่ 143,900 บาท)
เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังเล็งสกู๊ตเตอร์พรีเมียมสเปกแน่นในราคาคุ้มค่า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle2 Min Read
Lambretta เปิดตัว J200 ครั้งแรกในไทย! พร้อม X300 GP (2026) โฉมใหม่ ในงาน Motor Expo 2025
Lambretta Thailand ภายใต้บริษัท ไดนามิค มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวสองโมเดลใหม่ที่ชาวแลมเบรตติสต้าในไทยต่างรอคอยมากที่สุดในปีนี้ ภายในงาน Motor Expo 2025 ได้แก่ Lambretta J200 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เผยโฉมครั้งแรกในไทย และ Lambretta X300 GP (2026) โฉมใหม่อย่างเป็นทางการ นำเสนอดีไซน์อิตาเลียนร่วมสมัย ผสานเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยม
พร้อมสิทธิพิเศษเฉพาะช่วงงาน Motor Expo 2025 แบบจัดเต็ม!Lambretta (แลมเบรตต้า) สกู๊ตเตอร์อิตาเลียนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 78 ปี และเป็นจุดกำเนิดวัฒนธรรมและสังคมสกู๊ตเตอร์ ที่ยังคงถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่าจากอดีต ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ครองใจเหล่าสาวก หรือที่มีชื่อเรียกว่า ชาวแลมเบรตติสต้า (Lambrettista) ทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 1947 จนเรียกได้ว่า แลมเบรตต้านั้น ไม่เพียงแต่เป็นยานพาหนะ แต่ยังเป็นไอคอนที่สะท้อนถึงความเป็นอิสระ ความสร้างสรรค์ วัฒนธรรม สังคม และแรงบันดาลใจที่ขับเคลื่อนเรื่องราวอันทรงคุณค่า
ผ่านกาลเวลาจากรุ่นสู่รุ่นLambretta J200
การมาของ Lambretta J200 ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของปีนี้ ด้วยรหัสใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในงาน EICMA 2024 ประเทศอิตาลี และถูกนำมาเปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกในงาน Motor Expo ครั้งนี้ โดยนำแรงบันดาลใจจาก J-Series ตำนานรุ่นเล็กจากยุค 60s ของ Lambretta ในอดีต มาสร้างสรรค์ใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้นอย่างโดดเด่น โดยคงไว้ซึ่งโครงสร้างและเอกลักษณ์แบบดั้งเดิมของ Lambretta ผ่านดีไซน์สไตล์ “Low & Long Architecture” กับมิติตัวรถที่กระชับ คล่องตัว เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด พร้อมรายละเอียดแบบสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมสไตล์อิตาเลียนที่แทรกอยู่ในทุกมุมมอง
ด้านสมรรถนะ J200 มาพร้อมเครื่องยนต์ ขนาด 174.5cc หัวฉีด Bosch ชูจุดเด่นด้วยโครงสร้างฝาข้างเหล็ก Steel Body อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lambretta มาพร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูง ทั้งระบบเบรก ABS Dual-Channel, ดิสก์เบรกหน้า–หลัง, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction Control System) ที่สามารถเปิด-ปิดได้ , เสริมด้วยช่วงล่างหน้าแบบ Double Arm-Link เอกลักษณ์ของ Lambretta ช่วยสร้างบาลานซ์ที่ดีในการคอนโทรลรถ และยังสามารถปรับค่าพรีโหลดของสปริงค์โช๊คได้ทั้งโช๊คหน้าและโช๊คหลัง ถึง 5 ระดับ มาพร้อมถังน้ำมัน ขนาดความจุ 9 ลิตร ช่องเก็บของด้านหน้า ที่มาพร้อม USB Port Charger Type A + C ด้านระบบส่องสว่างแบบ Full LED รอบคัน พร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังผสานความทันสมัยด้วย หน้าจอ TFT สี คมชัดทันสมัย รองรับการปรับธีมสีหน้าจอ ปรับความสว่าง และเลือกภาษาได้ถึง 3 ภาษา (อังกฤษ / อิตาเลียน / ไทย) พร้อมระบบ Bluetooth ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพื่อแสดง,ชื่อผู้โทรเข้า และสั่งรับสาย/ตัดสาย ได้จากสวิตซ์แฮนด์โดยตรง ช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการขับขี่จริง
สำหรับ Lambretta J200 เปิดตัวมาในราคาพิเศษ เฉพาะช่วงเปิดตัว ในงาน Motor Expo 2025 นี้เท่านั้น! กับราคาเปิดตัวแนะนำขาย ที่ 99,800 บาท (จากราคาปกติ 109,800 บาท)
โดยมีให้เลือกจับจองทั้งหมด 2 Types ได้แก่
- Premium type ดีไซน์ตัดด้วยสีโครม มีด้วยกัน 2 เฉดสี ได้แก่ Gemma White และ Super Black
- Sport type ดีไซน์ตัดด้วยสีดำ มีด้วยกัน 4 เฉดสี ได้แก่ Gemma White ,Super Black
Light Grey และ Cocoa Brown
Lambretta X300GP (2026)
ภายในงานยังมีการเผยโฉม Lambretta X300 GP MY2026 ซึ่งปรับโฉมใหม่พร้อมดีไซน์ Color & Graphic แบบสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยการนำ ลวดลาย Side Panel Stripes จากดีไซน์ของแลมเบรตต้าในอดีต กลับมารีดีไซน์ผสานเข้ากับลายไฟ เพื่อให้ได้ลุคที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยอารมณ์ความสปอร์ตแบบ Grand Prix ยุคคลาสสิก โดยมาในสีสันใหม่ 5 เฉดสี ได้แก่ Aurora Grey Matte , Super Black , Cocoa Brown , Latte Brown และ Gemma White ให้ผู้ขับขี่เลือกสรรตามสไตล์ที่เป็นตัวเอง
สำหรับ Lambretta X300GP (2026) มาในราคาเปิดตัวแนะนำขาย ที่ 159,800 บาท (พิเศษ ช่วงงาน Motor Expo รับฟรี Voucher มูลค่า 6,000 บาท , รับฟรี ทะเบียน และพ.ร.บ. มูลค่า 1,000 บาท , รับฟรี ประกันรถหาย 1 ปี (*พิเศษ เมื่อจัดไฟแนนซ์กรงุศรี รับฟรี ประกัน 3 Plus นาน 1 ปี)
สำหรับปี 2026 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Lambretta Thailand ในการขยายไลน์อัปผลิตภัณฑ์ ด้วยการเพิ่มกลุ่มรหัส J-Series เข้ามาอย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางใหม่ของแบรนด์ที่ตั้งใจนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับผู้ขับขี่ในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านดีไซน์ เทคโนโลยี หรือประสบการณ์การขับขี่ที่ต้องครบ ความพรีเมี่ยมที่มาควบคู่กับการใช้งานจริงได้อย่างลงตัว
คุณกวิน ร่วมใจพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไดนามิค มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
กล่าวถึงการเปิดตัวรถใหม่ทั้งสองรุ่นว่า “การเปิดตัว J200 และ X300 GP โฉมใหม่สำหรับปี 2026 นี้ สะท้อนการเดินหน้าของ Lambretta ในการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ของรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมแก่ผู้บริโภคชาวไทย ที่ผสานความคลาสสิกจากอิตาลีเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เราเชื่อว่าผู้ที่ชื่นชอบ Lambretta จะสัมผัสถึงตัวตนใหม่ของแบรนด์ที่ตอบโจทย์กับยุคสมัยได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น”
นอกจากนี้ ภายในงาน Motor Expo 2025 ครั้งนี้ Lambretta ยกทัพรถ หลากหลายรุ่นมาให้แฟนๆ Lambretta ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งยังส่งมอบความสุขส่งท้ายปี ด้วยข้อเสนอพิเศษเฉพาะช่วงงาน Motor Expo 2025 นี้เท่านั้น!
รวมข้อเสนอพิเศษ เฉพาะช่วงงาน Motor Expo 2025
ข้อเสนอพิเศษเมื่อจองรถ Lambretta ในงาน Motor Expo 2025
หรือ สามารถจองผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://booking.lambretta.co.th (ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธ.ค. 68) *รับข้อเสนอเดียวกันกับงาน Motor Expo 2025
▪ ข้อเสนอพิเศษรุ่น J200 (ใหม่ล่าสุด!)
- รับราคาพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว ที่ 99,800 บาท (จากราคาปกติ 109,800 บาท)
▪ ข้อเสนอพิเศษรุ่น X300GP 2026 (ใหม่ล่าสุด!)
- รับ Voucher 6,000 บาท
- รับฟรี ทะเบียน และพ.ร.บ. มูลค่า 1,000 บาท
- รับฟรี ประกันรถหาย 1 ปี (*พิเศษ เมื่อจัดไฟแนนซ์กรงุศรี รับฟรี ประกัน 3 Plus นาน 1 ปี)
▪ ข้อเสนอพิเศษรุ่น V200 (all model)
- รับ Voucher 2,000 บาท
- รับฟรี ทะเบียน และพ.ร.บ. มูลค่า 1,000 บาท
- รับฟรี ประกันรถหาย 1 ปี (*เฉพาะไฟแนนซ์ที่ร่วมรายการ)
▪ ข้อเสนอพิเศษรุ่น X200 (all model)
- รับ Voucher 4,000 บาท
- รับฟรี ทะเบียน และพ.ร.บ. มูลค่า 1,000 บาท
- รับฟรี ประกันรถหาย 1 ปี (*พิเศษ เมื่อจัดไฟแนนซ์กรงุศรี รับฟรี ประกัน 3 Plus นาน 1 ปี)
▪ ข้อเสนอพิเศษรุ่น X300 (all model *ยกเว้น X300 GP MY2026)
- รับ Voucher 15,000 บาท
- รับฟรี ทะเบียน และพ.ร.บ. มูลค่า 1,000 บาท
- รับฟรี ประกันรถหาย 1 ปี (*พิเศษ เมื่อจัดไฟแนนซ์กรงุศรี รับฟรี ประกัน 3 Plus นาน 1 ปี)
▪ ข้อเสนอพิเศษรุ่น G350 (all model)
- รับ Voucher 15,000 บาท
- รับฟรี ทะเบียน และพ.ร.บ. มูลค่า 1,000 บาท
- รับฟรี ประกันรถหาย 1 ปี (*เฉพาะไฟแนนซ์ที่ร่วมรายการ)
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้ามาสัมผัสตัวจริงของดีไซน์อิตาเลียนยุคใหม่ และพบกับ DNA ตำนาน ที่มาในรุ่นใหม่ล่าสุด X300GP MY2026 และ J200 ได้ที่ บูธ G02 ภายในงาน Motor Expo 2025 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568 หรือสามารถดูข้อมูลรถเพิ่มเติม ได้ที่ https://lambretta.co.th
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
GWM เขย่าตลาดด้วย “NEW GWM POER SAHAR DIESEL” พิเศษเริ่ม 799 แสนบาท และ “NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition” ที่ 1.349 ล้านบาท เพียง 300 คัน
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” หลังจาก GWM (Thailand) เรียกเสียงฮือฮาในงาน Motor Expo 2025 กับการเผยโฉมและเปิดราคา WEY G9 MPV หรูเพียงหนึ่งเดียวของ GWM ล่าสุด ได้สร้างกระแสต่อเนื่องด้วยการปฏิวัติวงการรถกระบะในประเทศไทย เปิดราคาอย่างเป็นทางการของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ในราคาพิเศษสำหรับช่วงเปิดตัวระหว่าง 799 – 999 แสนบาท เพียง 300 คันแรกที่ทำการส่งมอบเท่านั้น โดยการมาถึงของรถกระบะที่เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจทุกการเดินทางอย่าง NEW GWM POER SAHAR DIESEL ได้เข้ามาเติมเต็มรถยนต์ตระกูล GWM DIESEL Family เพื่อเป็นทางเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมให้แก่ผู้ใช้งานชาวไทย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเซอร์ไพรส์กับการเปิดตัวรถออฟโรดระดับไอคอนอย่าง NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ที่ให้สายลุยได้รีบสะสมและเป็นเจ้าของในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น ในราคาเพียง 1.349 ล้านบาท
NEW GWM POER SAHAR DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ ผสานระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ส่งกำลังได้ต่อเนื่องและตอบสนองฉับไว รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลอย่างมั่นใจ ตัวรถมีมิติยาว 5,445 มิลลิเมตร กว้าง 1,991 มิลลิเมตร สูง 1,924 มิลลิเมตร พร้อมระยะฐานล้อ 3,350 มิลลิเมตร ให้สมดุลทั้งความกว้างขวางและเสถียรภาพในการขับขี่ เสริมศักยภาพการลุยด้วยระยะความสูงใต้ท้องรถ 224 มิลลิเมตร และความสามารถลุยน้ำลึกสูงสุด 800 มิลลิเมตร ด้านดีไซน์ภายนอกเน้นความสปอร์ตดุดันด้วยกระจังหน้าสีดำ ราวหลังคาและบันไดข้างสีดำ กรอบหน้าต่างโทนดำ ไฟหน้า–ไฟท้ายรมดำ จับคู่กับล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 ที่ช่วยขับให้บุคลิกภายนอกดูลงตัวและสะดุดตายิ่งขึ้น ดีไซน์ภายในเรียบหรูพรีเมียมด้วยเบาะหนังสังเคราะห์คุณภาพดี พร้อมเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเอนได้ถึง 33 องศา และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยสูงถึง 26 รายการ คุ้มค่าด้วยอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 14 กิโลเมตรต่อลิตร (ในรุ่น 2WD) และ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร (ในรุ่น 4WD) ตามมาตรฐาน NEDC นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดิสก์เบรค 4 ล้อ และการปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะกับถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทยอีกด้วย นอกจากนี้ NEW GWM POER SAHAR DIESEL ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เสมือน “เพื่อนคู่ใจ” ที่พร้อมยกระดับไลฟ์สไตล์ในทุกมิติ ด้วยโครงสร้างและฟังก์ชันที่รองรับการปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ใช้งานได้ทั้งในวันทำงาน ทริปท่องเที่ยวระยะไกล ไปจนถึงทริปผจญภัยสุดท้าทาย ผสานความพรีเมียมเข้ากับความอเนกประสงค์ไว้ในคันเดียว
NEW GWM POER SAHAR DIESEL มาพร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ และสีเทา ใน 3 รุ่นย่อย โดยมีราคาพิเศษช่วงเปิดตัว กับส่วนลด 50,000 บาท สำหรับ 300 คันแรก ดังนี้
- NEW GWM POER SAHAR Diesel 2WD รุ่น PRO ราคา 799,000 บาท (จากราคา 849,000 บาท)
- NEW GWM POER SAHAR Diesel 2WD รุ่น ULTRA ราคา 899,000 บาท (จากราคา 949,000 บาท)
- NEW GWM POER SAHAR Diesel 4WD รุ่น ULTRA ราคา 999,000 บาท (จากราคา 1,049,000 บาท)
หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากกับ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่เปิดตัวในไทยช่วงปลายเดือนมีนาคม และปัจจุบันมียอดส่งมอบสะสมทะลุ 6,000 คันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยกับการตอบรับที่ดีเยี่ยม ล่าสุด GWM จัดเซอร์ไพรส์พิเศษในงาน Motor Expo 2025 ด้วยการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ที่มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษรอบคัน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่มองหารถออฟโรดที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยรุ่นพิเศษนี้มาพร้อมสีภายนอก Sand Beige สุดโดดเด่น ผสานกับกระจังหน้าโลโก้ TANK ขนาดใหญ่สีเดียวกับตัวรถ ชุดแต่งฝากระโปรงหน้า คิ้วกันกระแทกประตูด้านข้าง ฝาครอบล้ออะไหล่และฝาครอบไฟท้ายดีไซน์เฉพาะ รวมถึงชุดสเกิร์ตกันชนหน้า–หลังที่ช่วยเพิ่มบุคลิกดุดันและสะท้อน DNA ออฟโรดของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ได้อย่างชัดเจน นักสะสมสายออฟโรดต้องไม่พลาดกับรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น โดยมีราคาจำหน่ายที่ 1,349,000 บาท
สัมผัส NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม และ NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ได้ ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ถึง 10 ธันวาคม 2568 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888
#GWM #GWMThailand #GWMPOER #GWMTANK #POERDIESEL #TANK300DIESEL
#NEWGWMPOERSAHARDIESEL #NEWGWMTANK300DIESEL #MotorExpo2025
-
News Motocycle1 Min Read
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ส่งมอบความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา รวมมูลค่า 1 ล้านบาท และช่วยเหลือครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ มูลค่ารวมกว่า 2.8 ล้านบาท
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิเพื่อนพึ่งภา เดินหน้ามอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่และหลายอำเภอในจังหวัดสงขลา โดยส่งมอบอาหารพร้อมรับประทานและผ้าห่มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม คิดเป็นมูลค่า 1 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ ได้จัดส่งสิ่งของบริจาคทั้งหมดไปยังศูนย์จัดการภัยพิบัติจังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด ซึ่งเป็น “ต้นแบบเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเกาะขันธ์” ที่มีความพร้อมด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกระจายสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังผู้ประสบภัยในพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียง
การช่วยเหลือครั้งนี้ยังครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล รวมถึง 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมมูลค่าการสนับสนุนกว่า 2.8 ล้านบาท สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทุนในการยืนหยัดเคียงข้างประชาชนไทยในยามวิกฤต
ตลอดปี 2568 กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน 19 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ สุโขทัย น่าน แพร่ เพชรบูรณ์ พิจิตร อยุธยา อุตรดิตถ์ ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี สงขลา พัทลุง สตูล นครศรีธรรมราช ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รวมมูลค่าความช่วยเหลือกว่า 7 ล้านบาท
นอกจากนี้ สำหรับผู้ประสบอุทกภัยที่รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย สามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กและซ่อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ เครือข่ายร้านผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ ครอบคลุมทั้ง Honda Wing Center, ศูนย์บริการ Honda BigWing และร้าน CUB House ใน 10 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและให้ผู้ใช้รถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
ติดตามรายละเอียดจุดบริการตรวจเช็กและซ่อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้ที่
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: http://bit.ly/4p8Zgbm
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM จับมือพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ อัปเดตความสำเร็จปี 2025 พร้อมเปิดแผนกลยุทธ์ปี 2026 ร่วมเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขาย
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด จัดงานประชุมพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ ณ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “New Way to Win” เพื่ออัปเดตผลการดำเนินงานของ GWM (Thailand) ในช่วง 10 เดือนของปี 2568 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และประกาศแผนการเติบโตเชิงรุกในปี 2569 ผ่านนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน รวมถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของงานบริการหลังการขาย เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์จีนอันดับหนึ่งในประเทศไทยด้านบริการหลังการขาย และเป็นแบรนด์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด โดยภายในงานมีพาร์ทเนอร์กว่า 75 ราย รวม 142 ท่าน เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จของ GWM โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม GWM มียอดขายมากกว่า 1.06 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตลาดรถพวงมาลัยขวาทำผลงานได้ดียิ่งกว่า มียอดขาย 102,000 คัน หรือเติบโต 41% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดต่างประเทศอย่างชัดเจน ขณะที่ในประเทศไทย GWM (Thailand) ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย ด้วยการนำกลยุทธ์ “Multi-Powertrain” เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายพลังงานและเซกเมนต์ ครอบคลุมทุกพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ GWM ได้นำเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุดเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ใน GWM TANK ทั้ง GWM TANK 300 DIESEL, GWM TANK 500 DIESEL และล่าสุด NEW GWM POER SAHAR DIESEL ซึ่งเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ “GWM Diesel Family” พร้อมกับการสร้างสีสันให้กับแฟน ๆ ชาวไทยด้วย NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition รวมถึง WEY G9 รถยนต์ Luxury MPV จากแบรนด์ GWM WEY รวม 3 รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งรถยนต์ของ GWM ครอบคลุมเซกเมนต์ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยถึง 85% สร้างโอกาสทางการขายให้กับพาร์ทเนอร์อย่างเป็นรูปธรรม โดยยอดขายสะสมรวมในทุกรุ่นตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2025 อยู่ที่ 13,313 คัน เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 124% ซึ่งความสำเร็จนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินกลยุทธ์การมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย การร่วมแรงร่วมใจของเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานไทยที่มีต่อนวัตกรรมรถยนต์ที่ล้ำหน้ารวมถึงความแข็งแกร่งในแบรนด์ GWM อีกด้วย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมร่วมกันระหว่าง GWM และพันธมิตรทั่วประเทศสำหรับงาน Motor Expo 2025 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานแสดงรถยนต์และฤดูกาลขายที่สำคัญที่สุดช่วงปลายปี โดย GWM ได้เสริมความพร้อมด้านการตลาดและการขายผ่านการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่น ควบคู่กับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตร เพื่อมอบแคมเปญที่ดีที่สุดของ GWM แก่ลูกค้า นอกจากการพูดคุยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาและแผนการสร้างการเติบโตในช่วงโค้งสุดท้ายของปี GWM ยังแสดงแผนงานของปี 2569 ที่ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเสริมทัพรถยนต์อีกหลากหลายรุ่นเข้าสู่ประเทศไทย การทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง GWM และพาร์ทเนอร์ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ตรงจุด และการตั้งหมุดหมายครั้งสำคัญในการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และมุ่งยกระดับบริการหลังการขายก้าวสู่การเป็นแบรนด์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายในประเทศไทย ผ่านการบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาความรู้และทักษะของทีมช่าง การบริหารจัดการอะไหล่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การเดินหน้าขยายศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี และการรับฟังข้อกังวลใจและเอาใจใส่ดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM ขอขอบคุณพาร์ทเนอร์ทุกท่านที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับ GWM เรามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและร่วมเติบโตไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขายและการบริการหลังการขาย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของเรา สุขภาพทางการเงินและผลประกอบการของพาร์ทเนอร์จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับ GWM (Thailand) ในปี 2569 เราจะยังคงเดินหน้าไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ พร้อมนำนวัตกรรมที่ครอบคลุมทุกพลังงานและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส สนับสนุนการดำเนินงานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ รวมถึงร่วมกันการพัฒนาการบริการหลังการขายในทุกมิติ เราขอขอบคุณทุกความร่วมมือและความเชื่อมั่นที่พาร์ทเนอร์มีให้กับ GWM เราจะจับมือกันเพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าและสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
#GWM #GWMThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
โรยัล เอ็นฟีลด์ จุดความเร้าใจส่งท้ายปี เติมพลังแห่งการขับขี่ ‘Pure Motorcycling’ กับข้อเสนอทุบประวัติศาสตร์ ในงาน Motor Expo 2025!!
Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดับโลกในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250cc–750cc) และเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงการผลิตอย่างต่อเนื่อง เตรียมสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักขี่ชาวไทยอีกครั้งในงาน Motor Expo 2025 ด้วยไลน์อัพรถครบทุกตระกูล และแคมเปญสุดพิเศษส่งท้ายปี ที่จะพาผู้ขับขี่สัมผัสอารมณ์ของการเดินทาง สะท้อนเอกลักษณ์ ‘Pure Motorcycling’ อย่างแท้จริง
ค้นพบสไตล์แห่ง ‘Pure Motorcycling’ ที่ตอบทุกอารมณ์การขับขี่
ตั้งแต่ความคลาสสิกเหนือกาลเวลาของ Classic 350, ความแกร่งของ Himalayan 450, ไปจนถึงความเร้าใจของ Bear 650 — ทุกคันถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งต่ออารมณ์แห่งการขับขี่อย่างแท้จริง สะท้อนความลงตัวระหว่างสไตล์ สมรรถนะ และอิสรภาพที่เป็นหัวใจของ Pure Motorcycling
ในปีนี้ โรยัล เอ็นฟีลด์ยังเปิดตัวสีใหม่ของ Hunter 350 ได้แก่ Rio White และ Tokyo Black มาพร้อมอัปเกรดพรีเมียมทั้ง ไฟหน้า LED และ สลิปเปอร์คลัตช์ เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลและควบคุมง่ายยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งไฮไลต์คือ Classic 650 สี Teal สุดหรู ที่ถ่ายทอดความประณีตเหนือกาลเวลาในโทนสีร่วมสมัย
โรยัล เอ็นฟีลด์ พร้อมส่งมอบความพิเศษในสไตล์ ‘Pure Motorcycling’ ที่มาพร้อมกับรุ่น Hunter 350 เปิดตัวด้วยราคาสุดเร้าใจ เริ่มต้นเพียง 123,900 บาท สำหรับสี Rio White และ 127,900 บาท สำหรับสี Tokyo Black ที่มาพร้อมอัปเกรดพรีเมียมครบครัน
ในส่วนของ Classic 650 สี Teal ใหม่ ถ่ายทอดความหรูหราทรงพลังแห่งตำนานคลาสสิก วางจำหน่ายในราคาเพียง 253,900 บาท
สิทธิพิเศษเฉพาะในงาน Motor Expo 2025
นอกจากนี้ โรยัล เอ็นฟีลด์ มอบข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มครอบคลุมทุกรุ่น ทุกซีซี ตลอดช่วงงาน Motor Expo 2025 ได้แก่
ตระกูล 350 ซีซี – สไตล์คลาสสิก ขับขี่ง่ายได้ทุกวัน
พบกับรุ่นยอดนิยมอย่าง Classic 350, Hunter 350, Bullet 350 และ Meteor 350 ที่ออกแบบเพื่อมอบความสนุกในการขับขี่ในทุกๆ วัน
- พบกับข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษ
- ของพรีเมียมเฉพาะงาน และสิทธิ์พิเศษเมื่อจองภายในงาน
- มอบข้อเสนอพิเศษในงานตั้งแต่ 4,000 – 20,000 บาท
ตระกูล 450 ซีซี – สำหรับสายลุยผู้รักการผจญภัย
เต็มอิ่มกับความเร้าใจจาก Himalayan 450 และ Guerrilla 450 รถสายแอดเวนเจอร์และโรดสเตอร์ที่พร้อมพาคุณไปได้ทุกเส้นทาง
- พบกับแพ็กเกจของแต่งสุดพิเศษ และสิทธิประโยชน์ด้านบริการเพิ่มเติม
- มอบข้อเสนอพิเศษในงานตั้งแต่ 6,000 – 10,000 บาท
ตระกูล 650 ซีซี – สุดยอดแห่งงานฝีมือระดับพรีเมียม
พบกับรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์และสมรรถนะขั้นสุด ทั้ง Interceptor 650, Continental GT 650, Super Meteor 650, Shotgun 650 และ Bear 650 รุ่นใหม่ล่าสุด
- พบกับสิทธิ์พิเศษเฉพาะในงาน พร้อมบริการปรับแต่งรถโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Royal Enfield
- มอบข้อเสนอพิเศษในงานตั้งแต่ 9,000 – 25,000 บาท
สัมผัสอารมณ์แห่งการขับขี่ที่แท้จริงที่บูธ Royal Enfield
ในงาน Motor Expo 2025 บูธของโรยัล เอ็นฟีลด์ จะจัดแสดงรถจักรยานยนต์ครบทุกไลน์อัพ รวมถึงรุ่นตกแต่งพิเศษ (Custom Build) ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ ‘Pure Motorcycling’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ภายในงาน ผู้เข้าชมสามารถเลือกปรึกษาได้ดังนี้
- ทดลองขับ (Test Ride)
- พูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับแต่งรถในสไตล์ของตนเอง
- ถ่ายภาพและแชร์โมเมนต์ความมีสไตล์ในแบบโรยัล เอ็นฟีลด์
นาย Manoj Gajarlawa หัวหน้าธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โรยัล เอ็นฟีลด์ กล่าวว่า “Motor Expo 2025 ไม่ใช่แค่งานแสดงรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่คือช่วงเวลาที่เราได้เชื่อมต่อกับผู้ขับขี่ที่มีหัวใจเดียวกันกับเรา ปีนี้เรามาพร้อมข้อเสนอและประสบการณ์สุดพิเศษที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ ทั้งความเรียบง่าย ความจริงใจ ที่สะท้อนอารมณ์แห่งการขับขี่อย่างแท้จริง ตรงกับปรัชญา ‘Pure Motorcycling’ ซึ่งเหมาะกับทั้งผู้ขับขี่มือใหม่และผู้มีประสบการณ์ เราเชื่อว่าปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งปีที่สามารถพาผู้ขับขี่หน้าใหม่เข้าสู่ครอบครัวโรยัล เอ็นฟีลด์ได้มากยิ่งขึ้น”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car3 Min Read
ฮอนด้า เสริมความแข็งแกร่งไลน์อัป e:HEV เปิดตัวรถใหม่หลายเซกเมนต์ นำโดยกลุ่ม SUV ทั้ง CR-V e:HEV ใหม่ และ HuNT Series อัปลุค City e:HEV ในดีไซน์พิเศษ THE BLACK OUTSHINE และเซอร์ไพรส์! การกลับมาของ STEP WGN e:HEV เปิดจองสิทธิ์และจัดแสดงในงาน พร้อมโปรสุดคุ้มส่งท้ายปี ทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดเต็มส่งท้ายปี เปิดตัวรถใหม่หลากรุ่น พร้อมยกขบวนรถยนต์ฮอนด้าครบทุกเซกเมนต์และขุมพลัง ให้ลูกค้าได้สัมผัสในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) เปลี่ยนพื้นที่จัดแสดงให้เป็นพื้นที่แห่งการสัมผัสประสบการณ์ที่มีคุณค่า ถ่ายทอดผ่านโซนจัดแสดงต่าง ๆ ที่หลากหลาย ทั้ง Trail Zone สำหรับไลฟ์สไตล์สายลุย Sport Lifestyle Zone อัปลุคสปอร์ตเท่ผ่านดีไซน์ และ Urban Modern Zone สะท้อนลุคพรีเมียม ให้ผู้เข้าชมได้เลือกสัมผัสรถที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ สมรรถนะ รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะทำให้ทุกการเดินทางมีความหมายมากยิ่งขึ้น โดยไฮไลต์ของบูทฮอนด้าภายในงาน ได้แก่
- ไลน์อัปฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่พร้อมตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น นำโดยไฮไลต์การเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Honda CR-V e:HEV ใหม่ ที่ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย พร้อมทั้งเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานใหม่และอัปเกรดฟีเจอร์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมในหลากรุ่น เพิ่มความคุ้มค่า ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของไฮบริด SUV ขนาดใหญ่ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท
- เปิดตัวไลน์อัป HuNT Series ชุดแต่ง HuNT แพ็กเกจรอบคันที่นำเสนอในรถ SUV ยอดนิยมของฮอนด้า 2 รุ่น ได้แก่ Honda HR-V e:HEV และ Honda CR-V e:HEV ในโฉมอัปลุคพิเศษรุ่น ‘e:HEV HuNT’สะท้อนตัวตนของเหล่า HuNTSTER ผ่านสไตล์เท่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์สายลุยที่พร้อมออกค้นหาประสบการณ์ในแบบของตัวเองในทุกการเดินทาง
- เพิ่มทางเลือกให้ไลน์อัป City Series ซิตี้คาร์ยอดนิยม ด้วย Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE รุ่นแต่งพิเศษที่อัปลุคสปอร์ต สะท้อนความเท่และความแอกทีฟอีกขั้น
- เซอร์ไพรส์พิเศษ! กับการกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่หลายคนรอคอย รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมเผยสเปกและราคาประมาณการ รุ่น e:HEV SPADA 1,7XX,XXX บาท จัดแสดงให้สัมผัสคันจริงเฉพาะในงาน Motor Expo 2025 และเปิดรับจองสิทธิ์ล่วงหน้าทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
โดยทุกรุ่นมาพร้อมขบวนความคุ้มค่าแบบพลัสพลัส จัดใหญ่ส่งท้ายปี กับแคมเปญพิเศษ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX จัดเต็มข้อเสนอที่หลากหลาย** สำหรับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี หรือ Double Smile Plus ผ่อนเบา ดาวน์สบาย รวมถึงรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ** มูลค่า 50,000 – 85,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่วันที่
1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการเป็นเจ้าของ ที่ไม่ใช่เพียงการขับขี่ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบายในทุกผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่า และประสบการณ์อันน่าดึงดูดใจตลอดการเป็นเจ้าของ นำโดยไลน์อัป e:HEV ที่ครบครันยิ่งขึ้นด้วยการเปิดตัวรถใหม่หลากรุ่น ก้าวสำคัญนี้คือการปลุกพลังความมีชีวิตชีวาและปลดล็อกอีกขั้นของความตื่นเต้น เพื่อเปลี่ยนทุกโมเมนต์ให้เป็นประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายสำหรับลูกค้าทุกคน”
ไฮไลต์ไลน์อัปขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV– The EXCITING Hybrid
New Honda CR-V e:HEV
Honda CR-V e:HEV ใหม่ ที่มาพร้อมการปรับไลน์อัปเป็นฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับ SUV ไฮบริดสำหรับครอบครัวที่ครบและคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท พร้อมเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ e:HEV HuNT กับดีไซน์อัปลุคสะท้อนไวบ์ที่แตกต่าง และ e:HEV RS ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการลูกค้าอย่างลงตัว มีให้เลือกรวมทั้งหมด 5 รุ่นย่อย โดยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้แก่
- ใหม่! รุ่น e:HEV E ราคา 1,399,000 บาท
- รุ่น e:HEV ES ราคา 1,549,000 บาท
- ใหม่! รุ่น e:HEV HuNT ราคา 1,599,000 บาท
- ใหม่! รุ่น e:HEV RS ราคา 1,659,000 บาท
- รุ่น e:HEV RS 4WD ราคา 1,729,000 บาท
จัดเต็มความคุ้มค่าด้วยฟีเจอร์ใหม่! พร้อมทั้งอัปเกรดฟังก์ชันการใช้งานเพิ่มเติมในหลากหลายรุ่น* อาทิ
- ใหม่! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) ในทุกรุ่นย่อย
- ใหม่! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย
- ใหม่! แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว ในทุกรุ่นย่อย
- สวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ในทุกรุ่นย่อย ได้แก่ ใหม่! โหมดการขับขี่แบบ Individual โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดการขับขี่แบบปกติ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด
- ใหม่! เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ ตั้งแต่รุ่น e:HEV ES
- เพิ่ม! ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ตั้งแต่รุ่น e:HEV ES
- เพิ่ม! ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
- เพิ่ม! เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
- เพิ่ม! ขนาดมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT เป็นขนาด 2 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
ดีไซน์ปรับลุคทั้งภายนอกและภายใน สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนเฉพาะรุ่นอย่างมีสไตล์ พร้อมทางเลือกสีใหม่! สีเทาเออร์เบิน (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS และ e:HEV RS 4WD)
ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda CR-V e:HEV ใหม่ เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (รับรถภายใน 31 มกราคม 2569 สำหรับรุ่น e:HEV HuNT) มาพร้อมทางเลือก
- ดอกเบี้ย 99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี**
- ดอกเบี้ย 99%** พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท**
HuNT Series
ครั้งแรกกับการอัปดีไซน์รถเอสยูวีรุ่นยอดนิยมของฮอนด้า ทั้ง Honda CR-V e:HEV และ Honda HR-V e:HEV
สู่ลุคพิเศษในรุ่น e:HEV HuNT ที่สะท้อนตัวตนของเหล่า HuNTSTER ให้รังสรรค์เรื่องราวในสไตล์ของตัวเอง
สู่ประสบการณ์สุดยูนีค โดดเด่นด้วยดีไซน์เท่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ในทุกการเดินทาง‣ Honda CR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT ราคา 1,599,000 บาท
มาพร้อมไฮไลต์ใหม่! ชุดแต่ง HuNT แพ็กเกจรอบคัน ได้แก่
- ชุดเสริมหลังคาคู่
- คิ้วตกแต่งกระจังหน้าสี Glossy Copper
- กรอบไฟตัดหมอกสี Glossy Copper
- แผงใต้กันชนหน้า
- บันไดข้าง
- คิ้วตกแต่งซุ้มล้อหน้า-หลัง
- สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
- สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) ราคา 1,599,000 บาท
- สีดำคริสตัล (มุก) ราคา 1,609,000 บาท
จัดเต็มฟีเจอร์และฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ ที่พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM)
- แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว
- สวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ โหมดการขับขี่แบบ Individual โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดการขับขี่แบบปกติ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด
- เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ
- ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง
- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง
- ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key
- เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด
- ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
- หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา
ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda CR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 –
31 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 มาพร้อมทางเลือก- ดอกเบี้ย 99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี**
- ดอกเบี้ย 99%** พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 203,000 บาท**
‣ Honda HR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT ราคาเริ่มต้น 1,087,000 บาท
มาพร้อมไฮไลต์
- กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ พร้อมใหม่! ตกแต่งด้วยคิ้วกระจังหน้าด้านบนสี STARRY SILVER
- ใหม่! กันชนหน้าสีดำตกแต่งด้วยสี PREMIUM AMBER
- ใหม่! กันชนหลังสีดำตกแต่งด้วยสี SHARK GREY
- ใหม่! ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ตกแต่งด้วยสี PREMIUM AMBER
- ใหม่! กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวส่วนบนตกแต่งด้วยสี STARRY SILVER
- ใหม่! ภายในห้องโดยสารสีดำและตกแต่งสีกากี มาพร้อมเบาะหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีส้ม
- สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
- สีดำคริสตัล (มุก) ราคา 1,087,000 บาท
- สีขาวแพลทินัม (มุก) ราคา 1,091,000 บาท
ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ
- ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close)
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
- มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมจอแสดงไฟเบรก
- เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
- อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
- ช่องปรับอากาศ และช่องเชื่อมต่อ USB Type-C สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold
- ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda HR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 –
11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มาพร้อมทางเลือก- ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 152,000 บาท**
- รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี**
Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE
ซิตี้คาร์ไฮบริดซีดานที่อัปลุคความสปอร์ตและคาแรกเตอร์ให้โดดเด่นอีกขั้น เพิ่มทางเลือกตอบโจทย์สายมีสไตล์ ผสานเสน่ห์ความลุ่มลึก น่าค้นหา ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ที่เปี่ยมพลัง สะท้อนตัวตนอันชัดเจนของผู้ขับขี่ สู่นิยามใหม่ที่แตกต่างเหนือใคร โดย Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE ราคาเริ่มต้น 735,000 บาท มาพร้อมไฮไลต์
- ใหม่! กระจังหน้าด้านบนสีดำเงา
- ใหม่! กระจังหน้าทรงรังผึ้งสไตล์สปอร์ต
- ใหม่! กระจกมองข้างสีดำ
- ใหม่! มือจับประตูสีดำ
- ใหม่! โลโก้ H-mark สีดำ (หน้าและหลัง)
- ใหม่! โลโก้ City สีดำ
- ใหม่! ล้ออัลลอยสีดำแบบสปอร์ต ขนาด 16 นิ้ว
- สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
- สีดำคริสตัล (มุก) ราคา 735,000 บาท
- สีขาวแพลทินัม (มุก) ราคา 739,000 บาท
ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย มั่นใจทุกการเดินทาง ด้วยหลากหลายฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ อาทิ
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย
- ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลังแบบ Type-C 2 ตำแหน่ง
- ช่องปรับอากาศตอนหลัง
- เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทั้ง 6 ฟังก์ชัน พร้อมไฮไลต์ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold
- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มาพร้อมทางเลือก
- ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท**
- ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท** และ Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับฟรีประกันภัย 2 ปี พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท** และ Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
New Honda STEP WGN e:HEV
การกลับมาอย่างเป็นทางการของ Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำ ‘Japanese Quality’ มาตรฐานการผลิตคุณภาพสูง พร้อมความมั่นใจด้านบริการหลังการขาย ด้วยความพร้อมของอะไหล่และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ จากเครือข่ายโชว์รูมฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 222 แห่งทั่วประเทศ
เผยสเปกและราคาประมาณการ**** รุ่น e:HEV SPADA 1,7XX,XXX บาท พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อเป็นเจ้าของ และจัดแสดงให้สัมผัสคันจริงภายในงาน Motor Expo 2025 ที่เดียวเท่านั้น
จองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใคร! รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท** และฟรีกล้องติดรถยนต์
หน้า-หลัง อุปกรณ์ตกแต่งแท้ของฮอนด้า มูลค่า 5,940 บาท** (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อจองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 พร้อมจองตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 และรับรถภายใน 31 มีนาคม 2569 พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.39%** สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV SPADA โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังทรงกล่องภายใต้แนวคิด Life Expander BOX พร้อมห้องโดยสารโปร่งโล่ง กว้างขวาง มอบความสะดวกสบายทุกที่นั่ง พร้อมเบาะที่ปรับพับได้หลากหลาย เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว ยกระดับคุณค่าในฐานะพาร์ตเนอร์ที่สร้างโมเมนต์น่าจดจำในทุกการเดินทาง ให้ทุกเจเนอเรชัน STEP ใกล้กันยิ่งขึ้น… ‘WHAT BRINGS US TOGETHER’
ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ผสานเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่
ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง มอบความสมูทในทุกการขับขี่ มั่นใจทุกการออกตัวโดยไม่ต้องรอรอบ
ด้วยแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 2,000 รอบต่อนาที ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 18.5 กม./ลิตร*** ครบครันด้วยฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบายและการขับขี่ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ- เบาะโดยสารหนังสังเคราะห์แบบ Prime Smooth และเบาะผ้าเทคโนโลยี FABTECH อเนกประสงค์
ปรับได้หลากหลายรูปแบบ- เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman
- เบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ
- ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า ซ้าย-ขวา
- ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri- Zone พร้อมระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
- ระบบเกียร์ไฟฟ้า
- ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM พร้อมรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
- มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด2 นิ้ว
- เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ได้แก่
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่! สีดำทไวไลต์มิสต์ (มุก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) มาพร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ
นอกจากนี้ ฮอนด้ายังจัดเต็มยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ หลากหลายรุ่น เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสัมผัสได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ทั้งไลน์อัปเทอร์โบ และไลน์อัปพลังงานไฟฟ้า 100%
ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า A08 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกันทั้งภายในงานฯ และ
โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
-
News Car2 Min Read
GWM เปิดตัว WEY G9 ลักชัวรี่ MPV ราคา 2.349 ล้านบาท จัดเต็มด้วยเทคโนโลยี Hi4 สุดล้ำ ความสบายเหนือระดับ และความปลอดภัยขั้นสูง พร้อม WEY Exclusive Privileges เอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับลูกค้าคนสำคัญ
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดรถลักชัวรี่ MPV ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว WEY G9 รถ MPV ลักชัวรี่รุ่นแรกจากแบรนด์ GWM WEY ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยแนวคิด The Crafted Masterpiece เสมือนประติมากรรมชิ้นเอก ที่มอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับ ผ่านงานออกแบบที่ประณีต หรูหรา พร้อมเทคโนโลยี Hi4 อันล้ำสมัย ความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัยระดับแฟลกชิป โดย WEY G9 รุ่น Hi4 Ultra เปิดตัวด้วยราคาเพียง 2,349,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสยนตรกรรมรุ่นใหม่ พร้อมทัพรถพลังงานใหม่ทุกรุ่นของ GWM ได้อย่างใกล้ชิด ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ถึง 10 ธันวาคม 2568
WEY G9 คือ ลักชัวรี่ MPV ยุคใหม่ ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ และข้าราชการระดับสูง รวมถึงการใช้งานของครอบครัวระดับไฮเอนด์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเจรจาธุรกิจ หรือแม้แต่การท่องเที่ยวพักผ่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ต้องการทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ โดย WEY G9 มาพร้อมสีภายนอกที่บ่งบอกถึงความเรียบหรูเหนือระดับถึง 4 สี ได้แก่ สีขาว Aurora White, สีทอง Superior Gold, สีเทา Wisdom Grey และ สีดำ Nebula Black
และเพื่อตอบโจทย์ความเป็น The Crafted Masterpiece อย่างเป็นรูปธรรม WEY G9 มาพร้อม WEY Exclusive Privileges มอบประสบการณ์สุดพิเศษและการบริการเหนือระดับให้กับลูกค้าทุกท่าน ที่มอบความสะดวกสบาย อุ่นใจและไร้กังวลในทุกการเดินทาง และในทุกช่วงเวลาของการเป็นเจ้าของ ได้แก่
- Personal Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวพิเศษเฉพาะลูกค้า WEY G9 เท่านั้น ที่จะช่วยดูแลในทุกที่ทุกเวลา และทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ การแนะนำตอบคำถามด้านการใช้งานรถ ประสานงานแก้ไขกรณีมีปัญหาทางเทคนิค แจ้งเตือนและนัดหมายนำรถเข้ารับบริการ แจ้งเตือนและประสานงานต่ออายุทะเบียนรถยนต์หรือประกันอุบัติเหตุรถยนต์ประจำปี เป็นต้น
- รถทดแทนการใช้งานรุ่น WEY G9 พร้อมบริการรับ-ส่ง ในกรณีที่รถ WEY G9 มีปัญหาทางด้านเทคนิคในระยะเวลารับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมเกิน 2 วันทำการ GWM ขอมอบรถทดแทนการใช้งานเป็นรุ่น WEY G9 พร้อมบริการส่งและรับรถถึงมือท่าน เพื่อให้ลูกค้า WEY G9 ได้รับความสะดวกสบายอย่างต่อเนื่อง
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กคลูซีฟ ไม่ว่ารถ WEY G9 จะไปเกิดปัญหาทางด้านเทคนิคอยู่ที่ใด ลูกค้า
WEY G9 สามารถเลือกรับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) ดังต่อไปนี้- บริการรถลีมูซีนเพื่อรับ-ส่งลูกค้าคนพิเศษจากจุดเกิดเหตุเพื่อให้ท่านถึงที่หมายได้อย่างสะดวกและปลอดภัย (เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล)
- บริการช่วยเหลือค่าเดินทางต่อจากจุดเกิดเหตุสู่จุดหมายปลายทาง
- บริการจัดหาตั๋วเครื่องบินจากสนามบินใกล้จุดเกิดเหตุสู่จุดหมายปลายทาง
- บริการจัดหาที่พักเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าระหว่างรอการแก้ไขปัญหาทางด้านเทคนิค
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กคลูซีฟไม่ครอบคลุมกรณีอุบัติเหตุทุกกรณี และจำกัดมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อเหตุการณ์ โดยจะคำนวณจากมูลค่าที่เกิดขึ้นตามจริง ทั้งนี้การบริการดังกล่าวไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ และมีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันรับมอบรถ
- บริการ Pick-up & Delivery GWM ขอมอบบริการรับ-ส่งรถเพื่อเข้ารับการตรวจเช็กระยะปีละ 2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อปี ให้กับลูกค้า WEY G9
- การบำรุงรักษา GPSI แบบไร้กังวล มอบความอุ่นใจในทุกการเช็กระยะ ด้วยบริการฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่จำนวน 10 ครั้ง ตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
นอกจากนี้ WEY G9 ยังมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี ค่าแรงและค่าอะไหล่บำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ปลั๊กอินไฮบริด 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) โดย GWM จะเริ่มส่งมอบ WEY G9 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป
** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service
สำหรับ WEY G9 โดยโดดเด่นใน 3 มิติสำคัญ หรือ 3C ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริหารยุคใหม่อย่างแท้จริง ได้แก่
- Confidence มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยสมรรถนะระดับแฟลกชิป: WEY G9 มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 5 ลิตร เทอร์โบ ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังอัจฉริยะ DHT ให้กำลังรวมสูงสุด 442 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 642 นิวตันเมตร รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุดถึง 170 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) พร้อมถังน้ำมัน 58 ลิตร มอบระยะทางขับขี่รวมกว่า 1,000 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องเดินทางต่อเนื่องทั้งภายในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จ หัวใจหลักของสมรรถนะอยู่ที่เทคโนโลยี Hi4 – Hybrid Intelligent 4-Wheel Drive ระบบไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะที่ผสาน “สามแหล่งพลังงาน + เก้าโหมดการทำงาน” สามารถปรับเปลี่ยนระบบการทำงานเพื่อรองรับทุกสภาพถนน ตั้งแต่พื้นผิวลื่นจนถึงการเข้าโค้งด้วยความเร็ว มาพร้อมระบบ ITVC ที่สามารถปรับแรงบิดแบบเรียลไทม์ภายใน 0.01 วินาที เพิ่มเสถียรภาพ ลดอาการลื่นไถล และมอบความมั่นใจสูงสุดในทุกสถานการณ์ โดยเทคโนโลยี Hi4 ได้รับรางวัลสูงสุดจาก China SAE ปี 2025 ตอกย้ำความเหนือชั้นด้านวิศวกรรมยานยนต์
- Comfort ความสบายเหนือระดับที่สัมผัสได้จริง: ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้โปร่งโล่ง เดินผ่านสะดวกด้วยช่องกลางที่กว้างถึง 170 มิลลิเมตร นอกจากนี้ เบาะยังหุ้มด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูงที่ให้สัมผัสนุ่ม หรูหรา ระบายอากาศได้ดี เบาะแถวสองแบบ Zero Gravity Seat ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของสภาวะไร้น้ำหนักในเทคโนโลยีอวกาศของ NASA ปรับเข้ามุม Golden Angle เพื่อให้หัวใจและหัวเข่าอยู่ระดับเดียวกัน มอบความสบายเกินพิกัด รองรับการเดินทางยาว ๆ ของผู้บริหาร เพิ่มความผ่อนคลายด้วยระบบนวดไฟฟ้า 6 โหมด ระบบระบายอากาศ พร้อมตู้เย็นภายในรถขนาดใหญ่ 5 ลิตร เปิดได้ทั้งด้านหน้า (Front Armrest) และด้านหลังแบบลิ้นชัก รองรับทั้งโหมดทำความเย็น 0–15°C และโหมดอุ่น 35–50°C มอบความสะดวกสบายขั้นสุดให้กับทุกการเดินทาง
- Convenience ความสะดวกที่ชาญฉลาดและปลอดภัย: WEY G9 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.3 สามารถแสดงสถานะรถในรูปแบบภาพสามมิติแบบเรียลไทม์ รองรับคำสั่งเสียงมากถึง 21 ภาษาและหลายสำเนียง ควบคุมทุกอย่างด้วยปลายนิ้ว เช่น สั่งเปิดฝาท้าย ปรับอุณหภูมิ หรือควบคุมระบบเบาะโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน รองรับ Petal Maps Navigation แบบ 3 มิติ การเชื่อมต่อกับแอปผ่าน GWM App Store และระบบความปลอดภัยไซเบอร์ระดับองค์กรแบบ End-to-End เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้ที่ต้องจัดการข้อมูลสำคัญ ทั้งยังมีระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 28 รายการ ถุงลมนิรภัย 6 จุด และโครงสร้างตัวถังที่ทำจากเหล็กกล้าสัดส่วนสูงถึง 01 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงระบบปกป้องแบตเตอรี่หลายชั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในทุกการเดินทาง
สัมผัส WEY G9 – The Crafted Masterpiece ที่คุณจะต้องหลงใหลในความลักชัวรี่ ความล้ำสมัย และความสะดวกสบายได้แล้ววันนี้ และเตรียมพบกับการเปิดตัว NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม ที่จะมาเป็นเพื่อนคู่ใจในทุกไลฟ์สไตล์ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
#GWM #GWMThailand #GWMWEY #WEYG9 #MotorExpo2025
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine































































































































































