-
News Car1 Min Read
TOYOTA GAZOO Racing Thailand รุกฆาต! รับแชมป์ 3 รุ่น ปิดฤดูกาล TSS The Super Series 2025
“TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ทีมแข่งรถยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จอย่างสูงของวงการมอเตอร์สปอร์ต ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รุกฆาตปิดฤดูกาลความเร็ว “TSS The Super Series 2025” ผงาดชัยรับถ้วยแชมป์รุ่น GTM Am – GT4 Am- GTC นำทีมโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ, มานัต กุละปาลานนท์, กรัณฑ์ ศุภพงษ์, อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ, กฤษฎิ์ วสุรัตน์, ณ ดล วัฒนธรรม, นรรัศมิ์ อภิวาท, ทรงศักดิ์ กรศิริสืบสกุล และ ไอตั้น อัษฎาธร ในระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
โดยอีเว้นท์สุดท้ายของ TSS The Super Series 2025 ทีมนักแข่ง “TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ยังโชว์พลังท็อปฟอร์ม ส่งรถลงสนามสู้เต็มสมรรถนะทั้งรถและคน
รุ่น Supercar GTM ลงสนาม 2 คัน ด้วยรถ TOYOTA GR Supra หมายเลข 24 ขับโดย แมดคาว-ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ ที่คะแนนเก็บสะสมมีลุ้นแชมป์ฟาดกันสุดเดือดก่อนจบการแข่งขันไปแบบสะใจรับถ้วย Class Supercar GTM Am ในอันดับ 1 ทั้งสองเรซ ด้านรถหมายเลข 9 ขับโดย แมน-ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ และ ต้น-มานัต กุละปาลานนท์ สู้เต็มที่ไม่มีแผ่วจบผลงานใน Class Super Car GTM Pro Am อันดับ 3 ทั้งสองเรซ
รุ่น Supercar GT4 ด้วยรถ TOYOTA GR Supra GT4 หมายเลข 19 ขับโดย อาร์โต้-สุทธิพงศ์ สมิตชาติ และ จั้ม-กรัณฑ์ ศุภพงษ์ จบการแข่งขัน Class GT4 Am ในอันดับ 1 และอันดับ 2
รุ่น Supercar GTC ใช้รถ Corolla Altis GR Sport หมายเลข 9 ขับโดย เอ็กซ์-อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ และ ต้นกล้า-กฤษฎิ์ วสุรัตน์ ปิดฤดูกาลนี้ด้วยโพเดียมอันดับ 2 และ 1
รุ่น Super Touring โดยรถ YARIS ATIV หมายเลข 51 ขับโดย ไอตั้น-อัษฎาธร ปิดฤดูกาลใน Class ST-NA ด้วยผลงานอันดับ 2 และ 3
หลังจบการแข่งขัน คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่ง TOYOTA GAZOO Racing Thailand กล่าวว่า “สำหรับรายการ TSS The Super Series ทีมตั้งใจทำผลงานในทุกสนามอย่างเต็มที่ และยังเดินหน้าพัฒนารถ TOYOTA GR ในแต่ละรุ่นให้ตอบสนองต่อการขับขี่ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยความร่วมมือของทีมแข่งและทีมวิศวกรชาวไทย (TMA) ที่ทำงานร่วมกันเก็บข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนารถยนต์ให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต พวกเราทุกคนขอขอบคุณแฟนๆทุกท่านที่ติดตามเชียร์และเป็นกำลังใจให้ทีมเสมอมา และขอฝากให้ติดตามผลงานของทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าด้วยนะครับ”
ร่วมติดตามชมภาพบรรยากาศแข่งขันของ “TOYOTA GAZOO Racing Thailand” เพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Instagram: TOYOTAGAZOORacingTeamThailand
-
News Car1 Min Read
GWM ชูจุดยืน “ปกป้องลูกค้า รักษาแบรนด์” ย้ำ! ไม่ลดราคา เน้นดูแลลูกค้า ผ่านแคมเปญ “Good Cat Good Will” พร้อมการันตีเงื่อนไขเดียวกับ Motor Expo 2025 ทั่วประเทศ
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM ได้ตอกย้ำกลยุทธ์ระยะยาวในการยืนหยัดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างมั่นคงควบคู่ไปกับผู้บริโภคไทย เปิดตัวแคมเปญ “Good Cat Good Will” สำหรับ GWM ORA Good Cat ชูจุดยืน “ปกป้องลูกค้า รักษาแบรนด์” สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ด้วยการประกาศชัดไม่ลดราคา พร้อมยืนยันการทำธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าแบบรอบด้านเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้งานชาวไทย ผ่านสิทธิประโยชน์ด้านการลดภาระการผ่อน และการสร้างความอุ่นใจผ่านการดูแลหลังการขายที่ครอบคลุมในระยะยาว
แคมเปญ Good Cat Good Will เป็นข้อเสนอสุดพิเศษกับโอกาสสุดท้ายในการเป็นเจ้าของ GWM ORA Good Cat ภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV 3.0 สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 โดย GWM จะการันตีข้อเสนอเดียวกับงาน Motor Expo กับสิทธิประโยชน์สูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าวโดยไม่ต้องรอถึงงาน Motor Expo 2025 และหากในงาน Motor Expo 2025 มีการมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม GWM จะขยายสิทธิประโยชน์นั้นให้กับลูกค้าที่ซื้อก่อนหน้านั้นโดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าทั่วประเทศ ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงและตัดความกังวลขอลูกค้าด้านการทำสงครามราคาออกไป ลูกค้าที่สนใจสามารถทำการจอง GWM ORA Good Cat ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงงาน Motor Expo เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการด้านเอกสารและการส่งมอบรถยนต์
แคมเปญ Good Cat Good Will นี้ GWM ขอมอบ 3 สิทธิประโยชน์** ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระระยะสั้น และสร้างความสบายใจระยะยาว ดังนี้
- ช่วยผ่อน 1 ปีเต็ม: GWM สนับสนุนภาระการผ่อนรายเดือน จำนวนเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 60,000 บาท (สำหรับรุ่น PRO และ ULTRA) และจำนวน 7,500 บาท เป็นเวลา 12 เดือน (สำหรับรุ่น GT) เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของเจ้าเหมียวไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นในช่วงปีแรกของการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายผู้บริโภค
- ช่วยคุ้มครอง 2 ปีเต็ม: มอบฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 2 ปีเต็ม ทั้งปีแรกและปีที่สอง เพื่อให้ลูกค้าขับขี่ได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุหนักหรือเกิดความเสียหายของแบตเตอรี่แรงดันสูงในปีแรก ที่ทำให้ยากต่อการหาบริษัทประกันในปีที่ 2 สิทธิประโยชน์นี้ จะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าลูกค้าไม่ได้อยู่เพียงลำพังและจะมี GWM อยู่เคียงข้างเสมอ
- ช่วยดูแล 5 ปีเต็ม: แพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) ระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่ จำนวนสูงสุด 5 ครั้ง หรือ 75,000 กิโลเมตร โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและมาตรฐานบริการของ GWM ช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและความกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงในระยะยาว โดยลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายตามรอบเช็กระยะ และมั่นใจได้ว่ารถได้รับการดูแลด้วยอะไหล่แท้และกระบวนการที่ได้มาตรฐานเดียวกันทั่ว GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั้งประเทศ
GWM ORA Good Cat มีด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO, ULTRA และ GT โดยรุ่น PRO และ ULTRA มีสีให้เลือก 5 สีได้แก่ สีเขียว Pistachio Green สีเบจหลังคาสีน้ำตาล และสีเขียวหลังคาสีขาว และสีใหม่ 2 เฉดสี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package และสีฟ้า So Blue สำหรับรุ่น GT มาในสีเทา และสีดำ พร้อมชุดแต่งสปอร์ตสีเหลือง โดยมีราคาของแต่ละรุ่น ดังต่อไปนี้
- GWM ORA Good Cat รุ่น PRO ราคาเพียง 599,000 บาท*
- GWM ORA Good Cat รุ่น ULTRA ราคาเพียง 699,000 บาท*
- GWM ORA Good Cat รุ่น GT ราคาเพียง 829,000 บาท*
*ราคาหลังหักส่วนลด 200,000 บาท ในรุ่น PRO และ ULTRA และราคาหลังหักส่วนลด 270,000 บาทในรุ่น GT
**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ GWM ORA GOOD CAT ได้ที่ https://www.gwm.co.th/th/models/ora-good-cat
เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “แคมเปญ ‘Good Cat Good Will’ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการดำเนินธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ โปร่งใส และยั่งยืนในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าการลดราคาไม่ใช่คำตอบของการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน GWM เชื่อมั่นในสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริการหลังการขาย คือหัวใจสำคัญของการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยข้อเสนอพิเศษใน Good Cat Good Will ที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระและเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า เราต้องการให้ทุกคนมั่นใจว่าการเป็นเจ้าของ GWM ORA Good Cat ไม่เพียงแต่เป็นการเลือกใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัย แต่ยังเป็นการเลือกแบรนด์ที่พร้อมดูแลและเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงของการใช้งานอย่างโปร่งใสและจริงใจอย่างแท้จริง”
#GWM #GWMThailand #ORA #GWMORAGoodCat #ORAGoodCat
-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัวชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงคอลเลกชันใหม่ ตอกย้ำภาพแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มากกว่าแค่รถยนต์
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงในยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์รุ่น Bentayga โดยชุดอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบเฉพาะจะมอบความสะดวกสบายตลอดจนความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการใช้งานให้กับเจ้าของและสัตว์เลี้ยงแสนรัก
ลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์เกือบหนึ่งในสามมักเดินทางกับสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ การเปิดตัวคอลเลกชันนี้จึงเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งรถยนต์และผู้โดยสาร และช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกการเดินทางในชนบทหรือในเมืองจะเป็นไปอย่างราบรื่น
ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงประกอบไปด้วยที่กั้นพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงแบบสั่งทำพิเศษ, แผ่นรองพื้นกันเปื้อนลวดลายพิเศษพร้อมตัวกันกระแทก, ผ้าคลุมเบาะโดยสารด้านหลังแบบสั่งทำพิเศษ และที่เสริมเบาะโดยสารพร้อมการ์ดประตู คุณสมบัติที่หลากหลายเหล่านี้ยังเสริมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ขึ้น, พรมยางปูพื้นห้องโดยสาร และความอุ่นใจจากกล้องหน้ารถที่สามารถบันทึกวิดีโอในทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
พื้นที่เก็บสัมภาระที่หรูหรา
ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงมาพร้อมกับที่กั้นพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงแบบสั่งทำพิเศษและที่แยกกระเป๋าเดินทางแบบเคลื่อนที่ ซึ่งได้รับการออกแบบและผลิตมาเพื่อมอบการเดินทางที่ยืดหยุ่นพร้อมกับพื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่นให้กับสัตว์เลี้ยง และเพื่อให้เจ้าของรู้สึกอุ่นใจ โดยสัตว์เลี้ยงสามารถเดินทางไปกับเจ้าของได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย ในขณะเดียวกันก็สามารถจัดเก็บกระเป๋าเดินทาง ถุงช้อปปิ้ง หรืออุปกรณ์กลางแจ้งอื่นๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ
ความสบายที่มากขึ้นยังมากับแผ่นรองพื้นกันเปื้อนลวดลายพิเศษพร้อมตัวกันกระแทกที่ได้รับการออกแบบให้เข้ากับรูปทรงในช่องสัมภาระของ Bentayga ได้อย่างพอดี แผ่นรองพื้นบุด้วยนวมที่สามารถกันน้ำและถอดออกได้อย่างง่ายดายช่วยปกป้องพื้นรถจากอุ้งเท้าที่สกปรกและขนที่เปียกชื้นจากการเหยียบย่ำในโคลน และตัวกันกระแทกยังสามารถป้องกันรอยขีดข่วนเมื่อสุนัขกระโดดเข้าและออกได้
ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร
ชุดอุปกรณ์เสริมภายในห้องโดยสารยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบภายในอันประณีตและงดงามของเบนท์ลีย์ไว้เป็นอย่างดี ขณะเดียวยังมอบความสะดวกสบายให้แก่ทุกชีวิตตลอดการเดินทางอย่างผ้าคลุมเบาะโดยสารด้านหลังแบบสั่งทำพิเศษ และที่เสริมเบาะโดยสารพร้อมการ์ดประตูสำหรับทุกรูปแบบการจัดวางเบาะโดยสารของ Bentayga ที่จะช่วยให้เพื่อนสี่ขาสามารถยืดตัวได้อย่างอิสระ โดยไม่ขีดข่วนเบาะโดยสาร การออกแบบอันชาญฉลาดนี้ยังช่วยให้สามารถยึดได้กับเข็มขัดนิรภัยและจุดเกี่ยวเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์ได้ มอบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างฟังก์ชันการใช้งาน และความประณีต
นอกจากนี้ ชุดอุปกรณ์ยังมีพรมยางรองพื้นกันเปื้อนที่ทนทาน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่หรูหราสำหรับป้องกันพื้นห้องโดยสารจากสิ่งสกปรกหลังการเดินลุยโคลนในชนบทหรือเหยียบทรายบริเวณชายหาดได้อย่างสบาย
ชุดคอลเลกชันอุปกรณ์เสริมยังมอบอรรถประโยชน์มากมายผ่านมุมมองของการเดินทางที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงอย่างราวหลังคาแบบ Cross Bar ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระเหนือตัวรถ ทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับเบาะโดยสารด้านหลังและช่องเก็บสัมภาระท้ายรถเพื่อให้สัตว์เลี้ยงอันแสนรักได้เพลิดเพลินกับพื้นที่ได้อย่างอิสระ
อีกทั้ง ผู้ขับขี่ยังอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยกล้องติดรถ Bentley Drive Vision ที่มาพร้อมกล้องที่หันไปด้านหน้าและด้านหลังซึ่งจะบันทึกทุกการเดินทางด้วยความละเอียดสูง ช่วยให้เจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์อุ่นใจไปตลอดการเดินทาง
มากกว่าแค่การใช้งาน เเต่คือไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิต
ชุดอุปกรณ์เสริมทุกชิ้นสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเบนท์ลีย์ในการสร้างสรรค์งานฝีมืออันประณีตด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมียม อุปกรณ์แต่ละชิ้นจึงได้รับการออกแบบด้วยการเย็บเสริมความแข็งแรงและการตัดเย็บอย่างประณีต พร้อมความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดเช่นเดียวกับการตกแต่งภายในรถยนต์เบนท์ลีย์ที่ทุกรายละเอียดรับประกันการใช้งานได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ลดทอนความหรูหรา
การเปิดตัวอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงคอลเลกชันใหม่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ในการนำเสนอไลฟ์สไตล์หรูที่มากกว่าแค่รถยนต์ ซึ่งรวมไปถึง Bentley Home, Bentley Residences และ Bentley Experiences ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของแบรนด์ที่ว่าความหรูหราควรครอบคลุมทุกช่วงเวลาของชีวิตและทุกชีวิตในครอบครัว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ แถลงผลงานทีมแข่ง ‘MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP’ พร้อมเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge 2025’ ที่ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์
มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ผู้จำหน่ายรถยนต์ มินิ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวผลงานของทีมแข่ง ‘Millennium Motorsport x Magik Proshop’ ประจำปี 2568 ที่มี ‘มงคล คำสูง’ นักแข่งมืออาชีพที่มาพร้อมรถคู่ใจ ‘MINI Cooper F56 Challenge EVO’ วาดลวดลาย
สร้างผลงานน่าประทับใจในรายการ PT MAXNITRON RACING SERIES 2025 รวม 7 สนาม พร้อมเปิดตัว มินิ รุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ จำนวนจำกัด ณ โชว์รูม
พร้อมศูนย์บริการครบวงจร มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ สาขาเอกมัยสมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกภาคภูมิใจ ในการที่ได้ร่วมกันก่อตั้งทีมแข่ง ‘MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP’ ส่งรถยนต์ มินิ ตัวแข่งลงสนามชิงชัยในรายการระดับประเทศ และเพื่อต่อยอดให้กับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต วันนี้เราได้เปิดตัว มินิ รุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ มีจำกัดเพียงไม่กี่คัน ที่สำคัญ มาพร้อมสิทธิพิเศษในการ
ร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge 2025’ ถึง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
ให้เจ้าของรถได้สัมผัสประสบการณ์แบบนักแข่งบนแทรคระดับสากล พร้อมคำแนะนำเทคนิคการขับ โดยนักแข่งมืออาชีพอย่าง คุณเอก มงคล คำสูง”++ MINI CHALLENGE — ต้นฉบับแห่งความเร้าใจสไตล์มินิ สู่ยุคมอเตอร์สปอร์ตไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
‘MINI Challenge’ คือรายการแข่งรถยนต์แบบ ‘วัน-เมค-เรซ’ (One-Make Race) ที่ใช้รถ
รุ่นเดียวกันทั้งหมด เปิดโอกาสให้นักขับทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น ได้ลงสนามจริงอย่างเท่าเทียม เริ่มต้นครั้งแรกที่สหราชอาณาจักรช่วงปีพ.ศ. 2545 และได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์ของการแข่งที่สนุก เข้มข้น และสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ MINI ได้อย่างชัดเจน — ขับสนุก คล่องตัว และเต็มไปด้วยพลังแห่งความท้าทาย (Challenge DNA)ปีนี้ ความเร้าใจของ MINI Challenge ได้ก้าวสู่ยุคใหม่อีกขั้น เมื่อ Formula E ได้ประกาศเปิดตัว ‘NXT Gen Cup’ รายการ Junior Touring Car โดยใช้รถไฟฟ้า 100% เปิดโอกาสให้นักขับอายุ 15–25 ปีลงแข่ง เพื่อเฟ้นหาดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก โดยฤดูกาลแรก วางแผนจัดหลายสนามทั่วยุโรป เช่น อิตาลี เยอรมนีและอังกฤษ ตอกย้ำพันธกิจ ของ Formula E และ MINI ในการขับเคลื่อนมอเตอร์สปอร์ตสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสานต่อจิตวิญญาณ
แห่ง ‘MINI Challenge’ สู่ยุคไฟฟ้าอย่างเต็มพลัง++ ‘MINI Black Edition E-Challenge’ เวอร์ชั่นพิเศษเฉพาะ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้
สัมผัส ‘MINI Black Edition E-Challenge’ ยนตรกรรมไฟฟ้าสุดชิค รุ่นพิเศษ ผลิตจำกัด
และมีจำหน่ายที่โชว์ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ เท่านั้น รูปลักษณ์สปอร์ตเข้มดูดุดัน ด้วยตัวถังสีดำ ตัดกับล้อ JCW Rallye Spoke ขนาด 18 นิ้ว สีทอง พร้อมสติ๊กเกอร์ลายพิเศษ ‘Black Edition’
สีเดียวกัน ขณะที่อัตราเร่งก็จี๊ดจ๊าดสะใจสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยมาพร้อมสิทธิพิเศษ
ที่ผู้ครอบครองจะได้รับ คือ การเข้าร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge’ ที่จะจัดขึ้นในอนาคตร่วมเป็นครอบครัว MINIster และพบกับกิจกรรมและข้อเสนอดีๆ แบบนี้ได้ที่ โชว์รูม มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ รองรับการผลิตยนตรกรรมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ฉลองการเปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ที่ทันสมัยอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ โดยได้รับเกียรติจาก ดร. แฟรงค์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ (Dr. Frank-Steffen Walliser) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ดร. แมทเทียส เรบบ์ (Dr. Matthias Rabe) กรรมการบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาเป็นประธานในพิธีเปิด สำหรับศูนย์ฯ แห่งใหม่นี้จะมีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อมของแบรนด์สู่การพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต
ศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนขนาดใหญ่สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในการพัฒนาและวิจัยรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคตที่โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ ศูนย์ฯ แห่งใหม่นี้ได้มีการนำเทคโนโลยีการทำโลกเสมือนจริงมาผสานเข้ากับการบูรณาการผลิตภัณฑ์ ก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันตลอดกระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ
สำหรับศูนย์ฯ แห่งใหม่ตั้งอยู่บนพื้นที่สองชั้น ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 13,000 ตารางเมตร ภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วยห้องจำลองต้นแบบรถยนต์ในอนาคต ฝ่ายพัฒนาวัสดุ และฝ่ายบูรณาการซอฟต์แวร์ โดยหัวใจสำคัญของการบูรณาการของศูนย์ฯ คือ การประยุกต์ใช้ทักษะอย่างเป็นระบบและครอบคลุมในด้านการฝึกอบรม การทดสอบ และการเตรียมการเปิดตัวระบบซอฟต์แวร์ ระบบไฟฟ้าแรงสูงแบบดิจิทัล และระบบไฟฟ้าทั้งหมด
แผนกส่วนใหญ่ได้ย้ายมาจากที่ตั้งเดิมในอาคาร A1 ซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในพื้นที่ และกำลังถูกแปลงโฉมเป็นสถานที่ประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะเริ่มต้นการผลิตในปี 2570
ดร. แฟรงค์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวถึงการพัฒนาดังกล่าวว่า “กลยุทธ์ Beyond100+ ของเราได้วางรากฐานการเปลี่ยนแปลง โดยใช้สิ่งที่เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน และปรับวิสัยทัศน์นั้นให้สอดคล้องกับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในอนาคต เรากำลังพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เชื่อมต่อระบบดิจิทัล พร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติเพื่อยกระดับและบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการผลิตยนตรกรรมหรู”
“ศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ถือเป็นส่วนสำคัญในการส่งมอบกลยุทธ์นี้ให้ประสบความสำเร็จ และช่วยให้แนวคิดทางวิศวกรรมกลายเป็นความจริงผ่านการพัฒนาและการบูรณาการ เพราะเรามุ่งมั่นที่จะสร้างยนตรกรรมที่หรูหราที่สุดและสมรรถนะสูงที่สุดในตลาดต่อไป”
กลยุทธ์ Beyond100+ จะช่วยปูทางให้เบนท์ลีย์สามารถพลิกโฉมเพื่อรองรับอนาคตแห่งการใช้พลังงานไฟฟ้า การเปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายควบคู่ไปกับการขยายพื้นที่ ซึ่งรวมถึงสตูดิโอการออกแบบที่เพิ่งเปิดใหม่ และการสร้างศูนย์ทำสีและศูนย์โลจิสติกส์แบบบูรณาการแห่งใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดในปีหน้า
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาทดลองขับได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
ฮอนด้า เผยโฉม Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ เป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025 พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ EV รูปแบบใหม่ ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ และพร้อมเติมเต็มความรู้สึกของผู้คนในทุกวัน
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เผยโฉม Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ เป็นครั้งแรกในโลก ในงาน Japan Mobility Show 2025 โดยจะจัดแสดง ณ บูทฮอนด้า ตลอดระยะเวลาการจัดงาน (รอบสื่อมวลชน วันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2568 และรอบบุคคลทั่วไป วันที่ 31 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2568)
รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ Super-ONE ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “e: Dash BOOSTER” โดยสร้างสรรค์ให้เป็นรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าตื่นเต้น มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความสุขภายในห้องโดยสารและการขับขี่ โดยชื่อ Super-ONE สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าที่จะสร้างยนตรกรรมที่ก้าวข้ามขีดจำกัดและมาตรฐานแบบเดิม ๆ (“super”) พร้อมส่งมอบคุณค่าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะจากฮอนด้า (“one and only”) ให้กับลูกค้า
นอกจากสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมที่ยอดเยี่ยม และความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ยังมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ “ความสนุกในการขับขี่” (fun of driving) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า โดยยังมาพร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อมอบ “ความสนุกในการขับขี่” (joy of driving) ให้ความรู้สึกสปอร์ตที่รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดจะสามารถทำได้ ทำให้รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจให้แก่ผู้ใช้อย่างแท้จริง
Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ มาพร้อมแพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก รถในกลุ่ม N Series มอบการขับขี่ที่คล่องตัวและสปอร์ตอย่างแท้จริง อีกทั้ง ช่วงล่างที่กว้างและระยะฐานล้อที่ขยายออกไป มาพร้อมซุ้มล้อโป่งนูน ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ ช่วยให้รถมีเสถียรภาพและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลัง เร้าใจในทุกเส้นทาง
นอกจากนี้ Boost Mode ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถมอบสมรรถนะได้อย่างเต็มกำลัง พร้อมผสานการทำงานกับระบบจำลองเกียร์ 7 สปีด และระบบ Active Sound Control เพื่อสร้างเสียงเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม เสมือนกำลังขับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปที่มีระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม
ทั้งนี้ การขับขี่ใน Boost Mode จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของผู้ขับขี่ ทั้งการมองเห็น การได้ยิน รวมถึงความรู้สึกด้านสัมผัสจากการเร่งความเร็วและการสั่นสะเทือน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ตื่นเต้น เร้าใจในรูปแบบใหม่
Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ได้ผ่านการทดสอบบนพื้นผิวถนนที่หลากหลายอย่างครอบคลุม ภายใต้สภาพอากาศที่แตกต่างกัน ทั้งในประเทศญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และประเทศอื่น ๆ ทั่วทวีปเอเชีย
เพื่อพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น โดยในเดือนกรกฎาคม 2568 รถยนต์ต้นแบบ Super EV Concept ซึ่งเป็นโมเดลแนวคิดต้นกำเนิดของรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE ได้ถูกนำไปจัดแสดงและร่วมการขับขี่เชิงไดนามิก บนสนามแข่งไต่เขาอันโด่งดังในงาน Goodwood Festival of Speed 2025 ณ เวสต์ซัสเซกซ์ สหราชอาณาจักร ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง Super EV Concept ได้แสดงให้โลกได้เห็นถึงมิติใหม่ของ “ความสนุกในการขับขี่” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้าฮอนด้าฮอนด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นผลิตจริง ที่พัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE ในประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ตามด้วยภูมิภาคอื่น ๆ ที่มีความต้องการต่อรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด เช่น สหราชอาณาจักร และประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย*
*รถรุ่นผลิตจริง จะเปิดตัวภายใต้ชื่อที่แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค โดยในประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จะใช้ชื่อว่า ‘Super-ONE’ ขณะที่บางประเทศในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จะใช้ชื่อว่า ‘Honda Super-ONE’ และในสหราชอาณาจักรจะเปิดตัวภายใต้ชื่อ ‘Super-N’
■ ดีไซน์ภายนอก
การออกแบบภายนอก ได้รับการออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดอารมณ์และให้ทุกคนได้สัมผัสความตื่นเต้นและประสบการณ์การขับขี่ที่แท้จริง ด้วยซุ้มล้อแบบลิสเตอร์ที่โดดเด่นโอบล้อขนาดใหญ่ไว้อย่างลงตัว ส่งผลให้ตัวรถมีลักษณะเตี้ยและกว้าง สื่อถึงความเร้าใจในการขับขี่อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ได้มีการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์โดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ มาพร้อมช่องระบายอากาศด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของอากาศ และระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดีไซน์ภายนอกนับเป็นการผสมผสานระหว่างฟังก์ชันที่รองรับสมรรถนะการขับขี่ระดับสูงให้เข้ากับความงามที่มาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่ลงตัว สะท้อนถึงประสบการณ์การขับขี่ที่รถคันนี้พร้อมมอบให้
■ ดีไซน์ภายใน
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้นและประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ขับสามารถดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาของการขับขี่ได้อย่างเต็มที่
เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่นนี้ โดยจะโอบกระชับลำตัวของผู้ขับขี่อย่างมั่นคง เพื่อให้ได้ตำแหน่งและท่าทางการขับขี่ที่นิ่งและมั่นใจได้ตลอดการขับขี่ ทั้งนี้ การเลือกวัสดุพื้นผิวสีฟ้าและออกในลักษณะ Asymmetric Layout ยังช่วยเพิ่มลูกเล่นที่สนุกสนานให้ห้องโดยสารอย่างมีสไตล์ รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดในแนวระนาบ ยังช่วยลดสิ่งรบกวนสายตา มอบทัศนวิสัยที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิมากยิ่งขึ้น
■ Boost Mode – โหมดขับขี่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ
Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ “Boost Mode” ซึ่งพัฒนาขึ้นพิเศษโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ตื่นเต้น เร้าใจยิ่งขึ้น โดย Boost Mode จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถปลดปล่อยสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ทรงพลังและเฉียบคม
ระบบจะผสานการทำงานระบบเกียร์จำลองแบบ 7 สปีด ซึ่งจะถ่ายทอดความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์เสมือนรถยนต์ที่ใช้ระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม เข้ากับระบบ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริงภายในห้องโดยสารตามการเหยียบคันเร่งและเบรก มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจราวกับอยู่หลังพวงมาลัยของรถสปอร์ตที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แต่ยังคงความโดดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าไว้ด้วย
นอกจากนี้ Boost Mode ยังมีการตั้งค่าพิเศษสำหรับฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น มาตรวัดแบบสามช่อง และการปรับเปลี่ยนโทนแสงภายในห้องโดยสาร ทั้งหมดนี้ทำให้รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE สามารถกระตุ้นความรู้สึกของผู้ขับขี่ได้ครบทุกประสาทสัมผัส ทั้งการมองเห็น การได้ยิน รวมถึงความรู้สึกด้านสัมผัสจากการเร่งความเร็วและการสั่นสะเทือน เพื่อมอบ “ความสนุกในการขับขี่” สู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาสด้าเผยโฉมยนตรกรรมต้นแบบ Vision Models 2 รุ่น ครั้งแรกของโลกในงาน Japan Mobility Show 2025
มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เผยโฉมยนตรกรรมยานยนต์ต้นแบบ Vision Model 2 รุ่น ได้แก่ MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้) และ MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก) ในการแถลงข่าวรอบสื่อมวลชนในงาน Japan Mobility Show 2025*1 ซึ่งยานยนต์ต้นแบบทั้งสองรุ่นได้รับการถ่ายทอดแนวคิด “The Joy of Driving Fuels a Sustainable Tomorrow” เพื่อมุ่งสู่อนาคตปี 2035 และสอดคล้องกับธีมของการจัดแสดงรถยนต์มาสด้าในปีนี้
คอนเซ็ปต์คาร์ MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้) คือยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ ที่ถ่ายทอดแนวทางการออกแบบตามแนวคิด KODO-Soul of Motion ที่ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยมาพร้อมระบบ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ผสานกับเครื่องยนต์โรตารี่เทอร์โบแบบ 2 โรเตอร์ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ รถยนต์รุ่นนี้ให้พละกำลังสูงสุด 510 แรงม้า (PS) และมีระยะทางการขับขี่ที่ 160 กิโลเมตร เมื่อขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ จะทำให้รถรุ่นนี้มีระยะทางการขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 800 กิโลเมตร ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผสานกับพลังงานเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนที่ได้จากสาหร่ายขนาดเล็ก (Microalgae) และ เทคโนโลยีการดักจับ CO2 ของมาสด้าในชั้นบรรยากาศ ที่เรียกว่า “Mazda Mobile Carbon Capture” จะทำให้ยิ่งขับมากขึ้น จะยิ่งเป็นการช่วยลดปริมาณ CO2 ในชั้นบรรยากาศได้อีกด้วย
และอีกหนึ่งรุ่น คือรถต้นแบบ MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก) เป็นยนตรกรรมที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับความรู้สึกเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันยิ่งขึ้นระหว่างคนกับรถ ด้วยการผสมผสานระหว่างโมเดลดิจิทัลที่จำลองระบบการรับรู้ของมนุษย์ กับ AI เข้าไว้ด้วยกัน เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนที่รู้ใจ สามารถสื่อสารกับผู้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยแนะนำเส้นทางให้กับผู้ขับขี่ สิ่งเหล่านี้ แสดงถึงความมุ่งพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะแห่งโลกอนาคตของมาสด้า ที่รถยนต์และผู้ขับขี่สอดประสานเชื่อมโยงกันทางด้านอารมณ์ความรู้สึก เสมือนกับความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและจริงใจ
ยิ่งไปกว่านั้น มาสด้ายังได้นำยนตรกรรม ALL-NEW MAZDA CX-5 (รุ่นสเปกยุโรป)*2 มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน โดยมาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด โคโดะ ดีไซน์ และปรัชญาการขับขี่ จินบะ-อิไต (ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ) เอกลักษณ์ด้านสมรรถนะการขับขี่ของมาสด้าที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น โดยรถยนต์รุ่นนี้แสดงออกถึงวิวัฒนาการของรถยนต์ที่ขายดีที่สุดกว่า 4.5 ล้านคัน*3 ทั่วโลก ในแต่ละภูมิภาค กว่า 100 ประเทศ รถรุ่นใหม่ล่าสุดที่นำมาจัดแสดงนี้ได้รับการออกแบบด้วย MAZDA E/E ARCHITECTURE+ ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าแบบใหม่ และแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic architecture) เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น
มร. มาซาฮิโร โมโร ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ธีม “The Joy of Driving Fuels a Sustainable Tomorrow” ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงแค่สปริตของมาสด้าเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการมุ่งสู่อนาคต เพราะมาสด้าเชื่อว่า ความสุขในการขับขี่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคมและโลกของเรา เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอันเป็นพันธกิจที่เรามีร่วมกัน มาสด้าจะยังคงตอบสนองต่อความปรารถนาของผู้คนที่รักในรถยนต์ และชื่นชอบในการขับขี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
มาสด้าจะยังคงส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” ผ่านคุณค่าหลักของเราในการให้ความสำคัญกับ “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เพื่อส่งมอบ “ความสุขในการใช้ชีวิต” ด้วยประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้ามาสด้าทุกคน
- ข้อมูลเกี่ยวกับ MAZDA VISION X-COUPE และ MAZDA VISION X-COMPACT
รุ่น MAZDA VISION X-COUPE MAZDA VISION X-COMPACT ความยาว 5,050 มิลลิเมตร 3,825 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,995 มิลลิเมตร 1,795 มิลลิเมตร ความสูง 1,480 มิลลิเมตร 1,470 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,080 มิลลิเมตร 2,515 มิลลิเมตร *1 จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturers Association, Inc.)
รอบสื่อมวลชน: วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 08:00 – 18:00 น. และวันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 08:00-13:00 น.
รอบประชาชนทั่วไป วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 – วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568
*2 ข้อมูลเกี่ยวกับ ALL-NEW MAZDA CX-5 สามารถดูได้ที่
https://newsroom.mazda.com/en/publicity/release/2025/202507/250710a.html
*3 รถยนต์มาสด้ารุ่นที่ขายดีที่สุด ระหว่างปี 2018 – 2024
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Car / News Motocycle2 Min Read
ภาพรวมเนื้อหาคำกล่าวของประธาน ในงาน Japan Mobility Show 2025
นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร และตัวแทนเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ได้จัดงานแถลงข่าว ณ งาน Japan Mobility Show 2025
1.เกี่ยวกับงาน Japan Mobility Show 2025
ฮอนด้าเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณที่มุ่งมั่นในการทำความฝันให้กลายเป็นจริง ในปีนี้ ฮอนด้าได้นำผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลายมาจัดแสดง ทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ รวมถึงอวกาศ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ทดลองขับขี่และร่วมสัมผัสถึงภาพอนาคตที่ฮอนด้าได้วาดไว้
2.ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า
ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน สำหรับทั้งผลิตภัณฑ์และกิจกรรมองค์กรทั้งหมด ภายในปี ค.ศ. 2050 แม้ว่าสภาพแวดล้อมของตลาดที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้ายังคงผันผวน
แต่ฮอนด้ายังคงเชื่อว่าในระยะยาวแล้วการเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV จะยังคงดำเนินต่อไป ด้วยเหตุนี้ ฮอนด้าจึงเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบรถ EV รุ่นที่น่าดึงดูดใจในยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ■ Honda 0 Series รถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ของฮอนด้า
Honda 0 Series คือ รถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ของฮอนด้าที่นำเสนอด้วยแนวคิด สู่จุดกำเนิดของการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของฮอนด้า และจะสร้างสรรค์รถ EV รุ่นใหม่จาก “ศูนย์” ด้วยแนวคิดการพัฒนาอันเป็นเอกลักษณ์ “บาง เบา และชาญฉลาด” (“Thin, Light, and Wise”) Honda 0 Series จะท้าทายกรอบความคิดเดิมที่มองว่ารถ EV จะต้อง “หนาและหนัก” และพร้อมจะสร้างคุณค่าใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ยนตรกรรมต้นแบบ Honda 0 Saloon ซึ่งเป็น Flagship Model ของ Honda 0 Series มาพร้อมแพลตฟอร์มพื้นที่ต่ำ ซึ่งออกแบบมาเพื่อรถ EV โดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สปอร์ตและตัวรถที่มีความสูงที่ต่ำ พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางเกินคาด เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ภายนอก
โดยยนตรกรรมต้นแบบ Honda 0 SUV ซึ่งเป็นรถต้นแบบ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง นับเป็นรุ่นแรกภายใต้ Honda 0 Seriesซึ่งเตรียมเปิดตัวสู่ตลาด มาพร้อมความโดดเด่นของห้องโดยสารที่กว้างขวาง มุมมองและทัศนวิสัยที่โปร่งโล่ง และความยืดหยุ่นของพื้นที่ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน โดยพัฒนาภายใต้แนวคิด “บาง เบา และชาญฉลาด” (“Thin, Light, and Wise”) เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารในสไตล์รถ SUV
โมเดลดังกล่าวมาพร้อมระบบปฏิบัติการ ASIMO OS ซึ่งเป็นระบบ Vehicle OS ที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้นเองโดยเฉพาะ ซึ่งภายหลังจากการซื้อรถไปยิ่งลูกค้าใช้งานรถมากเท่าไหร่ ก็จะช่วยให้รถยนต์สามารถเรียนรู้พัฒนา เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางเฉพาะบุคคลได้อย่างเหนือระดับ
■ Honda 0 α รถยนต์ SUV รุ่นใหม่ใน Honda 0 Series
ฮอนด้าเปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบรุ่นใหม่ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) เป็นครั้งแรกในโลกซึ่งเป็นรถ SUV รุ่นใหม่ใน Honda 0 Series มาพร้อมดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและล้ำสมัยซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Honda 0 Series และสัดส่วนที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความปราดเปรียวในสไตล์รถ SUV ทำให้ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) สามารถผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมในเมืองและธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมตอบโจทย์และรองรับการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกสถานการณ์
การออกแบบแพ็กเกจตัวรถภายใต้แนวคิด “Thin” (บาง) ทำให้ความสูงของตัวรถต่ำ แต่ไม่กระทบต่อความสูงจากพื้นถนน และมีห้องโดยสารที่เพรียวบาง แต่ยังคงมอบพื้นที่กว้างขวาง และสะดวกสบายสำหรับทุกการเดินทาง
ฮอนด้ามีแผนจำหน่ายรุ่นผลิตจริงของ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) ทั่วโลกโดยเน้นที่ตลาดญี่ปุ่นและอินเดียก่อนในปี ค.ศ. 2027 โดยเป็นส่วนหนึ่งของไลน์อัป Honda 0 Series ในฐานะ “Gateway Model” โมเดลที่เป็นประตูสู่โลกของ Honda 0 Series ซึ่งพร้อมมอบคุณค่าใหม่ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก
ในประเทศญี่ปุ่น จะมีการวางจำหน่ายรถยนต์ Honda 0 Series ครบทั้งสามรุ่น ได้แก่ Honda 0 Saloon, Honda 0 SUV และ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) ก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณวันที่ 31 มีนาคม 2028
■ ยนตรกรรมต้นแบบ Acura RSX รถ EX เจเนอเรชันใหม่ของแบรนด์ Acura
ฮอนด้า จัดแสดงยนตรกรรมต้นแบบ Acura RSX เป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรถ EV เจเนอเรชันใหม่ของแบรนด์ Acura
ยนตรกรรมต้นแบบ Acura RSX เป็นโมเดลรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์ม EV เจเนอเรชันใหม่ที่พัฒนาโดยฮอนด้า พร้อมระบบปฏิบัติการ ASIMO OS ซึ่งเป็นระบบ Vehicle OS ที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้นเองโดยเฉพาะ ที่ช่วยให้รถยนต์สามารถเรียนรู้ พัฒนาจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางเฉพาะบุคคลได้อย่างเหนือระดับ
■ EV Outlier Concept นิยามใหม่ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเปิดวิสัยทัศน์สู่อนาคตรถจักรยานยนต์หลังปี 2030
ฮอนด้าจัดแสดง EV OUTLIER Concept เป็นครั้งแรกของโลก แนวคิดที่ไม่ได้เป็นเพียงการต่อยอดจากรถจักรยานยนต์ที่มีอยู่ แต่เป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่สำหรับรถจักรยานยนต์หลังปี 2030
แนวคิดนี้ใช้ประโยชน์จากดีไซน์ที่อิสระและยืดหยุ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยมาพร้อมเทคโนโลยีมอเตอร์ในล้อ (In-wheel Motor) ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อยกระดับความคล่องตัว โฉบเฉี่ยว และสมรรถนะที่เหนือชั้น อีกทั้ง ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ด้วยเช่นกัน
3.ความสนุกในการขับขี่ นิยามที่ฮอนด้าตั้งใจส่งมอบ
ในขณะที่ฮอนด้ากำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “ความสนุกในการขับขี่” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮอนด้า ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์เสมอ ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับและตัวรถจะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะผ่านกาลเวลาหรือเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนรูปแบบใดก็ตาม ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายรุ่น ที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับได้สัมผัส “ความสุขในการขับขี่”
อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือรถยนต์ไฮบริด■ Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ และเติมเต็มความรู้สึกของผู้คนในทุกวัน
ฮอนด้าจัดแสดง Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบเป็นครั้งแรกของโลก รถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความสนุกของฮอนด้า ออกแบบมาเพื่อสร้างความตื่นเต้นและเติมเต็มความสุขในทุกการเดินทาง
รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE มาพร้อมแพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรถในกลุ่ม
N Series มอบการขับขี่ที่คล่องตัวและสปอร์ตอย่างแท้จริง อีกทั้งช่วงล่างที่กว้างและระยะฐานล้อที่ขยายออกไป มาพร้อมซุ้มล้อโป่งนูน ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ ช่วยให้รถมีเสถียรภาพและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลัง เร้าใจในทุกเส้นทางนอกจากนี้ รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE ยังมาพร้อมกับ Boost Mode ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยจะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถมอบสมรรถนะได้อย่างเต็มกำลัง พร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม เสมือนกำลังขับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป ด้วยการผสมผสานระหว่างอัตราเร่งเหนือชั้นของรถยนต์ไฟฟ้าและความสนุกในการขับขี่แบบรถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE จึงมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ตื่นเต้น เร้าใจในรูปแบบใหม่
ฮอนด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2026 จะเริ่มจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเป็นแห่งแรก ก่อนจะขยายไปยังตลาดที่มีความต้องการรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดสูง เช่น ประเทศในเอเชียและสหราชอาณาจักร
■ Prelude รถสปอร์ตพิเศษที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตของฮอนด้าอย่างไม่หยุดยั้ง

PLE250915 ฮอนด้าเผยโฉม Prelude รุ่นใหม่ รถสปอร์ตพิเศษที่พัฒนาโดยผสานขุมพลังเครื่องยนต์และเทคโนโลยีที่ฮอนด้าสั่งสมมาอย่างยาวนาน ถ่ายทอด “ความสนุกในการขับขี่” สู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ การพัฒนา Prelude รุ่นใหม่นี้เริ่มต้นจากความตั้งใจ ในการสร้างรถสปอร์ตที่สะท้อนตัวตนของฮอนด้าในยุคปัจจุบัน และได้รับการออกแบบจนกลายเป็นรถรุ่นที่ฮอนด้าพร้อมนำเสนอด้วยความภาคภูมิใจ
4.การสร้างคุณค่าใหม่พร้อมยกระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ
ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะมอบคุณค่าใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการด้านยานยนต์ โดยหัวใจสำคัญคือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หนึ่งในเทคโนโลยีอัจฉริยะหลักที่ฮอนด้าให้ความสำคัญ คือ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver Assistance Systems – ADAS) ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและยกระดับอย่างต่อเนื่อง
เมื่อผู้ขับขี่ตั้งค่าจุดหมายปลายทางผ่านระบบนำทาง ระบบ ADAS จะเข้ามาช่วยควบคุมการขับขี่ ทั้งการเร่งความเร็วและการบังคับพวงมาลัย เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกอุ่นใจ ราวกับมีผู้ขับที่มีประสบการณ์ช่วยควบคุมการขับขี่อยู่ ช่วยเพิ่มความมั่นใจแม้บนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย และลดภาระในการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน ฮอนด้ากำลังดำเนินการทดสอบระบบ ADAS รุ่นใหม่บนถนนสาธารณะในประเทศสหรัฐอเมริกา และการพัฒนาก็กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าที่จะเริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จริงตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ทั้งในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริด เพื่อส่งมอบคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้าจำนวนมากขึ้น ผ่านประสบการณ์การขับขี่ที่มอบอิสระแห่งการเดินทางอย่างแท้จริง
5.ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการเดินทางที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งพื้นดิน ทะเล ท้องฟ้า และห้วงอวกาศ
นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีสำหรับรถจักรยานยนต์และรถยนต์แล้ว ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์แบบครบวงจร ฮอนด้าได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ยนตรกรรมที่หลากหลายสำหรับ ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องยนต์อเนกประสงค์ เช่น เครื่องพรวนดิน และเครื่องยนต์เรือ ตลอดจน HondaJet ซึ่งเป็นเครื่องบินเจ็ตธุรกิจขนาดเล็ก ฮอนด้ากำลังนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์หลากหลายประเภทเพื่อสนับสนุนให้ผู้คนปลดล็อกศักยภาพการใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขีดจำกัด
รวมไปถึงผลิตภัณฑ์การเคลื่อนที่แห่งยุคใหม่ เช่น ยานพาหนะขนาดเล็ก (micromobility vehicles) ที่จะทำให้การเดินทางเพื่อไปสู่จุดหมายสะดวกสบายยิ่งขึ้น และอากาศยานไฟฟ้าแบบไร้คนขับ eVTOLs ที่จะทำให้การเดินทางทางอากาศเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นรับมือกับความท้าทายเพื่อขยาย “ความสุขและอิสระแห่งการเดินทาง” สู่ผู้คนให้ได้มากยิ่งขึ้น
และในวันนี้ ฮอนด้าได้ขยายความท้าทายไปยังอวกาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
■ ห้วงอวกาศ – เข้าสู่พรมแดนใหม่ด้วย Sustainable Rockets
ฮอนด้ายังได้นำจรวดจริงที่ใช้ในการทดสอบปล่อยและลงจอดที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2025 มาจัดแสดงภายในบูทด้วยเช่นกัน ฮอนด้ากำลังมุ่งมั่นพัฒนา “sustainable rockets” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียน และสามารถนำตัวจรวดกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างยั่งยืน
ในการทดสอบเมื่อเดือนมิถุนายน ฮอนด้าได้ใช้ระบบควบคุมที่มีความแม่นยำสูงเพื่อควบคุมให้การทำงานของจรวดทั้งพิกัดรวมถึงความเร็วตั้งแต่การทะยานสู่ท้องฟ้าจนไปถึงการลงจอด เป็นไปตามลักษณะของจรวดทั่วไปได้ตรงตามแผนที่กำหนดไว้
ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของฮอนด้า ซึ่งรวมไปถึงเทคโนโลยีการควบคุมจากการพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและการพัฒนาอากาศยาน ตลอดจนความมุ่งมั่นของพนักงานฮอนด้าทุกคนที่ปฏิบัติงาน “ในพื้นที่จริง” ซึ่งยังคงมุ่งมั่นรับมือกับความท้าทายด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่
การวิจัยและพัฒนาจรวดของฮอนด้าเพิ่งจะเริ่มต้นเป็นก้าวแรกเท่านั้น ไม่ว่าความยากลำบากใดจะรออยู่ข้างหน้า ฮอนด้าจะก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ ด้วยการเดินหน้าท้าทายสิ่งใหม่ ๆ อย่างไม่มีวันยอมแพ้
6.สรุป
เพื่อให้สอดคล้องกับสโลแกนของฮอนด้าทั่วโลกที่ว่า The Power of Dreams — How we move you พนักงานฮอนด้าทุกคนที่เปี่ยมด้วยความฝันและความมุ่งมั่น จะยังคงเดินหน้าท้าทายสิ่งใหม่ ๆ ต่อไป เพื่อกำหนดทิศทางอนาคตของฮอนด้า และสร้างสรรค์คุณค่าที่มีเพียงฮอนด้าเท่านั้นที่ทำได้
บูทของฮอนด้าจัดแสดงอนาคตที่ฮอนด้ามุ่งมั่นจะสร้างให้เป็นจริง ผ่านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี แห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมรู้สึกตื่นเต้นไปกับอนาคตข้างหน้าร่วมกัน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
PLE250915 -
ฮอนด้าเผยโฉม Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) รถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบ รุ่นใหม่ล่าสุดใน Honda 0 Series จัดแสดงเป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบรุ่นใหม่ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) เป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025 โดยจะจัดแสดงที่บูทฮอนด้า ตลอดระยะเวลาการจัดงาน (รอบสื่อมวลชน วันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2568 และรอบบุคคลทั่วไป วันที่ 31 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2568)
Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) ได้รับการพัฒนาให้เป็นรถ SUV ที่สามารถผสานเข้ากับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมตอบโจทย์และรองรับการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกสถานการณ์ โดยหลังจากที่เปิดตัว Honda 0 Saloon และ Honda 0 SUV ในงาน CES 2025 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งและเสริมไลน์อัป Honda 0 Series ในฐานะ “Gateway Model” โมเดลที่เป็นประตูสู่โลกของ Honda 0 Series ซึ่งนำเสนอความโดดเด่นของการออกแบบอันประณีตและมอบความสะดวกสบายที่เหนือระดับให้แก่ผู้โดยสาร
Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) รุ่นผลิตจริง จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาของ Honda 0 Series ซึ่งพัฒนาภายใต้แนวคิด “Thin, Light, and Wise” (บาง เบา และชาญฉลาด) โดยมี
แผนวางจำหน่ายทั่วโลกในปี พ.ศ. 2570 เน้นตลาดหลักที่ประเทศญี่ปุ่นและอินเดีย■ แพ็กเกจและดีไซน์ภายนอก
การออกแบบแพ็กเกจตัวรถภายใต้แนวคิด “Thin” (บาง) ทำให้ความสูงของตัวรถต่ำ แต่ไม่กระทบต่อความสูงจากพื้นถนน และมีห้องโดยสารที่เพรียวบาง แต่ยังคงมอบพื้นที่กว้างขวาง สะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร ด้วยระยะฐานล้อที่กว้างจะช่วยมอบความมั่นคงและความคล่องแคล่วปราดเปรียวในการขับขี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถ SUV
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยรูปทรงที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว ล้ำสมัย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Honda 0 Series ผสานเข้ากับสัดส่วนดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถ SUV อย่างลงตัว ในบริเวณ screen ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวรถ โดยด้านหน้า ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มักจะแยกออกจากกัน เช่น ไฟหน้า ฝาปิดช่องชาร์จ และโลโก้เรืองแสง จะถูกออกแบบและรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่วนด้านท้ายจะใช้ชุดไฟรูปตัว U ที่รวม
ไฟท้าย ไฟถอยหลัง และไฟเลี้ยวเข้าด้วยกัน ช่วยเน้นเส้นสายและรูปทรงบริเวณ screen ด้านท้ายให้
โดดเด่นยิ่งขึ้น สะท้อนการออกแบบดีไซน์ที่สวยงามมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
สรยท.ประกาศ 17 รถยนต์และ 6 รถจักรยานยนต์ เข้าชิงดำ “รถยอดเยี่ยมประจำปี 2568”
สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ประกาศรายชื่อ 23 รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า
และรถจักรยานยนต์ เข้ารอบสุดท้ายที่ได้รับการโหวตในรอบแรก โดยสมาชิกสามัญของสมาคมฯ เพื่อเข้าชิงรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 และนำรถที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปทดสอบก่อนลงคะแนนอีกครั้งที่ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ทางสรยท.ได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันยานยนต์ ให้ใช้สนามทดสอบภายในศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ซึ่งเป็นสนามทดสอบยานยนต์มาตรฐานระดับเอเชีย ทั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานการทดสอบและลงคะแนนในรอบสุดท้ายของรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี (THAILAND CAR, EV & MOTORCYCLE OF THE YEAR) ที่จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลนายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) กล่าวว่า ในปีนี้มีรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาตามกรอบกติกาใหม่ ทั้ง 3 รางวัล รวมแล้ว 45 รุ่น โดยแบ่งออกเป็น THAILAND CAR OF THE YEAR จำนวน 20 รุ่น THAILAND EV OF THE YEAR จำนวน 14 รุ่น และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR จำนวน 11 รุ่น และได้เปิดให้สมาชิกสามัญได้โหวตในช่วงระหว่างวันที่ 7-15 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะนำคะแนนทั้งหมดมานับโดยมีนายพินิต ทองสุข ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568, นายวชิระ เรืองมาลัย, นายวัชระ ธรรมศรี อดีตนายกสมาคมฯ, นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทยและเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ และคณะอนุกรรมกรรมการการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ร่วมเป็นสักขีพยานในการนับคะแนน
สำหรับรถที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย หรือ Finalist Car ในทั้ง 3 รางวัล รวม 23 รุ่น ประกอบด้วย
- รถยนต์เข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (THAILAND CAR OF THE YEAR 2025) จำนวน 10 รุ่น ประกอบด้วย BYD Seal 5 Dmi, Ford Ranger MS-RT, Isuzu D-Max 2.2 MaxForce, Isuzu Mu-X 2.2 MaxForce, Mazda BT-50 2.2, Mitsubishi XForce HEV, Nissan Serena S Hybrid, Suzuki Fronx, Toyota Yaris Ativ HEV GR Sport, Toyota Camry HEV
- รถยนต์ไฟฟ้าเข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี 2568 (THAILAND EV OF THE YEAR 2025) จำนวน 7 รุ่น ประกอบด้วย BMW iX1L eDrive20L M Sport, BYD Sealion 7, Jaecoo 5EV, Mercedes-Benz G580 EV, MG S5 EV, MG IM6, Toyota BZ4X
- รถจักรยานยนต์เข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025) จำนวน 6 รุ่น ประกอบด้วย BMW R1300GSA, Harley-Davidson Street BOB, Honda Wave 125, Honda PCX160, Yamaha New Aerox, Yamaha All New N Max Techmax
สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้ง 23 รุ่น คณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 จะจัดให้มีการทดสอบก่อนที่จะให้คะแนนครั้งสุดท้ายในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568
โดยผู้ทำหน้าที่ทดสอบและให้คะแนนในรอบสุดท้าย คณะอนุกรรมการฯ จะคัดเลือกจากสมาชิกผู้สื่อข่าวสายยานยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีประสบการณ์สูงในการทดสอบรถยนต์ และได้ร่วมโหวตในรอบแรก เป็นผู้ดำเนินการทดสอบและโหวต โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ตามมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกใช้ในการพิจารณาลงคะแนนกับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR ที่ได้ดำเนินการมาตลอด 9 ปี ซึ่งได้ดำเนินการบนหลักการและกฎกติกาที่มีความยุติธรรมตามมาตรฐานสากล สำหรับรถยนต์ที่มีความแตกต่างทั้งเครื่องยนต์ ระดับราคา จากหลากหลายเซ็กเมนท์ทางการตลาดการให้คะแนนในรอบสุดท้าย จะคำนึงถึงคุณสมบัติต่างๆ ของรถยนต์ที่เข้ารอบ ทั้งเรื่องรูปลักษณ์การออกแบบภายนอกภายใน สมรรถนะของเครื่องยนต์ วัสดุตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ความสะดวกสบายในการใช้งาน และความคุ้มค่ากับราคาที่ตั้งจำหน่ายในตลาดประเทศไทยอีกด้วย
สำหรับปีนี้ ทางคณะอนุกรรมการฯ ได้เลือกใช้ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ตั้งอยู่ที่อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นสนามทดสอบ ทั้งนี้เพื่อยกระดับสร้างมาตรฐานใหม่ในระดับสากลกับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ใช้เป็นสถานที่ทดสอบภาคสนาม พร้อมเชิญผู้แทนจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ร่วมสังเกตการณ์อีกด้วย
ทั้งนี้ หลังจากการโหวตลงคะแนนหลังจากทดสอบภาคสนามในรอบสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย หีบบัตรลงคะแนนคณะกรรมการสมาคมฯ จะนำมาเก็บไว้เป็นความลับ และจะมีการเปิดนับคะแนนต่อหน้าคณะกรรมการ สักขีพยานเพื่อนับคะแนน และจัดพิธีมอบรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ศกนี้ ณ THE HALLS BANGKOK ถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

















































































































































