• ผ่าบทพิสูจน์ NEW MG4 ELECTRIC จากท้องถนนสู่สนามแข่ง GYMKHANA สัญลักษณ์ของมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

    1 Min Read

    ผ่าบทพิสูจน์ NEW MG4 ELECTRIC จากท้องถนนสู่สนามแข่ง GYMKHANA สัญลักษณ์ของมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ผ่าบทพิสูจน์ศักยภาพของอีวีระดับ โกลบอล โมเดล     NEW MG4 ELECTRIC หลัง NEW MG4 ELECTRIC รุ่น XPOWER ยืนตำแหน่งโพเดี้ยมในรายการแข่งขัน GC Grid Competition Gymkhana 2025 สะท้อนถึงพละกำลัง และสมรรถนะการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องปรับจูน อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับสนุก เร้าใจ มีความคล่องตัว ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ เอ็มจี ในฐานะแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและสมรรถนะการขับขี่ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลกอย่างแท้จริง

     

    การแข่งขัน GC Grid Competition Gymkhana 2025 นอกเหนือจากความสามารถของนักแข่งแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญ คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่มีความคล่องตัว ช่วงล่างแน่นหนึบ ตอบสนองว่องไว ควบคุมขับขี่ง่าย แม่นยำดั่งใจสั่ง ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติของ NEW MG4 ELECTRIC โดยเฉพาะรุ่น XPOWER ที่มาพร้อม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ปล่อยพละกำลังได้สูงสุดถึง 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร และเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.8 วินาที เท่านั้น คุณสมบัติเหล่านี้จึงถูกรีดใช้ในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

    นายน้อง เอมอมร นักแข่งผู้ขับ NEW MG4 ELECTRIC รุ่น XPOWER เผยว่า “สิ่งที่ทำให้รถคันนี้แตกต่างคือ ความสมดุลที่ไร้การปรุงแต่งเกินจำเป็น เพราะแทบไม่มีการปรับเปลี่ยนใด ๆ นอกจากล้อ Maxion Wheel 18 x 8.5 นิ้ว และยาง Yokohama AD09 245/45R18 ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะ แต่สมรรถนะหลักทั้งหมดที่นำไปสู่ความสำเร็จนั้น มาจากมาตรฐานของ อีวี โกลบอล โมเดล โดยไม่ดัดแปลง หรือปรับจูนใด ๆ ทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย จึงสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่แม่นยำ รวดเร็ว และมั่นคง สามารถผ่านโค้งที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน ช่วงทางตรงที่ต้องการความเร็วสูงก็สามารถเดินเกมได้อย่างไร้ที่ติ ศักยภาพของ NEW MG4 ELECTRIC จึงไม่เพียงแค่ขับขี่บนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังแข็งแกร่งจนสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์ในสนามแข่งด้วย ด้านความปลอดภัย NEW MG4 ELECTRIC ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP”

    ด้านนายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “NEW MG4 ELECTRIC ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าคนไทย โดยมียอดขายสะสมแล้วกว่า 20,000 คัน ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของ อีวี โกลบอล โมเดล รุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งออกแบบมาเพื่อรถอีวีโดยเฉพาะ ออกแบบให้มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ หนึ่งเดียวในคลาสที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง จึงเกิดเป็นมาตรฐานใหม่ของรถอีวีที่ขับสนุก ซึ่ง เอ็มจี มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกเส้นทางนี้ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานจริง แต่ยังเติมเต็มประสบการณ์การควบคุมขับขี่ที่ดี ส่งมอบการบริการที่มีคุณภาพด้วยศูนย์บริการที่ครอบคลุม 125 แห่ง ทั่วประเทศ การจัดสรรอะไหล่ที่ครบครัน รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ให้ลูกค้า เอ็มจี ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสบายใจ”

     

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

    Website: www.mgcars.com

    Line: @MGThailand

    Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

    Twitter: @mg_thailand

    Instagram: @mgthailand

    Youtube: MG Thailand

    TikTok: @mgthailand

    Application: MG Thailand

     

    #MGThailand #MGCarsTH #PASSIONDRIVES #NEWMG4ELECTRIC


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • TSS The Super Series by B-Quik 2025 / B-Quik Thailand Super Series 2025 สนามที่ 4 ณ PETRONAS Sepang International Circuit

    3 Min Read
    TSS The Super Series by B-Quik 2025 / B-Quik Thailand Super Series 2025 สนามที่ 4 ณ PETRONAS Sepang International Circuit

    บริษัท เรซซิ่ง สปิริต จำกัด ผู้จัดการแข่งขันกีฬารถยนต์ทางเรียบระดับนานาชาติ ภายใต้การรับรองโดยราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา (ร.ย.ส.ท.) ภายใต้กฎของสมาพันธ์แข่งขันรถยนต์นานาชาติ (International Sporting Code of FIA) ด้วยมาตรฐานระดับสากลที่ทั่วโลกยอมรับ

    ยังคงตรึงพื้นที่ Petronas Sepang International Circuit ประเทศมาเลเซีย เปิดเกมส์ดวลความเร็วนัดที่ 2 นำโดย 4 รุ่นใหญ่ TSS Supercar GT3, TSS Supercar GTM, TSS Supercar GT4 และ TSS Supercar GTC แห่งรายการ TSS The Super Series By B-Quik 2025 ที่มาพร้อมการประเดิม “Sepang” ครั้งแรกของรุ่น Super Touring จาก B-Quik Thailand Super Series 2025

    เริ่มเกมส์อย่างเป็นทางการ กับโปรแกรมจับเวลารอบคัดเลือก (Qualifying) ของรุ่น Super Touring จากรายการ B-Quik Thailand Super Series 2025 ซึ่ง หมายเลข 14 YK Motorsports โดย ฐนโรจน์ ธนาสิทธิ์นิธิเกตุ และ ณัฐนิช ลีวัฒนาวรากุล ทำเวลาดีสุดในการ Qualifying 1 ไว้ที่ 2:31.103 นาที ขณะที่การ Qualifying 2 เป็นผลงานของ หมายเลข 65 R ENGINEERING โดย Leon Khoo Beng Koon (ลีออน คู เบงกุน) จับคู่กับ  Lai Wee Sing (ไล วี ซิง) ทำเวลาดีสุด 2:31.935 นาที

     

    ด้านรุ่นใหญ่แห่งรายการ TSS The Super Series By B-Quik 2025 เปิดฉากด้วยการจับเวลารอบคัดเลือก (Qualifying) ของรุ่น TSS Supercar GTC จับคู่กับรุ่น TSS Supercar GT4 ที่ลงสนามพร้อมกัน เช่นเดียวกับรุ่นใหญ่ TSS Supercar GTM ที่จับคู่กับรุ่น TSS Supercar GT3

    โดยผลงานดีที่สุดในการ Qualifying 1 ของรุ่น TSS Supercar GTC ได้แก่ หมายเลข 88 SPEED FACTORY-FORD-MILLERS โดย Damien Hamilton (เดเมียน แฮมิลตัน) ทำเวลาไว้ที่ 2:19.350 นาที พร้อมด้วยผลงานดีที่สุดของรุ่น TSS Supercar GT4 โดย หมายเลข 39 Wing Hin Motorsports จาก Naquib Azlan (นาควิบ อัซลัน) และ Mitchell Cheah Min Jie (มิทเชล เชีย มิน จาย) กับเวลา 2:14.558 นาที

    ส่วนผลการ Qualifying 1 รุ่น TSS Supercar GTM เป็นฝีมือของ หมายเลข 77 PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล จับคู่กับมือขับเจ้าถิ่น Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) ทำผลงานยอดเยี่ยม 2:12.666 นาที และรุ่นใหญ่ TSS Supercar GT3 มากับฟอร์มอันร้อนแรงของ หมายเลข 18 AAS Motorsport By EBM โดย วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ และ Dorian Boccolacci (โดเรียน บอคโคลาชชี) โชว์ความเหนือชั้นไปด้วยเวลา 2:07.057 นาที

    เสิร์ฟความดุเดือดขึ้นในการ Qualifying 2 ด้วยผลงานของรุ่น TSS Supercar GTC กับฝีมือของ หมายเลข 23 Team Supersonic by Rong Po Power Unit โดย Kenneth Ho (เคนเนธ โฮ) และ Shiyuan Shane Ang (เชน อัง) ทำเวลาไว้ที่ 2:19.702 นาที ตามมาด้วยผลงานรุ่น TSS Supercar GT4 ซึ่ง หมายเลข 95 INGING AUTOWERKS RACING โดย ประคุณ พรประภา และ Kazuhisa Urabe (คาซูฮิสะ อุราเบะ) เร็วสุดอยู่ที่ 2:15.896 นาที

    ขณะที่รุ่น TSS Supercar GTM หมายเลข 77 PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล และเจ้าถิ่นอย่าง Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) โชว์ความยอดเยี่ยมให้ชมอีกครั้ง ด้วยเวลาเร็วสุด 2:11.386 นาที ก่อนส่งไม้ต่อให้รุ่นใหญ่ TSS Supercar GT3 โชว์ฟอร์มการขับสมบูรณ์แบบโดย หมายเลข 12 Singha Motorsport Team Thailand จับคู่ ปิติ ภิรมย์ภักดี และกันตศักดิ์ กุศิริ ทำเวลาเหนือคาดหมายเอาไว้ที่ 2:05.324 นาที

    สำหรับเกมส์การแข่งขันในวันเสาร์ ยกหน้าที่ให้รุ่น Super Touring จากรายการ B-Quik Thailand Super Series 2025 ประเดิมสนามดวลความเร็วเรซที่ 5 ภายใต้ตำแหน่ง โพล โพสิชั่น และการครองตำแหน่งผู้นำของ หมายเลข 14 YK Motorsports โดยฝีมือของ ฐนโรจน์ ธนาสิทธิ์นิธิเกตุ และ ณัฐนิช ลีวัฒนาวรากุล ที่คุมเกมส์ได้ยอดเยี่ยมตลอด 60 นาที จนสามารถคว้าชัยชนะบนสนาม ไปได้ย่างไร้ที่ติ

    ก่อนเดินเกมส์ความเดือดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงสนามพร้อมกันของรุ่น TSS Supercar GTC เรซที่ 5 จับคู่กับรุ่น TSS Supercar GT4  เรซที่ 7 โดยตำแหน่งผู้นำในรุ่น TSS Supercar GTC คือ หมายเลข 88 SPEED FACTORY-FORD-MILLERS โดย Damien Hamilton (เดเมียน แฮมิลตัน) และโพล โพสิชั่น ของรุ่น TSS Supercar GT4 คือ หมายเลข 39 Wing Hin Motorsports โดย Naquib Azlan (นาควิบ อัซลัน) และ Mitchell Cheah Min Jie (มิทเชล เชีย มิน จาย)

    ก่อนที่สถานการณ์ซึ่งพลิกผันตลอด 60 นาที จะส่งผลให้ตำแหน่งแชมป์ในเรซที่ 5 ของรุ่น TSS Supercar GTC เป็นของ หมายเลข 9 Toyota Gazoo Racing Thailand โดย อัครพงศ์ อัคนีนิโรธ และ กฤษฏิ์ วสุรัตน์ รวมถึงเรซที่ 7 ของรุ่น TSS Supercar GT4 ซึ่ง หมายเลข 98 FEYNLAB Racing โดย Todd James Kingsford (ท็อดด์ เจมส์ คิงส์ฟอร์ด) เป็นผู้พลิกเกมส์ คว้าแชมป์ไปแบบเหนือความคาดหมาย

    ปิดท้ายวันด้วยการแข่งขันของรุ่นใหญ่ TSS Supercar GTM เรซที่ 7 จับคู่ TSS Supercar GT3 เรซที่ 7 กับตำแหน่งผู้นำรุ่น TSS Supercar GTM ด้วยฝีมือของ หมายเลข 77 PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล จับคู่นักแข่งเจ้าถิ่น Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) ขณะที่รุ่นใหญ่ TSS Supercar GT3 มากับ โพล โพสิชั่น ของ หมายเลข 18 AAS Motorsport By EBM โดย วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ และ Dorian Boccolacci (โดเรียน บอคโคลาชชี)

    และหลังจาก 60 นาทีจบลง หมายเลข 77 PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล และ Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) โชว์ความเหนือชั้น ครองผู้นำม้วนเดียวจบการแข่งขัน และคว้าแชมป์เรซที่ 7 รุ่น TSS Supercar GTM ไปอย่างสวยงาม ส่วนในรุ่น TSS Supercar GT3 ซึ่งเสิร์ฟความดุเดือดมาตั้งแต่ต้นการแข่งขัน ก็จบลงด้วยชัยชนะของ หมายเลข 12 Singha Motorsport Team Thailand โดย ปิติ ภิรมย์ภักดี และ กันตศักดิ์ กุศิริ ที่วางแผนมาอย่างเฉียบคมในการเก็บแชมป์เรซที่ 7 ไปครอง

    ก่อนเริ่มเรซวันอาทิตย์

    พิธีเปิดการแข่งขันได้รับเกียรติจาก นางสาวลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากกระทรวงเยาวชนและกีฬา, ททท., ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ,ผู้แทนจาก 3 เหล่าทัพ , CEO OF SIC, Gardini Motorsport Co., Ltd ,The representative of F4SEA , GR86 Cup Malaysia Series ร่วมสร้างบรรยากาศอันทรงเกียรติในครั้งนี้

    สั่งลา Petronas Sepang International Circuit ด้วยโปรแกรมวันอาทิตย์ ประเดิมสนามด้วยรุ่น TSS Supercar GTM เรซที่ 8 จับคู่ TSS Supercar GT3 เรซที่ 8 โดยตำแหน่งผู้นำของรุ่น TSS Supercar GTM ยังคงเป็นของ หมายเลข 77 PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล และ Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) ส่วนโพล โพสิชั่น ของรุ่นใหญ่ TSS Supercar GT3 เป็น หมายเลข 12 Singha Motorsport Team Thailand จับคู่ ปิติ ภิรมย์ภักดี และ กันตศักดิ์ กุศิริ

    โดยผลจากการดวลความเร็ว 60 นาที หมายเลข 77 PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล และ Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) ยังคงรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยม และเก็บแชมป์รุ่น TSS Supercar GTM ในเรซที่ 8 ไปอีกครั้ง แต่สำหรับรุ่น TSS Supercar GT3 เรียกได้ว่าเป็น “นัดล้างตา” ก็ว่าได้ จากการขึ้นนำช่วงต้นการแข่งขันของ หมายเลข 18 AAS Motorsport By EBM โดย วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ และ Dorian Boccolacci (โดเรียน บอคโคลาชชี) ซึ่งครองผู้นำยาวจนจบการแข่งขัน และคว้าชัยในเรซที่ 8 ไปอย่างดุเดือด

    ต่อกันที่อีก 2 รุ่นใหญ่ คือ TSS Supercar GTC เรซที่ 6 จับคู่กับรุ่น TSS Supercar GT4  เรซที่ 8 โดยมีผู้นำของรุ่น TSS Supercar GTC เป็น หมายเลข 23 Team Supersonic by Rong Po Power Unit โดย Chong yi Kenneth Ho (เคนเนธ โฮ) และ Shiyuan Shane Ang (เชน อัง) พร้อมรุ่น TSS Supercar GT4 กับตำแหน่ง โพล โพสิชั่น ของ หมายเลข 95 INGING AUTOWERKS RACING โดย ประคุณ พรประภา จับคู่ คาซูฮิสะ อุราเบะ

    กับ 60 นาที ที่คาดเดาสถานการณ์ได้ยาก และจบลงด้วยชัยชนะเรซที่ 6 รุ่น TSS Supercar GTC จาก หมายเลข 18 B-Quik Absolute Racing โดย Geekie Ian Ross (กีกี้ เอียน รอสส์) และตำแหน่งแชมป์ในเรซที่ 8 รุ่น TSS Supercar GT4  ที่ตกเป็นของนักแข่งเจ้าถิ่น หมายเลข 36 RACING AURORA โดย Daniel Bilski (แดเนียล บิลส์กี้) และ Hayden Haikal (เฮย์เดน ไฮคาล)

    ท้ายสุดกับการแข่งขันเรซที่ 6 ของรุ่น Super Touring จากโปรแกรม B-Quik Thailand Super Series 2025 ซึ่งมี หมายเลข 65 R ENGINEERING โดย Leon Khoo Beng Koon (ลีออน คู เบงกุน) จับคู่กับ  Lai Wee Sing (ไล วี ซิง) ประจำการ โพล โพสิชั่น พร้อมรบเต็มเวลา 60 นาที

     

    แต่กลับเจอดราม่าหนักหน่วงตลอดเกมส์การแข่งขัน และกลายเป็นโอกาสให้ หมายเลข 55 M&M Shop Pattaya โดย ชนกนันท์ นันทมานพ และ ฐนภัทร สุทธิสว่าง โชว์ฝีมือ และความพยายาม ตั้งแต่เริ่มสตาร์ทจากอันดับสุดท้าย ผ่านเหตุปะทะในช่วงต้นการแข่งขัน พร้อมกับจบลงด้วยตำแหน่งแชมป์เรซที่ 6 อย่างสวยงาม

    แล้วก็ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยกับโปรแกรมการแข่งขัน B-Quik Thailand Super Series 2025 รุ่น Super Touring  และ TSS The Super Series by B-Quik 2025 ในรุ่น TSS Supercar ที่ยกทัพกันไปเปิดศึกไกลถึงเวทีระดับโลก Petronas Sepang International Circuit ประเทศมาเลเซีย ซึ่ง “ใคร” ที่พลาดชมความมันส์ในนัดที่ผ่านมา สามารถติดตามชมความดุเดือดย้อนหลัง ได้ผ่านช่องทาง www.thailandsuperseries.net  และ www.facebook.com/ThailandSuperSeries

    ก่อนจะพบกันอีกครั้งในโค้งสุดท้ายปลายทางฤดูกาล 2025 ซึ่งทัพนักแข่งทุกรุ่นจากรายการ B-Quik Thailand Super Series 2025 และ TSS The Super Series by B-Quik 2025 จะไปพบกันที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเปิดเกมส์ดวลความเร็วครั้งสำคัญ ในฐานะเวทีตัดสินแชมป์ประจำปี “พลาดไม่ได้ 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายนนี้ เท่านั้น !!!” โดยแฟนๆ รายการสามารถรับชมแบบ Live สด ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่ www.thailandsuperseries.net และ www.facebook.com/ThailandSuperSeries


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ชวนสัมผัส Innovation of Joy ในงาน BMW Xpo 2025 นวัตกรรมล้ำสมัย ดีไซน์เหนือระดับ และความยั่งยืน

    2 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ชวนสัมผัส “Innovation of Joy” ในงาน BMW Xpo 2025: นวัตกรรมล้ำสมัย ดีไซน์เหนือระดับ และความยั่งยืน

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เตรียมสร้างแรงบันดาลใจและนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัย ที่มาพร้อมดีไซน์เหนือระดับ และความยั่งยืน ในงาน BMW Xpo 2025 มหกรรมยานยนต์สุดพิเศษภายใต้แนวคิด “Innovation of Joy” สะท้อนจิตวิญญาณแห่งสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ และเผยโฉมอนาคตของยนตรกรรมพรีเมียม
    อย่างแท้จริง ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา ระหว่างวันที่ 25 – 28 กันยายน 2568 นี้ ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันน่าประทับใจกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูหลากหลายรุ่น พร้อมสัมผัสถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง

    มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “BMW Xpo 2025 เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการพัฒนานวัตกรรม และยึดมั่นในปรัชญา ‘สุนทรียภาพแห่งการขับขี่’ ภายใต้แนวคิด ‘Innovation of Joy’ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุด ดีไซน์อันประณีต และแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนของเรา ที่หลอมรวมกันเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น เราขอเชิญทุกท่านมาร่วมค้นพบอนาคตแห่งการเดินทาง และสัมผัสความสุขที่บีเอ็มดับเบิลยูมอบให้ได้ และที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษคือ การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ BMW M2 CS ใหม่ล่าสุด และ BMW M3 CS Touring ที่สร้างประวัติศาสตร์
    ครั้งแรกในประเทศไทยภายในงาน Xpo นี้ เพื่อมอบโอกาสสุดพิเศษให้ผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ในประเทศไทยได้สัมผัสประสบการณ์สุดยอดสมรรถนะเหล่านี้ก่อนใคร”

    ไฮไลท์งาน BMW Xpo 2025: นวัตกรรมล้ำสมัย ดีไซน์เหนือระดับ และความยั่งยืน

    • เทคโนโลยีล้ำสมัย: ระบบดิจิทัลและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ล่าสุดของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด
    • ดีไซน์ก้าวล้ำ: ด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ซึ่งความงามสง่าผสานเข้ากับหลักอากาศพลศาสตร์และฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างลงตัว
    • ความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน: ค้นพบความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยูในยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวทางที่รับผิดชอบต่อการเดินทางระดับพรีเมียม

    BMW Xpo 2025 นำเสนอยนตรกรรมหลากหลายรุ่นของบีเอ็มดับเบิลยู ที่นำมาจัดแสดงรวม 21 คัน ใน 4 โซน
    ผู้เข้าชมที่ต้องการสัมผัส “Innovation of Joy” สามารถเข้าร่วมทดลองขับรถยนต์หลากหลายรุ่น อาทิ บีเอ็ม
    ดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20i M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู 220 M Sport Pro, บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู X3 20d xDrive M Sport, และบีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport ได้ภายในงาน

    ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน BMW Xpo 2025

    BMW Xpo 2025 นำเสนอแคมเปญและข้อเสนอสุดพิเศษมากมายกับ “Innovation of Joy” เพื่อมอบความคุ้มค่า สูงสุด พร้อมการทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ซึ่งครอบคลุมบริการบำรุงรักษาและดูแลรถยนต์อย่างครบวงจรเป็นระยะเวลานานขึ้น โดยสามารถสำรวจข้อเสนอพิเศษสำหรับรุ่นรถยนต์เฉพาะ* เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของด้วยสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ของบีเอ็มดับเบิลยู

     

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

     

    สำหรับลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นต่าง ๆ ต่อไปนี้ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 และเลือกทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังจะได้รับข้อเสนอพิเศษดังนี้**:

    รุ่น                                         ข้อเสนอ                                       
    บีเอ็มดับเบิลยู 220 Gran Coupe M Sport Pro ·          รับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี
    บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport ·          รับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปี

    หรือเลือกรับ

    ·          ดอกเบี้ยผ่อนชำระรายเดือน 1.99%* และ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปีบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport Pro·          รับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปี

    หรือเลือกรับ

    ·          ดอกเบี้ยผ่อนรายเดือน 1.99%*บีเอ็มดับเบิลยู 530e Inspiring

    บีเอ็มดับเบิลยู 530e M Sport·          รับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปี

    หรือเลือกรับ

    ·          ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี และดอกเบี้ยผ่อนรายเดือน 1.99%*บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20i M Sport·          ฟรี BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 17,500 บาท/เดือน

    หรือเลือกรับ

    ·          ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี และดอกเบี้ย 1.99%*บีเอ็มดับเบิลยู X1 M Sport·          BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี พร้อมผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นเพียง 17,500 บาท

    หรือเลือกรับ

    ·          BMW Protect (ประกันภัยชั้น 1) สูงสุด 1 ปี พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่ 1.99%บีเอ็มดับเบิลยู X3 20d xDrive

    บีเอ็มดับเบิลยูX3 M50·          ฟรี BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี

    หรือเลือกรับ

    ·          ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปีบีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport (Inspiring)·          รับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 3 ปี

    หรือเลือกรับ

    ·          รับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี และ
    รับข้อเสนอดอกเบี้ยผ่อนรายเดือน 1.99%บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d·          รับชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 250,000 บาทและ ข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี

    หรือเลือกรับ

    ·          ชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 250,000 บาทและรับ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปีบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive50e·          รับชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 300,000 บาทและรับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี

    หรือเลือกรับ

    ·          ชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 300,000 บาทและรับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปีบีเอ็มดับเบิลยู X6 xDrive40i M Sport·          รับชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 250,000 บาทและรับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี

    หรือ

    ·          เลือกรับ ฟรี ชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 250,000 บาท และรับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี

    **เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • GWM เตรียมฉลองส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL ครบ 5,000 คัน เปิดเวทีการแข่งขันรถแต่ง ‘TOP RANK TANK MOD 2025’ สุดยิ่งใหญ่ในไทย

    1 Min Read

    GWM เตรียมฉลองส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL ครบ 5,000 คัน เปิดเวทีการแข่งขันรถแต่ง ‘TOP RANK TANK MOD 2025’ สุดยิ่งใหญ่ในไทย

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่กำลังจะส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงสู่มือผู้ใช้ชาวไทยครบ 5,000 คันภายในตุลาคมนี้ โดยได้เปิดเวที TOP RANK TANK MOD Contest 2025การประกวดแต่งรถ GWM TANK ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สะท้อน DNA ของชาว TANKER ที่ชื่นชอบการแต่งที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นและแตกต่าง แต่คงความแข็งแกร่ง เท่ ดุดัน ในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสายขับหล่อเท่ หรือสายลุยเพื่อค้นหา GWM TANK ที่ยอดเยี่ยมที่สุดและโดดเด่นเตะตาตั้งแต่แรกเห็น โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 2 รูปแบบให้พิสูจน์ฝีมือกันอย่างดุเดือด ได้แก่ การแข่งขันด้านสมรรถนะ หรือ THE OFF-ROAD KING เชิญชวนให้เหล่า TANKER ท้าทายขีดจำกัดทดสอบสมรรถนะในสนามออฟโรดหลังปรับแต่งสมรรถนะ และการแข่งขันเพื่ออวดโฉม หรือ THE CUSTOM KING ที่มีทั้งรูปแบบการเข้าร่วมแข่งขันแบบออนไลน์และการประกวดภายในงานที่จะจัดขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม 2568 นี้ ณ ESC Park รังสิต ปทุมธานี โดยงานนี้ นอกจากจะเป็นการประกวดรถแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นเทศกาลสุดเร้าใจที่ GWM จัดขึ้นสำหรับทั้งชาว TANKER และบุคคลทั่วไป เพื่อให้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับวัฒนธรรมและจิตวิญญาณความเป็น GWM TANK อย่างแท้จริง

    สองบทพิสูจน์ที่เปิดโอกาสให้เหล่า TANKER แสดงศักยภาพที่แตกต่างได้อย่างเต็มพิกัด

    • FAN FEVORITE AWARD – พื้นที่โชว์สไตล์ที่แตกต่างบนโลกออนไลน์: เวทีนี้เปิดโอกาสสำหรับ TANKER ที่ต้องการถ่ายทอดเอกลักษณ์การแต่ง GWM TANK ในแบบฉบับของตนเอง ผ่านการโพสต์คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย (ภาพนิ่ง/วิดีโอ) โดยเน้นการเล่าเรื่องแนวคิดการแต่ง การใช้งานจริง และดีเทลชิ้นงานที่โดดเด่น ผลงานจะพิจารณาจากจำนวนไลก์บนเฟซบุ๊ก ภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมเปิดโอกาสให้สาธารณชนร่วมโหวต เพื่อค้นหาความโดดเด่นและต่างที่ยังคงความแข็งแกร่งในสไตล์ TANK Spirit อย่างแท้จริง
    • THE OFF-ROAD KING – การทดสอบด้านสมรรถนะโดย TANKER สายลุยตัวจริง: สำหรับผู้ที่ต้องการพิสูจน์ฝีมือในการปรับแต่งเพื่อสมรรถนะการขับขี่ให้เป็นที่ประจักษ์ ผลงานการแต่งรถจะถูกทดสอบในสนามออฟโรดจริง ภายใต้เกณฑ์การแข่งขันที่โปร่งใส วัดผลได้ และตรวจสอบได้ ผู้เข้าแข่งขันต้องนำ GWM TANK ที่ผ่านการอัปเกรด ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ล้อและยาง ลงสนามเพื่อทำเวลา โดยมีการกำกับความปลอดภัยและบันทึกเวลาอย่างเป็นระบบ เกณฑ์การตัดสินพิจารณาจากรอบเวลาที่ดีที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นสมรรถนะและประสิทธิภาพการปรับแต่ง ทั้งด้านแรงบิด การตอบสนอง การทรงตัว และการส่งกำลังในสถานการณ์จริง
    • THE CUSTOM KING – พื้นที่โชว์สไตล์ที่แตกต่าง ตะโกนให้โลกรู้ถึงตัวตนที่เป็นเอกลัษณ์: เวทีที่เปิดโอกาสให้เหล่า TANKER อวดกาแต่งรถที่ไม่ซ้ำใคร ผ่านภาษาดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสีสันและพื้นผิวที่เลือกสรร บอดี้คิทที่ลงตัวกับสัดส่วน ล้อและชุดไฟที่สะดุดตา ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่เสริมคาแรกเตอร์ให้ GWM TANK โดดเด่นในทุกมุมมอง ผลงานจะถูกตัดสินใน 2 สาขา ได้แก่ THE BEST STYLISH สำหรับงานตกแต่งที่งดงาม สมดุล และทันสมัย และ THE BEST ADVENTURE สำหรับลุคที่ดุดัน แข็งแกร่ง พร้อมลุยเต็มพลัง

     

    สำหรับชาว TANKER ที่ต้องการเข้าร่วมมหกรรมการแข่งขันความสนุกที่ไม่เหมือนใครนี้ สามารถเข้าร่วมโดยการโพสต์ภาพหรือวิดีโอรถ GWM TANK ที่แต่งแล้วบน Facebook ส่วนตัว (ตั้งค่าสาธารณะ) เขียนเล่าแรงบันดาลใจในการแต่ง ใส่แฮชแท็ก #TANKMOD และแท็กเฟซบุ๊กเพจ @GWMTHAILAND และ @GWMTANKTHAILAND จากนั้นเข้าไปลงทะเบียนผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ที่  https://forms.gle/gq9BYs1bRo1wKrVg8​​ เลือกประเภทการแข่งขัน พร้อมกรอกข้อมูลยืนยันตัวตนที่จำเป็น (ชื่อ–สกุล ช่องทางติดต่อ ชื่อบนเฟซบุ๊ก รุ่นรถ เลขตัวถัง (VIN) หรือสำเนาทะเบียนรถ) ทีมงาน GWM จะทำการตรวจสอบและยืนยันสิทธิ์ทางโทรศัพท์หรืออีเมลกับท่านอีกครั้งเพื่อยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรม

     

    ระยะเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมและการตัดสิน

    • การแข่งขันออนไลน์ FAN FAVOURITE AWARD รับสมัครตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน – 10 ตุลาคม 2568
    • การแข่งขันภายในงาน (ทั้งแบบ Performance และ Appearance) รับสมัครตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน – 15 ตุลาคม 2568
    • การตัดสินและมอบรางวัล โดย
      • การแข่งขันออนไลน์ จะตัดสินจากจำนวนไลก์บน Facebook ของโพสต์ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งจะประกาศผู้ชนะในวันที่ 12 ตุลาคม 2568

    (*GWM ขอสงวนสิทธิ์นับเฉพาะบัญชีบุคคลจริงเพื่อรักษาความยุติธรรมของผู้เข้าแข่งขันทุกคนเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของกิจกรรม และขอตัดสิทธิ์สำหรับผู้ที่ทำการโหวตที่ไม่ได้ใช้บัญชีจริงหรือมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ในการแข่งขัน การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด)

    • การแข่งขันภายในงาน จะตัดสินจากการโหวตของผู้เข้าร่วมงานและคณะกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ซึ่งจะตัดสินและประกาศรางวัลภายในงานวันที่ 18 ตุลาคม 2568

     

    รางวัลการแข่งขัน

    ผู้ชนะจากการแข่งขันออนไลน์และการประกวดภายในงาน ทั้งรูปแบบ FAN FAVOURITE AWARD, THE OFF-RAD KING และ THE CUSTOM KING จะได้รับรางวัลดังต่อไปนี้

    • การแข่งขันออนไลน์ รางวัล FAN FAVOURITE AWARD จำนวน 3 รางวัล
    • รางวัลชนะเลิศ รับ โล่รางวัล และเงินสดมูลค่า 20,000 บาท
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับโล่รางวัล และเงินสดมูลค่า 10,000 บาท
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับโล่รางวัล และเงินสดมูลค่า 5,000 บาท
    • การแข่งขันภายในงาน รางวัล THE OFF-ROAD KING และ รางวัล THE CUSTOM KING (ทั้งประเภท THE BEST STYLISH และ THE BEST ADVENTURE) จำนวน 9 รางวัล
    • รางวัลชนะเลิศ รับ โล่รางวัล และเงินสดมูลค่า 50,000 บาท
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับโล่รางวัล และเงินสดมูลค่า 30,000 บาท
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับโล่รางวัล และเงินสดมูลค่า 20,000 บาท

     

    GWM (Thailand) ขอเชิญชวนเหล่า TANKER ร่วมเข้าสมัครและส่งผลงานแต่ง GWM TANK เข้ามาประชันโฉมกัน ไม่ว่าคุณจะเชื่อในสต็อปวอชบนแทร็กหรือสายตาบนสเตจ สนามไหนก็ใช่สำหรับการพิสูจน์ตัวจริง พร้อมรับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 335,000 บาท ร่วมติดตามกติกา ลิงก์ลงทะเบียน อัปเดตสำคัญได้ที่ Facebook: GWM Thailand

     

    #GWMThailand #GWMTANK #GWMTANK300 #GWMTANK500 #TANKER #GWMFestival

    #TANK300ModificationCompetition #TopRankTANKModContest2025

    #TANKMOD #THEOFFROADKING #THECUSTOMKING


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ผู้นำอีซูซุคว้ารางวัลเกียรติยศ DAILYNEWS TOP CEO 2025

    1 Min Read

     ผู้นำอีซูซุคว้ารางวัลเกียรติยศ DAILYNEWS TOP CEO 2025

    มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัลเกียรติยศ “DAILYNEWS TOP CEO 2025” สุดยอดผู้นำองค์กร สาขาธุรกิจยานยนต์ ในงานมอบรางวัลจัดขึ้นโดยเดลินิวส์ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา

                มร. ทาคาชิ ฮาตะ เปิดเผยถึงความภาคภูมิใจในการรับรางวัลครั้งนี้ว่า ผมขอขอบคุณเดลินิวส์อย่างยิ่งที่ได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้กับผม รางวัลนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของผมเพียงคนเดียว แต่เป็นรางวัลแห่งความร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่ายในกลุ่มอีซูซุ  รางวัลนี้จะเป็นกำลังใจและแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของพวกเราทุกคนในการมุ่งมั่นสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนขอแบรนด์อีซูซุจากแบรนด์อื่น ๆ ที่ไม่เพียงแต่ทำให้ลูกค้าชาวไทยเกิดความไว้วางใจเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าสูงต่อสังคมไทย ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศไทย ทั้งในด้านการผลิตและการบริการอย่างครบวงจร เราอีซูซุจะเดินหน้าสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมไทยและเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าชาวไทยตลอดไป ขอบคุณเดลินิวส์อีกครั้งหนึ่งครับ

                รางวัล “DAILYNEWS TOP CEO 2025” จัดขึ้นโดยทีมบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้บริหารสูงสุดขององค์กร  ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ที่มีวิสัยทัศน์ พร้อมมุ่งหวังถ่ายทอดความรู้ กลยุทธ์การบริหารองค์กรที่ประสบความสำเร็จ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้บริหารรุ่นใหม่ต่อไป ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • TOYOTA GAZOO Racing Thailand สุดจัด! ยกทีมกวาดโพเดียม TSS The Super Series 2025 ที่มาเลเซีย

    1 Min Read

    TOYOTA GAZOO Racing Thailand สุดจัด! ยกทีมกวาดโพเดียม TSS The Super Series 2025 ที่มาเลเซีย

    ส่งความแรงระลอกสอง ! สู่สายตาแฟนมอเตอร์สปอร์ตระดับอินเตอร์  เมื่อ TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ทีมแข่งรถยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จอย่างสูงของวงการมอเตอร์สปอร์ต ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  ผงาดต่อเนื่องในศึก TSS The Super Series 2025” อีเว้นท์ 4 เดินหน้าขึ้นโพเดียมรับถ้วยทั้ง 4 รุ่น นำทีมโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ, มานัต กุละปาลานนท์, กรัณฑ์ ศุภพงษ์, อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ, กฤษฎิ์ วสุรัตน์, ณ ดล วัฒนธรรม, นรรัศมิ์ อภิวาท และ ไอตั้น-อัษฎาธร ระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย

    กลับมาครั้งนี้เป็นการลงสนามในเรซ 7-8 ของรุ่น TSS Supercar GTM- GT4 และเป็นเรซที่ 5-6 ของรุ่น TSS Supercar GTC –Super Touring จบการแข่งขันไปแบบสุดมันผลปรากฏว่า รุ่น TSS Supercar GTM รถ TOYOTA GR Supra หมายเลข 24 ขับโดย แมดคาว-ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ ขับเดี่ยวตลอดการแข่งขันอาศัยประสบการณ์คุมเกมแม่น จบเกมคว้าถ้วย Class Supercar GTM Am ในอันดับ 2 และ อันดับ 1

    ด้านรถหมายเลข 9 ขับโดย แมน-ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ และ ต้น-มานัต กุละปาลานนท์ ผลัดกันบู๊สุดมันส์ปิดเกมขึ้นโพเดียม Class Supercar GTM Pro Am ในอันดับ 2 ทั้งสองเรซ

    รุ่น TSS Supercar GTC ใช้รถ Corolla Altis GR Sport หมายเลข 9 ขับโดย เอ็กซ์-อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ และ ต้นกล้า-กฤษฎิ์ วสุรัตน์  ทำผลงานเต็มที่จบการแข่งขัน คว้าอันดับ 1 ในเรซ 5

    รุ่น TSS Supercar GT4 ใช้ TOYOTA GR Supra GT4 หมายเลข 19 ขับโดย อาร์โต้-สุทธิพงศ์ สมิตชาติ และ จั้ม-กรัณฑ์ ศุภพงษ์  ผสานพลังบุ๋นและบู๊ฝีมือเฉียบจบการแข่งขันรับถ้วย Class Supercar GT4 Am ในอันดับ 3และอันดับ 2

    รุ่น Super Touring ในรถ YARIS HB Turbo หมายเลข 25 ขับโดย ณ ดล วัฒนธรรม และ เน็กซี่-นรรัศมิ์ อภิวาท จบการแข่งขันรับถ้วย Class Turbo อันดับ 5 และอันดับ 3 ส่วนรถ YARIS ATIV หมายเลข 51 ขับโดย ไอตั้น-อัษฎาธร จบการแข่งขันเรซ 5 รับถ้วย Class NA ในอันดับ 3

    หลังจบการแข่งขัน คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่ง TOYOTA GAZOO Racing Thailand กล่าวว่า “อีเว้นท์นี้เข้มข้นสนุกตื่นเต้นครบอารมณ์ในทุกรุ่น มีหลายช่วงที่ต้องตัดสินใจและปรับแผนซึ่งทีมทำได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบ ผลคือรถทุกคันทำผลงานได้ยอดเยี่ยมและคว้าถ้วยรางวัล เป้าหมายต่อไปคือชัยชนะในอีเว้นท์ที่ 5 นัดปิดฤดูกาล ขอขอบคุณแฟนๆ ที่ติดตามเชียร์พวกเราครับ”

    แฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตร่วมติดตามชมและอัพเดตรายการแข่งขันของ TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ทีมแข่งรถสัญชาติไทยที่มุ่งมั่นและตั้งใจพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/TOYOTAGazooRacingTeamThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Lotus เปิดตัว MY26 ‘A New Era 600’ มอบประสบการณ์ลักชัวรี่เหนือระดับผ่าน 5 Senses Experience

    2 Min Read

    Lotus เปิดตัว MY26 ‘A New Era 600’ มอบประสบการณ์ลักชัวรี่เหนือระดับผ่าน 5 Senses Experience

    โลตัส คาร์ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์โลตัสอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัวรถ LOTUS MY26 ในงาน ‘A New Era 600’ สิ้นสุดการรอคอยกับการเปิดตัวโมเดลเยียร์ใหม่ รถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าที่มอบสมรรถนะอันยอดเยี่ยม พร้อมยกระดับประสบการณ์ใหม่ที่ให้สัมผัสความพรีเมียมผ่าน 5 Senses Experience จับมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำระดับประเทศ ร่วมสร้างความเอ็กซ์คลูซีฟในงานเปิดตัวครั้งนี้ที่ โชว์รูม Lotus Cars Thailand (สำนักงานใหญ่) ตั้งแต่วันที่ 20 – 21 กันยายน 2568

    นายธีรพงศ์ รอดลอย Country Manager Lotus Cars Thailand โดย บริษัท แปซิฟิค ไทย มอเตอร์สปอร์ตส์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน ‘A New Era 600’ งานเปิดตัวรถยนต์โลตัสโมเดลเยียร์ใหม่ หลังจากที่ได้เปิดราคาใหม่ไปก่อนหน้านี้ และเปิดชื่อรุ่นย่อยใหม่ EMEYA และ ELETRE ทั้ง 603 แรงม้าและ 905 แรงม้า นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่เราเปิดรุ่นเริ่มต้น EMEYA 600 ในราคาเพียง 4.89 ล้านบาท ซึ่งเป็นรุ่นไฮไลต์ในครั้งนี้ เพื่อต้องการมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ดีที่สุดพร้อมการดูแลเหนือระดับ ภายในงานพร้อมให้ยลโฉมรถยนต์รุ่นย่อยใหม่ได้อย่างใกล้ชิด ได้แก่ EMEYA 600, EMEYA 600 GT SE, ELETRE 600 GT SE และ ELETRE 900 SPORT ซึ่งเป็นการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ที่หลากหลายและอยู่ในช่วงราคาตั้งแต่ 4.89 – 7.99 ล้านบาท ถือเป็นการขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ในมุมกว้างยิ่งขึ้น สร้างทางเลือกความเอ็กซ์คลูซีฟที่ต่างกันในออปชั่นของแต่ละรุ่น พร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งาน”

    นอกจากนี้ นายธีรพงศ์ กล่าวเสริมว่า “ความพิเศษในงานเปิดตัว Lotus MY26 ครั้งนี้ เราได้สร้างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับประเทศ เพื่อเป็นการนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็น ttb, King Power, KEF, BOROM , Mono Wheel และ Martell เพื่อมอบข้อเสนอพิเศษและสัมผัสกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ”

    สำหรับงาน ‘A New Era 600’ มาในคอนเซปต์ ‘When Speed Meet Style’ สร้างประสบการณ์ใหม่ผ่าน 5 Senses Experience นับเป็นอีกไฮไลต์สำคัญของงานที่ร่วมสร้างสรรค์ความเอ็กซ์คลูซีฟในการเปิดตัวรถ Lotus MY26 เพื่อมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าในทุก ๆ ด้าน ผ่านทุกสัมผัสทั้ง 5 รูปแบบ (5 Experiences and Activities) คือ

    SIGHT – ชมรถยนต์ LOTUS MY26 ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เสมือนชิ้นงาน Masterpiece

    SOUND – สัมผัสเสียงอันทรงพลัง ทั้งในตัวรถและตลอดภายในงาน จากแบรนด์ KEF

    SCENT – กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างบรรยากาศความหรูหราจาก BOROM

    TOUCH – เพลิดเพลินกับกิจกรรมสำหรับผู้ที่รักการขับขี่กับ Car Simulator จาก Monowheel

    TASTE – ลิ้มรส Cocktail สูตรพิเศษ จาก Martell ให้ความผ่อนคลายหลังจากการขับขี่

    โลตัส คาร์ ประเทศไทย ได้นำแนวคิด Sensory Experience สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ผ่านทุกสัมผัส ร่วมกับ DNA ความเป็นโลตัสเข้าด้วยกัน พร้อมยกระดับความพรีเมียม ร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างทาง BOROM แบรนด์น้ำหอมไทยสาย niche ชื่อดังที่มีความยูนีคเฉพาะตัว ผสมผสานกับความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์โลตัสทั้ง 4 Pillars

    1) ความเร็วที่เหนือความคาดหมาย (Speed and Racing) จุดเด่นเรื่องความเร็วอันทรงพลัง ของแบรนด์ Lotus รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงและเร็วที่สุดในฐานะ Hyper GT (Dual-Motor) สำหรับ EMEYA และ Hyper-SUV สำหรับ ELETRE ถือเป็นรถที่โดดเด่นเรื่องความเร็วและให้อรรถรสการขับขี่ที่เฉพาะตัว สอดคล้องกับคอนเซปต์ของน้ำหอมกลิ่น Naked Satin ที่สะท้อนคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ เป็นหนึ่งใน Signature Scent ที่ให้ความประทับใจตั้งแต่แรกที่ได้สัมผัส เสมือนคุณได้ขับรถยนต์ Lotus เช่นกัน

    2) ความล้ำสมัยด้านเทคโนโลยี (High Technology) ด้วยพละกำลังยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 603 – 905 แรงม้า พร้อมกับขุมพลังการประมวลผลอัจฉริยะจาก NVIDIA DRIVE เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ให้ความล้ำสมัยและเงียบสงบ แต่ทรงพลังอย่างไร้ที่ติ เปรียบเสมือนน้ำหอมกลิ่น Cashmere Unnamed ที่สะท้อนถึงความ Quiet Luxury ที่ให้ความรู้สึกความเรียบหรูแฝงอยู่ในทุกสัมผัส แต่ยังคงสง่างาม

    3) ความสปอร์ตที่โดดเด่น (Gentle Looks) สะท้อนภาพลักษณ์ที่ให้รสนิยมที่แตกต่าง โดดเด่นด้วยดีไซน์ Aerodynamic ที่ให้ความสปอร์ต ด้วยรายละเอียดที่พิถีพิถันทั้งภายนอกและภายในรถ เสมือนกับกลิ่นน้ำหอม Gentle Oxford ที่ให้ความรู้สึกสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด และสะท้อนรสนิยมที่เฉพาะตัว ด้วยเสน่ห์ในแบบ everyday elegance

    4) ความเป็นตำนานของวงการมอเตอร์สปอร์ต (Motorsport Legacy) ด้วยการพัฒนาจากรถแข่ง F1 ที่ถ่ายทอดสมรรถนะจากสนามแข่งสู่ถนนจริง เพื่อส่งต่อประสบการณ์ขับขี่ในรูปแบบ ‘For the Drivers’ ให้ผู้ที่รักในการขับขี่ เปรียบเสมือนกับคาแรกเตอร์ของน้ำหอมกลิ่น Mysterious Wool ในแนว Animalic Note ที่ให้ความรู้สึกปลุกสัญชาตญาณความเป็นมอเตอร์สปอร์ต หลงใหลในความแรงและความเร็ว สะท้อนจิตวิญญาณและแสดงตัวตนความเป็น DNA ของรถยนต์ Lotus อย่างดี

    อีกทั้ง ภายในรถยนต์จะได้สัมผัสอรรถรสด้านเสียงอันโดดเด่นของทาง KEF แบรนด์เสียงระดับไฮเอนด์จากประเทศอังกฤษ เป็นเครื่องเสียงในรถยนต์ Lotus ทุกรุ่น ให้เอกลักษณ์โทนเสียงที่สมดุลและให้รายละเอียดเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งได้มาร่วมสร้างบรรยากาศภายในงาน โดยจัดแสดงเครื่องเสียง Soundbar ที่เสมือนเป็นงานศิลป์มาเติมเต็มประสบการณ์การฟังเหนือระดับ นอกจากนี้จะได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่เสมือนจริง เพลิดเพลินไปกับ Car Simulator และ Electric scooter จาก Monowheel จัดเป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมไปกับอรรถรสการขับขี่ของยนตรกรรมไฟฟ้า โลตัส คาร์ ในการเปิดตัวครั้งนี้

     

    นอกจากนี้ โลตัส คาร์ ประเทศไทย มีความตั้งใจที่จะดูแลลูกค้าโลตัสอย่างดีที่สุดและมุ่งหวังที่จะสร้างคอมมูนิตี้ Lotus ให้แข็งแกร่งมากขึ้น โดยจัดรวมคอมมูนิตี้จาก Siam Lotus มาร่วมพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ขับขี่รถยนต์โลตัสจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่รถคลาสิกจนมาถึงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นปัจจุบัน แม้ว่ามีการเปลี่ยนผ่านจากรถเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่รถ Lotus ยังคงให้คาแรกเตอร์การขับขี่ที่สนุกและ DNA ของรถยนต์ Lotus ยังคงอยู่เสมอ  อีกทั้ง ยกระดับการดูแลหลังการขายให้ลูกค้าทุกท่านได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดและมั่นใจกับความพร้อมด้านศูนย์บริการหลังการขายของทาง โลตัส คาร์ ประเทศไทย

     

    สำหรับลูกค้าผู้ที่สนใจ Lotus MY26 พร้อมให้เป็นเจ้าของรถยนต์โลตัสได้แล้ววันนี้ “Lotus for Everyone” สำหรับรุ่นเริ่มต้น Emeya 600 เปิดราคาที่ 4.89 ล้านบาท* รับ Lotus Wall Box และประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 2 ปี* และรุ่น Eletre 600 ราคาเริ่มต้นที่ 5.29 ล้านบาท* รับ Lotus Wall Box และประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี* นอกเหนือจากนี้ ยังมอบความพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถในงานจะได้รับข้อเสนอพิเศษรวมสูงสุด 60,000 บาท* จากพาร์ทเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง KEF มอบ Voucher สำหรับชุดเครื่องเสียงระดับพรีเมียม มูลค่า 50,000 บาท* พร้อมรับของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากทาง BOROM น้ำหอมขนาด 100 ml มูลค่า 9,900 บาท*

     

    อีกทั้ง โลตัส คาร์ ประเทศไทย ร่วมกับ ttb มอบเอกสิทธิ์พิเศษ รับคะแนนสะสมพิเศษ 300,000 คะแนน เมื่อชำระเงินจองรถหรือดาวน์รถ ตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป สำหรับรถยนต์ Lotus MY26 ที่พร้อมส่งมอบ และรถยนต์ Lotus รุ่นอื่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568 และทำการส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 โดยเอกสิทธิ์พิเศษนี้สำหรับผู้ที่ถือบัตรเครดิต ttb reserve และบัตรเครดิต ttb ประเภทที่มีคะแนนสะสม (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

     

    สำหรับผู้ที่มาร่วมงานจะได้รับสิทธิพิเศษ Power pass ส่วนลดสูงสุด 20% จาก King Power และ Voucher พิเศษจากน้ำหอม BOROM ท่านสามารถเข้าชมรถยนต์ Lotus MY26 ได้ที่โชว์รูม Lotus Cars Thailand และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ โทร. 066 137 3330 หรือติดต่อทาง Line Official: @LotusCarsTH หรือ lin.ee/oaZpTEq


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้าเดินหน้ากิจกรรม รวมพลังปลูกป่า เพื่อโรงงานแห่งความยั่งยืน ขยายพื้นที่สีเขียว ณ โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

    1 Min Read

    โตโยต้าเดินหน้ากิจกรรม “รวมพลังปลูกป่า เพื่อโรงงานแห่งความยั่งยืน” ขยายพื้นที่สีเขียว ณ โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดย นายสมคิด ประดิษฐกําจรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานการผลิต และมร. ทาคะยูกิ ฟุคาทานิ ผู้ประสานงานกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานการผลิต ร่วมกับหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น เดินหน้าสานต่อกิจกรรม “รวมพลังปลูกป่า เพื่อโรงงานแห่งความยั่งยืน” เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 20 ปี โรงงานบ้านโพธิ์ ที่จะมาถึงในปี ค.ศ. 2027 และมีความท้าทายเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายโรงงานที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Plant Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2030 โดยได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารและพนักงานโตโยต้า กว่า 3,000 คน ร่วมแรงร่วมใจปลูกต้นไม้ จำนวน 50,000 ต้น ณ โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

    กิจกรรม “รวมพลังปลูกป่า เพื่อโรงงานแห่งความยั่งยืน” ครั้งนี้ ถือเป็นการสานต่อความสำเร็จจากโครงการ “โตโยต้า ครบรอบ 60 ปี ปลูกป่า 600,000 ต้น” พร้อมมุ่งขยายพื้นที่สีเขียวและเสริมสร้าง ระบบนิเวศภายในโรงงาน เพื่อเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ผ่านการปลูกป่าจำนวน 50,000 ต้น ประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่นหลากหลายกว่า 49 สายพันธุ์  โดยใช้การปลูกแบบผสมผสานเสมือนโครงสร้างป่าธรรมชาติ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิ ต้นตะเคียนทอง ต้นจามจุรี ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นทองกวาวต้นราชพฤกษ์ ต้นปีบ และต้นกัลปพฤกษ์ เป็นต้น

    การปลูกป่านิเวศดังกล่าว ได้ดำเนินการตามทฤษฎีของ ศาสตราจารย์ ดร.อาคิระ มิยาวากิ นักพฤกษศาสตร์และนักนิเวศวิทยาพืชชาวญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงจากผลงานบุกเบิกการฟื้นฟูป่าไม้ธรรมชาติที่เรียกว่า “Eco Forest การปลูกป่านิเวศ”  โดยใช้เทคนิคการปลูกป่าแบบมิยาวากิ (Miyawaki Method) ผ่านการใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สร้างเนินดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและอากาศ ปลูกต้นไม้แบบสุ่มและมีความหนาแน่น 3-4 ต้นต่อตารางเมตร เพื่อเร่งการเติบโตและสร้างความหลากหลายทางชีวภาพพร้อมนำเทคนิคการปลูกแบบพิเศษ อาทิ การจุ่มกล้าไม้ในน้ำก่อนปลูก คลุมด้วยฟางข้าวหลังปลูกเพื่อเพิ่มอัตราการรอดตายของต้นไม้

    ปัจจุบัน โตโยต้าดำเนินกิจกรรมปลูกป่านิเวศแล้วกว่า 1,803,170 ต้น และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 17,130 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้า ในการสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับสังคมไทยภายใต้แนวคิด “โตโยต้า เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่รัก(ษ์)” โดยมุ่งมั่นส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของทุกภาคส่วนผ่านการร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)” ภายในปี ค.ศ. 2050 อย่างมั่นคงและยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ เปิดออปชันสี-วีเนียร์ใหม่ ยกระดับการออกแบบยนตรกรรมในฝันสู่ประสบการณ์การออกแบบเฉพาะบุคคลที่เหนือกว่า

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ เปิดออปชันสี-วีเนียร์ใหม่ ยกระดับการออกแบบยนตรกรรมในฝันสู่ประสบการณ์การออกแบบเฉพาะบุคคลที่เหนือกว่า

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ (Bentley Mulliner) มอบโอกาสในการออกแบบรถยนต์เบนท์ลีย์ในฝันให้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ในแบบเฉพาะตัวด้วยการเพิ่มตัวเลือกการออกแบบใหม่ที่มาพร้อมกับวีเนียร์แบบเปลือยและแบบคาร์บอนไฟเบอร์เคลือบสี ซึ่งลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์กว่า 3 ใน 4 ได้เนรมิตรถยนต์เบนท์ลีย์ในฝันผ่านตัวเลือกการตกแต่งจากมูลินเนอร์ ทีมงานเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์จึงมุ่งมั่นที่จะเพิ่มโอกาสในการรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันด้วยตัวเลือกพื้นผิว สี และการตกแต่งลวดลายใหม่ที่หลากหลายยิ่งขึ้นสำหรับรุ่น Continental GT รุ่น Flying Spur และ รุ่น Bentayga เพื่อให้รถยนต์เบนท์ลีย์แต่ละคันสะท้อนรสนิยมและคุณค่าของผู้ครอบครองได้อย่างดีที่สุด

     

    ลวดลายและผิวสัมผัสจากธรรมชาติ

    วีเนียร์แบบเปลือยจากมูลินเนอร์ มอบความเงางามที่นุ่มนวลให้กับพื้นผิวภายในห้องโดยสารอันน่าสัมผัส ชวนให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้สัมผัสถึงพื้นผิวไม้จากธรรมชาติ วีเนียร์เหล่านี้เคลือบด้วยแล็กเกอร์ด้านแบบบางเฉียบที่จะช่วยให้สัมผัสได้ถึงลายไม้และเนื้อสัมผัสตามธรรมชาติของไม้จากการลดการใช้แล็กเกอร์ลงถึง 90% เมื่อเทียบกับการเคลือบเงาแบบไฮกลอส ซึ่งการเคลือบนี้จะช่วยเน้นความงามของลายไม้อย่างวีเนียร์แบบ Vavona ได้อย่างเต็มที่ พร้อมด้วยตัวเลือกวีเนียร์แบบเปลือยอย่าง Liquid Amber ที่มอบสัมผัสที่เย็นสบายและร่วมสมัย

     

    ตัวเลือกเฉดสีที่หลากหลาย

    การตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ได้สร้างบรรยากาศแบบร่วมสมัยที่นอกจากคาร์บอนไฟเบอร์สีดำเงาแล้ว เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ยังมาพร้อมกับคาร์บอนไฟเบอร์ถึง 4 เฉดสีที่จะสะท้อนความสมบูรณ์แบบของตัววัสดุอันประกอบไปด้วยเฉดสีม่วง Damson เฉดสีฟ้า Kingfisher Blue เฉดสีน้ำเงิน Imperial Blue และเฉดสีเขียว Cumbrian Green ซึ่งเฉดสีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มมิติให้กับวัสดุที่โดดเด่นอยู่แล้วให้กลมกลืนหรือสร้างความคอนทราสต์ให้กับเฉดสีอื่นๆ ภายในห้องโดยสาร

     

    นอกจากนี้ พื้นผิวแบบ Piano Gloss เคลือบเงาบนวีเนียร์ยังเข้ากันได้ดีกับเฉดสีต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมายในกลุ่มเฉดสีมาตรฐาน เฉดสีพิเศษ หรือเฉดสีจากมูลินเนอร์ และรวมถึงเฉดสีของหนังภายในห้องโดยสารที่มีมากกว่า 100 เฉดสี

     

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ยังมาพร้อมกับตัวเลือกลวดลายทางที่ลงสีด้วยมือตลอดความยาวของแผงคอนโซลไปจนถึงแผงประตูห้องโดยสารที่สามารถเลือกให้เข้ากับเฉดสีภายนอกหรือเฉดสีหนังภายในได้

     

    แรงบันดาลใจจากเรือยอร์ชสุดหรู

    สำหรับคอนโซลหน้า ตัวเลือกล่าสุดจากมูลินเนอร์ยังมาพร้อมกับตัวเลือกวีเนียร์ลวดลายทางและเนื้อไม้แบบเปลือยหรือแม้กระทั่งจากตัวเลือกเฉดสีภายนอกกว่า 100 เฉดสีที่สามารถเลือกรูปแบบตรงหรือรูปแบบตัว V ได้ โดยรูปแบบลวดลายนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพื้นระเบียงของเรือยอร์ชสุดหรู

     

    เบนท์ลีย์ มูลิเนอร์ ยังได้เปิดตัว Wave เทคนิคการเคลือบโลหะแบบใหม่เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการตกแต่งคอนโซล โดยลวดลายแบบริบบิ้นจะก่อให้เกิดเอฟเฟกต์คลื่นที่จะช่วยสะท้อนแสงและสร้างจุดสนใจให้กับภายในห้องโดยสาร

     

    สัมผัสแห่งการตกแต่งที่โดดเด่น

    ลูกค้าที่เลือกระบบเสียง Bang & Olufsen สามารถเลือกเฉดสีไฮไลท์สำหรับหน้ากากลำโพงแบบอะโนไดซ์ได้ถึง 8 เฉดสี รวมถึงเฉดสีใหม่ 3 เฉดสี อันได้แก่ เฉดสีฟ้า Kingfisher เฉดสีแดง Pillar Box Red และเฉดสีส้ม Mandarin

     

    อีกหนึ่งตัวเลือกใหม่ คือ ‘Organ Stop’ อุปกรณ์ควบคุมช่องปรับอากาศที่รังสรรค์ขึ้นจากทองคำ 18 กะรัตพร้อมด้วยผิวสัมผัสแบบลวดลายเพชร

     

    ตัวเลือกการออกแบบล่าสุดยังรวมไปถึงการตกแต่งด้วยผ้าทวีดบริเวณแผงประตูห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 5 รูปแบบ อันได้แก่ Cheltenham, Glen Plaid, Charcoal Herringbone, Sand Herringbone, และ Damson

     

    แนวทางการออกแบบและแรงบันดาลใจ

    แนวทางการออกแบบเฉพาะบุคคลล่าสุดมาพร้อมกับคำแนะนำจากนักออกแบบ ซึ่งถือเป็นชุดข้อมูลจำเพาะจาก Mulliner Design Team ที่ได้คิดค้นตัวเลือกเฉดสี การตกแต่ง และพื้นผิวต่างๆ สำหรับใช้ในการรังสรรค์รถยนต์เบนท์ลีย์รุ่น Continental GT รุ่น Continental GT Convertible รุ่น Bentayga และ รุ่น Flying Spur ให้โดดเด่นไม่ซ้ำใครเพื่อสะท้อนบุคลิกภาพและความพิเศษเฉพาะตัวของผู้ครอบครองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

     

    ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับการออกแบบยนตรกรรมในฝันให้มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ZEEKR 009 เสริมทัพรุ่น Standard ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Luxury EV MPV ที่ให้ครบจบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมส่งต่อพลังแห่งความมั่นใจ ผ่านแคมเปญ “Your Exclusivity is Here” ร่วมกับทัพนักกีฬาเหรียญทองทีมชาติไทย

    2 Min Read

    ZEEKR 009 เสริมทัพรุ่น Standard ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Luxury EV MPV ที่ให้ครบจบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมส่งต่อพลังแห่งความมั่นใจ ผ่านแคมเปญ “Your Exclusivity is Here” ร่วมกับทัพนักกีฬาเหรียญทองทีมชาติไทย

    ZEEKR Thailand ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาด Luxury EV MPV ด้วยการเปิดตัว ZEEKR 009 รุ่น Standard (7 ที่นั่ง มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า) รุ่นล่าสุด มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถหรูของไทยภายใต้แนวคิด “The New Standard of Premium Mobility MPV” ที่หลอมรวมงานดีไซน์หรูหราเหนือระดับ ฟังก์ชันความสะดวกสบายครบครัน มาตรฐานความปลอดภัยสูง และสมรรถนะเหนือชั้นที่วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 712 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ

    ปัจจุบัน ZEEKR Thailand ส่งมอบรถทั้งหมดรวมแล้วกว่า 3,000 คัน ทั่วประเทศ ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อแบรนด์จากกลุ่มลูกค้าได้อย่างงดงาม ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ทางแบรนด์มุ่งมั่นนำเสนอสิ่งที่ดีแก่ผู้บริโภคชาวไทย ทั้งนี้จากที่ได้มีการรวบรวมข้อมูลด้านความต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ พบว่าตลาดนี้มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทางแบรนด์จึงได้มีการเปิดตัว ZEEKR 009 6-Seater Luxury MPV รถเอ็มพีวีพลังงานไฟฟ้าหรู แบบ 6 ที่นั่งสู่ตลาดเมืองไทยช่วงเดือนกันยายนในปีที่ผ่านมา นับเป็นการเขย่าวงการ Luxury MPV ที่สร้างสีสันและกระแสการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ เจ้าของธุรกิจ หรือผู้บริหารระดับสูงที่ชื่นชอบในยนตรกรรมอีวีระดับลักชูรีที่มาตรฐานความปลอดภัยสูง พร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่สุดล้ำ และลักชูรีดีไซน์ที่บ่งบอกตัวตนและสถานะได้ชัดเจน

    ZEEKR 009 ตกแต่งห้องโดยสารหรูหราระดับเฟิร์สคลาส ให้ความสะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุดทุกที่นั่ง ด้วยเบาะแถว 2 แบบ Sofaro First Class Airline Seats พร้อมโหมดการปรับแบบ Eames Lounge Chair Mode ที่สามารถปรับเอนนอนได้เพียงปุ่มเดียว และโต๊ะแบบพับเก็บได้ เบาะนั่งบุด้วยหนัง Soft Nappa แบบนุ่มสบาย เพิ่มเติมด้วยระบบนวดไฟฟ้าสำหรับเบาะนั่งแถวหนึ่ง และเบาะนั่งแถวสอง ตัวรถถูกติดตั้งหน้าจอ OLED แบบสัมผัสขนาด 15.05 นิ้ว และหน้าจอ AR HUD ขนาด 35.95 นิ้ว พร้อมหน้าจอเพดานสำหรับผู้โดยสารด้านหลังแบบสัมผัส OLED ขนาด 17 นิ้ว เสริมประสิทธิภาพด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295 จำนวน 2 ชุด รองรับคำสั่งได้ 60 ล้านครั้งต่อวินาที ระบบไฟตกแต่ง Ambient Light และระบบเสียงรอบทิศทาง YAMAHA พร้อมลำโพง 30 ตัว ทั้งนี้ ในด้านสมรรถนะที่เหนือชั้น  ZEEKR 009 รุ่นนี้มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 603 แรงม้า (450 kW) แรงบิดสูงสุด 693 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.5 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 116 kWh ระยะทางขับขี่สูงสุด 686 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) ส่วนระบบช่วงล่างของ ZEEKR 009 เป็นแบบถุงลมไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบกันสะเทือน CCD Electromagnetic Vibration Reduction System ช่วยลดแรงสะเทือนเข้ามายังห้องโดยสาร ขณะที่โครงสร้างด้านท้าย ผลิตจากอะลูมิเนียมชิ้นเดียวที่มีความแข็งแรงสูงพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งรอบคัน

    ต่อมา ZEEKR 009 รุ่น 7 ที่นั่ง ได้เปิดตัวในเมืองไทยเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิดเดียวกัน “Every Journey Shines, Every Seat Matters” นำเสนอทางเลือกใหม่สำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่มองหาประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายและเหนือระดับ โดยยกระดับมาตรฐานยนตรกรรมหรูสำหรับครอบครัว ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับความหรูหรา ทำให้ ZEEKR 009 ไม่ใช่เพียงแค่พาหนะสำหรับการเดินทาง แต่เป็นนิยามใหม่ของความพรีเมียมที่มอบทั้งสมรรถนะเหนือชั้น ห้องโดยสารระดับเฟิร์สคลาส และวัสดุคุณภาพสูงที่สะท้อนถึงความประณีตในทุกรายละเอียด และยังคงไว้ซึ่งฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์อย่างครบครัน

     

    ตลอดระยะเวลาร่วมหนึ่งปีที่ ZEEKR 009 เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ทางแบรนด์รับฟังเสียงตอบรับของลูกค้าผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อการเข้าถึงความต้องการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปิดตัว ZEEKR 009 รุ่น Standard 7-Seater The Premium Mobility MPV ในวันนี้ นับเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่สำหรับตลาดรถเอ็มพีวีสุดหรูในตลาดประเทศไทยที่มอบระยะทางขับขี่ไกลกว่าเดิมถึง 712 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) และมีการดึงเอาจุดเด่นจาก ZEEKR 009 ทั้ง 2 รุ่น มาไว้ด้วยกันอย่างครบครัน ถือเป็นการขยายฐานลูกค้าที่ต้องการเดินทางที่มีระยะไกลเพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงครอบคลุมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยรถรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 7 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางและพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพียงพอ เหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อนขนาดใหญ่ ลูกค้าองค์กร กลุ่มการบริการ หรือการเดินทางที่มีผู้โดยสารและสัมภาระจำนวนมาก หรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางท่องเที่ยว หรือต้องการเดินทางระยะไกลในขณะที่ยังได้รับความสะดวกสบาย
    ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น

     

    Luxury Design

    การตกแต่งภายในที่มาพร้อมกับเบาะ NAPPA ที่นุ่มสบาย มีโหมดการปรับที่นั่งแบบ Eames Lounge Chair Mode ที่สามารถปรับที่นั่งแบบเอนนอนอัตโนมัติเพื่อการผ่อนคลายตลอดการเดินทาง เสริมด้วย
    Dual Glass Roofs ขนาดใหญ่พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า ช่วยปกป้องแสงแดดยามกลางวัน และสามารถเปิดดูดาวยามค่ำคืน

     

    Intelligent Technology

    ความอัจฉริยะของภายในตัวรถที่มาพร้อมกับจอแสดงผล 5 ส่วน ทั้ง หน้าจอมาตรวัดแบบ Full HD ขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจอกลาง Touch Screen ขนาด 15.05 นิ้ว แบบ OLED หน้าจอเพดานสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขนาดใหญ่ถึง 17 นิ้ว หน้าจอ AR HUD ที่มีขนาดใหญ่ถึง 35.95 นิ้ว และพิเศษยิ่งขึ้นกับหน้าจอ Smart Door Panel Screens ที่สามารถปรับตั้งค่า พร้อมระบบควบคุมด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon จำนวน 2 ชุด เพิ่มสุนทรียภาพการเดินทางด้วยลำโพงจาก YAMAHA 30 จุด

     

    Next Level of Performance

    ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์เดี่ยวที่ให้กำลังสูงถึง 335 แรงม้า ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 116 kWh และช่วงล่างแบบ High Performance Air Suspension Package หรือช่วงล่างแบบถุงลมประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบกันสะเทือน CCD Electromagnetic Vibration Reduction System ช่วยลดแรงกระแทกที่จะเข้าสู่ห้องโดยสารเพื่อให้ทุกการเดินทางนุ่มนวล และผ่อนคลาย

     

    All Round Safety Protection

    และสำหรับความปลอดภัย คือมาตรฐานขั้นสูงที่ทาง ZEEKR ใส่ใจเป็นอันดับแรก ดังนั้น ZEEKR 009 รุ่นใหม่นี้ ยังมาพร้อมกับระบบ ZEEKR AD หรือระบบช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ มอบการปกป้องแบบ 720 องศา ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะตัวรถด้านท้ายที่เป็นอะลูมิเนียม มีการออกแบบให้เป็นชิ้นเดียว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

    ZEEKR 009 รุ่น Standard 7-Seater ราคาเปิดตัวที่ 2,399,000 บาท มีสีภายนอก 3 สีคือ

    สีขาว Crystal White
    สีเขียว Mineral Green
    สีดำ Phantom Black
    และทุกสีมาพร้อมภายในสีดำ Stone Black

    โดย ZEEKR 009 Standard 7-Seater มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ดังนี้

    • ฟรี Wallbox ขนาด 11 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
    • ฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน*
    • ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองเป็นระยะเวลา 1 ปี*
    • ฟรี ค่าจดทะเบียนรถยนต์*
    • การรับประกันรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
    • การรับประกันมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูง เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
    • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี

     

    อนึ่ง ZEEKR Thailand ยังได้จัดแคมเปญ “ZEEKR  009 | Your Exclusivity is Here” ในการสะท้อนแนวคิด การเดินทางที่ไม่ใช่เพียงแค่การเคลื่อนที่ แต่คือการค้นพบคุณค่าที่แท้จริงของความพิเศษเฉพาะตนระหว่าง การเดินทางบนเส้นทางชีวิตของตนเอง และการเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนกล้าที่จะก้าวข้ามข้อจำกัด เดินสู่เป้าหมายด้วยความมั่นใจและภาคภูมิใจ เพราะ “ความพิเศษ” สำหรับแต่ละคนไม่เคยมีคำจำกัดความเดียวกัน บางคนหมายถึงความสำเร็จในสนามแข่งขัน บางคนหมายถึงความสุขกับครอบครัว หรืออาจเป็นเพียงช่วงเวลาสงบสบายระหว่างการเดินทาง ทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของนักกีฬาหญิงทีมชาติไทยทั้ง 5 คน ที่ต่างเดินบนเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุ่มเท ความฝัน ความมุ่งมั่น และการฝ่าฟันอุปสรรค จนสุดท้ายสามารถก้าวสู่ความสำเร็จในระดับสากลได้อย่างสง่างาม และนี่คือสิ่งที่ ZEEKR 009 ตั้งใจมอบให้ – ยนตรกรรมที่เป็นเสมือน “ประตูสู่มาตรฐานใหม่ของชีวิต” ที่สามารถโอบรับและบรรทุกเรื่องราวความพิเศษของแต่ละคน และพร้อมพาคุณก้าวข้ามทุกข้อจำกัด ไปให้ไกลยิ่งขึ้น ด้วยความสะดวกสบายเหนือระดับ ความปลอดภัยขั้นสูง และเทคโนโลยีรอบคันที่มอบประสบการณ์แบบ First Class ในทุกตำแหน่งที่นั่ง และนี่คือการถ่ายทอดพลังแห่งความพิเศษเฉพาะตน ที่ไม่เพียงสร้างพลังใจแก่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนกล้าที่จะก้าวต่อไปบนเส้นทางของตัวเอง

     

    ซึ่ง ZEEKR Thailand ต่อยอดความแข็งแกร่ง และความเป็นผู้นำภายใต้แนวคิด Local Spirit ของ ZEEKR 7X ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนที่ผ่านมา และครั้งนี้ได้ร่วมกับทัพนักกีฬาเหรียญทองทีมชาติไทยมาร่วมถ่ายทอดเส้นทางแห่งมุ่งมั่น และความมั่นใจ ผ่านเรื่องราวที่แสดงถึงความทุ่มเท ความพยายาม การไม่ย่อท้อ และพลังของการทำงานร่วมกันเป็นทีม จนสามารถสร้างความมั่นใจ และสามารถคว้าชัยชนะมาครอง ซึ่งสอดรับกับคุณค่าที่แท้จริงของแบรนด์ที่ต้องการจะสื่อสารในมิติของความรู้สึกร่วมของการเดินทาง บนเส้นทางแห่งอิสรภาพ ความปลอดภัย ความมั่นใจ ความสุขในทุกตำแหน่งที่นั่งภายในรถ และปลายทางที่สร้างรอยยิ้ม และความสุขร่วมกัน

     

    ZEEKR 009 Standard 7-Seater พร้อมเผยโฉม ณ ลานปาร์คไซด์ ฮอลล์ ชั้น G ดุสิต เซ็นทรัล ปาร์ค โดยจะมีการจัดแสดงยานยนต์รุ่นอื่นร่วมด้วยตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 23 กันยายนนี้ ผู้สนใจสามารถจองสิทธิ์เป็นเจ้าของภายในงาน หรือ ZEEKR House ทั้ง 16 สาขา ทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ZEEKR Call Centre โทร.02-086-9999

     

    ติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ ZEEKR ได้ที่
    Website: https://www.zeekrlife.com/th-th/
    Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/


    No Comment