• ไทยฮอนด้า เดินหน้าผลักดัน “Zero Accident Society” ขยายวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนสู่ทุกภาคส่วน จัดงาน Supplier Traffic Safety Awards 2026 ผนึกกว่า 100 บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า เดินหน้าผลักดัน “Zero Accident Society” ขยายวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนสู่ทุกภาคส่วน จัดงาน Supplier Traffic Safety Awards 2026 ผนึกกว่า 100 บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความปลอดภัยทางถนน ภายใต้แนวคิด “Zero Accident Society” จัดงาน “Supplier Traffic Safety Awards 2026” เพื่อขยายความร่วมมือด้านความปลอดภัยสู่ซัพพลายเออร์และพันธมิตรธุรกิจทั่วประเทศกว่า 100 บริษัท ครอบคลุมพนักงานมากกว่า 50,000 คน มุ่งลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียบนท้องถนน พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ครอบคลุมทั้งองค์กร ชุมชน และสังคม โดยมีผู้แทนจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนเข้าร่วมงาน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ

    โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของไทยฮอนด้า ภายใต้แนวคิด “Zero Accident Society” ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของฮอนด้าทั่วโลกในการมุ่งสู่ Zero Traffic Collision Fatalities หรือการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์และรถยนต์ฮอนด้าให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยไทยฮอนด้าได้ดำเนินความร่วมมือด้านความปลอดภัยกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ที่ไม่เพียงจำกัดแค่พนักงานหรือผู้ใช้รถ แต่ยังพร้อมขยายการดำเนินงานสู่เครือข่ายบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน ผ่านการอบรมพนักงาน การใช้สื่อและเครื่องมือฝึกขับขี่ปลอดภัย เพื่อร่วมลดอุบัติเหตุและการสูญเสียจากการใช้รถใช้ถนนอย่างยั่งยืน

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณสาวิตรี แก้วพวงงาม กรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด พร้อมด้วย คุณสุพจน์ พนธ์พงษ์ขจร ผู้จัดการทั่วไปสายงานส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน ร่วมเปิดงาน พร้อมชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการประจำปี 2026 มอบ รางวัล The Best Supplier Traffic Safety Awards 2025 ให้แก่บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยโดดเด่นในปีที่ผ่านมา และจัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความปลอดภัยทางถนน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยร่วมกันในเครือข่ายซัพพลายเออร์

    รางวัล The Best Supplier Traffic Safety Awards 2025 พิจารณาจากผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนของแต่ละองค์กร ครอบคลุมกำหนดมาตรการความปลอดภัยทางถนน การส่งเสริมการคาดการณ์อุบัติเหตุผ่าน Accident Prediction Training (APT) และการอบรม Safety Riding Training การควบคุมการสวมหมวกกันน็อกและการมีใบอนุญาตขับขี่ของพนักงาน การติดตามสถิติอุบัติเหตุ ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนภายในและภายนอกองค์กร โดยแบ่งการประเมินตามขนาดของบริษัทเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ S, M และ L และมอบรางวัลแก่บริษัทที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น 3 บริษัทในแต่ละกลุ่ม รวมทั้งสิ้น 9 บริษัท เพื่อเชิดชูองค์กรต้นแบบและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยร่วมกันในเครือข่ายซัพพลายเออร์

    สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #SupplierTrafficSafetyAwards2026 #HondaSafetyThailand #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย
    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ยามาฮ่า” เปิดไลน์อัปยุคใหม่ ! “ฮอร์เก้ มาร์ติน – ไอ โอกุระ” นำทัพล่าแชมป์โลก โมโตจีพี 2027-2028

    1 Min Read

    “ยามาฮ่า” เปิดไลน์อัปยุคใหม่ ! “ฮอร์เก้ มาร์ติน – ไอ โอกุระ” นำทัพล่าแชมป์โลก โมโตจีพี 2027-2028

    ยามาฮ่า มอเตอร์ ประกาศแต่งตั้ง ฮอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลกโมโตจีพี ชาวสเปน และ ไอ โอกุระ ดาวบิดชาวญี่ปุ่น เป็นนักแข่งประจำทีม ยามาฮ่า แฟคตอรี โมโตจีพี สำหรับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ฤดูกาล 2027-2028 อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศเดินหน้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขัน ด้วยเป้าหมายในการพาทีมกลับคืนสู่การลุ้นแชมป์โลกอีกครั้ง

    การประกาศไลน์อัปครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโครงการโมโตจีพีของยามาฮ่า ภายใต้กฎการแข่งขันใหม่ที่จะเริ่มต้นในปี 2027 โดยทีมเชื่อมั่นว่าการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ของแชมป์โลกอย่าง ฮอร์เก้ มาร์ติน และศักยภาพของดาวรุ่งอย่าง ไอ โอกุระ จะเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันทีมสู่ความสำเร็จในอนาคต

    เปาโล พาเวซิโอ กรรมการผู้จัดการ ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง กล่าวว่า

    “เรารู้สึกยินดีและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับ ฮอร์เก้ และ ไอ เข้าสู่ ยามาฮ่า แฟคตอรี โมโตจีพี ทีม ในช่วงเวลาสำคัญที่การแข่งขันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ในปี 2027 การได้นักบิดระดับแถวหน้าทั้งสองคนมาร่วมทีม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยามาฮ่า และความเชื่อมั่นที่พวกเขามีต่อโครงการของเรา” “ฮอร์เก้ ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในนักบิดที่แข็งแกร่งที่สุดของโมโตจีพี ทั้งในด้านความเร็ว ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณของผู้ไล่ล่าชัยชนะ เราเชื่อว่าเขาจะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพของทีมตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นทำงานร่วมกัน” “สำหรับ ไอ เขาแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่โดดเด่นตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งพรสวรรค์ ความมุ่งมั่น และทัศนคติในการทำงาน เรามั่นใจว่าเขามีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักบิดชั้นนำของโมโตจีพี และเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนักบิดชาวญี่ปุ่นกลับมาสู่ทีมโรงงานยามาฮ่าอีกครั้ง”

    ฮอร์เก้ มาร์ติน สร้างชื่อจากการคว้าแชมป์โลก โมโตทรี ในปี 2018 ก่อนเลื่อนขึ้นสู่รุ่น โมโตทู ในช่วงปี 2019-2020 และก้าวสู่พรีเมียร์คลาสในปี 2021 จากนั้นผงาดคว้าแชมป์โลก โมโตจีพี ได้สำเร็จในฤดูกาล 2024 พร้อมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักบิดระดับแถวหน้าของโลก ด้าน ไอ โอกุระ เริ่มต้นเส้นทางบนเวทีชิงแชมป์โลกในปี 2018 ก่อนสร้างผลงานโดดเด่นด้วยการจบอันดับ 3 ในรุ่น โมโตทรี จากนั้นเลื่อนขึ้นแข่งขันในรุ่น โมโตทู ตั้งแต่ปี 2021 และคว้าแชมป์โลกได้ในฤดูกาล 2024 ก่อนก้าวสู่การแข่งขันพรีเมียร์คลาสในปี 2025 การเข้าร่วมทีมของ โอกุระ ยังถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของยามาฮ่า เมื่อเขาจะกลายเป็น นักบิดชาวญี่ปุ่นคนแรกในยุคโมโตจีพีที่ลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลให้กับทีมโรงงานยามาฮ่า พร้อมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนารถแข่ง YZR-M1 ภายใต้กฎการแข่งขันยุคใหม่ การผนึกกำลังระหว่าง ฮอร์เก้ มาร์ติน และ ไอ โอกุระ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของยามาฮ่าในการผสานประสบการณ์ ความเร็ว และคนรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนทีมสู่ความสำเร็จ พร้อมเปิดบทใหม่ของการไล่ล่าแชมป์โลกบนเวทีรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ตั้งแต่ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป

     

    #RevsYourHeart #ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด #YamahaBeyondTheLimits
    #YamahaRacing #YamahaWorldChampion #YamahaNumber1RacingTeam
    #TheBlueShift #YamahaMotoGP27
    #YamahaFactoryRacingTeam #M1V4
    #MonsterEnergyYamahaMotoGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Royal Enfield รุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางในไทยต่อเนื่องเปิดตัว 3 รุ่นล่าสุด Bullet 650, Guerrilla 450 APEX และ Goan Classic 350 สีใหม่!

    2 Min Read

    Royal Enfield รุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางในไทยต่อเนื่องเปิดตัว 3 รุ่นล่าสุด Bullet 650, Guerrilla 450 APEX และ Goan Classic 350 สีใหม่!

    โรยัล เอ็นฟิลด์ (Royal Enfield) ผู้นำระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250cc–750cc) เดินหน้าขยายตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่พร้อมกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ Bullet 650, Guerrilla 450 APEX และ Goan Classic 350 สีใหม่ Purple Haze

    รถทั้งสามรุ่นได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่มีสไตล์และความหลงใหลแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบรถคลาสสิกเหนือกาลเวลา ผู้หลงใหลในโรดสเตอร์สมรรถนะสูงสำหรับการใช้งานในเมือง หรือผู้ที่รักวัฒนธรรมคัสตอมและการแสดงออกถึงตัวตน ผ่านการเปิดตัวครั้งนี้ Royal Enfield ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย พร้อมสร้างสีสันและขยายทางเลือกให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

    Bullet 650: ตำนานที่ยังมีชีวิต ในบทบาทที่ทรงพลังยิ่งขึ้น

    Bullet คือหนึ่งในชื่อที่ทรงคุณค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Royal Enfield และเป็นรถจักรยานยนต์ที่ครองใจผู้ขับขี่ทั่วโลกมายาวนานกว่า 9 ทศวรรษ วันนี้ ตำนานบทนั้นได้รับการต่อยอดสู่ยุคใหม่ ผ่าน Bullet 650 ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ Bullet ไว้อย่างครบถ้วน พร้อมยกระดับสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์สูบคู่ขนาด 650 ซีซี ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้ขับขี่ทั่วโลก

    เครื่องยนต์ Parallel Twin 650 ซีซี มอบอัตราเร่งที่ต่อเนื่อง นุ่มนวล และทรงพลัง ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ 6 สปีด และพร้อม Slipper Clutch ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างแม่นยำและนุ่มนวล

    รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบให้สะท้อนภาพลักษณ์ของรถจักรยานยนต์คลาสสิกขนาดใหญ่ได้อย่างสง่างาม โดยทุกเส้นสายของตัวรถได้รับการออกแบบให้สอดรับกับขุมพลังแบบสูบคู่ พร้อมถ่ายทอดบุคลิกอันหนักแน่นและเหนือกาลเวลาของ Bullet ได้อย่างชัดเจน

    Bullet 650 ยังคงยึดมั่นในองค์ประกอบการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่น ไม่ว่าจะเป็น เส้นสาย Pinstripe ที่วาดด้วยมืออันประณีต ชุดไฟหน้าทรง Casquette แบบดั้งเดิม ท่านั่งขับขี่ที่สง่างาม เบาะนั่งตอนยาวแบบ Bench Seat ที่นุ่มสบาย และตราสัญลักษณ์แบบ 3 มิติบนถังน้ำมันทรงหยดน้ำ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์คลาสสิกของ Royal Enfield

    โครงสร้างตัวรถใช้เฟรมเหล็กแบบ Tubular Spine พร้อมล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว และล้อหลังขนาด 18 นิ้ว ติดตั้งระบบกันสะเทือนหน้า Showa ที่ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบความมั่นใจในทุกเส้นทาง

    ด้านหน้ามาพร้อมไฟหน้า LED ที่ติดตั้งบนชุด Casquette พร้อมไฟ Tiger Eye Pilot Lamps อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่ง Royal Enfield นำมาใช้ครั้งแรกตั้งแต่ปี 1954 สะท้อนการผสานกลิ่นอายคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

    แม้จะยังคงเสน่ห์แบบดั้งเดิมไว้ครบถ้วน แต่ Bullet 650 ก็ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน ผ่านชุดมาตรวัดที่ผสานหน้าปัดอนาล็อกเข้ากับจอ LCD ดิจิทัล ซึ่งแสดงข้อมูลการเดินทาง ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ตำแหน่งเกียร์ และกำหนดการเข้ารับบริการอย่างครบถ้วน

    สำหรับประเทศไทย Royal Enfield Bullet 650 สี Canon Black วางจำหน่ายในราคา 239,900 บาท และพร้อมเปิดให้ผู้สนใจสัมผัสตัวจริง ณ ผู้แทนจำหน่าย Royal Enfield ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

    Guerrilla 450 APEX: โรดสเตอร์สายสปอร์ตที่พร้อมปลุกทุกสัญชาตญาณแห่งการขับขี่

    Royal Enfield ยกระดับ Guerrilla 450 รุ่นปี 2026 ไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว Guerrilla 450 APEX รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อผู้ขับขี่ที่หลงใหลสมรรถนะบนถนนอย่างแท้จริง

    หัวใจสำคัญของ Guerrilla 450 APEX คือเครื่องยนต์ Sherpa แบบสูบเดี่ยว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 452 ซีซี ซึ่งทำงานร่วมกับเฟรมเหล็กแบบ Twin-Spar ที่ได้รับการออกแบบให้มีความสมดุลสูง มอบกำลังสูงสุด 40 แรงม้า (PS) และแรงบิด 40 นิวตันเมตร ให้การตอบสนองที่ฉับไว สนุก และเร้าใจในทุกจังหวะของการขับขี่

    สำหรับรุ่น APEX ได้รับการปรับบุคลิกให้เน้นการขับขี่บนถนนมากยิ่งขึ้น ผ่านการออกแบบตำแหน่งแฮนด์อะลูมิเนียมใหม่ที่ถูกลดระดับและขยับตำแหน่งไปด้านหน้า เพื่อสร้างท่านั่งแบบโน้มตัว (Forward-Leaning Riding Position) ช่วยเพิ่มการรับรู้การทำงานของล้อหน้า และเสริมความคล่องตัวในการเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ

    อีกหนึ่งการพัฒนาที่โดดเด่น คือการติดตั้งยาง ขนาด 17 นิ้ว รุ่นใหม่ ซึ่งได้รับการออกแบบสำหรับการใช้งานบนถนนในเมืองโดยเฉพาะ พร้อมมอบการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยมทั้งบนพื้นถนนแห้ง พื้นผิวเปียก และสภาพการจราจรในเมือง

    ด้านเทคโนโลยี Guerrilla 450 APEX ยังมาพร้อมระบบ Mode Retention ที่ช่วยจดจำโหมดการขับขี่ล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น Street Mode หรือ Sport Mode แม้หลังดับเครื่องยนต์ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถกลับมาใช้งานในรูปแบบเดิมได้ทันที โดยระบบดังกล่าวได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน Guerrilla 450 รุ่นปี 2026 ทุกรุ่น

    นอกจากนี้ รถยังติดตั้งหน้าจอ Tripper Dash แบบ TFT ทรงกลมขนาด 4 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมระบบนำทางผ่าน Google Maps เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง

    ในด้านการออกแบบ Guerrilla 450 APEX โดดเด่นด้วยรายละเอียดที่สะท้อนบุคลิกสปอร์ตอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นครอบเบาะท้ายทรงสปอร์ต (Rear Seat Cowl) หน้ากากไฟหน้า หน้าสีเดียวกับตัวรถ และชุดกราฟิกใหม่ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้เฉียบคมยิ่งขึ้น

    Royal Enfield Guerrilla 450 APEX สี Black พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยในราคา 159,990 บาท และพร้อมส่งมอบผ่านผู้แทนจำหน่าย Royal Enfield ทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    Goan Classic 350 Purple Haze:

    ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งอิสระผ่านเฉดสีใหม่ เพิ่มเสน่ห์สาย Bobber

    สำหรับประเทศไทย Royal Enfield เปิดตัว Goan Classic 350 สีใหม่ Purple Haze ที่สะท้อนบุคลิกอันโดดเด่นของวัฒนธรรมโบฮีเมียน ด้วยการจับคู่เฉดสีม่วงเข้มกับสีดำอย่างมีเอกลักษณ์

    Goan Classic 350 ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมคัสตอมริมชายฝั่งเมืองโกอา ประเทศอินเดีย ในช่วงทศวรรษ 1970–1980 ซึ่งเป็นยุคที่วัฒนธรรมฮิปปี้ การใช้ชีวิตอย่างอิสระ และงานคัสตอมสไตล์โบฮีเมียนเฟื่องฟูอย่างเต็มที่ Royal Enfield ถ่ายทอดเรื่องราวดังกล่าวผ่านรถจักรยานยนต์สไตล์ Bobber ที่ลดทอนองค์ประกอบให้เหลือเพียงสิ่งจำเป็น พร้อมสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน

    Goan Classic 350 มาพร้อมบังโคลนหน้าและหลังแบบตัดสั้น (Chopped Fenders) แฮนด์ Mid-Ape ยาง Whitewall สะดุดตา ล้อซี่ลวดอะลูมิเนียมแบบ Tubeless ขนาด 19 นิ้วด้านหน้า และ 16 นิ้วด้านหลัง รวมถึงปลายท่อไอเสียแบบ Slashed-Cut ที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ในแบบฉบับรถ Bobber อย่างสมบูรณ์

    หัวใจของรถคือเบาะนั่งเดี่ยวแบบ Floating Seat ที่วางตำแหน่งต่ำ ช่วยเสริมบุคลิกของตัวรถให้โดดเด่น พร้อมรองรับการติดตั้งเบาะผู้ซ้อนเพิ่มเติมได้อย่างง่ายดาย ทำให้สามารถสลับการใช้งานระหว่างรถ Bobber แบบเดี่ยว และการเดินทางพร้อมผู้ซ้อนได้อย่างสะดวก

    Goan Classic 350 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สูบเดี่ยว ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน ขนาด 349 ซีซี ส่งกำลังผ่านเกียร์ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 20.2 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที และแรงบิด 27 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ถ่ายทอดบุคลิกการขับขี่ที่นุ่มนวล ผ่อนคลาย และเหมาะสำหรับการเดินทางในทุกโอกาส

    โครงสร้างตัวรถใช้เฟรมเหล็กแบบ Twin Downtube Spine พร้อมโช้กหน้า Telescopic ขนาด 41 มิลลิเมตร และโช้กหลังคู่ เสริมความมั่นคงในการขับขี่ ขณะที่ระบบเบรกดิสก์หน้า 300 มิลลิเมตร ดิสก์หลัง 270 มิลลิเมตร พร้อมระบบ ABS แบบ Dual Channel ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง

    แม้จะโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค แต่ Goan Classic 350 ยังมาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟ LED รอบคัน ชุดสวิตช์อะลูมิเนียม ตำแหน่งแสดงเกียร์ ช่องชาร์จ USB Type-C และชุดนำทาง Tripper Navigation Pod

    Royal Enfield Goan Classic 350 สี Purple Haze พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยในราคา 172,900 บาท และพร้อมให้ผู้สนใจเป็นเจ้าของผ่านผู้แทนจำหน่าย Royal Enfield ทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    คุณ มาโนจ กาจาร์ลาวาร์ (Manoj Gajarlawar) หัวหน้าธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Business Head, Asia Pacific) ของ Royal Enfield กล่าวว่า “ที่ Royal Enfield เราเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าผู้ขับขี่คือหัวใจสำคัญของทุกสิ่ง เราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ในทุกระดับประสบการณ์

    Bullet 650 คือการสืบสานตำนานอันทรงคุณค่าของ Royal Enfield ผ่านการหลอมรวมมรดกแห่งการออกแบบจากอังกฤษเข้ากับจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของอินเดียได้อย่างลงตัว ขณะที่ Guerrilla 450 APEX รุ่นปี 2026 ได้ต่อยอดแนวคิดของโรดสเตอร์สำหรับการใช้งานบนท้องถนน ด้วยท่านั่งที่สปอร์ตยิ่งขึ้นและสมรรถนะที่ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเร้าใจ ส่วน Goan Classic 350 คือการถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และการแสดงออกถึงตัวตน ผ่านรถจักรยานยนต์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์คัสตอมอันผ่อนคลายได้อย่างมีเสน่ห์ เรามั่นใจว่ารถจักรยานยนต์ทั้งสามรุ่นนี้จะสามารถตอบโจทย์ผู้ขับขี่ชาวไทยที่มีสไตล์และความหลงใหลแตกต่างกัน พร้อมร่วมออกเดินทางและสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ไปกับพวกเขาในทุกเส้นทาง”

    มั่นใจทุกการเดินทาง ด้วยมาตรฐานการดูแลจาก Royal Enfield

    เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ชาวไทย Royal Enfield มอบการรับประกันคุณภาพรถจักรยานยนต์ทั้งสามรุ่นเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการ Roadside Assistance นาน 3 ปี เพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือในทุกการเดินทาง

    เจ้าของรถยังสามารถเลือกตกแต่งรถเพิ่มเติมด้วยอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก Royal Enfield (Genuine Motorcycle Accessories) ซึ่งได้รับการพัฒนาและรับรองตามมาตรฐานจากโรงงาน เพื่อช่วยเติมเต็มทั้งสไตล์ ความสะดวกสบาย และฟังก์ชันการใช้งานให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ในแบบของตนเอง

    ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือจองทดลองขับได้ที่ผู้แทนจำหน่าย Royal Enfield อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางช่องทางอย่างเป็นทางการของ Royal Enfield Thailand

    Facebook: Royal Enfield Thailand | Instagram: Royal Enfield Thailand
    TikTok: Royal Enfield Thailand YouTube: Royal Enfield Thailand

    #Bullet650 #Guerrilla450APEX #GoanClassic350 #RoyalEnfield #RoyalEnfieldThailand #PureMotorcycling


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ก้อง-สมเกียรติ” ผนึกกำลัง ฮอนด้า เอชอาร์ซี ซิวอันดับ 1 เซสชั่น 3 และ 4 ช่วงฝนถล่มแทร็ก ลุ้นรักษาแชมป์ ด้าน “ชิพ-นครินทร์” เซตติ้งลงตัว ศึก Suzuka 8 Hours

    1 Min Read

    “ก้อง-สมเกียรติ” ผนึกกำลัง ฮอนด้า เอชอาร์ซี ซิวอันดับ 1 เซสชั่น 3 และ 4 ช่วงฝนถล่มแทร็ก ลุ้นรักษาแชมป์ ด้าน “ชิพ-นครินทร์” เซตติ้งลงตัว ศึก Suzuka 8 Hours

    ทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี เดินหน้าการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันศึกเอฟไอเอ็ม เอ็นดูรานซ์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 ครั้งที่ 47 รายการ Suzuka 8 Hours 2026 อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่สองของการทดสอบรถ ณ สนามซูซูกะ เซอร์กิต เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

    “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยังคงทำการทดสอบรถเป็นวันที่สองร่วมกับทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี บิดรถ Honda CBR1000RR-R หมายเลข 30 โดยการทดสอบภาคเช้าสองเซสชั่นแรกจัดขึ้นในสภาพอากาศแห้งและอุณหภูมิค่อนข้างเย็น การทดสอบเซสชั่นแรกนักบิดทั้งสามคนต่างผลัดกันลงสนามโดย “ก้อง-สมเกียรติ” เป็นผู้ลงสนามทดสอบก่อนจากนั้นจึงเปลี่ยนให้ “ทาคูมิ ทาคาฮาชิ” และ “โจนาธาน เรีย” ลงสนามตามลำดับ โดยทีมสามารถทำเวลาดีที่สุดอยู่ที่ 02:05.600 นาที รั้งอันดับที่ 4

    การทดสอบเซสชั่นที่สอง “ก้อง-สมเกียรติ” รับบทบาทเป็นผู้ลงสนามตลอดทั้งเซสชั่น โดยนักบิดไทยสามารถพัฒนาความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับตัวรถเพิ่มเติม โดยทำเวลาต่อรอบดีที่สุดเป็นสถิติของตัวเองที่ 02:05.598 นาที พาทีมจบด้วยอันดับที่ 3 ในเซสชั่นนี้

    จากนั้นช่วงพักกลางวันก็มีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ในการทดสอบเซสชั่นที่ 3 และ 4 ต้องดำเนินไปภายใต้สภาพแทร็กที่เปียกชื้น ทำให้ทีมเก็บข้อมูลสำคัญพร้อมทำเวลาได้ 02:18.898 กับ 02:18.678 นาที คว้าอันดับ 1 ทั้งสองเซสชั่น

    การทดสอบเซสชั่นสุดท้าย “ก้อง-สมเกียรติ” รับหน้าที่ลงทดสอบเดี่ยวเพื่อสร้างความคุ้นเคยและพัฒนาเวลาโดยนักบิดไทยทำเวลาดีที่สุดได้ 02:19.377 นาที รั้งอยู่อันดับที่ 5 เป็นการปิดท้าย โดยเจ้าตัวกล่าวถึงการทดสอบวันที่สองว่า

    “ผมพอใจกับผลงานของวันนี้ครับ เวลาต่อรอบที่ดีที่สุดของผมในช่วงเช้าที่ขี่บนสนามแห้งดีขึ้นจากเดิมประมาณครึ่งวินาที นอกจากนี้เรายังได้ทดลองวิ่งระยะยาว (Long Run) และจังหวะการขี่ของผมก็ค่อนข้างดี ช่วงบ่ายฝนเริ่มตก และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ขี่รถแข่งบนสนามซูซูกะในสภาพแทร็กเปียก ช่วงแรกค่อนข้างยากสำหรับผม ดังนั้นผมจึงพยายามลงขี่ให้มากที่สุด เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจความรู้สึกของรถแข่งและยาง ผมติดตามชมการแข่งขันนี้ทุกปี ผมเคยคิดอยู่เสมอว่าสักวันหนึ่งอยากมีโอกาสลงแข่งขันที่นี่ และตอนนี้โอกาสนั้นก็มาถึงแล้ว”

    ด้าน “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ลงบิด Honda CBR1000RR-R หมายเลข 88 ร่วมกับ “ไครุล อิดฮัม ปาวี” นักแข่งจากประเทศมาเลเซียและ “อาเดนันตา ปุตรา” นักแข่งจากประเทศอินโดนีเซีย ลงสนามทดสอบเป็นวันที่สองเช่นกัน โดยทีมฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม เน้นเรื่องความคุ้นเคยและปรับเซตติ้งรถ เพื่อให้นักบิดทั้งสามคนพร้อมสร้างผลงานในการแข่งขันให้ดีที่สุดตามเป้าหมายของทีม

    การแข่งขันรายการ โคคา-โคล่า ซูซูกะ เอท อาวเวอร์ส เอ็นดูรานซ์  โรด เรซ จะทำการแข่งขันกันในวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2026 เวลา 09.30 น. ถึง 17.30 น.

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #HondaBigBike #CBR1000RRRFIREBLADESP #CBR1000RRR #ExcitesTheWorld #HRCwithJapanPost #HRC #Suzuka8H


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ฉลอง ครบรอบ 15 ปีแห่งความร่วมมือ พร้อมส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport

    1 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ฉลอง ครบรอบ 15 ปีแห่งความร่วมมือ พร้อมส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมกับบริษัท โอเรียนเต็ลทรานซ์ แอนด์ คาร์เซอร์วิซ จำกัด ส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport ให้แก่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปีแห่งความร่วมมือ พิธีส่งมอบในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากคุณริตู ชานดี รองประธานอาวุโสฝ่ายขาย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลางและแอฟริกา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เข้าร่วมด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของก้าวที่สำคัญครั้งนี้ในระดับสูงสุดขององค์กรระดับโลก

    นับตั้งแต่ปี 2554 รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นรถลีมูซีนสำหรับให้บริการของโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก มาโดยตลอด สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันยั่งยืนที่เชื่อมด้วยคุณค่าที่มีร่วมกัน ทั้งในด้านความเป็นเลิศ ความไว้วางใจ และความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์อันดีเยี่ยมให้แก่แขกผู้เข้าพัก ความร่วมมือดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและมีจุดมุ่งหมายชัดเจนตลอดระยะเวลาสิบห้าปี อันเป็นเครื่องสะท้อนถึงความไว้วางใจอันลึกซึ้งระหว่างทั้งสององค์กร การสานต่อด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport จึงยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่ทั้งสองฝ่ายยังคงมอบให้แก่กัน รวมถึงความเชื่อร่วมกันว่าทุกองค์ประกอบของการเดินทางของแขกผู้เข้าพักสมควรได้รับการตอบสนองด้วยมาตรฐานสูงสุด ทั้งในด้านความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และการดูแลเอาใจใส่อย่างไม่มีข้อยกเว้น

    รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport ที่ส่งมอบให้แก่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ในครั้งนี้ ได้รับการประกอบในประเทศไทยที่โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จังหวัดระยอง สะท้อนถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์เชิงกลยุทธ์ของภูมิภาคอาเซียน ยนตรกรรมคันนี้พร้อมให้บริการ ณ หนึ่งในที่พักอันทรงเกียรติที่สุดของกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ของพระตำหนักเดิมบนถนนวิทยุ ใจกลางย่านสถานทูตของกรุงเทพฯ โรงแรมระดับห้าดาวแห่งนี้ให้บริการห้องพักและห้องสวีทที่ตกแต่งอย่างสง่างาม ร้านอาหารชั้นเลิศที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ และสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Royal Club พร้อมการเชื่อมต่อที่สะดวกสบายสู่แหล่งธุรกิจ ช้อปปิ้ง และสถานที่ไลฟ์สไตล์สำคัญต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ผ่านระบบรถไฟฟ้า BTS และ MRT

    มร. แบลร์ ฟาวเลอร์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กล่าวว่า “การก้าวสู่ครบรอบ 15 ปีแห่งความร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยูในครั้งนี้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ค่านิยมที่สอดคล้องกัน และความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจให้กับแขกของเรา ด้วยความสะดวกสบายและความสง่างามที่แขกของเราคาดหวังมาโดยตลอด ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการมอบสิ่งที่ดีที่สุดในด้านการบริการต้อนรับระดับหรูอย่างแท้จริง”

    คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “15 ปี ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าภาคภูมิใจในทุกความร่วมมือ และเป็นเครื่องยืนยันถึงสิ่งที่เป็นไปได้เมื่อทั้งสององค์กรมีมาตรฐานและจุดมุ่งหมายเดียวกัน   ความร่วมมือครั้งนี้มีความหมายมากกว่าเรื่องของยานยนต์ แต่คือการนำเทคโนโลยีของเราไปมีบทบาทที่มีความหมายในทุกการเดินทางของผู้ที่ให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด และในโอกาสเฉลิมฉลองที่สำคัญในครั้งนี้ เราได้รับเกียรติจากคุุณริตู ชานดี รองประธานอาวุโสฝ่ายขาย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลางและแอฟริกา เข้าร่วมในการส่งมอบดังกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของความร่วมมือระดับโลกที่เราร่วมสร้างกันมาอย่างยาวนาน เราหวังที่จะสานต่อความร่วมมือนี้ด้วยความมุ่งมั่นเช่นเดิมที่ได้กำหนดนิยามของความสัมพันธ์นี้มาตั้งแต่ต้น”

    ปัจจุบัน รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport พร้อมให้บริการแก่แขกผู้เข้าพักของโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก แล้วทั้งบริการรับส่งสนามบินและการเดินทางในเมือง สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานความเป็นเลิศระดับเดียวกับที่โรงแรมได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • รถจักรยานยนต์ฮอนด้า จับมือ What The Duck ระเบิดความมันส์กับ “Scoopy School Tour” ประเดิม 2 โรงเรียนแรก ยกทัพศิลปินดังเสิร์ฟความสนุก เตรียมบุกโรงเรียนทั่วประเทศ

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า จับมือ What The Duck ระเบิดความมันส์กับ “Scoopy School Tour” ประเดิม 2 โรงเรียนแรก ยกทัพศิลปินดังเสิร์ฟความสนุก เตรียมบุกโรงเรียนทั่วประเทศ

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า จับมือค่ายเพลง What The Duck สร้างปรากฏการณ์ความสนุกครั้งใหม่กับกิจกรรม “Scoopy School Tour” ยกทัพศิลปินชื่อดังบุกเสิร์ฟมินิคอนเสิร์ตและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟถึงรั้วโรงเรียน เปิดพื้นที่ให้น้อง ๆ  Gen ใหม่ ได้สนุกกับเสียงดนตรีอย่างใกล้ชิด พร้อมสัมผัสไลฟ์สไตล์ของรถจักรยานยนต์ New Honda Scoopy ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยประเดิม 2 โรงเรียนแรก ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดด่านสำโรง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 และ โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักจากนักเรียนที่มาร่วมสนุกกันอย่างล้นหลาม

    ความพิเศษของกิจกรรมครั้งนี้คือการขนทัพศิลปินจาก What The Duck มาร่วมมอบความสุขแบบใกล้ชิด อาทิ BOWKYLION, Pae Arak, MIRRR, loserpop, Newery, VVV และ MuTE. ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นเวทีในแต่ละโรงเรียน พร้อมขนเพลงฮิตมาชวนทุกคนร้อง เต้น และปล่อยพลังความสนุกไปด้วยกันแบบสุดเสียง เติมบรรยากาศความเป็น Scoopy Gang ให้เหล่าน้องๆ Gen ใหม่ ได้ออกมาสนุก ใช้เวลาร่วมกับแก๊งเพื่อน และสร้างสีสันในแบบของตัวเองตลอดทั้งกิจกรรม

    นอกจากเสียงเพลงและความสนุกบนเวทีแล้ว ฮอนด้ายังขนกิจกรรมสุดคิวต์ในสไตล์ New Honda Scoopy มาเติมสีสันให้น้อง ๆ ได้เอ็นจอยกันแบบไม่มีพัก ทั้ง Scoopy Gang Photo Booth ที่ชวนแก๊งเพื่อนมาเก็บโมเมนต์สุดคูล Honda Riding Trainer (RT) เครื่องจำลองการขับขี่รถจักรยานยนต์เสมือนจริงให้ได้ลองฝึกทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัย เกม Time Stop Challenge ชวนประชันความแม่นยำ พร้อมกิจกรรมรับผ้าโพกหัวสุดคิวต์และของรางวัลสุดพิเศษจาก Scoopy รวมถึงการทดลองขับ Moto Compacto สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า พร้อมกิจกรรมเสริมทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัยและการสวมหมวกกันน็อกที่ถูกต้อง ภายใต้โครงการ ‘ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย’ ที่ชวนให้น้อง ๆ สนุกและได้ความรู้ไปพร้อมกัน

    ความสนุกของ Scoopy School Tour ยังไม่จบแค่นี้ หลังจากสร้างความประทับใจให้กับน้อง ๆ ทั้ง 2 โรงเรียนแรกแล้ว ฮอนด้าเตรียมยกความสนุกไปเสิร์ฟต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ปทุมธานี ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พร้อมกิจกรรมสุดคิวต์และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินที่จะมาสร้างสีสันถึงรั้วโรงเรียน ส่วนโรงเรียนต่อไปจะเป็นที่ไหน และศิลปินคนใดจะมาร่วมสร้างความสนุก รอติดตามได้ทางเฟสบุ๊กเพจ Honda Motorcycle Thailand

     

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง เพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
    เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #ScoopySchoolTour #ScoopyGang  #แก๊งเจนใหม่ไปให้สุดเทรนด์ #HondaSCOOPY#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยามาฮ่าส่งมอบรางวัล Yamaha PG-1 ให้ผู้โชคดีจากแคมเปญ “อะไหล่แท้แจกจริงปี 14” จับรางวัลครั้งที่ 1

    1 Min Read

    ยามาฮ่าส่งมอบรางวัล Yamaha PG-1 ให้ผู้โชคดีจากแคมเปญ “อะไหล่แท้แจกจริงปี 14” จับรางวัลครั้งที่ 1

    นายนยศ วิสุทธิสังวร ผู้จัดการ 2 แผนกวางแผนอะไหล่ และส่งเสริมการขาย พร้อมด้วยทีมบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมส่งมอบรถจักรยานยนต์ Yamaha PG-1 มูลค่า 57,500 บาท ให้แก่ นางกฤติภรณ์ คล้ายเข็ม เจ้าของร้านซ่อมอิสระอ้วนเซอร์วิส จังหวัดกาญจนบุรี ผู้โชคดีจากแคมเปญ “อะไหล่แท้แจกจริงปี 14” จับรางวัลครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

    โดยการส่งมอบรางวัลในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหาร ร้านยามาฮ่าสแควร์ วรรธนะวุฒิ จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมเป็นสักขีพยาน และแสดงความยินดีกับผู้โชคดี โดยแคมเปญ “อะไหล่แท้แจกจริงปี 14” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ร้านซ่อมจักรยานยนต์อิสระเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ YAMALUBE และอะไหล่แท้จากยามาฮ่าในการให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่น และไว้วางใจจากผู้ใช้งานในการใช้อะไหล่แท้ที่ได้คุณภาพจากยามาฮ่า พร้อมมอบสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่จากยามาฮ่า

    โดยการจับรางวัลแคมเปญ “อะไหล่แท้แจกจริงปี 14” ยังมีการมอบรางวัลอีก 2 ครั้ง ได้แก่การจับรางวัลครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายน และการจับรางวัลครั้งที่ 3 ในเดือนธันวาคม 2569

    สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/Yamaha-Promotion-SparePart2026 หรือ LINE OA : https://lin.ee/OlsaYs1

    #Yamaha #ยามาฮ่า #YamahaSpareParts #อะไหล่แท้แจกจริงปี14 #อย่ามาอะไรก็ได้ถ้าไม่ใช้ยามาลู้ป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • TAJA จับมือ Revival Car Party ยึดคอนเซปต์สุดมันส์ “รถไม่แรง…ก็รับถ้วยได้” เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสายยานยนต์ ฝึกทักษะ Gymkhana ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์

    1 Min Read

    TAJA จับมือ Revival Car Party ยึดคอนเซปต์สุดมันส์ “รถไม่แรง…ก็รับถ้วยได้” เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสายยานยนต์ ฝึกทักษะ Gymkhana ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์

     

    สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) นำทีมสมาชิกและสื่อมวลชนสายยานยนต์ เข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “TAJA X Revival Car Party” ภายใต้คอนเซปต์โดนใจคนรักความเร็ว “รถไม่แรง…ก็รับถ้วยได้” ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการกระชับมิตรภาพและพัฒนาทักษะการขับขี่สไตล์ Gymkhana

    กิจกรรมครั้งนี้ TAJA ได้รับเกียรติจากคณะผู้จัดงาน Revival Car Party เปิดโอกาสให้สมาชิกสมาคมฯ ได้เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ และฝึกฝนทักษะการขับขี่ในรูปแบบ Gymkhana บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักของกลุ่มคาร์คลับที่หลงใหลในเสน่ห์ของรถคลาสสิค, รถเรโทร และคนรักรถหลากหลายรูปแบบ ที่ไม่เพียงแต่มาร่วมพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียในการตกแต่งรถคันรัก แต่ยังร่วมสนุกกับการแข่งขันในรูปแบบ Time Attack x Gymkhana อีกด้วย

    อรรณัส นายเรือ ผู้จัดกิจกรรม Revival Car Party เปิดเผยถึงที่มาของกิจกรรมรูปแบบนี้ว่า “ปกติแล้วกลุ่มของพวกเราจัดงานให้กับกิจกรรม Chang Classic Car Revival เป็นประจำทุกปี ซึ่งภายในงานมีการแข่งขันรถยนต์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การแข่งขันแดร็ก (Drag), เซอร์กิต (Circuit) และจิมคาน่า (Gymkhana) แต่ในระยะหลังมานี้ การแข่งขันจิมคาน่าเริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นในงาน Chang Classic Car Revival

    ทีมงานจึงมาคิดกันว่า ในช่วงเวลาว่างก่อนจะถึงงานใหญ่ช่วงสิ้นปี เราน่าจะมารวมตัวกัน จึงเกิดเป็นกิจกรรมที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์ แห่งนี้ แทนที่จะนัดปาร์ตี้กันเฉยๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นการวิ่งรถในแทร็ค
    ปีนี้เราตั้งเป้าจัดกิจกรรมทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 และยังเหลือให้ได้ร่วมสนุกอีก 1 สนาม โดยคอนเซปต์หลักของเราคือ ไม่เน้นการแข่งขันที่เคร่งเครียด แต่เน้นมาพบปะ พูดคุย สนุกสนาน และให้
    ทุกคนได้มาวิ่งรถเล่นกัน”

    ลิขิต น้าประเสริฐ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) กล่าวถึงการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ว่า “ได้เห็นบรรยากาศกิจกรรม Revival Car Party แล้วรู้สึกคึกคักมาก มีรถแต่งหลากหลายสไตล์ที่มารวมตัวกัน เหมาะกับคนรักรถ ได้มาดูรถคลาสสิค, รถเรโทร พารถคันรักมาวิ่งสนุกๆ ในวันหยุด ซึ่งงานนี้สมาคมฯ นำสมาชิกสื่อมวลชนสายยานยนต์เข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “TAJA X Revival Car Party”

    สมาคมฯ ขอขอบคุณทีมงานผู้จัดที่ให้เราเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราได้จัดกิจกรรมในลักษณะนี้ร่วมกัน และผลลัพธ์ที่ออกมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากครับ”

    สำหรับการแข่งขัน “TAJA X Revival Car Party” สมาชิกสมาคมฯ ที่ทำเวลาได้ดีที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

    อันดับที่ 1: ธนสาร เสาวมล สังกัด นิตยสาร “ฟอร์มูลา”

    อันดับที่ 2: นวพรรษ อำไพวัน สังกัด เว็บไซต์ www.kumperod.com

    อันดับที่ 3: อัฐฒา นายเรือ สังกัด รายการออนไลน์ Safe Save Drive & LIFESTYLE224

    กิจกรรม TAJA X Revival Car Party ในสนามนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความสนุกสนานและรอยยิ้มให้กับผู้เข้าร่วมงาน และยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยเสริมสร้างทักษะการควบคุมรถอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ข้อเสนอเร้าใจ ดีล FAST ขับสบายมั่นใจยาวๆ” ที่บูธโตโยต้า ในงาน “FAST AUTO SHOW THAILAND 2026” 1 – 5 กรกฏาคม นี้ ที่ไบเทค บางนา

    1 Min Read

    “ข้อเสนอเร้าใจ ดีล FAST ขับสบายมั่นใจยาวๆ” ที่บูธโตโยต้า ในงาน “FAST AUTO SHOW THAILAND 2026” 1 – 5 กรกฏาคม นี้ ที่ไบเทค บางนา

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมแสดงรถในงาน “FAST AUTO SHOW THAILAND 2026” นำเสนอยนตรกรรมโตโยต้ายอดนิยม รถตกแต่งพิเศษหลากหลายรุ่น และมีให้ทดลองขับภายในงาน พิเศษสุด! ! “ดีล FAST ขับสบายมั่นใจยาวๆ” ภายใต้แคมเปญ “โตโยต้า ฟูลฟิล ดีลสุดคุ้ม ” สำหรับลูกค้าที่จองรถโตโยต้าภายในงาน ที่บูธโตโยต้า (บูธ A1) ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 1-5 กรกฏาคม 2569 และที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดทัพขบวนรถยนต์โตโยต้าหลากหลายรุ่น และรุ่นแต่งพิเศษ มาให้ทุกท่านได้สัมผัสกันภายในงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้อย่างครบถ้วน รวมถึงข้อเสนอสุดเร้าใจ พบกับ รถยนต์ SUV นำโดย bZ4X / COROLLA CROSS / YARIS CROSS รถยนต์นั่งซีดาน CAMRY รถยนต์เพื่อการพาณิชย์หลากหลายรุ่น HILUX CHAMP / HILUX REVO / FORTUNER LEADER S / LAND CRUISER FJ น้องใหม่มาแรง และรถยนต์ยอดนิยม อย่าง YARIS ATIV HEV / YARIS

    โปรแรงกลางปี! ออกรถโตโยต้าวันนี้ รับความคุ้มค่าจัดเต็ม “โตโยต้า ฟูลฟิล ดีลสุดคุ้ม”

    โตโยต้าเสิร์ฟโปรโมชันเด็ดช่วงกลางปี ฟูลฟิลให้คนไทยออกรถง่าย มูลค่ารวมกว่า 470 ล้านบาท ภายใต้แคมเปญ “โตโยต้า ฟูลฟิล ดีลสุดคุ้ม” กับข้อเสนอพิเศษ ถึง 2 ต่อ

    คุ้มต่อ 1 แค่สแกนเลือกรับเลย! บัตรกำนัลส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท หรือ  ส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.4%
    คุ้มต่อ 2 จองใน 7 วัน ลุ้นรับเพิ่มทุกสัปดาห์ บัตรกำนัลส่วนลดรถยนต์ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าน้ำมัน/ค่าชาร์จไฟสูงสุด 100,000 บาท 

    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.toyota.co.th/midyear2026

    TOYOTA ACCESSORIES ครบทุกสไตล์ มั่นใจทุกการใช้งาน มาตรฐานโตโยต้า

    เปิดมิติใหม่ของการแต่งรถด้วยอุปกรณ์ตกแต่งที่ออกแบบภายใต้มาตรฐานโตโยต้า ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ทั้งดีไซน์ที่เข้ากับตัวรถ สะท้อนความเป็นตัวคุณ โดนเด่นแบบมีเอกลักษณ์ มาพร้อมการควบคุมคุณภาพที่ไว้ใจได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือโลดแล่นสู่เส้นทางไกล และอุปกรณ์ตกแต่งโตโยต้ามาพร้อมการรับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม.1 ให้ทุกเส้นทางเต็มไปด้วยความสบายใจตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้ง

    1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Charismo Luxe รุ่น Camry

    “เผยตัวตนสปอร์ต…ที่มาพร้อมความเหนือระดับ” ราคาทั้งชุด 29,990 บาท3

    1. สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา     7,500 บาท
    2. ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา     9,890 บาท
    3. สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา     6,700 บาท
    4. สปอยเลอร์หลัง ราคา     5,900 บาท
    1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Lusso รุ่น Yaris

    “สายแต่งดีไซน์สปอร์ต เหมาะสำหรับคนที่ชอบความโดดเด่นและลงตัว” ราคาทั้งชุด 19,990 บาท3

    1. สเกิร์ตกันชนหน้าราคา     4,240   บาท
    2. สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา     5,150   บาท
    3. ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา     6,200   บาท
    4. สปอยเลอร์หลังคา ราคา     4,400   บาท
    1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Charismo Drift รุ่น Yaris Ativ

    “ตกแต่งอย่างมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์” ราคาทั้งชุด 19,990 บาท3

    1. สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา     4,600  บาท
    2. ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา     6,500  บาท
    3. สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา     4,600  บาท
    4. สปอยเลอร์หลัง ราคา     4,290  บาท
    1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Charismo Rock รุ่น Hilux Travo prerunner

    “ตกแต่งอย่างมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์” สู่อีกขั้นของภาพลักษณ์ออฟโรดที่ไม่ซ้ำใคร

    ราคาทั้งชุด 13,000 บาท ลดเหลือ 9,999 บาท

    1. ชุดตกแต่งกันชนหน้า คาริสโม่ ราคา 6,000 บาท
    2. คิ้วตกแต่งฝากระโปรงด้านข้าง ราคา 1,600 บาท .
    3. คิ้วกันกระแทกประตู (ใหญ่) D-CAB ราคา 3,500 บาท
    4. สปอยเลอร์ท้ายกระบะ ราคา 1,900 บาท
    1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Drift package รุ่น Hilux Revo Z-Edition

    “ตกแต่งสไตล์สปอร์ตเรซซิ่ง โดนใจวัยรุ่นสายซิ่งและผู้ที่ชื่นชอบการแต่งแนวสปอร์ตจัดเต็ม”

    ราคา 13,100 บาท 

    อุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้า (TGA)

    1. ชุดแต่งบันไดข้าง D-CAB ราคา 7,600 บาท

    อุปกรณ์ตกแต่งจากพันธมิตร (แบรนด์ AZZY)

    1. สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา 5,500 บาท
    1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Unbound Explore รุ่น Land Cruiser FJ

    “เพราะชีวิต ต้องลุยนอกกรอบที่คุ้นเคย” ราคา 32,450 บาท ลดเหลือ 25,960 บาท 

    1. แผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง ARB ราคา 8,500   บาท
    2. สน็อกเกิล ราคา 15,600 บาท
    3. ชุดบังโคลนล้อ ราคา 8,350 บาท

    มั่นใจทุกเส้นทาง บริการครบวงจรกับโซน “TOYOTA TRUSTED SERVICES” เพื่อความสบายใจสูงสุดในการใช้รถ

    T-Connect” แอปพลิเคชันที่ช่วยให้ทุกประสบการณ์การใช้รถโตโยต้าเป็นเรื่องง่าย ครบทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง

    เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน T-Connect และลงทะเบียนข้อมูลรถยนต์ ก็สามารถเชื่อมต่อบริการระหว่างโตโยต้าและลูกค้าได้ทันที ผ่านเทคโนโลยี Connected ที่ช่วยให้คุณใช้งานรถได้อย่างอุ่นใจและปลอดภัยในทุกการเดินทาง ด้วยบริการด้านความปลอดภัย (Safety Services) อาทิ Find My Car บริการค้นหาตำแหน่งรถ หมดกังวลเรื่องรถหาย และ SOS ที่พร้อมประสานงานให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และอีกกว่า 20 บริการ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ … www.t-connect.in.th/T-connect.aspx

    พิเศษ! เมื่อจองรถและลงทะเบียนแอป T-Connect ภายในงาน รับบัตรสตาร์บัคส์มูลค่า 100 บาท

    “KINTO” คินโตะ มีรถใช้ไม่ต้องซื้อ ทางเลือกการบริการเพื่อความสบายใจในการใช้รถ จ่ายรายเดือนราคาเดียว ครอบคลุมทุกการบริการแบบครบวงจร ทั้งค่าใช้ค่าเรื่องการบำรุงรักษา อะไหล่ ยาง และแบตเตอรี่ ประกันภัยชั้น 1 พรบ. ภาษี ต่อให้แบบอัตโนมัติทุกปี หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแฝง ตอบโจทย์ทั้งรูปแบบบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล พร้อมรถยนต์ให้เลือกหลากหลายรุ่น สามารถเลือกรูปแบบการใช้งานระยะสั้น หรือระยะยาว ตั้งแต่ 1 – 7 ปี สมัครบริการวันนี้พร้อมสิทธิพิเศษ ผ่านช่องทางออนไลน์ ง่าย อนุมัติไว

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kinto-th.com

    พิเศษ! สมัครบริการ KINTO ONE วันนี้ รับบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท สำหรับ Yaris ATIV และ Land Cruiser FJ และสำหรับ bZ4X รับ EV Charging Credit มูลค่า 10,000 บาท สำหรับรถยนต์โตโยต้ารุ่นอื่น ๆ รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท โดยรับสิทธิ์หลังรับมอบรถ

     

    เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้ายอดนิยมหลากหลายรุ่น พร้อมรับ ข้อเสนอเร้าใจ FAST สุดทุกดีลในงาน “FAST AUTO SHOW THAILAND 2026” ระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569 ณ บูธ A1 ฮอลล์ EH 102-103 ไบเทค บางนาและที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • อีซูซุ ตอกย้ำแนวคิด “คุ้มค่า…ฝ่าทุกวิกฤต” จัดเต็มครบทุกไลน์อัพ ทางเลือกแห่งความคุ้มค่า ในงาน FAST Auto Show Thailand 2026

    3 Min Read

    อีซูซุ ตอกย้ำแนวคิด “คุ้มค่า…ฝ่าทุกวิกฤต” จัดเต็มครบทุกไลน์อัพ ทางเลือกแห่งความคุ้มค่า ในงาน FAST Auto Show Thailand 2026

    “อีซูซุ” สะท้อนภาพลักษณ์ “Isuzu Trusted Buddy” อีซูซุเคียงข้างคุณ…เคียงคู่ไทย นำยนตรกรรมแห่งความคุ้มค่า 10 คันครบทุกไลน์อัพ ทั้งรถมาตรฐานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และรถตกแต่งพิเศษที่พร้อมสะกดทุกสายตา จัดแสดงในงาน “FAST Auto Show Thailand 2026” พร้อมมอบข้อเสนอสุดเร้าใจและสิทธิประโยชน์แบบจัดเต็ม เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของรถอีซูซุได้ง่ายขึ้น พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่า ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2569

    อีซูซุพร้อมเดินหน้าเคียงข้างคนไทยภายใต้คอนเซปต์ “อีซูซุคุ้มค่า…ฝ่าทุกวิกฤต”  เพื่อนำเสนอยนตรกรรมที่ส่งมอบความคุ้มค่าขั้นสุดในทุกมิติ ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน เพื่อช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นทุกวิกฤตเศรษฐกิจไปได้ ด้วยจุดแข็งของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 2.2 และ 3.0 Ddi MAXFORCE ที่ไม่เพียงขับสนุกและแรงเท่านั้น แต่ยังผ่านมาตรฐานยูโร 5 และรองรับน้ำมัน B20 ในทุกรุ่น ช่วยประหยัดพลังงาน และลดต้นทุนในระยะยาวได้อย่างตรงจุด มั่นใจได้ในคุณภาพการผลิตมาตรฐานญี่ปุ่น “ทนทาน แข็งแกร่ง ไว้ใจได้” ที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน อุ่นใจกับระบบหลังการขายด้วยเครือศูนย์บริการครอบคลุม 330 สาขาทั่วประเทศ  ราคาขายต่อดี คุ้มค่าด้วยศักยภาพของแบรนด์ที่ทุกคนเชื่อมั่น

    มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุยังคงเดินหน้าตอกย้ำการเป็นเพื่อนคู่คิดที่ทุกคนไว้วางใจด้วยการขนทัพยนตรกรรมคุณภาพมาจัดแสดงรวม 10 คัน มีครบทั้งรถรุ่นมาตรฐานและรถตกแต่งพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถ ทั้งสายลุยออฟโรด สายท่องเที่ยว หรือกลุ่มธุรกิจที่มองหารถสร้างรายได้ โดยเป็นรถที่ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศสูงกว่า 90% สนับสนุนให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ อีซูซุยังได้จัดเตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษเพื่อแทนคำขอบคุณ และเชิญชวนให้ทุกท่านมาสัมผัส “ความคุ้มค่าที่แท้จริง” ด้วยตัวเองที่บูธอีซูซุ”

     

    อีซูซุรุ่นมาตรฐาน จำนวน 5 คัน

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD 3.0 Ddi MAXFORCE รุ่น RS สี Eiger Gray Opaque ที่สุดแห่งยนตรกรรมอเนกประสงค์สปอร์ตพรีเมียมขับเคลื่อน 4 ล้อทะยานข้ามทุกขีดจำกัดด้วยเครื่องยนต์ 0 Ddi MAXFORCE 190 แรงม้า ลุยฝ่าทุกอุปสรรคด้วยระบบ Terrain Command และ Rough Terrain Mode พร้อมความมั่นใจทุกการเข้าโค้งด้วย โช้กอัพใหม่! STIFF FLEX ดีไซน์สปอร์ตด้วยเส้นสาย Embrace Line โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Black Diamond Grille พร้อมสัญลักษณ์ RS รับกับไฟหน้าและไฟท้าย Dynamic Blade ดุดันขั้นสุดด้วยกันชนหน้าสไตล์ Fighter Jet พร้อม Air Curtain เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ เสริมความเท่ด้วย Fender Garnish สีดำ และล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาด 20 นิ้ว ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายด้วยเบาะ COOLMAX โอบรับสรีระ โดดเด่นด้วยการตกแต่งสัญลักษณ์ RS สี Lime Green หน้าจอสัมผัส 9 นิ้ว พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto มั่นใจด้วยพวงมาลัยไฟฟ้าและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ที่ทำงานผสานกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา พร้อมกล้องมองหลังที่มีเส้นกะระยะ Dynamic Guideline

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น ELEGANT สี Dolomite White Pearl ยนตร-กรรมอเนกประสงค์ดีไซน์สปอร์ตหรู สะท้อนความโอ่อ่าหรูหราในทุกมิติ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีเทาดำสลับ Titanium Carbide รับกับกันชนหน้าสีทูโทน และไฟหน้า Bi-Beam LED Projector ดีไซน์ Dynamic Blade ลงตัวกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ภายในกว้างขวางพรีเมียม ตกแต่งคอนโซลและแผงประตูด้วย Titanium Gray Metallic และสี Piano Black นั่งสบายเหนือระดับด้วยเบาะ COOLMAX โทนสีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ TRUFFLE BROWN ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Rev Tronic พร้อมเพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วยระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย นุ่มนวลและมั่นใจทุกจังหวะเข้าโค้งด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือนและการโคลงของตัวรถ พร้อมยกระดับความปลอดภัยไปอีกขั้นด้วย ใหม่! ระบบช่วยเหลือ ผู้ขับขี่ ADAS ที่ทำงานผสานกับกล้องหน้าคู่ เรดาร์ 2 จุด และเซนเซอร์ 8 จุดรอบคัน

    • ใหม่! ISUZU X-SERIES รุ่น HI-LANDER  “2 HOT 2 HANDLE” 2.2 Ddi MAXFORCE สี Bavarian Black Mica ปิกอัพสปอร์ตยกสูงดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยว ทะยานแรงไปกับครั้งแรกของขุมพลังใหม่! 2 Ddi MAXFORCE ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้าตอบสนองความเร้าใจทุกอัตราเร่งด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมโหมด Rev Tronic ใหม่! และเพิ่มความสนุกในการขับขี่ไปอีกขั้นด้วยระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย โดดเด่นสะกดทุกสายตากับชุดแต่ง The X Package ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ดุดันด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer โทนเข้มตัดขอบแดง Garnet Red รับกับไฟหน้าดีไซน์พิเศษที่แทรกเส้นสาย Stylish Red Line สุดโฉบเฉี่ยว และไฟท้าย LED แบบ CLEAR LENS เสริมความสปอร์ตขั้นสุดด้วยกันชนหน้า-หลังสีเดียวกับตัวรถสติกเกอร์คาดหน้า-หลังลาย และล้ออัลลอยสี Gloss Black ขนาด 18 นิ้ว ภายในห้องโดยสารยกระดับความพรีเมียมด้วยคอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งด้วยสีเทาเข้มและ Piano Black นั่งสบายด้วยเบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX สีดำ พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนัง และเติมเต็มความสะดวกสบายด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว

    • ใหม่! ISUZU D-MAX CAB4 “THE ONE & ONLY” 2.2 Ddi MAXFORCE เกรด L เกียร์อัตโนมัติ สี Bohemian Silver Metallic ปิกอัพดีไซน์เท่ แกร่งทุกมุมมอง เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และโหมด Rev Tronic โดดเด่นสะกดสายตาด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียม–เงินเมทัลลิก ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟท้าย LED แบบ Clear Lens กันชนหน้า–ท้าย และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ภายในอัปเกรดความทันสมัยด้วยคอนโซลหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินเมทัลลิกและสีดำลงตัว มอบความผ่อนคลายตลอดการเดินทางด้วยเบาะผ้าพรีเมียมสีดำ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ด้วยหน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay พร้อมการเชื่อมต่อครบครันทั้ง Bluetooth, WiFi Mirroring ช่องชาร์จ USB-C และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline อย่างครบครัน

     

    • ใหม่! ISUZU D-MAX SPACECAB “THE ONE & ONLY” 2.2 Ddi MAXFORCE เกรด L สี Elbrus Gray Opaque ปิกอัพดีไซน์เท่ สมรรถนะเหนือชั้นด้วยเครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียม–เงินเมทัลลิก ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟท้าย LED แบบ Clear Lens กันชนหน้า–ท้าย และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ภายในห้องโดยสารอัปเกรดความทันสมัย คอนโซลหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่งสีเงินเมทัลลิก  หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay ช่องชาร์จ USB-C และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline นั่งสบายทุกการเดินทางด้วยเบาะผ้าพรีเมียม

     

    อีซูซุรุ่นตกแต่งพิเศษตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จำนวน 5 คัน 

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Active 2.2 Ddi MAXFORCE สี Dolomite White Pearl ยกระดับความสปอร์ตหรูไปอีกขั้นด้วยการตกแต่งพิเศษภายใต้แนวคิด “JAPANESE SPORT-SUV” โดดเด่นด้วยชุดแต่งบอดี้พาร์ทรอบคันจาก AKC เสริมมิติให้ตัวรถดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ชุดโหลดช่วงล่างจาก PROFENDER เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตเต็มขั้นด้วยล้ออัลลอย LENSO รุ่น JAGER APOLLO ขนาด 20 นิ้ว คู่กับยางรุ่นสมรรถนะสูง YOKOHAMA ADVAN SPORT ขนาด 265/50R20 ให้การยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม มั่นใจสูงสุดด้วยระบบห้ามล้อเกรดพรีเมียมจาก Run Stop หยุดรถได้อย่างมั่นใจด้วยระบบเบรกหน้า CALIPER แบบ 6 POT และเบรกหลัง CALIPER แบบ 4 POT จับคู่กับจานเบรกขนาดใหญ่พิเศษ 355 มิลลิเมตร ให้ระยะเบรกที่สั้น กระชับ และปลอดภัยในทุกสถานการณ์

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Active 2.2 Ddi MAXFORCE สี Dolomite White Pearl รถยนต์นั่งอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ตเรซซิ่ง ที่ร่วมมือกับ Bangkok Hot Rod Custom Show ผู้จัดงานประกวด Custom Car ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนำรถมาพลิกโฉมภายใต้คอนเซปต์ “Premium Tough” ผลิตจำนวนจำกัด โดดเด่นโดนใจสายสปอร์ตด้วยชุดบอดี้พาร์ทดีไซน์พิเศษ 19 ชิ้น จัดเต็มตั้งแต่ชุดกันชนหน้า คิ้วซุ้มล้อหน้า-หลัง ชุดตกแต่งด้านข้าง และกันชนท้าย พร้อมเสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยชุดสติกเกอร์ลวดลายด้านข้างทรงสปอร์ต ปิดท้ายความดุดันสไตล์ออสเตรเลียนเอาท์แบ็ค ด้วยล้อ MX-FIDEL จาก LENSO ดีไซน์วงแหวน 2 ชั้น ที่จับคู่กับยาง LENSO RT07 ขนาด 265/65R17 นุ่ม เงียบ พร้อมลาย  “คาโม่” เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่รองรับทุกการขับขี่ทั้งออนโรดและออฟโรด สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษนี้ได้ในราคาเริ่มต้น 30,000 บาท/ชุด เมื่อซื้อพร้อมรถ ราคาไม่รวมล้อแม็กซ์และยาง

     

    • ใหม่! ISUZU V-CROSS 4X4 “THE ONE & ONLY” 2.2 Ddi MAXFORCE 4 ประตู เกรด Z สี Inishmore Gray Opaque  มาพร้อมชุดแต่ง WILD  เปิดมิติใหม่ด้วยขุมพลังดีเซลเจเนอเรชันล่าสุด 2 Ddi MAXFORCE จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC ตอบสนองฉับไว ขับสนุก และประหยัดน้ำมัน       โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ดุดัน กระจังหน้า Multi-layer ภายในยกระดับความสบายแบบ FIRST CLASS ด้วยเบาะ COOLMAX สีดำ พร้อมระบบความบันเทิงเต็มรูปแบบ มั่นใจทุกการผจญภัยด้วยระบบ Professional 4×4 พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า E-Diff Lock และ Rough Terrain Mode ลุยน้ำลึกได้ถึง 800 มม. เสริมความดุดันด้วยล้อ LENSO ARGO ขนาด 18 นิ้ว และยาง TOYO OPEN COUNTRY ตอกย้ำความสปอร์ตออฟโรดขั้นสุดด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษจาก WILD เติมเต็มลุคแข็งแกร่งพร้อมลุยทุกเส้นทาง รวม 9 ชิ้น ประกอบด้วย ชุดสเกิร์ตกันชนหน้า สเกิร์ตข้าง คิ้วซุ้มล้อ และชุดตกแต่งกันชนท้าย

    • ใหม่! ISUZU HI-LANDER “THE ONE & ONLY” 2.2 Ddi 4 ประตู รุ่น Z เกียร์อัตโนมัติ สี Dolomite White Pearl ปลดล็อกนิยามใหม่แห่งปิกอัพยกสูงระดับ TOP CLASS ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 2 Ddi MAXFORCE ขับสนุกและประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม อัปเกรดความเท่สไตล์สปอร์ตเรซซิ่งอย่างเหนือระดับ จัดเต็มด้วยชุดแต่งบอดี้พาร์ทรอบคันจาก FORTE รุ่น THUNZER HUNTER 2025 ถึง 9 ชิ้น พร้อมเสริมความหล่อให้เต็มขั้นด้วยล้อ LENSO JAGER DYNA ขนาด 20 นิ้ว และยางสมรรถนะสูง BRIDGESTONE รุ่น DUELER AT002 ขนาด 265/50 R20 ได้ลุคเรียบหรู ดุดัน ผสานลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ

     

    • ใหม่! ISUZU D-MAX SPARK Cab-Chassis “THE ONE & ONLY” 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์ธรรมดา สี Siberian White ขีดสุดของรถปิกอัพเพื่อการพาณิชย์ที่ฉีกทุกกฎการขนส่งด้วยกระบะท้ายพื้นเรียบแบบ FLAT DECK ขยายพื้นที่รองรับการบรรทุกได้เต็มพิกัดโดยไม่ติดซุ้มล้อ เปิดฝากระบะเพื่อขนย้ายสิ่งของได้ง่ายดายถึง 3 ด้าน ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด2 Ddi MAXFORCE ที่ให้กำลังแรง บิดสูง และประหยัดน้ำมันได้อย่างทรงประสิทธิภาพ คุ้มค่าและสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจอย่างมืออาชีพ

     

    สำหรับข้อเสนอพิเศษภายใต้แคมเพจ์น “อีซูซุคุ้มค่า…ฝ่าทุกวิกฤต” ภายในงาน FAST Auto Show Thailand 2026 อีซูซุพร้อมมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคอย่างจัดเต็ม โดยผู้ที่จองและออกรถ ตั้งแต่วันที่   1 กรกฎาคม – 31 กรกฎาคม 2569 อีซูซุสนับสนุนค่าน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท พร้อมเงื่อนไขไฟแนนซ์สุดพิเศษ และเพิ่มความอุ่นใจด้วยฟรีโปรแกรมขยายการรับประกัน ISUZU SMART PROTECTION นานสูงสุด 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

    นอกจากการนำเสนอยนตรกรรมแห่งความคุ้มค่าในทุกสถานการณ์แล้ว อีซูซุยังเดินหน้าตอกย้ำการเป็น “Isuzu Trusted Buddy อีซูซุเคียงข้างคุณ…เคียงคู่ไทย” ผ่านรูปแบบคอนเทนต์ที่เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่มากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวซีรีส์แนวตั้งเรื่องแรก “ศูนย์รัก เช็กระยะเลิฟ” นำแสดงโดย ก็อต จิรายุ และ มุก วรนิษฐ์ บอกเล่าถึง คุณภาพ ความรวดเร็ว ความใส่ใจ และความคุ้มค่า ที่ศูนย์บริการอีซูซุพร้อมดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลาสำคัญ ด้วยมาตรฐานการบริการที่วางใจได้ จริงใจและเข้าใจทุกความต้องการของผู้ใช้รถ เปรียบเสมือนเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกการเดินทาง…ร่วมติดตามซีรีส์ “ศูนย์รัก เช็กระยะเลิฟ” ทั้งหมด 12 ตอน ทุกวันจันทร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผ่านช่องทาง Official ของอีซูซุ

    เชิญสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมสุดคุ้มค่า ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY”และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” ได้ที่งาน “FAST Auto Show Thailand 2026” ตั้งแต่วันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ บูธอีซูซุ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

     

    #isuzufastautoshow2026 #Isuzu #อีซูซุ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment