-
“มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี” นำทัพยนตรกรรมหลากหลาย พร้อมเผยโฉม “มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่” เป็นครั้งแรก! ที่งานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ขนทัพยนตรกรรมครบทุกไลน์อัปลุยงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งของยนตรกรรมคุณภาพที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ พร้อมเผยโฉมรถยนต์อีโค่ซีดาน มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ที่ได้รับการปรับลุคดีไซน์กระจังหน้าใหม่ให้โมเดิร์นขึ้น พ่วงด้วยการอัปเกรดเทคโนโลยีความปลอดภัยให้มั่นใจยิ่งกว่าเดิมตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ปิดท้ายความคุ้มค่าด้วย โปรแรง “ดอกเบี้ย 0%” และข้อเสนอพิเศษมากมายภายในงานนี้โดยเฉพาะ
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางเสมอมา ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดโดยทีมวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการส่งมอบบริการที่เหนือระดับ ภายใต้ปรัชญา ‘KOE’ (声) การรับฟังเสียงของลูกค้า และ ‘KANDO’ (感動) การสร้างความประทับใจในทุกด้านของผลิตภัณฑ์และงานบริการ ซึ่งสะท้อนผ่านไลน์อัปรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ จริงใจ และพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับจิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือ Omotenashi (おもてなし) ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของลูกค้าตลอดช่วงเวลาของการใช้งาน
สำหรับงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026 เราขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสทัพยนตรกรรมมิตซูบิชิอย่างใกล้ชิด พร้อมรับโปรแรง ‘ดอกเบี้ย 0%’ และข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เราตั้งใจมอบให้เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและช่วยให้ทุกท่านเป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิได้ง่ายยิ่งขึ้น”
รถยนต์ไฮไลต์ภายในบูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีฟูลไฮบริดรุ่นล่าสุด ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยยอดขายสะสมกว่า 12,000 คันทั่วประเทศ โดยรถยนต์รุ่นนี้มากับแนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสานการทำงานของ 3 เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) รวมไปถึงช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาและทดสอบบนถนนเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร ทำให้สามารถมอบประสบการณ์ “Xperience the Force” ที่ให้ความสนุกในการขับขี่ ความสะดวกสบาย และความมั่นใจในสไตล์คนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ ได้แก่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าร้อยละ 50 อย่างต่อเนื่อง การันตีด้วยรางวัลคุณภาพ ”Thailand’s Most Admired Brand 2026” หมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) จากนิตยสาร BrandAge โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นมาด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่สปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้น
ห้องโดยสารกว้างขวางและยืดหยุ่น เบาะปรับพับได้หลายรูปแบบ เสริมความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา ให้ทุกคนในครอบครัวได้ออกไปใช้ชีวิต และแบ่งปันช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันอย่างสบายใจไร้กังวลนอกจากนี้ รถยนต์ไฮบริดทั้งสามรุ่นยังเพิ่มความอุ่นใจที่เหนือกว่าด้วย “โปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกัน” รูปแบบใหม่ ที่ให้การคุ้มครองคุณภาพรถยนต์สูงสุด 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (จากเดิม 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร) และการรับประกันระบบไฮบริดสูงสุด 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (จากเดิม 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง) ขณะที่แบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริดยังคงได้รับการรับประกันนาน 10 ปี ตามเงื่อนไขการรับประกันเดิม ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในงานยังมีการเปิดตัว มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ รุ่นปี 2026 รถยนต์อีโค่ซีดานที่ได้รับการปรับโฉมให้สปอร์ตและทันสมัยมากขึ้น ด้วยกระจังหน้าแบบ Sporty Front Grille ดีไซน์ใหม่ เติมเต็มบุคลิกให้ดูโฉบเฉี่ยวและมีเอกลักษณ์ยิ่งกว่าเดิม ทั้งยังยกระดับความปลอดภัยให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในรุ่นเริ่มต้นโดยรุ่น Active ได้ติดตั้ง ADAS Camera ที่มาพร้อมระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning – FCW) และระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Lane Departure Warning – LDW) นอกจากนี้ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ทั้งรุ่น Active และ Smart ยังผ่านการรับรองมาตรฐานมลพิษ EURO 6 ด้วยเช่นกัน สำหรับด้านสมรรถนะยังคงมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร MIVEC ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ INVECS III CVT ที่ให้การขับขี่นุ่มนวล คล่องตัว และประหยัดน้ำมัน พร้อมห้องโดยสารที่จัดเต็มด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ ทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ใช่ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ซีดานขนาดกะทัดรัดที่รวบรวมความคุ้มค่า ความประหยัด และความมั่นใจ
ไว้ในคันเดียวมิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ รุ่น Active มาในราคาจำหน่าย 564,000 บาท และรุ่น Smart มีราคาจำหน่าย 619,000 บาท โดยทั้งสองรุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทา (Graphite Grey) สีดำ (Jet Black Mica) และสีขาว (White Diamond) (ราคาเพิ่ม 7,000 บาท)
เท่านั้นยังไม่พอ ภายในงานยังจัดแสดง มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส อัลตร้า (รุ่น 4 ประตูยกสูง) กระบะสายพันธุ์แกร่งที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 2.4 Hyper Power ให้พละกำลังสูงสุด 184 แรงม้า หลอมรวมสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับดีไซน์เข้มดุดันอย่างลงตัว มาพร้อมโครงสร้าง Mega Frame แชสซีส์ขนาดใหญ่ แต่น้ำหนักเบา ลุยได้ทุกเส้นทางและยึดเกาะถนนดีเยี่ยม ไม่ว่าจะลุยหนักหรือใช้งานชีวิตประจำวัน ก็พร้อมตอบ
ทุกความต้องการ รวมถึงยังมี มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที ใหม่ มาในคอนเซปต์ “ครบเกินคุ้ม ให้เกินคลาส” โดดเด่นด้วยความคุ้มค่าทุกมิติ ทั้งดีไซน์หรูหราระดับไฮเอนด์ พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง ฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสุดครบครัน ในราคาเริ่มต้น 1.139 ล้านบาทผู้ที่สนใจสามารถมาร่วมสัมผัสทัพรถยนต์คุณภาพจากมิตซูบิชิหลากหลายรุ่น พร้อมรับโปรแรง “ดอกเบี้ย 0%” และข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มอีกมากมาย ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (B1) ภายในงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026 ณ ฮอลล์ 102-103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่าง วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569 หรือที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือมิตซูบิชิคอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์สประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
มาสด้าดีเดย์เริ่มส่งมอบ The All-Electric Mazda6e ให้กับลูกค้าแล้ววันนี้
มาสด้าเริ่มส่งมอบ The All-Electric Mazda6e ให้กับลูกค้าอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ โดยมี นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย นางสาวอัญญพร แซ่คู กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลบาทรอส ออโต้ จำกัด ร่วมเป็นตัวแทนส่งมอบรถ Mazda6e ให้กับ ดร.สิรินทร์ อัครพันธุ์ กรรมการบริหาร บริษัท เอแพค แลนด์ จำกัด ลูกค้าครอบครัวมาสด้า เพื่อแสดงความยินดีและขอบคุณในความไว้วางใจที่เลือกรถ Mazda6e ให้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งใหม่ โดยขณะนี้รถ Mazda6e ได้จัดส่งไปยังดีลเลอร์มาสด้าทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเร่งทำการส่งมอบรถใหม่ให้กับลูกค้าโดยเร็วที่สุด
สำหรับการส่งมอบรถ Mazda6e ครั้งนี้ จัดขึ้น ณ อาคาร เอแพค ทาวเวอร์ เอกมัย กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย โดยเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเอกมัย ภายใต้แนวคิด “Workplace of the Future” ได้รับการออกแบบและพัฒนาตามมาตรฐานสากลระดับสูง โดยมุ่งเน้นความยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้อาคาร ซึ่งตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของมาสด้าที่มุ่งเน้นถึงการให้ความสำคัญกับ โลก ผู้คน และ สังคม เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืนไปถึงผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป
สำหรับการส่งมอบรถใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Premiere Delivery” เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่จองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package ไว้ล่วงหน้า ไม่เพียงเท่านี้ มาสด้ายังมุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าอย่างครบวงจร ทั้งเรื่องของการมอบความพิเศษในการส่งมอบรถใหม่ การเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลลูกค้าที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า การคัดสรรคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ความพร้อมด้านการบริการหลังการขาย การจัดเตรียมอะไหล่ และเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจและสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงเดินหน้าตามแนวทาง Multi-solution Strategy ในการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่มีความหลากหลายด้านรูปแบบพลังงาน พร้อมสร้างอนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Joy Drives Lives ที่เชื่อว่าความสุขจากการขับขี่สามารถส่งต่อเป็นความสุขในการใช้ชีวิตได้ในทุกวัน โดยมาสด้าพร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และให้การดูแลอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วันแรกของการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าไปตลอดอายุการใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับความอุ่นใจและมั่นใจที่เลือกใช้รถยนต์มาสด้าเป็นรถยนต์คู่ใจในทุกประสบการณ์ของทุกคนในครอบครัว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดศูนย์ทำสีตัวถังรถยนต์แห่งใหม่ พร้อมเทคนิคการทำสี ‘Spectraflair’ ประกายรุ้ง
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดศูนย์ทำสีตัวถังรถยนต์แห่งใหม่ที่ทันสมัยที่สุด โดยถือเป็นก้าวสำคัญในการพลิกโฉมโรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์สในเมืองครูว์ พร้อมเปิดตัวเทคนิคการทำสีใหม่ ‘Spectraflair’ ประกายรุ้งในรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่น Continental GT S ที่จะมีเพียงคันเดียวในโลกเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
รถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Continental GT, Continental GTC, Flying Spur และรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ที่จะเปิดตัวในปลายปีนี้จะได้รับการทำสี ณ ศูนย์ทำสีตัวถังรถยนต์แห่งใหม่ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สำหรับ รุ่น Bentayga จะได้รับการดำเนินการ ณ ศูนย์ทำสีแห่งใหม่ในภายหลัง
ศูนย์ทำสีใหม่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 12,500 ตารางเมตรที่ประกอบไปด้วยอาคารที่สูงที่สุดในพื้นที่ โดยศูนย์ทำสีแห่งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการผลิตแบบดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงที่มาพร้อมกับการออกแบบให้มีพื้นที่เฉพาะสำหรับการกระบวนการพ่นสีแบบสั่งทำพิเศษในอนาคต
ภายในศูนย์ทำสีแห่งใหม่มีสองชั้น โดยแต่ชั้นได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกแง่มุมของกระบวนการผลิต พร้อมมอบสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งงานที่ต้องใช้แรงงานคนจำนวนมากและงานที่ใช้ระบบอัตโนมัติ
เทคโนโลยีการจัดการพลังงานและความร้อนที่ล้ำสมัยได้รับการติดตั้งภายในศูนย์ทำสีตัวถังรถยนต์แห่งใหม่เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความสะดวกสบายในการทำงานของทีมช่างฝีมือของเบนท์ลีย์ โดยระบบจะดักจับอากาศร้อนที่เกิดจากระบบพ่นสีไฮเทค และนำพลังงานจากอากาศกลับมาใช้ใหม่ภายในศูนย์ฯ ส่งผลให้ศูนย์ทำสีแห่งใหม่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องทำความร้อนเป็นเวลาสองในสามของปี
นอกจากประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้นแล้ว การนำสีรองพื้นแบบน้ำมาใช้ยังเข้ามาแทนที่สีรองพื้นแบบใช้ตัวทำละลายแบบเดิมด้วยความแม่นยำในการทาสีที่ดียิ่งขึ้น การลดปริมาณการใช้วัสดุ และระบบตรวจสอบการกรองที่จะช่วยทำให้ศูนย์ทำสีแห่งใหม่ลดปริมาณของเสียโดยรวมได้มากถึง 45% เมื่อเทียบกับศูนย์ทำสีเดิม
ศูนย์ทำสียังติดตั้งเครื่องเผาไหม้ความร้อนตกค้าง (RTO) ที่จะนำควันจากกระบวนการพ่นสีไปเผาที่อุณหภูมิ 1000°C เพื่อฟอกอากาศที่ปล่อยออกมาจากศูนย์ทำสีแห่งใหม่ โดยสามารถรักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่และลดการปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ที่เกิดจากการดำเนินงานพ่นสีระยะยาวของเบนท์ลีย์ได้มากถึง 98%
ระบบการเชื่อมต่อขั้นตอนการผลิตของศูนย์ทำสีแห่งใหม่มาพร้อมกับรถลำเลียงอัตโนมัติ (AGV) จำนวน 10 คัน ซึ่งได้รับการตั้งโปรแกรมให้เคลื่อนย้ายตัวถังรถยนต์จากสถานีหนึ่งไปยังอีกสถานีหนึ่งอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด นับเป็นศูนย์ทำสีรถยนต์แห่งแรกของโลกที่มีการนำรถลำเลียงแบบอัตโนมัติมาใช้ ทำให้สามารถควบคุมสถานีต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่น รองรับความต้องการด้านสีของลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงได้อย่างเต็มที่
เทคโนโลยี AGV เดียวกันนี้กำลังถูกนำไปผสานรวมเข้ากับการปรับปรุงอาคาร A1 ซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในบริเวณโรงงานประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเบนท์ลีย์ที่จะนำไปสู่การตรวจสอบรถยนต์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และการปรับปรุงหลักการทำงานตลอดกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ
นอกจากนี้ ภายนอกอาคารศูนย์ทำสีแห่งใหม่ยังได้รับการตกแต่งด้วยแผงสี 45 ชุดที่ตกแต่งด้วยสีสันที่หลากหลายจากชุดสีของเบนท์ลีย์ที่ใช้สำหรับการนำเสนอลูกค้า โดยแต่ละแผงได้รับการทำสีโดยทีมช่างสีด้วยเทคนิคเดียวกันกับรถยนต์เบนท์ลีย์
Continental GT S รุ่นพิเศษคันเดียวในโลก นิยามใหม่แห่งความเป็นเลิศด้านการทำสีตัวถังรถยนต์
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เฉลิมฉลองการเปิดศูนย์ทำสีตัวถังรถยนต์แห่งใหม่ด้วยการรังสรรค์ยนตรกรรมรุ่น Continental GT S หนึ่งเดียวในโลกที่โดดเด่นด้วยสีตัวถังใหม่ล่าสุด ‘Spectraflair’ ซึ่งพ่นลงบนตัวถังรถยนต์ในห้องพ่นสี ณ ศูนย์ทำสีแห่งใหม่ สีใหม่นี้ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยช่างฝีมือของเบนท์ลีย์ในเมืองครูว์ด้วยการพัฒนาต่อยอดจากเฉดสีเขียว ‘Verdant’ เดิมของเบนท์ลีย์สู่เฉดสี ‘Spectral Verdant’ ที่สวยงาม ส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงธรรมชาติ
สำหรับเฉดสีใหม่ ‘Spectral Verdant’ คือ หนึ่งในเฉดสีพิเศษจาก Extended Paint Range by Mulliner นอกจากนี้ Continental GT S รุ่นพิเศษนี้ยังโดดเด่นด้วยแถบสีลายธงชาติสหราชอาณาจักรสีขาวมุก Ghost White Pearlescent ที่พ่นด้วยมือลงบนตัวถังด้วยเทคนิคการพ่นสีแบบพิเศษ ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานงานฝีมือและนวัตกรรมของเบนท์ลีย์เพื่อส่งมอบรถยนต์รุ่นพิเศษให้แก่ลูกค้าทั่วโลก
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อเสนอพิเศษและทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
default -
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยยามาฮ่า จับมือ ททท. จัดกิจกรรม Yamaha Fazzio The ICONIC Ride พาลูกค้ากว่า 100 คน เปิดประสบการณ์ใหม่ “ยะลา–เบตง” ส่งมอบ Kando ผ่านการเดินทางที่เต็มไปด้วยสีสัน และแรงบันดาลใจ
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย พร้อมร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Yamaha Fazzio The ICONIC Ride : บันทึกสีสันใหม่ สุดแดนใต้” พาลูกค้าผู้ใช้รถจักรยานยนต์ Yamaha Fazzio กว่า 100 คน ออกเดินทางบนเส้นทาง ยะลา–เบตง กับทริปสุดประทับใจตลอด 2 วัน 1 คืน เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดชายแดนใต้ผ่านธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมส่งมอบ Kando หรือความประทับใจที่อยู่เหนือความคาดหมาย ผ่านประสบการณ์การเดินทางที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่กล้าออกไปค้นหาสิ่งใหม่ในแบบของตัวเอง
กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญระหว่าง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการผลักดันการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ สร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของจังหวัดยะลา และอำเภอเบตง พร้อมกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น ตอกย้ำแนวคิด “สุขทันที…ที่เที่ยวไทย” ผ่านการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ที่ผสานไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และประสบการณ์ที่แตกต่างได้อย่างลงตัว
ตลอดเส้นทาง ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติ พร้อมเช็กอินแลนด์มาร์กสำคัญของเบตง ไม่ว่าจะเป็น Skywalk Aiyerweng จุดชมวิวทะเลหมอกชื่อดังที่สามารถชมวิวได้แบบพาโนรามา, สะพานแขวนอัยเยอร์เวง ที่โอบล้อมด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์, อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ แลนด์มาร์กสำคัญใจกลางเมือง รวมถึงร่วมกิจกรรม Art & Craft ละเลงสีกาแฟ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมทริปได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมกับศิลปินท้องถิ่น สัมผัสเสน่ห์ของงานคราฟต์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทุกกิจกรรมล้วนหลอมรวมเป็นช่วงเวลาแห่ง Kando ที่เกิดขึ้นจากรอยยิ้ม มิตรภาพ และความทรงจำอันแสนพิเศษตลอดการเดินทาง
มากกว่าการท่องเที่ยว กิจกรรมครั้งนี้ยังเป็นพื้นที่แห่งการสร้างมิตรภาพของผู้ใช้ Yamaha Fazzio จากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ที่ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแบ่งปันแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ผ่านความชื่นชอบเดียวกัน จนเกิดเป็นคอมมูนิตี้ที่เต็มไปด้วยพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และสีสันของคนรุ่นใหม่ สะท้อนแนวคิด “Feel The Unique Experience” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเอง พร้อมร่วมสร้างคุณค่าและประสบการณ์ร่วมกัน
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ยังคงมุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการเดินทาง ด้วยการเชื่อมโยงผู้คน ไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และชุมชนท้องถิ่น เพื่อส่งมอบ Kando ในทุกกิจกรรมที่ยามาฮ่าจัดขึ้น พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าได้ออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ ๆ บนทุกเส้นทาง
Yamaha Fazzio The ICONIC Ride : บันทึกสีสันใหม่ สุดแดนใต้ จึงไม่ใช่เพียงทริปการเดินทาง แต่คือการร่วมสร้างความทรงจำระหว่างแบรนด์ ผู้ใช้รถ และชุมชนท้องถิ่น ผ่านการเดินทางที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ มิตรภาพ และความประทับใจที่อยู่เหนือความคาดหมาย พร้อมตอกย้ำแนวคิด “สุดทุกทาง…ต่างทุกฟีล” และ “Feel The Unique Experience” ที่สะท้อนความเป็น Yamaha Fazzio ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
#TheIconicRide #Yamaha #FeeltheUniqueExperience #สุดทุกทางต่างทุกฟีล #ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ #YamahaRevsYourHeart #YamahaSocietyThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” สุดแกร่ง แก้สถานการณ์เดือด คว้าท็อป 5 ศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 แอสเซ่น เรซ 2
“ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ นักบิดดาวรุ่งจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” เจ้าของหมายเลข 85 ทำผลงานร้อนแรงต่อเนื่องในรายการเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 สนาม 4 แอสเซ่น ราวด์ ที่สนามทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา
โดยเรซแรก “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ออกสตาร์ตในกริดที่ 9 ไล่แซงขยับอันดับอย่างดุเดือดจนจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 6 เก็บคะแนนสะสมเพิ่มไปอีก 10 คะแนน รวมเก็บคะแนนประจำฤดูกาลไปทั้งหมด 57 คะแนน ขยับขึ้นสู่ท็อป 5
ล่าสุดการแข่งขันเรซที่ 2 เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ออกสตาร์ตในกริดที่ 11 ก่อนจะต้องพบกับสถานการณ์สุดท้าทายเมื่อถูกเบียดแซงจนต้องขยับมาอยู่อันดับที่ 14 ในช่วงเริ่มต้นการแข่งขัน แต่จากนั้นนักบิดดาวรุ่งไทยก็แสดงให้เห็นถึงทักษะ ความมุ่งมั่นและสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งเมื่อสามารถยกระดับความเร็วสู้กับนักบิดดาวรุ่งจากทั่วโลกได้อย่างดุดันท่ามกลางการแข่งขันสุดเข้มข้นดุเดือด
การแข่งขันดำเนินมาถึงช่วง 4 รอบสุดท้าย “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ต้องพบกับบททดสอบสำคัญอีกครั้งเมื่อเจ้าตัวขยับจากหัวแถวลงมาอยู่อันดับที่ 15 แต่นักบิดดาวรุ่งไทยก็ฉายแววเด่นของการเป็น The Next Successor เมื่อสามารถแก้ไขสถานการณ์เร่งแซงขยับอันดับจนจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 5 เก็บคะแนนสะสมเพิ่มไปอีก 11 คะแนน รวมมีคะแนนสะสมทั้งหมด 68 คะแนน ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 4 มีลุ้นโพเดียมประจำฤดูกาล 2026
“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” กล่าวว่า
“ผมรู้สึกสนุกกับการแข่งขันมากครับ ผมพยายามไม่กดดัน ค่อยๆ หาจังหวะแซงไปเรื่อยๆ พอเราขยับมาอยู่แถวหน้าได้มันก็ยิ่งสนุกครับ ขอบคุณทุกกำลังใจที่สนับสนุนผมมาตลอดครับ”
โดย “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” จะลงทำการแข่งขัน รายการเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 สนาม 5 ซัคเซนริง ราวด์ ณ ซัคเซนริง เซอร์กิต ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2026 นี้
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
โตโยต้าสานโอกาสทางการศึกษา ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 53
นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 53 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. สุกัญญา สมไพบูลย์ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยคณาจารย์และคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมแสดงความยินดี เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ณ อาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ตลอดระยะเวลากว่า 53 ปี บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย ภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” โดยมุ่งสนับสนุนการเรียนรู้และเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่สามารถก้าวสู่อนาคตได้อย่างมั่นคง พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคเทคโนโลยีและนวัตกรรม การศึกษาเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพและเปิดมุมมองการเรียนรู้ใหม่ๆ โตโยต้าจึงมอบทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมเยาวชนที่มีความมุ่งมั่นให้ได้ต่อยอดความรู้ พัฒนาทักษะ และก้าวสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพที่พร้อมสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมในอนาคต
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 จนถึงปัจจุบัน โตโยต้าได้ให้การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 1,639 ทุน คิดเป็นมูลค่ารวม 23,442,000 บาท สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน
โดยในปีการศึกษา 2568 บริษัทฯ ได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 12 ทุน รวมมูลค่า 960,000 บาท ต่อปี ให้แก่นิสิตจาก 7 คณะ ได้แก่
- คณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 3 ทุน
- คณะอักษรศาสตร์ จำนวน 2 ทุน
- คณะเศรษฐศาสตร์ จำนวน 2 ทุน
- คณะวิทยาศาสตร์ จำนวน 2 ทุน
- คณะรัฐศาสตร์ จำนวน 1 ทุน
- คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จำนวน 1 ทุน
- คณะศิลปกรรมศาสตร์ จำนวน 1 ทุน
โตโยต้ายังคงมุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นิสิตนักศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สอดคล้องกับพันธกิจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมไทย และเตรียมความพร้อมเยาวชนสู่ตลาดแรงงานในอนาคต ภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ผ่านการส่งมอบคุณค่าในทุกมิติ ได้แก่
ให้…สุขภาพที่ยั่งยืน
ให้…ความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน
ให้…ภูมิปัญญาที่ยั่งยืน
ให้…การศึกษาที่ยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
TTA Group เปิดโรงงาน P80 JET 200 ล้าน ต้อนรับดีลเลอร์-สื่อมวลชน พิสูจน์ความพร้อมฐานผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า NIU ตอกย้ำความมั่นใจลุยตลาดไทย-อาเซียน ด้วยเป้าหมายเฟสแรก 1 หมื่นคันต่อปี
ทีทีเอ กรุ๊ป (TTA Group) เปิดโรงงาน พี80 เจ็ต (P80 JET : Assembly Factory) ฐานการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาตรฐานสากล เพื่อรองรับการผลิต การบริหารคลังสินค้า และระบบอะไหล่แบบครบวงจร ภายใต้ความร่วมมือกับ NIU Global ผู้นำด้านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเบื้องต้น 10,000 คันต่อปี และเริ่มส่งมอบรถให้ลูกค้าในประเทศไทยตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2569 เป็นต้นไป
โรงงาน P80 JET ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนบางนา-ตราด กม.13 บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 4,200 ตารางเมตร ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 200 ล้านบาท ถูกวางรากฐานให้รองรับการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้พร้อมกันสูงสุดถึง 5 โมเดล โดยในระยะแรกตั้งเป้าหมายขยายกำลังการผลิตให้ถึง 30,000 คันต่อปี และพร้อมยกระดับศักยภาพการผลิตสูงสุดได้ถึง 300,000 คันต่อปี เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในอนาคต ทั้งนี้ แบรนด์ยังขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการเลือกใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมากกว่า 40% เพื่อร่วมสนับสนุนและพัฒนา Supply Chain ของอุตสาหกรรมจักรยานยนต์ไทยให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ อีกทั้งยังมุ่งเน้นการนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ NIU เข้าร่วมมาตรการ EV 3.5 เพื่อมอบความคุ้มค่าและให้ลูกค้าเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้ง่ายขึ้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ ในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐควบคู่ไปกับการรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว
ภายในโรงงาน P80 JET จะเป็นฐานการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า NIU หลายรุ่นสำหรับทำตลาด ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยในระยะแรกจะประกอบและทำตลาด 2 รุ่นหลัก ได้แก่
FX Pro: มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตสมรรถนะสูง ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์เฉียบคมและเทคโนโลยีการขี่ที่เร้าใจ ตอบโจทย์คนเมืองที่รักในความสนุกและคล่องตัว
O-Play: โดดเด่นด้วยดีไซน์โมเดิร์นน่ารัก มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ง่ายดาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของทุกกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างลงตัว
โดยโรงงานจะเริ่มประกอบรุ่น FX Pro ก่อน แล้วจะตามมาด้วยการประกอบรุ่น O-Play ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้จะเป็นรุ่นเรือธงของโรงงาน และจะตามมาอีกหลายรุ่น เพื่อรองรับทั้งตลาดภายในประเทศและตลาด SEA ในอนาคต
ในด้านการบริหารจัดการ P80 JET มีแนวคิดในการรวมโมเดลธุรกิจแบบครบวงจร โดยออกแบบให้พื้นที่ของโรงงานแห่งนี้ครอบคลุมทั้งสายการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า การบริหารคลังสินค้า และคลังอะไหล่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพสูงสุดในการส่งมอบรถ รวมถึงการบริการหลังการขายแก่ลูกค้าและเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างความพร้อมในทุกมิติ ตั้งแต่มาตรฐานการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงระบบซัพพอร์ตอะไหล่และงานบริการอย่างเต็มรูปแบบ
ปัจจุบัน NIU Thailand มียอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 3,000 คัน และมีเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว 11 แห่งทั่วประเทศ โดยมีแผนขยายเครือข่ายภายใต้นโยบาย “หนึ่งจังหวัด หนึ่งดีลเลอร์” ควบคู่กับมาตรฐานการให้บริการแบบ 3S ได้แก่ Sales, Service และ Spare Parts เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว และตั้งเป้าภายในปี 2571 จะมียอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้านิวไม่น้อยกว่า 10,000 คัน
โรงงานแห่งใหม่นี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารสินค้าและอะไหล่ รองรับทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยได้เปรียบจากการตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร (Free Zone) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและโลจิสติกส์ พร้อมรองรับเป้าหมายการเป็นฐานการผลิตและกระจายสินค้าของ NIU ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะแรก บริษัทคาดว่าสัดส่วนการผลิตจะรองรับตลาดในประเทศประมาณ 70% และตลาดส่งออก 30% โดยเริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามและลาว ซึ่งโรงงานสามารถปรับสัดส่วนการผลิตได้ตามความต้องการของตลาด
ขณะเดียวกัน P80 JET ยังขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด ESG ของ TTA Group โดยให้ความสำคัญกับ Circular Economy โดยเฉพาะระบบการจัดการแบตเตอรี่ ตั้งแต่การยืดอายุการใช้งาน การนำกลับมาใช้ซ้ำ ไปจนถึงการรีไซเคิลวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงการพัฒนาระบบ Refurbish สำหรับตัวรถและแบตเตอรี่ นอกจากนี้ ทีมงานยังอยู่ในระหว่างการศึกษาและทำงานร่วมกับบริษัทไฟแนนซ์ เพื่อพัฒนาโซลูชันสำหรับตลาดรถมือสอง เพื่อรองรับและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่าง TTA Group และ NIU Global ภายใต้แนวคิด “Global DNA, Local Strength” มุ่งสร้างระบบนิเวศรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งในประเทศไทย เพื่อรองรับการผลิต การจำหน่าย และการส่งมอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2569 เป็นต้นไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดผ่าน “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี มาพร้อมหน้าจอ “มัลติมิเตอร์” เอกลักษณ์ระดับตำนาน!
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศความพร้อม “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในไตรมาส 3 นี้ โดยรถยนต์รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาทางวิศวกรรมเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ตามแบบฉบับออฟโรดอย่างแท้จริง ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย มั่นใจ และสะดวกสบายในทุกสภาพอากาศและสภาพถนน เพื่อสะท้อนศักยภาพดังกล่าว รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ “มัลติมิเตอร์” แบบดิจิทัล จอแสดงผลที่ถูกออกแบบเป็นมาตรวัดสามส่วน โดยถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากฟีเจอร์อันเป็นเอกลักษณ์ระดับตำนาน ซึ่งเคยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
ในเจเนอเรชันก่อนสำหรับหน้าจอ “มัลติมิเตอร์” ในออล-นิว ปาเจโร ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับความสนุกของการขับขี่แบบฉบับออฟโรด โดยแสดงข้อมูลการขับขี่อย่างครบครัน ครอบคลุมข้อมูลสำคัญ อาทิ ความสูงจากระดับน้ำทะเลเข็มทิศ อุณหภูมิภายนอก องศาความลาดชันและความเอียงของตัวรถ รวมถึงการกระจายแรงบิดซ้าย-ขวา ฟังก์ชันเหล่านี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามการแสดงผลการขับขี่ รวมถึงการตอบสนองของตัวรถได้แบบเรียลไทม์
โดยไม่ว่าจะเป็นการขับไต่ทางลาดชัน เส้นทางภูเขาที่คดเคี้ยว เส้นทางป่าที่คับแคบและทุรกันดาร พื้นผิวหินขรุขระ หรือสภาพเส้นทางโคลนหลังฝนตก ระบบจะแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจและควบคุมรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่หลากหลายทั่วโลก
นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังได้เผยแพร่วิดีโอโฆษณา “The Pajero* is ready to write its next chapter.” ผ่านเว็บไซต์พิเศษของออล-นิว ปาเจโร โดยเนื้อหาวิดีโอนำเสนอพัฒนาการของหน้าจอ “มัลติมิเตอร์” ที่ได้รับการสืบทอดและพัฒนาต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้า พร้อมถ่ายทอดให้เห็นถึงศักยภาพของตัวรถที่เปี่ยมด้วยพลังในการปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งความท้าทาย จุดประกายความหลงใหลในการผจญภัย และชวนให้ผู้ขับขี่ออกเดินทางไปสำรวจโลกกว้างได้อย่างเต็มที่
เว็บไซต์พิเศษสำหรับรุ่นออล-นิว ปาเจโร รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี
https://www.mitsubishi-motors.co.jp/global/en/lineup/pajero/teaser/* ทำตลาดในชื่อ มอนเตโร (Montero) ในบางประเทศ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
“โมเรร่า-มารินี” บู๊กลุ่มกลาง “สปรินต์เรซ” โมโตจีพี สนาม 10 แอสเซ่น
ศึก โมโตจีพี 2026 สนาม 10 รายการ ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ ผ่านการแข่งขันรอบ สปรินต์เรซ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ สนาม ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์
เกมเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 13 รอบสนาม ภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนระอุของทวีปยุโรปที่กำลังโดนคลื่นความร้อนเล่นงาน โดยในสนามนี้ “โจอัน เมียร์” นักบิดสแปนิชเจ้าของรถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 36 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ทำเวลาในรอบควอลิฟายได้ดี ทะลุจาก Q1 ขึ้นมาออกตัวในกริดที่ 10 มีลุ้นสร้างผลงานในกลุ่มหน้า
ทว่าสถานการณ์ในเรซนี้นับเป็นโชคร้ายอย่างมากของ เมียร์ ที่พลาดล้มและต้องออกจากเรซตั้งแต่รอบแรก ขณะที่พยายามแซงขึ้นกลุ่มหน้า โดยหลังจากนั้น “ดิโอโก โมเรร่า” รุกกี้ชาวบราซิเลียนหมายเลข 11 จาก โปร ฮอนด้า แอลซีอาร์ ก็ค่อยๆ ทำความเร็วได้ดีขยับขึ้นมาถึงอันดับ 9 ในพื้นที่มีลุ้นคว้าแต้มจากสปรินต์เรซ
อย่างไรก็ดี เกมมาเปลี่ยนอีกครั้งในช่วงปลายเรซ โดยผลปรากฏว่า โมเรร่า ซึ่งไล่บี้ในกลุ่มกลางอย่างสุดมันส์บิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 11 ด้วยเวลารวม 20 นาที 17.121 วินาที ตามหลังผู้ชนะ 11.811 วินาที พลาดการคว้าแต้มอย่างเฉียดฉิว
ส่วน “ลูก้า มารินี” นักบิดอิตาเลียนหมายเลข 10 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี เข้าป้ายในอันดับ 12 ตามหลัง 12.983 วินาที ตามด้วย คาล ครัทช์โลว จอมเก๋าชาวอังกฤษจาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ในอันดับ 19 ตามหลัง 29.213 วินาที
ทั้งนี้ ศึก ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ จะดวลความเร็วรอบเมนเรซในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ เวลา 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions Now SPOTV
#HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #DutchGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle
“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” บู๊เดือดคว้าท็อป 6 เรซแรก ศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 สนาม 4 แอสเซ่น
1 Min Read“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” บู๊เดือดคว้าท็อป 6 เรซแรก ศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 สนาม 4 แอสเซ่น
“ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ นักบิดดาวรุ่งจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” เจ้าของหมายเลข 85 ทำผลงานโดดเด่นต่อเนื่องในรายการเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 สนาม 4 แอสเซ่น ราวด์ ที่สนามทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2026
สำหรับสนามทีที เซอร์กิต แอสเซ่น เป็นหนึ่งในสนามที่ใช้ในการจัดการแข่งขันโมโตจีพีรายการดัตช์ ทีที และได้รับการขนานนามว่าเป็น “มหาวิหารแห่งวงการมอเตอร์ไซค์” เป็นสนามความเร็วสูงและโค้งที่สุดท้าทายความแม่นยำของนักบิด
รอบฝึกซ้อม “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ทำผลงานอย่างน่าพอใจ โดยรอบฝึกซ้อมรอบแรกหรือ Free Practice 1 ทำเวลาได้ 01:46.473 นาที รั้งอันดับที่ 12 จากนักแข่งทั้งหมด 25 คน ก่อนที่ในรอบฝึกซ้อมสองหรือ Free Practice 2 จะยกระดับผลงานโดยทำเวลาได้ 01:46.400 นาที ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 10 จากนั้นนักแข่งดาวรุ่งไทยก็ทำผลงานได้ต่อเนื่องในรอบคัดเลือกโดยทำเวลา 01:46.138 นาที คว้าอันดับที่ 11
ล่าสุดการแข่งขันเรซแรกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ขยับขึ้นมาออกสตาร์ตในกริดที่ 9 และสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันสุดดุเดือดและเข้มข้น โดยนักแข่งไทยยกระดับความเร็วต่อเนื่องเร่งแซงจนขึ้นมาจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 6 เก็บคะแนนสะสมเพิ่มไปอีก 10 คะแนน รวมเก็บคะแนนประจำฤดูกาลไปทั้งหมด 57 คะแนน ขยับขึ้นสู่ท็อป 5 อย่างยอดเยี่ยม
“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” กล่าวว่า
“แอสเซ่นเป็นสนามที่ยากพอสมควรเลยครับ นักแข่งต้องทำความเข้าใจกับมันและเป็นสนามที่ความเร็วสูง ต้องรักษาความเร็วอยู่ตลอดเวลา แต่เซ็กเตอร์ 1 ก็แต่ต่างออกไปที่ต้องหยุดรถและแม่นจังหวะจริงๆ ครับ ถือว่าเป็นอีกสนามที่มีความท้าทายมากๆ ครับ”
โดย “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” จะลงทำการแข่งขันเรซที่สองในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน เวลา 13.35 น.
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine




















































































































