• ทัพนักบิด “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กวาดรางวัล FMSCT Champion Awards 2025 ตอกย้ำต้นแบบทีมแข่ง ยกระดับมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่นักกีฬาอาชีพ

    2 Min Read

    ทัพนักบิด “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กวาดรางวัล FMSCT Champion Awards 2025 ตอกย้ำต้นแบบทีมแข่ง ยกระดับมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่นักกีฬาอาชีพ

    ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ตอกย้ำความเป็นผู้นำของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง จากผลงานในฤดูกาล 2025 ด้วยความสำเร็จในการคว้าชัยชนะในสนามแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติ พร้อมทั้งการก้าวกระโดดสำคัญในการพัฒนาเยาวชนนักแข่งของไทย ให้มีความสามารถในการแข่งขัน มีความพร้อมในการเป็นนักกีฬาอาชีพ ผ่านโครงการและหลักสูตรการฝึกสอน พร้อมทั้งขยายศักยภาพให้กับทีมแข่งและแม็คคานิกส์ของไทย สร้างความแข็งแกร่งและอนาคตให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ในงาน FMSCT Champion Awards 2025 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568  ณ หอประชุมกานตรัตน์ กองทัพอากาศ ดอนเมือง

    งาน FMSCT Champion Awards 2025 พิธีมอบรางวัลแชมป์ประเทศไทยในการแข่งขันรถจักรยายนต์ที่รับรองโดยสมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย โดยงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอรรถกร ศิริลัทธยากร (รักษาการ)รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมงานพร้อมเป็นผู้มอบรางวัลนักกีฬาสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ร่วมกับคุณธงชัย วงษ์สวรรค์ ประธานสมาพันธ์ (FMSCT) และนายกสมาคมฯ (MSAT) ทีม “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กวาดรางวัลจากความสำเร็จในการแข่งขันรวมถึงการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย สะท้อนผลสำเร็จจากความมุ่งมั่นในการวางรากฐานพัฒนานักบิด สนับสนุนเยาวชนนักแข่งไทย รวมถึงมอบโอกาสในการลงสนามแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักแข่งที่ได้รับรางวัลประเภทต่าง ๆ และรายการที่ลงแข่งขัน ดังนี้

    ประเภทโมโตครอส

    จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ รายการ FMSCT Thailand Motocross 2025 

    • แชมป์ประเทศไทย รุ่น Premier MX-1 (อายุ 23 – 50 ปี) 
    • แชมป์ประเทศไทย รุ่น Pro MX-2 (อายุ 17 – 23 ปี)

    ประเภทโร้ดเรซซิ่ง

    สมเกียรติ จันทรา

    • 2025 FIM GRAND PRIX WORLD CHAMPIONSHIP – MotoGP 

    ธัชกร บัวศรี

    • 2025 FIM GRAND PRIX WORLD CHAMPIONSHIP – Moto3

    ธนฉรรต ประทุมทอง

    • 2025 Asia Talent Cup
    • All Japan Championship – J GP 3

    นพรุธพงษ์ บุญประเวศ

    • 2025 Asia Talent Cup
    • All Japan Championship – J GP 3 

    เตชินท์ อินทร์อภัย

    • All Japan Championship – J GP 3
    • MAM Malaysia Championship / Honda Thailand Talent Cup

    นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์

    • 2025 FIM GRAND PRIX WORLD CHAMPIONSHIP – Moto2 
    • FIM World Endurance Championship 2025
    • 2025 Asia Roadracing Championship
    • All Japan Championship

    ธนัช ละอองปลิว

    • 2025 Asia Roadracing Championship

    กฤษฎา ธนโชติ

    • 2025 Asia Roadracing Championship

    จักรีภัทร พฤฒิสาร

    • 2025 Asia Roadracing Championship

    ณภัทร จาตูม

    • 2025 Asia Roadracing Championship 
    • MAM Malaysia Superbike Championship / Honda Thailand Talent Cup

    ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร

    • 2025 Asia Talent Cup 
    • 2025 Asia Roadracing Championship
    • 2025 Suzuka Sunday Road Race
    • MAM Malaysia Superbike Championship / Honda Thailand Talent Cup

    ปองคุณ เอี่ยมน้อย

    • 2025 Suzuka Sunday Road Race
    • MAM Malaysia Superbike Championship / Honda Thailand Talent Cup

    ไฮไลท์สำคัญสำหรับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ประเภทโมโตครอส FMSCT Thailand Motocross 2025 ยกระดับรุ่นท็อปสุด Premier MX-1 ด้วยรถแข่งพิกัด 450 ซีซี เพื่อทัดเทียมกับการแข่งขันระดับโลก ฮอนด้าคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์แรกด้วยผลงานของ จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ และรถแข่ง Honda CRF450R ขณะที่ทางเรียบนั้น “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา สร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทย ด้วยการเป็นนักแข่งไทยคนแรกที่ลงแข่งขันในรุ่นโมโตจีพีแบบเต็มฤดูกาล พร้อมกับเก็บคะแนนสะสมได้ถึง 7 แต้ม ทำผลงานตามแผนพัฒนาที่วางไว้ในการมีนักแข่งไทยลงแข่งขันในรุ่นโมโตจีพีในปี 2025

    ขณะที่ผลงานสำคัญอีกด้านของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” คือการสนับสนุนนักแข่งเยาวชนของไทย เพื่อก้าวขึ้นเป็นนักแข่งที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการเป็นนักบิดอาชีพ ผ่านโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะดรีม” มีการฝึกสอนที่เป็นระบบ มีการลงสนามที่ปลอดภัยด้วยรถแข่งมาตรฐานการแข่งขัน พร้อมทั้งเสริมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อให้เป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับมอเตอร์สปอร์ตให้สามารถขึ้นไปต่อสู้กับประเทศชั้นนำของวงการมอเตอร์สปอร์ตโลกในอนาคต

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream  #HondaBigBike #FMSCTChampionAwards2025 #FMSCT


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บริดจสโตน จับมือ ม.กรุงเทพ จัดโครงการ “EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS” ชวนเด็กนิเทศฯ โชว์ไอเดียครีเอทคลิปไวรัลตอบไลฟ์สไตล์ Gen Z ในหัวข้อ “VALUE OVER PRICE”

    1 Min Read

    บริดจสโตน จับมือ ม.กรุงเทพ จัดโครงการ “EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS” ชวนเด็กนิเทศฯ โชว์ไอเดียครีเอทคลิปไวรัลตอบไลฟ์สไตล์ Gen Z ในหัวข้อ “VALUE OVER PRICE”

    บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดโครงการเฟ้นหาสุดยอดครีเอเตอร์รุ่นใหม่ใน “EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS” เปิดเวทีให้น้องๆ นักศึกษาภาควิชาการผลิตอีเว้นท์ และการจัดการนิทรรศการและการประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพ อัพสกิลโชว์ไอเดียครีเอทคอนเทนต์ไวรัล ในรูปแบบของตนเองผ่านคลิปวิดีโอสั้นบน TikTok นำเสนอเรื่องราวเชื่อมโยงกับแบรนด์บริดจสโตน ตอบไลฟ์สไตล์ Gen Z ในหัวข้อ VALUE OVER PRICE” โดยเล่าให้เห็นความสำคัญของ “คุณค่า” จากยางรถยนต์บริดจสโตนที่ลูกค้าจะได้รับ เช่น สมรรถนะ ความปลอดภัย และความคงทน “มากกว่าราคาที่ลูกค้าต้องจ่าย” พร้อมชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท

    โครงการ EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS  สานต่อความสำเร็จจากเฟสแรก ซึ่งจัดในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2568 สะท้อนความมุ่งมั่นของบริดจสโตนในการสนับสนุน ภาคการศึกษาไทย และเตรียมพร้อมคนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งเชื่อมโยง แบรนด์บริดจสโตนเข้ากับไลฟ์สไตล์การเดินทางของคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ในเฟสนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากน้องๆ นักศึกษา โดยได้ครีเอทคลิปวิดีโอมากกว่า 120 คลิป ซึ่งบริดจสโตนมอบรางวัลให้ทีมชนะเลิศเป็นเงินสดมูลค่า 20,000 บาท และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 50,000 บาท

    คุณโชทาโร่ คิตะมุระ ผู้อำนวยการสายงานธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นพลังความคิดสร้างสรรค์ของน้องๆ นักศึกษา บริดจสโตน ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เด็กรุ่นใหม่ได้พัฒนาทักษะอย่างเต็มศักยภาพ เพราะเวทีนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นโอกาสเตรียมความพร้อมให้พวกเขาก้าวสู่เส้นทางอาชีพในอนาคตอย่างมั่นใจ เราเชื่อว่าคนรุ่นใหม่คือพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเดินทางซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริดจสโตนที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่น พร้อมเดินหน้าสร้างประสบการณ์ และกิจกรรมการตลาดออนไลน์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์การเดินทางของคนรุ่นใหม่ อย่างแท้จริง

    ผศ.ดร.อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า “ขอขอบคุณบริดจสโตนและผู้บริหารที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาภาควิชาการผลิตอีเว้นท์ และการจัดการนิทรรศการ   และการประชุมได้แสดงศักยภาพในบทบาทคอนเทนต์ครีเอเตอร์ พร้อมทั้งสนับสนุนและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดโครงการ ผมเชื่อว่าไอเดียของนักศึกษาจะช่วยสร้างผลงานที่ตอบโจทย์แบรนด์ ต่อยอดคุณค่าของบริดจสโตนได้จริง และเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น”

    ร่วมติดตามโครงการ EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS เพิ่มเติมได้ทาง TikTok ที่ hashtag #BridgestoneXBangkokUniversity #ValueoverPrice


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • กลุ่มธนบุรี จับมือ NIO ปักธงพันธมิตร รุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในไทย

    1 Min Read

    กลุ่มธนบุรี จับมือ NIO ปักธงพันธมิตร รุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในไทย

    กลุ่มธนบุรี ภายใต้ชื่อ บริษัท ธนบุรี บลูสกาย จำกัด ผู้นำในธุรกิจยานยนต์ของไทยที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 8 ทศวรรษ ประกาศความร่วมมือเชิง         กลยุทธ์กับ นีโอ อิงค์ (NIO Inc.) ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลก พร้อมนำ       แบรนด์ในเครืออย่าง NIO, ONVO และ firefly เข้าสู่ตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อวาง      โรดแมปการรุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในปี 2569 ตอกย้ำบทบาทอันแข็งแกร่งของไทยในฐานะตลาดยุทธศาสตร์ สู่การยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

     

    นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี กล่าวว่า “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยมีการขยายตัวที่ชัดเจนขึ้น และจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว ผู้บริโภคเริ่มมองรถยนต์ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกระยะยาวมากขึ้น ความร่วมมือระหว่างธนบุรี บลูสกาย และนีโอ จึงเป็นการวางรากฐานตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เครือข่ายบริการ และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เรามองถึงเป้าหมายระยะยาว ครอบคลุมไปถึงด้านโครงสร้างการตลาด เครือข่ายบริการ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าต้องมาพร้อมคุณภาพ การบริการ และโครงสร้างที่รองรับความต้องการในอนาคตที่ชัดเจน ซึ่งคือสิ่งที่ธนบุรี บลูสกาย และ นีโอ ตั้งใจพัฒนาร่วมกันในประเทศไทย เราพร้อมผสานประสบการณ์กว่า 80 ปี เข้ากับเทคโนโลยีชั้นนำของนีโอ เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างยั่งยืน และเสริมความเชื่อมั่นให้กับตลาดไทยอย่างมั่นคง”

    นีโอ อิงค์ ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในตลาดโลก

     

    นีโอ อิงค์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 โดยถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมอันดับต้นของจีน ผ่านจุดเด่นด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ และเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery-as-a-Service) ภายใต้ชื่อสถานี NIO Power Swap ซึ่งปัจุบันถือเป็นเครือข่ายสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หมดแล้วเป็นแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที

     

    พร้อมกันนี้ นีโอ ยังพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลแบบครบวงจร ทั้งแพลตฟอร์มการเชื่อมต่ออัจฉริยะ และโซลูชันด้านพลังงาน ไปจนถึงการบริการหลังการขายเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานเต็มรูปแบบ ปัจจุบัน นีโอ ดำเนินธุรกิจครอบคลุมถึง 14 พื้นที่ โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงศูนย์การผลิต พร้อมทั้งขยายเครือข่ายจำหน่ายและบริการครอบคลุม 24 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก อีกทั้งมีแบรนด์ย่อยที่รองรับผู้ใช้งานหลากหลายเซกเมนต์  อาทิ

    • NIO ที่มุ่งพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม
    • ONVO ซึ่งเน้นพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเจาะฐานผู้ใช้งานกลุ่มครอบครัว
    • firefly ที่โดดเด่นด้านยานยนต์ไฟฟ้าดีไซน์กะทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง

    โดยทุกแบรนด์ สะท้อนจุดแข็งของ นีโอ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก

     

    วิสัยทัศน์ของนีโอ ในการบุกตลาดประเทศไทย

     

    นายวิลเลี่ยม ลี ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร นีโอ กล่าวว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งด้านความต้องการของผู้บริโภค นโยบายภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมของอุตสาหกรรม การร่วมมือกับธนบุรี บลูสกาย ซึ่งมีฐานธุรกิจแข็งแกร่งและเข้าใจตลาดไทยเชิงลึก จะช่วยให้ นีโอ สามารถวาง EV Ecosystem ในประเทศไทยได้อย่างเป็นระบบ จากประสบการณ์กว่าทศวรรษของ นีโอ และความมุ่งมั่นผลักดันภารกิจของ Blue Sky Coming เราพร้อมยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยสู่ระดับสากล การขยายตลาดในประเทศไทยจึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งมอบมาตรฐานระดับโลกของ นีโอ ไปสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เพื่อสานต่อภารกิจของเรา พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน”

     

    3 แกนกลยุทธ์หลักของความร่วมมือระหว่างกลุ่มธนบุรี และนีโอ

     

    การร่วมพันธมิตรครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับมาตรฐานตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย และประสบการณ์ขับขี่ของผู้บริโภค ผ่าน 3 แกนกลยุทธ์หลัก ได้แก่

    1. เสริมแกร่งเครือข่ายการให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทย
      ธนบุรี บลูสกาย ใช้ประสบการณ์กว่า 80 ปี ในธุรกิจยานยนต์และเครือข่ายศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด EV พรีเมียม พร้อมวางแผนลงทุนต่อเนื่องเพื่อขยายจุดให้บริการอย่างครอบคลุม และยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายในระยะยาว

     

    1. นำเสนอนวัตกรรมระดับโลกของนีโอ
      นีโอ
      พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ระบบเชื่อมต่อดิจิทัล และแนวคิดการสร้าง Ecosystem ที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง เข้ามายกระดับประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคชาวไทย ไปจนถึงโซลูชันด้านการชาร์จและพลังงานที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

     

    1. วิสัยทัศน์ร่วมกันต่ออนาคตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
      ทั้งสองบริษัทมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันให้อนาคตรถยนต์ไฟฟ้าให้ “เกิดขึ้นได้จริง” ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การพัฒนามาตรฐานบริการ และการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้บริโภค

     

    2569: ปีแห่งการเปิดตัว NIO, ONVO และ firefly อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

     

    ทั้งนี้ ธนบุรี บลูสกาย ได้ต่อยอดสู่การขยายพอร์ตโฟลิโออีวีพรีเมียมผ่านการเปิดตัวไลน์อัป      ยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้หลากหลายแบรนด์ ได้แก่ NIO, ONVO และ firefly ซึ่งมีแผนเปิดตัวและจัดแสดงอย่างเป็นทางการในปี 2569 พร้อมนำ firefly เปิดตัวเป็นแบรนด์แรก เพื่อสะท้อนความ   โดดเด่นในด้านระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจรของนีโอ และตอกย้ำบทบาทของธนบุรี     บลูสกาย ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเครือข่ายและบริการในประเทศไทย

     

    การร่วมพันธมิตรครั้งนี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการวางรากฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อสร้างอนาคตการขับขี่และการโดยสารที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้า ประกาศผลกิจกรรม “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย” มอบทุนการศึกษารวมกว่า 600,000 บาท สนับสนุนพลังวิศวกรรุ่นใหม่

    1 Min Read

    โตโยต้า ประกาศผลกิจกรรม “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย” มอบทุนการศึกษารวมกว่า 600,000 บาท สนับสนุนพลังวิศวกรรุ่นใหม่

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยฝ่ายการตลาดรถยนต์นั่ง จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศกิจกรรม “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย” เพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์จากสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ ในการออกแบบชุดแต่งรถยนต์ภายใต้หลักวิศวกรรมและอากาศพลศาสตร์ กับรุ่น YARIS ATIV และ YARIS CROSS เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ณ TOYOTA ALIVE ถนนบางนา-ตราด กม.3

    โครงการ “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย” คือโครงการที่โตโยต้าได้เริ่มจัดขึ้นเป็นปีแรกใน พ.ศ. 2568 โดยได้ทำการเปิดรับสมัครนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ โดยในปีนี้มีมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ  จำนวน 7 แห่งที่แสดงความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก ได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดเชิงสร้างสรรค์อย่างเข้มข้นตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมยานยนต์และการออกแบบชุดแต่งรถยนต์จากโตโยต้าให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ก่อนนำเสนอผลงานในรอบตัดสินอย่างเป็นทางการ

    โตโยต้า มุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นเวทีสำคัญในการจุดประกายแรงบันดาลใจแก่นักศึกษาสายวิศวกรรมศาสตร์ เสริมสร้างความรู้และพัฒนาทักษะในหลักอากาศพลศาสตร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาและออกแบบชุดแต่งรถยนต์สมัยใหม่ เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์ชุดแต่งที่ผสานทั้งความสวยงามและสมรรถนะ ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

    ผลการแข่งขัน “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย” ประจำปี 2568

    รุ่นประเภท YARIS ATIV

    รางวัลชนะเลิศ ทีม ฝันร้ายโชว์รูม จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    รับทุนการศึกษา 150,000 บาท พร้อมสิทธิ์เข้าร่วมอบรมหลักสูตร Pre-Racing โครงการ Toyota Gazoo Racing Academy จำนวน 1 ครั้ง

    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม Toyotu จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
      รับทุนการศึกษา 100,000 บาท

    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม นายเรืออากาศ จากโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช
      รับทุนการศึกษา 50,000 บาท

    รุ่นประเภท Yaris Cross

    รางวัลชนะเลิศ ทีม Toyotu จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    รับทุนการศึกษา 150,000 บาท พร้อมสิทธิ์เข้าร่วมอบรมหลักสูตร Pre-Racing โครงการ Toyota Gazoo Racing Academy จำนวน 1 ครั้ง

    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีExceed_AE จากมหาวิทยาลัยสยาม
      รับทุนการศึกษา 100,000 บาท

    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Tachyon Racing จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
      รับทุนการศึกษา 50,000 บาท

    นอกจากทุนการศึกษาแล้ว ผลงานของทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะถูกนำไปพัฒนาสู่การผลิตจริง และมีโอกาสต่อยอดสู่การจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในอนาคต

    โตโยต้าเชื่อมั่นว่าแนวคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่ในวันนี้ คือรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในวันข้างหน้า

    ขอเชิญผู้ที่สนใจติดตามกิจกรรม “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย” ในครั้งต่อไป ผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Toyota Motor Thailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ดาส เทรฟเฟ่น ครั้งที่ 10 (Das Treffen X) รวมพลังฉลองหนึ่งทศวรรษแห่งจิตวิญญาณของปอร์เช่ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    1 Min Read

    ดาส เทรฟเฟ่น ครั้งที่ 10 (Das Treffen X) รวมพลังฉลองหนึ่งทศวรรษแห่งจิตวิญญาณของปอร์เช่ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    งานสำคัญแห่งปีของปอร์เช่ที่รวมผู้หลงใหลกว่า 3,800 คน พร้อมรถปอร์เช่ 734 คัน จากหลากหลายเจเนอเรชัน ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านโซนต่างๆ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของปอร์เช่ ตั้งแต่ยนตรกรรมระดับตำนาน นวัตกรรมล้ำสมัย ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ณ อิมแพ็ค สปีด พาร์ค (IMPACT Speed Park) กรุงเทพฯ

    กลับมาอีกครั้งกับงานที่เฉลิมฉลองจิตวิญญาณของปอร์เช่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับ  ดาส เทรฟเฟ่น ครั้งที่ 10 ณ  อิมแพ็ค สปีด พาร์ค กรุงเทพฯ ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจของ คุณเต้น สีหบุตร ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้ที่หลงใหลในปอร์เช่ โดยดาส เทรฟเฟ่นเติบโตจากการรวมตัวของคนรักปอร์เช่ สู่งานที่เป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ แรงบันดาลใจในการขับขี่ และจิตวิญญาณปอร์เช่ ที่เชื่อมผู้คนหลากหลายรุ่นไว้ด้วยกัน

    คุณเต้น สีหบุตร ชุมสาย ณ อยุธยา กล่าวว่า “ตั้งแต่วันแรกที่พวกเรารวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าดาส เทรฟเฟ่น จะเติบโตจนถึงงานครั้งที่สิบ ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะมีพันธมิตรที่ยืนเคียงข้างเราอย่างมั่นคง และคอมมูนิตี้ปอร์เช่ที่แข็งแกร่งทั่วเอเชีย ความทุ่มเทและความหลงใหลใน
    ปอร์เช่ ของทุกคน ทำให้ดาส เทรฟเฟ่นในทุก ๆ ปีมีชีวิตชีวา ผมและทีมงานรู้สึกซาบซึ้งใจ และตั้งตารอคอยสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกสิบปีข้างหน้า”

    ในปีนี้ ได้มีการยกระดับบรรยากาศขึ้นอีกขั้นด้วยการจัดพื้นที่เป็นหลากหลายโซน โดยมีโซนต้อนรับของ ปอร์เช่ ประเทศไทย (Porsche Hospitality Village) เป็นศูนย์กลางของการร่วมสัมผัสประสบการณ์ โดยผู้ที่สนใจได้ร่วมสัมผัสสินค้าไลฟสไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Porsche Lifestyle Boutique พร้อมดื่มด่ำกับโลกมอเตอร์สปอร์ตผ่านเรซซิ่งซิมูเลเตอร์บนสนามแข่งระดับตำนาน และค้นพบเรื่องราวที่สานต่อมรดกของปอร์เช่

    จัดแสดงปอร์เช่ 956 รถแข่งระดับตำนาน

    ไฮไลต์เด่นอยู่ที่โซนมอเตอร์สปอร์ต ที่มีการจัดแสดงรถแข่งระดับตำนานอย่าง ปอร์เช่ 956 ที่ส่งตรงมาจากพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ โดยปอร์เช่ 956 ครองความยิ่งใหญ่ในสนามเอ็นดูรานซ์ยุคปี 1980 ด้วยการคว้าชัยชนะในรายการ 24 Hours of Le Mans ติดต่อกันสี่ปี ตั้งแต่ปี 1982 ถึง 1985 และสร้างมาตรฐานใหม่ด้าน
    แอโรไดนามิกและความเร็วในยุคนั้น

    นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดง ปอร์เช่ 963 LMDh ที่คว้าแชมป์ IMSA และจบอันดับ 2 ที่ Le Mans 2025 โดยทั้งสองรุ่นได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ทรงพลังและเชื่อมโยงจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ของปอร์เช่ เข้ากับความมุ่งมั่นในการสร้างนิยามใหม่ให้กับโลกมอเตอร์สปอร์ต

    รวมทั้งพื้นที่จัดงานในโซนอื่น ๆ ยังได้ถ่ายทอดหลากหลายมิติของตัวตนปอร์เช่อย่างมีชีวิตชีวา โดยในโซน Adventure ได้นำเสนอคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) ที่ประกอบในมาเลเซียสำหรับประเทศไทย โดยเป็นรถที่ขับบนเส้นทางระดับตำนานจากกรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท ด้วยระยะทางกว่า 22,000 กิโลเมตร ผ่าน 17 ประเทศใน 61 วัน ตอกย้ำสมรรถนะด้านความแข็งแกร่งและความพร้อมลุยทุกเส้นทาง

    โซน Motorsport นำเสนอความยอดเยี่ยมเหนือกาลเวลาด้วยรถแข่ง Cup car จากทีม AAS Motorsport ในรุ่น 718 Cayman GT4 RS Clubsport และ 911 GT3 R ที่คว้าโพเดียมมาแล้วหลายเรซในรายการ Thailand Super Series (TSS) และรายการแข่งขันอื่น ๆ อีกมากมาย รวมทั้งโซน Urban ที่นำเสนอ ไทคานน์ (Taycan) และมาคันน์ (Macan) รถที่ขับเคลื่อนอนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าของปอร์เช่ และโซน Heritage ที่เฉลิมฉลองมรดกของปอร์เช่ด้วย 911 สปิริต 70 (911 Spirit 70) ที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัดถ่ายทอดสีสัน ลวดลายและไลฟ์สไตล์ของยุค 1970

    ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก (Porsche Asia Pacific) ได้จัดการประชุมประธานปอร์เช่ คลับ ระดับภูมิภาคครั้งแรก ที่กรุงเทพฯ ควบคู่ไปกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองในงานดาส เทรฟเฟ่น โดยได้เชิญประธาน ปอร์เช่คลับ และผู้นำคอมมูนิตี้จากหลายประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จ และต่อยอดแรงบันดาลใจระหว่างประเทศ โดยการประชุมครั้งนี้ สร้างพื้นที่สำคัญให้แต่ละคลับนำเสนอผลงานไฮไลต์ที่โดดเด่นในปี 2025 เพื่อกระชับความร่วมมือ และตอกย้ำบทบาทของคอมมูนิตี้ภายในครอบครัวปอร์เช่ระดับโลก

    การรวมตัวสุดพิเศษได้ดำเนินอย่างต่อเนื่องไปจนถึงช่วงค่ำ ด้วยกิจกรรมปอร์เช่ คลับ ไนท์ (Porsche Club Night) ณ เคอร์วิสตาน แบงคอก (Curvistan Bangkok) พื้นที่ไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้ ใจกลางทองหล่อ โดยสมาชิกปอร์เช่ คลับ จากทั่วเอเชีย กว่า 280 คน ได้มารวมตัวกันในการเปิดนิทรรศการล่าสุดของ เคอร์วิสตาน แบงคอก ที่สเตฟาน บ็อกเนอร์ (Stefan Bogner) ได้รังสรรค์ขึ้นสำหรับ ปอร์เช่ คอมมูนิตี้ (Porsche Communities) โดยเฉพาะ

    ยานนิค อ็อตต์ (Yannick Ott) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า “คอมมูนิตี้ คือหัวใจหลักของปอร์เช่ โดยดาส เทรฟเฟ่น ครั้งที่ 10 เคอร์วิสตาน แบงคอก และการประชุมประธานปอร์เช่ คลับ ระดับภูมิภาคครั้งแรก สะท้อนพลังแห่งจิตวิญญาณ เป้าหมาย และผู้คนที่อยู่เบื้องหลังตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ เพื่อร่วมกันสร้างสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ และเป็นพลังที่ขับเคลื่อนปอร์เช่ไปข้างหน้า”

    ดาส เทรฟเฟ่น ครั้งที่ 10 ก้าวข้ามความเป็นงานรวมตัวของรถยนต์ โดยแสดงให้เห็นถึงพลังของความหลงใหลในปอร์เช่ตลอดทศวรรษใจกลางเอเชีย ที่มอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบทุกรูปแบบ เจ้าของรถปอร์เช่ได้ร่วมทดสอบทักษะการขับขี่ผ่านการแข่งขันสลาลอม และในช่วงค่ำได้เปลี่ยนเป็นบรรยากาศเฟสติวัลด้วยฟู้ดทรัคและดนตรีสด ที่ให้การเฉลิมฉลองที่น่าจดจำ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Chang Classic Car Revival 2025 ปิดฉากประทับใจ ตอกย้ำภารกิจ สนามช้างเป็นมากกว่าสนามแข่ง

    1 Min Read

    Chang Classic Car Revival 2025 ปิดฉากประทับใจ ตอกย้ำภารกิจ สนามช้างเป็นมากกว่าสนามแข่ง

    น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ร่วมกับ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สังเวียนความเร็วระดับโลกของไทย ประกาศความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมกับงาน “ช้าง คลาสสิค รีไววัล 2025″ เทศกาลรถคลาสสิคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย-อาเซียน จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 โดยงานนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การรวมตัวของรถคลาสสิคและรถสปอร์ตหายากกว่า 1,000 คัน และการสร้างปรากฏการณ์แห่งความยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถในการบริหารจัดการสนามแข่งระดับโลกที่เป็นมากกว่าสนามแข่งรถ ไปพร้อมกับการจัดเทศกาลรถคลาสสิคระดับชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ

     

    นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยว่า “ความสำเร็จของงานในปีที่ 6 นี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ความทุ่มเทในการจัดงานนั้นคุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะนอกจากเจ้าของรถจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับรถที่แสนรัก เป็นมากกว่าการรวมรถที่ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา แต่คือเวทีที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาวงการรถคลาสสิคทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์อย่างยั่งยืน”

    ในปีนี้มี ดารา ศิลปินคนดังที่รักรถคลาสสิคมาร่วมงาน อาทิ ชาช่า- อริต์ตา รามณรงค์, ป๋อง-กพล ทองพลับ, ไต้ฝุ่น-ตากเพชร เลขาวิจิตร, เบนซ์ เรซซิ่ง- อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช

     

    ผลการแข่งขันวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ปรากฏว่า “เบนซ์ เรซซิ่ง” อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช สร้างผลงานสุดยอดเยี่ยม คว้าอันดับ 1 ในการแข่งขัน ช้าง คลาสสิค แอนด์ เรโทร มอเตอร์ไซเคิล กรุ๊ป 1 ในคลาส Under 750 (80’s-90’s) โดยใช้รถฮอนด้า NSR250 ทำเวลาต่อรอบ 2 นาที 2.384 วินาที

    ส่วน“ไต้ฝุ่น” ตากเพชร เลขาวิจิตร ลงแข่งขันในรุ่น คลาสสิค คาร์ รีไววัล กรุ๊ป 5 ด้วยรถปอร์เช่ 911 ขึ้นโพเดียมอันดับ 5 ได้สำเร็จ ด้วยเวลาต่อรอบ 2 นาที 1.412 วินาที

    ส่วน “ชาช่า” อริต์ตา รามณรงค์ ที่ลงแข่งขันประเภทรถยนต์คลาสสิค รุ่น ออล อเมริกัน รีไววัล ด้วยรถมัสแตง คว้าอันดับ 7 โอเวอร์ออล ด้วยเวลาต่อรอบ 2 นาที 37.931 วินาที

    หัวใจสำคัญงานปีนี้ คือการผนวกกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับกิจกรรมทางสังคมอย่างลงตัว เมื่อสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้ปรับพื้นที่เป็น “ศูนย์พักพิงหลัก” ของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งรองรับประชาชนกว่า 10,000 คน และชุบชูใจให้กับผู้อพยพและประชาชนทั่วไป ได้เข้าชมงานได้ฟรี ผ่อนคลายจากสถานการณ์ตึงเครียด พร้อมกับการรวมตัวของกลุ่มดารา คนดัง และคนรักรถคลาสสิคที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจด้านความปลอดภัย ความรู้สึกเชิงบวก นอกจากนี้ยังได้ไปเยี่ยมเยียนและบริจาคสิ่งของ ส่งต่อกำลังใจให้กับคนในชุมชนได้ในยามวิกฤตไปพร้อมๆกัน ตอกย้ำว่าสนามช้างฯ เป็นมากกว่าสนามแข่งรถ

    สีสันอย่างของการได้เห็นรถหายากอย่าง Dodge Charger รถสปอร์ตในตำนานรุ่นเดียวกับรถคู่ใจของ โดมินิก ทอเร็ตโต พระเอกจากภาพยนตร์ Fast & Furious ที่โด่งดังไปทั่วโลก มาปรากฎโฉมในสนามและที่สำคัญคือการมีกลุ่มผู้รักรถจากนานาชาติ  เช่น กลุ่ม American Car Club Thailand, Classic Mini Revival, Veloce, Alfa City, หมู่บ้านเพนกวิน, Faroib Autosport ที่ยกทีมกันมาจากมาเลเซีย, K-Car Classic ฯลฯ เข้าร่วมงาน ทำให้งานมีมิติที่ลึกซึ้งกว่าแค่การแข่งขัน แต่เป็นการสร้างสังคมของคนรักรถที่อบอุ่นและเป็นสากล

    กิจกรรมที่สร้างความประทับใจและเป็นไฮไลต์ของงาน คือ ขบวนพาเหรดรีไววัลที่ยาวที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย-อาเซียน กับการรวมตัวกันของรถคลาสสิค, เรโทร, ซูเปอร์คาร์ ระดับตำนาน หลากยุคหลายสมัย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่น-ยี่ห้อ ซึ่งภาพความยิ่งใหญ่นี้ได้ถูกถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ไปสู่คนรักรถคลาสสิคทั่วโลก

    นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังได้รับประสบการณ์สุดพิเศษกับกิจกรรม Grid Walk ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสีสันที่ได้ชมขบวนรถคลาสสิคที่ยาวเหยียดบริเวณกริดสตาร์ตบนสนามแข่งระดับโลก พร้อมถ่ายรูปสวยๆ เป็นที่ระลึก ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมความสนุกอีกมากมาย ทั้งบูธสินค้าของตกแต่งรถ และร้านอาหารชั้นนำของจังหวัดบุรีรัมย์ ตลอดสองวันงานเต็มไปด้วยคนรักรถ, ประชาชนทั่วไปและผู้อพยพเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก นับเป็นการปิดฉากปีที่ 6 ของ Chang Classic Car Revival ได้อย่างยิ่งใหญ่และสุดประทับใจอย่างแท้จริง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้าเปิดหลังบ้าน พาสื่อมวลชนเจาะลึกคลังอะไหล่–ศูนย์บริการ ชูมาตรฐานการบริการในแบบของโตโยต้า

    2 Min Read

    โตโยต้าเปิดหลังบ้าน พาสื่อมวลชนเจาะลึกคลังอะไหล่–ศูนย์บริการชูมาตรฐานการบริการในแบบของโตโยต้า

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรม “Toyota Trusted Services  Open House” ครั้งที่ 1 ต้อนรับสื่อมวลชนเข้าชมการดำเนินงานด้านบริการหลังการขายอย่างใกล้ชิด ระหว่างวันที่ 10–11 ธันวาคม 2568 โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 วัน ครอบคลุมตั้งแต่ ศูนย์กระจายอะไหล่ TPCAP (Toyota Parts Center Asia Pacific) และโชว์รูมผู้แทนจำหน่าย

    โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ ตอกย้ำความมั่นใจของลูกค้า ผ่านการฉายภาพเบื้องหลังความแข็งแกร่งของงานบริการที่เป็นระบบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าไว้วางใจเลือกโตโยต้า เพราะโตโยต้าเชื่อว่าลูกค้าในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่รถยนต์ที่มีคุณภาพ ทนทาน และราคาขายต่อที่ดีเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความมั่นใจตลอดการใช้งาน ทำให้การเปิดบ้านในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ความพร้อมของระบบบริหารจัดการอะไหล่ระดับโลกที่มีความแม่นยำ การันตีความครบครันและรวดเร็ว หมดกังวลเรื่องการรออะไหล่นาน ตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคที่ต้องการความมั่นใจว่า เมื่อตัดสินใจเลือกโตโยต้าแล้ว จะได้รับการดูแลด้วยมาตรฐานบริการที่เหนือกว่าและวางใจได้จริงในระยะยาวผ่านศูนย์บริการกว่า       440 แห่ง ทั่วประเทศ ที่พร้อม “การสร้างประสบการณ์สุดประทับใจ ที่เป็นมากกว่าการดูแลรักษารถยนต์” ผ่าน “5 ความมั่นใจจากโตโยต้า”

    1. มั่นใจ … ช่างเชี่ยวชาญ TRUST in Professionalism
    2. มั่นใจ … อะไหล่แท้คุณภาพ TRUST in Quality
    3. มั่นใจ … งานซ่อมรวดเร็ว แม่นยำ TRUST in Speedy with Accuracy
    4. มั่นใจ … บริการสะดวก ครบจบที่เดียว TRUST in Convenience
    5. มั่นใจ … คุ้มค่าด้วยสิทธิประโยชน์ TRUST in Value

     

    Toyota Parts Center Asia Pacific (TPCAP)

    ศูนย์กระจายอะไหล่ TPCAP”

    เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญด้านการให้บริการหลังการขายของโตโยต้า โดยศูนย์ฯ มีศักยภาพในการบริหารจัดการอะไหล่แท้มากกว่า 120,000 รายการ และมีจำนวนชิ้นส่วนจัดเก็บรวมกว่า 1 ล้านชิ้น ภายในพื้นที่ปฏิบัติงานกว่า 80,000 ตารางเมตร

    โดยศักยภาพดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อรถยนต์หนึ่งคัน ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนกว่า 30,000 ชิ้น ครอบคลุมทั้งอะไหล่สิ้นเปลืองสำหรับการเช็กระยะ อะไหล่ซ่อมเบา และอะไหล่ซ่อมหนัก ดังนั้นศูนย์กระจายอะไหล่แห่งนี้จึงเป็นหลักประกันสำคัญที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ทุกครั้งที่มีความต้องการด้านการซ่อมบำรุง ท่านจะได้รับ อะไหล่แท้โตโยต้า ที่มีคุณภาพมาตรฐานเดียวกัน สดใหม่จากโรงงาน และจำหน่ายในราคาที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ผ่านระบบการบริหารจัดการคลังสินค้าที่แม่นยำและน่าเชื่อถือ พร้อมให้บริการจัดส่งอะไหล่ทั่วประเทศภายในวันสำหรับเขตกรุงเทพฯ และวันถัดไปสำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งจะช่วยขจัดความกังวลใจเรื่องการรออะไหล่นาน และส่งมอบประสบการณ์การซ่อมบำรุงที่กระชับฉับไว เพื่อให้ลูกค้าได้รับรถกลับไปใช้งานได้ในเวลาไม่นาน

    (ข้อมูลตัวเลขเป็นข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการบริหารจัดการของบริษัท)

    1. Quality Dojo – ห้องอบรมมาตรฐานคุณภาพของโตโยต้า

    Quality Dojo เป็นห้องอบรมสำหรับพนักงานฝ่ายคลังอะไหล่ ซึ่งเน้นการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรฐานคุณภาพก่อนลงปฏิบัติงานจริง รวมถึงมีการ Re-Training อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการทำงาน

    ภายในห้องอบรมมีการจำลองสถานการณ์การทำงานจริง เช่น

    • การหยิบอะไหล่จากพื้นที่จัดเก็บ
    • การตรวจสอบอะไหล่และแพ็คเกจตามขั้นตอนที่กำหนด
    • การเตรียมอะไหล่สำหรับการจัดส่ง
    • การจัดเก็บอะไหล่ตามหลัก 7 Techniques ของโตโยต้า

    ทั้งหมดนี้ช่วยให้พนักงานปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ ซึ่งส่งผลให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าอะไหล่ที่ผ่านการจัดการตามกระบวนการมาตรฐานของโตโยต้าจะถูกส่งมอบด้วยคุณภาพที่ได้รับการตรวจสอบอย่างเหมาะสม

    1. Safety Dojo – ห้องอบรมมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน

     

    โตโยต้ายึดหลัก “ความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง” ในทุกขั้นตอนการทำงาน โดย Safety Dojo ถูกออกแบบมาเพื่อให้พนักงานเรียนรู้หลักปฏิบัติที่ช่วยลดความเสี่ยงในการทำงานในคลังอะไหล่ ทั้งยังช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวอะไหล่อย่างไม่ตั้งใจ ทำให้มั่นใจได้ว่าอะไหล่ทุกชิ้นที่ส่งออกจากคลังไปยังศูนย์บริการจะคงสภาพสมบูรณ์

    ภายในห้องอบรมประกอบด้วยฐานการสาธิต (Simulation) เช่น

    • การใช้ถุงมือและอุปกรณ์ป้องกันอย่างถูกต้อง
    • ท่าทางการยกอะไหล่ตามหลัก Ergonomics
    • การจำลองมุมมอง (Visibility) ขณะขับรถโฟล์คลิฟต์

    กิจกรรมทั้งหมดเป็นการสาธิตเพื่อฝึกทักษะและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัย ให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด

     

    1. การสาธิตระบบการจัดส่งอะไหล่ภายในประเทศ

    ศูนย์อะไหล่โตโยต้าดำเนินงานภายใต้ระบบจัดการชิ้นส่วนที่เป็นระเบียบแบบแผน โดยอ้างอิงกระบวนการภายใต้มาตรฐานของเครือข่ายศูนย์อะไหล่โตโยต้าทั่วโลก ซึ่งช่วยให้สามารถจัดส่งอะไหล่กว่า 120,000 ชิ้นต่อวันไปยังศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ เพื่อให้งานซ่อมบำรุงที่ศูนย์บริการแต่ละแห่งดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ลดระยะเวลาที่ลูกค้าต้องจอดรถรอซ่อม และการันตีว่าลูกค้าจะได้รับรถกลับไปใช้งานได้ตามเวลานัดหมาย

    กระบวนการจัดส่งประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ได้แก่

    1. รับออเดอร์จากศูนย์บริการ
    2. พิมพ์ใบหยิบอะไหล่ (Picking Slip) สำหรับพนักงานจัดเตรียมอะไหล่
    3. Picking – การหยิบอะไหล่จากพื้นที่จัดเก็บ
    4. Check Sort – การตรวจสอบเบอร์และจำนวนชิ้นของอะไหล่
    5. การนำอะไหล่ขึ้นรถเพื่อจัดส่งต่อไปยังศูนย์บริการ

    สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลสามารถจัดส่งได้ภายในวัน ตามเงื่อนไขการให้บริการในแต่ละพื้นที่ ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดจะอยู่ภายในประมาณ 2 วัน ทั้งนี้ระยะเวลาจัดส่งอาจแตกต่างกันตามสภาพการขนส่งและปัจจัยอื่น ๆ

    1. การจัดการพื้นที่จัดเก็บอะไหล่

    ศูนย์อะไหล่โตโยต้ามีอะไหล่พร้อมบริการมากกว่า 1 ล้านชิ้น ครอบคลุมตั้งแต่

    • อะไหล่งานเช็กระยะ
    • อะไหล่งานซ่อมเบา
    • อะไหล่งานซ่อมหนัก

    รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญ เช่น Hybrid Battery และ EV Battery

    พื้นที่จัดเก็บแบ่งตามประเภทอะไหล่ ได้แก่

    • Small & Tiny Parts (อะไหล่ขนาดเล็ก)
    • Medium Parts (อะไหล่ขนาดกลาง)
    • KP & Body Parts (อะไหล่ขนาดใหญ่)

    โดยการแยกโซนจัดเก็บตามขนาดและลักษณะของอะไหล่ จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความแม่นยำในการค้นหา ลดระยะเวลารอคอยของลูกค้า อีกทั้งยังช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดเก็บอะไหล่ชิ้นใหญ่และหนักปะปนกับชิ้นเล็ก เพื่อให้มั่นใจว่าอะไหล่ทุกชิ้นจะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

    ทุกพื้นที่ใช้ระบบ FIFO (First In First Out) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วน และทำให้ระบบการหมุนเวียนสต็อกมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ โตโยต้ามีการจัดเก็บอะไหล่รองรับรถแต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่ามีความพร้อมของอะไหล่รองรับการใช้งานตลอดอายุรถของโตโยต้า (ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด)

     

    หมายเหตุ : ข้อมูลภายในเอกสารฉบับนี้อ้างอิงข้อมูลจากฝ่าย Parts Logistics ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการบริหารจัดการและนโยบายของบริษัท

    ศูนย์บริการโตโยต้า

    TOYOTA TRUSTED SERVICE: มากกว่าการบริการ……. คือความไว้วางใจ

    นอกเหนือจากการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแล้ว โตโยต้ามุ่งเน้นการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจในการใช้งานระยะยาวด้วยมาตรฐานการบริการระดับสากล ที่ผสานความเชี่ยวชาญของทีมงานมืออาชีพ เข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้พร้อมดูแลรถยนต์ทุกคันอย่างพิถีพิถันและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “การสร้างประสบการณ์สุดประทับใจ ที่เป็นมากกว่าการดูแลรักษารถยนต์” ซึ่งสะท้อนผ่านมาตรฐานการบริการที่สร้าง 5 ความมั่นใจจากโตโยต้า” ที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้จริง และพร้อมไว้วางใจโตโยต้าให้ดูแลทุกการเดินทางอย่างอุ่นใจ

    1. มั่นใจ…ช่างเชี่ยวชาญ TRUST in Professionalism

    ที่ศูนย์บริการโตโยต้า ช่างทุกคนต้องผ่านการฝึกอบรมจากศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้าตามมาตรฐานญี่ปุ่น พร้อมการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ เช่น HEV และ EV

    ยิ่งไปกว่านั้นเรามีหลักสูตรพัฒนาช่างที่มีประสบการณ์สูง (เฉลี่ย มากกว่า15 ปีขึ้นไป) โดยการฝึกปฏิบัติจากการเคสจำลองในการวิเคราะห์ปัญหาจริงเพื่อยกระดับเป็น “เจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาด้านเทคนิค หรือ Technical Advisor (TA)“  พร้อมให้บริการวิเคราะห์รถยนต์ทุกศูนย์บริการทั่วประเทศด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาอัจฉริยะ GTS+ – Global Tech Stream Plus ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมองกลของรถเพื่อตรวจหาจุดผิดปกติอย่างแม่นยำ ภายใต้แนวคิด Fix It Right, Fix It Fast” รวมถึงฐานข้อมูลความรู้ที่อัพเดทและการสนับสนุนงานการวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว Remote Diagnosis &Fast lane ร่วมกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

    ศูนย์บริการโตโยต้าทุกแห่งยังพร้อมรองรับงานซ่อมรถยนต์ไฮบริดและรถไฟฟ้า ด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้าที่พร้อมให้บริการทุกศูนย์ เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุด

     

    1. มั่นใจ…อะไหล่แท้คุณภาพ TRUST in Quality

    มั่นใจอะไหล่แท้ และคุณภาพดีที่สุด ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับรถโตโยต้า และสร้างความมั่นใจด้วยการรับประกันอะไหล่ 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) 

     พร้อมระบบจัดการอะไหล่ตามมาตรฐาน Toyota Global Standard พร้อมให้บริการจัดส่งอะไหล่ทั่วประเทศภายในวันสำหรับเขตกรุงเทพฯ และวันถัดไปสำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด และบริการเปลี่ยนยาง โตโยต้ามีดีลกับบริษัทผู้ผลิตชั้นนำในตลาด ด้วยสต็อคยางที่ผลิตมาสดใหม่ เพื่อรองรับลูกค้าที่เข้ามารับบริการ

     

    1. มั่นใจ…งานซ่อมรวดเร็ว แม่นยำ TRUST in Speedy with Accuracy

    โตโยต้าพร้อมมอบบริการเช็กระยะที่รวดเร็วผ่าน Express Maintenance (EM) ที่เสร็จภายใน 60 นาที      (ยกเว้นงานเช็กระยะหนัก ทุก 40,000 กิโลเมตร) ด้วยขั้นตอนปฏิบัติงานมาตรฐาน พร้อมการตรวจสอบคุณภาพด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญตลอดกระบวนการ โดยเน้นย้ำการทำงานตามหลักการ Toyota Production System หรือ TPS ทำให้การทำงานครบถ้วนและรวดเร็ว รวมทั้งการใช้ตู้เครื่องมือพิเศษเพื่อช่วยให้การทำงานของช่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

    ลูกค้าจะทราบราคาและอนุมัติก่อนเริ่มซ่อมเสมอ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงใดๆ และช่วยให้ลูกค้าเข้าใจงานซ่อมได้อย่างชัดเจนและตัดสินใจได้อย่างคุ้มค่า ผ่านการแนะนำรายการตรวจเช็ก อะไหล่ โปรโมชั่น และสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับลูกค้าแต่ละรายได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดด้วยระบบข้อมูลกลาง และการนำเสนอผลการตรวจสภาพรถด้วยภาพถ่ายชิ้นส่วนอะไหล่ที่ควรเปลี่ยนจากช่าง และภาพ 3 มิติประกอบการอธิบาย ผ่านระบบ Customer-centric Service (Next-Gen Service)

     

    1. มั่นใจ…บริการสะดวก ครบจบที่เดียว TRUST in Convenience

    โตโยต้ามอบความสะดวกสบายเต็มรูปแบบ ด้วยบริการแจ้งเตือนเช็กระยะและนัดหมายผ่าน Call Center สะดวกยิ่งขึ้นด้วยการนัดหมายออนไลน์ที่กำหนดได้เอง ผ่านเว็บไซต์ Toyota, แอปพลิเคชัน T-Connect และ Toyota LINE Official พร้อมบริการแจ้งข้อมูลและช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Toyota Contact Center โทร. 1486 ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สะดวก ง่าย มั่นใจไม่พลาดทุกสิทธิประโยชน์ รวมทั้งได้รับการดูแลที่ตรงทุกความต้องการอย่างแท้จริง โดยระหว่างรอซ่อมลูกค้าสามารถใช้บริการห้องพักลูกค้าที่สะดวกสบาย และตรวจสอบสถานะงานซ่อมแบบ Real-time ผ่านมือถือ

    นอกจากนั้น โตโยต้ายังมีการบริการที่หลากหลาย ครบจบในที่เดียว (One Stop Service) ตั้งแต่งานเช็กระยะ งานซ่อมทั่วไป และงานซ่อมตัวถังและสี รวมทั้งมีบริการเปลี่ยนยาง แบตเตอรี่ และเคมีภัณฑ์ทางเลือกต่างๆ เพื่อดูแลรักษารถลูกค้าอย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริการเปลี่ยนยางที่คุ้มค่า ด้วยแบรนด์ชั้นนำที่หลากหลาย หมดกังวลเรื่องยางค้างสต๊อก เพราะยางที่ศูนย์โตโยต้าเป็นยางผลิตใหม่ ส่งตรงจากซัพพลายเออร์ และสิทธิประโยชน์ที่ครบครัน อาทิเช่น การรับประกันอุบัติเหตุยาง นาน 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ฟรีค่าแรง เปลี่ยนยาง ตั้งศูนย์ ถ่วงล้อ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/promotion/2025-yearend-tire

     

    สำหรับงานซ่อมตัวถังและสี มีการใช้สีน้ำสูตรเดียวกับโรงงาน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รับประกันอะไหล่แท้ พร้อมด้วยเทคโนโลยีการซ่อมตัวถังที่มีความแม่นยำสูง เพื่อคืนสภาพรถให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงเหมือนใหม่ทั้งรูปลักษณ์และความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าทุกครั้งที่นำรถเข้ารับบริการ ทางโตโยต้ามีเป้าหมายการทำงานร่วมกับประกันภัยในการอนุมัติงานซ่อมแบบออนไลน์เพื่อนำมาซึ่งความรวดเร็ว รวมถึงมีการยืนยันกับลูกค้าก่อนการซ่อมทุกครั้ง เช่นเดียวกับมาตรฐานการประเมินราคา ที่ทางโตโยต้ามีการนำพื้นที่ความเสียหาย ความยากง่ายของการซ่อม มาเป็นส่วนสำคัญในการคำนวณค่าใช้จ่าย ทำให้ทุกศูนย์บริการมีมารตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

    1. มั่นใจ…คุ้มค่าด้วยสิทธิประโยชน์ TRUST in Value

    โตโยต้ามุ่งมั่นส่งมอบบริการพร้อมด้วยสิทธิประโยชน์ที่ให้ความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่าย

    เพียงลูกค้าเข้าเช็กระยะที่ศูนย์บริการโตโยต้าอย่างต่อเนื่อง รับสิทธิประโยชน์มากมายที่เพิ่มขึ้นจากโปรแกรม TCFR Plus+ ไม่ว่าจะเป็น การขยายระยะรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 8 ปี ส่วนลดอะไหล่และเคมีภัณฑ์งานเช็กระยะสูงสุด 15% คะแนน Alive-X พิเศษสูงสุด 2.5 เท่า และ รับส่วนลดสูงสุด 40,000 บาท เมื่อซื้อรถยนต์ใหม่คันถัดไป

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/tcfrplus/

    อีกทั้งมีสิทธิพิเศษจาก TOYOTA ALIVE-X ใช้คะแนน The 1 แลกรับส่วนลดที่ศูนย์บริการและกิจกรรมอีกมากมายในแอป T-CONNECT

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/toyota_alive-x/

    จ่ายครั้งเดียวคุ้ม ดูแลครบ จบทุกระยะ” แพ็กเกจอะไหล่งานเช็กระยะ Smart Plan มอบส่วนลดสูงสุด 25%  สะดวกและคุ้มค่าในการบำรุงรักษารถยนต์อย่างต่อเนื่อง  ช่วยให้ลูกค้าวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจในระยะยาว ลูกค้าที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ Toyota Official, Shopee, Lazada หรือศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/customerservice/smartplan/package

    บัตรเครดิตโตโยต้า Co Brand Credit Card คู่ใจคนใช้รถโตโยต้า โดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ออกบัตรเครดิต Toyota ที่มีสิทธิประโยชน์หลัก   ส่วนลด 15% สำหรับค่าอะไหล่แท้และเคมีภัณฑ์ และส่วนลด 10% สำหรับสำหรับงานซ่อมตัวถังและสี และพิเศษยิ่งกว่า ด้วยส่วนลดในเดือนเกิด 20% สำหรับค่าอะไหล่แท้และเคมีภัณฑ์

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/

     

    นอกจากนั้น กลุ่มลูกค้าที่อายุรถมากกว่า 5 ปี หรือ 150,000 กม. สามารถเลือกใช้แพ็กเกจสุดคุ้ม ECO Pack บริการด้วยอะไหล่ทางเลือกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากโตโยต้า พร้อมการรับประกันงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/ecopack

     

    สำหรับลูกค้าประกันภัยรถใหม่ และลูกค้าต่ออายุประกันภัย โตโยต้ามีผลิตภัณฑ์ประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ PHYD (Pay How You Drive) ขับดีลดให้ ที่มอบการขยายความคุ้มครองสูงสุดต่อเนื่องถึง 8 ปี โดยสามารถรับสิทธิ์ส่วนลดประกันภัยสูงสุด 40% ในปีถัดไปได้ที่แอป T-Connect และตรวจสอบผลคะแนนการขับขี่หลังจบการเดินทาง ทำให้ลูกค้าสนุกในทุกทริปการขับขี่ และก่อให้เกิดพฤติกรรมการขับขี่อย่างปลอดภัยสูงสุด

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/toyotacare/

     

    Toyota Trusted Service คือความตั้งใจของโตโยต้าในการมอบ “ประสบการณ์สุดประทับใจ ที่เป็นมากกว่าการดูแลรักษารถยนต์” ผ่านมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าทุกคน

     

    ด้วยแนวคิด “ซ่อมจบ งบไม่บานปลาย มาตรฐานเดียวกันทั่วไทย” ไม่ว่ารถจะเสียที่ไหน ลูกค้าสามารถไว้วางใจในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศกว่า 448 แห่ง (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2568) ได้ด้วยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือทันสมัย อะไหล่แท้โตโยต้า ระบบประเมินราคาล่วงหน้า ฐานข้อมูลรถที่เชื่อมโยงกัน รับบริการต่างๆ เพียงปลายนิ้ว ผ่านแอป T-Connect พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษมากมายสำหรับลูกค้าโตโยต้า

     

    พิเศษ! สำหรับลูกค้าโตโยต้าที่สนใจเข้ารับบริการ และสมัครสมาชิก TCFR Plus+ ร่วมฉลองครอบรอบ 1 ปี TCFR Plus+ “แจกเยอะ จัดใหญ่ ประทับใจ 3 ต่อ” รับของขวัญพิเศษเมื่อมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 2,000 บาท ระหว่างวันที่ 16 พ.ย. 2568 – 31 ม.ค. 2569 ได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://aftersales.toyota.co.th/promotion/TCFRPlusanni

     

    ทั้งหมดนี้เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การดูแลรถยนต์ที่เหนือกว่า มั่นใจ อุ่นใจ และพร้อมให้โตโยต้าอยู่เคียงข้างคุณในทุกเส้นทางและยังเป็นการปูทางสู่ Open House II ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 มกราคม 2569 ซึ่งจะเปิดบ้านพาสื่อมวลชนเยี่ยมชม ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า (Toyota Education and Training Center) เพื่อสะท้อนการลงทุนในบุคลากร ที่จะเป็นกำลังหลักในการยกระดับบริการในอนาคต


    No Comment
  • Grandprix Xpectrum จัดโมเมนต์อบอุ่นละลายใจ ส่งอีแจอุคปล่อยเสน่ห์ไม่พัก ในงาน “2025 LEE JAE WOOK FANMEETING TOUR IN BANGKOK”

    1 Min Read

    Grandprix Xpectrum จัดโมเมนต์อบอุ่นละลายใจ ส่งอีแจอุคปล่อยเสน่ห์ไม่พัก ในงาน “2025 LEE JAE WOOK FANMEETING TOUR <pro’log> IN BANGKOK”

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ได้มีการจัดงาน “2025 LEE JAE WOOK FANMEETING TOUR <pro’log> IN BANGKOK” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟนคลับชาวไทยกว่าหนึ่งพันคน โดยบรรยากาศตลอดงานเต็มไปด้วยความสุข ความตื่นเต้น และช่วงเวลาสุดประทับใจจากนักแสดงหนุ่มชื่อดัง “อีแจอุค”

    ทันทีที่อีแจอุคปรากฏตัวบนเวที เขาได้ทักทายแฟน ๆ ด้วยรอยยิ้มสุภาพ นุ่มนวล และแฝงด้วยความขี้อายเล็ก ๆ โดยเฉพาะช่วงที่พูดภาษาไทย ทำให้บรรยากาศภายในฮอลล์เต็มไปด้วยเสียงเชียร์และความประทับใจจากเหล่าแฟนคลับ นอกจากนี้ ในช่วงพูดคุยบนเวที อีแจอุคยังแสดงเสน่ห์เป็นกันเอง ส่งสายตาอบอุ่น พร้อมร่วมสนทนาและหยอกล้อกับผู้ชมอย่างต่อเนื่อง สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้เข้าร่วมงานตลอดงาน

    นอกจากนี้ยังมีหลายช่วงเวลาสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการขอบคุณแฟนคลับชาวไทย การทักทายด้วยการโบกมือ การส่งหัวใจให้กล้อง และโมเมนต์ยิ้มเขินที่ทำให้ผู้ชมกรี๊ดสนั่นฮอลล์ รวมถึงกิจกรรมไฮไลต์อย่าง Hi-Bye ที่อีแจอุคทำเซอร์ไพรส์ด้วยการเดินลงไปทักทายแฟนคลับอย่างใกล้ชิดแทบจะแบบตัวต่อตัวกันเลยทีเดียว สร้างประสบการณ์สุดพิเศษและน่าจดจำให้แฟน ๆ กันอย่างถ้วนหน้า  อีแจอุคยังได้กล่าวถึงความผูกพันกับประเทศไทย พร้อมเล่าถึงความทรงจำในการมาเที่ยวไทยครั้งก่อน รวมถึงเผยถึงเมนูอาหารไทยที่โปรดปราน อาทิ ต้มยำกุ้ง ปูผัดผงกะหรี่ และผัดไทย รวมถึงโรตี ซึ่งสะท้อนถึงความประทับใจที่มีต่อวัฒนธรรมและรสชาติอาหารไทยเป็นอย่างดี

    ตลอดระยะเวลาการจัดงาน แฟนคลับไทยต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า แฟนมีตติ้งครั้งนี้เป็นหนึ่งในงานที่อบอุ่นเป็นกันเอง และสร้างความใกล้ชิดระหว่าง “อีแจอุค” และแฟนคลับได้มากที่สุดครั้งหนึ่ง โดยช่วงท้ายของงาน อีแจอุคได้กล่าวขอบคุณและส่งข้อความถึงแฟนคลับชาวไทยว่า “ผมรักแฟนคลับชาวไทยมากจริง ๆครับ” ยิ่งตอกย้ำความซาบซึ้งและสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั้งฮอลล์

    งานครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานคุณภาพจาก Grandprix Xpectrum ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งมุ่งมั่นสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อมอบความสุข ความสนุก และประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับแฟน ๆ ชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ส่วนจะมีอะไรเซอร์ไพรส์กันต่อไปนั้น คอยติดตามการอัพเดทกิจกรรมและงานดี ๆ ได้เลยที่ Grandprix Xpectrum ได้ผ่านทุกช่องทางโซเชียลมีเดียเช่นเคย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บริดจสโตน จับมือ ม.กรุงเทพ จัดโครงการ “EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS” ชวนเด็กนิเทศฯ โชว์ไอเดียครีเอทคลิปไวรัลตอบไลฟ์สไตล์ Gen Z ในหัวข้อ “VALUE OVER PRICE”

    1 Min Read

    บริดจสโตน จับมือ ม.กรุงเทพ จัดโครงการ “EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS”
    ชวนเด็กนิเทศฯ โชว์ไอเดียครีเอทคลิปไวรัลตอบไลฟ์สไตล์ Gen Z
    ในหัวข้อ “VALUE OVER PRICE”

    บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดโครงการเฟ้นหาสุดยอดครีเอเตอร์รุ่นใหม่ใน “EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS” เปิดเวทีให้น้องๆ นักศึกษาภาควิชาการผลิตอีเว้นท์ และการจัดการนิทรรศการและการประชุม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อัพสกิลโชว์ไอเดียครีเอทคอนเทนต์ไวรัล
    ในรูปแบบของตนเองผ่านคลิปวิดีโอสั้นบน TikTok นำเสนอเรื่องราวเชื่อมโยงกับแบรนด์บริดจสโตน ตอบไลฟ์สไตล์ Gen Z ในหัวข้อ VALUE OVER PRICE” โดยเล่าให้เห็นความสำคัญของ “คุณค่า” จากยางรถยนต์บริดจสโตนที่ลูกค้าจะได้รับ เช่น สมรรถนะ ความปลอดภัย และความคงทน “มากกว่าราคาที่ลูกค้าต้องจ่าย” พร้อมชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท

    โครงการ EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS  สานต่อความสำเร็จจากเฟสแรก ซึ่งจัดในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2568 สะท้อนความมุ่งมั่นของบริดจสโตนในการสนับสนุนภาคการศึกษาไทย และเตรียมพร้อมคนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งเชื่อมโยงแบรนด์บริดจสโตนเข้ากับไลฟ์สไตล์การเดินทางของคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ในเฟสนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากน้องๆ นักศึกษา โดยได้ครีเอทคลิปวิดีโอมากกว่า 120 คลิป ซึ่งบริดจสโตนมอบรางวัลให้ทีมชนะเลิศเป็นเงินสดมูลค่า 20,000 บาท และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 50,000 บาท

    คุณโชทาโร่ คิตะมุระ ผู้อำนวยการสายงานธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นพลังความคิดสร้างสรรค์ของน้องๆ นักศึกษา บริดจสโตน ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เด็กรุ่นใหม่ได้พัฒนาทักษะอย่างเต็มศักยภาพ เพราะเวทีนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นโอกาสเตรียมความพร้อมให้พวกเขาก้าวสู่เส้นทางอาชีพในอนาคตอย่างมั่นใจ เราเชื่อว่าคนรุ่นใหม่คือพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเดินทางซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริดจสโตนที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่น พร้อมเดินหน้าสร้างประสบการณ์และกิจกรรมการตลาดออนไลน์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์การเดินทางของคนรุ่นใหม่
    อย่างแท้จริง

    ผศ.ดร.อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า “ขอขอบคุณบริดจสโตนและผู้บริหารที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาภาควิชาการผลิตอีเว้นท์ และการจัดการนิทรรศการ   และการประชุมได้แสดงศักยภาพในบทบาทคอนเทนต์ครีเอเตอร์ พร้อมทั้งสนับสนุนและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดโครงการ ผมเชื่อว่าไอเดียของนักศึกษาจะช่วยสร้างผลงานที่ตอบโจทย์แบรนด์ต่อยอดคุณค่าของบริดจสโตนได้จริง และเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น”

    ร่วมติดตามโครงการ EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS เพิ่มเติมได้ทาง TikTok ที่ hashtag #BridgestoneXBangkokUniversity #ValueoverPrice


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า รับรางวัล “Sustainability Disclosure Recognition” จากสถาบันไทยพัฒน์ ตอกย้ำมาตรฐานการดำเนินงานด้านความยั่งยืนครบทุกมิติ

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า รับรางวัล “Sustainability Disclosure Recognition” จากสถาบันไทยพัฒน์ ตอกย้ำมาตรฐานการดำเนินงานด้านความยั่งยืนครบทุกมิติ

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ได้รับรางวัล “Sustainability Disclosure Recognition” หรือ รางวัลประกาศเกียรติคุณการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน จาก สถาบันไทยพัฒน์ ในปี 2568 สะท้อนถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่ได้รับการเปิดเผยอย่างครบถ้วน โปร่งใส และเชื่อถือได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ

     

    พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปกรุงเทพฯ โดยมีองค์กรภาคธุรกิจที่เป็นสมาชิกประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (Sustainability Disclosure Community: SDC) เข้าร่วมจำนวนมาก ซึ่งไทยฮอนด้าได้รับรางวัลในหมวดเกียรติคุณร่วมกับองค์กรชั้นนำต่าง ๆ ที่มีความโดดเด่นด้านการเปิดเผยข้อมูล ESG

     

    ทั้งนี้ การประกาศรางวัล จัดขึ้นภายใต้ประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (SDC) ที่มุ่งส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเปิดเผยข้อมูลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กับข้อมูลทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG Target 12.6 การพิจารณารางวัลใช้เกณฑ์ 3 ด้าน ได้แก่ ความสมบูรณ์ของเนื้อหา (45%) ความเชื่อถือได้ (35%) และการสื่อสารนำเสนอ (20%) โดยอ้างอิงจากข้อมูลความยั่งยืนที่องค์กรเผยแพร่ต่อสาธารณะในรูปแบบรายงานประจำปี รายงานความยั่งยืน หรือสื่อออนไลน์อื่น ๆ โดยไม่มีการใช้แบบสอบถามเพิ่มเติม เพื่อสะท้อนคุณภาพข้อมูลที่แท้จริง สำหรับปี 2568 มีองค์กรได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 163 แห่ง ประกอบด้วยรางวัลเกียรติคุณจำนวน 64 แห่ง รางวัลประกาศเกียรติคุณ 67 แห่ง และรางวัลกิตติกรรมประกาศ 32 แห่ง

     

    การได้รับรางวัลครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของไทยฮอนด้าในการสื่อสารข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาสังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเป็นแนวทางที่บริษัทมุ่งมั่นดำเนินมาต่อเนื่อง ไทยฮอนด้าจะเดินหน้าพัฒนาการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนชุมชน และการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

     

    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou


     

    No Comment