• มินิ ประเทศไทย เปิดตัวมินิ เอซแมน คอลเลกชันพิเศษ 3 รุ่น สะท้อน 3 มุมของชีวิตในเมือง

    2 Min Read

    มินิ ประเทศไทย เปิดตัวมินิ เอซแมน คอลเลกชันพิเศษ 3 รุ่น สะท้อน 3 มุมของชีวิตในเมือง

    มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรุ่นพิเศษของรถยนต์ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า มินิ เอซแมน เอสอี พร้อมกัน 3 รุ่นเป็น
    ครั้งแรก ทั้ง มินิ เอซแมน เอสอี Multitone Collection, มินิ เอซแมน เอสอี Shadow Collection และ มินิ เอซแมน
    เอสอี JCW Collection โดยแต่ละคอลเลกชันสะท้อนถึงมุมมองที่แตกต่างกันของชีวิตคนเมือง และเปิดตัวในจำนวนจำกัด รวมทั้งสิ้นเพียง 130 คันในประเทศไทย

    มินิ เอซแมน เอสอี ทั้ง 3 คอลเลกชัน เปิดตัวภายใต้แนวคิด ‘MINI Aceman Collections: Shade of Urban Living’ ซึ่งเป็นการตีความพื้นที่ตัวเมืองให้เป็นมากกว่าแค่พิกัดบนแผนที่ แต่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและไลฟ์สไตล์ที่
    ไม่เคยหยุดนิ่ง โดยงานเปิดตัวที่จัดขึ้นในย่านทรงวาด ที่มีการพลิกโฉมและสร้างเอกลักษณ์ขึ้นด้วยแนวทางของตัวเอง เช่นเดียวกับมินิ เอซแมน ที่ถ่ายทอดความหลากหลายของชีวิตเมืองผ่าน 3 คอลเลคชันพิเศษ ที่พร้อมเปลี่ยนทุกมุมเมืองให้กลายเป็น District ในแบบของตนเอง

    คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “มินิ เอซแมน ได้ดึงดูดลูกค้ารุ่นใหม่เข้าสู่
    แบรนด์ของเราอย่างชัดเจน กลุ่มคนที่ต้องการทั้งความคล่องตัวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งมีเพียงมินิเท่านั้นที่มอบได้ พร้อมด้วยพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ที่ตอบโจย์การใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว แน่นอนว่าลูกค้าของเราแต่ละคนมีนิยามการใช้ชีวิตในแบบของตนเอง เราจึงขอเสนอมินิ เอซแมน คอลเลกชันใหม่ทั้ง 3 รุ่นแบบ ที่สะท้อนมุมมองการใช้ชีวิตในเมืองที่แตกต่างกัน ให้แฟนๆ มินิ สามารถเลือก เอซแมน รุ่นพิเศษที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างแท้จริง”

    มินิ เอซแมน เอสอี ทั้งสามคอลเลกชัน นับเป็นรุ่นพิเศษล่าสุดจากมินิหลังจากที่ได้เปิดตัวในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสามรุ่นจะผลิตและจำหน่ายในจำนวนจำกัด และพร้อมให้เป็นเจ้าของได้ครั้งแรกในงาน MINI Expo 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 21-31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

    มินิ เอซแมน เอสอี Multitone Collection ใหม่

    ราคา: 1,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)

    จำนวนจำกัด 50 คัน

     

    Multitone Collection เป็นรุ่นที่โดดเด่นด้วยงานออกแบบที่สะท้อนตัวตนของผู้หลงใหลในงานดีไซน์ ที่ไม่เคยหยุดค้นหาสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต

     

    เอซแมนรุ่นพิเศษนี้มาพร้อมสีตัวถังแบบเฉพาะรุ่น Indigo Sunset Blue จับคู่กับหลังคา Multitone Roof สีน้ำเงิน ที่
    เข้าคู่กันอย่างลงตัว โดยหลังคา Multitone Roof เป็นเสมือนผืนผ้าใบที่แต่งแต้มด้วยสีสันจากกระบวนการพ่นสีแบบ wet-on-wet ที่สร้างระดับสีอย่างสะดุดตา จากสีขาวที่บริเวณเหนือกระจกหน้า เข้มขึ้นเป็นสีน้ำเงินที่ช่วงท้ายรถ โดยหลังคา Multitone Roof ของแต่ละคันจะมีโทนสีที่ไล่ระดับแตกต่างกันเล็กน้อยตามสภาพแวดล้อมในขณะทำสี สร้างเอกลักษณ์ประจำตัวให้กับมินิ เอซแมน เอสอี Multitone Collection ทั้ง 50 คัน ส่วนกระจกมองข้างสีขาวและราวหลังคาเติมโทนสีที่ตัดกับตัวรถได้อย่างมีลูกเล่น เข้าคู่กับไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ที่ปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้ 3 รูปแบบ ส่วนระบบไฟสูงอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง และกระจกมองข้างพร้อมไฟโปรเจคชั่น เสริมทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง

     

    มินิ เอซแมน เอสอี Multitone Collection มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย Slide Spoke แบบทูโทน พร้อมยางขนาด 225/45 R18 ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งเบาะนั่งด้วยวัสดุ Vescin และผ้าในโทนสีดำ/น้ำเงิน จับคู่กับชุดแต่งแบบ Classic และพวงมาลัยสปอร์ต ก่อนเสริมความสะดวกสบายด้วยเบาะหน้าที่ปรับด้วยระบบไฟฟ้า ระบบนวด Active Seat สำหรับผู้ขับขี่ ฟังก์ชัน Parking Assistant และ Driving Assistant พร้อมแพ็คเกจ Comfort ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน เช่นเดียวกับหน้าจอ OLED ทรงกลม MINI Interaction Unit บริการมากมายจาก MINI Connected Services ระบบนำทาง MINI Navigation AR และแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย

     

    มินิ เอซแมน เอสอี Shadow Collection ใหม่

    ราคา: 1,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)

    จำนวนจำกัด 50 คัน

    Shadow Collection ถ่ายทอดความสง่างามที่เรียบง่าย ด้วยการตกแต่งที่มุ่งเน้นโทนสีเข้มแบบเคร่งขรึม พร้อมสะกดสายตา

     

    มินิ เอซแมน เอสอี Shadow Collection มาในโฉมสีดำล้วน Midnight Black โดยใช้สีเดียวกันนี้บนหลังคา ราวหลังคา และฝาครอบกระจกมองข้าง เพื่อสร้างบุคลิกที่เปี่ยมด้วยพลัง ทั้งยังโดดเด่นด้วยหลังคา Panorama Roof และล้อ
    อัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย JCW Slide Spoke สีดำ และยางขนาด 225/45 R18 ส่วนไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้ 3 รูปแบบ ทำงานร่วมกับระบบไฟสูงอัตโนมัติ และไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง เพื่อเสริม
    ทั้งบุคลิกของตัวรถและความมั่นใจในการขับขี่ยามค่ำคืน

     

    ห้องโดยสารของ Shadow Collection ยังคงบุคลิกที่เข้มแบบเรียบหรู เริ่มจากเบาะหุ้มวัสดุ Vescin สีดำ จับคู่กับชุดแต่ง John Cooper Works เบาะนั่งสปอร์ต JCW และพวงมาลัยดีไซน์ JCW และเพดานห้องโดยสารสี Anthracite ในด้านของความสะดวกสบาย รุ่นพิเศษ Shadow Collection มาพร้อมอุปกรณ์และสมรรถนะเทียบเท่ามินิ เอซแมน เอสอี Hightrim จึงมีพร้อมทั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Parking Assistant Plus ระบบช่วยการขับขี่ Driving Assistant Plus และแพ็คเกจ Comfort Plus พร้อมด้วยระบบเสียง Harman Kardon ระบบ MINI Navigation AR ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop&Go กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ฟีเจอร์ Remote 3D View และ Drive Recorder

     

    มินิ เอซแมน เอสอี JCW Collection ใหม่

    ราคา: 2,099,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)

    จำนวนจำกัด 30 คัน

    JCW Collection พร้อมตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผสานกลิ่นอายของความเร้าใจจากโลกมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับความลื่นไหลของการเดินทางในเมือง

     

    คอลเลกชันพิเศษนี้ มีให้เลือกเป็นเจ้าของในสามสี ได้แก่ เทา Legend Grey, ขาว Nanuq White และเงิน Melting Silver โดยทั้งสามสีมาพร้อมกับหลังคาและฝาครอบกระจกมองข้างสีดำ ราวหลังคา และหลังคา Panorama Roof ส่วนล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ขับเน้นความสปอร์ตด้วยลาย JCW Lap Spoke สองสี พร้อมยางขนาด 225/40 R19

     

    ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งตกแต่งด้วยวัสดุ Vescin/Cord JCW สีดำ ผสานกับชุดตกแต่งภายใน JCW เบาะนั่งสปอร์ต JCW พวงมาลัยดีไซน์ JCW และเพดานในสี Anthracite นอกจากนี้ มินิ เอซแมน เอสอี JCW Collection ยังมาพร้อมชุดตกภายในและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครันที่สุดในทั้งสามคอลเลกชันพิเศษ เทียบเท่ากับมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ เอซแมน อาทิ Head-up Display Parking Assistant Plus, Driving Assistant Plus แพ็คเกจ Comfort Plus ระบบเสียงเซอร์ราวด์ Harman Kardon ระบบ MINI Navigation AR ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop&Go กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ฟีเจอร์ Remote 3D View และ Drive Recorder

     

    มินิ เอซแมน ทั้งสามคอลเลกชันถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบ ‘Charismatic Simplicity’ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมินิ และยังขับสนุกในสไตล์มินิด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งกำลังได้สูงสุด 218 แรงม้า / 160 กิโลวัตต์ ลงสู่ล้อหน้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 7.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 54.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 405 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) รองรับการชาร์จด้วยกระแสตรง (DC) ที่กำลังไฟสูงสุด 95 กิโลวัตต์ จึงใช้เวลาเพียง 31 นาที ในการชาร์จจาก 10 – 80% ขณะที่การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่กำลังไฟสูงสุด 11 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จให้เต็ม 100% ราว 5 ชั่วโมงครึ่ง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็มจี เดินหน้ารุกตลาดพรีเมียมอีวี ดันแบรนด์ MG IM ขยายฐานลูกค้าในไทย จ่อเตรียมเผยโฉมรุ่น EXCLUSIVE EDITION ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

    1 Min Read

    เอ็มจี เดินหน้ารุกตลาดพรีเมียมอีวี ดันแบรนด์ MG IM ขยายฐานลูกค้าในไทย จ่อเตรียมเผยโฉมรุ่น EXCLUSIVE EDITION ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จของแบรนด์รถยนต์ IM หนึ่งในเครือ SAIC MOTOR CORPORATION ยอดจอง 7 เดือนแรกของปี 2569 เติบโตถึง 82.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตอกย้ำเทคโนโลยี และนวัตกรรมยานยนต์ระดับสูงตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลก ขณะที่ เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มพรีเมียมด้วย 2 โมเดลอย่าง MG IM6 และ MG IM5 และจ่อเตรียมสร้างสีสันให้กับตลาดอีวีต่อเนื่องด้วยการเผยโฉม MG IM5 รุ่น “EXCLUSIVE EDITION” ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

     

    แบรนด์รถยนต์ IM เป็นหนึ่งในแบรนด์ยานยนต์ภายใต้ SAIC MOTOR CORPORATION ที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดพรีเมียมได้เป็นอย่างดี และปีนี้ยังคงเดินหน้าขยายตลาดในตลาดโลกต่อเนื่อง โดยมีผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่ม SUV และ SEDAN ในการทำตลาด ซึ่งข้อมูลจากฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของ SAIC MOTOR CORPORATION ระบุว่าแบรนด์ IM มียอดขายสะสมในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นถึง 82.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ IM ในตลาดโลก


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM TANK 300 DIESEL ผ่านทุกบททดสอบของสนามแข่งสุดทรหด AXCR 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความทนทานของขุมพลังดีเซล

    1 Min Read

    GWM TANK 300 DIESEL ผ่านทุกบททดสอบของสนามแข่งสุดทรหด AXCR 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความทนทานของขุมพลังดีเซล

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) สร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ พิสูจน์สมรรถนะขั้นสุดของ GWM TANK 300 DIESEL ด้วยการลุยผ่านเส้นทางทรหดกว่า 2,000 กิโลเมตร และเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ตอกย้ำสมรรถนะ ความแข็งแกร่ง ความทนทานและศักยภาพของขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลจาก GWM ได้อย่างเด่นชัดในเวทีระดับสากล

    สำหรับผลการแข่งขันของทีม GWM Ek Group Racing Team  ในรายการ AXCR 2026 ครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ โดย GWM TANK 300 DIESEL ทั้ง 2 คันสามารถฝ่าฟันการแข่งขันครบทั้ง 6 LEG และเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ ท่ามกลางบททดสอบอันทรหดตลอดเส้นทาง โดยรถหมายเลข 114 ซึ่งขับโดย โอฬาร สรสิริรัตน์ (นักแข่ง) และสมเกียรติ น้อยจาด (ผู้นำทาง) คว้าอันดับ 12 ในประเภท Overall และอันดับ 4 ในรุ่น T2A-D ขณะที่รถหมายเลข 128 ขับโดย โทวัล ธรวรรณเสน (นักแข่ง)  และ ชัพวิชญ์ จุลสันติรัตน์ (ผู้นำทาง) จบการแข่งขันในอันดับ 15 Overall และอันดับ 6 ในรุ่น T2A-D

    เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการGWM (ประเทศไทย)ได้กล่าวว่า สำหรับ GWM การเข้าร่วมการแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในฐานะแบรนด์ยานยนต์จีนที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเป็นการเปิดบทใหม่ของ GWM บนเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติ เรามองว่าการแข่งขันที่ท้าทายที่สุดคือสนามทดสอบที่ดีที่สุด เพราะนี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของการแข่งขันหรืออันดับ แต่คือโอกาสในการนำเทคโนโลยี วิศวกรรม และความทนทานของผลิตภัณฑ์มาพิสูจน์ภายใต้สภาพแวดล้อมจริงที่โหดร้าย คาดเดาไม่ได้ และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การได้เห็น GWM TANK 300 DIESEL เข้าถึงเส้นชัยได้อย่างสวัสดิภาพ ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ และบทพิสูจน์ที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อ GWM”

    เวทีพิสูจน์เทคโนโลยีดีเซลเจเนอเรชันใหม่ของ GWM

    ทั้งนี้ GWM TANK 300 DIESEL ที่เข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าวมีพื้นฐานจากรถยนต์ที่จัดจำหน่ายทั่วไป ก่อนนำมาปรับแต่งให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของ FIA และกติกาประเภท T2 ซึ่งเป็นประเภทที่กำหนดให้รถแข่งยังคงใกล้เคียงกับรถผลิตจริงมากที่สุด เพื่อพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพื้นฐานวิศวกรรม โครงสร้างแชสซี ระบบส่งกำลัง และความทนทานของรถที่ลูกค้าใช้งานจริง สามารถรับมือกับหนึ่งในสนามแข่งที่โหดที่สุดของเอเชียได้อย่างมั่นใจ การนำรถเข้าถึงเส้นชัยจึงเปรียบเสมือนการผ่านสนามสอบที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตัวรถและขุมพลังในสถานการณ์จริง โดยทุกข้อมูลและประสบการณ์จากการแข่งขันจะถูกนำไปใช้พัฒนาคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ GWM อย่างต่อเนื่อง

    ยิ่งไปกว่านั้น การเข้าร่วมแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2026 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ GWM ในการยกระดับจากการสร้างความมั่นใจบนท้องถนน สู่การพิสูจน์สมรรถนะที่แท้จริงในสนามแข่งระดับสากล  อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านระบบส่งกำลังและเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูงที่ GWM สั่งสมมายาวนานกว่า 20 ปี เพื่อสร้างขุมพลังที่ไม่ใช่แค่ ‘แรง’ แต่ต้อง ‘ล้ำหน้า’ และ ‘ยั่งยืน’  โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับสมรรถนะ ความทนทาน และความเชื่อมั่นในการใช้งานจริง ผ่านการทดสอบความทนทานมาอย่างต่อเนื่อง

    สำหรับประเทศไทย GWM แนะนำเครื่องยนต์ดีเซลอย่างเป็นทางการในปี 2568 ที่ผ่านมา ประเดิมด้วยรุ่น GWM TANK 300 โดยปัจจุบัน GWM นำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับลูกค้าคนไทย รวม 3 รุ่นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ประกอบด้วย  GWM TANK 300 DIESEL รถยนต์สไตล์ Premium Boxy สำหรับสายลุย ; GWM TANK 500 DIESEL รถ SUV ระดับพรีเมียมตอบโจทย์นักธุรกิจและครอบครัว และ GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์และไลฟ์สไตล์

    โดยทั้ง 3 รุ่นหลักมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,370 ซีซี จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ที่ผสานเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบคอมมอนเรลแรงดันสูง 2,000 บาร์ เทอร์โบแปรผันอัจฉริยะที่ตอบสนองได้รวดเร็วตั้งแต่รอบต่ำ รวมถึงการออกแบบระบบเผาไหม้และการหล่อลื่นใหม่ ช่วยให้เครื่องยนต์ส่งกำลังได้ต่อเนื่อง ขับขี่คล่องตัว เร่งแซงมั่นใจ และรองรับทั้งการใช้งานในเมือง หรือเส้นทางท้าทาย ยิ่งไปกว่านั้นยังผ่านการทดสอบความทนทาน ครอบคลุมการใช้งานในสภาพอากาศและสภาพถนนที่หลากหลายทั่วโลก  เพื่อยืนยันถึงความทนทาน และความพร้อมสำหรับการใช้งานหนักในระยะยาว โดย GWM ยังมอบการรับประกันเครื่องยนต์ GWM TANK 300 DIESEL นานถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในประเทศไทย

    ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสสมรรถนะของ GWM TANK 300 DIESEL และ GWM TANK 500 DIESEL รวมทั้ง GWM POER SAHAR DIESEL ได้แล้ววันนี้ที่ GWM Partner Store ทั่วประเทศ หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่าน GWM Application www.gwm.co.th  หรือ GWM Contact Center โทร. 02-668-8888 เพื่อร่วมพิสูจน์ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีเซลที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างด้วยตนเอง

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMPOERSAHAR #GWMTANK300 #GWMTANK500 #POERDiesel #TANK300Diesel #TANK500Diesel #AXCR2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ฮอนด้า วันเมคเรซ” ดวลสนาม 3 สุดเดือดที่ บุรีรัมย์ “อานนท์” ฟอร์มโหดต่อเนื่อง เข้าวินโปรคัพ 6 เรซติด “ปิยะวดี-ยุรนันท์” แบ่งชัย “ซิตี้ ชาลเลนจ์” ชิงดำสนามสุดท้าย

    1 Min Read

    “ฮอนด้า วันเมคเรซ” ดวลสนาม 3 สุดเดือดที่ บุรีรัมย์ “อานนท์” ฟอร์มโหดต่อเนื่อง เข้าวินโปรคัพ 6 เรซติด “ปิยะวดี-ยุรนันท์” แบ่งชัย “ซิตี้ ชาลเลนจ์” ชิงดำสนามสุดท้าย

    การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ระดับประเทศ รายการ ฮอนด้า วันเมคเรซ 2026 โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดย กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต ดวลความเร็วสนาม 3 (Honda One Make Race) เรซที่ 5-6 ของฤดูกาล เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 15-16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

    ไฮไลต์ของสุดสัปดาห์นี้คือการต่อสู้อย่างเข้มข้นเพื่อลุ้นแชมป์ประจำปีของทุกคลาส ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของฤดูกาลทั้งในรุ่นใหญ่อย่าง ฮอนด้า โปรคัพ (Honda Pro Cup) และ ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ (Honda City Challenge)

    นอกจากนี้ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยังเปิดโอกาสให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ผู้โชคดีทั้งสิ้น 30 คน เข้าร่วมกิจกรรม Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip สัมผัสประสบการณ์สนามแข่งระดับโลก ด้วยการขับรถยนต์คู่ใจในแทร็กกิจกรรม Honda Track Experience พร้อมเรียนรู้ทักษะการขับขี่ปลอดภัยในกิจกรรม Honda Driving Clinic สร้างความประทับใจให้ผู้โชคดีทุกคนอย่างมาก รวมไปถึงสื่อมวลชนที่เข้าร่วมรายงานข่าวอย่างคับคั่ง

    เรซแรกซึ่งมีขึ้นในวันเสาร์ดวลกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม โดยกริดสตาร์ทในรุ่น ฮอนด้า โปรคัพ มี “โอ๋” อานนท์ รอดประเสริฐ จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพจาก Wise Rongpo Power Unit ได้ออกตัวจากตำแหน่งโพล ขนาบข้างด้วย “พีม” ศิรศิษย์ แสนสุข ดาวรุ่งจาก DC Garage ในกริดที่ 2

    ในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ ตำแหน่งโพลเป็นของ “ตาล” ยุรนันท์ โอฬารประเสริฐ จาก Wise Bfin Thehub ซึ่งถือเป็นการออกตัวจากโพลครั้งแรกในฤดูกาลนี้ของเจ้าตัว ขนาบข้างด้วยแชมป์เก่าอย่าง “กอล์ฟ” ประพจน์ ชื่นวิจิตร จาก Nexzter Rest Club Trane Titanium Racing ในกริดที่ 2 ขณะที่ “ข้าวฟ่าง” ปิยะวดี พฤฒิสาร นักขับสาวจาก A Motorsport X Bendix Racing Team จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ จะเริ่มเกมจาก กริดที่ 3 หลังสัญญาณออกตัว “โอ๋-อานนท์” เริ่มเกมได้อย่างยอดเยี่ยมขยับขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว โดยมี “พีม-ศิรศิษย์” ที่แม้จะออกตัวพลาดเล็กน้อย แต่ก็กลับมาอยู่ในความเร็วของตัวเองได้ ไล่กดดันผู้นำอย่างหนักตลอดทั้งเรซ

    ผลในรุ่น ฮอนด้า โปรคัพ เรซที่ 5 ปรากฏว่า “โอ๋-อานนท์” อาศัยประสบการณ์ที่เหนือกว่า บริหารเรซได้อย่างยอดเยี่ยม ทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลารวม 19 นาที 45.722 วินาที คว้าชัยชนะไปครอง 5 เรซติดต่อกัน เหนือ “พีม-ศิรศิษย์” ที่ตามเข้าป้ายอันดับ 2 เพียง 1.730 วินาทีเท่านั้น  ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “อ็อฟ” หทัย ไชยวัณณ์ จอมเก๋าจาก Singha Elf Neova Film Nexzter ตามหลัง 41.370 วินาที ตามด้วย ศุภกิตติ์ แพร็ท จาก Erawadee by the hub ในอันดับ 4 ตามหลัง 50.288 วินาที และ ฟ้าสาง ปริวุฒิพงศ์ จาก A Motorsport X Bendix SRT Racing Team ในอันดับ 5 ตามหลัง 66.061 วินาที

    ด้านเกมในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ ถือเป็นหนึ่งในเรซที่ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นของกลุ่มหน้าอย่าง “กอล์ฟ-ประพจน์”, “ตาล-ยุรนันท์ และ “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” ซึ่งมาเจอจุดเปลี่ยนสำคัญช่วงกลางเรซ เพราะมีรถแข่งในรุ่น ฮอนด้า โปรคัพ สอดแทร็กอยู่ในกลุ่ม 2 คัน ทำให้อันดับในกลุ่มนี้สับเปลี่ยนกันแทบตลอดทั้งเรซ

    ก่อนที่ “กอล์ฟ-ประพจน์” จะอาศัยความเก๋าหนีเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกได้สำเร็จเป็นสนามแรกของปี ทว่าเมื่อจบเรซ กลับต้องโดนลงโทษดิสควอลิฟายเพราะไม่ผ่านการตรวจสภาพจากเรื่องยาง ส่งผลให้ชัยชนะเรซที่ 5 ของปีตกเป็นของ “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” ด้วยเวลา 21 นาที 8.790 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง “ตาล-ยุรนันท์” เพียง 0.564 วินาที ตามด้วย “เอิร์ก” วสิษฐ์พล พิทักษ์วงศาภรณ์ จาก PT Autobacs Team Thailand ในอันดับ 3

    ขณะที่ มิตซูฮิโระ เอ็นโดะ นักขับญี่ปุ่นจาก M&K Management Racing จ่าฝูงร่วมก่อนแข่งสนามนี้เจอปัญหาเครื่องยนต์เล่นงานจนต้องออกตัวจากท้ายแถว และรถแข่งขาดพละกำลัง ส่งผลให้จบเรซในอันดับ 4 ตามด้วย “พี” ชาญฤทธิ์ เลี้ยงหิรัญกุล จาก JM Motorsport ในอันดับ 5

    ขยับเข้าสู่การแข่งขันที่ 2 ซึ่งมีขึ้นในวันอาทิตย์ เป็นอีกหนึ่งเรซที่น่าสนใจ โดยตำแหน่งโพลเปลี่ยนมาเป็นของ “พีม-ศิรศิษย์” ซึ่งทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดจากการแข่งขันในเรซแรกเมื่อวันเสาร์ เกมเรซนี้เข้มข้นตั้งแต่ออกตัว เมื่อ “พีม-ศิรศิษย์” ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำได้ก่อนหลังผ่านโค้งแรก แต่พอเข้าสู่โค้ง 3 “โอ๋-อานนท์” อาศัยไลน์ที่ยอดเยี่ยมแซงกลับมาเป็นผู้นำได้อีกครั้ง

    จุดเปลี่ยนของเรซนี้เกิดขึ้นตั้งแต่รอบแรก เมื่อ “พีม-ศิรศิษย์” ที่พยายามไล่ตามผู้นำ กลับพลาดหลุดที่โค้ง 7 ทะลุลงไปที่บ่อกรวด ส่งผลให้ต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย โดยหลังจากนั้น “โอ๋-อานนท์” ก็ซิ่งนำม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะไปครองเป็นเรซที่ 6 ติดต่อกันด้วยเวลา 19 นาที 58.627 วินาที อันดับ 2 ตามมาห่างๆ ได้แก่ “ก๋วยเจ๋ง” เกียรติพรรณ ไผ่เจริญ จาก Caltex & Nexzter by GJ Motorsport ที่แก้ไขอาการรถแข่งได้ลงตัว ตามหลังผู้ชนะ 28.995 วินาที

    ตามด้วย ฟ้าสาง ในอันดับ 3 ตามหลัง 51.923 วินาที ส่วนอันดับ 4 ได้แก่ “บอย” กฤตภาส จารุกุลนุกิจ จาก Tein Team Thailand ตามหลัง 53.094 วินาที ตามด้วย กรพรหม พงศ์กัญจนานุกูร จาก Wise Rongpo Power Unit ตามหลัง 57.698 วินาที ส่วนนักขับสาวดาวรุ่งวัย 18 ปี อย่าง “พลัม” ณัฎฐวลัญช์ แสนสุข จาก DC Garage ขยับขึ้นมาคว้าอันดับ 6 โอเวอร์ออลล์ ตามหลังผู้ชนะ 59.313 วินาที

    ผลในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ เรซที่ 6 “ตาล-ยุรนันท์” ปลดล็อคคว้าชัยชนะครั้งแรกในฤดูกาลนี้ให้กับตนเองได้สำเร็จ หลังออกสตาร์ทจากโพลและควบรถแข่งคู่ใจเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 21 นาที 7.025 วินาที ทิ้งห่าง “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” อันดับ 2 ถึง 4.230 วินาที อันดับ 3 เป็นของ “กอล์ฟ-ประพจน์” ที่กลับมาขึ้นโพเดียมได้อีกครั้ง  อันดับ 4 ในเรซนี้ตกเป็นของ “พี-ชาญฤทธิ์” ที่เข้าป้ายด้วยเวลารวม 21 นาที 56.635 วินาที พร้อมกับปลดล็อกคว้าชัยชนะในคลาสซีไปครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ตามด้วย “เอิร์ก-วสิษฐ์พล” ในอันดับ 5

    ผ่านการแข่งขัน 6 เรซแรกของฤดูกาลสถานการณ์ลุ้นแชมป์ในรุ่น ฮอนด้า โปรคัพ โอเวอร์ออลล์ ค่อนข้างชัดเจนเมื่อ “โอ๋-อานนท์” นำโด่งบนตารางแชมเปี้ยนชิพ คลาส 1 เก็บไปทั้งสิ้น 150 คะแนน ตามด้วย “บอย-กฤตภาส” อันดับ 2 มี 65 คะแนน และอันดับ 3 เป็นของ “อ็อฟ-หทัย” มี 54 คะแนน  สถานการณ์ใน ฮอนด้า โปรคัพ โอเวอร์ออลล์ คลาส 2 ปรากฏว่านักขับดาวรุ่งวัย 15 ปี อย่าง ทัชช ม่วงศิริ จาก Tein Team Thailand รั้งจ่าฝูงโดยเก็บไปทั้งสิ้น 108 คะแนน ตามด้วย รัฐมล จินทราคำ จาก Lenso Motorsport มี 79 คะแนน และอันดับ 3 “ปั๊บ-รภัทกร” มีทั้งสิ้น 65 คะแนน

    ขณะที่การลุ้นแชมป์ในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ ต้องลากยาวไปชิงดำกันในสนามสุดท้ายที่ สงขลา โดย “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” กลับมาเป็นผู้นำเดี่ยว มีทั้งสิ้น 120 คะแนน ตามด้วย “ตาล-ยุรนันท์” อันดับ 2 มี 112 คะแนน และ มิตซูฮิโระ เอ็นโดะ อันดับ 3 มีทั้งสิ้น 101 คะแนน ส่วนในคลาสซีผู้นำเป็นของ “เอิร์ก-วสิษฐ์พล” มีทั้งสิ้น 93 คะแนน ตามด้วย “พี-ชาญฤทธิ์” ในอันดับ 2 เก็บไป 43 คะแนน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าจัดเต็มข้อเสนอพิเศษสำหรับ Honda HR-V e:HEV ใหม่ แคมเปญ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน”

    1 Min Read

    ฮอนด้าจัดเต็มข้อเสนอพิเศษสำหรับ Honda HR-V e:HEV ใหม่ แคมเปญ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษมูลค่า 85,000 บาท ฟรีประกันภัย 1 ปี  พร้อมรับ Honda Ultimate Care และบัตรน้ำมัน 10,000 บาท  เมื่อจองตั้งแต่ 1 ส.ค. – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายใน 31 ต.ค. 2569 

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบข้อเสนอสุดคุ้มภายใต้แคมเปญ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” สำหรับลูกค้าที่ออกรถยนต์ Honda HR-V e:HEV ใหม่ ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 – 30 กันยายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 พร้อมเลือกรับสิทธิพิเศษมากมาย

    • ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษมูลค่า 85,000 บาท* ฟรี ประกันภัย 1 ปี* พร้อมรับ Honda Ultimate Care** และบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*
    • หรือเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* ฟรี Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท** พร้อมรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*

    นอกจากนี้ ฮอนด้ายังส่งต่อความผูกพันจากรุ่นสู่รุ่นผ่านแคมเปญ “GEN to GEN #Honda จากรุ่นสู่รุ่น” สำหรับครอบครัวฮอนด้าที่ต้องการเพิ่มรถยนต์คันใหม่ เมื่อออกรถ Honda HR-V e:HEV ใหม่ รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้

    • ผู้ถือครองรถยนต์ฮอนด้าเดิม 1 – 4 ปี รับสิทธิพิเศษ 10,000 บาท*
    • ผู้ถือครองรถยนต์ฮอนด้าเดิมตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป รับสิทธิพิเศษ 15,000 บาท*
    • หากถือครองรถยนต์ฮอนด้ามากกว่า 1 คัน รับเพิ่มอีก 5,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท*
    • รถยนต์ฮอนด้าคันเดิมรับ Service e-Coupon เพิ่มอีก 3,000 บาท* สำหรับซื้อผลิตภัณฑ์หรือใช้บริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชวนมันส์กันต่อแบบไม่พัก! “A.T. ติดมันส์เฟส รวมพลคนเอ.ที. Season 2” ลุย 5 ครั้ง 4 จังหวัด ประเดิมบางแสน ประชันรถแต่งชิงรางวัลกว่า 100,000 บาท 29 ส.ค. นี้

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชวนมันส์กันต่อแบบไม่พัก! “A.T. ติดมันส์เฟส รวมพลคนเอ.ที. Season 2” ลุย 5 ครั้ง 4 จังหวัด ประเดิมบางแสน ประชันรถแต่งชิงรางวัลกว่า 100,000 บาท 29 ส.ค. นี้

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เตรียมยกระดับความมันส์กันอย่างต่อเนื่องสำหรับชาว A.T. กับการกลับมาอีกครั้งของงานมีตติ้งใหญ่ A.T. ติดมันส์เฟส รวมพลคนพันธุ์ เอ.ที. Season 2” ที่ครั้งนี้จัดหนักจัดเต็มกว่าเดิม เตรียมเดินสายความมันส์ 5 ครั้ง ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ และกรุงเทพฯ เปิดพื้นที่ให้ชาว A.T. ทุกค่ายมารวมตัว แชร์สไตล์ และสนุกไปด้วยกันแบบไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมประเดิมสนามแรกที่บางแสน ชวนชาวชลบุรีและสายแต่งรถมาปล่อยพลังกันในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ ตลาดปาร์คอิน จังหวัดชลบุรี กับกิจกรรมเอาใจสายแต่งแบบเต็มพิกัด ทั้งการประกวดรถแต่ง สำนักแต่งชั้นนำ และกิจกรรมลุ้นรับของแรร์จากรถจักรยานยนต์ฮอนด้า

     

    ภายในงานเตรียมพบกับ การประกวดรถแต่ง 3 คลาส เปิดเวทีให้สายแต่งได้โชว์ไอเดียและสไตล์กันอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ 125 Series ในรุ่น Honda LEAD125 และ Honda GIORNO+ ตามด้วย 160 Series ในรุ่น Honda ADV160, CLICK160 และ PCX160 รวมทั้ง 350 Series ในรุ่น ADV350 และ FORZA350 ชิงเงินรางวัลพร้อมของรางวัลจากสำนักแต่ง รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท โดยรายละเอียดและกติกาการประกวด เตรียมประกาศให้ติดตามเร็ว ๆ นี้

     

    นอกจากนี้ เตรียมพบกับสำนักแต่งชั้นนำระดับประเทศกว่า 15 ร้าน ที่ยกทัพมาให้ได้ช้อปและคัสตอมกันถึงที่พร้อมโปรโมชันพิเศษภายในงาน และพบกับ Mini Concert  พร้อม Sexy DJ ที่มาสร้างสีสันเพิ่มความสนุก รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ลุ้นรับของแรร์จากฮอนด้า จำนวนจำกัด* สำหรับผู้ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่านร้านผู้จำหน่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด

     

    ชาวชลบุรีและสายสองล้อที่ไม่อยากพลาดความมันส์ สามารถ Walk-in เข้าร่วมงานได้ฟรี ในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ประตูเปิด 16.00 ณ ตลาดปาร์คอิน จังหวัดชลบุรี ไม่จำกัดค่าย! หรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่าน Honda Wing Center ทุกสาขาในโซนชลบุรี พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) แล้วมารวมตัวให้สุด แล้วระเบิดความ “ติดมันส์” ไปด้วยกันที่ A.T. ติดมันส์เฟส รวมพลคน เอ.ที. Season 2

     

    *หมายเหตุ กิจกรรมลุ้นรับของแรร์จากฮอนด้ามีจำนวนจำกัด เฉพาะผู้ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่านร้านผู้จำหน่ายและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

     

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th

    เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

     

    #รวมพลคนพันธุ์เอที #Meetingใหญ่ฮอนด้า #เอทีติดมันส์เฟสซีซั่น2 #ATติดมันส์เฟสSeason2

    #TheOneSixtiERตัวจริง160 #NewClick160 #NewPCX160 #NewADV160

    #Forza350 #ADV350 #LEAD125 #Giorno+#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • นักบิดฮอนด้า ผงาดคว้าชัย Honda CRF 2 รุ่นไฮไลต์ “นีโม่-จิรัฎฐ์” คว้าท็อป 5 ศึก FMSCT Thailand Motocross สนาม 8

    1 Min Read

    นักบิดฮอนด้า ผงาดคว้าชัย Honda CRF 2 รุ่นไฮไลต์ “นีโม่-จิรัฎฐ์” คว้าท็อป 5 ศึก FMSCT Thailand Motocross สนาม 8

    ฮอนด้าโชว์ศักยภาพในศึกทางฝุ่นชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ FMSCT Thailand Motocross 2026 สนามที่ 8 ด้วยการคว้าชัยชนะ 2 รุ่นไฮไลต์ Premier MX-1 และ MX-2 Pro จาก Honda CRF450R และ Honda CRF250R ที่สนามศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

    ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนระอุ ในรุ่น Premier MX-1 “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ นักบิดหมายเลข 1 จากทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak คว้าอันดับ 1 ในรอบควอลิฟายด้วย Honda CRF450R ลงสนามลุ้นผลงานเต็มที่ เกาะกลุ่มนำในช่วงต้น ก่อนที่ “ยูกิ โอกุระ” นักบิดญี่ปุ่นดีกรีแชมป์ All Japan ที่รับสิทธิ์ไวด์การ์ดเข้าร่วมการแข่งขันสนามนี้เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จะเร่งจังหวะไล่แซงคู่แข่งขึ้นเป็นผู้นำ แม้นักบิดแดนปลาดิบเสียจังหวะในช่วงกลางการแข่งขัน แต่สามารถกลับขึ้นมารั้งอันดับ 1 ได้อีกครั้ง ก่อนคว้าชัยชนะไปครอง ด้าน “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ พา Honda CRF450R หมายเลข 1 เข้าเส้นชัยอันดับ 5 ขณะที่ “พีเอ” ปรีดาอนันต์ บูน หมายเลข 55 จากทีม Honda Asia Bowin Idemitsu S Motor ต่อสู้กับกลุ่มนักบิดแถวหน้า แม้มีจังหวะล้มระหว่างการแข่งขัน แต่ยังกลับมาไล่แซงในช่วงท้ายและจบอันดับ 6

    ส่วน “แซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต เจ้าของแชมป์ประเทศไทย 4 สมัย หมายเลข 17 จากทีม HONDA 17 KITSADA DIRTSHOP DUNLOP MOTUL ปรับไลน์และเพิ่มความเร็วต่อสู้กับคู่แข่ง ก่อนจบอันดับ 7 ขณะที่ “ยศ” ภานุพงศ์ สมสวัสดิ์ หมายเลข 93 จากทีม Honda สจโก๋ IDEMITSU WRC ชาญยนต์ DRTC Pirelli Dirtshop Silver Rock สนทยาพืชผล ปิยะกิตต์ขนส่ง Hugcustom แม้จะพลาดล้มในช่วงต้น แต่สามารถบดไล่ลดระยะห่างจนเข้าเส้นชัยอันดับ 9

    ขณะที่รุ่น MX-2 Pro ฮอนด้าส่ง “ไทกะ ยานาเสะ” (Taiga Yanase) นักแข่งญี่ปุ่นอีกคน ลงแข่งขันด้วย Honda CRF250R หมายเลข 151 ออกตัวขึ้นนำตั้งแต่โค้งแรกและคว้าชัยชนะไปแบบม้วนเดียวจบ ตามมาด้วย ปรีดาอนันต์ บูน หมายเลข 55 จากทีม Honda Asia Bowin S Motor Racing Thailand ที่คว้ารองแชมป์สนามนี้ไปครอง ด้าน “ไตรตั้น” เตโชดม มีแสง หมายเลข 193 จากทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak Motorsport ไล่ต่อสู้กับคู่แข่งจนจบอันดับ 5 ส่วน “คิ้วท์” พันธกานต์ บุญชาลี หมายเลข 17 จากทีม Honda Asia Bowin S Motor Racing Thailand ขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มหน้า ก่อนเสียจังหวะจนอันดับหล่นลงไปท้ายการแข่งขัน และมุ่งมั่นพารถแข่งเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 7

     

    ทั้งนี้ FMSCT Thailand Motocross 2026 จะเดินหน้าสู่สนามที่ 9 จากทั้งหมด 10 สนาม ที่ KMC โคราช โมโตครอส จ.นครราชสีมา ในวันที่ 30 สิงหาคม 2569

     

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #Motorsport #ThailandMotocross #HondaRacingThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า ตอกย้ำ DNA ความสปอร์ต! เชิญลูกค้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ “Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip” เชียร์ติดขอบสนาม พร้อมติวเข้มทักษะการขับขี่และทดสอบการขับขี่ในสนามแข่งระดับโลก

    1 Min Read

    ฮอนด้า ตอกย้ำ DNA ความสปอร์ต! เชิญลูกค้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ “Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip” เชียร์ติดขอบสนาม พร้อมติวเข้มทักษะการขับขี่และทดสอบการขับขี่ในสนามแข่งระดับโลก

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พากลุ่มลูกค้าฮอนด้า 30 คัน รวม 60 คน ร่วมสัมผัสความมันส์ในศึกการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแถวหน้าของไทย Honda One Make Race 2026” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม – 16 สิงหาคม 2569 ผ่านกิจกรรมHonda One Make Race 2026 Exclusive Trip” ร่วมส่งแรงเชียร์การประลองความเร็วใน Race 5 และ Race 6 แบบชิดติดขอบสนาม พร้อมกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการขับขี่จากผู้เชี่ยวชาญ (Driving Clinic) และสัมผัสประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ฮอนด้าคู่ใจบนสนามแข่งมาตรฐานระดับโลก (Honda Track Experience) เพื่อปลดล็อกศักยภาพการขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกเส้นทาง

    ตลอดกิจกรรม Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสบรรยากาศมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มอิ่ม ประเดิมด้วยกิจกรรม “Grid Walk” เปิดโอกาสให้เดินเข้าสู่บริเวณสนามก่อนการแข่งขัน สัมผัสความตื่นเต้นและการเตรียมความพร้อมของทีมรถแข่งอย่างใกล้ชิด ก่อนร่วมเชียร์การแข่งขันใน Race 5 และ Race 6 อย่างเร้าใจ

    ต่อเนื่องด้วยไฮไลต์กิจกรรม “Driving Clinic” เวิร์กช็อปฝึกทักษะการขับขี่เชิงเทคนิค ถ่ายทอดโดยทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ จัดเต็มให้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุมเทคนิคการควบคุมรถ จังหวะการเบรก การเข้าโค้ง และความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ก่อนได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ฮอนด้าในสภาพแวดล้อมที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ มอบประสบการณ์ความประทับใจที่หาไม่ได้จากการขับขี่บนท้องถนนทั่วไป ควบคู่กับการนำเทคนิคต่าง ๆ ไปต่อยอดประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่ฮอนด้าตอกย้ำความสนุกในการขับขี่ (Joy of Driving) ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัย ปิดท้ายด้วยกิจกรรม “Track Experience” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้นำรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจลงสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริงบนสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

    คุณพัชรพล ฉันท์ทอง เจ้าของรถยนต์ Honda CR-V e:HEV ใหม่ กล่าวถึงความประทับใจในกิจกรรมครั้งนี้ว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษในครั้งนี้ ได้นำรถยนต์คู่ใจร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในสนามระดับโลก รวมถึงได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ และได้มาเชียร์การแข่งขัน Honda One Make Race แบบติดขอบสนาม เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก ทำให้รู้สึกถึงความใส่ใจและความตั้งใจของฮอนด้าที่อยากมอบประสบการณ์พิเศษให้ลูกค้า รู้สึกประทับใจมากและคิดไม่ผิดเลยที่เลือกใช้รถยนต์ฮอนด้า”

    คุณปฏิมากร ศรีจันทร์ เจ้าของรถยนต์ Honda Civic e:HEV ใหม่ กล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมกิจกรรมกับฮอนด้า ประทับใจ Driving Clinic มาก เพราะได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่จากผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ทั้งการเข้าโค้ง การเบรก และการควบคุมรถอย่างถูกวิธี สามารถนำเทคนิคหลายอย่างไปปรับใช้ในการขับขี่จริงในชีวิตประจำวันได้ ทำให้รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น ทำให้เห็นว่ารถในชีวิตจริง สามารถเข้าไปอยู่ในสนามแข่งจริงได้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก อยากเชิญชวนมาเป็นครอบครัวฮอนด้าเพื่อรับสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษแบบนี้

    นอกจากนี้ที่บ้านยังเป็นครอบครัวฮอนด้า โดยมีทั้ง Honda HR-V และ Honda e:N1 ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ทั้งครอบครัวเราใช้รถยนต์ฮอนด้าเนื่องจากความมั่นใจในศูนย์บริการที่ครอบคลุมสะดวกสบายในการเข้ารับบริการ และมั่นใจในการบริการหลังการขายของฮอนด้า”

    กิจกรรม Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip ปิดฉากลงอย่างสวยงาม พร้อมเสียงความประทับใจที่สะท้อนถึงความตั้งใจของฮอนด้าในการส่งมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้สัมผัสความเร้าใจของการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตแบบชิดติดขอบสนาม พร้อมเติมเต็มทั้งความสนุก ความตื่นเต้น และทักษะการขับขี่ปลอดภัย เพื่อถ่ายทอด DNA ความสปอร์ตของฮอนด้าอย่างแท้จริง ทั้งในด้านสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และปลดล็อกศักยภาพการขับขี่ของรถยนต์ฮอนด้าให้พร้อมลุยบนแทร็กระดับโลก

    การแข่งขัน Honda One Make Race 2026 Race 5 – 6 ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความเข้มข้นและเร้าใจตลอดการแข่งขัน เหล่านักแข่งต่างงัดทั้งทักษะ และสมรรถนะของรถแข่งฮอนด้าออกมาขับเคี่ยวกันอย่างสูสีในทุกโค้ง ท่ามกลางเสียงเชียร์และบรรยากาศแห่งมอเตอร์สปอร์ตที่สร้างความตื่นเต้นแบบเต็มพิกัด โดยแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตเตรียมส่งแรงเชียร์กันต่อในศึกโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน Honda One Make Race 2026 กับ Race 7 – 8 วันที่ 14 – 18 ตุลาคม 2569 แข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series ณ สนามแข่งเฉพาะกิจ พีที สงขลา กรังด์ปรีซ์ จังหวัดสงขลา สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: Honda One Make Race https://www.facebook.com/HondaOneMakeRaceOfficial

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดตัว ‘THE NEW L03’ Next-Gen AI SUV Coupe พวงมาลัยขวาประเทศแรกของโลก! ภายใต้แนวคิด ‘Born Intelligent’ ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะสุดล้ำ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

    1 Min Read

    เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดตัว ‘THE NEW L03’ Next-Gen AI SUV Coupe พวงมาลัยขวาประเทศแรกของโลก! ภายใต้แนวคิด ‘Born Intelligent’ ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะสุดล้ำ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

    เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค อย่างเป็นทางการ เปิดตัว ‘THE NEW L03’ Next-Gen AI SUV ยานยนต์ไฟฟ้าทรงสปอร์ตสไตล์คูเป้รุ่นล่าสุดพวงมาลัยขวาประเทศแรกของโลก! ที่รังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Born Intelligent’ รองรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานเทคโนโลยี AI ฉลาดล้ำเข้าถึงง่าย เติมเต็มความมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง พร้อมพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ รองรับทุกจังหวะชีวิตและการเดินทางอย่างสมบูรณ์แบบ

    มร. เจมส์ วู รองประธาน เอ็กซ์เผิง กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ เอ็กซ์เผิง โดยเฉพาะสำหรับตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา และเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง สำหรับการเติบโตในระยะยาว โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากผู้บริโภคที่มีความรู้ ความเข้าใจ และเปิดรับเทคโนโลยี ระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่ง ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านของประเทศ ไปสู่ระบบการเดินทางอัจฉริยะและยั่งยืน เอ็กซ์เผิง เปิดกว้างที่จะศึกษาและพัฒนาความร่วมมือในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นภายในประเทศไทย เป้าหมายของเราไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำหน่ายรถยนต์เท่านั้น แต่เราต้องการให้ เอ็กซ์เผิง เป็นองค์ประกอบสำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งในระยะยาวของระบบนิเวศการเดินทางอัจฉริยะของประเทศไทย พร้อมทั้งมีส่วนร่วมเชิงบวก ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง เอ็กซ์เผิง มองประเทศไทยด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาว และจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับ MGC-ASIA เพื่อนำเทคโนโลยี ศักยภาพ และทรัพยากรของเรา มาร่วมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ตลอดจนส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทยต่อไป”

    อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “ความสำเร็จและกระแสตอบรับอย่างล้นหลามของ G6 และ X9 ในประเทศไทย คือพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ไม่เคยหยุดพัฒนา วันนี้ เราพร้อมพาทุกท่านก้าวสู่อีกระดับ ของยานยนต์แห่งอนาคตด้วย ‘THE NEW L03’ ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะทรงสปอร์ตสไตล์คูเป้ ที่พร้อมทำให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีการขับอัจฉริยะได้ง่ายขึ้น และสนุกกับการเดินทางได้มากกว่าเดิม พร้อมมอบความอุ่นใจด้วยเครือข่ายบริการหลังการขาย 20 แห่ง และตั้งเป้าขยายเป็น 30 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นและคำสัญญาของเรา ที่จะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุด ให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยเสมอมา”

    ++ XPENG ‘THE NEW L03’ Next-Gen AI SUV Coupe ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างลงตัว

    THE NEW XPENG L03 คอมแพ็กต์เอสยูวีไฟฟ้าระดับพรีเมียม โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสไตล์สปอร์ตฟาสต์แบ็ก ลื่นไหลพริ้วไหวตามหลักแอโรไดนามิก ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเพียง 0.228 สะกดทุกสายตาด้วยชุดไฟหน้า Starship, ไฟท้าย Full-Width Star-Ring พาดยาวเต็มพื้นที่ ประตูและกระจกมองข้างแบบไร้ขอบ ห้องโดยสารเน้นความหรูหราด้วยวัสดุ Soft-Touch กว่า 70% ผสานไฟสร้างบรรยากาศแบบโอบล้อม 256 สี พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับ 8.88 นิ้ว หน้าจอควบคุมหลัก 15.6 นิ้ว และเฮด-อัพดิสเพลย์ ขนาดเทียบเท่าจอ 26.8 นิ้ว ตอบโจทย์ความอเนกประสงค์เป็นครั้งแรกในเซกเมนต์ ด้วยจุดยึดอุปกรณ์เสริมแบบเกลียว 5 จุด และแบบแม่เหล็ก 8 จุด พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้าความจุ 102 ลิตร ลิ้นชักใต้เบาะหลัง ท้ายรถความจุ 539 ลิตร เบาะหลังพับได้ 40:20:40 และเพิ่มเป็น 1,640 ลิตร เมื่อพับเบาะทั้งหมด เพื่อการใช้งาน
    ที่สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพสูงสุด

    ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยมอเตอร์เดี่ยว ชาร์จจาก 10-80% ในเวลา 20 นาที มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย
    คือ Standard Range Plus 222 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ 58 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
    วิ่งได้ไกลสุด 530 กิโลเมตร (NEDC) รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 193 กิโลวัตต์ ขณะที่ Long Range Plus 249 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตัน-เมตร มาพร้อมแบตเตอรี่
    71 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสุด 600 กิโลเมตร (NEDC) รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 236 กิโลวัตต์ และ Long Range Ultra 249 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ 71 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสุด 560 กิโลเมตร (NEDC) รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 236 กิโลวัตต์ และเป็นรุ่นที่มาพร้อมความอัจฉริยะเหนือระดับ ด้วยการติดตั้ง TURING AI Chip 3 ตัว พร้อมฟังก์ชันระบบช่วยจอดแบบกำหนดตำแหน่งเอง พลังประมวลผล AI สูงสุด 2,250 TOPS นอกจากนั้น ทุกรุ่นยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีชาญฉลาด ด้วยซอฟต์แวร์ XOS เวอร์ชัน 6 ระบบนำทางใช้ข้อมูลจาก Google Maps เสริมด้วยระบบช่วยขับ XPILOT Driving และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ XPILOT Parking (APA / RPA / RVS) ถุงลม 7 ตำแหน่ง โครงสร้างตัวถังมาตรฐานยุโรป ห้องโดยสารสีเทาเข้ม (Dark Gray) จับคู่กับสีภายนอกที่มีให้เลือก 4 เฉดสไตล์สปอร์ต คือ ม่วง (Phantom Purple), เทา (Rock Gray), ขาว (Arctic White) และ ดำ (Midnight Black)

     

    ++ระบบอะไหล่พร้อมสรรพ ยกระดับความมั่นใจบริการหลังการขาย

    เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ดำเนินการขยายพื้นที่คลังอะไหล่กว่า 3 เท่า จาก 1,000 ตารางเมตร เป็น 3,000 ตารางเมตร พร้อมเพิ่มจำนวน SKU (Stock Keeping Unit) หรือ รหัสสินค้าที่แต่ละบริษัทกำหนดขึ้น เพื่อใช้ในการบริหารจัดการสินค้าและสต็อก โดยสินค้าที่มีคุณลักษณะแตกต่างกัน เช่น รุ่น สี หรือขนาด จะมี SKU คนละรหัส โดยมีเป้าหมายเพิ่มจากเฉลี่ย 2,000 รายการ เป็นกว่า 6,000 รายการ ซึ่งไม่เพียงเป็นการเก็บอะไหล่ให้มากขึ้น แต่คือการลดระยะเวลาการซ่อม และทำให้ลูกค้ากลับมาใช้รถได้เร็วที่สุด

    ++เดินหน้าขยายเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุด

    ปัจจุบัน เอ็กซ์เผิง มีเครือข่ายทั่วประเทศ ทั้งหมด 20 สาขา และภายในปีนี้ มีแผนเพิ่มผู้จำหน่ายและศูนย์บริการอีก 10 แห่ง ส่งผลให้มีเครือข่ายรวม 30 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และการเติบโตของฐานลูกค้า พร้อมให้ความสำคัญกับมาตรฐานบริการ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยสาขาในปัจจุบัน แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล คือ รามคำแหง, สุขุมวิท, วิภาวดี-หลักสี่, เกษตร-นวมินทร์, ราชพฤกษ์, แจ้งวัฒนะ, ตลิ่งชัน, เพชรเกษม, ประดิษฐ์มนูธรรม, ศรีนครินทร์ และพระราม 2 ภาคเหนือ เชียงใหม่และนครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก พัทยาและชลบุรี และภาคใต้ ภูเก็ต, หาดใหญ่ และสุราษฎร์ธานี


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย มอบความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ขึ้นอีกขั้นกับข้อเสนอพิเศษเพื่อมอบความอุ่นใจในทุกการใช้งาน

    1 Min Read

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย มอบความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ขึ้นอีกขั้นกับข้อเสนอพิเศษเพื่อมอบความอุ่นใจในทุกการใช้งาน

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดแคมเปญยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถวอลโว่ ผ่านข้อเสนอพิเศษ ระหว่างวันที่ 11 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2569 พร้อมส่งมอบบริการหลังการขายที่ครอบคลุมยิ่งกว่าเดิม เพื่อมอบความคุ้มค่า การดูแล และการสนับสนุนผู้ใช้รถวอลโว่ตลอดระยะเวลาการใช้งาน

     

    แคมเปญที่จัดขึ้นสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในการดูแล และสนับสนุนลูกค้าตลอดการเป็นเจ้าของรถผ่านการดูแลหลังการขายที่ยกระดับยิ่งขึ้น โดยมอบความคุ้มครองที่ครอบคลุม และนำเสนอสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับการซื้อรถที่ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อสร้างความมั่นใจ ความสะดวกสบาย และความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่ออกรถ

     

    แคมเปญล่าสุดที่จัดขึ้นครอบคลุมทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า 100% รุ่น Volvo ES90, EX90, EX40 และ EC40 ด้วยสิทธิประโยชน์ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าในทุกด้าน นอกจากนี้ตัวแคมเปญยังรวมถึงรถปลั๊กอินไฮบริดในรุ่น Volvo XC90 และ XC60 ซึ่งมาพร้อมแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาพลังการขับขี่ของรถไฟฟ้า แต่ยังต้องการความสะดวกเมื่อต้องเดินทางในระยะไกลไปพร้อมกัน

     

    ข้อเสนอพิเศษในรถรุ่นที่ร่วมรายการมีดังนี้

    Volvo ES90

    • *พิเศษเมื่อซื้อ Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range รับฟรี ประกันภัยรถชั้นหนึ่งเป็นเวลา 3 ปี และ ฟรี Volvo Premium Service Package Pro (VPSP Pro) โดยครอบคลุมถึงบริการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี และบริการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

     

    Volvo EX90

    • *พิเศษเมื่อซื้อ Volvo EX90 รุ่นที่ร่วมรายการรับสิทธิประโยชน์สูงสุด 900,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยรถชั้นหนึ่งเป็นเวลา 1 ปี และฟรี Volvo Extended Warranty โดยครอบคลุมถึงบริการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี และบริการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

     

    Volvo EX40 / EC40

    • *พิเศษเมื่อซื้อ Volvo EX40 หรือ EC40 Single Motor รับฟรีประกันภัยรถชั้นหนึ่งเป็นเวลา 1 ปี และฟรี Volvo Extended Warranty โดยครอบคลุมถึง บริการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี และบริการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

     

    Volvo XC90 / XC60

    • *พิเศษเมื่อซื้อ Volvo XC90 Ultra T8 Plug-in Hybrid Bright รับสิทธิประโยชน์สูงสุด 800,000 บาท หรือเมื่อซื้อ Volvo XC60 Ultra T8 Plug-in Hybrid Bright รับสิทธิประโยชน์สูงสุด 600,000 บาท พร้อมรับฟรี ประกันภัยรถชั้นหนึ่งเป็นเวลา 1 ปี และรับฟรี Volvo Premium Service Package Plus (VPSP Plus) โดยครอบคลุมถึง บริการรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี และบริการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

     

    คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ, วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเชีย กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นที่เรามีต่อลูกค้าไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อส่งมอบรถ แต่ยังคงดำเนินต่อไปตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถของลูกค้า เรามุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถวอลโว่ ผ่านการบริการหลังการขายที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจ ให้การดูแลลูกค้าอย่างครอบคลุม รวมถึงมอบสิทธิประโยชน์ที่มีความหมายเพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาว แคมเปญที่จัดขึ้นในครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางในการดำเนินธุรกิจของเราที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งที่เราทำ พร้อมตอกย้ำจุดยืนของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ที่จะอยู่เคียงข้างลูกค้าในประเทศไทย เพื่อมอบความมั่นใจ และความอุ่นใจในทุกช่วงเวลาของการเป็นเจ้าของรถ   วอลโว่”

     

    สัมผัสประสบการณ์การเป็นเจ้าของวอลโว่ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น พร้อมพบข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ ไบเทค บางนา หรือรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่ตัวแทนผู้จัดจำหน่ายวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2569


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment