-
News / News Motocycle1 Min Read
ยามาฮ่าชวนสแกน รับหมอนยามาฮ่ารับประกัน 5 ปี 900 ใบ กับ กิจกรรม “ยามาฮ่ารับประกัน 5 ปี มากกว่า คุ้มค่ากว่า ท้าให้สแกน”
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ชวนลูกค้าและผู้ที่สนใจร่วมสนุกกับกิจกรรม “ยามาฮ่ารับประกัน 5 ปี มากกว่า คุ้มค่ากว่า ท้าให้สแกน” กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสความคุ้มค่าและความมั่นใจจากการรับประกันคุณภาพรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า พร้อมรับสิทธิ์รับ หมอนยามาฮ่ารับประกัน 5 ปี สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ฟรี! ตามเงื่อนไขกิจกรรม
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อตอกย้ำความคุ้มค่าและความอุ่นใจจาก การรับประกันคุณภาพรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าสูงสุด 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นด้านการบริการหลังการขายที่ยามาฮ่ามอบให้กับลูกค้า เพื่อให้มั่นใจได้ในทุกการใช้งาน
ผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน
- สแกน QR Code จากแบนเนอร์กิจกรรมยามาฮ่า
- ลงทะเบียนและตอบคำถามผ่านระบบออนไลน์
- รับสิทธิ์รับหมอนยามาฮ่ารับประกัน 5 ปี ฟรี ตามเงื่อนไขกิจกรรม
โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะเป็นผู้ลงทะเบียนตามลำดับที่กำหนดของแต่ละเดือน ซึ่งลงท้ายด้วยเลข 5 ได้แก่ ลำดับที่ 5, 15, 25, 35 และต่อเนื่องไปจนถึงลำดับที่ 3,000 ตลอดระยะเวลาแคมเปญ แบ่งเป็นเดือนละ 300 รางวัล เป็นเวลา 3 เดือน รวมทั้งสิ้น 900 ใบ
แบนเนอร์ครอบคลุมพื้นที่ 32 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้อย่างทั่วถึง โดยกิจกรรมเปิดให้ร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2569
หากพบแบนเนอร์กิจกรรมยามาฮ่าในพื้นที่ใกล้บ้าน อย่าพลาดหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสแกน QR Code และร่วมกิจกรรมได้ทันที เพราะนอกจากจะได้ทำความรู้จักกับสิทธิประโยชน์ด้านการรับประกัน 5 ปีของยามาฮ่ามากยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีสิทธิ์รับหมอนยามาฮ่ายามาฮ่ารับประกัน 5 ปี ส่งตรงถึงบ้านอีกด้วย สแกนง่าย ร่วมกิจกรรมได้ทันที พร้อมรับสิทธิ์รับของที่ระลึกสุดพิเศษจากยามาฮ่าตลอดแคมเปญ
ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th และ Facebook : Yamaha Society Thailand พร้อมรับข่าวสาร สิทธิพิเศษ และร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน LINE Official Account Yamaha Society TH โดยค้นหา @yamahasociety และกดเพิ่มเพื่อน หรือสมัครได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อไม่พลาดทุกกิจกรรมพิเศษจากยามาฮ่า
#Yamaha #ยามาฮ่า #RevsYourHeart #เร่งชีวิตให้เร้าใจ #ยามาฮ่ารับประกัน5ปี
#มากกว่าคุ้มค่ากว่า #ยามาฮ่าท้าให้สแกน #Yamaha5YearWarranty #YamahaSocietyThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศเสริมความแข็งแกร่งเครือข่าย ผู้จำหน่าย หลัง บีจี กรุ๊ป เข้าซื้อกิจการ อมร เพรสทีจ ขับเคลื่อนสู่อีกขั้นของยนตรกรรมระดับพรีเมียม
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศความก้าวหน้าเชิงกลยุทธ์ของเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ หลังบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ บีจี กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์และกลุ่มธุรกิจชั้นนำ ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ บริษัท อมร เพรสทีจ จำกัด โดยการดำเนินงานของโชว์รูมและศูนย์บริการจะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในชื่อ บริษัท บีจี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผู้จำหน่ายเดิม หากยังถือเป็นการเปิดบทบาทใหม่ของสององค์กรที่มีปณิธานร่วมกันในการมุ่งสู่ความเป็นเลิศ นวัตกรรม และการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการผสานความแข็งแกร่งของแบรนด์ระดับพรีเมียม นวัตกรรม และแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าของบีเอ็มดับเบิลยู เข้ากับกรอบความคิดของผู้ประกอบการชั้นนำ ความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน และศักยภาพด้านการลงทุนที่แข็งแกร่งของบีจี กรุ๊ป ความร่วมมือครั้งนี้จึงอยู่ในสถานะที่พร้อมอย่างยิ่งต่อการร่วมกันกำหนดอนาคตของธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทย ด้วยความแข็งแกร่งจากกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายของบีจี กรุ๊ป ทั้งบรรจุภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง พลังงานหมุนเวียน ตลอดจนกีฬาและไลฟ์สไตล์ บีจี กรุ๊ป นำมาซึ่งศักยภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในการพลิกโฉมธุรกิจ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการเร่งสร้างนวัตกรรม พลังแห่งความร่วมมือใหม่ ๆ และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจในระยะยาว
ภายใต้โครงสร้างการถือครองกิจการใหม่ การดำเนินงานทั้งหมดของอมร เพรสทีจ จะโอนไปอยู่ภายใต้การบริหารของ บีจี กรุ๊ป ครอบคลุมทั้งสามสาขาเดิม ได้แก่ โชว์รูมและศูนย์บริการสำนักงานใหญ่บนถนนรัชดาภิเษก ศูนย์บริการเฉพาะทางที่รัชโยธิน (Service Only Outlet – SOO) และโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการขนาดใหญ่ที่รังสิต ซึ่งให้บริการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือและภาคกลางตอนล่าง
ความต่อเนื่องทางธุรกิจและมาตรฐานคุณภาพยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และบีจี กรุ๊ป ได้จัดทำแผนงานที่ครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของผู้จำหน่าย การบริการลูกค้า การขาย และการบริการหลังการขายจะดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นและไม่สะดุด บนรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวจะมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ตลอดจนการเสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายให้แข็งแกร่งในระยะยาว
คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือกับบีจี กรุ๊ปในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวที่ตั้งอยู่บนความเชื่อมั่นร่วมกันบนรากฐานแห่งความแข็งแกร่งของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม หรือกล่าวได้อย่างเรียบง่ายว่า ‘คุณภาพของความพรีเมียมจะคงคุณค่าเหนือกาลเวลา’ บีจี กรุ๊ป มีทั้งวิสัยทัศน์ระยะยาว ศักยภาพด้านการลงทุน และการให้ความสำคัญกับลูกค้า ซึ่งไม่เพียงช่วยสานต่อรากฐานแห่งความไว้วางใจที่ อมร เพรสทีจ ได้สร้างไว้ แต่ยังพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอีกด้วย หมุดหมายครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้จำหน่ายเดิม หากแต่เป็นหมุดหมายที่ชัดเจนถึงการก้าวสู่ยุคใหม่ร่วมกัน พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายในประเทศไทยให้พร้อมสำหรับอนาคต”
คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส “การตัดสินใจของบีจี กรุ๊ป ในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวบีเอ็มดับเบิลยู สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราต่อคุณค่าที่ยั่งยืนของการเดินทางระดับพรีเมียม และความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจเพื่อการเติบโตในระยะยาว เรามองว่านี่ไม่ใช่เพียงการเข้าซื้อกิจการ แต่เป็นโอกาสในการลงทุนกับแบรนด์ระดับโลก การกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อการเติบโตในอนาคตร่วมกันกับบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของอมร เพรสทีจ เข้ากับศักยภาพด้านการลงทุน แนวทางการดำเนินธุรกิจระยะยาวอย่างมีวินัย และการให้ความสำคัญกับลูกค้าของบีจี กรุ๊ป เรามุ่งยกระดับประสบการณ์ที่น่าประทับใจของลูกค้าตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของรถยนต์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยูอย่างต่อเนื่อง”
ลูกค้ายังคงสามารถไว้วางใจในมาตรฐานการบริการและความเชี่ยวชาญอันยอดเยี่ยมจากทีมงานที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดีในทั้ง 3 สาขา และเพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ ข้อมูลการติดต่อส่วนกลางจะยังคงเดิมทุกประการ โดยลูกค้าสามารถติดต่อสาขารัชดาภิเษก สาขารัชโยธิน และสาขารังสิต ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 513 9555
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
RANGE ROVER SPORT ELECTRIC: พลังไฟฟ้าที่ปลุกทุกสัมผัสแห่งการขับขี่
Range Rover Sport Electric เปิดบทใหม่ของรถเอสยูวีหรูสไตล์สปอร์ต ด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก พร้อมการตอบสนองและสมรรถนะที่พัฒนาขึ้น
Range Rover Sport Electric ได้รับการปรับแต่งเพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบสนองผู้ขับขี่ ผสานเทคโนโลยีแชสซีขั้นสูงเพื่อเพิ่มความแม่นยำและความเร้าใจ โดยยังคงรูปทรงอันแข็งแกร่ง ความประณีต และความสามารถบนทุกสภาพเส้นทาง
มาร์ติน ลิมเพิร์ต กรรมการผู้จัดการ Range Rover กล่าวว่า “Range Rover Sport คือรถยนต์ที่ถ่ายทอดบุคลิกการขับขี่อันปราดเปรียวที่สุดของ Range Rover และ Range Rover Sport Electric นำเอกลักษณ์นั้นเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า รถยนต์คันนี้ยังคงเป็น Range Rover Sport อย่างแท้จริง ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ผสานเข้ากับตัวรถช่วยยกระดับการตอบสนองและความแม่นยำ ทั้งจากแชสซีที่ปรับแต่งเฉพาะ การส่งแรงบิดที่เน้นสมรรถนะ และรูปแบบเสียงเฉพาะตัว เพื่อมอบการมีส่วนร่วมในการขับขี่อย่างเต็มที่แก่ลูกค้า”
เพื่อบันทึกก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กว่า 20 ปี Range Rover Sport Electric พิสูจน์สมรรถนะในการทดสอบครั้งสุดท้าย ณ เหมืองหินอ่อนคาร์ราราแบบเปิดในอิตาลี ท่ามกลางยอดเขาความสูงประมาณ 3,000 ฟุต สานต่อบทพิสูจน์ของ Range Rover Sport ซึ่งเคยสร้างสถิติบนเส้นทางไต่เขาไพกส์พีกสูง 14,110 ฟุต พิชิตบันได 999 ขั้นสู่ประตูสวรรค์ในจีน และไต่ทางระบายน้ำของเขื่อนในไอซ์แลนด์
ในการขึ้นสู่ยอดเขาจอยอาเหนือแหล่งหินอ่อนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก รถต้องเผชิญอุณหภูมิรุนแรง ทางลาดชันสูงสุด 45 องศา และสภาพพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นับเป็นบททดสอบความสามารถบนทุกสภาพเส้นทางของ Range Rover Sport
Range Rover Sport Electric ติดตั้งระบบ Intelligent Traction Management ที่ปรับแต่งเฉพาะ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเสมือน ช่วงล่างถุงลม Dynamic Air Suspension และระบบควบคุมการโคลงตัวถังแบบอิเล็กทรอนิกส์ eARC¹ ซึ่งสร้างแรงควบคุมได้สูงสุด 1,400 นิวตันเมตรในแต่ละเพลา รวมถึงโช้คอัพ Twin Valve และระบบ Adaptive Dynamics ที่ตรวจวัดพารามิเตอร์ 100 รายการ 500 ครั้งต่อวินาที เพื่อควบคุมการโคลงและการก้มเงยของรถขณะเข้าโค้งและเบรก
เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ควบคุมรถบนพื้นผิวที่คาดเดาได้ยากของเหมืองคาร์รารา ตั้งแต่หินอ่อนขัดเรียบไปจนถึงฝุ่นหินอ่อนละเอียด ขณะที่ระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อ¹ ช่วยให้รถผ่านโค้งหักศอกแคบภายในเหมืองได้โดยไม่ต้องถอยหลัง
แรงบิด 850 นิวตันเมตร ซึ่งสูงที่สุดในบรรดา Range Rover Sport ช่วยให้รถพิชิตทางลาดชัน โดยแรงบิดเพิ่มขึ้นเร็วกว่า Range Rover Electric 50% ระบบขับเคลื่อน 550 แรงม้า (PS) มีสมรรถนะเทียบเท่า Range Rover Sport P540 เครื่องยนต์ V8 อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาทีในโหมด Dynamic Launch ก่อนพารถขึ้นสู่จุดสูงสุดของเส้นทางทดสอบ
เหมืองคาร์ราราเป็นจุดหมายสุดท้ายของโครงการทดสอบและพัฒนาทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการทดสอบที่สนามส่วนตัว Magarigawa Club ใกล้กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นครั้งแรก วิศวกร Range Rover ยังพัฒนาเสียงเฉพาะรุ่นเพื่อขับเน้นบุคลิกการขับขี่ โดยผสานโทนเสียงเรียบง่ายที่เชื่อมโยงดนตรีกับวิศวกรรม และกระตุ้นให้ผู้ขับขี่สัมผัสความแตกต่างของแต่ละโหมด
แมตต์ เบกเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ Range Rover กล่าวว่า “Range Rover Sport Electric คือพัฒนาการของบุคลิกการขับขี่ Range Rover Sport โดยให้ความสำคัญกับการตอบสนองและการมีส่วนร่วมของผู้ขับขี่มากขึ้น โครงสร้างที่แข็งแกร่งกว่าและจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง เมื่อทำงานร่วมกับการควบคุมแรงบิดที่แม่นยำและเทคโนโลยีแชสซีขั้นสูง ทำให้รถตอบสนองฉับไว คล่องตัว และสร้างความมั่นใจมากขึ้น ผู้ขับขี่จะรู้สึกว่ารถกะทัดรัด เกาะถนน และตอบสนองได้ดีกว่าที่คาด โดยยังคงความประณีต ความสะดวกสบาย และความสามารถรอบด้าน”
Range Rover Sport รุ่นไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรกมีโครงสร้างตัวถังแข็งแกร่งกว่ารุ่นปลั๊กอินไฮบริด 61% และจุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่า 73 มิลลิเมตร ผลิตที่โซลิฮัลล์ สหราชอาณาจักร บนสายการผลิตเดียวกับรุ่นปลั๊กอินไฮบริด เบนซิน และดีเซล แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 118.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง มีความหนาแน่นกำลังสูงและบรรจุในโครงหุ้มอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูง มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวกำลังตัวละ 260 กิโลวัตต์ผสานเข้ากับสถาปัตยกรรม MLA-Flex พร้อมระบบไฟฟ้า 800 โวลต์ที่รองรับการชาร์จเร็วแบบแยกส่วน
Range Rover Sport Electric ออกแบบให้ทนต่อแรงกระแทกรุนแรง พร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่เหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม ห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่แห่งใหม่ของ JLR ทดสอบแบตเตอรี่ที่ใช้งานจริงด้วยการสั่นสะเทือนและแรงกระแทกหลายแกนภายใต้อุณหภูมิ -40 ถึง +90 องศาเซลเซียส เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพ
Range Rover Sport Electric พัฒนาควบคู่กับ Range Rover Electric และใช้เทคโนโลยีใหม่หลายรายการ รวมถึงระบบจัดการความร้อน ThermAssist™ รถมีระยะทางสูงสุด 609 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP³ และระยะทางในการใช้งานจริงสูงสุด 536 กิโลเมตร5 เพียงพอสำหรับการเดินทางประจำวันของผู้ขับขี่จำนวนมากโดยไม่ต้องชาร์จระหว่างวัน²
เมื่อใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC สาธารณะ รถเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 220 กิโลเมตร ภายใน 10 นาที หรือชาร์จแบตเตอรี่จาก 10–80% ภายในประมาณ 22 นาที²
กระจังหน้าและล้ออัลลอยที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เป็นจุดสังเกตของรุ่นไฟฟ้า และช่วยเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 16 กิโลเมตร เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วระดับทางหลวง³
Range Rover Sport Electric เปิดรับคำสั่งซื้อแล้วในรุ่น Dynamic SE, Dynamic HSE, Autobiography และ First Edition พร้อมตัวเลือก Black Pack และ Satin Wrap รุ่น First Edition มาในสี Zadar Grey พร้อม Satin Wrap หลังคาสีดำตัดกัน และล้ออัลลอย 22 นิ้ว
ลูกค้า Range Rover Sport Electric รุ่น Autobiography สามารถใช้บริการ Range Rover Bespoke โดยเลือกสีตัวถัง การจัดองค์ประกอบ วัสดุตกแต่งระดับพิเศษ และรายละเอียดเฉพาะบุคคลที่หลากหลาย รวมถึงงานปักเฉพาะ เพื่อรังสรรค์รถยนต์ที่สะท้อนตัวตน
รถทุกคันมาพร้อม Battery Digital Twin ซึ่งช่วยให้ Range Rover ดูแลรักษารถเชิงรุกผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านเครือข่าย หรือ Software Over the Air ของ JLR6 แบตเตอรี่ของ Range Rover Sport Electric รับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน7
สำหรับประเทศไทย บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เรนจ์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมนำเสนอ Range Rover Sport Electric รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของ Range Rover Sport ที่ผสานสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตเข้ากับความประณีตและความสามารถในการขับขี่ทุกสภาพภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเปิดรับคำสั่งซื้อแล้ววันนี้ รายละเอียดรุ่นย่อยและราคาจะประกาศให้ทราบในภายหลัง และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบรถได้ในช่วงต้นปี 2570 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.landrover.co.th หรือสอบถามข้อมูล โทร. 02-666-7500
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
default -
ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน: บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ส่งต่อความห่วงใยและการสนับสนุนแก่ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูและมินิที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่ส่งผลกระทบในพื้นที่กรุงเทพมหานครและหลายจังหวัด บีเอ็ม
ดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เปิดตัวแคมเปญช่วยเหลือพิเศษสำหรับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูและมินิที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในครั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งในการคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าและความอุ่นใจตลอดการเป็นเจ้าของ (Peace of Mind) แคมเปญนี้จึงมอบทั้งความช่วยเหลือทางการเงินทันทีและการดูแลอย่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้ลูกค้าทั้งสองแบรนด์สามารถกลับมาใช้รถได้อย่างปลอดภัยอีกครั้งคุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อความยากลำบากที่ลูกค้าและชุมชนต่างๆกำลังเผชิญจากสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในครั้งนี้ ความปลอดภัยของทุกท่านคือสิ่งสำคัญที่สุดและสำหรับแคมเปญช่วยเหลือพิเศษนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การสนับสนุนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและการสนับสนุนด้านการเงินเท่านั้น
แต่ยังเป็นการมอบความเชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้และความใส่ใจอย่างแท้จริง เพื่อฟื้นฟูรถยนต์ของท่านให้กลับคืนสู่มาตรฐานความปลอดภัยและสมรรถนะสูงสุด เราต้องการให้ครอบครัวบีเอ็มดับเบิลยูและมินิได้รับรู้ว่าเราพร้อมเคียงข้างทุกท่านในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้”ด้วยความตระหนักถึงความยากลำบากที่ผู้ประสบภัยต้องเผชิญ แคมเปญช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนี้จึงมอบการสนับสนุนสำหรับการซ่อมแซมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม (สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนที่ลูกค้าต้อง
ชำระเอง) โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ และสามารถใช้ได้กับใบสั่งซ่อมรถ (Repair Orders) ที่เปิดภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ลูกค้าของทั้งบีเอ็มดับเบิลยูและมินิที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับ- ส่วนลด 30% สำหรับอะไหล่แท้ ครอบคลุมอะไหล่บีเอ็มดับเบิลยูและมินิทุกหมวดหมู่ที่จำเป็นสำหรับการซ่อมแซมความเสียหายจากน้ำท่วม
- ส่วนลด 10% สำหรับค่าแรง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
- รับประกันอะไหล่ทุกชิ้นที่เปลี่ยนใหม่เป็นระยะเวลา 2 ปี
- นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส พร้อมดูแล
และให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมด้วยความห่วงใยและความเข้าใจ เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกค้าแต่ละท่าน ลูกค้าที่ประสงค์จะปรึกษาเกี่ยวกับ
การปรับเงื่อนไขทางการเงิน สามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้าได้ที่หมายเลข 1397
นอกจากนี้ ท่านเจ้าของรถยนต์ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดก็ตามที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ยังสามารถเข้ารับการปรึกษาจากผู้จำหน่าย BMW และ MINI อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ที่พร้อมมอบแคมเปญการขายรถยนต์ BMW และ MINI ทุกรุ่น ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความอุ่นใจและสนับสนุนลูกค้าในทุกขั้นตอนของการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์
น้ำท่วมมั่นใจได้ในมาตรฐานการวิเคราะห์และคุณภาพอะไหล่แท้ของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ
นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลแบบเฉพาะทางสำหรับรถยนต์พรีเมียม
ที่ถูกน้ำท่วม เนื่องจากความเสียหายจากน้ำสามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อน ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ และระบบความปลอดภัย เพื่อมอบความอุ่นใจอย่างแท้จริงและการดูแลในระดับที่เหนือกว่าการซ่อมแซมทั่วไป แคมเปญนี้
จะทำให้เจ้าของรถบีเอ็มดับเบิลยูและมินิมั่นใจได้ว่าจะได้รับประโยชน์จาก- การวิเคราะห์ระบบความปลอดภัยขั้นสูง (Advanced Safety Diagnostics) การประเมินอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมขั้นสูง เพื่อตรวจหาความเสียหายจากน้ำที่ซ่อนอยู่ในระบบกลไกและระบบไฟฟ้า
ที่สำคัญ - ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคที่ผ่านการรับรอง (Certified Technical Expertise) ดำเนินการซ่อมแซมโดย
ช่างเทคนิคที่ได้รับการรับรอง ซึ่งมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความซับซ้อนและมาตรฐานทางวิศวกรรมเฉพาะตัว
ของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ - คุณภาพและการรับประกันที่เหนือชั้น (Uncompromised Quality and Warranty) การใช้อะไหล่แท้ของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจถึงความน่าเชื่อถือในระยะยาว เอกลักษณ์การขับขี่ที่โดดเด่น และการรักษามูลค่าของรถยนต์
ลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือหรือประสงค์จะใช้สิทธิจากแคมเปญช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สามารถติดต่อผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูหรือมินิอย่างเป็นทางการที่ท่านสะดวกได้โดยเร็วที่สุด เพื่อนัดหมายการตรวจสภาพรถและประเมินราคาซ่อมแซม
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กรุณาติดต่อ BMW Group Thailand Contact Center โทร 1397 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการได้ที่ www.bmw.co.th และ www.mini.co.th
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ข้อเสนอนี้ใช้ได้สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมซึ่งเข้าเงื่อนไข และมีการเปิดใบสั่งซ่อมรถ (Repair Orders) ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
ยามาฮ่าเปิดประสบการณ์สุด Unique Experience จับมือ ททท. และ PTT Station พาลูกค้า PG-1 ขี่เลาะลุ่มน้ำโขง สัมผัสเสน่ห์อารยธรรม มุกดาหาร–นครพนม
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ PTT Station จัดกิจกรรมสุดพิเศษภายใต้แนวคิด “Feel The Unique Experience – สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล” ผ่านกิจกรรม “YAMAHA PG-1 MEKONG PLAYGROUND” พาลูกค้า YAMAHA PG-1 ออกเดินทางท่องเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน บนเส้นทางมุกดาหาร–นครพนม สัมผัสเสน่ห์แห่งลุ่มน้ำโขงผ่านเรื่องราวของศรัทธา วัฒนธรรม วิถีชุมชน และแลนด์มาร์กสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมร่วมสร้างประสบการณ์และความทรงจำสุดประทับใจตลอดเส้นทาง
กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะและคาแรกเตอร์ของ YAMAHA PG-1 ผ่านการเดินทางบนเส้นทางท่องเที่ยวที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เริ่มต้นจากจังหวัดมุกดาหาร มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครพนม โดยเชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ วิถีชีวิตท้องถิ่น และเสน่ห์ของชุมชนริมแม่น้ำโขงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
คณะผู้ร่วมทริปเริ่มต้นการเดินทางที่ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ จังหวัดมุกดาหาร ก่อนเดินทางสู่ ศาลพ่อปู่พญาอนันตคราช บริเวณสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 และ แก่งกะเบา เพื่อสัมผัสบรรยากาศอันงดงามของแม่น้ำโขง จากนั้นเดินทางต่อสู่จังหวัดนครพนม ผ่านอำเภอธาตุพนม พร้อมสักการะ พระธาตุพนม ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร หนึ่งในศูนย์รวมศรัทธาที่สำคัญที่สุดของภาคอีสาน
ระหว่างการเดินทาง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แวะพัก ณ PTT Station ศรีนครธาตุพนม แวะเติมพลังคน และรถ พร้อมอำนวยความสะดวกและรองรับการเดินทางตลอดเส้นทาง ก่อนเดินทางต่อไปยัง ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่าไทกวน บ้านนาถ่อน เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านกิจกรรม Workshop ทั้งการทำเกลือสปา การทำลูกประคบสมุนไพร และการนวดบ่าไหล่ ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงการเดินทางเข้ากับชุมชนได้อย่างใกล้ชิด
กิจกรรมปิดท้าย ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์กสำคัญริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม เพื่อร่วมสักการะและบันทึกภาพความประทับใจ ก่อนเข้าพัก ณ โรงแรมเวลาดี และร่วมกิจกรรมสังสรรค์ในบรรยากาศเป็นกันเอง เติมเต็มมิตรภาพและประสบการณ์ร่วมกันตลอดทริป
สำหรับกิจกรรม “YAMAHA PG-1 MEKONG PLAYGROUND” ในครั้งนี้ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ได้รับความร่วมมือจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และถ่ายทอดเสน่ห์ของพื้นที่ลุ่มน้ำโขงผ่านเส้นทางที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ขณะที่ PTT Station ร่วมสนับสนุนการเดินทางตลอดเส้นทาง ทั้งในด้านความพร้อมของจุดพักรถและการบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตลอดการเดินทาง
ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์ พันธมิตร แหล่งท่องเที่ยว และชุมชนท้องถิ่น ผ่านประสบการณ์จริงตลอดเส้นทาง พร้อมร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าให้กับชุมชน และตอกย้ำแนวคิด “Feel The Unique Experience – สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล” ที่มุ่งส่งมอบประสบการณ์การเดินทางอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ YAMAHA PG-1 ให้กับลูกค้าในทุกเส้นทาง
ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th และ Facebook : Yamaha Society Thailand พร้อมรับข่าวสาร สิทธิพิเศษ และร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน LINE Official Account Yamaha Society TH โดยค้นหา @yamahasociety และกดเพิ่มเพื่อน หรือสมัครได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อไม่พลาดทุกกิจกรรมพิเศษจากยามาฮ่า
#Yamaha #YamahaPG1 #PG1 #เท่ทุกวันมันส์ทุกสไตล์
#YamahaPG1MekongPlayground
#FeelTheUniqueExperience #สุดทุกทางต่างทุกฟีล
#AmazingThailand #PTTStation #YamahaSocietyThailand #YamahaClubThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 11 จังหวัด พร้อมส่งต่อความห่วงใยผ่านถุงยังชีพ รวมมูลค่าความช่วยเหลือทั้งสิ้น 3.5 ล้านบาท
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย และเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ เดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกช่วงเวลาวิกฤต
จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องจนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัด กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครนายก ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ระยอง สระแก้ว พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี และนครปฐม รวมมูลค่าความช่วยเหลือทั้งสิ้น 3.5 ล้านบาท โดยจัดเตรียม ถุงยังชีพจำนวน 7,000 ถุง เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ต่าง ๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายผู้จำหน่ายฮอนด้าในแต่ละจังหวัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง
นอกจากการสนับสนุนด้านสิ่งของจำเป็นแล้ว กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทยยังได้จัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าฮอนด้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกในการฟื้นฟูสภาพยานพาหนะให้กลับมาพร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ฮอนด้ามอบส่วนลดค่าอะไหล่ 30% สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยสามารถนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กและซ่อมแซมได้ที่ศูนย์บริการฮอนด้าที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่ประสบภัย ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
ขณะเดียวกัน ลูกค้ารถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี พร้อมรับบริการเปลี่ยนอะไหล่และบำรุงรักษาเบื้องต้นตามรายการที่กำหนด ณ จุดบริการช่วยเหลือพิเศษที่ฮอนด้าจัดเตรียมไว้ เพื่อช่วยให้รถจักรยานยนต์กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน เพื่อให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตและกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้งอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
สะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ต! ฮอนด้าส่ง 2 นักบิดไทย “ก้อง-ไม้คิว” ผนึกกำลังสู่เวทีโลก ลุยโมโตจีพี เจแปนนิสกรังด์ปรีซ์ รุ่นโมโตจีพี และ โมโตทรี
“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดชาวไทย และ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ดาวรุ่งเลือดใหม่จากโครงการ “Honda Race to the Dream” เดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเตรียมลงแข่งขันศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รายการ Japanese Grand Prix ที่ Mobility Resort Motegi ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคมนี้ แฟนความเร็วชาวไทยเตรียมร่วมส่งกำลังใจเชียร์ 2 นักบิดไทยบนเวทีระดับโลกพร้อมกันถึง 2 รุ่น ทั้ง MotoGP และ Moto3
สุดสัปดาห์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย เมื่อ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา เตรียมกลับมาลงแข่งขันในพรีเมียร์คลาส MotoGP อีกครั้ง ขณะที่ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ เตรียมเริ่มต้นภารกิจ 7 สนามสุดท้ายของฤดูกาลในศึก Moto3 World Championship สะท้อนเส้นทางการพัฒนานักบิดไทยจากโครงการ “Honda Race to the Dream” สู่การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก
โดย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ที่ทุ่มเทสร้างผลงานอย่างหนักร่วมกับทีมโรงงาน Honda HRC ในศึก World Superbike Championship 2026 ได้รับความไว้วางใจจาก Honda Racing Corporation (HRC) ให้กลับมาลงแข่งขันในศึก MotoGP อีกครั้ง กับทีมโรงงาน Honda HRC Castrol ในรายการ Japanese Grand Prix โดยเจ้าตัวจะควบรถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 15 ลงแข่งขันต่อหน้าแฟนมอเตอร์สปอร์ตของ Honda ที่ประเทศญี่ปุ่น
“ก้อง-สมเกียรติ” กล่าวว่า “ผมต้องขอขอบคุณ Honda HRC เป็นอย่างสูงที่ไว้วางใจและเลือกให้ลงแข่งใน MotoGP ที่โมเตกิร่วมกับทีมโรงงาน ปีนี้เราทุ่มเททำงานกันอย่างหนักใน World Superbike เพื่อสร้างความคืบหน้า และสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็สามารถขยับยกระดับอีกขั้นได้สำเร็จ ตอนนี้ผมต้องปรับเปลี่ยนความคิด และปรับตัวให้เข้ากับรถแข่งคันใหม่ รวมถึงความท้าทายใหม่ๆ ซึ่งโมเตกิเป็นสนามที่ผมมีความทรงจำที่ดี เพราะในปี 2023 ผมสามารถคว้าชัยชนะมาได้ในรุ่น Moto2”
ด้าน “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ ดาวรุ่งเลือดใหม่จาก Honda Racing Thailand ที่สร้างผลงานโดดเด่นในศึกดาวรุ่งชิงแชมป์โลกทั้ง Moto3 Junior World Championship และ Red Bull MotoGP Rookies Cup ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการเข้าร่วมการแข่งขัน Moto3 World Championship 2026 ใน 7 สนามสุดท้ายของฤดูกาล ร่วมกับ SNIPERS Team ด้วยรถแข่ง Honda NSF250RW หมายเลข 85 โดยจะเริ่มต้นภารกิจตั้งแต่รายการ Japanese Grand Prix ในสุดสัปดาห์นี้ ก่อนเดินหน้าลงแข่งขันต่อเนื่องจนถึงสนามปิดฤดูกาลที่บาเลนเซีย ประเทศสเปน
ก้าวสำคัญของ “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” สะท้อนถึงเส้นทางการพัฒนานักแข่งไทยอย่างเป็นระบบภายใต้โครงการ “Honda Race to the Dream” ที่วางรากฐานตั้งแต่ระดับเยาวชน ผ่านการ Audition เข้าสู่ Honda Academy ก่อนพัฒนาศักยภาพและเก็บเกี่ยวประสบการณ์การแข่งขันอย่างต่อเนื่องในแต่ละระดับ จนได้รับการสนับสนุนจาก “ไทยฮอนด้า” และ Honda Racing Corporation (HRC) สู่โอกาสสำคัญในการแข่งขันบนเวที Moto3 World Championship
สำหรับศึก Japanese Grand Prix จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม ก่อนเข้าสู่รอบควอลิฟายในวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม โดยการแข่งขัน MotoGP Sprint จะมีขึ้นในเวลา 13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ส่วนการแข่งขันรอบเมนเรซจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม เริ่มต้นด้วย Moto3 เวลา 09.00 น. ต่อด้วย Moto2 เวลา 10.15 น. และปิดท้ายด้วยพรีเมียร์คลาส MotoGP เวลา 12.00 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions Now SPOTV
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถร่วมส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง-สมเกียรติ” และ “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” พร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #SC35 #Kong #Moto3 #Maikiw85 #KS85 #TheNextSuccessor #JapaneseGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
พลาดไม่ได้! BMW and MINI Used Car Expo ยกทัพรถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อย และรถมือสองคุณภาพเยี่ยม พร้อมโปรแรงแจก iPhone 18 รุ่นใหม่ล่าสุด 1-4 ต.ค. นี้ ที่ One Bangkok
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เตรียมสร้างปรากฏการณ์แห่งความคุ้มค่าครั้งใหม่ ขอเชิญ ผู้หลงใหลในยนตรกรรมพรีเมียมร่วมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับในงาน “BMW and MINI Used Car Expo” มหกรรมที่รวบรวมรถยนต์มือสองและรถผู้บริหารป้ายแดงไมล์น้อยจาก BMW และ MINI มาให้เลือกสรรอย่างครบครัน พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปี ระหว่างวันที่ 1–4 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น G โซน The Storeys Square ศูนย์การค้า One Bangkok จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของไลฟ์สไตล์คนเมือง และโชว์รูม BMW Premium Selection & MINI Next ทั่วประเทศ
เติมเต็มไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ด้วยข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษและเติมเต็มไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้จัดเตรียมข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะภายในงาน เพียงจองรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ รับฟรีทันทีสมาร์ทโฟน iPhone 18 รุ่นใหม่ล่าสุด* หรือเลือกรับความอุ่นใจอย่างต่อเนื่องด้วยสิทธิ์ขยายระยะเวลารับประกัน BMW Extended Warranty เพิ่มอีก 1 ปี* เมื่อรับรถกับผู้จำหน่ายฯ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
ภายในงานยังได้ยกทัพยนตรกรรมผู้บริหารป้ายแดง และรถมือสองคุณภาพเยี่ยมอย่างครบครัน ครอบคลุมทุกเซกเมนต์เพื่อตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่รักการเดินทาง หรือรถยนต์คอมแพคที่มอบความคล่องตัวสำหรับการขับขี่ในเมือง พร้อมไฮไลต์ยนตรกรรมพรีเมียมที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ BMW Z4 M40i รถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนที่มอบสมรรถนะอันเร้าใจและอิสระแห่งการขับขี่อย่างแท้จริง, BMW X6 xDrive40i M Sport ยนตรกรรมสปอร์ตอเนกประสงค์สไตล์คูเป้ที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวและดุดัน, BMW M340i xDrive ซีดานสมรรถนะสูงสายพันธุ์ M Performance ที่ผสมผสานความสปอร์ตเข้ากับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว และ BMW X3 20d M Sport รถยนต์อเนกประสงค์ยอดฮิตที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ด้วยความคล่องตัว นอกจากนี้ยังมี ไอคอนแห่งสไตล์อย่างรถยนต์มินิ ที่สะท้อนเอกลักษณ์และดีไซน์ระดับไอคอนิก อาทิ MINI COUNTRYMAN S ALL4 – HIGHTRIM รถยนตร์อเนกประสงค์พรีเมียมที่พร้อมเปิดรับทุกการผจญภัย, JCW Aceman E ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้า 100% สมรรถนะสูงที่มอบความเร้าใจในสไตล์จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ และ All Electric MINI Cooper SE – Hightrim ไอคอนนิคแฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าที่คงความสนุกในการขับขี่สไตล์โกคาร์ทฟีลลิ่งไว้อย่างครบถ้วน
อุ่นใจในทุกเส้นทางกับมาตรฐานระดับสากล BMW Premium Selection
เพื่อความมั่นใจสูงสุดในทุกเส้นทาง ยนตรกรรมทุกคันภายใต้โปรแกรม BMW Premium Selection (Certified Used Car) ล้วนผ่านการคัดสรรตามมาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยูระดับสากล โดยสงวนสิทธิ์เฉพาะรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูมือสองที่มีประวัติการดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยมและโปร่งใส รถยนต์ทุกคันจะได้รับความคุ้มครองด้วยการรับประกันคุณภาพขั้นต่ำ 24 เดือนจากบีเอ็มดับเบิลยู* พร้อมผ่านการตรวจสอบสภาพรถยนต์ทางเทคนิคแบบ 360 องศาโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐาน การบำรุงรักษา ไปจนถึงระบบเครื่องยนต์อย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังตอกย้ำความน่าเชื่อถือ ด้วยการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวด ทั้งอายุรถยนต์ ระยะทางสะสม ประวัติการเข้ารับบริการ และประวัติความเสียหายจากอุบัติเหตุ เพื่อส่งมอบยานยนต์ที่สมบูรณ์แบบและสร้างความสบายใจอย่างแท้จริง
อิสระทางการเงินและข้อเสนอประเมินราคารถยนต์สุดพิเศษ
ภายในงานยังได้จัดเตรียมบริการแพ็คเกจจัดไฟแนนซ์จากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ด้วยข้อเสนออัตราดอกเบี้ยสุดพิเศษ และการผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 9,999 บาทต่อเดือน* เพื่ออำนวยความสะดวกในการออกแบบแผนทางการเงินได้อย่างอิสระ ยิ่งไปกว่านั้น ทีมงานจัดซื้อผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีเครือข่ายผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยูอย่างกว้างขวาง ยังพร้อมมอบข้อเสนอการแลกเปลี่ยนรถยนต์ (Trade-in) ในราคาพิเศษ ด้วยบริการประเมินราคารถยนต์ตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ทุกธุรกรรมซื้อขายเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว ไร้ความยุ่งยาก และมั่นใจได้ถึงความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว
ร่วมสัมผัสสุนทรียภาพแห่งการขับขี่และเลือกยนตรกรรมพรีเมียมที่ตอบสนองทุกความต้องการ ในงาน BMW and MINI Used Car Expo ตั้งแต่วันที่ 1–4 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น G โซน The Storeys Square ศูนย์การค้า One Bangkok และโชว์รูม BMW Premium Selection & MINI Next ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือคลิกดูข้อเสนอรถยนต์ที่ร่วมรายการได้ที่ https://usedcar.bmw.co.th/
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เร่งดูแลมอเตอร์ไซค์ประสบภัยน้ำท่วม ระดมเพิ่มจุดให้บริการอีก 18 จังหวัด พร้อมให้บริการ 30 ก.ย. – 15 ต.ค. นี้
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เร่งขยายความช่วยเหลือผ่านโครงการ “ไทยฮอนด้าร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม” เพิ่มจุดให้บริการตรวจเช็กและดูแลรถจักรยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมผ่านร้านผู้จำหน่าย Honda Wing Center และ Honda Wing Shop ใน 18 จังหวัด พร้อมให้บริการตั้งแต่ 30 กันยายน – 15 ตุลาคม 2569 ควบคู่กับ 4 จุดบริการส่วนกลางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยปรับให้ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยกรุงเทพ (รามคำแหง) เปิดบริการเร็วขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เพื่อให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงความช่วยเหลือได้โดยเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่าย และนำรถจักรยานยนต์กลับมาใช้เดินทางในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย
สำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ รถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมอาจกระทบทั้งการเดินทางไปทำงาน การประกอบอาชีพ และการดูแลครอบครัว รถจักรยานยนต์ฮอนด้า จึงระดมความร่วมมือกับเครือข่ายร้านผู้จำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลางฝั่งตะวันตกและตะวันออก เพื่อขยายบริการให้เข้าถึงผู้ที่เดือดร้อน พร้อมช่วยตรวจเช็กและดูแลรถโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ
- บริการผ่านร้านผู้จำหน่ายใน 18 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน – 15 ตุลาคม 2569 เวลา 8.30 – 17.30 น. (รับคิวสุดท้าย เวลา 17.00 น.) ผู้ประสบภัยสามารถนำรถจักรยานยนต์ฮอนด้ากลุ่มใช้งานทั่วไป (Commuter) เข้ารับบริการที่ร้านผู้จำหน่าย Honda Wing Center และ Honda Wing Shop ในพื้นที่ 18 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ระยอง ชลบุรี นครปฐม กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ โดยได้รับบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 10 รายการ ฟรีค่าแรงสำหรับการบริการ พร้อมฟรีน้ำมันเครื่องและน้ำมันเฟืองท้าย
- 4 จุดบริการส่วนกลางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมดูแลรถจักรยานยนต์และรับซ่อมเครื่องยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เวลา 00 – 17.00 น. โดยแต่ละจุด มีวันเปิดบริการและรองรับประเภทรถ พร้อมรับซ่อมเครื่องยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้ง 4 จุด ดังนี้
- ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยกรุงเทพ (รามคำแหง) เปิดบริการวันที่ 1- 9 ตุลาคม 2569 รองรับรถจักรยานยนต์เกียร์และออโตเมติก (T.) รวมถึง CUB House
แผนที่ Google Maps: https://maps.app.goo.gl/Du5zKJgjy1fWkMM2A - ไทยฮอนด้า สาขาสำโรง (ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าสมุทรปราการ) เปิดบริการวันที่ 5 – 9 ตุลาคม 2569 รองรับรถจักรยานยนต์เกียร์และออโตเมติก (T.) รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และ CUB House
แผนที่ Google Maps: https://maps.app.goo.gl/3HKG7rDJnFMhCrq58 - ร้านยศเจริญ ฮอนด้า สาขานิคมลาดกระบัง เปิดบริการวันที่ 5 – 9 ตุลาคม 2569 รองรับรถจักรยานยนต์เกียร์และออโตเมติก (T.) รวมถึง CUB House
แผนที่ Google Maps: https://maps.app.goo.gl/uN6mQNVGFi6dQ9EC6 - Honda BigWing เลียบด่วน-รามอินทรา เปิดบริการวันที่ 5 – 9 ตุลาคม 2569 รองรับรถจักรยานยนต์เกียร์และออโตเมติก (T.) CUB House และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์
แผนที่ Google Maps: https://maps.app.goo.gl/7BasJU8jTK86NbGX6
สำหรับกลุ่มรถจักรยานยนต์เกียร์และออโตเมติก (A.T.) รวมถึง CUB House ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ณ 4 จุดส่วนกลาง จะได้รับบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 10 รายการ ตามมาตรฐานไทยฮอนด้า ได้แก่
- ตรวจเช็กสภาพรถฟรี 10 รายการ ได้แก่ เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบระบายความร้อน ระบบเชื้อเพลิง คลัตช์ ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบเบรก ระบบไฟฟ้า ขาตั้งข้างและขาตั้งกลาง รวมถึงล้อและยาง (ตามมาตรฐานไทยฮอนด้า)
- เปลี่ยนอะไหล่ฟรี 4 รายการ ได้แก่ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเฟืองท้าย ไส้กรองอากาศ และหัวเทียน
กลุ่มรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถเข้ารับบริการที่ Honda BigWing เลียบด่วน – รามอินทรา ได้แก่
- ตรวจเช็กสภาพรถฟรี 10 รายการ ครอบคลุมเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบระบายความร้อน ระบบเชื้อเพลิง คลัตช์ ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบเบรก ระบบไฟฟ้า ขาตั้งข้างและขาตั้งกลาง รวมถึงล้อและยาง (ตามมาตรฐานไทยฮอนด้า)
- ฟรีค่าแรง สูงสุด 300 บาท
- ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเครื่อง (Fully) และน้ำมันเฟืองท้าย (Fully)
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ขอส่งกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมเร่งช่วยดูแลรถที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต เพื่อให้ลูกค้าสามารถกลับมาเดินทาง ทำงาน และประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ โดยผู้ประสบภัยสามารถค้นหาร้านผู้จำหน่ายใกล้บ้านได้ที่ www.thaihonda.co.th/honda/distributors
หมายเหตุ: การให้บริการดังกล่าวสำหรับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและเครื่องยนต์อเนกประสงค์ของลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วมเท่านั้น โดยสิทธิบริการแตกต่างกันตามประเภทและจุดให้บริการ ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพรถหรือเครื่องยนต์ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA#ไทยฮอนด้าร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม #น้ำท่วม #ช่วยน้ำท่วม #น้ำท่วมกรุงเทพ #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ #HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
โตโยต้า ร่วมกับ มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย เร่งส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบมหาอุทกภัย ปี 2569 ในพื้นที่ภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน”
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นางสาวมาริสา แจ่มอุลิตรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนองค์กร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับนายสิริวิทย์ ปรีชาศุทธิ์ ตัวแทนผู้บริหารจากมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยจากสถานการณ์มหาอุทกภัยปี 2569 ในพื้นที่ภาคกลาง โดยนำกล่องยังชีพและข้าวรัชมงคล ส่งต่อถึงมือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน พร้อมด้วยกลุ่มนักเรียนทุนมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย (TTF Community) ผู้ได้รับโอกาสทางการศึกษา ร่วมเป็นพลังในการลงพื้นที่ส่งมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชน
จากสถานการณ์มหาอุทกภัยดังกล่าวที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ของภาคกลาง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน จึงเร่งระดมสิ่งของจำเป็น พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้เข้าถึงผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
สำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ ได้สนับสนุนกล่องยังชีพและข้าวรัชมงคล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในภาวะฉุกเฉิน พร้อมสนับสนุนรถสำหรับขนส่งและลำเลียงสิ่งของเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมอบและกระจายความช่วยเหลือสู่ประชาชนในพื้นที่ โดยมีนักเรียนทุนมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย (TTF Community) ร่วมลงแรงและส่งต่อความช่วยเหลือ สะท้อนพลังจากการได้รับโอกาสทางการศึกษา สู่การร่วมแบ่งปันและช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤต
การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” สะท้อนความมุ่งมั่นในการเคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ พร้อมสร้างพลังแห่งการส่งต่อจาก “ผู้ได้รับ” สู่ “ผู้ให้” และผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine































































































































