• ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ปลุก Sunday Vibes! รวมชาวไฟกลม Classic & Cruiser ใน “Sunday Meetup Ride & Soul” แชร์แพชชันไปกับคนคอเดียวกัน

    1 Min Read

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ปลุก Sunday Vibes! รวมชาวไฟกลม Classic & Cruiser ใน “Sunday Meetup Ride & Soul” แชร์แพชชันไปกับคนคอเดียวกัน

    ผ่านไปแล้วกับกิจกรรม “Sunday Meetup Ride & Soul” ครั้งแรกที่ ฮอนด้าบิ๊กไบค์ชวนชาวไฟกลมสาย Classic & Cruiser ออกมารวมตัว แชร์ความชอบ และใช้วันอาทิตย์ไปกับคนคอเดียวกัน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เปลี่ยนวันหยุดธรรมดาให้เต็มไปด้วยบรรยากาศสบาย ๆ มิตรภาพ และความสนุกจากการได้ออกเดินทาง พร้อมแบ่งปันความหลงใหลในรถคู่ใจไปด้วยกัน

     

    การรวมตัวครั้งนี้อัดแน่นด้วยกิจกรรม พร้อม ชาวไฟกลม 60 คน และรถคู่ใจ 30 คัน เริ่มต้นเช้าที่ Honda BigWing รามอินทรา กับ Coffee & Conversation จิบกาแฟและแชร์เรื่องราวของรถคู่ใจ ก่อนออกเดินทางใน Sunday Ride ลัดเลาะผ่านเส้นทางเมืองเก่าและแลนด์มาร์กสำคัญ ทั้ง ถนนราชดำเนิน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ย่านพระนคร และเกาะรัตนโกสินทร์ สัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ก่อนมุ่งหน้าสู่ COAL Bistro & Bar ถนนราชพฤกษ์ ปิดท้ายด้วยมื้อกลางวันและช่วงเวลาดี ๆ กับคนคอเดียวกัน

    งานนี้มีครบทั้ง GB350C ลุคคลาสสิก Rebel สายเท่เข้ม CL500 สายชิลมีสไตล์ และ CB1100 ที่หล่อเหนือกาลเวลา มาร่วมแชร์ความชอบและสไตล์ที่แตกต่าง พร้อมไฮไลต์ Custom Bike Showcase ที่เปิดพื้นที่ให้แต่ละคนได้โชว์ตัวตนผ่านการตกแต่งรถคู่ใจในแบบของตัวเอง

    เพราะถึงจะ ต่างลุค ต่างสไตล์ แต่มีความหลงใหลเดียวกัน ก็พร้อมสร้างเรื่องราวดี ๆ ไปด้วยกันในแบบ “We Meet, We Ride, We Belong” แล้วพบกับ Sunday Meetup Ride & Soul ครั้งถัดไปเร็ว ๆ นี้ ใครที่หลงใหลในเสน่ห์ของรถ Classic แวะมาสัมผัสรถคันจริงได้ที่ Honda BigWing แล้วมาร่วมเป็นชาวไฟกลม ออกไปสนุกและแชร์โมเมนต์ดีๆ ไปด้วยกัน

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH

     

    #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #SundayMeetup #RideandSoul #WeMeetWeRideWeBelong


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ตอกย้ำผู้นำบริการหลังการขาย ส่งแคมเปญ “6 YEARS. MILE AFTER MILE.” มอบสิทธิพิเศษอัปเกรด BSI เป็น 6 ปี ตอบแทนความไว้วางใจลูกค้าตลอด 2 ทศวรรษ

    1 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ตอกย้ำผู้นำบริการหลังการขาย ส่งแคมเปญ “6 YEARS. MILE AFTER MILE.” มอบสิทธิพิเศษอัปเกรด BSI เป็น 6 ปี ตอบแทนความไว้วางใจลูกค้าตลอด 2 ทศวรรษ

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบริการหลังการขาย เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่แห่งการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “6 YEARS. MILE AFTER MILE.” มอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับเพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่มีให้อย่างยาวนาน สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในรุ่นที่กำหนด พร้อมทำสัญญาทางการเงินกับ บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2569 เมื่อเลือกซื้อแพ็กเกจบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) Ultimate 5 ปี จะได้รับสิทธิพิเศษอัปเกรดความคุ้มครองเพิ่มเป็น 6 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (BSI Ultimate Plus) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม  ซึ่งนับเป็นการกลับมามอบความคุ้มค่าของแคมเปญสุดพิเศษนี้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ปี โดยการกลับมาในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันเหนือระดับสำหรับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู ผ่านแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ด้านการบำรุงรักษาและการรับประกันที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความอุ่นใจ ความคุ้มค่า และความพึงพอใจในทุกการเดินทาง

    กว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โปรแกรมบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) ถือเป็นหัวใจสำคัญที่มอบความอุ่นใจและยกระดับประสบการณ์บริการหลังการขายให้กับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย ช่วยให้เจ้าของรถสามารถวางแผนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ ปัจจุบัน ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูในไทย 9 ใน 10 ราย เลือกใช้แพ็กเกจ BSI Ultimate 5 ปี ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพและความคุ้มค่าที่ลูกค้าได้รับเสมอมา

    คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ความพึงพอใจและความอุ่นใจของลูกค้าคือหัวใจสำคัญในการดำเนินงานของบีเอ็มดับเบิลยู แคมเปญ ‘6 YEARS. MILE AFTER MILE.’ เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูให้สมบูรณ์แบบและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น ในสภาวะที่ลูกค้ามองหาความคุ้มค่าสูงสุด การขยายระยะเวลาบำรุงรักษา BSI ให้ยาวนานถึง 6 ปีเต็ม จะช่วยขจัดความกังวลใจเรื่องค่าใช้จ่ายด้าน
    การดูแลรักษาในระยะยาว ลูกค้าจึงสามารถเพลิดเพลินกับสุนทรียภาพในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ในทุก ๆ กิโลเมตร”

    การขยายความคุ้มครองภายใต้แพ็กเกจ BSI เป็นเวลา 6 ปีเต็มนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานอย่างครอบคลุม โดยมอบความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดใน 3 มิติหลัก ได้แก่

    • การควบคุมค่าใช้จ่ายและความอุ่นใจระยะยาวครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการตามระยะทาง ด้วยอะไหล่แท้และช่างผู้เชี่ยวชาญจากบีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอตามการใช้งาน เช่น ผ้าเบรก จานเบรก และใบปัดน้ำฝน
    • ความครอบคลุมที่เหนือกว่าในระบบขับเคลื่อนต่างๆครอบคลุมทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด คุ้มครองการตรวจสอบระบบและแบตเตอรี่แรงดันสูงตามกำหนดอย่างครบถ้วน
    • การรักษามูลค่ารถยนต์ในระยะยาวการมีประวัติเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องภายใต้โปรแกรม BSI จากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ เป็นการการันตีถึงมาตรฐานการดูแลรักษาที่สมบูรณ์แบบตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งจะช่วยรักษามูลค่าของตัวรถได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ครอบครองคนต่อไปในอนาคต

    แคมเปญสุดพิเศษนี้ครอบคลุมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นยอดนิยมหลากหลายรุ่น อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3, ซีรีส์ 5, X3 และ X4 (เฉพาะรุ่น 330e M Sport, 520d M Sport, 530e M Sport, 320d, M340i, X3 20d และ X4) นอกจากสิทธิ์ในการอัปเกรด BSI เป็น 6 ปีแล้ว ลูกค้ายังจะได้รับข้อเสนอพิเศษทางการเงินสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นเพียง 1.99% หรือเลือกรับสิทธิ์ผ่อนชำระต่อเดือนในอัตราต่ำพิเศษ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเป็นเจ้าของ


    No Comment
  • GWM ลุยตลาดดีเซล! เตรียมเปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL พร้อมโชว์ TANK 300 2.4 DIESEL คันแกร่งจากสนาม AXCR 2026 ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

    1 Min Read

    GWM ลุยตลาดดีเซล! เตรียมเปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL พร้อมโชว์ TANK 300 2.4 DIESEL คันแกร่งจากสนาม AXCR 2026  ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุดเตรียมส่ง NEW TANK 500 3.0T DIESEL ดีเซลเจนเนอเรชั่นใหม่ ในตระกูล TANK  ที่ถ่ายทอดนิยาม “พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด” โดดเด่นด้วยพละกำลังดีเซลที่ทรงพลังและประสิทธิภาพการการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม  เจาะกลุ่มตลาด Premium Luxury PPV ในประเทศไทย พร้อมนำ GWM TANK 300 DIESEL หลังผ่านบททดสอบสุดทรหดในการแข่งขัน AXCR 2026 มาให้คนไทยได้ยลโฉมเป็นครั้งแรก ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ บูธ GWM หมายเลข A05 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา        

    เปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL อย่างเป็นทางการ
    ไฮไลต์สำคัญของแบรนด์ GWM ในงาน BIG MOTOR SALE 2026  คือการแนะนำ NEW TANK 500 3.0T DIESEL ยนตรกรรมรถ Premium Luxury PPV ที่มาพร้อมนิยาม  “Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด”   ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร  ให้พละกำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตัน-เมตร  พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดที่ให้ทั้งสมรรถนะอันทรงพลังและประสิทธิภาพการการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม พร้อมความหรูหรา สะดวกสบาย เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความปลอดภัยครบครัน

     

    GWM TANK 300 DIESEL เวอร์ชันรถแข่งดัดแปลงสำหรับ AXCR 2026
    ยิ่งไปกว่านั้น  GWM ยังได้นำ GWM TANK 300 DIESEL เวอร์ชันรถแข่ง AXCR 2026 มาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด การันตีความแกร่งหลังลุยเส้นทางทรหดกว่า 2,000 กิโลเมตร และเข้าเส้นชัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยตัวแข่งคันนี้ได้รับการปรับแต่งตามมาตรฐานความปลอดภัยของ FIA ในรุ่น T2 (Cross-Country Production Car) ซึ่งยังคงพื้นฐานของรถผลิตจริงให้มากที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าโครงสร้างแชสซี ระบบส่งกำลัง และวิศวกรรมของ GWM TANK 300 ที่ลูกค้าใช้งานจริง มีความทนทานพร้อมรับมือกับหนึ่งในสนามแข่งที่โหดที่สุดในเอเชียได้อย่างมั่นใจ

    นอกเหนือจากเครื่องยนต์ดีเซลแล้ว  GWM เตรียมนำยนตรกรรมที่ครอบคลุมทุกทางเลือกพลังงานทั้งระบบไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฟฟ้า (EV) มาจัดแสดงอย่างครบครัน  อาทิ GWM ORA 5, GWM HAVAL H6, GWM POER SAHAR DIESEL และ WEY G9 รวมถึงข้อเสนอและสิทธิพิเศษมากมายจาก GWM เพื่องานนี้โดยเฉพาะ!

    สัมผัสพลังที่เหนือทุกขีดจำกัดของ NEW TANK 500 3.0T DIESEL และยนตรกรรมเพื่ออนาคตที่ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานของ GWM ได้ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ตั้งแต่วันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 – 21.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 21.00 น. (วันเสาร์–อาทิตย์) ณ บูธ GWM หมายเลข A05 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา หรือรับชม LIVE ผ่านช่องทาง Facebook, YouTube และ TikTok : GWM Thailand ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #NEWTANK5003.0TDIESEL #GWMTANK500

    #GWMTANK300 #GWMTANK #PowerBeyondLimits #BigMotorSale2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM ลุยตลาดดีเซล! เตรียมเปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL พร้อมโชว์ TANK 300 2.4 DIESEL คันแกร่งจากสนาม AXCR 2026 ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

    1 Min Read

    GWM ลุยตลาดดีเซล! เตรียมเปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL พร้อมโชว์ TANK 300 2.4 DIESEL คันแกร่งจากสนาม AXCR 2026 ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุดเตรียมส่ง NEW TANK 500 3.0T DIESEL ดีเซลเจนเนอเรชั่นใหม่ ในตระกูล TANK  ที่ถ่ายทอดนิยาม “พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด” โดดเด่นด้วยพละกำลังดีเซลที่ทรงพลังและประสิทธิภาพการการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม  เจาะกลุ่มตลาด Premium Luxury PPV ในประเทศไทย พร้อมนำ GWM TANK 300 DIESEL หลังผ่านบททดสอบสุดทรหดในการแข่งขัน AXCR 2026 มาให้คนไทยได้ยลโฉมเป็นครั้งแรก ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ บูธ GWM หมายเลข A05 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา        

    เปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL อย่างเป็นทางการ
    ไฮไลต์สำคัญของแบรนด์ GWM ในงาน BIG MOTOR SALE 2026  คือการแนะนำ NEW TANK 500 3.0T DIESEL ยนตรกรรมรถ Premium Luxury PPV ที่มาพร้อมนิยาม  “Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด”   ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร  ให้พละกำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตัน-เมตร  พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดที่ให้ทั้งสมรรถนะอันทรงพลังและประสิทธิภาพการการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม พร้อมความหรูหรา สะดวกสบาย เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความปลอดภัยครบครัน

    GWM TANK 300 DIESEL เวอร์ชันรถแข่งดัดแปลงสำหรับ AXCR 2026
    ยิ่งไปกว่านั้น  GWM ยังได้นำ GWM TANK 300 DIESEL เวอร์ชันรถแข่ง AXCR 2026 มาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด การันตีความแกร่งหลังลุยเส้นทางทรหดกว่า 2,000 กิโลเมตร และเข้าเส้นชัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยตัวแข่งคันนี้ได้รับการปรับแต่งตามมาตรฐานความปลอดภัยของ FIA ในรุ่น T2 (Cross-Country Production Car) ซึ่งยังคงพื้นฐานของรถผลิตจริงให้มากที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าโครงสร้างแชสซี ระบบส่งกำลัง และวิศวกรรมของ GWM TANK 300 ที่ลูกค้าใช้งานจริง มีความทนทานพร้อมรับมือกับหนึ่งในสนามแข่งที่โหดที่สุดในเอเชียได้อย่างมั่นใจ

    นอกเหนือจากเครื่องยนต์ดีเซลแล้ว  GWM เตรียมนำยนตรกรรมที่ครอบคลุมทุกทางเลือกพลังงานทั้งระบบไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฟฟ้า (EV) มาจัดแสดงอย่างครบครัน  อาทิ GWM ORA 5, GWM HAVAL H6, GWM POER SAHAR DIESEL และ WEY G9 รวมถึงข้อเสนอและสิทธิพิเศษมากมายจาก GWM เพื่องานนี้โดยเฉพาะ!

     

    สัมผัสพลังที่เหนือทุกขีดจำกัดของ NEW TANK 500 3.0T DIESEL และยนตรกรรมเพื่ออนาคตที่ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานของ GWM ได้ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ตั้งแต่วันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 – 21.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 21.00 น. (วันเสาร์–อาทิตย์) ณ บูธ GWM หมายเลข A05 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา หรือรับชม LIVE ผ่านช่องทาง Facebook, YouTube และ TikTok : GWM Thailand ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #NEWTANK5003.0TDIESEL #GWMTANK500 #GWMTANK300 #GWMTANK #PowerBeyondLimits #BigMotorSale2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้าผนึกกำลังกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เดินหน้าโครงการอบรม “ผู้นำการเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ยั่งยืน” บูรณาการร่วมกับหลักสูตรที่ปรึกษาแรงงานสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง

    1 Min Read

    โตโยต้าผนึกกำลังกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เดินหน้าโครงการอบรม “ผู้นำการเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ยั่งยืน” บูรณาการร่วมกับหลักสูตรที่ปรึกษาแรงงานสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกระทรวงแรงงาน และสหพันธ์แรงงานยานยนต์และอะไหล่โตโยต้า จัดโครงการอบรม ผู้นำการเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ยั่งยืน” โดยบูรณาการร่วมกับ “หลักสูตรที่ปรึกษาด้านแรงงานสัมพันธ์” ระหว่างวันที่    10 สิงหาคม – 11 กันยายน พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และมุมมองด้านแรงงานสัมพันธ์ให้แก่ผู้เข้าร่วม พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้แทนจากฝ่ายต่าง ๆ อันนำไปสู่การเสริมสร้างระบบแรงงานสัมพันธ์ที่เข้มแข็งและยั่งยืน

    ในปัจจุบัน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และรูปแบบการทำงาน ส่งผลให้การเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และบทบาทหน้าที่ด้านแรงงานสัมพันธ์ของทุกภาคส่วนมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความร่วมมือ ความเข้าใจอันดี และความเชื่อมั่นระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาองค์กร ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    โครงการนี้จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านแรงงานสัมพันธ์ พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้แทนจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันยกระดับระบบแรงงานสัมพันธ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครือข่ายธุรกิจ ให้สามารถรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    พิธีเปิดโครงการจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนทั้ง 3 ภาคส่วน ได้แก่ นายประสิทธิ์ ปาตังคะโร ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในฐานะผู้แทนภาครัฐ นายนันทวัฒน์ ศรีวรัตน์อัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และ ดร.ปิยรัชต์ สมาทา ประธานสหพันธ์แรงงานยานยนต์และอะไหล่โตโยต้า ในฐานะผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนแรงงานสัมพันธ์ให้มีความเข้มแข็ง เกิดความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ และนำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

    ตลอดหลักสูตร ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้องค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการบริหารแรงงานสัมพันธ์อย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้ง กฎหมายแรงงานและแรงงานสัมพันธ์ สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง ตลอดจนแนวคิดและแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเชื่อมโยงมิติด้านกฎหมาย การบริหารคนและแรงงานสัมพันธ์เข้าด้วยกัน พร้อมนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างความเข้าใจ ลดความขัดแย้ง และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กรได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์และเครือข่ายระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างมาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง คือพลังสำคัญในการสร้างสังคมการทำงานที่มีคุณภาพ บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการเติบโตร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า ตอกย้ำ DNA ความสปอร์ต! เชิญลูกค้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ “Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip” เชียร์ติดขอบสนาม พร้อมติวเข้มทักษะการขับขี่และทดสอบการขับขี่ในสนามแข่งระดับโลก

    1 Min Read

    ฮอนด้า ตอกย้ำ DNA ความสปอร์ต! เชิญลูกค้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ “Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip” เชียร์ติดขอบสนาม พร้อมติวเข้มทักษะการขับขี่และทดสอบการขับขี่ในสนามแข่งระดับโลก

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พากลุ่มลูกค้าฮอนด้า 30 คัน รวม 60 คน ร่วมสัมผัสความมันส์ในศึกการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแถวหน้าของไทย Honda One Make Race 2026” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม – 16 สิงหาคม 2569 ผ่านกิจกรรมHonda One Make Race 2026 Exclusive Trip” ร่วมส่งแรงเชียร์การประลองความเร็วใน Race 5 และ Race 6 แบบชิดติดขอบสนาม พร้อมกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการขับขี่จากผู้เชี่ยวชาญ (Driving Clinic) และสัมผัสประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ฮอนด้าคู่ใจบนสนามแข่งมาตรฐานระดับโลก (Honda Track Experience) เพื่อปลดล็อกศักยภาพการขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกเส้นทาง

    ตลอดกิจกรรม Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสบรรยากาศมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มอิ่ม ประเดิมด้วยกิจกรรม “Grid Walk” เปิดโอกาสให้เดินเข้าสู่บริเวณสนามก่อนการแข่งขัน สัมผัสความตื่นเต้นและการเตรียมความพร้อมของทีมรถแข่งอย่างใกล้ชิด ก่อนร่วมเชียร์การแข่งขันใน Race 5 และ Race 6 อย่างเร้าใจ

     

    ต่อเนื่องด้วยไฮไลต์กิจกรรม “Driving Clinic” เวิร์กช็อปฝึกทักษะการขับขี่เชิงเทคนิค ถ่ายทอดโดยทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ จัดเต็มให้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุมเทคนิคการควบคุมรถ จังหวะการเบรก การเข้าโค้ง และความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ก่อนได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ฮอนด้าในสภาพแวดล้อมที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ มอบประสบการณ์ความประทับใจที่หาไม่ได้จากการขับขี่บนท้องถนนทั่วไป ควบคู่กับการนำเทคนิคต่าง ๆ ไปต่อยอดประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่
    ฮอนด้าตอกย้ำความสนุกในการขับขี่ (Joy of Driving) ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัย ปิดท้ายด้วยกิจกรรม “Track Experience” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้นำรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจลงสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริงบนสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พากลุ่มลูกค้าฮอนด้า 30 คัน รวม 60 คน ร่วมสัมผัสความมันส์ในศึกการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแถวหน้าของไทย Honda One Make Race 2026” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม – 16 สิงหาคม 2569 ผ่านกิจกรรมHonda One Make Race 2026 Exclusive Trip” ร่วมส่งแรงเชียร์การประลองความเร็วใน Race 5 และ Race 6 แบบชิดติดขอบสนาม พร้อมกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการขับขี่จากผู้เชี่ยวชาญ (Driving Clinic) และสัมผัสประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ฮอนด้าคู่ใจบนสนามแข่งมาตรฐานระดับโลก (Honda Track Experience) เพื่อปลดล็อกศักยภาพการขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกเส้นทาง

     

    ตลอดกิจกรรม Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสบรรยากาศมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มอิ่ม ประเดิมด้วยกิจกรรม “Grid Walk” เปิดโอกาสให้เดินเข้าสู่บริเวณสนามก่อนการแข่งขัน สัมผัสความตื่นเต้นและการเตรียมความพร้อมของทีมรถแข่งอย่างใกล้ชิด ก่อนร่วมเชียร์การแข่งขันใน Race 5 และ Race 6 อย่างเร้าใจ

    ต่อเนื่องด้วยไฮไลต์กิจกรรม “Driving Clinic” เวิร์กช็อปฝึกทักษะการขับขี่เชิงเทคนิค ถ่ายทอดโดยทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ จัดเต็มให้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุมเทคนิคการควบคุมรถ จังหวะการเบรก การเข้าโค้ง และความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ก่อนได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ฮอนด้าในสภาพแวดล้อมที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ มอบประสบการณ์ความประทับใจที่หาไม่ได้จากการขับขี่บนท้องถนนทั่วไป ควบคู่กับการนำเทคนิคต่าง ๆ ไปต่อยอดประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่
    ฮอนด้าตอกย้ำความสนุกในการขับขี่ (Joy of Driving) ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัย ปิดท้ายด้วยกิจกรรม “Track Experience” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้นำรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจลงสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริงบนสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

     

    คุณปฏิมากร ศรีจันทร์ เจ้าของรถยนต์ Honda Civic e:HEV ใหม่ กล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมกิจกรรมกับฮอนด้า ประทับใจ Driving Clinic มาก เพราะได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่จากผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ทั้งการเข้าโค้ง การเบรก และการควบคุมรถอย่างถูกวิธี สามารถนำเทคนิคหลายอย่างไปปรับใช้ในการขับขี่จริงในชีวิตประจำวันได้ ทำให้รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น ทำให้เห็นว่ารถในชีวิตจริง สามารถเข้าไปอยู่ในสนามแข่งจริงได้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก อยากเชิญชวนมาเป็นครอบครัวฮอนด้าเพื่อรับสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษแบบนี้

    นอกจากนี้ที่บ้านยังเป็นครอบครัวฮอนด้า โดยมีทั้ง Honda HR-V และ Honda e:N1 ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ทั้งครอบครัวเราใช้รถยนต์ฮอนด้าเนื่องจากความมั่นใจในศูนย์บริการที่ครอบคลุมสะดวกสบายในการเข้ารับบริการ และมั่นใจในการบริการหลังการขายของฮอนด้า”

     

    กิจกรรม Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip ปิดฉากลงอย่างสวยงาม พร้อมเสียงความประทับใจที่สะท้อนถึงความตั้งใจของฮอนด้าในการส่งมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้สัมผัสความเร้าใจของการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตแบบชิดติดขอบสนาม พร้อมเติมเต็มทั้งความสนุก ความตื่นเต้น และทักษะการขับขี่ปลอดภัย เพื่อถ่ายทอด DNA ความสปอร์ตของฮอนด้าอย่างแท้จริง ทั้งในด้านสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และปลดล็อกศักยภาพการขับขี่ของรถยนต์ฮอนด้าให้พร้อมลุยบนแทร็กระดับโลก

     

    การแข่งขัน Honda One Make Race 2026 Race 5 – 6 ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความเข้มข้นและเร้าใจตลอดการแข่งขัน เหล่านักแข่งต่างงัดทั้งทักษะ และสมรรถนะของรถแข่งฮอนด้าออกมาขับเคี่ยวกันอย่างสูสีในทุกโค้ง ท่ามกลางเสียงเชียร์และบรรยากาศแห่งมอเตอร์สปอร์ตที่สร้างความตื่นเต้นแบบเต็มพิกัด โดยแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตเตรียมส่งแรงเชียร์กันต่อในศึกโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน Honda One Make Race 2026 กับ Race 7 – 8 วันที่ 14 – 18 ตุลาคม 2569 แข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series ณ สนามแข่งเฉพาะกิจ พีที สงขลา กรังด์ปรีซ์ จังหวัดสงขลา สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: Honda One Make Race https://www.facebook.com/HondaOneMakeRaceOfficial

     

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ผงาดคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ในศึกการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026

    1 Min Read

    ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ผงาดคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ในศึกการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ ของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) หลังคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลในการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026 หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ 9-15 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยรถกระบะไทรทัน1 จำนวน 3 คัน (รุ่น T1 หรือรถยนต์
    ครอสคันทรีประเภทดัดแปลง) โดยความสำเร็จครั้งนี้ยังถือเป็นการรักษาแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อคู่หูนักแข่งและผู้นำทางสัญชาติญี่ปุ่นขึ้นครองตำแหน่งสูงสุด
    ในประเภทโอเวอร์ออลได้เป็นครั้งแรก

     

    การแข่งขันครั้งนี้มีระยะทางรวมทั้งหมด 2,145.19 กิโลเมตร โดยมีระยะทางช่วงสเปเชียลสเตจ (SS)2 อยู่ที่ 921.80 กิโลเมตร ซึ่ง คัตสึฮิโกะ ทากูชิ คว้าชัยชนะประเภทโอเวอร์ออลด้วยเวลารวม 12 ชั่วโมง 58 นาที 20 วินาที ในขณะที่ คาสุโตะ โคอิเดะ จบการแข่งขันในอันดับที่ 27 ตามด้วย ชยพล โยธา ในอันดับที่ 36 ของประเภทโอเวอร์ออล

    การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 31 ในปีนี้ เป็นแรลลี่ครอสคันทรีระดับตำนานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศไทยเป็นสนามหลักและเป็นสถานที่จัดการแข่งขันเพียงแห่งเดียวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเส้นทางป่าทึบ และพื้นที่เกษตรกรรมที่มีสภาพภูมิประเทศคล้ายคลึงกันจนอาจทำให้หลงทางได้ง่าย ไปจนถึงเส้นทางที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ จุดข้ามลำน้ำที่ยากต่อการประเมินแนวทางการขับขี่ ตลอดจนร่องโคลนที่ลึกและลื่น ประกอบกับสภาพอากาศร้อนชื้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความท้าทายอันหฤโหดสำหรับทั้งนักแข่ง ทีมงาน และตัวรถ ที่ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต สามารถฝ่าฟันจนคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลมาครองได้ ท่ามกลางคู่แข่งมากฝีมือในศึกแรลลี่ที่ความสำเร็จต้องอาศัยทั้งทักษะด้านการขับขี่ ความเชี่ยวชาญในการนำทาง และการทำงานร่วมกันเป็นทีม แม้ปัจจัยเรื่องโชคจะมีส่วนชี้ชะตาในการแข่งขันด้วยก็ตาม

     

    การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 เปิดฉากขึ้นด้วยพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ณ Walking Street เมืองพัทยาเมืองท่องเที่ยวชายทะเลทางฝั่งตะวันออกของประเทศไทย ก่อนที่สเปเชียลสเตจแรกจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคม โดย Leg 1 มุ่งหน้าขึ้นเหนือจากเมืองพัทยาสู่จังหวัดปราจีนบุรี ผ่านสวนยูคาลิปตัสและสวนยางพารา ซึ่งฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังสูงในหลายจุดจนมีสภาพราวกับแม่น้ำ นับเป็นหนึ่งในความท้าทายอันเป็นเอกลักษณ์ของการแข่งขัน

     

    การแข่งขัน Leg 2 เคลื่อนขบวนไปทางทิศตะวันตกจากปราจีนบุรีไปยังนครสวรรค์ โดยระยะทางของสเปเชียลสเตจถูกปรับทอนลงมาอย่างมากจาก 145.67 กิโลเมตร เหลือเพียง 67.32 กิโลเมตร เนื่องจากมีการกำหนดให้ใช้พื้นที่ฝึกซ้อมทางทหารบนเส้นทางการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม สเตจนี้ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายในช่วงทางขึ้นเขาที่ขับเคี่ยวได้ยาก ขณะที่ Leg 3 เป็นเส้นทางแบบวนรอบจากนครสวรรค์ผ่านพื้นที่เพาะปลูกทางภาคเหนือก่อนวกกลับเข้าสู่ตัวเมืองอีกครั้ง ผ่านทุ่งนาและคลองชลประทานรายล้อมตลอดทาง รวมถึงถนนในท้องไร่และลำน้ำที่ดูคล้ายคลึงกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ Leg นี้กลายเป็นบททดสอบทักษะการนำทางของผู้แข่งขันอย่างหนักหน่วง

     

    Leg 4 มุ่งหน้าขึ้นเหนือต่อจากนครสวรรค์สู่กำแพงเพชรบนเส้นทางพาดผ่านผืนป่าและชุมชนชนบท ก่อนเข้าสู่ถนนในไร่ที่คดเคี้ยวผ่านไร่มันสำปะหลังและไร่อ้อย พร้อมช่วงทำความเร็วสูงหลายจุด จากนั้นใน Leg 5 บรรดานักแข่งได้เดินทางสู่พิษณุโลกซึ่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพธรรมชาติอันกว้างใหญ่ โดยครึ่งแรกของสเตจเป็นเส้นทางป่าที่แคบและวกวนรอบอ่างเก็บน้ำ ขณะที่ครึ่งหลังเป็นทางลูกรังทอดยาวเลียบแนวลำน้ำ

     

    สำหรับ Leg 6 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน มีระยะทางสเปเชียลสเตจเพียง 58.62 กิโลเมตร ทำให้ Leg 5 กลายเป็นช่วงชี้ขาดที่สำคัญของการคว้าตำแหน่งชนะเลิศในประเภทโอเวอร์ออล โดยสเตจสุดท้ายยังคงแข่งขัน
    ในพิษณุโลกบนเส้นทางตัดผ่านภูมิประเทศแบบภูเขาก่อนมุ่งหน้ากลับเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อเข้าเส้นชัย ด้วยระดับความสูงที่มากกว่าสเตจอื่น ๆ ประกอบกับเส้นทางที่เต็มไปด้วยหลุมและร่องลึกจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้แม้ในช่วงสั้น ๆ จึงเป็นสเตจที่นักแข่งไม่สามารถประมาทได้จนกว่าจะผ่านเส้นชัยในช่วงสุดท้าย

     

    ไฮไลต์ผลงานของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

    คัตสึฮิโกะ ทากูชิ ออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยมใน Leg 1 ด้วยการรักษาเวลาที่เสียไปให้น้อยที่สุด แม้คู่แข่งหลายรายที่ออกตัวไปก่อนในช่วงแรกจะหลุดออกนอกเส้นทาง พร้อมรีดสมรรถนะการขับขี่แบบครอสคันทรี
    อันโดดเด่นของรถกระบะไทรทัน ในการรับมือกับทางน้ำและแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากฝนตกหนัก โดย คัตสึฮิโกะ ทากูชิ จบการแข่งขันสเตจแรกในอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนรวม ก่อนทำเวลาสเปเชียลสเตจได้เร็วที่สุดใน Leg 3 และขยับขึ้นเป็นผู้นำประเภทโอเวอร์ออล แม้ในขณะนั้นจะมีเวลานำอันดับที่ 2 เพียง 8 วินาที แต่ คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ทาคาฮิโระ ยาสุอิ ยังคงรักษาความได้เปรียบและค่อย ๆ ขยายช่องว่างจากคู่แข่งด้วยการขับขี่อย่างมีวินัยบนเส้นทางที่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียตำแหน่งผู้นำ

     

    เมื่อจบ Leg 5 ซึ่งเป็นสเตจที่มีระยะทางยาวที่สุดของการแข่งขัน ทั้งคู่สามารถทิ้งห่างคู่แข่งได้มากกว่า 5 นาที โดยในวันสุดท้าย ทั้งสองเลือกใช้กลยุทธ์การขับขี่อย่างรัดกุม หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น และนำรถเข้าเส้นชัยได้อย่างปลอดภัย ด้วยการบริหารช่องว่างจากคู่แข่งอย่างรอบคอบ ทำให้ คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ทาคาฮิโระ ยาสุอิ สามารถคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลของการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ เป็นครั้งแรก ด้วยเวลาที่เร็วกว่าอันดับที่ 2 ถึง 2 นาที 25 วินาที พร้อมพาทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต คว้าแชมป์การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

     

    ด้าน คาสุโตะ โคอิเดะ นักแข่งซึ่งเป็นผู้ทดสอบรถยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) และลงแข่งเอเอ็กซ์ซีอาร์ เป็นครั้งที่ 3 ต้องเผชิญอุปสรรคตั้งแต่ออกสตาร์ต เมื่อรถติดหล่มในคูข้างทางระหว่าง Leg 1 ส่งผลให้โดนลงโทษจากการทำเวลาเกินกำหนด อย่างไรก็ตาม คาสุโตะ โคอิเดะ สามารถกลับมาทำผลงานได้เป็นอย่างดีในสเตจที่เหลือ พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนทั้ง คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ชยพล โยธา ควบคู่ไปกับการพัฒนาความเร็วของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดย คาสุโตะ โคอิเดะ ทำเวลาได้เป็นอันดับ 8 ในสเปเชียลสเตจที่ 5 และลงแข่งครบทุกสเปเชียลสเตจ ก่อนจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 27 ในประเภทโอเวอร์ออล

     

    ส่วนแชมป์เก่าอย่าง ชยพล โยธา ต้องพบกับปัญหายางรั่วในช่วงเส้นทางหินของ Leg 2 ทำให้เสียเวลาไปกับการเปลี่ยนยาง ก่อนเร่งทำอันดับกลับคืนมาและขยับขึ้นสู่อันดับที่ 6 ของประเภทโอเวอร์ออลใน Leg 3 แต่ในช่วงครึ่งหลังของ Leg 4 ต้องพบกับอุปสรรคอีกครั้ง เมื่อรถกระแทกเข้าที่ด้านท้ายขวา จนต้องเปลี่ยนยางเป็นครั้งที่ 2 ก่อนจะเกิดปัญหาเครื่องยนต์ตามมาในช่วงครึ่งแรกของ Leg 5 ท่ามกลางอุปสรรคและบทลงโทษด้านเวลา ชยพล โยธา ยังคงสามารถนำรถเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ และจบการแข่งขันในอันดับที่ 36 ของประเภทโอเวอร์ออล

     

     

     

     

    ความคิดเห็นจากทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

    ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีม

    “ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่นักแข่งและผู้นำทางชาวญี่ปุ่นสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันรายการนี้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การแข่งขันในปีนี้เป็นการต่อสู้กันอย่างสูสีตั้งแต่เริ่มต้น และยากที่จะคาดเดาได้ว่าใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะในท้ายที่สุด ผมเชื่อว่าความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นและการทำงานเป็นทีมอย่างเต็มที่ของสมาชิกทีมทุกคน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้นำประสบการณ์ที่สั่งสมจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตภายใต้สภาวะสุดขั้วนี้ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงมาอย่างยาวนาน โดยประโยชน์ที่ได้รับนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านสมรรถนะการขับขี่ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยอันเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของรถยนต์มิตซูบิชิ เช่นเดียวกับการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรม ซึ่งประสบการณ์ที่ได้รับจากสภาพแวดล้อมในการแข่งขันเช่นนี้จะช่วยต่อยอดและนำไปพัฒนาต่อเนื่องได้อย่างแน่นอน ผมขอขอบคุณทุกคนสำหรับการสนับสนุนที่มีให้กับทีมของเรา”

     

    คัตสึฮิโกะ ทากูชิ นักแข่งรถหมายเลข 106

    “ผมไม่เคยคิดเลยว่าเราจะก้าวขึ้นนำในประเภทโอเวอร์ออลได้ตั้งแต่วันที่ 3 แม้จากภายนอกอาจดูเหมือนว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ตลอดการแข่งขัน ทาคาฮิโระ ยาสุอิ และผมต้องขับกันอย่างเต็มขีดจำกัดอยู่ตลอดเวลา หลังจากขึ้นเป็นผู้นำ คู่แข่งจำเป็นต้องเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นเพื่อไล่ตาม ซึ่งกลับกลายเป็นผลดีต่อเรา เสน่ห์ของการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ คือการผสมผสานระหว่างความยากและความตื่นเต้นที่ไม่เหมือนใคร เพราะนักแข่งต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาทีอยู่ตลอดเวลาบนเส้นทางออฟโรด ด้วยการยกระดับสมรรถนะการควบคุมของรถกระบะไทรทันที่ดีขึ้นมากก่อนการแข่ง ทำให้ผมสามารถขับตามไลน์ที่วางไว้ได้และหลีกเลี่ยงปัญหายางรั่วได้สำเร็จ ผมดีใจมาก
    ที่คว้าชัยชนะมาได้ แม้จะยังรู้สึกเสียดายที่ถูกแซงในสเปเชียลสเตจสุดท้ายอยู่บ้าง แต่ครั้งหน้า ผมอยากมั่นใจว่าเราจะเร็วที่สุดบนเส้นทางตั้งแต่ต้นไปจนถึงเส้นชัย”

     

    คาสุโตะ โคอิเดะ นักแข่งรถหมายเลข 118

    “หลังจากได้รับบทลงโทษเรื่องเวลาในวันแรก ผมเกือบจะหมดกำลังใจไปแล้ว แต่การทำผลงานติด 10 อันดับแรกในสเปเชียลสเตจที่ 5 ก็ช่วยกู้ความมั่นใจกลับคืนมาได้ รถกระบะไทรทันในปีนี้ควบคุมง่ายขึ้นมากในช่วงที่ต้องชะลอและออกตัวสลับกันไปมา ด้วยการพัฒนาแรงบิดในรอบต่ำและการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ อีกทั้งยังแสดงสมรรถนะได้อย่างดีเยี่ยมในสเตจความเร็วสูง บทเรียนที่ได้จากการแข่งขันอันหนักหน่วงครั้งนี้ ทั้งการตัดสินใจและการบริหารความเสี่ยง ณ จุดสุดขีดจำกัด จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานของผมในฐานะครูฝึก และการฝึกอบรมนักขับทดสอบรุ่นใหม่ในอนาคต เพราะการมอบการเดินทางที่ปลอดภัย อุ่นใจ และสะดวกสบาย ไม่ว่าจุดหมายจะอยู่ที่ใดคือหัวใจสำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และประสบการณ์ที่ได้จากสภาวะยากลำบากที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้นี้ คือสิ่งที่ช่วยให้เราสร้างสรรค์รถยนต์ที่วางใจได้และตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง”

     

    ชยพล โยธา นักแข่งรถหมายเลข 101

    “การแข่งขันในปีนี้ทรหดอย่างมาก ทั้งโคลน ช่วงทำความเร็วสูงพิเศษ และป่าหนาทึบที่บดบังมุมมอง ทำให้ทุกช่วงของการแข่งขันแทบไม่มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดเลย ผมรู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถรักษาจังหวะความเร็วที่ตั้งใจไว้ได้เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคของตัวรถ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ยังภูมิใจกับเพื่อนร่วมทีมของผมอย่าง คัตสึฮิโกะ ทากูชิ ที่สามารถรักษาแชมป์ให้ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ได้สำเร็จ รถกระบะไทรทันที่ได้รับการพัฒนามาแล้วคันนี้เป็นรถที่ยอดเยี่ยมมาก ทั้งการกระจายน้ำหนักที่สมดุลและทัศนวิสัยที่ดี ทำให้สามารถควบคุมรถได้ดังใจจนแทบหาจุดอ่อนไม่เจอ ที่สำคัญ การแข่งขันครั้งนี้ยังย้ำเตือนผมถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพที่ทำให้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นแบรนด์ที่ผมชื่นชมมาตั้งแต่เด็กอีกครั้งด้วยเช่นกัน”

     

    ผลการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ประเภทรถยนต์ – อันดับประเภทโอเวอร์ออล

    อันดับที่ 1: คัตสึฮิโกะ ทากูชิ / ทาคาฮิโระ ยาสุอิ (มิตซูบิชิ ไทรทัน)         12 ชั่วโมง 58 นาที 20 วินาที

    อันดับที่ 27: คาสุโตะ โคอิเดะ / เออิจิ ชิบะ (มิตซูบิชิ ไทรทัน)                20 ชั่วโมง 58 นาที 30 วินาที

    อันดับที่ 36: ชยพล โยธา / พีรพงษ์ สมบัติวงศ์ (มิตซูบิชิ ไทรทัน)           34 ชั่วโมง 48 นาที 43 วินาที

     

    เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ AXCR 2026: https://asiacrosscountryrally.com/index.html


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • พีทีที สเตชั่น ขอร่วมฉลองด้วยคน! จัดโปรแรงเอาใจสมาชิกบลูพลัส มอบส่วนลดน้ำมันทันที 1 บาท/ลิตร ครบทุกชนิดน้ำมัน

    1 Min Read

    พีทีที สเตชั่น ขอร่วมฉลองด้วยคน! จัดโปรแรงเอาใจสมาชิกบลูพลัส มอบส่วนลดน้ำมันทันที 1 บาท/ลิตร ครบทุกชนิดน้ำมัน ทั้งเกรดมาตรฐานและเกรดพรีเมียม เมื่อเติมน้ำมันครบ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ ณ พีทีที สเตชั่น สาขาที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 19–20 สิงหาคม 2569

    ทีที สเตชั่น เดินหน้าส่งต่อความคุ้มค่าและช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ผู้บริโภค ด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับสมาชิกบลูพลัส เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ครบ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับส่วนลดน้ำมันทันที 1 บาท/ลิตร ณ พีทีที สเตชั่น สาขาที่ร่วมรายการ สิทธิพิเศษครั้งนี้ ให้ส่วนลดทุกชนิดน้ำมัน ครอบคลุมน้ำมันเกรดมาตรฐาน ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ E20, แก๊สโซฮอล์ 91, แก๊สโซฮอล์ 95, แก๊สโซฮอล์ E85, เบนซิน, ดีเซล และดีเซล B20 รวมถึงน้ำมันเกรดพรีเมียม ได้แก่ Super PowerX 99, Super PowerX Diesel และ Super Power Gasohol 95 พร้อมรับความคุ้มได้ตลอด 2 วัน พีทีที สเตชั่น พร้อมเติมความคุ้มให้ทุกการเดินทาง ลดจริง 1 บาท/ลิตร ครบทุกชนิดน้ำมัน ตามเงื่อนไขที่กำหนด ณ พีทีที สเตชั่น สาขาที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 19–20 สิงหาคม 2569 เท่านั้น

     

    ยังไม่ได้เป็นสมาชิกบลูพลัส สมัครฟรีได้ที่ PTT Station ทั่วประเทศ
    หรือผ่าน blueplus+ Plus Together

    ติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage: PTT Station หรือ Contact Center โทร. 1365

    เงื่อนไขกิจกรรม :

    • ให้ส่วนลดเฉพาะสมาชิกบลูพลัส ที่แจ้งสะสมคะแนนเมื่อเติมน้ำมันเท่านั้น (แจ้งเบอร์โทร/รูดบัตรสมาชิก)
    • ให้ส่วนลดเมื่อเติมน้ำมัน โดยจำกัดยอดเติมขั้นต่ำ 500 บาท/ใบเสร็จ
    • หากลูกค้าไม่ได้เป็นสมาชิกบลูพลัส สามารถสมัครใหม่ที่สถานี และรับส่วนลดได้ทันที (สมัครเสร็จก่อนเติมน้ำมัน)
    • ไม่เข้าร่วมกับการใช้คูปองส่วนลดน้ำมัน blueplus+ และคูปองส่วนลดน้ำมันอื่นๆ (หากมี)
    • ไม่เข้าร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆ ยกเว้น โปรโมชั่นเติมน้ำมันพรีเมียม รับฟรีร่มกอล์ฟ
    • ไม่เข้าร่วมกับส่วนลดสถานีบริการเติมเอง (Self-serve)
    • ไม่เข้าร่วมกับลูกค้า Fleet Card, Fill&Go+, Top up Card และ บัตร บจน. นอกจากนั้นเข้าร่วมทุกประเภทการชำระเงิน
    • ไม่รองรับการให้ส่วนลดกรณีที่มีการรวบชำระ
    • รองรับการให้ส่วนลดกรณีที่มีการแบ่งชำระ เช่น แบ่งชำระเป็นเงินสด ร่วมกับบัตรเครดิต แบ่งชำระเป็นเงินสด ร่วมกับการแลกคะแนนบลูพลัสเป็นส่วนลดน้ำมัน แต่หากแบ่งชำระร่วมกับการชำระเงินที่ไม่เข้าร่วมจะไม่ได้รับส่วนลด
    • สมาชิกที่ได้รับส่วนลด จะสามารถสะสมคะแนนบลูพลัสได้ตามปกติ (ยอดสะสมหลังหักส่วนลด)
    • ไม่จำกัดการให้โควตาการให้ส่วนลด สูงสุดต่อสมาชิก/คน/สถานี

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • BIG MOTOR SALE 2026 จัดเต็มความบันเทิงตลอด 10 วัน ท่ามกลางภูมิทัศน์ใหม่

    1 Min Read

    BIG MOTOR SALE 2026 จัดเต็มความบันเทิงตลอด 10 วัน ท่ามกลางภูมิทัศน์ใหม่

    BIG MOTOR SALE 2026 เตรียมมอบความบันเทิงตลอดงาน 10 วัน กับมินิคอนเสิร์ต วงสุนทราภรณ์ และศิลปินชื่อดัง ผลัดเปลี่ยนมาร่วมสร้างสีสัน ณ เวทีกลาง หน้าฮอลล์ 103 เวลา 18.00–19.00 น.

    ประเดิมวันเปิดงาน ศุกร์ที่ 21 สิงหาคมนี้ ด้วยของขวัญสุดพิเศษ พบกับวงสุนทราภรณ์ และนักร้อง VVIP คุณรุจิโรจ เอี่ยมลำเนา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิสุนทราภรณ์ ร่วมร้องเพลงพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 13 ปี BIG MOTOR SALE….

    ส่วนวันอื่นๆ ศิลปินชื่อดัง บอย พีชเมกเกอร์ (เสาร์ที่ 22 สิงหาคม), โอ๊ต ปราโมทย์ (อาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม), ไอซ์ ศรัณยู (เสาร์ที่ 29 สิงหาคม), และ ไมยราพ (อาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม) พร้อมสร้างความสุขและความเพลิดเพลินให้แก่ผู้เข้าชมงานเต็มพิกัด!!


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • พิสูจน์แล้วบนเส้นทางจริง! ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ปิดทริป “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” 4 ภาค ทั่วไทย ตอกย้ำเทคโนโลยีที่ช่วยให้ทุกการขับขี่สนุกและง่ายขึ้น

    1 Min Read

    พิสูจน์แล้วบนเส้นทางจริง! ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ปิดทริป “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” 4 ภาค ทั่วไทย ตอกย้ำเทคโนโลยีที่ช่วยให้ทุกการขับขี่สนุกและง่ายขึ้น

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ปิดฉากกิจกรรม Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” หลังพาผู้ขับขี่ออกเดินทางพิสูจน์ Honda E-Clutch บนเส้นทางจริงครบ 4 ภาคทั่วประเทศไทย ตลอดเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2569 รวมระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร ผ่านมากกว่า 1,500 โค้ง และหลากหลายสภาพการขับขี่ ทั้งทางราบ ทางชัน โค้งบนภูเขา ถนนสายรอง และการเดินทางระยะไกล เปิดโอกาสให้ทั้งอินฟลูเอนเซอร์และผู้ร่วมกิจกรรมได้สัมผัสและพิสูจน์ประสิทธิภาพของ E-Clutch ด้วยตัวเอง ตอกย้ำเทคโนโลยีที่ช่วยให้การควบคุมรถสะดวกและลื่นไหลขึ้น ลดภาระระหว่างการขับขี่ พร้อมให้ผู้ขี่ยังคงสนุกกับสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่

    ตลอดทั้ง 4 ทริป ได้รับเกียรติจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่ชื่นชอบการขี่รถจักรยานยนต์ นำโดย แพร ทวินันท์, เบนซ์ จากเพจ D BigBike, จอห์น จากเพจ John Rider, แมน จากเพจ ThaiRacing, กร จากเพจ BullyBike, DJ JEM และ ลดา จากเพจลดาไปเที่ยว พร้อมด้วยอินฟลูเอนเซอร์และผู้ร่วมกิจกรรมอีกมากมาย ร่วมขี่และถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งานจริงของ E-Clutch ผ่าน 4 เส้นทางที่มีความหลากหลาย ได้แก่ ภาคตะวันตก กาญจนบุรี–แก่งกระจาน–สามร้อยยอด–หัวหิน, ภาคเหนือ พิษณุโลก–น่าน–สะปัน–เชียงราย, ภาคอีสาน โคราช–เพชรบูรณ์–ชัยภูมิ–อุบลราชธานี และ ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี–ภูเก็ต–หาดใหญ่ เพื่อสัมผัสสมรรถนะและการทำงานของระบบ E-Clutch ในสภาพถนน ภูมิประเทศ และรูปแบบการขับขี่ที่แตกต่างกันตลอดการเดินทาง

    หนึ่งในบทพิสูจน์สำคัญคือ ทริปภาคเหนือระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร และมากกว่า 1,000 โค้ง ที่มีทั้งทางขึ้น-ลงเขาและโค้งต่อเนื่อง ซึ่งทั้งอินฟลูเอนเซอร์และผู้ร่วมทริปได้ทดลองใช้งาน E-Clutch ตั้งแต่การออกตัวบนทางชัน การเปลี่ยนเกียร์ต่อเนื่อง ไปจนถึงการชะลอและหยุดรถ โดยระบบช่วยควบคุมการทำงานของคลัตช์โดยอัตโนมัติ ลดภาระจากการกำคลัตช์เมื่อต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อย ช่วยลดความเมื่อยล้าในการเดินทางไกล เพิ่มความลื่นไหล และทำให้ผู้ขี่โฟกัสกับเส้นทางและจังหวะการขับขี่ได้มากขึ้น

    อีกหนึ่งจุดเด่นที่ผู้ร่วมกิจกรรมได้สัมผัสจากการขี่จริง คือ รูปแบบการควบคุมที่เลือกได้ตามต้องการ แม้ E-Clutch จะช่วยจัดการการทำงานของคลัตช์ให้อัตโนมัติ แต่ผู้ขี่ยังคงเป็นผู้เลือกและเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง และสามารถใช้ก้านคลัตช์เพื่อควบคุมคลัตช์ได้ทันทีเมื่อต้องการ จึงเลือกได้ทั้งความสะดวกจาก E-Clutch และการควบคุมในแบบรถเกียร์แมนนวลตามสถานการณ์และสไตล์การขับขี่ โดยกิจกรรมครั้งนี้นำรถทั้ง 4 รุ่น ได้แก่ CBR650R E-Clutch, CB650R E-Clutch, CBR500R E-Clutch และ NX500 E-Clutch ร่วมพิสูจน์ประสิทธิภาพบนเส้นทางจริงทั่วประเทศ

    “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” ปิดฉากลงพร้อมบทพิสูจน์จากผู้ขี่จริงตลอดกว่า 3,000 กิโลเมตร ผ่านหลากหลายสภาพเส้นทางทั่วประเทศไทย ตอกย้ำ Honda E-Clutch ในฐานะเทคโนโลยีที่ช่วยลดภาระและความเมื่อยล้า เพิ่มความลื่นไหลในการขับขี่ พร้อมเปิดอิสระให้ผู้ขี่เลือกควบคุมรถในแบบที่ต้องการ เพื่อสนุกกับสมรรถนะของรถและทุกการเดินทางได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

    ถึงเวลาพิสูจน์ด้วยตัวเอง! สามารถสัมผัสประสบการณ์ Honda E-Clutch และทดลองขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ E-Clutch ได้ที่ Honda BigWing ทั่วประเทศ แล้วค้นพบด้วยตัวเองว่า Honda E-Clutch จะเปลี่ยนทุกจังหวะการขับขี่ให้สนุกและง่ายขึ้นได้อย่างไร

     

    ติดตามข่าวสารและรายละเอียดอื่น ๆ จากฮอนด้าบิ๊กไบค์เพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์: https://bit.ly/thaihondabigbike

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์: www.facebook.com/HondaBigBikeTH

     

    #HondaEClutchThe4ExclusiveXperience #นาทีนี้ต้องHondaEClutch #HondaEClutch #NX500EClutch #CBR500REClutch #CBR650REClutch #CB650REClutch #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment